📊 ระบบบริหาร & เหตุฉุกเฉิน

JSA ทำเอง — Template 3 คอลัมน์ + ตัวอย่างจริง ใช้ได้วันนี้

JSA คืออะไร · ต่างจาก HIRARC อย่างไร · 6 ขั้นตอนทำ JSA + Template 3 คอลัมน์ พร้อมตัวอย่างจริงงานเปลี่ยน fluorescent ในไซต์ อิงกฎกระทรวง SMS 2565

Safety Station 1018 พฤษภาคม 2569อ่าน 21 นาที · 4,565 คำ
JSA ทำเอง — Template 3 คอลัมน์ + ตัวอย่างจริง ใช้ได้วันนี้

หัวหน้างานหลายคนเจอ จป. เดินเข้ามาบอกว่า "งานนี้ทำ JSA ก่อนนะ" แล้วก็งงต่อว่า JSA หน้าตาแบบไหน เขียนแบบฟอร์มอย่างไร และต่างกับ HIRARC ที่เคยทำเป็น sheet อยู่แล้วตรงไหน

เอาจริง ๆ JSA เป็นเครื่องมือที่ง่ายกว่า HIRARC มาก ใช้ตอนกำลังจะลงทำงานเฉพาะกิจ — เช่น เปลี่ยนหลอด fluorescent บนไซต์ ขึ้นเปลี่ยนใบมีดเครื่องตัด เข้า confined space ล้างถัง — งานที่ทำไม่บ่อย ทำที่เดิมไม่ได้ และคนทำเปลี่ยนหน้ากันบ่อย

ลองดูกันว่า JSA คืออะไร ขั้นตอนทำมีกี่ขั้น และเขียนออกมาเป็น sheet หน้าตาแบบไหน — มีตัวอย่างจริงให้ดูปิดท้าย

JSA คืออะไร

JSA ย่อจาก Job Safety Analysis — แปลตรงตัวว่า "การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย" บางที่เรียก JHA (Job Hazard Analysis) — เนื้อหาเหมือนกัน เปลี่ยนแค่ชื่อ

หัวใจของ JSA คือ "แตกงานเป็นขั้น" แล้ววิเคราะห์ทีละขั้นว่า

  1. ขั้นนี้ทำอะไร
  2. ในขั้นนี้มีอันตรายอะไรซ่อนอยู่
  3. จะคุมอันตรายนั้นยังไง

ฟัง ๆ ดูคล้าย HIRARC — แต่ scope ต่างกันชัด

JSA vs HIRARC — ต่างกันยังไง

หลายคนสับสนระหว่าง JSA กับ HIRARC จนคิดว่าเป็นตัวเดียวกัน — เอาจริง ๆ ทั้งสองเป็น "ญาติกัน" แต่ขนาดงานที่จับต่างกัน

ประเด็น JSA HIRARC
Scope งาน 1 task / 1 job เฉพาะ พื้นที่/กระบวนการ/ทั้งไลน์
ความถี่ทำ ก่อนเริ่มงานนั้น ๆ รายปี + เมื่อเปลี่ยน
คนทำ หัวหน้างาน + คนทำงานจริง จป. + ทีม
ผลลัพธ์ sheet 1 งาน ทะเบียนความเสี่ยงรวม
ตัวอย่างการใช้ เปลี่ยนใบมีดเครื่องตัด · เปลี่ยนหลอดบนไซต์ ไลน์ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ทั้งไลน์

พูดง่าย ๆ คือ JSA เป็นเครื่องมือย่อยที่อยู่ใน HIRARC — เวลา จป. ทำ HIRARC ทั้งโรงงาน ก็จะมี job หลายตัวที่ต้องลงรายละเอียดเป็น JSA แต่ละ sheet แยกออกมา

ถ้ายังไม่ชัดเรื่อง HIRARC แนะนำให้อ่าน HIRARC คืออะไร ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่ JSA — จะเห็นภาพรวมชัดขึ้น

ทำไมต้องทำ JSA — เกี่ยวกับกฎหมายอย่างไร

ตรง ๆ คือ กฎหมายไทยไม่มีคำว่า "JSA" — แต่กฎหมายบังคับให้นายจ้างทำสิ่งที่เนื้อหาเดียวกัน

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ระบุไว้ใน ข้อ 4 ว่าสถานประกอบกิจการตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง ที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัย ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวน

ในระบบนี้ตาม ข้อ 9 กำหนดให้ "แผนงานด้านความปลอดภัย" ต้องเริ่มจาก การทบทวนสถานะเบื้องต้น ที่ครอบคลุมการระบายอากาศ สารเคมีอันตราย ความร้อน แสงสว่าง เสียง รังสี ไฟฟ้า ที่อับอากาศ เครื่องจักร อาคาร และลักษณะการทำงานอื่น ๆ เพื่อให้ทราบถึงอันตรายและระดับความเสี่ยง

JSA คือเครื่องมือ industry standard (อิงตาม OSHA 3071 — Job Hazard Analysis) ที่ใช้เก็บข้อมูลส่วน "อันตรายของงานเฉพาะ" ให้เข้ากับเจตนารมณ์ของข้อ 9 — แทนที่จะมองรวมทั้งโรงงาน ก็ลงไปดูทีละ task

อีกข้อที่เกี่ยวคือ ข้อ 12 (2) ที่กำหนดให้นายจ้าง "เปิดโอกาสให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วม" ในการทำระบบ + จัดให้มีช่องทางรับความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน

JSA เป็นจุดที่ buy-in นี้เกิดได้ดีที่สุด — เพราะคนที่รู้อันตรายในงานดีที่สุด คือคนที่ทำงานนั้นเอง ถ้าหัวหน้างานนั่งเขียน JSA คนเดียวที่โต๊ะ จะได้ sheet ที่ใช้ไม่ได้จริง

เตรียมการก่อนทำ JSA

ก่อนนั่งลงเขียน เตรียม 3 อย่าง

1. คน — หัวหน้างานคนที่จะ supervise งาน + ผู้ปฏิบัติงานที่จะทำจริง 1-2 คน + จป. (ถ้ามี และตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละโรงงาน) — รวม 3-4 คนพอ ไม่ต้องเยอะ

2. ข้อมูลพื้นฐาน — SDS ของสารเคมีที่ใช้ · คู่มือเครื่องจักร · ประวัติ near-miss ของงานคล้ายกัน · checklist อันตรายมาตรฐาน

3. เครื่องมือเขียน — แบบฟอร์มเปล่า (A4 หรือ Excel) · ปากกา · กล้องถ่ายภาพหน้างานถ้าจำเป็น

ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีต่อ 1 JSA sheet — งานที่ซับซ้อนอาจถึง 2 ชั่วโมง

6 ขั้นตอนทำ JSA

อินโฟกราฟิก isometric 6 ขั้นตอนทำ JSA — Select Job, Form Team, Break Steps, Identify Hazards, Assess Risk, Set Controls

ขั้นที่ 1 — เลือกงานที่จะทำ JSA

ไม่ใช่ทุกงานต้องทำ JSA — ใช้เกณฑ์เลือกงานที่เข้าข่ายอย่างน้อย 1 ข้อ

  • งานที่มีประวัติเกิดอุบัติเหตุหรือ near-miss
  • งานที่ความเสี่ยงสูง (ทำงานที่สูง ไฟฟ้า สารเคมี ที่อับอากาศ ของหนัก)
  • งานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนในไซต์
  • งานที่เปลี่ยนวิธี/เครื่องมือ/วัสดุ
  • งานที่กฎหมายเฉพาะกำหนด (เช่น hot work, confined space)

ตัวอย่าง — "เปลี่ยนหลอด fluorescent บนเพดานสูง 4 เมตรในไลน์ผลิต" เข้าข่ายข้อ 2 (ทำที่สูง + ไฟฟ้า) — ทำ JSA แน่นอน

ขั้นที่ 2 — ตั้งทีม + คุยกับคนทำงานจริง

อย่านั่งเขียนคนเดียว ตามที่กฎกระทรวง 2565 ข้อ 12 (2) กำหนด นายจ้างต้องเปิดโอกาสให้ลูกจ้างมีส่วนร่วม — JSA คือจุดที่ทำได้ตรงที่สุด

ในทีมควรมี

  • หัวหน้างาน — เป็น facilitator
  • ผู้ปฏิบัติงาน 1-2 คน — คนที่ทำงานนี้จริง รู้ว่าจุดไหนน่าจะมีปัญหา
  • จป. — ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละโรงงาน

ถ้าเป็นงานที่ contractor มาทำ — ดึงหัวหน้า contractor มาคุยด้วย เพราะคนทำคือ contractor ไม่ใช่พนักงานในโรงงาน

ขั้นที่ 3 — แตกงานเป็นขั้นย่อย (Step)

ตัวที่ทำให้ JSA ต่างจาก HIRARC ตรงนี้ — แตกงานออกเป็น ขั้นต่อขั้นตามลำดับเวลา

หลักการแตก step

  • 1 step = 1 action ใหญ่ ๆ ที่ทำต่อเนื่อง
  • เริ่ม verb (กริยา) — "ปลด guard", "ถอดหลอด", "ทดสอบเดินเครื่อง"
  • อย่าละเอียดเกินไป (เช่น "หยิบประแจ → คลายน็อต → วางน็อต") — รวมเป็น "ถอดน็อตที่ฝาครอบ" พอ
  • อย่าหยาบเกินไป (เช่น "ทำงาน") — แตกเป็น 3-4 step ย่อย

งานทั่วไปแตกได้ 5-10 step — ถ้าเกิน 15 แปลว่ารายละเอียดเกินไป

ขั้นที่ 4 — ระบุ Hazard ในแต่ละ step

ในแต่ละ step ถามว่า "ขั้นนี้มีอะไรอาจทำให้คนเจ็บ/ตาย/ป่วย/ทรัพย์สินเสียหายได้บ้าง"

ใช้ 5 หมวดอันตรายตรวจให้ครบทุก step

  • Physical — ของหนัก ของคม ที่สูง ไฟฟ้า ความร้อน เสียง
  • Chemical — ฝุ่น ไอระเหย สารทำละลาย กรด-ด่าง
  • Biological — เชื้อโรค สัตว์/แมลง เลือด/สารคัดหลั่ง
  • Ergonomic — ท่ายก ท่าก้ม งานซ้ำซาก
  • Psychosocial — ความเครียด ความเร่งรีบ ทำงานคนเดียว

อันตราย 1 step อาจมีหลายข้อ — เขียนแยกบรรทัดให้หมด

ขั้นที่ 5 — กำหนดมาตรการควบคุม (Control) ตาม Hierarchy

ส่วนนี้สำคัญที่สุด — และเป็นส่วนที่คนพลาดบ่อยที่สุด เพราะมักกระโดดไปใส่ PPE เลย โดยไม่พิจารณามาตรการที่แข็งกว่า

ใช้หลัก Hierarchy of Controls เริ่มจากบนสุดเสมอ

  1. Elimination — กำจัดงาน/อันตรายออกเลย (เช่น เลิกใช้สารเคมีอันตราย)
  2. Substitution — ทดแทนด้วยสิ่งที่ปลอดภัยกว่า (เช่น เปลี่ยน solvent เป็นน้ำ)
  3. Engineering — ติดตั้งระบบป้องกัน (เช่น ราวกันตก, machine guard, LEV)
  4. Administrative — กำหนดวิธีทำงาน อบรม ป้ายเตือน LOTO procedure
  5. PPE — อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (ทางเลือกสุดท้าย)

ในแต่ละ hazard ควรมี อย่างน้อย 1 มาตรการที่ไม่ใช่ PPE — ถ้ามีแต่ PPE อย่างเดียว แสดงว่ายังพิจารณาไม่ครบ

ขั้นที่ 6 — Review · เซ็นรับรอง · Train · ติดประกาศ

JSA ที่เขียนเสร็จแล้วยังใช้ไม่ได้ทันที — ต้องผ่าน 4 ขั้นย่อย

  • Review — หัวหน้างานอ่านทบทวนอีกรอบ ก่อน sign
  • เซ็น 3 ฝ่าย — ผู้ปฏิบัติงาน + หัวหน้างาน + จป. (ถ้ามี) — เพื่อยืนยันว่าทุกคนเข้าใจตรงกัน
  • Train — ก่อนเริ่มงาน toolbox talk 5-10 นาที กับทีมที่จะทำ — อ่าน JSA ให้ฟัง อธิบายแต่ละ step + control
  • ติดประกาศ — ติดที่หน้างานให้คนทำเห็น และเก็บสำเนาในแฟ้มเอกสารระบบ SMS

JSA ที่ดี = JSA ที่คนทำงานเห็น + เข้าใจ + ทำตาม ไม่ใช่ JSA ที่อยู่ในแฟ้มอย่างเดียว

Template JSA 3 คอลัมน์

เทมเพลต JSA 4 คอลัมน์ — Step, Hazard, Risk, Control พร้อมไอคอนตัวอย่างและ Hierarchy of Controls legend

หัวกระดาษ (header) ต้องมีข้อมูลพื้นฐานก่อน

ฟิลด์ คำอธิบาย
ชื่องาน งานอะไร เช่น "เปลี่ยนหลอด fluorescent บนเพดานไลน์ A"
สถานที่ จุดที่ทำงาน
วันที่ วันที่ทำ JSA
ทีมที่ร่วม รายชื่อคนที่นั่งคุยและเซ็น
PPE พื้นฐาน PPE ที่ต้องใส่ตลอดงาน (รองเท้านิรภัย หมวก แว่น)

ตามด้วยตาราง 3 คอลัมน์หลัก

ขั้นตอน (Step) อันตราย (Hazard) มาตรการควบคุม (Control)
1. ขั้นแรก ระบุอันตรายที่ซ่อนในขั้นนี้ เริ่มจาก Eli → Sub → Eng → Admin → PPE
2. ขั้นต่อไป ... ...

ปิดท้ายด้วยช่องเซ็น 3 ฝ่าย

บทบาท ชื่อ ลายเซ็น วันที่
ผู้ปฏิบัติงาน
หัวหน้างาน
จป.

เท่านี้พอ — แบบฟอร์มไม่ต้องซับซ้อน A4 หน้าเดียวก็จบงานปกติได้

บางที่เพิ่มคอลัมน์ "Risk Level" (L × S) เข้าไปด้วย — ใส่ก็ดี ทำให้เห็น priority ชัด แต่ในงานที่ไม่ซับซ้อน 3 คอลัมน์พื้นฐานพอแล้ว ไม่ต้องบังคับให้ทุก JSA มีตาราง 5x5

ตัวอย่างจริง — JSA งานเปลี่ยน fluorescent บนไซต์

จป.เทคนิคและทีม 3 คนสวมหมวกเหลือง เดินทำ JSA หน้างานเครื่องตัด — หัวหน้าทีมชี้อธิบาย operator ยืนฟัง พร้อม clipboard บันทึก

ลองดูตัวอย่างเต็มสำหรับงาน "เปลี่ยนหลอด fluorescent ขนาด 36 W ที่เพดานไลน์ผลิต A สูง 4 เมตร — 3 หลอด"

Header

  • สถานที่: ไลน์ผลิต A · จุดเหนือสายพานที่ 2
  • วันที่: 17 พฤษภาคม 2569
  • ทีมร่วม: นายช่าง (ช่างไฟฟ้า) · หัวหน้ากะ A · จป.เทคนิค
  • PPE พื้นฐาน: รองเท้านิรภัย หมวกนิรภัย แว่นนิรภัย ถุงมือ

ตาราง JSA

ขั้นตอน (Step) อันตราย (Hazard) มาตรการควบคุม (Control)
1. ขออนุญาตเข้าทำงาน + แจ้งหยุดสายพานในรัศมีงาน ของจากสายพานล้มทับ · คนเดินผ่านไม่รู้ (Admin) ขออนุญาตจากหัวหน้าไลน์ก่อนเริ่ม + กั้นพื้นที่ด้วยกรวยและเทปกั้น + ติดป้าย "งานซ่อม — ห้ามเข้า"
2. ตัดเบรกเกอร์วงจรไฟฟ้าหลอด + LOTO ไฟดูดขณะถอดหลอด · คนอื่นมาเปิดเบรกเกอร์ระหว่างทำงาน (Engineering) ใช้ปากกาทดสอบไฟยืนยันไม่มีกระแสที่หลอด · (Admin) LOTO ที่เบรกเกอร์ — กุญแจคนทำถือเอง
3. ตั้งนั่งร้าน/บันได A-frame ที่จุดทำงาน บันไดล้ม · ตกจากที่สูง 4 เมตร (Engineering) ใช้นั่งร้านที่มีราวกันตกแทนบันได A-frame ถ้าทำได้ · (Admin) คนช่วยจับด้านล่าง · (PPE) full body harness + lanyard ผูกกับจุดยึดเหนือศีรษะ
4. ถอดฝาครอบ + ถอดหลอดเก่า กระจกหลอดแตก · เศษกระจกบาดมือ · หลอดตกทับคนข้างล่าง (Admin) ส่งหลอดเก่าให้คนข้างล่างทีละหลอด ไม่ทิ้ง · (PPE) ถุงมือกันบาด
5. ใส่หลอดใหม่ + ใส่ฝาครอบกลับ ใส่ผิดขั้ว · ฝาครอบหล่นทับคน (Admin) ตรวจสเปกหลอดให้ตรงรุ่น · ยึดฝาครอบกับสายคล้องกันตก
6. ลงจากนั่งร้าน + เก็บเครื่องมือ ตกจากที่สูง · ลืมเครื่องมือบนเพดาน (Admin) ลงทีละคน · เช็คเครื่องมือนับชิ้นก่อนลง
7. ปลด LOTO + เปิดเบรกเกอร์ + ทดสอบ เปิดไฟแล้วช็อต/ลัดวงจร (Admin) ยืนห่างเบรกเกอร์ 1 เมตรขณะเปิด · ดูค่ามิเตอร์ก่อนยืนยันเสร็จ
8. เก็บกรวย เทปกั้น เคลียร์พื้นที่ + รายงานหัวหน้าไลน์ สะดุดเทปที่หลุด · ลืมแจ้งกลับ (Admin) เก็บเทปม้วนละเอียด · แจ้งหัวหน้าไลน์ก่อนกลับเปิดสายพาน

จะเห็นว่าทุก hazard มีอย่างน้อย 1 control ที่ไม่ใช่ PPE — และ PPE (harness, ถุงมือ) เป็นชั้นป้องกันสุดท้ายเท่านั้น ไม่ใช่ทางออกเดียว

ข้อควรระวัง — 5 ข้อที่ JSA ส่วนใหญ่พลาด

1. เขียน JSA คนเดียวที่โต๊ะ — เป็นข้อพลาดอันดับ 1 และขัดเจตนารมณ์ข้อ 12 (2) กฎกระทรวง 2565 ที่ต้องเปิดให้ลูกจ้างมีส่วนร่วม คนที่ทำงานจริงรู้ดีที่สุดว่าจุดไหนเสี่ยง

2. แตก step ละเอียดหรือหยาบเกินไป — ละเอียดเกินจะมี 30 step อ่านไม่ไหว · หยาบเกินจะมองไม่เห็น hazard ที่ซ่อน — เป้าหมายคือ 5-10 step ต่อ 1 งาน

3. กระโดดไป PPE ทันที — เห็น hazard ก็ใส่ "ใส่แว่น/ถุงมือ" จบ ไม่คิดว่ามี engineering หรือ admin ที่ดีกว่าไหม PPE คือชั้นสุดท้าย ไม่ใช่ทางลัด

4. ไม่ train ทีมที่จะทำ — JSA ที่อยู่ในแฟ้มอย่างเดียว = JSA ที่ใช้ไม่ได้ ต้อง toolbox talk ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

5. ไม่ revise เมื่อเปลี่ยน — เปลี่ยนวิธี เปลี่ยนเครื่องมือ เปลี่ยนคน → ต้อง revise JSA ตามจริง ไม่ใช่ใช้ของเดิมไปเรื่อย

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: JSA กับ Permit to Work ใช้แทนกันได้ไหม? ตอบ: ใช้แทนกันไม่ได้ — เป็นเอกสารคนละชั้น JSA = วิเคราะห์อันตรายของงาน · Permit = เอกสารอนุมัติให้ทำงานพิเศษ (hot work, confined space) เวลาขอ permit มักต้องแนบ JSA เป็นเอกสารประกอบ

ถาม: ทำงานเดิมซ้ำ ๆ ทุกสัปดาห์ ต้อง JSA ใหม่ทุกครั้งไหม? ตอบ: ไม่ต้อง — JSA งานประจำทำครั้งเดียว แล้ว review ทุก 6-12 เดือน หรือเมื่อมีการเปลี่ยน (วิธี/วัสดุ/เครื่องมือ/คน) แต่ก่อนเริ่มงานทุกครั้งควรมี toolbox talk สั้น ๆ อ้างอิง JSA เดิม

ถาม: Contractor มาทำงาน — ใครเป็นคนทำ JSA? ตอบ: หลักการคือ contractor ทำ JSA ของงานตัวเอง + ส่งให้นายจ้าง/ผู้ว่าจ้างตรวจรับ ก่อนเข้าทำงาน — แต่ในทางปฏิบัติ นายจ้างมักต้องช่วยกำกับเพื่อให้คุณภาพได้มาตรฐาน ตาม ข้อ 8 (4) ของกฎกระทรวง 2565 ที่กำหนดให้สื่อสารข้อมูลความปลอดภัยให้ผู้รับเหมา

ถาม: JSA ต้องใช้ Excel หรือ paper? ตอบ: ใช้ได้ทั้งคู่ — Excel ง่ายต่อการ revise และค้นหา · paper ง่ายต่อการเซ็นและติดที่หน้างาน หลายโรงงานใช้ทั้ง 2 แบบ — Excel เป็น master + paper print ติดที่งาน

ถาม: บริษัทเล็ก ลูกจ้าง 20 คน — ต้องทำ JSA ไหม? ตอบ: กฎกระทรวง 2565 ข้อ 4 บังคับเฉพาะลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป + อยู่ในบัญชีท้ายฯ — แต่กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ (เช่น พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ 2554) ยังบังคับให้นายจ้างทุกขนาดประเมินอันตรายและคุ้มครองลูกจ้าง — JSA เป็นเครื่องมือที่ทำได้ง่ายและคุ้มค่า แม้ไม่บังคับ ก็ควรทำ

Checklist สรุป

ก่อนรับ JSA sheet เป็นใช้ได้ — เช็ก 6 ข้อ

  • 1. มี header ครบ — ชื่องาน · สถานที่ · วันที่ · ทีม · PPE พื้นฐาน
  • 2. แตก step 5-10 ขั้น เรียงตามลำดับเวลา ขึ้นต้นด้วย verb
  • 3. ทุก step มี hazard ระบุครบ (ตรวจ 5 หมวด — Physical/Chemical/Biological/Ergonomic/Psychosocial)
  • 4. ทุก hazard มี control อย่างน้อย 1 ข้อที่ ไม่ใช่ PPE
  • 5. เซ็น 3 ฝ่าย — ผู้ปฏิบัติงาน + หัวหน้างาน + จป.
  • 6. Train ทีมที่จะทำงาน + ติดสำเนาที่หน้างาน

สรุป

JSA เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่หัวหน้างานควรเขียนเป็น ไม่ใช่ของ จป. ฝ่ายเดียว เพราะตัวที่ทำงานคือทีมหน้างาน คนที่รู้อันตรายดีที่สุดก็คือคนทำงานเอง

หัวใจอยู่ที่ 6 ขั้น — เลือกงาน · ตั้งทีม · แตก step · ระบุ hazard · กำหนด control ตาม Hierarchy · review/sign/train · — และ 3 คอลัมน์หลัก Step / Hazard / Control เท่านี้พอ ไม่ต้องซับซ้อน

ลองเริ่มที่งานเสี่ยงสูงสุดในไซต์ของคุณ 1 งานก่อน — เปลี่ยนหลอด ขึ้นเปลี่ยนใบมีด ล้างถัง อะไรก็ได้ที่ทำบ่อยและเสี่ยง เขียน JSA sheet แรกออกมาตามแบบฟอร์มข้างบน แล้วจะติดเอง เขียนต่อไปสะสมจนครบทุกงานเสี่ยงในไลน์


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ JSA / HIRARC? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →