👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

Safety Station 10127 พฤษภาคม 2569อ่าน 20 นาที · 4,356 คำ
นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก

หลังประกาศกรม 4 ฉบับลงราชกิจจาฯ เมื่อ 1 พ.ค. 2569 — ระบบผู้ชำนาญการของไทยครบเครื่องใช้งานได้จริง คำถามต่อมาที่ HR + ผู้บริหารโรงงานต้องตอบให้ได้ก็คือ

"บริษัทเราต้องมีผู้ชำนาญการตามม.32 ไหม? ถ้าใช่ — จะให้ จป. ในบริษัทอบรม หรือจ้าง ที่ปรึกษา ภายนอกดี?"

บทความนี้แยกตอบ 3 คำถามนี้ — พร้อมตารางตัดสินใจตามขนาดและประเภทบริษัท + การเปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์

ถ้ายังไม่รู้จัก "ผู้ชำนาญการ" ดี — อ่าน ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย คือใคร ทำอะไร ก่อน

คำถามที่ 1 — บริษัทเราอยู่ในข่ายม.32 ไหม

ก่อนตอบว่า "ต้องมีผู้ชำนาญการไหม" — ต้องตอบก่อนว่า "บริษัทอยู่ในข่ายมาตรา 32 หรือเปล่า"

เปิดมาตรา 32 พ.ร.บ. ความปลอดภัย 2554

มาตรา 32 บัญญัติว่า

เพื่อประโยชน์ในการควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ ให้นายจ้างดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีการประเมินอันตราย (2) ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง (3) จัดทำแผนการดำเนินงานและแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ (4) ส่งผลการประเมิน + แผนต่ออธิบดี

ประเภทและขนาดกิจการที่ต้องดำเนินการ เป็นไปตามประกาศรัฐมนตรี (วรรค 2)

และในวรรค 3 — "ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจากผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน"

บัญชีกิจการตาม ม.32

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 — กำหนดบัญชีกิจการที่อยู่ในข่าย

ในเชิงหลักการ — กิจการที่อยู่ในบัญชีคือกิจการที่กฎหมายเห็นว่ามีความเสี่ยงสูง เช่น

  • โรงงานอุตสาหกรรม (ตามขนาดที่กำหนด)
  • ก่อสร้าง (โครงการตามมูลค่า/ความสูง)
  • ปิโตรเคมี / โรงกลั่น
  • เหมืองแร่
  • โรงงานสารเคมีอันตราย
  • โรงงานที่มีกระบวนการหม้อน้ำ/เครื่องจักรหนัก

สำหรับรายละเอียดบัญชีจริง — ดาวน์โหลดประกาศจากเว็บกองความปลอดภัยแรงงาน (https://osh.labour.go.th/) เพราะรายชื่อกิจการเปลี่ยนแปลงได้

กิจการที่ไม่อยู่ในข่าย ม.32

กลุ่ม ตัวอย่าง
ออฟฟิศ/พาณิชย์ สำนักงาน ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรมเล็ก
บริการ คลินิก สถานเสริมความงาม โรงเรียนเอกชน
โรงงานขนาดเล็ก โรงงานต่ำกว่าเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด (เช่น <50 คน บางประเภท)

ข้อสำคัญ: การอยู่นอกข่ายม.32 ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำเรื่องความปลอดภัย — ยังต้องมี จป., คปอ., จัดอบรม ฯลฯ ตามกฎหมายอื่น — แค่ไม่ต้องมีผู้ชำนาญการมารับรองรายงาน

คำถามที่ 2 — ถ้าอยู่ในข่าย ต้องมีผู้ชำนาญการกี่คน

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวน — แต่กำหนดว่าต้องมีผู้ชำนาญการรับรองรายงาน 3 อย่าง ตามม.32(1)(2)(3) ตามรอบที่ประกาศกระทรวงกำหนด (เช่น ทุก 1-3 ปี ตามประเภทกิจการ)

ในทางปฏิบัติ — เลือกได้ระหว่าง

  • มีผู้ชำนาญการประจำ 1-2 คนในบริษัท (เส้นทาง 4 ของ จป.) — เหมาะกับโรงงานใหญ่
  • จ้างจากภายนอกเป็น project (ใช้ผู้ชำนาญการเส้นทาง 1, 2, 3) — เหมาะกับโรงงานเล็ก-กลาง

คำถามที่ 3 — ในบ้าน (ในบริษัท) vs จ้างนอก (จ้างนอก)

นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุด — ตัดสินใจเลือกผิด = เสียทั้งเงินและเวลา

ทางเลือก A — จป. ในบริษัทเอง (เส้นทาง 4)

กฎหมายอนุญาตเฉพาะ: จป.เทคนิค / เทคนิคขั้นสูง / วิชาชีพ ที่อยู่ในบริษัทในกิจการตาม ม.32 เท่านั้น ตามข้อ 6(4) และ 13 ของกฎกระทรวง

ข้อดี:

  • ฟรีค่าธรรมเนียม 5,000 บาท (ตามข้อ 22)
  • บริษัทควบคุมต้นทุนได้ (จ่ายแค่ค่าอบรม ~10,000-15,000 บาท ครั้งเดียว)
  • ตอบสนองเร็ว — ผู้ชำนาญการอยู่ในบริษัท ไม่ต้องนัด
  • รู้บริบทธุรกิจลึก
  • ต่อใบทุก 5 ปี ฟรี (ตามข้อ 14 + 22)

ข้อเสีย:

  • ใช้ได้เฉพาะในบริษัทตน — ลาออก = ใบใช้ไม่ได้กับบริษัทใหม่
  • ต้องเป็น จป. ระดับเทคนิคขึ้นไป (ไม่ใช่ จป.หัวหน้างาน)
  • ต้องมีประสบการณ์ ≥5 ปี — จป. มือใหม่ทำไม่ได้
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน — ดูเรื่องนี้ในเชิงลึกที่ จป.วิชาชีพ เหมาะเป็นผู้อนุญาตอับอากาศหรือไม่ (หลักการคล้ายกัน)
  • ต้องจัดงานพัฒนาความรู้ ≥6 ชม./ปี (ภาระเพิ่มของ HR)

ทางเลือก B — จ้าง ที่ปรึกษา ภายนอก (เส้นทาง 1, 2, 3)

ใช้ใครได้: ผู้ชำนาญการที่ได้ใบเส้นทาง (1)(2)(3) — ทำงานข้ามบริษัทได้

ข้อดี:

  • ไม่ต้องลงทุน HR ในบริษัท
  • ไม่ต้องส่ง จป. ไปอบรม + สอบ + ขอใบ
  • เลือกผู้เชี่ยวชาญตามประเภทอุตสาหกรรม (chemical / mechanical / ergonomic)
  • มุมมองภายนอก — ลดอคติ (เห็นความเสี่ยงที่คนในมองข้าม)
  • ไม่ต้องดูแลเรื่องพัฒนาความรู้ ต่อใบ (เป็นเรื่องของ ที่ปรึกษา)

ข้อเสีย:

  • ค่าบริการต่อ project — คาดการณ์ 50,000-200,000 บาท/รายงาน (ขึ้นกับขนาดโรงงาน)
  • นัดเวลายากกว่า — ที่ปรึกษา มีงานหลายที่
  • ต้องเปิดข้อมูลภายในให้ — risk ความลับ (แม้มีข้อ 19(3) ห้ามเปิดเผยความลับ)
  • ผูกกับ ที่ปรึกษา คนเดิม — ถ้า ที่ปรึกษา ออกจากตลาด ต้องหาใหม่

เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ — ตามขนาดบริษัท

ขนาดบริษัท ทางเลือกแนะนำ เหตุผล
โรงงานใหญ่ (>500 คน) A (ในบริษัท) คุ้มเพราะใช้บ่อย + มี จป.วิชาชีพ + งบ R&D
โรงงานกลาง (100-500 คน) A หรือผสม A ถ้ามี จป.วิชาชีพ + งานสม่ำเสมอ · B ถ้าไม่มี
โรงงานเล็ก (50-100 คน) ในข่ายม.32 B (จ้างนอก) ไม่คุ้มจะส่ง จป. ไปอบรม 24 ชม. + ใบใช้แค่ในบ้าน
บริษัทไม่อยู่ในข่ายม.32 ไม่ต้องมีเลย กฎหมายไม่บังคับ

ตัวอย่างคำนวณค่าใช้จ่าย 5 ปี (รอบใบอนุญาต)

กรณี A — โรงงาน 200 คน ปิโตรเคมี, ใช้เส้นทาง A (จป. ในบริษัท)

รายการ ค่าใช้จ่าย
ส่ง จป.วิชาชีพ 1 คน อบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชม. ~12,000 บาท
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (ฟรี เส้นทาง 4) 0 บาท
พัฒนาความรู้ 6 ชม./ปี × 5 ปี (สัมมนา) ~25,000 บาท (รวม)
ต่ออายุปีที่ 5 (ฟรี) 0 บาท
รวม 5 ปี ~37,000 บาท

กรณี B — โรงงานเดียวกัน, ใช้เส้นทาง B (จ้างนอก)

รายการ ค่าใช้จ่าย
ค่ารายงานประเมิน + แผน ครั้งละ 100,000 บาท × 5 ปี (สมมุติ 1 ครั้ง/ปี) 500,000 บาท
รวม 5 ปี ~500,000 บาท

ส่งผลให้ กรณี A ประหยัด ~13 เท่า สำหรับโรงงานที่ใช้บ่อย

กรณี C — โรงงาน 80 คน, อยู่ในข่ายม.32 พอดี

เส้นทาง A (จป. ในบริษัท) ราคา
อบรม + พัฒนาความรู้ 5 ปี ~37,000 บาท
+ บริษัทใช้รายงานแค่ทุก 3 ปี = 2 ครั้ง/5 ปี
เส้นทาง B (จ้างนอก) ราคา
ค่ารายงาน 80,000 × 2 ครั้ง 160,000 บาท

ส่งผลให้ กรณี C ก็ยังประหยัด ~75% ด้วยเส้นทาง A — แต่ต้องมีพนักงานที่อยากเป็น (และอยู่ในบริษัทระยะยาว)

ถ้าไม่มี จป.ที่อยากเป็น หรือคาดว่า จป. จะออกใน 2-3 ปี เส้นทาง B จึงคุ้มกว่าในระยะสั้น

เช็คลิสต์ 5 ข้อตัดสินใจ — ในบริษัทหรือจ้างนอก

  1. ขนาดบริษัท — >200 คน + ใช้รายงานบ่อย เหมาะกับ "ในบริษัท" · ≤100 คน เหมาะกับ "จ้างนอก"
  2. มี จป.วิชาชีพ ที่อยากเรียน + อยู่นานไหม — ใช่ทั้งคู่ เหมาะกับ "ในบริษัท"
  3. งบประมาณระยะสั้น — มีเงินก้อนใหญ่ปีเดียว เหมาะกับ "ในบริษัท" · ไม่มี เหมาะกับ "จ้างนอก" (จ่ายรายครั้ง)
  4. ความซับซ้อนของอันตราย — กระบวนการซับซ้อน (สารเคมี / กัมมันตรังสี / อันตรายหลายประเภท) เหมาะกับ "จ้างนอก" (เลือกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน)
  5. ความถี่ของรายงาน — ทุกปี เหมาะกับ "ในบริษัท" · ทุก 3-5 ปี เหมาะกับ "จ้างนอก"

ถ้าผ่านอย่างน้อย 3 ใน 5 ของ "ในบริษัท" ส่งผลให้ควรเลือกส่ง จป. ไปอบรมเส้นทาง 4

โทษถ้าไม่มีผู้ชำนาญการมารับรอง

ตามม.32 — รายงาน 3 อย่าง (ประเมินอันตราย / ศึกษาผลกระทบ / แผนควบคุม) ต้องได้รับการรับรองโดยผู้ชำนาญการ

ถ้านายจ้างไม่ทำตามม.32:

  • พนักงานตรวจความปลอดภัยมีอำนาจออกคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • ถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง → ถูกดำเนินคดีอาญา
  • ถ้าเป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตราย/บาดเจ็บสาหัส/ตาย → พนักงานตรวจฯ ดำเนินคดีอาญาโดยไม่ต้องออกคำสั่งก่อน

โทษทางอาญาตาม พ.ร.บ. 2554 — มาตรา 53 (จำคุก ≤1 ปี หรือปรับ ≤400,000 บาท ถ้าทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส) · มาตรา 56 (จำคุก ≤2 ปี หรือปรับ ≤800,000 บาท ถ้าเป็นเหตุให้ตาย)

โทษนี้เป็นโทษส่วนตัวของนายจ้าง (เจ้าของ/MD/กรรมการผู้มีอำนาจ) — ไม่ใช่แค่บริษัท

ขั้นตอนที่นายจ้างต้องทำ — ตามลำดับ

ขั้นที่ 1 — ตรวจว่าบริษัทอยู่ในข่ายม.32 ไหม

โหลดประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องการประเมินอันตราย ฯ 14 พ.ย. 2567 จากเว็บกองความปลอดภัยแรงงาน — เช็คประเภทกิจการ + ขนาด (จำนวนลูกจ้าง / แรงม้าเครื่องจักร / กำลังการผลิต)

ถ้าไม่ชัด — ปรึกษาเจ้าหน้าที่กองความปลอดภัยแรงงาน

ขั้นที่ 2 — ถ้าอยู่ในข่าย — ตัดสินใจ "ในบริษัท" หรือ "จ้างนอก"

ใช้เช็คลิสต์ 5 ข้อด้านบน

ขั้นที่ 3ก — ถ้าเลือก "ในบริษัท"

  • เลือก จป.วิชาชีพ ที่มีประสบการณ์ ≥5 ปี + อยู่กับบริษัทมายาว + สนใจเรียนต่อ
  • ส่งไปอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชม. (เลือกหน่วยฝึกอบรมที่อธิบดีรับรอง — เริ่มเปิด Q3 2569)
  • เซ็นสัญญาผูกพัน (bonding) ถ้าจะให้คงในบริษัทอย่างน้อย 2-3 ปี
  • จัดงบพัฒนาความรู้ 6 ชม./ปี

ขั้นที่ 3ข — ถ้าเลือก "จ้างนอก"

  • รวบรวมรายชื่อผู้ชำนาญการที่ได้ใบเส้นทาง 1, 2, 3 (เว็บกองความปลอดภัยฯ จะมีรายชื่อหลังเริ่มออกใบ)
  • ขอใบเสนอราคา 2-3 ราย เปรียบเทียบ
  • ทำสัญญาบริการ + สัญญารักษาความลับ (NDA) เน้นข้อ 19(3) ห้ามเปิดเผยความลับ
  • กำหนดรอบรายงานชัดเจน

ขั้นที่ 4 — ระบบรายงานในบริษัท

  • ผู้ชำนาญการแจ้งกำหนดการ ≥7 วันก่อนเข้าทำงาน ต่อกรมฯ
  • บริษัทต้องเตรียมข้อมูลให้ — ผังกระบวนการ / รายชื่อสารเคมี / สถิติอุบัติเหตุ / ตัวอย่างสภาพแวดล้อม
  • หลังเสร็จ ผู้ชำนาญการส่งรายงาน ≤30 วัน → บริษัทเก็บ + ปฏิบัติตามแผน

ขั้นที่ 5 — ตรวจสอบภายในของบริษัท (audit)

  • จป.วิชาชีพ ในบริษัท ทำหน้าที่ตรวจประเมินว่าแผนของผู้ชำนาญการถูกนำไปปฏิบัติจริงไหม
  • ถ้าใช้เส้นทาง A (จป. เอง = ผู้ชำนาญการ) ส่งผลให้ต้องมีคนอื่นตรวจสอบ (เช่น ฝ่ายบริหารหรือบุคคลที่สาม) เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

คำถามที่ถามบ่อย

Q1: บริษัทเป็นโรงงานอาหาร 300 คน — อยู่ในข่ายม.32 ไหม

ขึ้นกับประเภทย่อยของโรงงานอาหาร — ตรวจในประกาศ 14 พ.ย. 2567 (โรงงานบางประเภทอาจอยู่ในข่ายเฉพาะที่มีกระบวนการหม้อน้ำ / ห้องเย็น / สารเคมี)

วิธีเช็คง่ายๆ — ดูเลขประเภทโรงงาน (เช่น โรงงาน 02 อาหาร) ในประกาศ

Q2: บริษัท ก่อสร้าง (รับเหมา) — ต้องมีผู้ชำนาญการไหม

ขึ้นกับขนาดและมูลค่าของโครงการ — งานก่อสร้างที่อยู่ในข่ายตามประกาศ (เช่น สิ่งก่อสร้างความสูง / มูลค่าเกินเกณฑ์) ต้องประเมินอันตรายและมีผู้ชำนาญการรับรอง

Q3: เราจ้างบริษัทที่ปรึกษา HSE มาทำรายงานอยู่แล้ว 5 ปี — ยังใช้ได้ไหม

ไม่ได้ตั้งแต่ 19 พ.ค. 2568 — กฎกระทรวงบังคับให้รายงานต้องได้รับการรับรองจาก "ผู้ชำนาญการที่มีใบอนุญาตจากกรมฯ" เท่านั้น

ตรวจกับ ที่ปรึกษา ปัจจุบันว่าเขาขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการแล้วหรือยัง — ถ้าไม่ ต้องเปลี่ยน

Q4: ถ้าบริษัทใช้ จป.ในบ้าน (เส้นทาง 4) แล้ว จป.คนนั้นลาออก — ทำยังไง

3 ทางเลือก

  1. หา จป. คนใหม่ ที่มี ใบอนุญาตผู้ชำนาญการอยู่แล้ว — ยากเพราะใบเส้นทาง 4 ผูกกับบริษัทเดิม ใช้ในบริษัทใหม่ไม่ได้
  2. ส่ง จป. ในบ้านคนใหม่ไปอบรม + ขอใบ — ใช้เวลา 3-6 เดือน ระหว่างนั้นต้องใช้ จ้างนอก ชั่วคราว
  3. เปลี่ยนเป็น จ้างนอก ถาวร — ตัดความเสี่ยงเรื่องคนลาออก

ทางที่ 2 + เซ็นสัญญาผูกพันกับ จป. คนใหม่ 2-3 ปี = แนวที่บริษัทใหญ่ใช้

Q5: ผู้ชำนาญการคนเดียวรับรองรายงานหลายบริษัทพร้อมกันได้ไหม

ได้ — เส้นทาง (1)(2)(3) ไม่จำกัด — เป็น ที่ปรึกษา อิสระให้บริการได้หลายบริษัท แต่ต้อง

  • แจ้งกำหนดการ ≥7 วันก่อนเข้าทำงานทุกครั้งทุกบริษัท
  • ส่งรายงานสรุปผล ≤30 วัน ทุก project
  • ไม่เปิดเผยความลับของบริษัทใดให้บริษัทอื่น

ส่วนเส้นทาง (4) ห้าม — ทำเฉพาะในบริษัทตน

Q6: บริษัทแม่ในต่างประเทศไม่เข้าใจระบบนี้ ขอใช้ผู้จัดการ HSE จากบริษัทแม่มาเซ็นได้ไหม

ไม่ได้ — กฎหมายระบุชัดว่าผู้ชำนาญการต้องสัญชาติไทย (ข้อ 5(1)) + ใบอนุญาตจากกรมฯ ไทย

ทางออก — อธิบายให้บริษัทแม่ฟังว่ามาตรา 32 + กฎกระทรวง 2567 บังคับ — ต้องตั้งที่ปรึกษาในประเทศ หรือส่ง จป. ไทยไปอบรม

Q7: ค่าบริการของผู้ชำนาญการ ภาคเอกชน — มีเพดานราคาเหมือนหลักสูตรอบรมไหม

ไม่มี — เพดานราคา ≤1 เท่าของต้นทุน (ข้อ 16(1) ประกาศฉบับ 2) ใช้กับ "ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม" เท่านั้น

ค่าบริการของผู้ชำนาญการเอง ในการทำรายงานให้นายจ้าง = ราคาตลาด ตกลงกันได้

บริษัทคุณอยู่ในข่ายม.32 และยังไม่มีผู้ชำนาญการเลย? ปรึกษาทีมของ Safety Station เพื่อวางแผน — เลือกระหว่างส่ง จป. ในบ้านอบรม หรือใช้บริการประเมินจากผู้ชำนาญการของเรา → ขอใบเสนอราคา


สรุป

  • ตรวจก่อนว่าบริษัทอยู่ในข่ายม.32 ไหม (ตามประกาศ 14 พ.ย. 2567) — ถ้าไม่ ไม่ต้องมีผู้ชำนาญการ
  • ถ้าใช่ — เลือกระหว่าง A (จป.ในบริษัท เส้นทาง 4) หรือ B (จ้างที่ปรึกษาภายนอก)
  • โรงงานใหญ่ + ใช้บ่อย + มี จป.วิชาชีพ = A ประหยัดได้ราว 10 เท่า
  • โรงงานเล็ก-กลาง + ใช้นาน ๆ ครั้ง + ไม่มี จป.วิชาชีพ = B ยืดหยุ่นกว่า

อย่ารอจนพนักงานตรวจความปลอดภัยมาเตือน — กฎกระทรวงบังคับใช้ตั้งแต่ 19 พ.ค. 2568 แล้ว ระบบเสร็จสมบูรณ์ 1 พ.ค. 2569 ส่งผลให้ปัจจุบันคือเวลาวางแผนและเริ่มดำเนินการ

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ผู้ชำนาญการ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ชำนาญการ OSH — กฎกระทรวง 2567 คุณสมบัติ ใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม
จป

ผู้ชำนาญการ OSH — กฎกระทรวง 2567 คุณสมบัติ ใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม

สรุปกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2567 — คุณสมบัติ 2 ชั้น ใบอนุญาต 5 ปี ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ยกเว้นสำหรับ จป.วิชาชีพ พร้อมหน้าที่และบทลงโทษ

14 เม.ย. 2569อ่าน 33 นาที
อยากเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย — 4 เส้นทาง + ขั้นตอนสมัครละเอียด
จป

อยากเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย — 4 เส้นทาง + ขั้นตอนสมัครละเอียด

อยากเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — เลือก 1 ใน 4 เส้นทาง (ป.ตรี อาชีวอนามัย/วิทย์-วิศวฯ+HSE/ใบประกอบ ก.ว./จป.) + ขั้นตอนสมัครครบ + อบรม 24 ชม. + สอบ 80% + ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท

27 พ.ค. 2569อ่าน 19 นาที
4 ประกาศกรม 1 พ.ค. 2569 ผู้ชำนาญการ — สรุปอะไรใหม่ + เช็คลิสต์ เตรียมตัว
จป

4 ประกาศกรม 1 พ.ค. 2569 ผู้ชำนาญการ — สรุปอะไรใหม่ + เช็คลิสต์ เตรียมตัว

สรุป 4 ประกาศกรมสวัสดิการฯ 1 พ.ค. 2569 ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย — หลักสูตร 24 ชม. 3 หมวด · สอบ 80% · พัฒนาความรู้ ≥6 ชม./ปี · แบบฟอร์ม กภ.คบญ.33/กภ.ชก 1-4 + เช็คลิสต์ สำหรับนายจ้าง หน่วยฝึก ผู้สนใจสอบ

27 พ.ค. 2569อ่าน 17 นาที