เส้นทางสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการ จากตรวจคุณสมบัติถึงรับใบ
หกขั้นสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย ตรวจคุณสมบัติข้อ 5 เลือกเส้นทางข้อ 6 อบรม 24 หรือ 6 ชั่วโมง ประเมินกับกรมฯ ร้อยละ 80 ยื่นคำขอ และรับใบอายุ 5 ปี

ใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยได้มาด้วยหกขั้นที่ต้องเดินตามลำดับ เริ่มจากตรวจคุณสมบัติของตัวเอง เลือกเส้นทางที่ตรงกับวุฒิหรือสถานะ อบรมตามหลักสูตร ผ่านการประเมินกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน แล้วรอกรมฯ พิจารณาจนออกใบอนุญาตอายุ 5 ปี ทุกขั้นมีเลขข้อกำกับอยู่ในกฎกระทรวงหรือประกาศกรมฯ จึงวางแผนล่วงหน้าได้เกือบทั้งหมด
บทนี้เขียนสำหรับ จป.วิชาชีพ วิศวกร และผู้จัดการ HSE ที่ทำงานประเมินอันตรายอยู่แล้ว เพราะกฎหมายกำหนดบทบาทนี้ไว้ชัดแล้ว มาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 วางหลักไว้ว่าในการประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ และจัดทำแผน "นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจากผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน" และมาตรา 33 กำหนดให้ผู้ชำนาญการต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมฯ
รายละเอียดของใบอนุญาตอยู่ในกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (ต่อไปเรียกว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2568 ตามคำชี้แจงของกรมฯ ส่วนหลักสูตร การประเมิน แบบคำขอ และเกณฑ์พัฒนาความรู้ อยู่ในประกาศกรมฯ ที่ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถ้ายังไม่คุ้นกับบทบาทนี้ อ่านนายจ้างกับหน้าที่ตามมาตรา 32 และผู้ชำนาญการ ประกอบก่อนก็ได้
ภาพรวมหกขั้น
ตารางนี้ใช้เป็นแผนที่ทั้งเส้นทาง แต่ละแถวบอกว่าต้องทำอะไร อ้างข้อไหน และมีกรอบเวลาอะไรผูกไว้

| ขั้น | ทำอะไร | ฐานกฎหมาย | กรอบเวลาที่ตัวบทกำหนด |
|---|---|---|---|
| 1 | ตรวจคุณสมบัติทั่วไปให้ครบ 6 ข้อ | ข้อ 5 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ | ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี · ต้องครบก่อนเข้าอบรม |
| 2 | เลือกเส้นทางคุณสมบัติเฉพาะ 1 ใน 4 | ข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ | ไม่มี |
| 3 | อบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการ | ข้อ 7 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ · ข้อ 4 ถึง 6 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร | 24 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมง |
| 4 | ประเมินข้อเขียนกับกรมฯ | ข้อ 19 ถึง 27 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร | สอบ 3 ชั่วโมง · ไม่ผ่านสอบใหม่ได้ภายใน 1 ปี |
| 5 | ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน 4 รายการ | ข้อ 3 ข้อ 8 ข้อ 9 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ | เอกสารไม่ครบ แก้ภายใน 30 วัน |
| 6 | กรมฯ พิจารณา ชำระค่าธรรมเนียม รับใบอนุญาต | ข้อ 10 ถึง 12 · ข้อ 21 ข้อ 22 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ | พิจารณา 60 วัน · ชำระภายใน 30 วัน · ใบอายุ 5 ปี |
ขั้นที่ 1 และ 2 ทำได้เองที่โต๊ะทำงาน ขั้นที่ 3 และ 4 เป็นช่วงที่กินเวลาและต้องพึ่งตารางของผู้จัดอบรมกับกรมฯ ขั้นที่ 5 และ 6 เป็นงานเอกสารที่มีกรอบวันนับชัด
ขั้นที่ 1 ตรวจคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5
ข้อ 5 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดคุณสมบัติไว้ 6 ข้อ และต้องมีครบทุกข้อ ตั้งแต่สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี ประวัติทางวินัยและใบอนุญาตเดิม ไปจนถึงประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ห้าข้อแรกตรวจจากบัตรประชาชนและประวัติของตัวเองได้ทันที ข้อที่ต้องใช้เวลาคือข้อ 5 (6) ซึ่งตัวบทเขียนว่า "มีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่าห้าปี"
ลองนึกถึงวิศวกรความปลอดภัยที่ทำงานในสถานประกอบกิจการมา 7 ปี โดย 3 ปีแรกดูแลงานตรวจเครื่องจักร อีก 4 ปีหลังรับผิดชอบทำผลการประเมินความเสี่ยงและแผนงานประจำปี ถ้างานตรวจเครื่องจักร 3 ปีแรกไม่มีส่วนประเมินอันตรายหรือจัดทำแผนเลย ช่วงที่ตรงกับข้อ 5 (6) ชัด ๆ มีเพียง 4 ปี ยังไม่ถึงเกณฑ์ เขาต้องหาหลักฐานว่างานช่วงแรกมีส่วนใดตรงกับสี่เรื่องในข้อ 5 (6) หรือรอให้ครบก่อน ตัวบทไม่ได้ระบุว่าแต่ละเรื่องต้องมีประสบการณ์กี่ปี และไม่ได้กำหนดชนิดของหลักฐานไว้ วิธีที่รอบคอบคือเตรียมหนังสือรับรองการทำงานที่บอกตำแหน่ง ช่วงเวลา และลักษณะงานจริงให้ครบทั้งสี่เรื่อง แล้วให้กรมฯ เป็นผู้พิจารณา
รายละเอียดของแต่ละข้อ รวมถึงหลักฐานที่ควรเตรียม อยู่ในบทคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6
ขั้นที่ 2 เลือกเส้นทางตามข้อ 6
นอกจากข้อ 5 แล้ว ข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้มีคุณสมบัติเฉพาะ "อย่างหนึ่งอย่างใด" จากสี่เส้นทาง เส้นทางที่เลือกมีผลต่อขั้นถัดไปทั้งหมด ทั้งจำนวนชั่วโมงอบรม ค่าธรรมเนียม และขอบเขตการใช้ใบอนุญาต
| เส้นทาง | คุณสมบัติโดยย่อ | อบรม | ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต | ขอบเขตการใช้ใบ |
|---|---|---|---|---|
| ข้อ 6 (1) | ปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า | 24 ชั่วโมง | 5,000 บาท | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ |
| ข้อ 6 (2) | ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ที่เรียนด้านอาชีวอนามัยฯ และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต | 24 ชั่วโมง | 5,000 บาท | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ |
| ข้อ 6 (3) | ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย | 6 ชั่วโมง (หมวดวิชาที่ 1) | 5,000 บาท | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ |
| ข้อ 6 (4) | จป. ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดที่ประกาศตามมาตรา 32 | 24 ชั่วโมง | ยกเว้น (ข้อ 22) | เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. (ข้อ 13) · ย้ายสถานประกอบกิจการต้องขอใหม่ |
เส้นทาง จป. ตามข้อ 6 (4) มีสองเงื่อนไขที่มาคู่กัน ข้อ 22 ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้ขอที่ใช้คุณสมบัตินี้ ขณะเดียวกันข้อ 13 กำหนดให้ จป. ที่ได้รับใบอนุญาต "มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้เท่านั้น" คำชี้แจงของกรมฯ ก็เขียนสองเรื่องนี้ไว้ในย่อหน้าเดียวกัน ผู้ที่ขอด้วยเส้นทางนี้จึงไม่เสียค่าธรรมเนียม ทำหน้าที่ได้เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. ไว้ และถ้าย้ายสถานประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่
ส่วนผู้ที่ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) (2) หรือ (3) ทำได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ แต่เสียค่าธรรมเนียม รายละเอียดอยู่ในบทจป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ
เส้นทางข้อ 6 (2) มีจุดที่ต้องตรวจละเอียด คือ 18 หน่วยกิตต้องเป็นการเรียนการสอน "ทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง" ตัวบทไม่ได้ระบุชื่อรายวิชา จึงควรเตรียมใบแสดงผลการเรียนพร้อมคำอธิบายรายวิชาไว้ให้กรมฯ พิจารณา ดูวิธีไล่ใบแสดงผลการเรียนได้ในบทปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2) ส่วนเส้นทางข้อ 6 (3) ซึ่งอบรมสั้นที่สุด อยู่ในบทผู้ถือใบอนุญาตวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม
ขั้นที่ 3 อบรมตามหลักสูตรของกรมฯ
ข้อ 7 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดว่าผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 "ต้องผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นผู้ชำนาญการ" รายละเอียดอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ ต่อไปนี้เรียกว่าประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร
ข้อ 4 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กำหนดหลักสูตรไว้ 24 ชั่วโมง แบ่งเป็นสามหมวดวิชา
| หมวดวิชา | เนื้อหาตามประกาศ | ชั่วโมง |
|---|---|---|
| 1 | การควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินอันตราย ทั้งการดำเนินการ (3 ชั่วโมง) และกฎหมาย ข้อกำหนด สมรรถนะ จรรยาบรรณ และการอบรมเพิ่มเติมของผู้ชำนาญการ (3 ชั่วโมง) | 6 |
| 2 | กระบวนการประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ และจัดทำแผน แยกเป็นด้านความปลอดภัย 6 ชั่วโมง และด้านสุขภาพ 6 ชั่วโมง | 12 |
| 3 | ฝึกปฏิบัติใช้เทคนิคประเมินอันตราย ชี้บ่งอันตราย วิเคราะห์โอกาสและความรุนแรง (3 ชั่วโมง) และฝึกปฏิบัติเป็นผู้ชำนาญการ (3 ชั่วโมง) | 6 |
ผู้ที่ใช้เส้นทางข้อ 6 (1) (2) และ (4) อบรมเต็มตามข้อ 4 ส่วนผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (3) อบรม "เฉพาะหมวดวิชาที่ 1"
ข้อ 3 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ระบุว่าอบรมได้ "จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม" ผู้ให้บริการต้องได้รับการรับรองหลักสูตรและรายชื่อวิทยากรจากกรมฯ ซึ่งออกได้คราวละ 3 ปี และต้องจัดให้ผู้เข้าอบรมเรียน "เต็มเวลาตลอดหลักสูตร" รวมทั้งประเมินผลทั้งก่อนและหลังอบรม
ก่อนเข้าอบรมจึงควรตรวจสองเรื่อง คือชื่อหลักสูตรตรงกับหลักสูตรผู้ชำนาญการตามประกาศ และการรับรองของผู้จัดยังมีผลในวันอบรม รายละเอียดหัวข้อย่อยทั้งสามหมวดอยู่ในบทหลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ
ขั้นที่ 4 ประเมินข้อเขียนกับกรมฯ
อบรมกับผู้ให้บริการได้ แต่การประเมินเป็นของกรมฯ ข้อ 3 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร เขียนไว้ว่าต้อง "ผ่านเกณฑ์การประเมินโดยวิธีการทดสอบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน" การประเมินเป็นการสอบข้อเขียน 3 ชั่วโมง และต้องได้คะแนน "ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80"
ลำดับงานฝั่งเอกสารตามข้อ 22 ถึงข้อ 27 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร เป็นแบบนี้
- ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมแจ้งข้อมูลสอบ พร้อมรับรองคุณสมบัติของผู้เข้าประเมินรายบุคคล ส่งกองความปลอดภัยแรงงานไม่น้อยกว่า 30 วันทำการก่อนประเมิน (ข้อ 24)
- กองความปลอดภัยแรงงานประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าประเมินไม่น้อยกว่า 5 วันทำการก่อนวันสอบ (ข้อ 26 (1))
- สอบข้อเขียน 3 ชั่วโมง โดยแสดงบัตรประจำตัวและลงชื่อในทะเบียนคุม (ข้อ 22)
- ประกาศผลภายใน 30 วันทำการหลังสอบเสร็จ (ข้อ 26 (2))
- กรมฯ ออกหลักฐานผ่านการประเมินภายใน 30 วันทำการนับแต่วันประกาศผล (ข้อ 27)
คุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ต้องครบตั้งแต่ก่อนเข้าอบรม เพราะข้อ 7 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการและข้อ 3 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติแล้วเป็นผู้เข้าอบรม และผู้ให้บริการต้องรับรองคุณสมบัติผู้เข้าอบรมรายบุคคลตามแบบ กภ.ทส.ชก ก่อนส่งรายชื่อสอบตามลำดับที่ 1 ผู้ที่ตรวจคุณสมบัติครบตั้งแต่ขั้นที่ 1 จึงไม่ต้องเสียเวลาอบรมแล้วไปติดตอนส่งรายชื่อสอบ
ถ้ายังไม่ผ่าน ข้อ 23 วรรคสอง ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร เปิดให้สอบใหม่ "ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก" ถ้าเลยกรอบนี้ "ต้องเข้ารับการอบรมใหม่" คนที่สอบรอบแรกไม่ผ่านจึงควรวางวันสอบรอบถัดไปทันที และเผื่อเวลาส่งข้อมูลล่วงหน้าอีก 30 วันทำการ เกณฑ์และกติกาห้องสอบทั้งหมดอยู่ในบทการประเมินข้อเขียนผู้ชำนาญการ 3 ชั่วโมง เกณฑ์ร้อยละ 80 และการทดสอบใหม่
ขั้นที่ 5 ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานสี่รายการ
เมื่อได้หลักฐานผ่านการประเมินแล้ว จึงยื่นคำขอรับใบอนุญาต ข้อ 8 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดข้อมูลและเอกสารไว้ 4 รายการ
- เลขประจำตัวประชาชน
- เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6
- คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม (1) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
- เอกสารการผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินตามข้อ 7
แบบคำขอใช้แบบ กภ.คบญ.33 ตามประกาศกรมฯ เรื่องแบบคำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาต ข้อ 3 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ถ้ามีเหตุทำทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ จึงยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือยื่นที่กองความปลอดภัยแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสถานที่อื่นตามที่ประกาศ หมายเหตุท้ายแบบคำขอระบุว่า ถ้าผู้ขอยื่นด้วยตนเองไม่ได้ มอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นแทนได้
เอกสารชุดที่ 2 คือชุดเดียวกับที่เตรียมไว้ตั้งแต่ขั้นที่ 1 และ 2 ถ้าจัดแฟ้มไว้ตั้งแต่ต้น ขั้นนี้จะเหลือแค่แนบหลักฐานผ่านการประเมินเพิ่ม เมื่อกรมฯ ตรวจแล้วพบว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบ ข้อ 9 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการให้แก้ไขหรือส่งเพิ่ม "ภายในสามสิบวัน" ถ้าไม่ทัน ให้ถือว่าไม่ประสงค์ดำเนินการต่อและจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ขั้นที่ 6 กรมฯ พิจารณาและออกใบอนุญาต
เมื่อคำขอครบ ข้อ 10 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้ "อธิบดีพิจารณาคำขอและตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน" และระหว่างนั้นเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงได้ กรอบเวลาหลังจากนั้นเรียงได้ดังนี้
| เหตุการณ์ | กรอบเวลา | ข้อ |
|---|---|---|
| กรมฯ มีคำสั่งออกใบอนุญาต แจ้งเป็นหนังสือ | ภายใน 7 วันนับแต่มีคำสั่ง | ข้อ 11 |
| ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียม | ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง | ข้อ 11 |
| ไม่ชำระภายในกำหนด | ถือว่าไม่ประสงค์รับใบอนุญาต จำหน่ายเรื่อง | ข้อ 11 วรรคสอง |
| กรมฯ มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต | กรมฯ แจ้งเป็นหนังสือพร้อมเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วันนับแต่มีคำสั่ง | ข้อ 10 วรรคสาม |
| ผู้ขออุทธรณ์ | เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง คำวินิจฉัยเป็นที่สุด | มาตรา 33 วรรคสาม ประกอบมาตรา 12 |
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฉบับละ 5,000 บาท ผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (4) ได้รับยกเว้นตามข้อ 22 และใช้ใบได้เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. ตามข้อ 13 ตามที่เล่าไว้ในขั้นที่ 2 ใบอนุญาตจัดส่งทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เว้นแต่แจ้งว่าจะรับด้วยตนเอง
ปลายทางของขั้นนี้คือข้อ 12 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ "ใบอนุญาตให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต" ตั้งแต่วันที่ได้ใบ จึงเริ่มให้คำแนะนำและรับรองผลในฐานะผู้ชำนาญการได้ ก่อนหน้านั้นยังทำในฐานะผู้ชำนาญการไม่ได้ เพราะมาตรา 63 กำหนดโทษของการเป็นผู้ชำนาญการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 33 ไว้ที่จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หลังได้ใบอนุญาต
ใบอนุญาต 5 ปีมีงานที่ต้องดูแลต่ออีกสามเรื่อง ตรงนี้เล่าเพียงสั้น ๆ เพราะแต่ละเรื่องมีบทของตัวเอง
พัฒนาความรู้ทุกปี ข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้ผู้ชำนาญการต้องผ่านการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม (CPD) ประกาศกรมฯ เรื่องการพัฒนาความรู้ ข้อ 2 กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี โดยคิดจากจำนวนชั่วโมงคูณค่าน้ำหนักของกิจกรรม วิธีคิดน้ำหนักอยู่ในบทพัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
ต่ออายุให้ทัน ข้อ 14 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการให้ยื่นคำขอต่ออายุภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมเอกสารการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้เพิ่มเติม ยื่นแล้วทำงานต่อได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุ
ทำหน้าที่ตามข้อ 19 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ แจ้งกำหนดการก่อนเข้าดำเนินการไม่น้อยกว่า 7 วัน ส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันหลังเสร็จงาน และรักษาความลับของนายจ้าง การพักใช้และเพิกถอนผูกอยู่กับหน้าที่ชุดนี้ อ่านต่อได้ในบทอายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน ส่วนขอบเขตงานที่ผู้ชำนาญการรับรองและหลักฐานที่นายจ้างควรขอดู อยู่ในบทขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง
จุดที่ควรวางแผนไว้ก่อน
ประสบการณ์ 5 ปีต้องมีหลักฐาน งานที่ทำมาหลายปีอาจกระจายอยู่หลายที่ทำงาน ควรขอหนังสือรับรองการทำงานจากที่ทำงานเดิมตั้งแต่ตอนนี้ ระบุช่วงเวลาและลักษณะงานให้ตรงกับสี่เรื่องในข้อ 5 (6)
เลือกเส้นทางเดียวที่หลักฐานชัดที่สุด ข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดไว้เพียงอย่างหนึ่งอย่างใด คนที่มีคุณสมบัติได้มากกว่าหนึ่งเส้นทาง เช่น จบปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและเป็น จป.วิชาชีพด้วย ต้องเลือกเส้นทางที่ใช้ยื่น ซึ่งผูกกับค่าธรรมเนียมและขอบเขตตามข้อ 13 คู่ข้อ 22 ที่เล่าไว้ในขั้นที่ 2 โดยเฉพาะถ้ามีแผนย้ายสถานประกอบกิจการ
นับเวลารวมให้พอ ก่อนสอบ ผู้จัดอบรมต้องแจ้งกำหนดการและรายชื่อผู้เข้าอบรมต่อกองความปลอดภัยแรงงานไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนอบรม และส่งข้อมูลสอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ส่วนหลังวันสอบ กรอบสูงสุดตามตัวบทคือ ประกาศผลไม่เกิน 30 วันทำการ ออกหลักฐานไม่เกิน 30 วันทำการ พิจารณาคำขอ 60 วัน แจ้งคำสั่ง 7 วัน และชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน รวมแล้วราว 6 เดือน ไม่นับเวลาที่ผู้ขอใช้เตรียมยื่นคำขอ ระยะเวลาก่อนสอบขึ้นกับตารางอบรมและตารางสอบ ซึ่งตัวบทไม่ได้กำหนดไว้
หลักฐานขึ้นทะเบียน จป. ต้องพร้อมก่อนยื่น ผู้ที่ใช้เส้นทางข้อ 6 (4) ต้องมีหลักฐานการขึ้นทะเบียน จป. ในสถานประกอบกิจการที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งนายจ้างต้องนำรายชื่อไปขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง ตามข้อ 42 กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2565 ทบทวนขั้นตอนได้ที่ขึ้นทะเบียน จป. ทำอย่างไร
ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ หลักสูตรผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ยังไม่เปิดรับสมัคร ลงชื่อไว้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เราจะแจ้งทางอีเมลและโทรศัพท์เมื่อเปิดรอบอบรม และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 3 ข้อ 5 ถึงข้อ 14 ข้อ 19 ถึงข้อ 22
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ ข้อ 3 ถึงข้อ 6 ข้อ 10 ข้อ 15 ข้อ 22 ถึงข้อ 27
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบคำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ ข้อ 2 และแบบ กภ.คบญ.33
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมของผู้ชำนาญการฯ ข้อ 2
- คำชี้แจงกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กุมภาพันธ์ 2568
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 12 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 63
- กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 ข้อ 42
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)
ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต