ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)
ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต

ผู้สำเร็จปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยได้ผ่านเส้นทางข้อ 6 (2) โดยมีเงื่อนไขว่าหลักสูตรที่เรียนมีการเรียนการสอนด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง รวมไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต ตัวบทกำหนดจำนวนหน่วยกิตและหัวเรื่องไว้ แต่ไม่ได้ระบุรายวิชา การพิจารณาว่ารายวิชาใดนับได้จึงอยู่ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (ต่อจากนี้เรียกว่า กรมฯ) งานของผู้ยื่นคือเตรียมหลักฐานให้กรมฯ ตรวจได้ชัด ส่วนผู้ที่ปริญญาเป็นสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยตรง ใช้เส้นทางข้อ 6 (1) ได้โดยไม่ต้องนับหน่วยกิต
เลขข้อในบทนี้มาจากสองฉบับ จึงกำกับฉบับไว้ทุกครั้ง ฉบับแรกคือ กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ซึ่งต่อจากนี้เรียกว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ฉบับที่สองคือ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งต่อจากนี้เรียกว่า ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร เกณฑ์หน่วยกิตนี้สอดคล้องกับงานที่ผู้ชำนาญการต้องให้คำแนะนำและรับรองผลตามข้อ 19 (1) กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ
ถ้อยคำข้อ 6 (2) ตามตัวบท
ข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ เปิดเส้นทางคุณสมบัติเฉพาะไว้สี่เส้นทาง ผู้ยื่นต้องมีอย่างหนึ่งอย่างใด และต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ครบด้วย เส้นทางที่สองมีถ้อยคำดังนี้
ข้อ 6 นอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้ว ผู้ประสงค์จะขออนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย (2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีการเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าสิบแปดหน่วยกิต
คำชี้แจงกฎกระทรวงผู้ชำนาญการของกรมฯ ยกถ้อยคำข้อ 6 (2) ไว้ตรงกับตัวบท โดยไม่ได้เพิ่มรายชื่อวิชาหรือวิธีนับหน่วยกิต
องค์ประกอบสามส่วนของเกณฑ์
ถ้อยคำข้อ 6 (2) แยกได้เป็นสามส่วนที่ต้องมีครบ

| ส่วน | ถ้อยคำในตัวบท | สิ่งที่ตัวบทระบุ | สิ่งที่ตัวบทไม่ได้ระบุ |
|---|---|---|---|
| 1. ระดับและสาขาปริญญา | สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือทางวิศวกรรมศาสตร์ | สามกลุ่มปริญญา ระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี | รายชื่อสาขาย่อยในแต่ละกลุ่ม |
| 2. หัวเรื่องของการเรียนการสอน | การเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง | สองหัวเรื่อง เชื่อมด้วยคำว่า "และ" | รายวิชา และสัดส่วนหน่วยกิตของแต่ละหัวเรื่อง |
| 3. ปริมาณ | ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต | ขั้นต่ำ 18 หน่วยกิต | วิธีนับวิชาที่มีเนื้อหาผสมหลายเรื่อง |
ส่วนที่ 1 ระดับและสาขาปริญญา คำว่า "ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี" ทำให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรีในสามกลุ่มนี้อยู่ในขอบเขตด้วย ส่วนคำถามว่าสาขาย่อยใดนับเป็น "ทางวิทยาศาสตร์" หรือ "ทางวิศวกรรมศาสตร์" ตัวบทไม่ได้ให้รายชื่อไว้
ส่วนที่ 2 หัวเรื่องของการเรียนการสอน ตัวบทใช้คำว่า "และ" เชื่อมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเข้ากับการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง หลักฐานที่เตรียมจึงควรแสดงให้เห็นทั้งสองหัวเรื่อง ส่วนในหัวเรื่องหลัง ตัวบทใช้คำว่า "หรือ" ระหว่างการประเมินอันตรายกับการประเมินความเสี่ยง วิชาที่ใช้ชื่อแบบใดแบบหนึ่งจึงอยู่ในหัวเรื่องเดียวกัน
ส่วนที่ 3 ปริมาณ ตัวบทกำหนดขั้นต่ำ 18 หน่วยกิต แต่ไม่ได้แบ่งว่าหัวเรื่องแรกต้องมีกี่หน่วยกิตและหัวเรื่องหลังต้องมีกี่หน่วยกิต ตัวบทยังไม่ได้ระบุว่าหน่วยกิตต้องมาจากปริญญาใบเดียวกันหรือนับรวมจากหลายระดับการศึกษาได้
จุดที่ตัวบทไม่ได้ระบุทั้งหมดนี้ กรมฯ เป็นผู้พิจารณาเมื่อตรวจคำขอตามข้อ 10 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ซึ่งให้อำนาจอธิบดีเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ยื่นไว้ได้
ข้อ 6 (1) และข้อ 6 (2) ใช้เกณฑ์ต่างกัน
สองเส้นทางแรกใช้วุฒิการศึกษาเหมือนกัน แต่ใช้เกณฑ์ต่างกัน
| เรื่อง | ข้อ 6 (1) | ข้อ 6 (2) |
|---|---|---|
| สาขาปริญญา | อาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่า | วิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ |
| เกณฑ์ที่ใช้วัด | ตัวสาขาของปริญญา | เนื้อหาที่เรียนไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต |
| แหล่งตรวจสอบตามคำชี้แจง | หลักสูตรเทียบเท่าตรวจได้ที่เว็บไซต์กองความปลอดภัยแรงงาน | คำชี้แจงไม่ได้ระบุแหล่งตรวจสอบ |
| ชั่วโมงอบรม | 24 ชั่วโมง | 24 ชั่วโมง |
ผู้ที่ปริญญาอยู่ในสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือหลักสูตรที่กองความปลอดภัยแรงงานเผยแพร่รายชื่อว่าเทียบเท่า ใช้เส้นทางข้อ 6 (1) ได้โดยไม่ต้องนับหน่วยกิต ส่วนสาขาอื่นของสามกลุ่มข้างต้นใช้ข้อ 6 (2) ก่อนนับหน่วยกิต ให้ตรวจรายชื่อหลักสูตรเทียบเท่าก่อน เพราะถ้าหลักสูตรของตนอยู่ในรายชื่อ เส้นทางข้อ 6 (1) ตรวจได้ง่ายกว่า
วิธีไล่ใบแสดงผลการเรียนและเตรียมคำอธิบายรายวิชา
ข้อ 8 (2) กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ กำหนดให้ผู้ยื่นแนบเอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 สำหรับเส้นทางข้อ 6 (2) หลักฐานหลักคือใบแสดงผลการเรียน (transcript) ซึ่งบอกชื่อวิชาและหน่วยกิต แต่ชื่อวิชาอย่างเดียวมักไม่พอให้เห็นว่าเนื้อหาตรงกับหัวเรื่องใด ขั้นตอนต่อไปนี้ช่วยให้ชุดหลักฐานอ่านง่ายและตรวจย้อนได้
- ขอใบแสดงผลการเรียนฉบับทางการ จากสถาบันที่สำเร็จการศึกษา ให้เห็นชื่อปริญญา สาขา วันที่สำเร็จการศึกษา ชื่อวิชา และหน่วยกิตครบทุกภาคเรียน
- คัดวิชาที่เนื้อหาเกี่ยวข้องออกมาเป็นรายการ แยกเป็นสองกลุ่มตามหัวเรื่องในตัวบท คือกลุ่มอาชีวอนามัยและความปลอดภัย กับกลุ่มการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง
- ขอคำอธิบายรายวิชาฉบับที่ใช้ในปีที่เรียน จากสถาบันหรือคณะ คำอธิบายรายวิชาเป็นเอกสารที่บอกขอบเขตเนื้อหาของแต่ละวิชา ช่วยให้ผู้ตรวจเห็นว่าวิชาที่ชื่อกว้างครอบคลุมหัวเรื่องใด
- รวมหน่วยกิตของรายการที่คัด แล้วทำตารางสรุปหนึ่งหน้า ระบุชื่อวิชา รหัสวิชา หน่วยกิต กลุ่มหัวเรื่อง และหน้าที่อยู่ในคำอธิบายรายวิชา
- ทำเครื่องหมายวิชาที่ยังไม่แน่ใจไว้แยก เช่น วิชาที่มีเนื้อหาความปลอดภัยเพียงบางส่วน ไม่นับรวมเข้ากับยอดหลักเพื่อให้ถึง 18 หน่วยกิต
- เก็บสำเนาชุดเดียวกันไว้กับตัว เพราะหลักฐานชุดนี้ใช้สองครั้ง คือตอนผู้ให้บริการฝึกอบรมรับรองคุณสมบัติก่อนการประเมิน และตอนยื่นคำขอใบอนุญาต
ตารางสรุปที่ผู้ยื่นทำขึ้นเป็นรายการที่ผู้ยื่นเสนอให้พิจารณา การตัดสินว่ารายวิชาใดนับได้เป็นอำนาจของกรมฯ บทนี้จึงไม่ยกชื่อวิชาใดเป็นตัวอย่างว่านับได้หรือนับไม่ได้ เพราะตัวบทไม่ได้ให้รายชื่อไว้
ขั้นที่ 6 มีที่มาจากตัวบทโดยตรง ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ข้อ 24 กำหนดให้ผู้ให้บริการฝึกอบรมแจ้งข้อมูลสำหรับการทดสอบ "พร้อมรับรองคุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมินรายบุคคล" ตามแบบ กภ.ทส.ชก ส่งให้กองความปลอดภัยแรงงานก่อนการประเมินไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ แบบนี้มีช่องให้กรอกคุณสมบัติตามข้อ 6 ของผู้เข้ารับการประเมินแต่ละคน หลักฐานหน่วยกิตจึงควรพร้อมตั้งแต่ก่อนลงทะเบียนอบรม
คุณสมบัติตามข้อ 5 ต้องครบควบคู่กัน
เกณฑ์ 18 หน่วยกิตเป็นเพียงคุณสมบัติเฉพาะ ผู้ยื่นยังต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ครบทั้งหกข้อ สองข้อที่ใช้หลักฐานมากที่สุดสำหรับผู้มาจากเส้นทางนี้ มีดังนี้
- อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี ตามข้อ 5 (2)
- ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามข้อ 5 (6) ในงานสี่เรื่อง คือการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยฯ และการจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ
หน่วยกิตกับประสบการณ์เป็นหลักฐานคนละชุด ใบแสดงผลการเรียนยืนยันข้อ 6 (2) ส่วนหนังสือรับรองการทำงานที่ระบุตำแหน่ง ช่วงเวลา และลักษณะงานยืนยันข้อ 5 (6) ผู้ที่หน่วยกิตครบแต่ประสบการณ์ยังไม่ถึง 5 ปี ยังยื่นคำขอไม่ได้ รายละเอียดคุณสมบัติทั้งสองข้ออยู่ใน คุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6
หน่วยกิต ไม่ถึง 18 ยังมีเส้นทางอื่น
ข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ใช้คำว่า "อย่างหนึ่งอย่างใด" ผู้ที่ไล่ใบแสดงผลการเรียนแล้วหน่วยกิตไม่ถึง 18 จึงตรวจเส้นทางอื่นต่อได้
| เส้นทาง | คุณสมบัติตามตัวบท | ชั่วโมงอบรม | ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต | ขอบเขตการทำหน้าที่ |
|---|---|---|---|---|
| ข้อ 6 (1) | ปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า | 24 ชั่วโมง | 5,000 บาท | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ |
| ข้อ 6 (2) | ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต | 24 ชั่วโมง | 5,000 บาท | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ |
| ข้อ 6 (3) | ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย | 6 ชั่วโมง เฉพาะหมวดวิชาที่ 1 | 5,000 บาท | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ |
| ข้อ 6 (4) | จป. ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดที่ประกาศตามมาตรา 32 | 24 ชั่วโมง | ยกเว้น | เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็น จป. · ย้ายสถานประกอบกิจการต้องขอใหม่ |
เส้นทางข้อ 6 (4) มีสองเงื่อนไขที่มาคู่กัน ข้อ 22 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้ขอที่ใช้คุณสมบัติตามข้อ 6 (4) ส่วนข้อ 13 กำหนดให้ จป. ที่ได้รับใบอนุญาตมีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้เท่านั้น ถ้าย้ายสถานประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่
ผู้ที่ทั้งเป็น จป. และมีหน่วยกิตครบ 18 ต้องเลือกเส้นทางที่ใช้ยื่น ยื่นด้วยข้อ 6 (2) ทำได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ และเสียค่าธรรมเนียม ยื่นด้วยข้อ 6 (4) ไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ทำได้เฉพาะที่ขึ้นทะเบียน จป. ไว้ รายละเอียดอยู่ใน จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ
ผู้ที่ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมอยู่แล้ว ดูรายละเอียดเส้นทางที่อบรม 6 ชั่วโมงได้ใน ผู้ถือใบอนุญาตวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 รวม 6 ชั่วโมง
ขั้นถัดไปหลังเกณฑ์หน่วยกิตผ่าน
ข้อ 7 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ กำหนดว่าผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ต้องผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมิน ลำดับงานหลังเกณฑ์หน่วยกิตผ่านจึงเป็นดังนี้
- อบรมหลักสูตร 24 ชั่วโมง สามหมวดวิชา ได้แก่ หมวดวิชาที่ 1 (6 ชั่วโมง) หมวดวิชาที่ 2 (12 ชั่วโมง) และหมวดวิชาที่ 3 (6 ชั่วโมง) ตามประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ข้อ 4 และข้อ 5 กับกรมฯ หรือผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
- เข้ารับการประเมินกับกรมฯ เป็นการทดสอบข้อเขียน 3 ชั่วโมง ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ตามข้อ 22 และข้อ 23 ของประกาศฉบับเดียวกัน
- ยื่นคำขอใบอนุญาต พร้อมเอกสารสี่รายการตามข้อ 8 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ แล้วกรมฯ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันตามข้อ 10
- ชำระค่าธรรมเนียม ฉบับละ 5,000 บาท ตามข้อ 21 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามข้อ 11 ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปีตามข้อ 12
หัวข้อย่อยของหลักสูตร 24 ชั่วโมงอยู่ใน หลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ และกติกาการประเมินอยู่ใน การประเมินข้อเขียนผู้ชำนาญการ 3 ชั่วโมง เกณฑ์ร้อยละ 80 และการทดสอบใหม่ ส่วนภาพรวมทั้งเส้นทางตั้งแต่ตรวจคุณสมบัติถึงรับใบอนุญาตอยู่ใน เส้นทางสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการ
สรุป
- ข้อ 6 (2) กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ใช้กับผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์
- หลักสูตรที่เรียนต้องมีการเรียนการสอนด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง รวมไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต
- ตัวบทไม่ได้ระบุรายวิชา สัดส่วนหน่วยกิตของสองหัวเรื่อง หรือวิธีนับวิชาที่มีเนื้อหาผสม กรมฯ เป็นผู้พิจารณา
- หลักฐานที่ควรเตรียมคือใบแสดงผลการเรียน คำอธิบายรายวิชา และตารางสรุปหนึ่งหน้า พร้อมใช้ตั้งแต่ก่อนลงทะเบียนอบรม
- คุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ต้องครบควบคู่กัน รวมทั้งอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีและประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- หน่วยกิตไม่ถึงยังตรวจเส้นทางข้อ 6 (1) ข้อ 6 (3) หรือข้อ 6 (4) ได้
- ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) ถึง (3) ทำได้ทุกสถานประกอบกิจการและเสียค่าธรรมเนียม ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (4) ไม่เสียค่าธรรมเนียม ทำได้เฉพาะที่ขึ้นทะเบียน จป. ไว้ และย้ายสถานประกอบกิจการต้องขอใหม่
ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ หลักสูตรผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ยังไม่เปิดรับสมัคร ลงชื่อไว้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เราจะแจ้งทางอีเมลและโทรศัพท์เมื่อเปิดรอบอบรม และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 19 ข้อ 21 และข้อ 22
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 22 ข้อ 23 และข้อ 24
- คำชี้แจงกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ข้อ 4.2
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 32 และมาตรา 33
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

อายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน
สรุปข้อ 12 ถึงข้อ 18 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 อายุใบอนุญาต 5 ปี ยื่นต่ออายุภายใน 90 วัน ใบแทน พักใช้ไม่เกิน 60 วัน เพิกถอน 4 กรณี พร้อมตารางเทียบ