👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ ขอบเขตตามข้อ 13 และการยกเว้นค่าธรรมเนียม

เส้นทางข้อ 6 (4) สำหรับ จป. ระดับเทคนิคขึ้นไป ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 22 แต่ทำหน้าที่ได้เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียน จป. ไว้ตามข้อ 13 ย้ายงานต้องขอใหม่

Safety Station 1015 ตุลาคม 2569อ่าน 30 นาที · 6,702 คำ
จป. ยืนหน้าโรงงานที่ตนขึ้นทะเบียน สื่อถึงขอบเขตใบอนุญาตผู้ชำนาญการเส้นทาง จป.

จป. ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ ที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการซึ่งต้องประเมินอันตรายตามมาตรา 32 มีเส้นทางขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยที่ใช้สถานะ จป. เป็นคุณสมบัติเฉพาะ เส้นทางนี้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม และใบอนุญาตที่ได้ใช้ทำหน้าที่ผู้ชำนาญการได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็น จป. ไว้ สองเงื่อนไขนี้มาคู่กันเสมอ ส่วนผู้ที่ขอด้วยวุฒิการศึกษาหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทำหน้าที่ได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ แต่เสียค่าธรรมเนียม

ผู้ชำนาญการอาจเป็นบุคคลภายนอก หรือ จป. ของสถานประกอบกิจการเองที่ได้รับใบอนุญาตก็ได้ เส้นทางนี้เปิดให้สถานประกอบกิจการมีผู้ชำนาญการที่รู้จักกระบวนการผลิต เครื่องจักร และคนทำงานของตนเองอย่างใกล้ชิด ทั้งสองแบบมีหน้าที่เดียวกัน คือให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างในการดำเนินการตามมาตรา 32 (1) (2) และ (3) ส่วนการตัดสินนโยบายและงบประมาณยังเป็นของนายจ้าง

ตัวบทที่ใช้ในบทนี้มีสามชั้น จึงระบุฉบับกำกับเลขข้อทุกครั้ง

  • กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 เรียกต่อไปว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ เรียกต่อไปว่า ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร
  • ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ เรียกต่อไปว่า ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย

ถ้อยคำข้อ 6 (4) ตามกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ

ข้อ 6 กำหนดคุณสมบัติเฉพาะไว้สี่เส้นทาง ผู้ขอต้องมีอย่างหนึ่งอย่างใด เพิ่มจากคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ที่ต้องครบทุกข้อ เส้นทางที่ 4 เขียนไว้ดังนี้

"(4) เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดของกิจการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 32 แล้วแต่กรณี"

ถ้อยคำนี้มีเงื่อนไขสามส่วนที่ต้องตรวจให้ครบ

ระดับของ จป. — ระบุไว้สามระดับ คือ ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ ส่วน จป. ระดับหัวหน้างานและระดับบริหารไม่อยู่ในถ้อยคำข้อ 6 (4)

สถานะในสถานประกอบกิจการ — ผู้ขอต้อง "เป็น" จป. ในสถานประกอบกิจการ คือมีตำแหน่งและขึ้นทะเบียนอยู่จริงในวันยื่นคำขอ วุฒิบัตรผ่านการอบรม จป. เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงสถานะนี้

ประเภทและขนาดของกิจการ — สถานประกอบกิจการนั้นต้องเป็นประเภทและขนาดที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 32 ซึ่งก็คือประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 คำชี้แจงของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (เรียกต่อไปว่า กรมฯ) ข้อ 4.2 (4) ยืนยันการโยงนี้ไว้ตรง ๆ ว่าเป็นสถานประกอบกิจการตามบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับดังกล่าว

เกณฑ์ประเภทและขนาดของกิจการตามมาตรา 32

ข้อ 3 ของประกาศเรื่องการประเมินอันตรายกำหนดให้ใช้บังคับแก่สถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป

บัญชีท้ายประกาศ ลักษณะกิจการ เกณฑ์ลูกจ้าง
บัญชี 1 เหมืองและเหมืองใต้ดิน ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม การแยกก๊าซธรรมชาติ ตั้งแต่ 2 คน
บัญชี 2 49 ประเภท เช่น อุตสาหกรรมการผลิตหลายกลุ่ม ก่อสร้าง ขนส่ง คลังสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ตั้งแต่ 20 คน

ถ้าไม่แน่ใจว่ากิจการอยู่ในบัญชีใด ให้เทียบประเภทกิจการกับคำอธิบายรายประเภทในคำชี้แจงประกาศเรื่องการประเมินอันตราย และตรวจบัญชีกับการนับลูกจ้างในบทประกาศเรื่องการประเมินอันตราย พ.ศ. 2567 สรุปรายข้อสำหรับนายจ้าง ก่อน ถ้ายังก้ำกึ่งจึงสอบถามกรมฯ เป็นหนังสือ เพราะเงื่อนไขนี้เป็นฐานของทั้งเส้นทาง

การขึ้นทะเบียน จป. เป็นหลักฐานของสถานะ

สถานะ จป. ที่ข้อ 6 (4) และข้อ 13 กล่าวถึงผูกกับการขึ้นทะเบียน ข้อ 42 ของกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานฯ พ.ศ. 2565 กำหนดให้นายจ้างนำรายชื่อ จป. ทุกระดับไปขึ้นทะเบียนต่อกรมฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่แต่งตั้ง หลักฐานการขึ้นทะเบียนจึงเป็นเอกสารที่บอกทั้งระดับของ จป. และชื่อสถานประกอบกิจการในคราวเดียว ก่อนยื่นคำขอให้ตรวจว่าชื่อสถานประกอบกิจการในหลักฐานตรงกับกิจการที่เข้าบัญชีท้ายประกาศ ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนดูได้ที่บทขึ้นทะเบียน จป. ทำอย่างไร

เงื่อนไขที่เส้นทาง จป. ต้องผ่านเหมือนเส้นทางอื่น

ข้อ 6 (4) ใช้แทนวุฒิการศึกษาหรือใบประกอบวิชาชีพเท่านั้น เงื่อนไขส่วนอื่นยังเหมือนทุกเส้นทาง

คุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ครบทั้ง 6 ข้อ — ตั้งแต่สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี ไปจนถึงความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปีในงานสี่เรื่อง คือ การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ การจัดทำแผนการดำเนินงาน และการจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ รายการครบทั้ง 6 ข้ออยู่ในบทคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6

อายุงานในตำแหน่ง จป. กับประสบการณ์ตามข้อ 5 (6) จึงต้องแยกกันพิจารณา ข้อ 22 (2) และ (3) กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 ให้ จป.วิชาชีพวิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง งานสองข้อนี้ตรงกับงานประเมินอันตรายในข้อ 5 (6) เพียงบางส่วน ผู้ที่เป็น จป. มา 5 ปีจึงยังต้องมีหลักฐานงานศึกษาผลกระทบและงานจัดทำแผนเพิ่ม หนังสือรับรองควรระบุงานที่ทำจริงในแต่ละช่วงเวลา แล้วให้กรมฯ เป็นผู้พิจารณา

อบรมเต็ม 24 ชั่วโมง — ข้อ 5 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กำหนดให้ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (1) (2) และ (4) ฝึกอบรมตามข้อ 4 ซึ่งเป็นหลักสูตรเต็มสามหมวดวิชา เส้นทาง จป. จึงไม่ได้ลดชั่วโมงอบรม เส้นทางที่เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 คือผู้ถือใบอนุญาตตามข้อ 6 (3) เท่านั้น เนื้อหาแต่ละหมวดอยู่ในบทหลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ

ผ่านการประเมินกับกรมฯ — ผู้ผ่านการอบรมต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ตามข้อ 23 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร รายละเอียดอยู่ในบทการประเมินข้อเขียนผู้ชำนาญการ 3 ชั่วโมง เกณฑ์ร้อยละ 80 และการทดสอบใหม่

ยื่นคำขอและรอพิจารณา — ยื่นพร้อมเอกสารตามข้อ 8 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ กรมฯ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันเมื่อเอกสารครบตามข้อ 10 ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออกตามข้อ 12 ภาพรวมของทุกขั้นอยู่ในบทเส้นทางสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการ

การยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 22

ข้อ 21 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดค่าธรรมเนียมไว้สามรายการ

รายการตามข้อ 21 ค่าธรรมเนียม
(1) ใบอนุญาต ฉบับละ 5,000 บาท
(2) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 500 บาท
(3) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

ข้อ 22 เขียนไว้ว่า

"ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 6 (4)"

ถ้อยคำอ้าง "ค่าธรรมเนียมตามข้อ 21" ทั้งข้อ จึงยกเว้นครบทั้งสามรายการ คือ ค่าใบอนุญาต ค่าใบแทนใบอนุญาต และค่าต่ออายุใบอนุญาต ผู้ที่ได้ใบอนุญาตด้วยเส้นทางนี้จึงไม่เสียค่าธรรมเนียมตลอดอายุใบอนุญาต รวมถึงเมื่อต่ออายุแต่ละรอบ

คำชี้แจงข้อ 5.4 วางการยกเว้นนี้ไว้ในย่อหน้าเดียวกับขอบเขตตามข้อ 13 การยกเว้นจึงมากับขอบเขตที่แคบกว่า

ขอบเขตการทำหน้าที่ตามข้อ 13

ข้อ 13 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการเขียนไว้ว่า

"ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ ให้มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้เท่านั้น"

ผลในทางปฏิบัติมีสามเรื่อง

ให้คำแนะนำและรับรองผลได้ในสถานประกอบกิจการของตน — ผู้ชำนาญการที่ได้ใบด้วยเส้นทาง จป. ให้คำแนะนำและรับรองผลการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ และแผนตามมาตรา 32 ได้ในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. ไว้ ตัวใบอนุญาตของเส้นทางนี้ใช้แบบ กภ.บญ.33-2 ซึ่งระบุชื่อและที่อยู่สถานประกอบกิจการไว้บนใบ

รับงานของสถานประกอบกิจการอื่นไม่ได้ — ถ้อยคำ "เฉพาะ ... เท่านั้น" ปิดสิทธิในการทำหน้าที่ผู้ชำนาญการให้กิจการอื่น รวมทั้งบริษัทในเครือ ลูกค้าของบริษัท และสถานประกอบกิจการอีกแห่งของนายจ้างเดียวกันที่ตนไม่ได้ขึ้นทะเบียน จป. ไว้ นายจ้างของกิจการอื่นที่ต้องการผู้ชำนาญการจึงต้องตรวจใบอนุญาตและขอบเขตก่อนว่าจ้าง ดูวิธีตรวจได้ที่บทขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง

หน้าที่ตามข้อ 19 ใช้เต็มรูปแบบ — การทำงานในสถานประกอบกิจการของตนเองไม่มีข้อยกเว้นจากข้อ 19 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งกำหนดการพร้อมรายชื่อสถานประกอบกิจการและรายชื่อผู้ชำนาญการต่อกรมฯ ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนดำเนินการ ส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน และไม่เปิดเผยความลับของนายจ้าง การฝ่าฝืนข้อ 19 เป็นเหตุพักใช้ใบอนุญาตได้ไม่เกิน 60 วันตามข้อ 16 หน้าที่แจ้งและรายงานผูกกับการดำเนินการแต่ละครั้ง รวมถึงรอบที่ต้องทำใหม่เพราะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 5 วรรคสอง ให้เสร็จไม่เกิน 30 วัน รอบนี้จึงต้องกันวันแจ้งล่วงหน้า 7 วันไว้ในกรอบ 30 วันด้วย

บทบาทซ้อนของ จป. ที่เป็นผู้ชำนาญการในกิจการเดียวกัน

จป. ที่ได้ใบอนุญาตด้วยเส้นทางนี้ทำงานสองบทบาทในสถานประกอบกิจการเดียว บทบาท จป. ทำงานตามหน้าที่ของ จป. ระดับนั้น ส่วนบทบาทผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและรับรองผลตามมาตรา 32 ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 5 วรรคสาม กำหนดให้การประเมินมีลูกจ้างที่รู้ขั้นตอนงานอย่างน้อย 1 คน มีส่วนร่วมกับผู้ประเมินอันตราย หรือ จป. หรือกรรมการ คปอ. แล้วแต่กรณี โดยทำตามคำแนะนำและให้ผู้ชำนาญการรับรองผล

ชั่วโมงพัฒนาความรู้ก็แยกกัน ผู้ชำนาญการพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี ส่วนการอบรมเพิ่มเติมปีละ 12 ชั่วโมงของ จป. เป็นหน้าที่นายจ้างตามข้อ 23 กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 หลักฐานจึงเก็บแยกกัน ดูบทพัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก

เทียบเส้นทาง จป. กับเส้นทางวุฒิการศึกษา

จป. ระดับวิชาชีพจำนวนมากมีปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ด้วย คนกลุ่มนี้อาจเข้าได้ทั้งข้อ 6 (1) หรือ (2) และข้อ 6 (4) และต้องเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งในการยื่น

เทียบการขอใบอนุญาตด้วยวุฒิการศึกษาข้อ 6 (1) หรือ (2) กับวุฒิ จป. ข้อ 6 (4) ค่าธรรมเนียม 5,000 บาทหรือยกเว้นทั้งสามรายการ ขอบเขตทุกสถานประกอบกิจการหรือเฉพาะที่ขึ้นทะเบียน จป. และการย้ายสถานประกอบกิจการที่เส้นทาง จป. ต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่

ประเด็น เส้นทางข้อ 6 (1) หรือ (2) เส้นทางข้อ 6 (4)
หลักฐานคุณสมบัติเฉพาะ ปริญญาบัตรและใบแสดงผลการเรียน หลักฐานการขึ้นทะเบียน จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปในกิจการตามบัญชีท้ายประกาศ
คุณสมบัติทั่วไปข้อ 5 ต้องครบทั้งหกข้อ ต้องครบทั้งหกข้อ
ชั่วโมงอบรม 24 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง
การประเมิน ข้อเขียนกับกรมฯ ร้อยละ 80 ข้อเขียนกับกรมฯ ร้อยละ 80
ค่าธรรมเนียม (ใบอนุญาต ใบแทน ต่ออายุ) 5,000 บาท · 500 บาท · เท่าค่าใบอนุญาต ยกเว้นทั้งสามรายการตามข้อ 22
ขอบเขตการทำหน้าที่ ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. ตามข้อ 13 · ย้ายสถานประกอบกิจการต้องขอใหม่

ข้อจำกัดตามข้อ 13 ผูกกับเส้นทางที่ใช้ขอใบอนุญาต ตามที่คำชี้แจงข้อ 5.4 อธิบายคู่กับผู้ที่ใช้คุณสมบัติตามข้อ 6 (4)

แนวทางเลือกเส้นทางจึงขึ้นกับเป้าหมาย

  • ตั้งใจทำหน้าที่ผู้ชำนาญการในสถานประกอบกิจการของตนเท่านั้น เส้นทางข้อ 6 (4) ตรงเป้าและไม่เสียค่าธรรมเนียม
  • ตั้งใจให้คำแนะนำและรับรองผลแก่สถานประกอบกิจการอื่นด้วย หรือมีแผนย้ายสถานประกอบกิจการ ยื่นด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) หรือ (2) ซึ่งใช้ได้ทุกสถานประกอบกิจการ และเสียค่าธรรมเนียม
  • ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มีเส้นทางข้อ 6 (3) ที่อบรมเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 ตามข้อ 6 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ดูบทผู้ถือใบอนุญาตวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1

เกณฑ์ 18 หน่วยกิตของเส้นทางข้อ 6 (2) อยู่ในบทปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)

การย้ายงานหรือพ้นจากตำแหน่ง จป.

ใบอนุญาตที่ได้ด้วยเส้นทาง จป. ผูกกับ "สถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้" ตามข้อ 13 ผู้ถือใบอนุญาตที่ย้ายไปสถานประกอบกิจการแห่งใหม่จึงต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ ถ้ายื่นด้วยเส้นทางข้อ 6 (4) อีกครั้ง ต้องขึ้นทะเบียน จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปในสถานประกอบกิจการแห่งใหม่ที่เข้าบัญชีท้ายประกาศก่อน และยังได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 22 การยื่นครั้งนี้ไม่ต้องอบรม 24 ชั่วโมงและไม่ต้องประเมินใหม่ ใช้หลักฐานผ่านการอบรมและผ่านการประเมินเดิมแนบคำขอได้ ระหว่างที่ยังไม่ได้ใบอนุญาตใหม่ ให้คำแนะนำหรือรับรองผลในสถานประกอบกิจการแห่งใหม่ไม่ได้ ใบเดิมซึ่งเป็นแบบ กภ.บญ.33-2 ระบุชื่อสถานประกอบกิจการเดิมไว้บนใบ จึงใช้กับที่ใหม่ไม่ได้

ฝั่งสถานประกอบกิจการเดิมมีงานที่ต้องปิดสามเรื่อง

แจ้งการพ้นจากตำแหน่ง จป. — ข้อ 45 กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2565 กำหนดให้นายจ้างแจ้งกรมฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ จป. พ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ หรือบุคคลนั้นจะใช้สิทธิแจ้งเองก็ได้

ปิดงานรับรองที่ค้าง — งานที่รับไว้ในสถานประกอบกิจการเดิมควรปิดให้ครบก่อนย้าย รวมทั้งส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันตามข้อ 19 (2)

หา จป. และผู้ชำนาญการรายใหม่ — ข้อ 24 กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2565 ให้นายจ้างจัดให้มี จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปแทนภายใน 90 วันนับแต่วันที่ จป. เดิมพ้นจากการเป็นลูกจ้าง และนายจ้างเดิมยังต้องมีผู้ชำนาญการ เพราะประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 5 กำหนดให้ทบทวนทุก 3 ปี และดำเนินการให้เสร็จไม่เกิน 30 วันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้สภาวะการทำงานเปลี่ยน

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนยื่นด้วยเส้นทาง จป.

ข้อ 8 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดเอกสารยื่นคำขอไว้ 4 รายการ สำหรับเส้นทาง จป. ชุดเอกสารที่ควรจัดไว้มีดังนี้

  1. หลักฐานการขึ้นทะเบียน จป. ที่แสดงระดับ และชื่อสถานประกอบกิจการตรงกับที่ทำงานปัจจุบัน
  2. ข้อมูลประเภทกิจการและจำนวนลูกจ้าง ที่ยืนยันว่าสถานประกอบกิจการอยู่ในบัญชี 1 หรือบัญชี 2 และถึงเกณฑ์ตามข้อ 3 ของประกาศเรื่องการประเมินอันตราย
  3. หลักฐานคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 โดยเฉพาะหนังสือรับรองประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปีในงานสี่กลุ่ม ระบุช่วงเวลาและลักษณะงาน
  4. หลักฐานผ่านการฝึกอบรม 24 ชั่วโมง และหลักฐานผ่านการประเมินที่กรมฯ ออกให้

บทกำหนดโทษ

ระบบใบอนุญาตมีไว้ให้ผลการประเมินอันตรายที่นายจ้างใช้วางมาตรการผ่านการสอบทานจากผู้ที่มีคุณสมบัติ มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้ผู้ที่จะทำหน้าที่ผู้ชำนาญการต้องได้รับใบอนุญาต ผู้ที่ทำหน้าที่ผู้ชำนาญการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีโทษตามมาตรา 63 คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฝั่งนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 มีโทษตามมาตรา 56 ในอัตราเดียวกัน คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นายจ้างที่มี จป. ของตนเป็นผู้ชำนาญการจึงควรตรวจทั้งเลขที่ใบอนุญาต วันหมดอายุ และขอบเขตตามข้อ 13 ให้ตรงกับสถานประกอบกิจการก่อนใช้ผลการรับรอง

สรุป

  • ข้อ 6 (4) ใช้ได้กับ จป. ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามบัญชีท้ายประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ส่วนคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ยังต้องครบทุกข้อ
  • เส้นทางนี้อบรมเต็ม 24 ชั่วโมงและประเมินข้อเขียนกับกรมฯ เกณฑ์ร้อยละ 80 เหมือนเส้นทางวุฒิการศึกษา
  • ข้อ 22 ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 ให้ผู้ขอที่ใช้คุณสมบัติข้อ 6 (4) แต่ข้อ 13 จำกัดการทำหน้าที่ไว้เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. สองเงื่อนไขนี้มาคู่กัน
  • จป. ที่ยื่นด้วยวุฒิการศึกษาตามข้อ 6 (1) หรือ (2) ทำหน้าที่ได้ทุกสถานประกอบกิจการ และเสียค่าธรรมเนียม ส่วนผู้ที่ได้ใบด้วยเส้นทางข้อ 6 (4) แล้วย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่

ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ หลักสูตรผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ยังไม่เปิดรับสมัคร ลงชื่อไว้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เราจะแจ้งทางอีเมลและโทรศัพท์เมื่อเปิดรอบอบรม และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ผู้ชำนาญการ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
จป

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

27 พ.ค. 2569อ่าน 20 นาที
ผู้ชำนาญการเรียนออนไลน์และบันทึกชั่วโมงพัฒนาความรู้ประจำปี
จป

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก

สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

5 ต.ค. 2569อ่าน 29 นาที
วิศวกรตรวจใบแสดงผลการเรียนเพื่อนับหน่วยกิตด้านอาชีวอนามัยและการประเมินอันตราย
จป

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต

5 ต.ค. 2569อ่าน 23 นาที