👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

ขึ้นทะเบียน จป. ทำอย่างไร — 5 ขั้นตอน + เอกสาร 4 ชุดที่ต้องเตรียม

ขึ้นทะเบียน จป. ใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง — 5 ขั้นตอน เอกสาร 4 ชุด และ 3 ช่องทางยื่นที่นายจ้าง/HR ต้องรู้ครบในที่เดียว ตามกฎกระทรวง จป. 2565 + ประกาศกรม 2565

Safety Station 10114 พฤษภาคม 2569อ่าน 14 นาที · 3,125 คำ
ขึ้นทะเบียน จป. ทำอย่างไร — 5 ขั้นตอน + เอกสาร 4 ชุดที่ต้องเตรียม

อบรม จป. จบแล้ว — รับใบรับรองเรียบร้อย หลายคนคิดว่าเสร็จแล้ว แต่เอาจริง ๆ ขั้นที่นายจ้างพลาดกันบ่อยที่สุด คือขั้นถัดมา

กฎหมายปัจจุบันบังคับให้นายจ้างต้องนำรายชื่อ จป. ทุกระดับ — ตั้งแต่หัวหน้างาน บริหาร เทคนิค เทคนิคขั้นสูง วิชาชีพ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย — ไปขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง ตามข้อ 42 แห่งกฎกระทรวง พ.ศ. 2565

30 วันแปลว่า "30 วัน" จริง ๆ — ไม่ใช่ "เดือนนี้" หรือ "ในไตรมาส" หลายโรงงานที่อบรมเสร็จแล้วทิ้งไว้ครึ่งปี พอตรวจมาเช็คเจอ ก็เข้าข่ายฝ่าฝืน

ลองดู 5 ขั้นตอนที่จะพา HR / นายจ้าง ตั้งแต่หลังอบรมจนได้ใบขึ้นทะเบียนกลับมาเก็บไว้ในแฟ้ม

ขั้นที่ 1: อบรมจบ + รับใบรับรอง

แผนภาพ isometric 5 ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป. — อบรมจบ ออกคำสั่งแต่งตั้ง รวบรวมเอกสาร กรอกแบบ กภ.จพ. และยื่น

ก่อนจะขึ้นทะเบียนได้ ผู้ที่จะเป็น จป. ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรของระดับนั้น ๆ จากหน่วยฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน — หรือจัดอบรม in-house กับวิทยากรที่ขึ้นทะเบียน

หลังอบรมจบจะได้ ใบรับรองผ่านการฝึกอบรม — เอกสารชิ้นนี้คือหลักฐานสำคัญที่ต้องเก็บไว้แนบในขั้นถัดไป ห้ามทำหาย

เคล็ดสำหรับ HR — ขอใบรับรองจากหน่วยฝึกอบรมเป็น 2 ฉบับเสมอ ฉบับหนึ่งให้ จป. คนนั้น อีกฉบับเก็บที่บริษัทเป็นต้นฉบับสำรอง

สำหรับ จป.เทคนิคขั้นสูงและ จป.วิชาชีพ นอกจากใบรับรองอบรมแล้ว ยังต้องผ่านการประเมินคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมฯ เพิ่มเติม (ตามข้อ 44 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565) ส่วน จป.หัวหน้างาน บริหาร และเทคนิค ใช้ใบรับรองอบรมยื่นได้เลย

ขั้นที่ 2: นายจ้างออกคำสั่งแต่งตั้ง

อบรมเสร็จยังไม่พอ — ต้องมี คำสั่งแต่งตั้ง จากนายจ้างหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชื่อบุคคล ตำแหน่ง ระดับ จป. และวันที่แต่งตั้ง

วันที่ในคำสั่งสำคัญมาก — เพราะนาฬิกา 30 วันเริ่มนับจากวันนี้ ไม่ใช่วันที่อบรมจบหรือวันที่ออกใบรับรอง

ตัวอย่างเนื้อหาที่ต้องมีในคำสั่งแต่งตั้ง:

  • ชื่อ-นามสกุล และตำแหน่งงานปัจจุบันของผู้ถูกแต่งตั้ง
  • ระดับ จป. ที่แต่งตั้ง (หัวหน้างาน / บริหาร / เทคนิค / เทคนิคขั้นสูง / วิชาชีพ)
  • หน้าที่ตามที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2565 กำหนด
  • วันที่มีผลแต่งตั้ง
  • ลายเซ็นนายจ้างหรือผู้มีอำนาจ + ตรายางบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล)

ขั้นที่ 3: รวบรวมเอกสาร 4 ชุด

ไอคอน 4 ชุดเอกสารยื่นขึ้นทะเบียน จป. — คำสั่งแต่งตั้ง ใบรับรองอบรม หนังสือเดินทาง และหลักฐานทะเบียนเดิม

ตามข้อ 2 ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การแจ้งการขึ้นทะเบียนฯ ลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565 นายจ้างต้องแนบเอกสารหรือหลักฐาน 4 รายการ

ลำดับ เอกสาร หมายเหตุ
(1) สำเนาคำสั่งแต่งตั้งเป็น จป. (ทุกระดับที่ขึ้นทะเบียน) ต้องเซ็นรับรองสำเนาทุกแผ่น
(2) สำเนาใบรับรองผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร จป. (หรือสำเนาวุฒิการศึกษา กรณีคุณสมบัติโดยใช้วุฒิ) สำหรับ จป.วิชาชีพ ที่ใช้วุฒิเทียบ ใช้สำเนา ป.ตรี อาชีวอนามัยฯ
(3) สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาใบอนุญาตทำงาน เฉพาะกรณีบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย
(4) สำเนาเอกสารหรือหลักฐานการขึ้นทะเบียน (กรณีเคยขึ้นทะเบียนมาก่อน) ใช้กรณีย้ายบริษัทหรือเลื่อนระดับ

ชุดเอกสารชุดเดียวกันนี้ใช้กับ จป. ทุกระดับ — ตั้งแต่หัวหน้างานยันวิชาชีพ ไม่ต้องเตรียมแบบฟอร์มต่างกัน

ขั้นที่ 4: กรอกแบบ กภ.จพ.

แบบฟอร์มกลางที่ใช้ยื่นคือ แบบ กภ.จพ. — แบบคำขอการแจ้งการขึ้นทะเบียน การพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ของ จป. และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ท้ายประกาศกรมฯ ลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565

แบบ กภ.จพ. ครอบคลุม 6 ระดับ ในแบบฟอร์มเดียว

  1. จป.หัวหน้างาน (คุณสมบัติตามข้อ 8)
  2. จป.บริหาร (คุณสมบัติตามข้อ 11)
  3. จป.เทคนิค (คุณสมบัติตามข้อ 15)
  4. จป.เทคนิคขั้นสูง (คุณสมบัติตามข้อ 18)
  5. จป.วิชาชีพ (คุณสมบัติตามข้อ 21)
  6. ผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย

ในแบบฟอร์มแต่ละระดับมี 2 ส่วน — "การขึ้นทะเบียน" และ "การพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่" — เลือกติ๊กให้ตรงกรณี ระบุชื่อ เลขบัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง และข้อย่อยของคุณสมบัติให้ครบ

จุดที่คนพลาดบ่อย — ลืมระบุ "ข้อย่อยของคุณสมบัติ" เช่น ข้อ 8 (1) / (2) / (3) สำหรับ จป.หัวหน้างาน — ถ้าไม่ระบุ เจ้าหน้าที่ส่งคืนให้แก้ไข

ปิดท้ายด้วยลายเซ็นนายจ้างหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทน และ ประทับตราสำคัญนิติบุคคล (ถ้ามี)

ขั้นที่ 5: ยื่นภายใน 30 วัน — 3 ช่องทาง

ไอคอน 3 ช่องทางยื่นขึ้นทะเบียน จป. — ยื่นด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน และระบบอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อเอกสารพร้อม + แบบ กภ.จพ. ครบ ขั้นสุดท้ายคือยื่นต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างเลือกได้ 3 ช่องทาง ตามข้อ 4 ของประกาศกรมฯ

  1. ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ (กรณี สปก. ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ) หรือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่
  2. ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ไปที่สำนักงานพื้นที่/จังหวัดเดียวกัน — เก็บใบลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานวันที่ส่ง
  3. ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้ง ตามข้อ 42 กฎกระทรวง พ.ศ. 2565

เมื่อกรมฯ ตรวจสอบเอกสารครบและถูกต้อง จะออกหลักฐานการขึ้นทะเบียนกลับมา — เก็บเข้าแฟ้มประวัติ จป. + ใช้เป็นหลักฐานยื่นต่อพนักงานตรวจหากมีการตรวจสถานประกอบกิจการ

ระวัง — พ้นจากตำแหน่งก็ต้องแจ้งใน 30 วัน

หลายโรงงานมองข้ามข้อนี้ — คิดว่าขึ้นทะเบียนแล้วจบ ความจริง เมื่อ จป. คนใดลาออก เกษียณ เปลี่ยนตำแหน่ง หรือพ้นจากหน้าที่ นายจ้างต้องแจ้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ ตามข้อ 45 กฎกระทรวง พ.ศ. 2565 และข้อ 3 ของประกาศกรมฯ

ช่องทางและแบบฟอร์มใช้ตัวเดียวกัน — แบบ กภ.จพ. แต่ติ๊กที่ส่วน "การพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่" และแนบเฉพาะเอกสาร (4) — สำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนเดิม

กรณีนี้ จป. ที่พ้นหน้าที่เองก็มีสิทธิ์แจ้งกรมฯ เองได้ตามข้อ 45 — ใช้ในกรณีนายจ้างไม่ยอมแจ้งให้

เอกสาร 4 ชุดที่ต้องเตรียม — สรุปอีกที

เพื่อให้เห็นภาพชัด รายการเอกสาร 4 ชุดมีแค่นี้

  • ชุดที่ 1 — สำเนาคำสั่งแต่งตั้งเป็น จป. (ออกโดยนายจ้าง)
  • ชุดที่ 2 — สำเนาใบรับรองผ่านการฝึกอบรม หรือสำเนาวุฒิการศึกษา (กรณีใช้วุฒิเทียบ)
  • ชุดที่ 3 — สำเนาหนังสือเดินทาง/ใบอนุญาตทำงาน (เฉพาะคนต่างชาติ)
  • ชุดที่ 4 — สำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนเดิม (ถ้ามี)

ทุกแผ่นต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง — ของ จป. คนนั้นเซ็นเอง + ของนายจ้างเซ็นกำกับ พร้อมประทับตราบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล)

Checklist สรุป 5 ขั้นตอน

  • 1. อบรมจบ + เก็บใบรับรองผ่านการฝึกอบรม (สำรอง 2 ฉบับ)
  • 2. นายจ้างออก คำสั่งแต่งตั้ง — ระบุระดับ จป. + วันที่มีผล
  • 3. รวบรวมเอกสาร 4 ชุด + เซ็นรับรองสำเนาทุกแผ่น
  • 4. กรอกแบบ กภ.จพ. — เลือกระดับที่ถูกต้อง + ระบุข้อย่อยคุณสมบัติ + เซ็นนายจ้าง + ประทับตราบริษัท
  • 5. ยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันแต่งตั้ง — ด้วยตนเอง / ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ / ระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • (โบนัส) ถ้ามี จป. ลาออก/พ้นหน้าที่ — แจ้งกรมฯ ภายใน 30 วันด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: จป.หัวหน้างาน ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่? ตอบ: ต้องขึ้นทะเบียน เหมือนทุกระดับ ตามข้อ 42 กฎกระทรวง พ.ศ. 2565 — กฎเก่าก่อนปี 2565 ที่ระบุว่าหัวหน้างานไม่ต้องขึ้นทะเบียน ถูกยกเลิกไปแล้ว ดูรายละเอียดได้ที่ จป.หัวหน้างาน

ถาม: ลืมยื่นใน 30 วันแล้ว ทำไงต่อ? ตอบ: รีบยื่นทันที — และเตรียมตัวว่าอาจถูกพนักงานตรวจเตือน/ปรับ ตามมาตรา 13 + บทกำหนดโทษของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ดูรายละเอียดบทลงโทษได้ที่ บทลงโทษ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ

ถาม: จป. คนเดียวที่เป็นทั้งหัวหน้างานและบริหาร ต้องยื่นกี่ใบ? ตอบ: ในแบบ กภ.จพ. เดียวกัน ติ๊กทั้ง 2 ระดับ และแนบเอกสาร (1)(2) แยกของแต่ละระดับ — หนึ่งคนสองระดับ ยื่นรอบเดียวจบ

ถาม: นายจ้างใหม่ ซื้อกิจการมา — จป. เดิมต้องขึ้นทะเบียนใหม่หรือไม่? ตอบ: ถ้าเป็นนิติบุคคลใหม่ ต้องออกคำสั่งแต่งตั้งใหม่ + ขึ้นทะเบียนใหม่ภายใน 30 วัน โดยแนบสำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนเดิม (เอกสารชุดที่ 4) เป็นหลักฐานต่อเนื่อง

ถาม: แบบ กภ.จพ. ดาวน์โหลดได้ที่ไหน? ตอบ: ตัวแบบฟอร์มอยู่ท้ายประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565 — ดูฉบับเต็มได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายของ Safety Station 101 หรือสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการฯ พื้นที่/จังหวัด

ข้อควรระวัง — รายชื่อสำนักงานสวัสดิการฯ พื้นที่/จังหวัด เบอร์โทร และระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาจปรับเปลี่ยนตามประกาศของกรมฯ ก่อนยื่นจริงตรวจเช็ครายละเอียดล่าสุดที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทุกครั้ง


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ จป. และ คปอ.? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง