⚖️ กฎหมาย

ค่าปรับและบทลงโทษ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ — ใครรับผิด เท่าไหร่ และเคสจริง

สรุปบทลงโทษตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — ค่าปรับสูงสุด 800,000 บาท จำคุก 2 ปี ใครรับผิด กรรมการรับผิดด้วยหรือไม่ พร้อมตัวอย่างคดี

Safety Station 101อ่าน 16 นาที · 3,609 คำ
ค่าปรับและบทลงโทษ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ — ใครรับผิด เท่าไหร่ และเคสจริง

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีนายจ้างจำนวนไม่น้อยที่ถูกฟ้องและต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 บางรายเสียค่าปรับหลักแสน บางรายถึงขั้นจำคุก และน่าตกใจที่สุดคือ กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทก็สามารถถูกดำเนินคดีในฐานะส่วนตัวได้ ไม่ใช่เพียงนิติบุคคลเท่านั้น — สรุปบทลงโทษทั้งหมด ผู้ที่ต้องรับผิด และตัวอย่างคดีจริงที่ผ่านมา

ภาพรวม — โทษอะไรบ้าง

หมวด 8 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ บัญญัติบทกำหนดโทษไว้ในมาตรา 53 ถึงมาตรา 72 รวม 20 มาตรา โดยมีโทษทั้งจำคุก ปรับ และปรับรายวัน แตกต่างกันตามฐานความผิด

โทษสูงสุดในระบบคือ มาตรา 66 — กรณีที่นายจ้างหรือผู้ใดทำให้สิ่งที่พนักงานตรวจสั่งระงับใช้ ผูกมัด หรือประทับตรา กลับมาใช้ได้อีกโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่ฝ่าฝืนต่อเนื่อง ปรับรายวันไม่เกินวันละ 5,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติตาม

โทษต่ำสุดในระบบคือ มาตรา 70 — กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้รู้ความลับเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของนายจ้าง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ตารางสรุปบทลงโทษหลัก

ฐานความผิด (มาตราที่ฝ่าฝืน) มาตราโทษ บทลงโทษ
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวง (ม.8) ม.53 จำคุก ≤ 1 ปี หรือปรับ ≤ 400,000 บาท
ไม่จัด จป., ไม่ฝึกอบรม, ไม่ประเมินอันตราย (ม.13, 16, 32) ม.56 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000 บาท
ไม่แจ้งอันตราย, ไม่แจ้งประสบอันตราย (ม.14, 34) ม.57 ปรับ ≤ 50,000 บาท
ไม่ปิดประกาศ, ไม่ติดป้ายเตือน (ม.15, 17) ม.58 จำคุก ≤ 3 เดือน หรือปรับ ≤ 100,000 บาท
ไม่ดูแลผู้รับเหมา (ม.18 วรรคหนึ่ง) ม.59 จำคุก ≤ 1 ปี หรือปรับ ≤ 400,000 บาท
ไม่จัดและดูแล PPE (ม.22), ผู้รับเหมาช่วง (ม.23) ม.62 จำคุก ≤ 3 เดือน หรือปรับ ≤ 100,000 บาท
ขัดขวางคำสั่งพนักงานตรวจ (ม.36 วรรคหนึ่ง) ม.65 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000 บาท
นำของที่สั่งระงับกลับมาใช้ (ม.36 วรรคสอง) ม.66 จำคุก ≤ 2 ปี หรือปรับ ≤ 800,000 + ปรับรายวัน ≤ 5,000 บาท (โทษสูงสุด)
เลิกจ้าง Whistleblower (ม.42) ม.68 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000 บาท
เปิดเผยข้อเท็จจริงของกิจการ (พนักงาน) ม.70 จำคุก ≤ 1 เดือน หรือปรับ ≤ 40,000 บาท

ระดับโทษปรับสูงสุดตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ

ใครต้องรับผิด — กรรมการรับผิดด้วยหรือไม่

หนึ่งในจุดที่ผู้บริหารและกรรมการมักไม่ทราบคือ มาตรา 69 ซึ่งบัญญัติชัดเจนว่า

"ในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ การกระทำ การไม่สั่งการ หรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย"

แปลให้เข้าใจง่ายๆ — ถ้านิติบุคคล (บริษัท) ทำผิดเพราะกรรมการสั่ง หรือเพราะกรรมการไม่ได้สั่งทั้งที่ควรสั่ง กรรมการคนนั้นต้องรับโทษเช่นเดียวกับนิติบุคคล ทั้งจำคุกและปรับ ในนามส่วนตัว

ตัวอย่างเช่น บริษัท A ไม่จัดให้มี จป.หัวหน้างาน ตามที่กฎหมายกำหนด เป็นความผิดของบริษัทตามมาตรา 56 (ปรับ ≤ 200,000 บาท) — แต่ถ้าเหตุที่ไม่จัดเป็นเพราะกรรมการผู้จัดการสั่งไม่ให้ส่งหัวหน้างานไปอบรมเพื่อประหยัดงบประมาณ กรรมการคนนั้นต้องรับโทษส่วนตัวด้วย คือจำคุกหรือปรับในนามตนเอง

หลักนี้สำคัญมากเพราะ กรรมการไม่อาจหลบเลี่ยงความรับผิดโดยอ้างว่าเป็นนิติบุคคลกระทำได้ หากการกระทำนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการละเว้นของตน

ความรับผิดของกรรมการตามมาตรา 69 — รับผิดทั้งนิติบุคคลและส่วนตัว

เปรียบเทียบปรับ — ทางออกที่กฎหมายเปิดให้

กฎหมายเปิดทางให้สามารถ "เปรียบเทียบปรับ" ในชั้นพนักงานสอบสวนได้ในบางกรณี เพื่อจบคดีโดยไม่ต้องขึ้นศาล มี 2 ระดับตามฐานความผิด

เปรียบเทียบปรับทั่วไป (มาตรา 71)

สำหรับฐานความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท เช่น ม.53, ม.56, ม.59 — อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ

ถ้าผู้กระทำผิดยอมชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าคดียุติในชั้นพนักงานสอบสวน ไม่ต้องขึ้นศาล แต่ถ้าไม่ยอมหรือไม่ชำระตามกำหนด คดีจะถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการดำเนินคดีต่อไป

เปรียบเทียบปรับเฉพาะกรณีโทษหนัก (มาตรา 72)

สำหรับมาตรา 66 ซึ่งเป็นโทษสูงสุด คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ ประกอบด้วยอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (หรือผู้แทน) และอัยการสูงสุด (หรือผู้แทน) จำนวน 3 คน เป็นผู้พิจารณา

กรณีศึกษาแบบสถานการณ์สมมติ — คำนวณค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น

หมายเหตุสำคัญ: สถานการณ์ในส่วนนี้เป็น กรณีสมมติเชิงการศึกษา เพื่อแสดงให้เห็นว่าค่าปรับตามกฎหมายสะสมรวมกันอย่างไรเมื่อฝ่าฝืนหลายมาตราพร้อมกัน ไม่ใช่คดีจริง ในทางปฏิบัติ ค่าปรับที่ลงจริงขึ้นกับ

  • ดุลพินิจของพนักงานสอบสวน อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด และศาล
  • การเปรียบเทียบปรับตามมาตรา 71-72 (ปกติจะลงต่ำกว่าโทษสูงสุดที่กำหนด)
  • ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และความรุนแรงของผลกระทบในแต่ละคดี
  • การร่วมมือกับพนักงานตรวจ การแสดงเจตนาแก้ไข และประวัติการกระทำผิดในอดีต

สถานการณ์ที่ 1 — โรงงานพลาสติกฝ่าฝืนหลายมาตรา

สมมติฐาน: บริษัท A ทำธุรกิจผลิตพลาสติก ลูกจ้าง 120 คน (กิจการบัญชี 2) เกิดเหตุก๊าซรั่วในขณะทำความสะอาดถังเก็บสารเคมี จากการสอบสวนของพนักงานตรวจ พบการฝ่าฝืนกฎหมายดังนี้

ฐานความผิด มาตราที่ฝ่าฝืน มาตราโทษ โทษสูงสุดที่กฎหมายกำหนด
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานกฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ม.8 ม.53 จำคุก ≤ 1 ปี หรือปรับ ≤ 400,000
ไม่จัด จป.วิชาชีพ (กิจการ > 100 คน บัญชี 2) ม.13 ม.56 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000
ไม่ฝึกอบรมความปลอดภัยก่อนเข้าทำงาน ม.16 ม.56 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000
ไม่ประเมินอันตรายและจัดทำแผนงาน ม.32 ม.56 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000
ไม่จัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่ PPE ม.22 ม.62 จำคุก ≤ 3 เดือน หรือปรับ ≤ 100,000
ไม่แจ้งประสบอันตรายภายใน 7 วัน ม.34 ม.57 ปรับ ≤ 50,000
รวมค่าปรับสูงสุดที่อาจถูกลง 950,000 บาท

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

  • กรรมการผู้จัดการอาจถูกดำเนินคดีในนามส่วนตัวตาม มาตรา 69 หากการละเว้นมาจากการสั่งการของกรรมการ (เช่น สั่งไม่จ้าง จป.วิชาชีพเพื่อประหยัดงบ)
  • พนักงานตรวจอาจสั่งหยุดงานบางส่วนตามมาตรา 36 จนกว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จ
  • ค่าทดแทนกองทุนเงินทดแทนต่อผู้บาดเจ็บ (แยกจากค่าปรับตาม พ.ร.บ. นี้)
  • คดีอาญาฐานประมาทเลินเล่อ (ตามประมวลกฎหมายอาญา) หากมีผู้เสียชีวิต — แยกคดีต่างหาก

สถานการณ์ที่ 2 — งานก่อสร้างไม่มีระบบป้องกันการตก

สมมติฐาน: บริษัท B รับเหมาก่อสร้างอาคารพาณิชย์ มีลูกจ้าง 30 คน คนงานตกจากชั้น 4 ขณะติดตั้งผนัง ผู้เคราะห์ร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการตรวจสอบ พบว่า

ฐานความผิด มาตราที่ฝ่าฝืน มาตราโทษ โทษสูงสุด
ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงงานที่สูง พ.ศ. 2564 (ไม่มีระบบ Fall Protection) ม.8 ม.53 จำคุก ≤ 1 ปี หรือปรับ ≤ 400,000
ไม่จัด จป.หัวหน้างานในไซต์งาน ม.13 ม.56 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000
ไม่จัด PPE ตามที่กฎหมายกำหนด ม.22 ม.62 จำคุก ≤ 3 เดือน หรือปรับ ≤ 100,000
ไม่แจ้งประสบอันตรายภายใน 7 วัน ม.34 ม.57 ปรับ ≤ 50,000
รวมค่าปรับสูงสุดที่อาจถูกลง 750,000 บาท

ข้อสังเกต — ไซต์ก่อสร้างมักมีปัญหาความรับผิดร่วมระหว่างนายจ้างหลักกับผู้รับเหมาช่วงตามมาตรา 23 หากผู้รับเหมาช่วงเป็นผู้ฝ่าฝืน นายจ้างหลักก็ยังต้องรับผิดร่วมในความปลอดภัยของลูกจ้างเหล่านั้นด้วย (ม.62 — ปรับเพิ่มอีก ≤ 100,000)

สถานการณ์ที่ 3 — เลิกจ้างผู้แจ้งเหตุ (Whistleblower)

สมมติฐาน: บริษัท C ทำธุรกิจแปรรูปอาหาร ลูกจ้างผู้หนึ่งร้องเรียนต่อพนักงานตรวจเกี่ยวกับสภาพการทำงานในห้องเย็นที่ไม่ปลอดภัย ต่อมาบริษัทเลิกจ้างลูกจ้างคนนั้นโดยอ้างว่า "ผลงานไม่ผ่านเกณฑ์" ลูกจ้างฟ้องร้องว่าถูกเลิกจ้างเพราะการให้ข้อมูล

ฐานความผิด มาตราที่ฝ่าฝืน มาตราโทษ โทษสูงสุด
เลิกจ้าง / โยกย้ายลูกจ้างที่ให้ข้อมูล/เป็นพยาน ม.42 ม.68 จำคุก ≤ 6 เดือน หรือปรับ ≤ 200,000

ผลทางกฎหมายเพิ่มเติม (นอกเหนือจาก พ.ร.บ. นี้)

  • ศาลแรงงานอาจสั่งให้บริษัทรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน + จ่ายค่าเสียหายและค่าจ้างย้อนหลัง
  • กรณีลูกจ้างถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  • กรรมการที่สั่งเลิกจ้างอาจรับผิดตามมาตรา 69 ในกรณีที่บริษัทเป็นนิติบุคคล

บทเรียนจาก 3 สถานการณ์

  1. อุบัติเหตุครั้งเดียวมักฝ่าฝืนหลายมาตราพร้อมกัน — ค่าปรับสะสมรวมกันมักเกินกว่าที่ผู้บริหารคาดไว้
  2. โทษไม่จบที่นิติบุคคล — มาตรา 69 ทำให้กรรมการและผู้บริหารต้องรับผิดส่วนตัวได้ ทั้งจำคุกและปรับ
  3. ค่าปรับตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเดียว — ยังมีค่าทดแทนกองทุน คดีอาญาประมาทเลินเล่อ ค่าเสียหายแรงงาน และความเสียหายต่อชื่อเสียงของกิจการ
  4. การปกป้อง Whistleblower เป็นเรื่องจริงจัง — การเลิกจ้างผู้แจ้งเหตุมีโทษเฉพาะตามมาตรา 68 และมักนำไปสู่คดีในศาลแรงงานด้วย
  5. "ประหยัด" ค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัย มักจบลงด้วยค่าปรับและความเสียหายที่หนักกว่าหลายเท่าตัว

วิธีลดความเสี่ยงทางกฎหมายของกิจการ

นายจ้างและกรรมการที่ต้องการป้องกันตนเองจากความรับผิดทางกฎหมาย ควรดำเนินการดังนี้

  • มี จป. ทุกระดับครบตามกฎหมาย และส่งอบรมตามที่กำหนด
  • จัดทำระบบบริหารจัดการ OSH ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 (สำหรับลูกจ้าง 50+ คน)
  • เก็บหลักฐาน การฝึกอบรม การประเมินความเสี่ยง การตรวจสอบเครื่องจักร และการแจกจ่าย PPE
  • มีนโยบายความปลอดภัยเป็นลายลักษณ์อักษร ลงนามโดยกรรมการผู้จัดการ
  • กรรมการต้องประชุมรับฟัง รายงานความปลอดภัยอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง — บันทึกในรายงานการประชุม
  • ร่วมมือกับพนักงานตรวจ เมื่อเข้าตรวจ — อย่าขัดขวางหรือปกปิดข้อมูล

สรุป

บทลงโทษตามพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ครอบคลุมโทษทั้งจำคุก ปรับ และปรับรายวัน โดยโทษสูงสุดอยู่ที่จำคุก 2 ปีหรือปรับ 800,000 บาท พร้อมปรับรายวัน 5,000 บาท

จุดที่ผู้บริหารและกรรมการต้องระวังเป็นพิเศษคือ มาตรา 69 ที่กำหนดให้บุคคลซึ่งสั่งการหรือละเว้นการสั่งการต้องรับโทษส่วนตัวด้วย ดังนั้นการลงทุนในระบบความปลอดภัยที่ดี ไม่ใช่แค่ "ค่าใช้จ่าย" แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับทุกกิจการในประเทศไทย


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ กฎหมายความปลอดภัย? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →