หลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ
หลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ เส้นทางใดเรียนครบ เส้นทางใดเรียน 6 ชั่วโมง คุณสมบัติผู้ให้บริการและวิทยากร และสิ่งที่ตรวจก่อนเข้าเรียน

ผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามกฎกระทรวงแล้วยังขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไม่ได้ทันที ต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กรมฯ) กำหนด และผ่านการประเมินก่อน หลักสูตรเต็มมีระยะเวลา 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 หมวดวิชา คือ หมวดวิชาที่ 1 จำนวน 6 ชั่วโมง หมวดวิชาที่ 2 จำนวน 12 ชั่วโมง และหมวดวิชาที่ 3 จำนวน 6 ชั่วโมง
หลักสูตรนี้ออกแบบให้ตรงกับงานที่ผู้ชำนาญการต้องทำจริง คือให้คำแนะนำและรับรองผลการประเมินอันตราย (hazard assessment) การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และแผนที่นายจ้างจัดทำตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 รู้โครงหลักสูตรตั้งแต่ก่อนเรียนจะช่วยให้เตรียมตัวและเตรียมหลักฐานได้ตรงจุด
ที่มาของหลักสูตรในข้อ 7 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ
บทนี้อ้าง 2 ฉบับ ฉบับแรกคือประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 (เรียกต่อไปว่า ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร) ฉบับที่สองคือกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (เรียกต่อไปว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) เลขข้อของ 2 ฉบับนี้ซ้ำกันได้ จึงระบุฉบับกำกับทุกครั้ง
ข้อ 7 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการวางหลักไว้ 2 วรรค
"ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ต้องผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นผู้ชำนาญการ
หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา"
ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ออกตามวรรคสองนี้ ข้อ 3 ของประกาศกรมฯ แยกผู้รับผิดชอบไว้ 2 ส่วน คือ ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ เข้ารับการฝึกอบรมจากกรมฯ หรือผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม แล้วต้องผ่านเกณฑ์การประเมินโดยวิธีการทดสอบจากกรมฯ
ลำดับจึงเป็นดังนี้ คุณสมบัติครบ → อบรมตามหลักสูตร → ทดสอบกับกรมฯ → ยื่นคำขอใบอนุญาต การอบรมจบหลักสูตรอย่างเดียวยังไม่ทำให้ได้ใบอนุญาต ภาพรวมทุกขั้นอยู่ในบทเส้นทางสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการ จากตรวจคุณสมบัติถึงรับใบ
โครงหลักสูตร 24 ชั่วโมง
ข้อ 4 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กำหนดระยะเวลาการฝึกอบรม 24 ชั่วโมง ประกอบด้วย 3 หมวดวิชา แต่ละหมวดแบ่งเป็น 2 หัวข้อวิชา

| หมวดวิชา | หัวข้อวิชาตามข้อ 4 | ชั่วโมง |
|---|---|---|
| หมวดวิชาที่ 1 การควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับการประเมินอันตราย | (ก) การดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับการประเมินอันตราย | 3 |
| (ข) กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการประเมินอันตราย รวมทั้งสมรรถนะ จรรยาบรรณ และการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้ของผู้ชำนาญการ | 3 | |
| หมวดวิชาที่ 2 กระบวนการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ และการจัดทำแผน | (ก) การประเมินอันตรายด้านความปลอดภัย | 6 |
| (ข) การประเมินอันตรายด้านสุขภาพ | 6 | |
| หมวดวิชาที่ 3 การฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการประเมินอันตราย และการฝึกปฏิบัติเป็นผู้ชำนาญการ | (ก) การฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการประเมินอันตราย การชี้บ่งอันตราย การวิเคราะห์โอกาสและความรุนแรงเพื่อจัดระดับอันตราย | 3 |
| (ข) การฝึกปฏิบัติการเป็นผู้ชำนาญการ | 3 | |
| รวม | 24 |
ประกาศกำหนดไว้ถึงระดับชื่อหัวข้อวิชาและชั่วโมงเท่านั้น ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าแต่ละหัวข้อต้องสอนวิธีใดหรือใช้กรณีศึกษาใด รายละเอียดเนื้อหาจึงอยู่ในหลักสูตรที่ผู้ให้บริการยื่นขอรับรองต่อกรมฯ
หมวดวิชาที่ 1 การควบคุม กำกับ ดูแล 6 ชั่วโมง
ชื่อหัวข้อ (ข) ตรงกับข้อกำหนดที่ผู้ชำนาญการต้องปฏิบัติหลังได้ใบอนุญาต ได้แก่ หน้าที่ 3 ข้อตามข้อ 19 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ คือให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างตามมาตรา 32 (1) (2) และ (3) แจ้งกำหนดการและส่งรายงานสรุปผล และไม่เปิดเผยความลับของนายจ้าง รวมทั้งการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม (CPD) ตามข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ซึ่งรายละเอียดอยู่ในบทพัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
หมวดวิชาที่ 2 กระบวนการประเมินอันตราย 12 ชั่วโมง
หมวดวิชาที่ 2 มีชั่วโมงมากที่สุด แบ่งเป็นการประเมินอันตรายด้านความปลอดภัย 6 ชั่วโมง และด้านสุขภาพ 6 ชั่วโมง
งานที่ผู้ชำนาญการต้องรับรองผลอยู่ในประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ (เรียกต่อไปว่า ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย) ข้อ 6 ของประกาศเรื่องการประเมินอันตรายให้นายจ้างเลือกวิธีชี้บ่งอันตราย (hazard identification) วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกันที่เหมาะสม การแบ่งด้านความปลอดภัยกับด้านสุขภาพในหมวดวิชาที่ 2 สอดคล้องกับรายการวิธีในข้อ 6 ดังนี้
| กลุ่มตามหมวดวิชาที่ 2 | หนึ่งในวิธีชี้บ่งอันตรายตามข้อ 6 ของประกาศเรื่องการประเมินอันตราย |
|---|---|
| ด้านความปลอดภัย | การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA) · การตรวจสอบตามรายการ (Checklist) · What-if · การศึกษาอันตรายและกระบวนการทำงาน (HAZOP) · การวิเคราะห์ความผิดพลาดตามลำดับ (FTA) · การวิเคราะห์อุบัติการณ์ตามลำดับ (ETA) · การวิเคราะห์ผลจากความล้มเหลวของอุปกรณ์ (FMEA) |
| ด้านสุขภาพ | วิธีการชี้บ่งเพื่อประเมินอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การประเมินความเสี่ยงด้านสารเคมีตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การประเมินท่าทางการทำงานทั้งร่างกาย (REBA) และร่างกายส่วนบน (RULA) |
| ทั้งสองด้าน | วิธีอื่นตามมาตรฐานสากล วิธีที่หน่วยงานราชการยอมรับ หรือวิธีที่อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายให้ความเห็นชอบ |
ตารางนี้เทียบไว้ให้เห็นภาพเท่านั้น ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ไม่ได้ระบุว่าต้องสอนวิธีใด และแต่ละวิธีเป็นหนึ่งในวิธีชี้บ่งอันตรายที่นายจ้างเลือกใช้ได้
หมวดวิชาที่ 3 การฝึกปฏิบัติ 6 ชั่วโมง
หมวดวิชาที่ 3 เป็นการฝึกปฏิบัติทั้งหมด หัวข้อ (ก) ฝึกใช้เทคนิคการประเมินอันตราย การชี้บ่งอันตราย และการวิเคราะห์โอกาสและความรุนแรงเพื่อจัดระดับอันตราย หัวข้อ (ข) ฝึกปฏิบัติการเป็นผู้ชำนาญการ
หัวข้อ (ก) ตรงกับข้อ 7 ของประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ซึ่งให้นายจ้างนำผลการชี้บ่งอันตรายมาวิเคราะห์โอกาส (likelihood) และความรุนแรง (severity) เพื่อจัดระดับอันตราย โดยอย่างน้อยให้มีรายละเอียดตามท้ายประกาศ หรือใช้วิธีตามมาตรฐานสากล หรือที่หน่วยงานราชการยอมรับ หรือที่อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายให้ความเห็นชอบ ข้อ 8 ของประกาศฉบับเดียวกันให้นายจ้างจัดทำแผนเพื่อลดและควบคุมระดับอันตราย ซึ่งตารางที่ 4 ท้ายประกาศกำหนดให้ทำตั้งแต่ระดับปานกลาง (คะแนน 3 ถึง 4) ขึ้นไป การอ่านข้อ 8 คู่ตารางที่ 4 อยู่ในบทประกาศเรื่องการประเมินอันตราย พ.ศ. 2567 สรุปรายข้อสำหรับนายจ้าง
หัวข้อ (ข) โยงกับบทบาทให้คำแนะนำและรับรองผล ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำระหว่างการประเมิน สอบทานผลและหลักฐานก่อนรับรอง และเขียนสรุปความเห็นลงช่องท้ายแบบ ปอ.1 และแบบ ปอ.2 การตัดสินนโยบายและงบประมาณยังเป็นของนายจ้าง ขอบเขตงานในทางปฏิบัติดูได้ที่บทขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง
เส้นทางที่เรียนเต็มหลักสูตรและเส้นทางที่เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1
ชั่วโมงอบรมขึ้นกับคุณสมบัติเฉพาะตามข้อ 6 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการที่ผู้ขอใช้ยื่น ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร แยกไว้ 2 ข้อ
ข้อ 5 ประกาศกรมฯ — ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (1) (2) และ (4) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ให้ฝึกอบรมตามข้อ 4 ของประกาศกรมฯ คือเต็ม 24 ชั่วโมง
ข้อ 6 ประกาศกรมฯ — ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (3) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ให้ฝึกอบรมตามข้อ 4 ของประกาศกรมฯ เฉพาะหมวดวิชาที่ 1
| เส้นทางตามข้อ 6 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ | ฝึกอบรม | ชั่วโมง |
|---|---|---|
| (1) ปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า | ครบ 3 หมวดวิชา | 24 |
| (2) ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีการเรียนการสอนตามเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต | ครบ 3 หมวดวิชา | 24 |
| (3) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือใบอนุญาตวิชาชีพอื่นตามที่อธิบดีประกาศ | เฉพาะหมวดวิชาที่ 1 | 6 |
| (4) จป. ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดที่กำหนดตามมาตรา 32 | ครบ 3 หมวดวิชา | 24 |
"ประเภทและขนาดที่กำหนดตามมาตรา 32" ในแถว (4) คือกิจการบัญชี 1 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 2 คน หรือบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คน ตามประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ตรวจรายชื่อกิจการได้ที่บทกิจการบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่ต้องประเมินอันตรายตามมาตรา 32
ชั่วโมงอบรมของเส้นทาง (1) (2) และ (4) เท่ากัน แต่ขอบเขตงานต่างกัน ขอด้วยเส้นทาง (1) (2) (3) ทำได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ และเสียค่าธรรมเนียม ขอด้วยเส้นทาง (4) ทำได้เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. ไว้ ไม่เสียค่าธรรมเนียม และย้ายสถานประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ ตามข้อ 13 และข้อ 22 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ผู้ที่มีคุณสมบัติได้มากกว่า 1 เส้นทาง ชั่วโมงอบรม ขอบเขตงาน และค่าธรรมเนียมจะผูกกับเส้นทางที่ใช้ยื่นขอ
ทุกเส้นทางยังต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการครบทั้ง 6 ข้อ รวมถึงอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีและประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ทุกเส้นทางทดสอบกับกรมฯ ด้วยเกณฑ์ร้อยละ 80 เดียวกันตามข้อ 23 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร และประกาศไม่ได้แยกขอบเขตการทดสอบของผู้ที่เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 ไว้
รายละเอียดแต่ละเส้นทางอยู่ในบทปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2) บทผู้ถือใบอนุญาตวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 รวม 6 ชั่วโมง และบทจป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ ขอบเขตตามข้อ 13 และการยกเว้นค่าธรรมเนียม
ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม
ข้อ 3 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ให้อบรมได้จากกรมฯ หรือผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ผู้ให้บริการต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งตามข้อ 8 ของประกาศกรมฯ
- นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่รับรอง
- สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน)
- สถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
- รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
นอกจากนี้ผู้ให้บริการต้องมีบุคลากรวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม และมีวิทยากรตามคุณสมบัติที่กำหนดปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยงาน
การรับรองมีขั้นตอนตามข้อ 9 ถึงข้อ 11 ของประกาศกรมฯ
- ผู้ให้บริการยื่นคำขอตามแบบ กภ.ชก 1
- กรมฯ ออกหลักฐานการรับรองหลักสูตรและรายชื่อวิทยากรตามแบบ กภ.ชก 2 ภายใน 60 วัน รับรองคราวละ 3 ปี
- ต่ออายุการรับรองโดยยื่นไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่การรับรองสิ้นสุด
ใบรับรองตามแบบ กภ.ชก 2 ระบุช่วงวันที่มีผล และแนบรายชื่อวิทยากรพร้อมหมวดวิชาและหัวข้อวิชาที่ได้รับรอง ผู้เรียนจึงตรวจได้ว่าหลักสูตรที่จะเข้าเรียนยังอยู่ในช่วงการรับรอง
ถ้าผู้ให้บริการฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามข้อ 13 ถึงข้อ 17 ของประกาศกรมฯ กรมฯ อาจเพิกถอนการรับรองหลักสูตรและรายชื่อวิทยากรตามข้อ 18
คุณสมบัติวิทยากร
ข้อ 7 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กำหนดคุณสมบัติวิทยากรไว้ 3 แบบ ต้องมีอย่างหนึ่งอย่างใด
| แบบ | วุฒิการศึกษา | ประสบการณ์ภาคสนาม | ประสบการณ์สอน |
|---|---|---|---|
| (1) | ปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า หรือทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ | ประเมินอันตรายหรือให้คำปรึกษาด้านนี้ในสถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 5 แห่ง | เป็นวิทยากรในหัวข้อที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ปี |
| (2) | เหมือนแบบ (1) | ประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 10 ปี | เป็นวิทยากรในหัวข้อที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ปี |
| (3) | เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา วุฒิเหมือนแบบ (1) | ให้คำปรึกษาไม่น้อยกว่า 5 แห่ง หรือวิจัยด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่า 1 เรื่อง | สอนในหัวข้อที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ปี |
ผู้ให้บริการต้องจัดให้วิทยากรฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้เพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปีตามข้อ 15 (6) ของประกาศกรมฯ
การจัดอบรมตามข้อ 15 ถึงข้อ 17
ข้อ 15 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กำหนดสิ่งที่ผู้ให้บริการต้องทำในการจัดอบรมแต่ละครั้ง
| ข้อ 15 | สิ่งที่ผู้ให้บริการต้องทำ | ข้อสังเกตสำหรับผู้เข้าอบรม |
|---|---|---|
| (1) | แจ้งกำหนดการ หลักสูตร รายชื่อผู้เข้าอบรม และรายชื่อวิทยากร ต่อกองความปลอดภัยแรงงานไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนอบรม | ชื่อผู้เข้าอบรมต้องอยู่ในรายชื่อที่แจ้งไว้ |
| (2) | ห้องฝึกอบรมหนึ่งห้องมีผู้เข้าอบรมไม่เกิน 30 คน | เป็นเพดานจำนวนคนต่อห้อง |
| (3) | มีคู่มือ อุปกรณ์ สื่อ เอกสาร และสถานที่ถูกสุขลักษณะพร้อมใช้งาน | มีเอกสารใช้ทบทวนก่อนการประเมิน |
| (4) | ให้ผู้เข้าอบรมเรียนเต็มเวลาตลอดหลักสูตร | ขาดเรียนบางช่วงแล้วไม่ครบตามหลักสูตร |
| (5) | ประเมินผลทั้งก่อนและหลังการฝึกอบรม | การประเมินนี้เป็นของผู้ให้บริการ แยกจากการทดสอบของกรมฯ |
| (6) | ให้วิทยากรพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี | เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการต่อวิทยากร |
ข้อ 15 (2) กำหนดจำนวนผู้เข้าอบรมต่อห้องฝึกอบรม ส่วนการใช้วิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 25 วรรคสองของประกาศกรมฯ เปิดไว้เฉพาะการทดสอบข้อเขียน
ข้อ 16 ของประกาศกรมฯ กำหนดให้ผู้ให้บริการแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการให้บริการต่อผู้รับบริการก่อนให้บริการ โดยค่าตอบแทนที่บวกเพิ่มต้องไม่เกิน 1 เท่าของค่าใช้จ่ายในการให้บริการ ไม่เปิดเผยความลับของผู้รับบริการ และปฏิบัติตามเกณฑ์จริยธรรมสำหรับผู้ให้บริการตามพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ ข้อ 17 กำหนดให้ส่งรายงานผลการฝึกอบรม รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม และรายชื่อวิทยากร ตามแบบ กภ.ชก 4 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม
สิ่งที่ผู้เข้าอบรมควรตรวจก่อนเรียน
- เส้นทางของตนตามข้อ 6 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ตรวจว่าต้องเรียนครบ 24 ชั่วโมง หรือเรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 จำนวน 6 ชั่วโมง
- คุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ตรวจให้ครบก่อนอบรม เพราะแบบแจ้งข้อมูลสำหรับการทดสอบ (กภ.ทส.ชก) ให้ผู้ให้บริการรับรองคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ของผู้เข้ารับการประเมินรายบุคคล รายละเอียดอยู่ในบทคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6
- ผู้จัดอบรม เป็นกรมฯ หรือเป็นผู้ให้บริการที่มีใบรับรองตามแบบ กภ.ชก 2 ซึ่งยังอยู่ในช่วงวันที่มีผล ขอดูสำเนาใบรับรองพร้อมรายชื่อวิทยากรแนบท้ายจากผู้จัดก่อนลงทะเบียน
- ชื่อหลักสูตร ตรงกับหลักสูตรผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตามประกาศ หลักสูตรความรู้ทั่วไปเรื่องการประเมินอันตรายใช้แทนไม่ได้
- เวลาเรียน วางตารางงานให้เข้าเรียนได้เต็มเวลาตลอดหลักสูตรตามข้อ 15 (4) ของประกาศกรมฯ
หลังจบหลักสูตร
อบรมครบแล้วต้องทดสอบข้อเขียนกับกรมฯ ตามข้อ 19 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กรอบเวลา กติกาห้องสอบ และการทดสอบใหม่อยู่ในบทการประเมินข้อเขียนผู้ชำนาญการ 3 ชั่วโมง เกณฑ์ร้อยละ 80 และการทดสอบใหม่
เมื่อผ่านการประเมินแล้ว จึงนำหลักฐานผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินไปยื่นคำขอใบอนุญาตตามข้อ 8 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ สรุปประกาศกรมฯ ทั้ง 4 ฉบับอยู่ในบท4 ประกาศกรม 1 พ.ค. 2569 ผู้ชำนาญการ
สรุป
- หลักสูตรผู้ชำนาญการมี 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชา คือ หมวดวิชาที่ 1 จำนวน 6 ชั่วโมง หมวดวิชาที่ 2 จำนวน 12 ชั่วโมง และหมวดวิชาที่ 3 จำนวน 6 ชั่วโมง ตามข้อ 4 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร
- เส้นทางข้อ 6 (1) (2) และ (4) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ เรียนเต็ม 24 ชั่วโมง เส้นทางข้อ 6 (3) เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 แต่ทุกเส้นทางต้องผ่านการประเมินกับกรมฯ
- ประกาศกำหนดชื่อหัวข้อวิชาและชั่วโมง ไม่ได้ระบุวิธีประเมินอันตรายที่ต้องสอน
- ผู้ให้บริการต้องผ่านการรับรองจากกรมฯ ซึ่งมีอายุคราวละ 3 ปี ใช้วิทยากรตามข้อ 7 จัดห้องละไม่เกิน 30 คน และให้ผู้เข้าอบรมเรียนเต็มเวลา
- อบรมจบแล้วยังต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนของกรมฯ ก่อนยื่นคำขอใบอนุญาต
ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ หลักสูตรผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ยังไม่เปิดรับสมัคร ลงชื่อไว้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เราจะแจ้งทางอีเมลและโทรศัพท์เมื่อเปิดรอบอบรม และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง
อ้างอิงกฎหมาย
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 ข้อ 1 ข้อ 3 ถึงข้อ 11 ข้อ 15 ถึงข้อ 19 ข้อ 22 ข้อ 23 และข้อ 24
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 19 และข้อ 20
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)
ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต