👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก

สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

Safety Station 1015 ตุลาคม 2569อ่าน 29 นาที · 6,487 คำ
ผู้ชำนาญการเรียนออนไลน์และบันทึกชั่วโมงพัฒนาความรู้ประจำปี

ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยที่ได้รับใบอนุญาตแล้วมีหน้าที่รับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม (CPD) ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี ชั่วโมงที่นับได้คือชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนัก (weighting) ของกิจกรรม เรียนออนไลน์ 12 ชั่วโมงจึงอาจนับได้เพียง 6 ชั่วโมง ส่วนบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารซึ่งผ่านผู้ประเมิน (peer-reviewed) นับได้ 7.5 ชั่วโมงต่อหน้า

ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและรับรองผลการประเมินอันตราย (hazard assessment) ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ความรู้ที่ใช้รับรองผลจึงต้องทันกับงานจริงตลอดอายุใบอนุญาต หลักฐานของทุกกิจกรรมเป็นเอกสารที่ต้องแนบตอนยื่นต่ออายุใบอนุญาต วางแผนตั้งแต่ต้นปีจะช่วยให้รอบต่ออายุไม่สะดุด

ที่มาในกฎกระทรวงข้อ 20 และประกาศกรมฯ

หน้าที่พัฒนาความรู้มี 2 ชั้น ชั้นแรกอยู่ในกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (เรียกต่อไปว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) ชั้นที่สองอยู่ในประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กรมฯ)

ลำดับชั้นกฎหมาย: พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ มาตรา 33 → กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 ข้อ 20 → ประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ข้อ 2 และตารางแนบท้าย

ข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดหัวข้อของการพัฒนาความรู้ไว้ แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมง

"ผู้ชำนาญการต้องได้รับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง รวมทั้งการจัดทำผลการประเมินอันตราย แผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา"

ตัวเลขชั่วโมงมาจากประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมของผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งต่อไปเรียกว่า ประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 2 ของประกาศกรมฯ ฉบับนี้มี 2 วรรค วรรคหนึ่งกำหนดหัวข้อและจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำ วรรคสองกำหนดวิธีคำนวณ

"ให้ผู้ชำนาญการได้รับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และจัดทำผลการประเมินอันตราย แผนการดำเนินงาน และแผนการควบคุมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่กำหนดไว้ในตารางแนบท้ายประกาศนี้"

ถ้อยคำ "อย่างหนึ่งอย่างใด" ให้ผู้ชำนาญการเลือกวิธีจากตารางได้เอง ตัวบทไม่ได้ห้ามรวมหลายวิธี และสูตรในวรรคสองคิดเป็นรายกิจกรรม จึงรวมชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนักจากหลายกิจกรรมให้ถึง 6 ชั่วโมงในปีนั้นได้

เนื้อหาที่นับได้ผูกกับงานตามมาตรา 32

ทั้งข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการและข้อ 2 ของประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ระบุหัวข้อไว้ตรงกัน และตรงกับงานที่ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างตามข้อ 19 (1) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ

ตัวบทไม่ได้ให้รายชื่อหลักสูตรหรือหัวข้อย่อยที่นับได้ และไม่ได้ระบุว่าใครรับรองว่ากิจกรรมใดเข้าข่าย เมื่อยื่นต่ออายุ กรมฯ ตรวจเอกสารตามข้อ 14 ประกอบข้อ 9 ถึงข้อ 11 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ

เลือกกิจกรรมที่ชื่อเรื่องและเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินอันตรายหรือการวางแผนควบคุมอย่างชัดเจน และเก็บเอกสารที่แสดงเนื้อหานั้นไว้ด้วย

สูตรคำนวณชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก

ข้อ 2 วรรคสองของประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้กำหนดสูตรไว้ และหมายเหตุท้ายตารางเขียนซ้ำอีกครั้ง

ชั่วโมงที่นับได้ = จำนวนชั่วโมง × ค่าน้ำหนักที่กำหนด

การคำนวณมี 2 ขั้น ขั้นแรกแปลงกิจกรรมเป็นจำนวนชั่วโมงตามคอลัมน์ "หลักเกณฑ์การนับชั่วโมง" ซึ่งบางวิธีนับตามเวลาจริง บางวิธีนับตามหน่วยกิต จำนวนหน้า หรือจำนวนสัปดาห์ ขั้นที่สองนำจำนวนชั่วโมงนั้นคูณค่าน้ำหนักของวิธีนั้น ระวังข้ามขั้นแรก เช่น นับรายงาน 3 หน้าเป็น 3 ชั่วโมง ทั้งที่ตารางกำหนดให้นับ 2 ชั่วโมงต่อหน้า

ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักตามประกาศกรมฯ

ตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้แบ่งกิจกรรมเป็น 5 กลุ่ม รวม 16 วิธี

กิจกรรมพัฒนาความรู้ 16 วิธีเรียงตามค่าน้ำหนัก 2.0 1.5 1.0 และ 0.5 พร้อมสูตรชั่วโมงที่นับได้เท่ากับจำนวนชั่วโมงคูณค่าน้ำหนัก และตัวอย่างคำนวณ เช่น E-learning 12 ชั่วโมงคูณ 0.5 ได้ 6 ชั่วโมง

กลุ่ม วิธี หลักเกณฑ์การนับชั่วโมง ค่าน้ำหนัก
1. การศึกษาแบบเป็นทางการ 1.1 หลักสูตรที่เรียนในสถาบันการศึกษา (เข้าเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด) 15 ชม. ต่อ 1 หน่วยกิต 1.0
1.2 หลักสูตรอบรมที่สอบวัดผลรายบุคคล ตามชั่วโมงที่เรียน สอบผ่าน 1.0 · สอบไม่ผ่าน 0.5
1.3 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ตามชั่วโมงที่เข้าอบรม 1.0
2. การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ 2.1 เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำรายงานสรุปพร้อมระบุแหล่งที่มา 2 ชม. ต่อหน้ารายงาน (เนื้อหาตั้งแต่ครึ่งหน้า A4) 0.5
2.2 การศึกษาทางไกล ทำรายงานสรุปพร้อมระบุแหล่งที่มา 2 ชม. ต่อหน้ารายงาน (เนื้อหาตั้งแต่ครึ่งหน้า A4) 0.5
2.3 ศึกษาดูงาน และทำรายงานสรุป ตามชั่วโมงดูงาน ไม่นับเวลาเดินทาง 0.5
2.4 ฝึกอบรมระหว่างปฏิบัติงาน (OJT) ตามชั่วโมงที่ฝึก 0.5
2.5 E-learning ที่วัดผลหลังอบรมและต้องผ่าน ตามชั่วโมงที่ศึกษา 0.5
3. สัมมนาและประชุมทางวิชาการหรือวิชาชีพ 3.1 เข้าฟังสัมมนาหรือประชุมวิชาการ ตามชั่วโมงที่เข้าร่วม 1.0
3.2 ประชุมคณะกรรมการหรืออนุกรรมการด้านวิชาการหรือวิชาชีพ ตามชั่วโมงที่ประชุม 1.0
4. การมีส่วนร่วมพัฒนามาตรฐาน 4.1 ร่วมพิจารณามาตรฐานเชิงเทคนิคกับหน่วยงานราชการ เช่น กฎกระทรวง ประกาศ ตามชั่วโมงที่พิจารณา 1.0
4.2 ร่วมจัดทำมาตรฐานกับหน่วยงานอื่น และมีรายงานเอกสารวิชาการ 3 ชม. ต่อหน้า A4 ของร่างมาตรฐาน 1.0
5. การสร้างสรรค์ความรู้ 5.1 บทความวิจัยในวารสารที่ผ่านผู้ประเมิน หนังสือ หรือเอกสารวิชาการ 5 ชม. ต่อหน้า 1.5
5.2 บทความวิจัยในวารสารที่ไม่ต้องผ่านผู้ประเมิน 5 ชม. ต่อหน้า 0.5
5.3 การทำวิจัย 3 ชม. ต่อสัปดาห์ของการวิจัย (ในปีที่ทำการยื่น) 2.0
5.4 เป็นวิทยากรในการอบรมหรือสัมมนา ตามชั่วโมงที่บรรยาย 1.0

ข้อความในตารางย่อจากตัวบท ก่อนนับจริงให้เปิดถ้อยคำเต็มในประกาศกรมฯ

กลุ่มที่ 1 การศึกษาแบบเป็นทางการ

กลุ่มนี้คูณ 1.0 เป็นหลัก วิธี 1.1 คือการลงเรียนรายวิชาในสถาบันการศึกษา นับ 15 ชั่วโมงต่อ 1 หน่วยกิต โดยต้องเข้าเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด

วิธี 1.2 คือหลักสูตรอบรมที่สอบวัดผลรายบุคคล นับตามชั่วโมงที่เรียนทั้งกรณีสอบผ่านและไม่ผ่าน ต่างกันที่ค่าน้ำหนัก สอบผ่านคูณ 1.0 สอบไม่ผ่านคูณ 0.5 วิธี 1.3 คือการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ นับตามชั่วโมงที่เข้าอบรม

กลุ่มที่ 2 การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ

ทุกวิธีในกลุ่มนี้คูณ 0.5 วิธี 2.1 และ 2.2 ต้องทำรายงานสรุปพร้อมระบุแหล่งที่มา นับ 2 ชั่วโมงต่อหน้า โดยหน้านั้นต้องมีเนื้อหาตั้งแต่ครึ่งหน้ากระดาษ A4 ขึ้นไป และต้องทำตามรูปแบบรายงานท้ายประกาศ

รูปแบบท้ายประกาศกำหนดรายละเอียดไว้ชัด ได้แก่ ฟอนต์ TH Sarabun PSK ชื่อเรื่องขนาด 22 ตัวหนา ชื่อผู้จัดทำและหัวข้อเรื่องขนาด 20 ตัวหนา เนื้อหาขนาด 18 ตัวปกติ ระยะขอบบน 3 เซนติเมตร ขอบซ้าย 3.5 เซนติเมตร ขอบขวาและขอบล่าง 2 เซนติเมตร หน้าปกระบุว่าจัดทำเพื่อประกอบการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ

วิธี 2.3 การศึกษาดูงานต้องทำรายงานสรุปเช่นกัน นับเฉพาะชั่วโมงที่ดูงาน ไม่นับเวลาเดินทาง วิธี 2.4 คือการฝึกอบรมระหว่างปฏิบัติงาน (OJT) นับตามชั่วโมงที่ฝึก

วิธี 2.5 คือการศึกษาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-learning) ซึ่งต้องครบ 2 เงื่อนไข คือ หลักสูตรวัดผลหลังการอบรม และผู้เรียนผ่านการวัดผล คลิปความรู้ที่ดูจบโดยไม่มีแบบทดสอบจึงไม่เข้าวิธี 2.5

กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 สัมมนาและการพัฒนามาตรฐาน

ทุกวิธีใน 2 กลุ่มนี้คูณ 1.0 และนับตามชั่วโมงที่เข้าร่วมจริง ยกเว้นวิธี 4.2 การจัดทำมาตรฐานกับหน่วยงานอื่น ซึ่งนับ 3 ชั่วโมงต่อหน้า A4 ของร่างมาตรฐาน

กลุ่มที่ 5 การสร้างสรรค์ความรู้

วิธี 5.1 คือบทความวิจัยในวารสารที่ผ่านผู้ประเมิน รวมถึงหนังสือหรือเอกสารวิชาการ นับ 5 ชั่วโมงต่อหน้า คูณ 1.5 วิธี 5.2 คือบทความวิจัยในวารสารที่ไม่ต้องผ่านผู้ประเมิน นับ 5 ชั่วโมงต่อหน้าเท่ากัน แต่คูณ 0.5

วิธี 5.3 งานวิจัยมีค่าน้ำหนักสูงสุดในตาราง คือ 2.0 นับ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่วิจัย ตัวบทกำกับในวงเล็บว่า "ในปีที่ทำการยื่น" วิธี 5.4 การเป็นวิทยากรในการอบรมหรือสัมมนา นับตามชั่วโมงที่บรรยาย คูณ 1.0

ตัวอย่างคำนวณจากตารางจริง

ตัวอย่างใช้เกณฑ์และค่าน้ำหนักตามตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ ตัวเลขกิจกรรมเป็นค่าสมมุติ

กิจกรรม แปลงเป็นชั่วโมง ค่าน้ำหนัก นับได้
E-learning 12 ชม. มีแบบทดสอบหลังเรียน และสอบผ่าน (2.5) 12 0.5 6
สัมมนาวิชาการเรื่องการประเมินอันตราย 6 ชม. (3.1) 6 1.0 6
หลักสูตรอบรม 6 ชม. มีสอบรายบุคคล สอบผ่าน (1.2) 6 1.0 6
หลักสูตรเดียวกัน แต่สอบไม่ผ่าน (1.2) 6 0.5 3
รายงานเรียนรู้ด้วยตนเอง 3 หน้า (2.1) 3 หน้า × 2 = 6 0.5 3
ดูงาน 5 ชม. รวมเดินทาง 2 ชม. (2.3) 5 − 2 = 3 0.5 1.5
บทความวิจัยที่ผ่านผู้ประเมิน 2 หน้า (5.1) 2 หน้า × 5 = 10 1.5 15
วิทยากรอบรมเรื่องชี้บ่งอันตราย 3 ชม. (5.4) 3 1.0 3

E-learning 12 ชั่วโมงที่วัดผลและสอบผ่าน คูณ 0.5 ได้ 6 ชั่วโมง พอดีกับเกณฑ์ต่อปี

การผสมกิจกรรมทำได้ เช่น เป็นวิทยากร 3 ชั่วโมง นับได้ 3 ชั่วโมง รวมกับรายงานเรียนรู้ด้วยตนเอง 3 หน้า นับได้ 3 ชั่วโมง รวมเป็น 6 ชั่วโมง ครบเกณฑ์ของปีนั้น

เกณฑ์รายปีกับใบอนุญาต 5 ปี

ใบอนุญาตผู้ชำนาญการมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตตามข้อ 12 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ส่วนเกณฑ์พัฒนาความรู้ตามประกาศกรมฯ เขียนเป็น "ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี" ใบอนุญาตแต่ละรอบจึงครอบคลุมการพัฒนาความรู้ 5 ปี

ตัวบทยังไม่ได้ระบุรายละเอียดอีกหลายจุดที่ผู้ถือใบอนุญาตต้องตัดสินใจเอง ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นเหล่านี้

  • การนับ "ปี" ตัวบทไม่ได้ระบุว่านับตามปีปฏิทิน ปีงบประมาณ หรือปีตามวันออกใบอนุญาต
  • ชั่วโมงเกินของปีหนึ่ง ตัวบทไม่ได้ระบุว่ายกไปนับในปีถัดไปได้หรือไม่
  • คำว่า "ในปีที่ทำการยื่น" ในวิธี 5.3 ตัวบทไม่ได้อธิบายเพิ่มว่าหมายถึงปีที่ยื่นต่ออายุหรือปีที่รายงานกิจกรรม
  • ผลของการขาดชั่วโมงในปีใดปีหนึ่ง ข้อ 16 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการผูกการพักใช้ใบอนุญาตไว้กับข้อ 19 เท่านั้น ไม่ได้ผูกกับข้อ 20 ส่วนในขั้นต่ออายุ เอกสารพัฒนาความรู้เป็นเอกสารที่ข้อ 14 ให้ยื่นพร้อมคำขอ ถ้าไม่ครบ กรมฯ ให้แก้ไขภายใน 30 วันตามข้อ 9 ไม่ทันถือว่าไม่ประสงค์ดำเนินการต่อ

ทำให้ครบ 6 ชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนักในทุกปีของอายุใบอนุญาต และจัดหลักฐานแยกเป็นรายปี วิธีนี้ไม่ต้องพึ่งการตีความ หากต้องการคำตอบที่แน่นอนในประเด็นข้างต้น ให้สอบถามกองความปลอดภัยแรงงาน กรมฯ ก่อนวางแผน

หลักฐานที่ต้องเก็บไว้ยื่นต่ออายุ

ข้อ 14 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุยื่นคำขอภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมใบอนุญาตและเอกสารการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้เพิ่มเติม คำชี้แจงของกรมฯ แจกแจงเอกสารเป็น 4 รายการ คือ แบบคำขอต่ออายุ ใบอนุญาต เอกสารแสดงการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม และเอกสารอื่นตามแบบคำขอ แบบคำขอที่ใช้คือแบบ กภ.คบญ.33 ซึ่งใช้ร่วมกันทั้งการขอใบอนุญาต ขอใบแทน และขอต่ออายุ

ตัวบทกำหนดรูปแบบเอกสารไว้เฉพาะรายงานในกลุ่มที่ 2 ส่วนกิจกรรมอื่นไม่ได้ระบุชนิดหลักฐาน ตารางต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่รายการที่กฎหมายกำหนด

กิจกรรม หลักฐานที่ควรเก็บ
เรียนในสถาบัน (1.1) ใบแสดงผลการเรียน หลักฐานจำนวนหน่วยกิต และการเข้าเรียน
อบรมที่มีสอบ (1.2) และเชิงปฏิบัติการ (1.3) วุฒิบัตรหรือหนังสือรับรอง ที่ระบุชื่อหลักสูตร จำนวนชั่วโมง วันที่ และผลสอบ
รายงานเรียนรู้ด้วยตนเองหรือทางไกล (2.1 2.2) รายงานตามรูปแบบท้ายประกาศ พร้อมรายการแหล่งที่มา
ดูงาน (2.3) รายงานสรุปการดูงาน กำหนดการที่แยกเวลาดูงานออกจากเวลาเดินทาง
OJT (2.4) บันทึกการฝึกที่ระบุหัวข้อ ผู้ฝึก วันที่ และจำนวนชั่วโมง
E-learning (2.5) หนังสือรับรองการเรียนจบที่แสดงผลการวัดผลว่าผ่าน และจำนวนชั่วโมงของหลักสูตร
สัมมนาและประชุม (3.1 3.2) หนังสือเชิญหรือกำหนดการ หลักฐานการลงทะเบียนเข้าร่วม
พัฒนามาตรฐาน (4.1 4.2) หนังสือแต่งตั้ง รายงานการประชุม ร่างมาตรฐานที่ใช้นับหน้า
ผลงานวิชาการและวิจัย (5.1 ถึง 5.3) สำเนาบทความหรือหนังสือ หลักฐานการตีพิมพ์ บันทึกระยะเวลาวิจัยรายสัปดาห์
วิทยากร (5.4) หนังสือเชิญเป็นวิทยากร กำหนดการที่ระบุหัวข้อและชั่วโมงบรรยาย

หลักฐานทุกชิ้นควรแสดงชื่อผู้ชำนาญการ จำนวนชั่วโมงหรือหน้าที่ใช้คำนวณ และหัวข้อที่โยงกับการประเมินอันตราย จัดเก็บเป็นแฟ้มรายปี มีตารางสรุปการคำนวณไว้หน้าแฟ้ม

แยกให้ชัดจากหลักสูตร 24 ชั่วโมง

หลักสูตรผู้ชำนาญการกับการพัฒนาความรู้มักสับสนกัน หลักสูตรผู้ชำนาญการคือการฝึกอบรมก่อนขอใบอนุญาตตามข้อ 7 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ รายละเอียดอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ (เรียกต่อไปว่า ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร) ซึ่งกำหนดเวลาอบรม 24 ชั่วโมง ใน 3 หมวดวิชา

ส่วนการพัฒนาความรู้ตามข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ เริ่มหลังได้รับใบอนุญาต และทำต่อเนื่องทุกปี

ประเด็น หลักสูตร 24 ชั่วโมง พัฒนาความรู้ 6 ชั่วโมงต่อปี
ฐานในกฎกระทรวง ข้อ 7 ข้อ 20
ประกาศกรมฯ ที่ใช้ เรื่องหลักสูตร เรื่องพัฒนาความรู้
ช่วงเวลา ก่อนยื่นคำขอใบอนุญาต ตลอดอายุใบอนุญาต
รูปแบบ อบรมกับกรมฯ หรือผู้ให้บริการฝึกอบรม แล้วประเมินกับกรมฯ เลือกได้ 16 วิธีตามตาราง
การนับชั่วโมง เต็มเวลาตลอดหลักสูตร ชั่วโมงคูณค่าน้ำหนัก
ใช้ประกอบ คำขอใบอนุญาต (ข้อ 8 (4)) คำขอต่ออายุ (ข้อ 14)

หมวดวิชาที่ 1 หัวข้อ (ข) ของหลักสูตร 24 ชั่วโมงปูพื้นเรื่องการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้ของผู้ชำนาญการไว้แล้ว อ่านต่อได้ที่ หลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ

เลข 6 ชั่วโมงต่อปีอีกชุดหนึ่งที่อาจทำให้สับสน คือข้อ 15 (6) ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการฝึกอบรมจัดให้วิทยากรของตนพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี เกณฑ์นั้นแยกจากหน้าที่ของผู้ชำนาญการตามข้อ 20 และไม่ได้ใช้ตารางค่าน้ำหนักชุดนี้

ผู้ชำนาญการที่เป็น จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปด้วย (รวมทุกคนที่ได้ใบอนุญาตด้วยเส้นทางข้อ 6 (4)) ยังอยู่ในเกณฑ์อีกชุด คือนายจ้างต้องจัดให้ได้รับการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงตามข้อ 23 ของกฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 สองชุดนี้ออกตามกฎหมายคนละฉบับ ควรเก็บหลักฐานแยกแฟ้ม และกิจกรรมที่จะนับเป็นพัฒนาความรู้ของผู้ชำนาญการต้องมีเนื้อหาตรงหัวข้อในข้อ 2 ของประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ดูเพิ่มที่ ต่ออายุความรู้ จป.วิชาชีพ

วางแผนพัฒนาความรู้ตลอดรอบใบอนุญาต

ขั้นตอนที่ใช้ได้กับผู้ถือใบอนุญาตทุกเส้นทาง

  1. ต้นปี ตั้งเป้า 6 ชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนัก แล้วเลือกกิจกรรมจากตาราง
  2. ก่อนลงทะเบียน ตรวจว่ากิจกรรมนั้นเข้าวิธีใดในตาราง เช่น หลักสูตรออนไลน์มีแบบทดสอบหลังเรียนหรือไม่ หลักสูตรอบรมสอบรายบุคคลหรือไม่
  3. หลังจบกิจกรรม เก็บหลักฐานทันที และบันทึกการคำนวณลงตารางสรุปประจำปี
  4. ไตรมาสสุดท้ายของปี ตรวจยอดสะสม หากยังไม่ครบ ใช้กิจกรรมค่าน้ำหนัก 1.0 เช่น สัมมนาวิชาการ เพื่อปิดยอดได้เร็ว
  5. ก่อนเข้าช่วงต่ออายุ เก็บชั่วโมงของปีที่ 5 ให้ครบก่อนเข้าช่วง 90 วัน เพราะหลักฐานต้องแนบไปพร้อมคำขอ รวมแฟ้ม 5 ปี ตรวจความครบถ้วน แล้วยื่นคำขอภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ขั้นตอนต่ออายุฉบับเต็มอยู่ใน อายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน

ขอบเขตงานที่ความรู้ชุดนี้นำไปใช้อยู่ที่ ขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง

สรุป

  • ข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 กำหนดหัวข้อของการพัฒนาความรู้ ส่วนประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ข้อ 2 กำหนดขั้นต่ำ 6 ชั่วโมงต่อปี
  • ชั่วโมงที่นับได้เท่ากับจำนวนชั่วโมงคูณค่าน้ำหนัก ตาราง 16 วิธีมีค่าน้ำหนักตั้งแต่ 0.5 ถึง 2.0
  • หลักฐานพัฒนาความรู้เป็นเอกสารที่ต้องแนบตอนยื่นต่ออายุตามข้อ 14 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ควรจัดแฟ้มแยกเป็นรายปี
  • การพัฒนาความรู้หลังได้ใบอนุญาตเป็นคนละเรื่องกับหลักสูตร 24 ชั่วโมงก่อนขอใบอนุญาต

ยังไม่มีใบอนุญาตผู้ชำนาญการ ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรม ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ผู้ชำนาญการ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
จป

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

27 พ.ค. 2569อ่าน 20 นาที
วิศวกรตรวจใบแสดงผลการเรียนเพื่อนับหน่วยกิตด้านอาชีวอนามัยและการประเมินอันตราย
จป

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต

5 ต.ค. 2569อ่าน 23 นาที
ผู้ชำนาญการวางแผนต่ออายุใบอนุญาตก่อนครบกำหนด 5 ปี
จป

อายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน

สรุปข้อ 12 ถึงข้อ 18 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 อายุใบอนุญาต 5 ปี ยื่นต่ออายุภายใน 90 วัน ใบแทน พักใช้ไม่เกิน 60 วัน เพิกถอน 4 กรณี พร้อมตารางเทียบ

5 ต.ค. 2569อ่าน 31 นาที