อายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน
สรุปข้อ 12 ถึงข้อ 18 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 อายุใบอนุญาต 5 ปี ยื่นต่ออายุภายใน 90 วัน ใบแทน พักใช้ไม่เกิน 60 วัน เพิกถอน 4 กรณี พร้อมตารางเทียบ

ใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยมีอายุ 5 ปี สถานะของใบอนุญาตในแต่ละวันกำหนดว่าผู้ถือใบให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างได้หรือไม่ ใบที่ยังมีอายุและไม่อยู่ระหว่างพักใช้คือใบที่ใช้ทำงานได้ ส่วนใบที่สิ้นอายุโดยไม่ได้ยื่นต่อ ใบที่ถูกพักใช้ และใบที่ถูกเพิกถอน ล้วนทำให้ทำหน้าที่ต่อไม่ได้ด้วยเหตุและระยะเวลาที่ต่างกัน
กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (เรียกต่อไปว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) วางเรื่องนี้ไว้ในข้อ 12 ถึงข้อ 18 ครอบคลุมอายุใบอนุญาต การต่ออายุ ใบแทน การพักใช้ และการเพิกถอน รู้ทั้ง 7 ข้อนี้แล้ว ผู้ถือใบจะดูแลสถานะได้ต่อเนื่อง และนายจ้างตรวจได้ว่าผู้ชำนาญการที่รับรองผลให้ยังมีสิทธิ์ทำหน้าที่จริง
อายุใบอนุญาต 5 ปีนับจากวันออกใบ
ข้อ 12 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการเขียนไว้สั้นที่สุดในหมวด
"ใบอนุญาตให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต"
จุดเริ่มนับคือวันที่ออกใบอนุญาต ไม่ใช่วันยื่นคำขอหรือวันสอบผ่าน ตามข้อ 11 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ เมื่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กรมฯ) มีคำสั่งออกใบอนุญาต กรมฯ แจ้งผู้ขอภายใน 7 วัน ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง แล้วกรมฯ จึงออกใบอนุญาตให้ วันออกใบที่ปรากฏบนใบอนุญาตจึงเป็นวันที่ใช้ตั้งปฏิทิน 5 ปี
นายจ้างก็ใช้ข้อมูลชุดนี้เช่นกัน แบบรายงานผลตามข้อ 9 ของประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ซึ่งต่อไปเรียกว่า ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย กำหนดให้กรอกชื่อผู้ชำนาญการ เลขที่ใบอนุญาต และระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาตตั้งแต่วันเดือนปีถึงวันเดือนปี วันสิ้นอายุของใบจึงปรากฏอยู่ในเอกสารที่นายจ้างส่งกรมฯ ด้วย
สิ่งที่ผู้ถือใบดูแลตลอด 5 ปี
ระหว่างอายุใบอนุญาต กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดหน้าที่ต่อเนื่องไว้ 2 ข้อหลัก
- ข้อ 19 หน้าที่ในการปฏิบัติงาน ให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างตามมาตรา 32 (1) (2) และ (3) แจ้งกำหนดการพร้อมรายชื่อสถานประกอบกิจการและรายชื่อผู้ชำนาญการต่อกรมฯ ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนดำเนินการ ส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันนับแต่เสร็จงาน และไม่เปิดเผยความลับของนายจ้าง การแจ้งและรายงานใช้แบบตามประกาศกรมฯ เรื่องแบบแจ้งกำหนดการและแบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ลงวันที่ 22 เมษายน 2569 หน้าที่นี้ใช้กับผู้ได้รับใบอนุญาตทุกเส้นทาง รวมถึง จป. ที่รับรองผลในสถานประกอบกิจการของตนเอง
- ข้อ 20 การพัฒนาความรู้ ผู้ชำนาญการต้องเข้ารับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม (CPD) ซึ่งประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้กำหนดไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปี คิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนักของกิจกรรม
ข้อ 19 ผูกกับการพักใช้และการเพิกถอน ส่วนข้อ 20 ผูกกับเอกสารที่ต้องแนบตอนต่ออายุ วิธีคิดชั่วโมงและหลักฐานที่ควรเก็บอยู่ใน พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
ขอบเขตการทำงานและค่าธรรมเนียมผูกกับเส้นทางที่ใช้ขอใบอนุญาต ผู้ที่ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) (2) หรือ (3) ทำหน้าที่ได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ และเสียค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 ส่วนผู้ที่ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (4) ในฐานะ จป. ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ทำหน้าที่ได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็น จป. ไว้ตามข้อ 13 และได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 22 ถ้าย้ายสถานประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ โดยไม่ต้องอบรม 24 ชั่วโมงและไม่ต้องประเมินใหม่ ใช้หลักฐานผ่านการอบรมและผ่านการประเมินเดิมยื่นขอได้ ทั้งนี้นายจ้างที่แห่งใหม่ต้องขึ้นทะเบียน จป. ไว้ก่อน และสถานประกอบกิจการแห่งใหม่ต้องอยู่ในบัญชี 1 หรือบัญชี 2 ท้ายประกาศเรื่องการประเมินอันตราย รายละเอียดอยู่ใน จป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ ขอบเขตตามข้อ 13 และการยกเว้นค่าธรรมเนียม
การต่ออายุตามข้อ 14
ยื่นภายใน 90 วันก่อนใบสิ้นอายุ
"ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดีภายในเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต เอกสารการฝึกอบรม หรือพัฒนาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต"
ช่วงยื่นคือ 90 วันสุดท้ายก่อนวันสิ้นอายุ คำชี้แจงของกรมฯ เขียนตรงกันว่า "ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ" ตัวบทไม่ได้เขียนกรณียื่นก่อนเข้าช่วง 90 วัน และไม่ได้เปิดช่องให้ยื่นต่ออายุหลังใบสิ้นอายุแล้ว ยื่นภายในช่วงนี้ และยื่นให้เร็วพอจะแก้เอกสารได้ทันหากกรมฯ แจ้งให้เพิ่มเติม วิธีนี้ไม่ต้องพึ่งการตีความ
เอกสารที่ยื่น
คำชี้แจงของกรมฯ หัวข้อ 5.1.2 แจกแจงเอกสารต่ออายุไว้ 4 รายการ
- แบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งเป็นแบบ กภ.คบญ.33 ที่ใช้ร่วมกับคำขอใบอนุญาตและคำขอใบแทน
- ใบอนุญาต
- เอกสารแสดงการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ และการจัดทำแผน
- ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุ
รายการที่ 3 คือรายการที่ต้องสะสมล่วงหน้าตลอด 5 ปี เอกสารอื่นเตรียมได้ในช่วงใกล้ยื่น แต่หลักฐานพัฒนาความรู้ย้อนทำไม่ได้
ทำหน้าที่ต่อได้ระหว่างรอผล
ข้อ 14 วรรคสองคุ้มครองผู้ที่ยื่นตามกำหนดไว้ชัดเจน
"เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น"
ผลในทางปฏิบัติคือ งานรับรองผลที่ทำค้างอยู่ไม่สะดุด แม้วันสิ้นอายุบนใบเดิมจะมาถึงก่อนกรมฯ พิจารณาเสร็จ ผู้ถือใบควรเก็บหลักฐานการยื่นคำขอไว้แสดงต่อนายจ้าง ซึ่งต้องกรอกระยะเวลาของใบอนุญาตในแบบรายงาน
ความคุ้มครองนี้ใช้กับผู้ที่ "ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว" เท่านั้น หากใบสิ้นอายุโดยไม่ได้ยื่น วรรคสองไม่มีผล และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดว่าผู้ที่จะเป็นผู้ชำนาญการต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี ผู้ที่ใบสิ้นอายุโดยไม่ได้ยื่นต่ออายุจึงต้องหยุดให้คำแนะนำและรับรองผลตั้งแต่วันสิ้นอายุ ข้อ 14 ใช้กับผู้ที่ยื่นก่อนใบสิ้นอายุเท่านั้น เมื่อใบสิ้นอายุแล้ว ทางที่ตัวบทมีคือยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามข้อ 8 แล้วผ่านขั้นพิจารณาตามข้อ 9 ถึงข้อ 11
ขั้นพิจารณาใช้ข้อ 9 ถึงข้อ 11 โดยอนุโลม
ข้อ 14 วรรคสามนำข้อ 9 ข้อ 10 และข้อ 11 มาใช้กับการต่ออายุโดยอนุโลม กรอบเวลาจึงเหมือนการขอใบอนุญาตครั้งแรก
| ขั้น | กรอบเวลา | ข้อ |
|---|---|---|
| เอกสารไม่ครบ ผู้ยื่นแก้ไขหรือส่งเพิ่ม | ภายใน 30 วัน ไม่ทันถือว่าไม่ประสงค์ดำเนินการต่อ | 9 |
| กรมฯ พิจารณาคำขอและตรวจเอกสาร | ภายใน 60 วัน เรียกผู้ยื่นมาชี้แจงได้ | 10 |
| กรมฯ แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตเป็นหนังสือ พร้อมเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ | ภายใน 7 วันนับแต่มีคำสั่ง | 10 |
| ผู้ถือใบอุทธรณ์ | เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง คำวินิจฉัยเป็นที่สุด | มาตรา 33 วรรคสาม ประกอบมาตรา 12 |
| แจ้งคำสั่งอนุญาต | ภายใน 7 วันนับแต่มีคำสั่ง | 11 |
| ชำระค่าธรรมเนียม | ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง | 11 |
ค่าธรรมเนียมต่ออายุตามข้อ 21 (3) คือครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ซึ่งข้อ 21 (1) กำหนดไว้ฉบับละ 5,000 บาท ผู้ที่ได้ใบอนุญาตด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) (2) หรือ (3) เสียค่าธรรมเนียมนี้ ส่วนผู้ที่ได้ใบอนุญาตด้วยเส้นทางข้อ 6 (4) ได้รับยกเว้นตามข้อ 22 ครบทั้งค่าใบอนุญาต ค่าใบแทน และค่าต่ออายุ
ใบแทนตามข้อ 15
ใบแทนใช้คนละกรณีกับการต่ออายุ ข้อ 15 ใช้เมื่อใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอพร้อมใบอนุญาตหรือเลขที่ใบอนุญาตในกรณีที่ใบถูกทำลายหรือเสียหาย และเอกสารอื่นตามแบบคำขอรับใบแทน
ข้อ 15 นำข้อ 9 มาใช้โดยอนุโลม คือกรมฯ ตรวจความครบถ้วน และให้แก้ไขภายใน 30 วันหากเอกสารไม่ครบ เมื่อคำขอครบถ้วน กรมฯ ออกใบแทนให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ค่าธรรมเนียมใบแทนตามข้อ 21 (2) ฉบับละ 500 บาท แบบใบแทนคือแบบ กภ.บทญ.33-1 และ กภ.บทญ.33-2
ข้อ 15 ไม่ได้กำหนดอายุของใบแทนแยกไว้ และไม่ได้กล่าวถึงการนับอายุ 5 ปีใหม่ การขอใบแทนจึงไม่ใช่ทางเลือกแทนการต่ออายุ ผู้ถือใบที่ใบหายช่วงใกล้สิ้นอายุยังต้องยื่นต่ออายุภายในกำหนดของข้อ 14
การพักใช้ตามข้อ 16
"ให้อธิบดีพักใช้ใบอนุญาตโดยมีกำหนดระยะเวลาไม่เกินหกสิบวัน ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามที่กำหนดในข้อ 19"
เหตุพักใช้มีแหล่งเดียว คือข้อ 19 ได้แก่ หน้าที่ให้คำแนะนำและรับรองผลตามมาตรา 32 หน้าที่แจ้งกำหนดการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน หน้าที่ส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันนับแต่เสร็จงาน และหน้าที่ไม่เปิดเผยความลับของนายจ้าง ตัวบทข้อ 16 ไม่ได้ผูกการพักใช้ไว้กับข้อ 20 เรื่องพัฒนาความรู้ หรือข้ออื่นในกฎกระทรวง
ระยะพักใช้กำหนดเป็นเพดาน คือไม่เกิน 60 วัน ตัวบทไม่ได้แบ่งระยะตามความร้ายแรงของการฝ่าฝืน
ระหว่างพักใช้ ผู้ถือใบต้องหยุดให้คำแนะนำและรับรองผล เพราะข้อ 17 (3) กำหนดให้เพิกถอนใบอนุญาตหากให้คำแนะนำและรับรองผลตามมาตรา 32 วรรคสามในระหว่างถูกสั่งพักใช้
การพักใช้ยังมีผลระยะยาวอีก 2 ประการ ประการแรกคือข้อ 17 (2) ซึ่งให้การพักใช้ซ้ำในเรื่องเดียวกันระหว่างอายุใบอนุญาตเป็นเหตุเพิกถอน ประการที่สองคือข้อ 5 (5) ซึ่งกำหนดคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตไว้ว่าต้องไม่เคยถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พ้นกำหนด 5 ปีนับแต่วันที่ถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอน
ผลของการพักใช้ต่อการต่ออายุ
ผู้ที่ถูกพักใช้ครั้งแรกไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที ใบอนุญาตจะถูกเพิกถอนเมื่อถูกพักใช้ซ้ำในเรื่องเดียวกันตามข้อ 17 (2) แต่การต่ออายุได้รับผลโดยตรง ข้อ 14 วรรคสามนำข้อ 10 ซึ่งพิจารณาคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 มาใช้กับการต่ออายุโดยอนุโลม คุณสมบัติตามข้อ 5 (5) จึงใช้กับคำขอต่ออายุด้วย ผู้ที่ถูกพักใช้ต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้จนกว่าจะพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกพักใช้
ผลในทางปฏิบัติคือ เมื่อพ้นระยะพักใช้แล้ว ผู้ถือใบกลับมาทำหน้าที่ได้จนใบเดิมสิ้นอายุ ถ้าวันสิ้นอายุมาถึงก่อนครบ 5 ปีนับแต่วันถูกพักใช้ ใบอนุญาตจะสิ้นอายุโดยต่อไม่ได้ ผู้ถือใบควรนับวันทั้งสองชุดไว้คู่กันตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งพักใช้
การเพิกถอนตามข้อ 17
ข้อ 17 กำหนดเหตุเพิกถอนไว้ 4 กรณี ไม่มีกรณีอื่นนอกจากนี้
- ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6
- เคยถูกพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว 1 ครั้ง และมีเหตุต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตซ้ำในเรื่องเดียวกันอีกระหว่างอายุใบอนุญาต
- ให้คำแนะนำและรับรองผลตามมาตรา 32 วรรคสาม ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
- จัดทำรายงานหรือให้การรับรองตามข้อ 19 อันเป็นเท็จ
กรณีที่ 1 โยงกลับไปที่คุณสมบัติตอนขอใบอนุญาต ข้อ 5 เป็นคุณสมบัติทั่วไปที่ต้องครบทุกข้อ เช่น สัญชาติไทย และไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ส่วนข้อ 6 คือเส้นทางคุณสมบัติเฉพาะที่ใช้ขอใบ รายละเอียดอยู่ใน คุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6
กรณีที่ 2 มีเงื่อนไข 3 ข้อที่ต้องครบ คือ เคยถูกพักใช้มาแล้ว 1 ครั้ง เหตุใหม่เป็นเรื่องเดียวกับครั้งก่อน และเกิดในระหว่างอายุใบอนุญาตเดียวกัน ตัวบทไม่ได้อธิบายเพิ่มว่า "เรื่องเดียวกัน" แยกตามหน้าที่ย่อยในข้อ 19 หรือไม่
กรณีที่ 3 เกิดจากการทำงานในช่วงพักใช้ ซึ่งผูกกับมาตรา 32 วรรคสามที่กำหนดให้นายจ้างต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจากผู้ชำนาญการ
กรณีที่ 4 คือรายงานหรือการรับรองอันเป็นเท็จ เช่น รับรองว่าตรวจพื้นที่แล้วทั้งที่ไม่ได้เข้าตรวจ หรือรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานที่ระบุงานซึ่งไม่ได้ทำจริง กรณีนี้ไม่ต้องผ่านการพักใช้มาก่อน
คำสั่งและผลหลังเพิกถอนตามข้อ 18
คำสั่งพักใช้และคำสั่งเพิกถอนต้องทำเป็นหนังสือแจ้งผู้ได้รับใบอนุญาต หากแจ้งไม่ได้หรือผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่ง ให้ปิดคำสั่งไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ปัจจุบัน และถือว่าทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง ผู้ถือใบจึงควรแจ้งที่อยู่ปัจจุบันกับกรมฯ ให้ตรงเสมอ เพราะวันปิดคำสั่งคือวันที่ผลเริ่มนับ ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่ต่ออายุ พักใช้ หรือเพิกถอน อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการได้ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง ตามมาตรา 33 วรรคสาม ประกอบมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ
ข้อ 18 วรรคสองกำหนดผลหลังเพิกถอนไว้ชัด
"ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขออนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต"
ตารางเทียบการพักใช้กับการเพิกถอน
| ประเด็น | พักใช้ (ข้อ 16) | เพิกถอน (ข้อ 17 ข้อ 18) |
|---|---|---|
| เหตุ | ฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามข้อ 19 | 4 กรณีตามข้อ 17 (1) ถึง (4) เท่านั้น |
| ระยะเวลา | ไม่เกิน 60 วัน | ใบอนุญาตสิ้นสภาพ |
| ทำหน้าที่ระหว่างนั้น | ไม่ได้ ถ้าทำเป็นเหตุเพิกถอนตามข้อ 17 (3) | ไม่ได้ |
| ผลต่อการต่ออายุและการขอใบใหม่ | ข้อ 5 (5) ต่ออายุหรือขอใหม่ได้เมื่อพ้น 5 ปีนับแต่วันถูกพักใช้ | ข้อ 18 วรรคสอง และข้อ 5 (5) ต้องพ้น 5 ปีนับแต่วันถูกเพิกถอน |
| เมื่อเกิดซ้ำ | พักใช้ซ้ำเรื่องเดียวกันระหว่างอายุใบ เป็นเหตุเพิกถอนตามข้อ 17 (2) | — |
| การแจ้งคำสั่ง | หนังสือ หรือปิดคำสั่ง ณ ภูมิลำเนา (ข้อ 18) | หนังสือ หรือปิดคำสั่ง ณ ภูมิลำเนา (ข้อ 18) |
ทั้งสองคำสั่งเป็นผลทางปกครองที่ผูกกับใบอนุญาต ส่วนโทษทางอาญาในพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวกับผู้ชำนาญการโดยตรงคือมาตรา 63 สำหรับผู้กระทำการเป็นผู้ชำนาญการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 33 โทษคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการเปิดเผยข้อเท็จจริงของนายจ้างที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ มาตรา 70 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตัวบทไม่ได้ระบุว่าการทำงานในช่วงพักใช้เข้ามาตรา 63 หรือไม่ ผลที่กฎกระทรวงผู้ชำนาญการเขียนไว้ตรงคือการเพิกถอนตามข้อ 17 (3)
ผลต่อนายจ้างที่ใช้ผู้ชำนาญการ
มาตรา 32 วรรคสามกำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจากผู้ชำนาญการ สถานะใบอนุญาตของผู้ชำนาญการจึงเกี่ยวกับความครบถ้วนของงานฝั่งนายจ้างโดยตรง ไม่ว่าผู้ชำนาญการจะเป็นบุคคลภายนอก หรือ จป. ของสถานประกอบกิจการเองที่ได้รับใบอนุญาต แนวปฏิบัติที่ใช้ได้มีดังนี้
- ก่อนเริ่มงาน ขอเลขที่ใบอนุญาตและวันสิ้นอายุ ตรวจว่าช่วงงานทั้งหมดอยู่ในอายุใบ และขอให้ผู้ชำนาญการยืนยันเป็นหนังสือว่าใบไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ ตรวจเส้นทางที่ใช้ขอใบด้วย ถ้าเป็นเส้นทางข้อ 6 (4) สถานประกอบกิจการต้องเป็นที่ที่ผู้ชำนาญการขึ้นทะเบียน จป. ไว้ ถ้าเป็นเส้นทางข้อ 6 (1) (2) หรือ (3) ทำได้ทุกสถานประกอบกิจการ
- ระหว่างงาน หากวันสิ้นอายุของใบตกอยู่ในช่วงงาน ขอหลักฐานการยื่นคำขอต่ออายุตามข้อ 14
- ถ้าผู้ชำนาญการถูกพักใช้หรือใบสิ้นอายุระหว่างงาน หยุดการรับรองส่วนที่เหลือ แล้วให้ผู้ชำนาญการที่ใบมีผลเข้าสอบทานก่อนลงชื่อในแบบรายงาน
- ตอนกรอกรายงาน ใช้เลขที่ใบอนุญาตและระยะเวลาของใบตามเอกสารจริง ในแบบรายงานตามข้อ 9 ของประกาศเรื่องการประเมินอันตราย
ขอบเขตงานและหลักฐานที่ควรระบุในสัญญาจ้างอ่านต่อได้ที่ ขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง และภาพรวมบทบาทของผู้ชำนาญการอยู่ที่ ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย บทบาทตามมาตรา 32 และใบอนุญาตตามมาตรา 33
ปฏิทินดูแลใบอนุญาต 5 ปี
ลำดับดูแลใบ: ออกใบ → ทำหน้าที่ตามข้อ 19 และพัฒนาความรู้ทุกปี → เข้าช่วง 90 วัน → ยื่นต่ออายุ → ทำงานต่อระหว่างรอผล

- วันที่ได้ใบ จดวันออกใบและวันสิ้นอายุ ตั้งเตือนล่วงหน้าก่อนเข้าช่วง 90 วัน
- ทุกงาน แจ้งกำหนดการก่อนเริ่มไม่น้อยกว่า 7 วัน และส่งรายงานสรุปผลภายใน 30 วันหลังเสร็จ
- ทุกปี พัฒนาความรู้ให้ครบ 6 ชั่วโมงหลังคูณค่าน้ำหนัก และเก็บหลักฐานเป็นแฟ้มรายปี
- ก่อนเข้าช่วง 90 วัน รวมเอกสารตามรายการต่ออายุ ตรวจว่าไม่มีปีใดขาดหลักฐาน
- ภายใน 90 วันก่อนสิ้นอายุ ยื่นคำขอต่ออายุ แล้วเก็บหลักฐานการยื่นไว้แสดงต่อนายจ้าง
เส้นทางตั้งแต่ตรวจคุณสมบัติจนได้ใบอนุญาตครั้งแรกอยู่ใน เส้นทางสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการ จากตรวจคุณสมบัติถึงรับใบ
สรุป
- ใบอนุญาตผู้ชำนาญการมีอายุ 5 ปีนับแต่วันออกใบตามข้อ 12 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ
- ต่ออายุโดยยื่นภายใน 90 วันก่อนใบสิ้นอายุพร้อมหลักฐานพัฒนาความรู้ ยื่นแล้วทำหน้าที่ต่อได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาตตามข้อ 14
- ใบแทนใช้เมื่อใบสูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ กรมฯ ออกให้ภายใน 7 วันเมื่อเอกสารครบตามข้อ 15
- พักใช้ไม่เกิน 60 วัน ผูกกับข้อ 19 เท่านั้น ไม่ถูกเพิกถอนทันที แต่ต่ออายุไม่ได้จนพ้น 5 ปีนับแต่วันถูกพักใช้ตามข้อ 5 (5) เพิกถอนมี 4 กรณีตามข้อ 17 และขอใหม่ไม่ได้จนพ้น 5 ปีตามข้อ 18
ยังไม่มีใบอนุญาตผู้ชำนาญการ ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรม ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 5 ข้อ 9 ถึงข้อ 22
- คำชี้แจงกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 หัวข้อ 5.1.2
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบคำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ ข้อ 2 ข้อ 5
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมของผู้ชำนาญการฯ ข้อ 2
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบแจ้งกำหนดการ และแบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของผู้ชำนาญการฯ ข้อ 2 ข้อ 3
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ข้อ 9 และแบบรายงานแนบท้าย
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 12 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 63 มาตรา 70
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)
ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต