พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยที่ได้รับใบอนุญาตแล้วมีหน้าที่รับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม (CPD) ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี ชั่วโมงที่นับได้คือชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนัก (weighting) ของกิจกรรม เรียนออนไลน์ 12 ชั่วโมงจึงอาจนับได้เพียง 6 ชั่วโมง ส่วนบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารซึ่งผ่านผู้ประเมิน (peer-reviewed) นับได้ 7.5 ชั่วโมงต่อหน้า
ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและรับรองผลการประเมินอันตราย (hazard assessment) ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ความรู้ที่ใช้รับรองผลจึงต้องทันกับงานจริงตลอดอายุใบอนุญาต หลักฐานของทุกกิจกรรมเป็นเอกสารที่ต้องแนบตอนยื่นต่ออายุใบอนุญาต วางแผนตั้งแต่ต้นปีจะช่วยให้รอบต่ออายุไม่สะดุด
ที่มาในกฎกระทรวงข้อ 20 และประกาศกรมฯ
หน้าที่พัฒนาความรู้มี 2 ชั้น ชั้นแรกอยู่ในกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (เรียกต่อไปว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) ชั้นที่สองอยู่ในประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กรมฯ)
ลำดับชั้นกฎหมาย: พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ มาตรา 33 → กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 ข้อ 20 → ประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ข้อ 2 และตารางแนบท้าย
ข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดหัวข้อของการพัฒนาความรู้ไว้ แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมง
"ผู้ชำนาญการต้องได้รับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง รวมทั้งการจัดทำผลการประเมินอันตราย แผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา"
ตัวเลขชั่วโมงมาจากประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมของผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งต่อไปเรียกว่า ประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 2 ของประกาศกรมฯ ฉบับนี้มี 2 วรรค วรรคหนึ่งกำหนดหัวข้อและจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำ วรรคสองกำหนดวิธีคำนวณ
"ให้ผู้ชำนาญการได้รับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และจัดทำผลการประเมินอันตราย แผนการดำเนินงาน และแผนการควบคุมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่กำหนดไว้ในตารางแนบท้ายประกาศนี้"
ถ้อยคำ "อย่างหนึ่งอย่างใด" ให้ผู้ชำนาญการเลือกวิธีจากตารางได้เอง ตัวบทไม่ได้ห้ามรวมหลายวิธี และสูตรในวรรคสองคิดเป็นรายกิจกรรม จึงรวมชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนักจากหลายกิจกรรมให้ถึง 6 ชั่วโมงในปีนั้นได้
เนื้อหาที่นับได้ผูกกับงานตามมาตรา 32
ทั้งข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการและข้อ 2 ของประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ระบุหัวข้อไว้ตรงกัน และตรงกับงานที่ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างตามข้อ 19 (1) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ
ตัวบทไม่ได้ให้รายชื่อหลักสูตรหรือหัวข้อย่อยที่นับได้ และไม่ได้ระบุว่าใครรับรองว่ากิจกรรมใดเข้าข่าย เมื่อยื่นต่ออายุ กรมฯ ตรวจเอกสารตามข้อ 14 ประกอบข้อ 9 ถึงข้อ 11 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ
เลือกกิจกรรมที่ชื่อเรื่องและเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินอันตรายหรือการวางแผนควบคุมอย่างชัดเจน และเก็บเอกสารที่แสดงเนื้อหานั้นไว้ด้วย
สูตรคำนวณชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
ข้อ 2 วรรคสองของประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้กำหนดสูตรไว้ และหมายเหตุท้ายตารางเขียนซ้ำอีกครั้ง
ชั่วโมงที่นับได้ = จำนวนชั่วโมง × ค่าน้ำหนักที่กำหนด
การคำนวณมี 2 ขั้น ขั้นแรกแปลงกิจกรรมเป็นจำนวนชั่วโมงตามคอลัมน์ "หลักเกณฑ์การนับชั่วโมง" ซึ่งบางวิธีนับตามเวลาจริง บางวิธีนับตามหน่วยกิต จำนวนหน้า หรือจำนวนสัปดาห์ ขั้นที่สองนำจำนวนชั่วโมงนั้นคูณค่าน้ำหนักของวิธีนั้น ระวังข้ามขั้นแรก เช่น นับรายงาน 3 หน้าเป็น 3 ชั่วโมง ทั้งที่ตารางกำหนดให้นับ 2 ชั่วโมงต่อหน้า
ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักตามประกาศกรมฯ
ตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้แบ่งกิจกรรมเป็น 5 กลุ่ม รวม 16 วิธี

| กลุ่ม | วิธี | หลักเกณฑ์การนับชั่วโมง | ค่าน้ำหนัก |
|---|---|---|---|
| 1. การศึกษาแบบเป็นทางการ | 1.1 หลักสูตรที่เรียนในสถาบันการศึกษา (เข้าเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด) | 15 ชม. ต่อ 1 หน่วยกิต | 1.0 |
| 1.2 หลักสูตรอบรมที่สอบวัดผลรายบุคคล | ตามชั่วโมงที่เรียน | สอบผ่าน 1.0 · สอบไม่ผ่าน 0.5 | |
| 1.3 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ | ตามชั่วโมงที่เข้าอบรม | 1.0 | |
| 2. การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ | 2.1 เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำรายงานสรุปพร้อมระบุแหล่งที่มา | 2 ชม. ต่อหน้ารายงาน (เนื้อหาตั้งแต่ครึ่งหน้า A4) | 0.5 |
| 2.2 การศึกษาทางไกล ทำรายงานสรุปพร้อมระบุแหล่งที่มา | 2 ชม. ต่อหน้ารายงาน (เนื้อหาตั้งแต่ครึ่งหน้า A4) | 0.5 | |
| 2.3 ศึกษาดูงาน และทำรายงานสรุป | ตามชั่วโมงดูงาน ไม่นับเวลาเดินทาง | 0.5 | |
| 2.4 ฝึกอบรมระหว่างปฏิบัติงาน (OJT) | ตามชั่วโมงที่ฝึก | 0.5 | |
| 2.5 E-learning ที่วัดผลหลังอบรมและต้องผ่าน | ตามชั่วโมงที่ศึกษา | 0.5 | |
| 3. สัมมนาและประชุมทางวิชาการหรือวิชาชีพ | 3.1 เข้าฟังสัมมนาหรือประชุมวิชาการ | ตามชั่วโมงที่เข้าร่วม | 1.0 |
| 3.2 ประชุมคณะกรรมการหรืออนุกรรมการด้านวิชาการหรือวิชาชีพ | ตามชั่วโมงที่ประชุม | 1.0 | |
| 4. การมีส่วนร่วมพัฒนามาตรฐาน | 4.1 ร่วมพิจารณามาตรฐานเชิงเทคนิคกับหน่วยงานราชการ เช่น กฎกระทรวง ประกาศ | ตามชั่วโมงที่พิจารณา | 1.0 |
| 4.2 ร่วมจัดทำมาตรฐานกับหน่วยงานอื่น และมีรายงานเอกสารวิชาการ | 3 ชม. ต่อหน้า A4 ของร่างมาตรฐาน | 1.0 | |
| 5. การสร้างสรรค์ความรู้ | 5.1 บทความวิจัยในวารสารที่ผ่านผู้ประเมิน หนังสือ หรือเอกสารวิชาการ | 5 ชม. ต่อหน้า | 1.5 |
| 5.2 บทความวิจัยในวารสารที่ไม่ต้องผ่านผู้ประเมิน | 5 ชม. ต่อหน้า | 0.5 | |
| 5.3 การทำวิจัย | 3 ชม. ต่อสัปดาห์ของการวิจัย (ในปีที่ทำการยื่น) | 2.0 | |
| 5.4 เป็นวิทยากรในการอบรมหรือสัมมนา | ตามชั่วโมงที่บรรยาย | 1.0 |
ข้อความในตารางย่อจากตัวบท ก่อนนับจริงให้เปิดถ้อยคำเต็มในประกาศกรมฯ
กลุ่มที่ 1 การศึกษาแบบเป็นทางการ
กลุ่มนี้คูณ 1.0 เป็นหลัก วิธี 1.1 คือการลงเรียนรายวิชาในสถาบันการศึกษา นับ 15 ชั่วโมงต่อ 1 หน่วยกิต โดยต้องเข้าเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด
วิธี 1.2 คือหลักสูตรอบรมที่สอบวัดผลรายบุคคล นับตามชั่วโมงที่เรียนทั้งกรณีสอบผ่านและไม่ผ่าน ต่างกันที่ค่าน้ำหนัก สอบผ่านคูณ 1.0 สอบไม่ผ่านคูณ 0.5 วิธี 1.3 คือการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ นับตามชั่วโมงที่เข้าอบรม
กลุ่มที่ 2 การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ
ทุกวิธีในกลุ่มนี้คูณ 0.5 วิธี 2.1 และ 2.2 ต้องทำรายงานสรุปพร้อมระบุแหล่งที่มา นับ 2 ชั่วโมงต่อหน้า โดยหน้านั้นต้องมีเนื้อหาตั้งแต่ครึ่งหน้ากระดาษ A4 ขึ้นไป และต้องทำตามรูปแบบรายงานท้ายประกาศ
รูปแบบท้ายประกาศกำหนดรายละเอียดไว้ชัด ได้แก่ ฟอนต์ TH Sarabun PSK ชื่อเรื่องขนาด 22 ตัวหนา ชื่อผู้จัดทำและหัวข้อเรื่องขนาด 20 ตัวหนา เนื้อหาขนาด 18 ตัวปกติ ระยะขอบบน 3 เซนติเมตร ขอบซ้าย 3.5 เซนติเมตร ขอบขวาและขอบล่าง 2 เซนติเมตร หน้าปกระบุว่าจัดทำเพื่อประกอบการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ
วิธี 2.3 การศึกษาดูงานต้องทำรายงานสรุปเช่นกัน นับเฉพาะชั่วโมงที่ดูงาน ไม่นับเวลาเดินทาง วิธี 2.4 คือการฝึกอบรมระหว่างปฏิบัติงาน (OJT) นับตามชั่วโมงที่ฝึก
วิธี 2.5 คือการศึกษาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-learning) ซึ่งต้องครบ 2 เงื่อนไข คือ หลักสูตรวัดผลหลังการอบรม และผู้เรียนผ่านการวัดผล คลิปความรู้ที่ดูจบโดยไม่มีแบบทดสอบจึงไม่เข้าวิธี 2.5
กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 สัมมนาและการพัฒนามาตรฐาน
ทุกวิธีใน 2 กลุ่มนี้คูณ 1.0 และนับตามชั่วโมงที่เข้าร่วมจริง ยกเว้นวิธี 4.2 การจัดทำมาตรฐานกับหน่วยงานอื่น ซึ่งนับ 3 ชั่วโมงต่อหน้า A4 ของร่างมาตรฐาน
กลุ่มที่ 5 การสร้างสรรค์ความรู้
วิธี 5.1 คือบทความวิจัยในวารสารที่ผ่านผู้ประเมิน รวมถึงหนังสือหรือเอกสารวิชาการ นับ 5 ชั่วโมงต่อหน้า คูณ 1.5 วิธี 5.2 คือบทความวิจัยในวารสารที่ไม่ต้องผ่านผู้ประเมิน นับ 5 ชั่วโมงต่อหน้าเท่ากัน แต่คูณ 0.5
วิธี 5.3 งานวิจัยมีค่าน้ำหนักสูงสุดในตาราง คือ 2.0 นับ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่วิจัย ตัวบทกำกับในวงเล็บว่า "ในปีที่ทำการยื่น" วิธี 5.4 การเป็นวิทยากรในการอบรมหรือสัมมนา นับตามชั่วโมงที่บรรยาย คูณ 1.0
ตัวอย่างคำนวณจากตารางจริง
ตัวอย่างใช้เกณฑ์และค่าน้ำหนักตามตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ ตัวเลขกิจกรรมเป็นค่าสมมุติ
| กิจกรรม | แปลงเป็นชั่วโมง | ค่าน้ำหนัก | นับได้ |
|---|---|---|---|
| E-learning 12 ชม. มีแบบทดสอบหลังเรียน และสอบผ่าน (2.5) | 12 | 0.5 | 6 |
| สัมมนาวิชาการเรื่องการประเมินอันตราย 6 ชม. (3.1) | 6 | 1.0 | 6 |
| หลักสูตรอบรม 6 ชม. มีสอบรายบุคคล สอบผ่าน (1.2) | 6 | 1.0 | 6 |
| หลักสูตรเดียวกัน แต่สอบไม่ผ่าน (1.2) | 6 | 0.5 | 3 |
| รายงานเรียนรู้ด้วยตนเอง 3 หน้า (2.1) | 3 หน้า × 2 = 6 | 0.5 | 3 |
| ดูงาน 5 ชม. รวมเดินทาง 2 ชม. (2.3) | 5 − 2 = 3 | 0.5 | 1.5 |
| บทความวิจัยที่ผ่านผู้ประเมิน 2 หน้า (5.1) | 2 หน้า × 5 = 10 | 1.5 | 15 |
| วิทยากรอบรมเรื่องชี้บ่งอันตราย 3 ชม. (5.4) | 3 | 1.0 | 3 |
E-learning 12 ชั่วโมงที่วัดผลและสอบผ่าน คูณ 0.5 ได้ 6 ชั่วโมง พอดีกับเกณฑ์ต่อปี
การผสมกิจกรรมทำได้ เช่น เป็นวิทยากร 3 ชั่วโมง นับได้ 3 ชั่วโมง รวมกับรายงานเรียนรู้ด้วยตนเอง 3 หน้า นับได้ 3 ชั่วโมง รวมเป็น 6 ชั่วโมง ครบเกณฑ์ของปีนั้น
เกณฑ์รายปีกับใบอนุญาต 5 ปี
ใบอนุญาตผู้ชำนาญการมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตตามข้อ 12 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ส่วนเกณฑ์พัฒนาความรู้ตามประกาศกรมฯ เขียนเป็น "ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี" ใบอนุญาตแต่ละรอบจึงครอบคลุมการพัฒนาความรู้ 5 ปี
ตัวบทยังไม่ได้ระบุรายละเอียดอีกหลายจุดที่ผู้ถือใบอนุญาตต้องตัดสินใจเอง ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นเหล่านี้
- การนับ "ปี" ตัวบทไม่ได้ระบุว่านับตามปีปฏิทิน ปีงบประมาณ หรือปีตามวันออกใบอนุญาต
- ชั่วโมงเกินของปีหนึ่ง ตัวบทไม่ได้ระบุว่ายกไปนับในปีถัดไปได้หรือไม่
- คำว่า "ในปีที่ทำการยื่น" ในวิธี 5.3 ตัวบทไม่ได้อธิบายเพิ่มว่าหมายถึงปีที่ยื่นต่ออายุหรือปีที่รายงานกิจกรรม
- ผลของการขาดชั่วโมงในปีใดปีหนึ่ง ข้อ 16 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการผูกการพักใช้ใบอนุญาตไว้กับข้อ 19 เท่านั้น ไม่ได้ผูกกับข้อ 20 ส่วนในขั้นต่ออายุ เอกสารพัฒนาความรู้เป็นเอกสารที่ข้อ 14 ให้ยื่นพร้อมคำขอ ถ้าไม่ครบ กรมฯ ให้แก้ไขภายใน 30 วันตามข้อ 9 ไม่ทันถือว่าไม่ประสงค์ดำเนินการต่อ
ทำให้ครบ 6 ชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนักในทุกปีของอายุใบอนุญาต และจัดหลักฐานแยกเป็นรายปี วิธีนี้ไม่ต้องพึ่งการตีความ หากต้องการคำตอบที่แน่นอนในประเด็นข้างต้น ให้สอบถามกองความปลอดภัยแรงงาน กรมฯ ก่อนวางแผน
หลักฐานที่ต้องเก็บไว้ยื่นต่ออายุ
ข้อ 14 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุยื่นคำขอภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมใบอนุญาตและเอกสารการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้เพิ่มเติม คำชี้แจงของกรมฯ แจกแจงเอกสารเป็น 4 รายการ คือ แบบคำขอต่ออายุ ใบอนุญาต เอกสารแสดงการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม และเอกสารอื่นตามแบบคำขอ แบบคำขอที่ใช้คือแบบ กภ.คบญ.33 ซึ่งใช้ร่วมกันทั้งการขอใบอนุญาต ขอใบแทน และขอต่ออายุ
ตัวบทกำหนดรูปแบบเอกสารไว้เฉพาะรายงานในกลุ่มที่ 2 ส่วนกิจกรรมอื่นไม่ได้ระบุชนิดหลักฐาน ตารางต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่รายการที่กฎหมายกำหนด
| กิจกรรม | หลักฐานที่ควรเก็บ |
|---|---|
| เรียนในสถาบัน (1.1) | ใบแสดงผลการเรียน หลักฐานจำนวนหน่วยกิต และการเข้าเรียน |
| อบรมที่มีสอบ (1.2) และเชิงปฏิบัติการ (1.3) | วุฒิบัตรหรือหนังสือรับรอง ที่ระบุชื่อหลักสูตร จำนวนชั่วโมง วันที่ และผลสอบ |
| รายงานเรียนรู้ด้วยตนเองหรือทางไกล (2.1 2.2) | รายงานตามรูปแบบท้ายประกาศ พร้อมรายการแหล่งที่มา |
| ดูงาน (2.3) | รายงานสรุปการดูงาน กำหนดการที่แยกเวลาดูงานออกจากเวลาเดินทาง |
| OJT (2.4) | บันทึกการฝึกที่ระบุหัวข้อ ผู้ฝึก วันที่ และจำนวนชั่วโมง |
| E-learning (2.5) | หนังสือรับรองการเรียนจบที่แสดงผลการวัดผลว่าผ่าน และจำนวนชั่วโมงของหลักสูตร |
| สัมมนาและประชุม (3.1 3.2) | หนังสือเชิญหรือกำหนดการ หลักฐานการลงทะเบียนเข้าร่วม |
| พัฒนามาตรฐาน (4.1 4.2) | หนังสือแต่งตั้ง รายงานการประชุม ร่างมาตรฐานที่ใช้นับหน้า |
| ผลงานวิชาการและวิจัย (5.1 ถึง 5.3) | สำเนาบทความหรือหนังสือ หลักฐานการตีพิมพ์ บันทึกระยะเวลาวิจัยรายสัปดาห์ |
| วิทยากร (5.4) | หนังสือเชิญเป็นวิทยากร กำหนดการที่ระบุหัวข้อและชั่วโมงบรรยาย |
หลักฐานทุกชิ้นควรแสดงชื่อผู้ชำนาญการ จำนวนชั่วโมงหรือหน้าที่ใช้คำนวณ และหัวข้อที่โยงกับการประเมินอันตราย จัดเก็บเป็นแฟ้มรายปี มีตารางสรุปการคำนวณไว้หน้าแฟ้ม
แยกให้ชัดจากหลักสูตร 24 ชั่วโมง
หลักสูตรผู้ชำนาญการกับการพัฒนาความรู้มักสับสนกัน หลักสูตรผู้ชำนาญการคือการฝึกอบรมก่อนขอใบอนุญาตตามข้อ 7 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ รายละเอียดอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ (เรียกต่อไปว่า ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร) ซึ่งกำหนดเวลาอบรม 24 ชั่วโมง ใน 3 หมวดวิชา
ส่วนการพัฒนาความรู้ตามข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ เริ่มหลังได้รับใบอนุญาต และทำต่อเนื่องทุกปี
| ประเด็น | หลักสูตร 24 ชั่วโมง | พัฒนาความรู้ 6 ชั่วโมงต่อปี |
|---|---|---|
| ฐานในกฎกระทรวง | ข้อ 7 | ข้อ 20 |
| ประกาศกรมฯ ที่ใช้ | เรื่องหลักสูตร | เรื่องพัฒนาความรู้ |
| ช่วงเวลา | ก่อนยื่นคำขอใบอนุญาต | ตลอดอายุใบอนุญาต |
| รูปแบบ | อบรมกับกรมฯ หรือผู้ให้บริการฝึกอบรม แล้วประเมินกับกรมฯ | เลือกได้ 16 วิธีตามตาราง |
| การนับชั่วโมง | เต็มเวลาตลอดหลักสูตร | ชั่วโมงคูณค่าน้ำหนัก |
| ใช้ประกอบ | คำขอใบอนุญาต (ข้อ 8 (4)) | คำขอต่ออายุ (ข้อ 14) |
หมวดวิชาที่ 1 หัวข้อ (ข) ของหลักสูตร 24 ชั่วโมงปูพื้นเรื่องการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้ของผู้ชำนาญการไว้แล้ว อ่านต่อได้ที่ หลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ
เลข 6 ชั่วโมงต่อปีอีกชุดหนึ่งที่อาจทำให้สับสน คือข้อ 15 (6) ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการฝึกอบรมจัดให้วิทยากรของตนพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี เกณฑ์นั้นแยกจากหน้าที่ของผู้ชำนาญการตามข้อ 20 และไม่ได้ใช้ตารางค่าน้ำหนักชุดนี้
ผู้ชำนาญการที่เป็น จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปด้วย (รวมทุกคนที่ได้ใบอนุญาตด้วยเส้นทางข้อ 6 (4)) ยังอยู่ในเกณฑ์อีกชุด คือนายจ้างต้องจัดให้ได้รับการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงตามข้อ 23 ของกฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 สองชุดนี้ออกตามกฎหมายคนละฉบับ ควรเก็บหลักฐานแยกแฟ้ม และกิจกรรมที่จะนับเป็นพัฒนาความรู้ของผู้ชำนาญการต้องมีเนื้อหาตรงหัวข้อในข้อ 2 ของประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ดูเพิ่มที่ ต่ออายุความรู้ จป.วิชาชีพ
วางแผนพัฒนาความรู้ตลอดรอบใบอนุญาต
ขั้นตอนที่ใช้ได้กับผู้ถือใบอนุญาตทุกเส้นทาง
- ต้นปี ตั้งเป้า 6 ชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนัก แล้วเลือกกิจกรรมจากตาราง
- ก่อนลงทะเบียน ตรวจว่ากิจกรรมนั้นเข้าวิธีใดในตาราง เช่น หลักสูตรออนไลน์มีแบบทดสอบหลังเรียนหรือไม่ หลักสูตรอบรมสอบรายบุคคลหรือไม่
- หลังจบกิจกรรม เก็บหลักฐานทันที และบันทึกการคำนวณลงตารางสรุปประจำปี
- ไตรมาสสุดท้ายของปี ตรวจยอดสะสม หากยังไม่ครบ ใช้กิจกรรมค่าน้ำหนัก 1.0 เช่น สัมมนาวิชาการ เพื่อปิดยอดได้เร็ว
- ก่อนเข้าช่วงต่ออายุ เก็บชั่วโมงของปีที่ 5 ให้ครบก่อนเข้าช่วง 90 วัน เพราะหลักฐานต้องแนบไปพร้อมคำขอ รวมแฟ้ม 5 ปี ตรวจความครบถ้วน แล้วยื่นคำขอภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ขั้นตอนต่ออายุฉบับเต็มอยู่ใน อายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน
ขอบเขตงานที่ความรู้ชุดนี้นำไปใช้อยู่ที่ ขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง
สรุป
- ข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 กำหนดหัวข้อของการพัฒนาความรู้ ส่วนประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ข้อ 2 กำหนดขั้นต่ำ 6 ชั่วโมงต่อปี
- ชั่วโมงที่นับได้เท่ากับจำนวนชั่วโมงคูณค่าน้ำหนัก ตาราง 16 วิธีมีค่าน้ำหนักตั้งแต่ 0.5 ถึง 2.0
- หลักฐานพัฒนาความรู้เป็นเอกสารที่ต้องแนบตอนยื่นต่ออายุตามข้อ 14 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ควรจัดแฟ้มแยกเป็นรายปี
- การพัฒนาความรู้หลังได้ใบอนุญาตเป็นคนละเรื่องกับหลักสูตร 24 ชั่วโมงก่อนขอใบอนุญาต
ยังไม่มีใบอนุญาตผู้ชำนาญการ ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรม ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 7 ข้อ 12 ข้อ 14 ข้อ 16 ข้อ 19 ข้อ 20
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมของผู้ชำนาญการฯ ข้อ 1 ข้อ 2 ตารางแนบท้าย และรูปแบบรายงานแนบท้าย
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ ข้อ 4 ข้อ 15
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบคำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ ข้อ 2 (แบบ กภ.คบญ.33)
- คำชี้แจงกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 หัวข้อ 5.1.2
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 32 มาตรา 33
- กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานฯ พ.ศ. 2565 ข้อ 23
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)
ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต

อายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน
สรุปข้อ 12 ถึงข้อ 18 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 อายุใบอนุญาต 5 ปี ยื่นต่ออายุภายใน 90 วัน ใบแทน พักใช้ไม่เกิน 60 วัน เพิกถอน 4 กรณี พร้อมตารางเทียบ