👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

คุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6

คุณสมบัติทั่วไป 6 ข้อตามข้อ 5 และคุณสมบัติเฉพาะ 4 เส้นทางตามข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 พร้อมตารางเทียบชั่วโมงอบรม ค่าธรรมเนียม ขอบเขต และหลักฐาน

Safety Station 10114 เมษายน 2569อ่าน 32 นาที · 7,072 คำ
จป. จัดเอกสารคุณสมบัติ ปริญญาบัตรและใบแสดงผลการเรียน ก่อนยื่นขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการ

ผู้ที่จะขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยต้องผ่านเกณฑ์สองชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ซึ่งต้องมีครบทั้ง 6 ข้อ ชั้นที่สองคือคุณสมบัติเฉพาะตามข้อ 6 ซึ่งเลือกได้หนึ่งในสี่เส้นทาง เส้นทางที่ใช้จะกำหนดต่อไปว่าต้องอบรมกี่ชั่วโมง เสียค่าธรรมเนียมหรือไม่ และใช้ใบอนุญาตได้กว้างแค่ไหน

ทั้งสองข้ออยู่ในกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (ต่อไปเรียกว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) ซึ่งออกตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 33 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 33 วรรคสองส่งเรื่อง "คุณสมบัติของผู้ชำนาญการ" ให้กฎกระทรวงผู้ชำนาญการเป็นผู้กำหนด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานชี้แจงว่ากฎกระทรวงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2568

เหตุที่ต้องวางเกณฑ์ไว้สองชั้นเห็นได้จากงานที่ผู้ชำนาญการรับผิดชอบ มาตรา 32 วรรคสามกำหนดให้นายจ้างที่ประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ และจัดทำแผน "ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผล" จากผู้ชำนาญการ ผลที่ผู้ชำนาญการรับรองจึงเป็นฐานของมาตรการความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ ข้อ 5 ใช้ตรวจความพร้อมของตัวบุคคลและประสบการณ์ ส่วนข้อ 6 ใช้ตรวจพื้นความรู้เฉพาะทาง

โครงคุณสมบัติสองชั้น

ชั้น ข้อ เงื่อนไข ผลถ้าขาด
คุณสมบัติทั่วไป ข้อ 5 (1) ถึง (6) ต้องมีครบทุกข้อ ขอใบอนุญาตไม่ได้ · ถ้าได้ใบแล้วขาดภายหลัง เป็นเหตุเพิกถอนตามข้อ 17 (1)
คุณสมบัติเฉพาะ ข้อ 6 (1) ถึง (4) มีอย่างหนึ่งอย่างใด ขอใบอนุญาตไม่ได้ · ถ้าได้ใบแล้วขาดภายหลัง เป็นเหตุเพิกถอนตามข้อ 17 (1)
อบรมและประเมิน ข้อ 7 ผ่านทั้งสองอย่างหลังมีคุณสมบัติครบ กรมฯ ออกใบอนุญาตไม่ได้ตามข้อ 10

ข้อ 7 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการเขียนลำดับไว้ชัดว่า "ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ต้องผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมิน" ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ (ต่อไปเรียกว่าประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร) ข้อ 3 ก็เขียนว่า "ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6" เป็นผู้ที่ต้องเข้ารับการฝึกอบรม และแบบ กภ.ทส.ชก ส่วนที่ 3 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมรับรองว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ก่อนส่งข้อมูลสอบตามข้อ 24 คุณสมบัติตามบทนี้จึงต้องครบตั้งแต่ก่อนเข้าอบรม ผู้ที่ประสบการณ์ยังไม่ครบ 5 ปีจึงยังไม่ควรลงอบรม ภาพรวมของขั้นตอนทั้งหมดดูได้ที่บทเส้นทางสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการ จากตรวจคุณสมบัติถึงรับใบ

คุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5

ข้อ 5 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการขึ้นต้นว่า "ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้" แล้วระบุไว้ 6 อนุข้อ คำชี้แจงของกรมฯ ย้ำว่าคุณสมบัติทั่วไป "ต้องมีครบถ้วนทุกข้อ"

สถานะของบุคคลตามข้อ 5 (1) ถึง (3)

อนุข้อ ถ้อยคำตามตัวบท หมายเหตุ
(1) มีสัญชาติไทย ใช้เลขประจำตัวประชาชนตามข้อ 8 (1)
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี ตัวบทไม่ได้ระบุวันที่ใช้นับอายุ
(3) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ความสามารถตามกฎหมายแพ่ง

สามข้อนี้ตรวจได้จากเอกสารประจำตัว ข้อ 8 (1) และ (3) กำหนดให้ยื่นเลขประจำตัวประชาชนพร้อมคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลนั้นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ กรมฯ จึงตรวจสัญชาติและอายุจากข้อมูลทะเบียนได้โดยตรง

ประวัติทางวินัยและใบอนุญาตเดิมตามข้อ 5 (4) และ (5)

ข้อ 5 (4) ใช้ถ้อยคำว่า "ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง" เงื่อนไขนี้ผูกกับสองส่วนพร้อมกัน คือต้องเป็นการพ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และต้องมีเหตุจากการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวบทไม่ได้เขียนกรอบเวลาให้พ้นข้อห้ามนี้ไว้

ข้อ 5 (5) กำหนดว่า "ไม่เคยถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต" ข้อนี้อ่านคู่กับข้อ 18 วรรคสองที่ว่า "ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขออนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต"

ข้อ 5 (5) กว้างกว่าข้อ 18 ตรงที่รวมการพักใช้ไว้ด้วย ผู้ที่เคยถูกพักใช้ตามข้อ 16 ซึ่งมีกำหนดไม่เกิน 60 วัน จึงยังติดเงื่อนไข 5 ปีของข้อ 5 (5) เมื่อจะยื่นคำขอใหม่ การพักใช้ไม่ทำให้ถูกเพิกถอนทันที แต่ผู้ที่ถูกพักใช้ต่ออายุใบอนุญาตเดิมไม่ได้จนกว่าจะพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกพักใช้ เพราะข้อ 14 วรรคสามนำการพิจารณาคุณสมบัติตามข้อ 10 มาใช้กับการต่ออายุด้วย รายละเอียดเรื่องพักใช้และเพิกถอนอยู่ในบทอายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน

ความรู้และประสบการณ์ 5 ปีตามข้อ 5 (6)

ข้อ 5 (6) เป็นข้อที่ผู้ขอส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาเตรียมมากที่สุด ถ้อยคำเต็มคือ "มีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่าห้าปี"

งานสี่เรื่องในข้อนี้ตรงกับหน้าที่ของนายจ้างตามมาตรา 32 (1) ถึง (3) ทุกเรื่อง ได้แก่ ประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง และจัดทำแผนการดำเนินงานกับแผนการควบคุมดูแล ประสบการณ์ที่นับได้จึงเป็นงานชนิดเดียวกับที่ผู้ชำนาญการจะต้องให้คำแนะนำและรับรองผลภายหลัง

จป.วิชาชีพมักถามว่าอายุงานในตำแหน่ง จป. นับเป็นประสบการณ์ตามข้อนี้ได้หรือไม่ ข้อ 22 (2) และ (3) กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 ให้ จป.วิชาชีพวิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง หน้าที่สองข้อนี้ตรงกับงานประเมินอันตรายในข้อ 5 (6) แต่ข้อ 5 (6) ยังรวมการศึกษาผลกระทบและการจัดทำแผนอีกสองเรื่อง ตำแหน่ง จป. อย่างเดียวจึงยังไม่ใช่หลักฐานครบ ต้องมีหลักฐานงานที่ทำจริงให้ครบทั้งสี่เรื่อง และกรมฯ เป็นผู้พิจารณาว่านับได้เท่าใด

ตัวบทไม่ได้แบ่งระยะเวลาตามงานแต่ละเรื่อง ไม่ได้ระบุวิธีนับช่วงเวลาที่ทำงานหลายที่ และไม่ได้กำหนดชนิดหนังสือรับรอง การพิจารณาว่าประสบการณ์ใดนับได้เป็นอำนาจของกรมฯ ตามข้อ 10 ซึ่งเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงข้อมูลหรือหลักฐานได้ หลักฐานที่บอกตำแหน่ง ช่วงเวลา และลักษณะงานจริงครบทั้งสี่เรื่อง จะช่วยให้การพิจารณาไม่ต้องสะดุดที่ขั้นเรียกชี้แจง

คุณสมบัติเฉพาะตามข้อ 6

ข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดว่า "นอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้ว ผู้ประสงค์จะขออนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย" ผู้ขอจึงต้องมีเพียงเส้นทางเดียว ส่วนผู้ที่เข้าได้หลายเส้นทางเลือกใช้เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งในการยื่น และเส้นทางที่เลือกจะกำหนดค่าธรรมเนียมกับขอบเขตการใช้ใบอนุญาตตามที่สรุปในตารางท้ายหัวข้อนี้

ตารางเทียบ 4 เส้นทางตามข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ฐานคุณสมบัติ ชั่วโมงอบรม 24 หรือ 6 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียม 5,000 บาทหรือยกเว้นสำหรับเส้นทางข้อ 6 (4) และขอบเขตการใช้ใบอนุญาต ทุกเส้นทางประเมินข้อเขียนกับกรมฯ ผ่านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ใบอนุญาตอายุ 5 ปี

เส้นทางข้อ 6 (1) ปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ถ้อยคำตามตัวบทคือ "สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า" คำชี้แจงของกรมฯ ระบุว่าหลักสูตรที่เทียบเท่าตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กองความปลอดภัยแรงงาน ผู้ที่จบปริญญาโทหรือเอกในสาขานี้เข้าเกณฑ์ "ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี" เช่นกัน

เส้นทางข้อ 6 (2) ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์

ถ้อยคำตามตัวบทคือ "สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีการเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าสิบแปดหน่วยกิต"

ถ้อยคำนี้มีองค์ประกอบสามส่วน คือ สาขาปริญญาทั้งสามกลุ่ม การเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง สองส่วนหลังเชื่อมด้วยคำว่า "และ" แล้วตามด้วยเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต ตัวบทไม่ได้ระบุชื่อรายวิชา และไม่ได้แบ่งว่าแต่ละส่วนต้องมีกี่หน่วยกิต การพิจารณาว่ารายวิชาใดนับได้เป็นของกรมฯ วิธีไล่ใบแสดงผลการเรียนอยู่ในบทปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)

เส้นทางข้อ 6 (3) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

ถ้อยคำตามตัวบทคือ "เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา"

ส่วนท้ายของอนุข้อนี้เปิดให้กรมฯ ประกาศเพิ่มใบอนุญาตวิชาชีพอื่นได้ ณ ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศกำหนดใบอนุญาตวิชาชีพอื่นเพิ่มเติม ใบอนุญาตที่ใช้ได้ตามเส้นทางนี้จึงมีเพียงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

เส้นทางนี้อบรมสั้นที่สุด ข้อ 6 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ให้ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (3) "ฝึกอบรมตามข้อ 4 เฉพาะหมวดวิชาที่ 1" ซึ่งมี 6 ชั่วโมง และยังต้องผ่านการประเมินกับกรมฯ เช่นเดียวกับเส้นทางอื่น รายละเอียดอยู่ในบทผู้ถือใบอนุญาตวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1

เส้นทางข้อ 6 (4) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

ถ้อยคำตามตัวบทคือ "เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดของกิจการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 32 แล้วแต่กรณี"

ประกาศที่ออกตามมาตรา 32 คือประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ต่อไปเรียกว่าประกาศเรื่องการประเมินอันตราย คำชี้แจงของกรมฯ ระบุว่าเส้นทางนี้หมายถึง จป. ในสถานประกอบกิจการตามบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับนี้ ข้อ 3 ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ใช้บังคับแก่สถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป

เส้นทางนี้มีสองเงื่อนไขที่ต้องอ่านคู่กันเสมอ ข้อ 22 ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 ให้ผู้ขอที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (4) และข้อ 13 กำหนดให้ จป. ที่ได้รับใบอนุญาต "มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้เท่านั้น" ผู้ที่ขอด้วยคุณสมบัติ จป. จึงได้ใบอนุญาตโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ให้คำแนะนำและรับรองผลได้เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. ไว้ และถ้าย้ายสถานประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่

ส่วนผู้ที่ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) (2) หรือ (3) ทำได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ แต่เสียค่าธรรมเนียม รายละเอียดอยู่ในบทจป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ

เส้นทางนี้ไม่รวม จป. ระดับหัวหน้างานและระดับบริหาร เพราะข้อ 6 (4) ระบุไว้เพียงสามระดับ คือ เทคนิค เทคนิคขั้นสูง และวิชาชีพ

ตารางเทียบสี่เส้นทาง

หัวข้อ ข้อ 6 (1) ข้อ 6 (2) ข้อ 6 (3) ข้อ 6 (4)
ฐานคุณสมบัติ ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ปริญญาตรีขึ้นไป ทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีรายวิชาด้านอาชีวอนามัยฯ และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จป. ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประกาศเรื่องการประเมินอันตราย
ชั่วโมงอบรม 24 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง (หมวดวิชาที่ 1) 24 ชั่วโมง
การประเมินกับกรมฯ ข้อเขียน 3 ชั่วโมง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 เหมือนกัน เหมือนกัน เหมือนกัน
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 5,000 บาท 5,000 บาท 5,000 บาท ยกเว้น (ข้อ 22)
ค่าธรรมเนียมใบแทน 500 บาท 500 บาท 500 บาท ยกเว้น (ข้อ 22)
ค่าธรรมเนียมต่ออายุ เท่าค่าใบอนุญาต เท่าค่าใบอนุญาต เท่าค่าใบอนุญาต ยกเว้น (ข้อ 22)
ขอบเขตการใช้ใบ ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. (ข้อ 13) · ย้ายสถานประกอบกิจการต้องขอใหม่
อายุใบอนุญาต 5 ปี 5 ปี 5 ปี 5 ปี
แบบใบอนุญาต กภ.บญ.33-1 กภ.บญ.33-1 กภ.บญ.33-1 กภ.บญ.33-2 (ระบุชื่อและที่อยู่สถานประกอบกิจการบนใบ)

ค่าธรรมเนียมมาจากข้อ 21 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ใบอนุญาตฉบับละ 5,000 บาท ใบแทนใบอนุญาตฉบับละ 500 บาท และการต่ออายุครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ข้อ 22 ยกเว้น "ค่าธรรมเนียมตามข้อ 21" ทั้งข้อแก่ผู้ขอที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (4) จึงยกเว้นครบทั้งค่าใบอนุญาต ค่าใบแทน และค่าต่ออายุ

หลักฐานที่ควรเตรียมต่อเส้นทาง

ข้อ 8 (2) กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้ยื่น "เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6" แบบคำขอ กภ.คบญ.33 ท้ายประกาศกรมฯ เรื่องแบบคำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาต แยกรายการหลักฐานคุณสมบัติเฉพาะไว้ตามเส้นทาง และแยกหลักฐานประสบการณ์ไว้อีกรายการหนึ่ง

เส้นทาง หลักฐานตามรายการในแบบ กภ.คบญ.33 สิ่งที่ควรตรวจก่อนยื่น
ข้อ 6 (1) เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า ชื่อสาขาในหลักฐานการศึกษา · ถ้าเป็นสาขาเทียบเท่า ให้ตรวจกับรายชื่อหลักสูตรที่กองความปลอดภัยแรงงานเผยแพร่
ข้อ 6 (2) เอกสารแสดงคุณวุฒิปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ และเอกสารที่แสดงว่ามีการเรียนการสอนด้านอาชีวอนามัยฯ และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต ใบแสดงผลการเรียน · คำอธิบายรายวิชาของวิชาที่จะนับ
ข้อ 6 (3) เอกสารหรือหลักฐานการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สาขาที่ระบุในใบอนุญาต · ใบอนุญาตยังมีผล
ข้อ 6 (4) เอกสารหรือหลักฐานการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับ จป. · ชื่อสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียน · กิจการอยู่ในบัญชีตามประกาศเรื่องการประเมินอันตราย (เทียบประเภทกิจการกับคำอธิบายในคำชี้แจงประกาศเรื่องการประเมินอันตราย)
ทุกเส้นทาง สำเนาหลักฐานแสดงประสบการณ์ในงานสี่เรื่องตามข้อ 5 (6) ไม่น้อยกว่า 5 ปี ช่วงเวลาทำงาน · ตำแหน่ง · ลักษณะงานที่ตรงกับสี่เรื่อง

แบบคำขอยังมีรายการอื่นที่ใช้กับทุกเส้นทาง ได้แก่ รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน เอกสารคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน และสำเนาเอกสารการผ่านการอบรมและผ่านการประเมิน โดยผู้ขอต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกหน้า ผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (4) ซึ่งต้องแนบหลักฐานการขึ้นทะเบียน จป. ควรตรวจว่านายจ้างนำรายชื่อไปขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ตามข้อ 42 กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง ขั้นตอนอยู่ในบทขึ้นทะเบียน จป. ทำอย่างไร

ท้ายแบบคำขอมีข้อความให้ผู้ขอรับรองว่า "มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และข้อมูล เอกสารหรือหลักฐาน ที่ยื่นประกอบการพิจารณาคำขอเป็นจริงทุกประการ" หลักฐานที่ยื่นจึงควรเป็นเอกสารที่ตรวจย้อนกลับได้จริง

คุณสมบัติต้องคงอยู่ตลอดอายุใบอนุญาต

คุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ใช้ทั้งตอนขอและตลอดเวลาที่ถือใบอนุญาต ข้อ 17 (1) กำหนดให้เพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาต "ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6" และเมื่อถูกเพิกถอนแล้ว ข้อ 18 วรรคสองห้ามขออนุญาตใหม่จนกว่าจะพ้น 5 ปี

ในทางปฏิบัติ คุณสมบัติที่อาจเปลี่ยนระหว่างอายุใบอนุญาตคือสถานะที่มีวันหมดอายุหรือผูกกับที่ทำงาน ผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (3) ควรต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้มีผลอยู่เสมอ ส่วนผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (4) ผูกกับสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียน จป. ไว้ ใบอนุญาตของเส้นทางนี้ใช้แบบ กภ.บญ.33-2 ซึ่งระบุชื่อและที่อยู่สถานประกอบกิจการไว้บนใบ ย้ายเมื่อใดต้องขอใหม่ ตามที่เล่าไว้ในหัวข้อเส้นทางข้อ 6 (4)

ประเด็นที่ตัวบทยังไม่ระบุ

  • วันที่ใช้นับอายุ 25 ปี ข้อ 5 (2) ไม่ได้ระบุว่านับ ณ วันยื่นคำขอ วันอบรม หรือวันออกใบอนุญาต
  • การนับประสบการณ์ 5 ปี ข้อ 5 (6) ไม่ได้แบ่งระยะเวลาตามงานแต่ละเรื่อง และไม่ได้กำหนดชนิดหนังสือรับรอง
  • รายวิชาที่นับเป็น 18 หน่วยกิต ข้อ 6 (2) ไม่ได้ระบุชื่อรายวิชาหรือสัดส่วนหน่วยกิตของแต่ละด้าน
  • ใบอนุญาตวิชาชีพอื่นตามข้อ 6 (3) ยังไม่พบประกาศกำหนดเพิ่มเติม ณ ตุลาคม 2569

ทุกประเด็นข้างต้นอยู่ในอำนาจพิจารณาของกรมฯ ตามข้อ 10 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ผู้ที่มีกรณีก้ำกึ่งควรสอบถามกองความปลอดภัยแรงงานก่อนเข้าอบรม ส่วนนายจ้างที่จะว่าจ้างผู้ชำนาญการ ดูหลักฐานที่ควรขอตรวจได้ในบทขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง

ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ หลักสูตรผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ยังไม่เปิดรับสมัคร ลงชื่อไว้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เราจะแจ้งทางอีเมลและโทรศัพท์เมื่อเปิดรอบอบรม และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ผู้ชำนาญการ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
จป

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

27 พ.ค. 2569อ่าน 20 นาที
ผู้ชำนาญการเรียนออนไลน์และบันทึกชั่วโมงพัฒนาความรู้ประจำปี
จป

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก

สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

5 ต.ค. 2569อ่าน 29 นาที
วิศวกรตรวจใบแสดงผลการเรียนเพื่อนับหน่วยกิตด้านอาชีวอนามัยและการประเมินอันตราย
จป

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต

5 ต.ค. 2569อ่าน 23 นาที