ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย พ.ศ. 2567 สรุปรายข้อสำหรับนายจ้าง
สรุปประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องการประเมินอันตราย พ.ศ. 2567 ครบข้อ 1 ถึง 10 บัญชีท้ายประกาศ ตารางจัดระดับอันตราย แบบ ปอ.1 ปอ.2 กำหนดเวลา และหน้าที่นายจ้าง

บทนี้สรุปประกาศที่ทำให้นายจ้างรู้ว่าอันตรายใดในสถานประกอบกิจการต้องจัดการก่อน และมีแผนที่ตรวจติดตามได้ มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดหน้าที่นายจ้างไว้ 4 ข้อ คือ ประเมินอันตราย (hazard assessment) ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดทำแผน และส่งผลการดำเนินการให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย แล้วให้รัฐมนตรีกำหนดรายละเอียดโดยประกาศ รายละเอียดนั้นคือ ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ต่อจากนี้เรียกว่า "ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย"
เนื้อตัวบทมีเพียง 10 ข้อ ตามด้วยบัญชีท้ายประกาศ ตารางคะแนน และแบบ ปอ.1 กับแบบ ปอ.2 บทนี้ไล่ทีละข้อตามลำดับในตัวบท
ฐานอำนาจและชื่อเรียก
คำปรารภของประกาศระบุว่าออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 และมาตรา 32 ของพระราชบัญญัติ เครื่องมือทางกฎหมายตามมาตรา 32 จึงเป็นประกาศกระทรวงแรงงาน ไม่มีกฎกระทรวงฉบับใดออกตามมาตรา 32 ส่วนกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (เรียกต่อไปว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) ที่ลงนามวันเดียวกัน อาศัยอำนาจตามมาตรา 33 และว่าด้วยตัวผู้ชำนาญการ
ข้อ 1 ตั้งชื่อประกาศตามชื่อเต็มข้างต้น ห่วงโซ่จากพระราชบัญญัติลงมาถึงประกาศและระบบการจัดการขององค์กร อธิบายไว้ที่ แผนที่กฎหมายไทยที่กำหนดให้ประเมินอันตรายและประเมินความเสี่ยง
ข้อ 2 วันใช้บังคับ
ข้อ 2 กำหนดให้ประกาศใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คำชี้แจงของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กรมฯ) ระบุว่าประกาศลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2568
ข้อ 3 กิจการที่อยู่ในบังคับ
ข้อ 3 ใช้เกณฑ์ 2 ชั้น คือประเภทกิจการตามบัญชีท้ายประกาศ และจำนวนลูกจ้าง
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับแก่สถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ท้ายประกาศนี้
| บัญชี | เกณฑ์ลูกจ้าง | จำนวนประเภท | ตัวอย่างตามถ้อยคำในบัญชี |
|---|---|---|---|
| บัญชี 1 | ตั้งแต่ 2 คน | 5 | ทำเหมืองหรือเหมืองใต้ดิน · ปิโตรเลียม · ปิโตรเคมี · กลั่นน้ำมันปิโตรเลียม · แยกก๊าซธรรมชาติ |
| บัญชี 2 | ตั้งแต่ 20 คน | 49 | อุตสาหกรรมการผลิตหลายหมวด · ผลิตหรือจ่ายไฟฟ้า · สถานีบริการและคลังน้ำมันเชื้อเพลิง · ก่อสร้างหรือรื้อถอนอาคาร · ขนส่ง · คลังสินค้า ไซโล ห้องเย็น · โรงแรม · ห้างสรรพสินค้า · โรงพยาบาล · สวนสัตว์หรือสวนสนุก |
คำชี้แจงของกรมฯ มีคำอธิบายประกอบแต่ละลำดับในบัญชี และระบุว่าเป็นแนวทางพิจารณาในเบื้องต้นตามลักษณะความเสี่ยงของการดำเนินกิจการ วิธีตรวจทีละขั้นว่ากิจการเข้าลำดับใดอยู่ที่ กิจการบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่ต้องประเมินอันตรายตามมาตรา 32
ข้อ 4 นิยาม 7 คำ
ข้อ 4 นิยามคำที่ใช้ทั้งฉบับไว้ 7 คำ
| คำ | ความหมายตามข้อ 4 โดยสรุป |
|---|---|
| สภาพแวดล้อมในการทำงาน | สภาพในบริเวณที่ทำงาน รวมถึงเครื่องจักร อาคาร การระบายอากาศ สารเคมีอันตราย ความร้อน แสงสว่าง เสียง รังสี ไฟฟ้า อับอากาศ และลักษณะการทำงานอื่น |
| อันตราย | สภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ หรือทรัพย์สินเสียหาย |
| การประเมินอันตราย | กระบวนการที่มีการชี้บ่งอันตราย และประเมินระดับอันตราย |
| ระดับอันตราย | ระดับที่บ่งบอกว่ายอมรับได้หรือยอมรับไม่ได้ |
| ระดับอันตรายที่ยอมรับได้ | ไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ หรือมีมาตรการเหมาะสมแล้ว แต่ต้องเฝ้าระวังและติดตามให้มาตรการคงประสิทธิภาพตลอดเวลา |
| แผนการดำเนินงานฯ และแผนควบคุมดูแลฯ | แผนการดำเนินงานเพื่อลดและควบคุมระดับอันตราย |
| ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยฯ | ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 33 |
ข้อ 5 กรอบเวลาและทีมดำเนินการ
ข้อ 5 มี 3 วรรค แต่ละวรรคตอบคนละเรื่อง
วรรคหนึ่ง รอบแรกและรอบทบทวน นายจ้างต้องประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ และจัดทำผลประเมินกับแผนทั้งสองแผนให้เสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่ประกาศใช้บังคับ หรือนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบตามข้อ 3 แล้วแต่กรณี และทบทวนทุก 3 ปี คำชี้แจงของกรมฯ คำนวณวันครบกำหนดรอบแรกไว้ว่า 16 พฤศจิกายน 2568 และอธิบายกรณีลูกจ้างครบเกณฑ์ภายหลังว่าให้นับไปอีก 180 วันจากวันที่ครบจำนวน
วรรคสอง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หากเครื่องจักร อุปกรณ์ กระบวนการผลิต วิธีการทำงาน หรือสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนไป รวมถึงจากภัยธรรมชาติ นายจ้างต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้ครอบคลุมก่อน ระหว่าง และหลังการเปลี่ยนแปลง ให้เสร็จโดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 30 วัน จากนั้นเก็บผลไว้ ณ สถานประกอบกิจการ จะเก็บเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบ ส่วนที่ครอบคลุม "ก่อน" การเปลี่ยนแปลงจึงต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นวางแผนการเปลี่ยน
วรรคสาม ทีมดำเนินการ ใช้กับการดำเนินการตามทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง และวางทีมไว้ 3 ส่วน ส่วนแรกคือลูกจ้างผู้รู้ขั้นตอนงานนั้นอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีส่วนร่วมกับส่วนที่สอง คือผู้ประเมินอันตรายที่มีความรู้และประสบการณ์ตามที่ประกาศกำหนด หรือ จป. หรือกรรมการ คปอ. แล้วแต่กรณี ส่วนที่สามคือผู้ชำนาญการ ซึ่งนายจ้างต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผล รอบเปลี่ยนแปลงตามวรรคสองจึงต้องมีผู้ชำนาญการด้วย
ผู้ชำนาญการตามประกาศนี้อาจเป็นบุคคลภายนอก หรือ จป. ของสถานประกอบกิจการเองที่ได้รับใบอนุญาต บทบาทและที่มาของผู้ชำนาญการอยู่ที่ ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย บทบาทตามมาตรา 32 และใบอนุญาตตามมาตรา 33
ข้อ 6 รายการวิธีชี้บ่งอันตราย 9 อนุ
ข้อ 6 กำหนดให้นายจ้างประเมินอันตรายด้วยวิธีชี้บ่งอันตรายที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงาน และทุกกิจกรรม โดยเลือกใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกันที่เหมาะสม ประกาศไม่ได้กำหนดให้ใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง แต่ละวิธีในรายการจึงเป็นหนึ่งในวิธีชี้บ่งอันตรายที่เลือกได้ เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือครอบคลุมงานครบและเหมาะกับงาน
| อนุ | ชื่อวิธีตามประกาศ | ลักษณะตามคำชี้แจงของกรมฯ โดยย่อ |
|---|---|---|
| (1) | การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA) | ชี้บ่งอันตรายในแต่ละขั้นตอนของงานหรือกิจกรรม |
| (2) | การตรวจสอบตามรายการ (Checklist) | ใช้แบบตรวจเทียบกับมาตรฐานการออกแบบ การปฏิบัติงาน หรือกฎหมาย |
| (3) | การวิเคราะห์โดยใช้คำถาม "จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า..." (What-if) | ตั้งคำถามแล้วหาคำตอบเพื่อชี้บ่งอันตรายในการดำเนินงาน |
| (4) | การศึกษาอันตรายและกระบวนการทำงาน (HAZOP) | ใช้คำนำทาง ที่เรียกกันว่า guide word ประกอบพารามิเตอร์ (parameter) ของกระบวนการ เช่น อัตราการไหล อุณหภูมิ ความดัน |
| (5) | การวิเคราะห์ความผิดพลาดตามลำดับ (FTA) | เริ่มจากเหตุการณ์แรก (top event) แล้วไล่ย้อนหาเหตุการณ์ย่อยจนถึงสาเหตุพื้นฐาน |
| (6) | การวิเคราะห์อุบัติการณ์ตามลำดับ (ETA) | เริ่มจากสถานการณ์จำลอง (initiating event) แล้วไล่ไปข้างหน้าว่ามาตรการแต่ละตัวทำงานหรือไม่ทำงาน จนถึงผลที่เกิดขึ้นตามมา (outcome) |
| (7) | การวิเคราะห์ผลจากความล้มเหลวของอุปกรณ์ (FMEA) | ไล่ชิ้นส่วนเครื่องจักรอุปกรณ์ทีละส่วนตามรูปแบบความล้มเหลว (failure mode) และผลที่เกิด |
| (8) | วิธีชี้บ่งเพื่อประเมินอันตรายต่อสุขภาพ | เช่น ประเมินความเสี่ยงด้านสารเคมีตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตารางประเมินความเสี่ยง (risk matrix) · การประเมินท่าทางทั้งร่างกาย (REBA) · ร่างกายส่วนบน (RULA) |
| (9) | วิธีการอื่น | ตามมาตรฐานสากล · ที่หน่วยงานราชการยอมรับ · ที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายให้ความเห็นชอบ |
งานที่ไล่เป็นขั้นตอนชัดมักเริ่มจาก JSA ระบบท่อและถังความดันมักใช้วิธีที่ดูความเบี่ยงเบน (deviation) ของกระบวนการ ส่วนอันตรายต่อสุขภาพต้องมีวิธีที่ครอบคลุมการสัมผัสด้วย ทีมควรอธิบายได้ว่าทำไมวิธีที่เลือกเหมาะกับงาน เพราะแบบรายงานมีช่องให้ระบุวิธีชี้บ่งที่ใช้
วิธีลงมือของแต่ละเทคนิคอยู่ในบทเฉพาะ ได้แก่ JSA ทำเองพร้อมตัวอย่าง · HAZOP เหมาะกับงานแบบใด · FMEA ชนิดที่ใช้จริงและข้อจำกัด · ETA และการตั้งสถานการณ์จำลอง
ข้อ 7 วิเคราะห์โอกาสและความรุนแรง
ข้อ 7 ให้นายจ้างนำผลการชี้บ่งมาวิเคราะห์โอกาส (likelihood) และความรุนแรง (severity) เพื่อจัดระดับอันตราย และเปิดทางไว้ 4 ทาง
...โดยอย่างน้อยให้มีรายละเอียดตามท้ายประกาศนี้ หรือด้วยวิธีที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล หรือที่หน่วยงานราชการยอมรับ หรือที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายให้ความเห็นชอบ
หน้าแรกของแบบรายงานมีช่องให้เลือกทางที่ใช้ ถ้าใช้ทางความเห็นชอบของอธิบดี ต้องระบุเลขที่และวันที่ของหนังสือให้ความเห็นชอบ พร้อมแนบเอกสารนั้นมาด้วย
ทางแรกคือตารางท้ายประกาศ ซึ่งให้คะแนนโอกาสและความรุนแรงอย่างละ 3 ระดับ
| ระดับ | โอกาส (ตารางที่ 1) โดยย่อ | ความรุนแรง (ตารางที่ 2) โดยย่อ |
|---|---|---|
| น้อย (1) | สัมผัสน้อย เกิดยาก มีวิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัยเป็นลายลักษณ์อักษรและควบคุมต่อเนื่อง | ไม่หยุดการดำเนินการ บาดเจ็บเล็กน้อยปฐมพยาบาลได้ ความเสียหายเล็กน้อย |
| ปานกลาง (2) | เกิดเป็นครั้งคราวหรือเป็นไปได้ วิธีปฏิบัติไม่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือควบคุมไม่ต่อเนื่อง | หยุดการดำเนินการ บาดเจ็บที่ต้องรักษาทางการแพทย์ ความเสียหายไม่มาก |
| มาก (3) | เกิดได้ง่ายหรือเกิดซ้ำ ไม่มีวิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย ไม่มีการควบคุม | บาดเจ็บรุนแรง สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ เสียชีวิต หรือเกิดอุบัติภัย ความเสียหายจำนวนมาก |
คะแนนความเป็นอันตรายตามตารางที่ 3 ได้จากโอกาสคูณความรุนแรง จึงมีค่าที่เป็นไปได้คือ 1 2 3 4 6 และ 9 แล้วตารางที่ 4 แปลงคะแนนเป็น 5 ระดับ
| ระดับอันตราย | คะแนน | สิ่งที่ตารางที่ 4 กำหนด |
|---|---|---|
| ต่ำมาก | 1 | อันตรายเล็กน้อย ไม่ต้องจัดทำแผนควบคุม |
| ต่ำ | 2 | ยอมรับได้ ต้องเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบมาตรการควบคุม |
| ปานกลาง | 3 หรือ 4 | ทบทวนมาตรการควบคุม พร้อมจัดทำแผนลดและควบคุม |
| สูง | 6 | ดำเนินงานเพื่อลดระดับอันตราย พร้อมจัดทำแผนลดและควบคุม |
| สูงมาก | 9 | ยอมรับไม่ได้ ต้องหยุดดำเนินการและปรับปรุงแก้ไขทันที พร้อมจัดทำแผนลดและควบคุม |
ตารางนี้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ข้อ 7 ใช้คำว่า "อย่างน้อย" สถานประกอบกิจการที่ใช้สเกลละเอียดกว่าตามมาตรฐานสากลจึงทำได้ แต่ต้องระบุในแบบรายงานว่าใช้ทางใด และกำหนดให้ชัดว่าระดับใดยอมรับได้ ระดับใดต้องทำแผนลดและควบคุม คะแนนแต่ละช่องควรมีที่มา เช่น ความถี่ที่ลูกจ้างสัมผัส มาตรการที่มีอยู่ และผลที่อาจเกิด เพราะผู้ชำนาญการต้องเห็นเหตุผลเหล่านี้ก่อนรับรองผล
ข้อ 8 แผนลดและควบคุม
ข้อ 8 กำหนดว่า กรณีที่ผลการวิเคราะห์ตามข้อ 7 อยู่ในระดับอันตรายที่ยอมรับไม่ได้ ให้นายจ้างจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยฯ และแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ เพื่อลดและควบคุมระดับอันตรายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ข้อ 8 ต้องอ่านคู่กับตารางที่ 4 ตารางระบุคำว่า "ยอมรับได้" ไว้ที่ระดับต่ำ และระบุคำว่า "ยอมรับไม่ได้" ไว้ที่ระดับสูงมาก แต่กำหนดให้จัดทำแผนลดและควบคุมตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป คำชี้แจงของกรมฯ อธิบายว่าระดับที่ยอมรับไม่ได้หมายถึงระดับที่นอกเหนือจากระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องมีมาตรการลดระดับลง ส่วนผลที่อยู่ในระดับยอมรับได้ ให้เฝ้าระวังและติดตามมาตรการให้คงประสิทธิภาพ
ในทางปฏิบัติ ทุกรายการที่ได้คะแนน 3 ขึ้นไปต้องมีแผนลดและควบคุม ซึ่งบันทึกในแบบ ปอ.2 ส่วนรายการที่ได้คะแนน 9 ต้องหยุดงานนั้นและแก้ไขทันที แล้วจึงจัดทำแผน
ตัวอย่างสมมุติ สถานประกอบกิจการผลิตภัณฑ์พลาสติก (บัญชี 2 ลำดับ 13) ชี้บ่งงานเปลี่ยนแม่พิมพ์เครื่องฉีดด้วย JSA พบอันตรายมือถูกหนีบ ทีมให้โอกาส 2 เพราะมีวิธีปฏิบัติงานแต่ควบคุมไม่ต่อเนื่อง และความรุนแรง 3 เพราะอาจสูญเสียนิ้ว คะแนน 2 คูณ 3 ได้ 6 อยู่ระดับสูง รายการนี้ลงแบบ ปอ.1 แล้วทำแผนในแบบ ปอ.2 เช่น ติดตั้งระบบตัดพลังงานพร้อมล็อกและป้าย (lockout/tagout) ระบุระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ และผู้ตรวจติดตาม ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำระหว่างทำและเขียนสรุปความเห็นในทั้งสองแบบ
ข้อ 9 รายงานและการเก็บเอกสาร
ข้อ 9 วรรคหนึ่งกำหนดให้นายจ้างจัดทำรายงานผลการดำเนินการตามข้อ 5 วรรคหนึ่ง (รอบแรกและรอบทบทวน) ตามแบบแนบท้ายประกาศ หรือให้มีรายละเอียดไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ท้ายประกาศ แล้วส่งต่อกรมฯ ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ หรือเป็นเอกสารด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการดำเนินการ ส่วนวรรคสองกำหนดให้เก็บเอกสารหลักฐานไว้ ณ สถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 3 ปี จะเก็บเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ท้ายประกาศมีแบบรายงาน 3 ส่วน
| ส่วน | สาระที่ต้องกรอก |
|---|---|
| หน้าแรกของแบบรายงาน | ชื่อนายจ้าง ข้อมูลสถานประกอบกิจการ ประเภทกิจการ จำนวนลูกจ้าง ชื่อ เลขที่ใบอนุญาต และระยะเวลาใบอนุญาตของผู้ชำนาญการ วิธีชี้บ่งและวิธีจัดระดับที่ใช้ ลายมือชื่อผู้ชำนาญการและนายจ้าง |
| แบบ ปอ.1 | วันที่ประเมิน รายชื่อผู้ประเมิน วิธีชี้บ่ง วิธีวิเคราะห์ ตารางผลรายพื้นที่ ขั้นตอนงาน สิ่งและลักษณะอันตราย ผลกระทบ มาตรการ ข้อเสนอแนะ โอกาส ความรุนแรง คะแนน ระดับ ความเห็นและลายมือชื่อรับรองของผู้ชำนาญการ |
| แบบ ปอ.2 | วันที่ทบทวนแผน ตารางรายพื้นที่ ขั้นตอนงาน ระดับอันตราย แผนลดและควบคุม ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ ผู้ตรวจติดตาม ความเห็นและลายมือชื่อรับรองของผู้ชำนาญการ |
ถ้าไม่ใช้แบบท้ายประกาศ รายงานต้องมีรายละเอียดขั้นต่ำ 7 รายการตามที่ประกาศกำหนด จนถึงความเห็นของผู้ชำนาญการ ทั้งแบบ ปอ.1 และแบบ ปอ.2 ระบุว่าข้อมูลรายละเอียดจัดทำเป็นเอกสารแนบได้ ผลการศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานลงในช่อง "ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น" ของแบบ ปอ.1 และแนบรายละเอียดได้ตามหมายเหตุท้ายแบบ
ข้อ 10 งานที่ทำตามกฎหมายอื่นแล้ว
ข้อ 10 กำหนดว่า หากนายจ้างได้ประเมินอันตรายตามข้อ 5 และจัดทำแผนตามข้อ 8 ตามกฎหมายอื่นที่มีลักษณะเดียวกันแล้ว ให้ถือว่าได้ดำเนินการตามประกาศนี้ และให้นายจ้างส่งแบบรายงานตามข้อ 9 ด้วย ข้อนี้ลดงานซ้ำ แต่ไม่ได้ยกเว้นการส่งรายงาน
ตัวบทไม่ได้ระบุว่า "กฎหมายอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน" หมายถึงฉบับใด คำชี้แจงของกรมฯ อธิบายเงื่อนไขเพิ่มว่า งานตามกฎหมายอื่นนั้นต้องได้รับการรับรองจากผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ด้วย นายจ้างที่มีงานประเมินตามกฎหมายเฉพาะกิจการอยู่แล้วจึงควรตรวจ 2 เรื่อง คือ งานนั้นครอบคลุมสาระตามข้อ 5 และข้อ 8 หรือไม่ และผู้ชำนาญการรับรองแล้วหรือยัง
กำหนดเวลาทั้งหมดในประกาศ
| เรื่อง | กำหนดเวลา | ที่มา |
|---|---|---|
| ทำรอบแรกให้เสร็จ | 180 วันนับแต่ประกาศใช้บังคับ หรือนับแต่ลูกจ้างครบเกณฑ์ | ข้อ 5 วรรคหนึ่ง |
| ทบทวน | ทุก 3 ปี | ข้อ 5 วรรคหนึ่ง |
| รอบแรกและรอบทบทวน ส่งรายงาน | ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ดำเนินการเสร็จ | ข้อ 9 วรรคหนึ่ง |
| เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง | เสร็จโดยไม่ชักช้า ไม่เกิน 30 วัน เก็บผลไว้ ณ สถานประกอบกิจการ | ข้อ 5 วรรคสอง |
| เก็บเอกสารหลักฐาน | ไม่น้อยกว่า 3 ปี ณ สถานประกอบกิจการ | ข้อ 9 วรรคสอง |

ผู้ชำนาญการมีกำหนดเวลาของตัวเองอีกชุดตามข้อ 19 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ คือแจ้งกรมฯ ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนเข้าดำเนินการตามแบบในประกาศกรมฯ เรื่องแบบแจ้งกำหนดการ และส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันหลังเสร็จ รอบเปลี่ยนแปลงต้องเสร็จภายใน 30 วัน และต้องมีผู้ชำนาญการด้วย จึงควรติดต่อผู้ชำนาญการตั้งแต่ขั้นวางแผนการเปลี่ยนแปลง
บทกำหนดโทษ
เมื่อนายจ้างไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 มาตรา 56 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คำชี้แจงของกรมฯ ระบุว่าพนักงานตรวจความปลอดภัยมีอำนาจออกคำสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกำหนดเวลา และถ้าการไม่ปฏิบัติเป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตราย บาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ความตาย จะดำเนินคดีอาญาโดยไม่ต้องออกคำสั่งก่อน ถ้านายจ้างเป็นนิติบุคคล มาตรา 69 ให้กรรมการผู้จัดการหรือบุคคลที่รับผิดชอบการดำเนินงาน ซึ่งการสั่งการหรือการไม่สั่งการเป็นเหตุให้เกิดความผิด รับโทษสำหรับความผิดนั้นด้วย
สรุป
- ประกาศเรื่องการประเมินอันตรายออกตามมาตรา 5 และมาตรา 32 เป็นประกาศกระทรวงแรงงาน ใช้บังคับ 21 พฤษภาคม 2568
- บัญชี 1 ลูกจ้างตั้งแต่ 2 คน บัญชี 2 ลูกจ้างตั้งแต่ 20 คน ทำรอบแรกใน 180 วัน ทบทวนทุก 3 ปี
- ข้อ 6 ให้เลือกวิธีชี้บ่งที่เหมาะสมจากรายการในข้อ 6 ข้อ 7 ให้จัดระดับตามตารางท้ายประกาศเป็นอย่างน้อย หรือทางอื่นอีก 3 ทาง
- ระดับปานกลางขึ้นไปต้องมีแผนลดและควบคุมในแบบ ปอ.2 รอบแรกและรอบทบทวนส่งรายงานภายใน 60 วัน รอบเปลี่ยนแปลงเก็บผลไว้ ณ สถานประกอบกิจการ เก็บเอกสาร 3 ปี
- ทุกรอบ รวมรอบเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นไปตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจากผู้ชำนาญการที่มีใบอนุญาต
งานประเมินอันตรายต้องมีผู้ชำนาญการรับรองผล ถ้าคุณเป็น จป. หรือวิศวกรที่ทำงานประเมินอันตรายอยู่แล้ว ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ลงชื่อรับแจ้ง
อ้างอิงกฎหมาย
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ข้อ 1 ถึงข้อ 10 บัญชีท้ายประกาศ ตารางที่ 1 ถึง 4 และแบบรายงาน
- คำชี้แจงประกาศเรื่องการประเมินอันตราย
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 5 มาตรา 32 มาตรา 56 มาตรา 69
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 ข้อ 19
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

กิจการไหนได้รับยกเว้น พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ — กฎกระทรวงใหม่ พ.ศ. 2568 + มาตรา 3
ไล่ขอบเขตการบังคับใช้ตามมาตรา 3 พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 + รายชื่อกิจการที่ได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2568 ทั้ง 2 กลุ่ม พร้อมข้อควรระวังเรื่องมาตรฐานไม่ต่ำกว่า

กิจการบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่ต้องประเมินอันตรายตามมาตรา 32
ตรวจว่ากิจการเข้าข่ายประกาศเรื่องการประเมินอันตรายหรือไม่ บัญชี 1 มี 5 ประเภท ลูกจ้างตั้งแต่ 2 คน บัญชี 2 มี 49 ประเภท ตั้งแต่ 20 คน และเริ่มนับ 180 วันเมื่อใด

พนักงานตรวจความปลอดภัยมาตรวจโรงงาน ทำอะไรได้บ้าง — ระเบียบใหม่ 2568 + ระบบปรับเป็นพินัย
พนักงานตรวจความปลอดภัยมาตรวจโรงงาน มีอำนาจอะไรตามมาตรา 35-36 และระเบียบตรวจฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่เพิ่มระบบปรับเป็นพินัย นายจ้างต้องเตรียมและร่วมมืออย่างไร