ต่ออายุความรู้ จป.วิชาชีพ — อบรมทบทวนปีละ 12 ชม. การพ้นตำแหน่ง และการขึ้นทะเบียนใหม่
ไม่มีระบบต่ออายุใบขึ้นทะเบียน จป. ที่หมดอายุ — กฎหมายบังคับแค่พัฒนาความรู้ปีละ 12 ชม. สำหรับ จป.เทคนิค/เทคนิคขั้นสูง/วิชาชีพ พร้อมเส้นตาย 30 วัน 90 วัน และการขึ้นทะเบียนคนใหม่ ตามกฎกระทรวง 2565

"ใบขึ้นทะเบียน จป. ของผมหมดอายุเมื่อไหร่ ต้องไปต่ออายุที่ไหน?" — คำถามนี้ได้ยินบ่อยมากในห้องอบรม โดยเฉพาะจาก จป.วิชาชีพ ที่เพิ่งขึ้นทะเบียนได้ปีสองปี
คำตอบที่หลายคนตกใจคือ กฎหมายไทยไม่มีระบบ "ต่ออายุใบขึ้นทะเบียน จป." ที่มีวันหมดอายุแบบใบขับขี่ สถานะ จป. ของคุณคงอยู่ตราบที่ยังเป็นลูกจ้างและยังทำหน้าที่นั้นอยู่ ไม่มีใบที่หมดอายุแล้วต้องไปสอบใหม่หรือต่อทุก 5 ปี
แล้วทำไมคนถึงเรียกกันว่า "ต่ออายุ"? เพราะกฎหมายมีอีกข้อหนึ่งที่บังคับให้ จป.ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง และวิชาชีพ ต้องพัฒนาความรู้เพิ่มเติมทุกปี ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง คนเลยเข้าใจรวม ๆ ว่าเป็นการ "ต่ออายุความรู้" ซึ่งใกล้เคียงความจริงกว่าคำว่า "ต่ออายุใบ" เยอะ
ก่อนอ่านต่อ ถ้ายังไม่แน่ใจว่า จป.วิชาชีพ คือใครและมีหน้าที่อะไรบ้าง แนะนำให้อ่าน จป.วิชาชีพ คุณสมบัติและหน้าที่ ประกอบ จะเห็นภาพรวมก่อนเข้าเรื่องการคงสถานะ
ภาพรวม — ใครต้องทำ ทำไม และนับยังไง
เรื่องที่ทำให้สับสนกันบ่อยที่สุดคือ ใครกันแน่ที่ต้องอบรม 12 ชั่วโมงต่อปี
กฎหมายแม่ของเรื่องนี้คือกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานฯ พ.ศ. 2565 ข้อ 23 ระบุชัดว่า นายจ้างต้องจัดให้ จป.ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ ได้รับการฝึกอบรมหรือมีการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานเพิ่มเติมปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด และต้องแจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 30 วันนับแต่ดำเนินการเสร็จ
จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือคำว่า "เทคนิค เทคนิคขั้นสูง และวิชาชีพ" — สามระดับนี้เท่านั้น
- จป.เทคนิค — ต้องอบรม 12 ชม./ปี
- จป.เทคนิคขั้นสูง — ต้องอบรม 12 ชม./ปี
- จป.วิชาชีพ — ต้องอบรม 12 ชม./ปี
- จป.หัวหน้างาน — ไม่อยู่ในข้อบังคับ 12 ชม. นี้
- จป.บริหาร — ไม่อยู่ในข้อบังคับ 12 ชม. นี้
- คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.) — ไม่อยู่ในข้อบังคับ 12 ชม. นี้
หลายโรงงานเข้าใจผิด ส่ง จป.หัวหน้างานไปอบรมทบทวนทุกปีเพราะคิดว่ากฎหมายบังคับ จริง ๆ แล้วข้อ 23 ไม่ได้ครอบหัวหน้างานกับบริหาร การส่งไปอบรมเพิ่มเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ข้อบังคับตามข้อนี้ อย่าสับสนสองเรื่องนี้กัน
ส่วนคำถามที่ว่า "ทำไม" — เหตุผลตรงไปตรงมา งานความปลอดภัยเปลี่ยนเร็ว กฎหมายออกใหม่ทุกปี เทคโนโลยีและความเสี่ยงในไลน์ก็เปลี่ยน จป. ที่หยุดเรียนรู้ตั้งแต่วันรับใบรับรองก็เหมือนหมอที่ไม่อ่านงานวิจัยใหม่เลยสิบปี ความรู้ที่เคยทันสมัยจะค่อย ๆ ล้าหลังโดยไม่รู้ตัว 12 ชั่วโมงต่อปีคือเส้นขั้นต่ำที่กฎหมายตั้งไว้กันความรู้ฝ่อ
12 ชั่วโมงนับจากอะไรได้บ้าง

ข่าวดีคือ 12 ชั่วโมงไม่ได้แปลว่าต้องนั่งเรียนในห้องอบรมอย่างเดียว ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้ฯ ลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565 กำหนดหลักสูตรแนบท้ายไว้ และแบ่งกิจกรรมที่นับชั่วโมงได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่
กลุ่มที่ 1 — การฝึกอบรม
เป็นการเรียนในหลักสูตรที่มีกำหนดการชัดเจน แบ่งย่อยได้ 3 ด้าน
- ด้านกฎหมาย — เช่น พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 พ.ร.บ. ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ด้านวิชาการ — เช่น การระบายอากาศในงานอุตสาหกรรม การควบคุมมลพิษทางอากาศ การประเมินความเสี่ยง การสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุ ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- ด้านอื่น ๆ — เช่น กิจกรรม 5ส เทคนิคการเป็นวิทยากร การสอนงานด้านความปลอดภัย ความปลอดภัยในงานขนส่ง อันตรายจากฝุ่นระเบิด
กลุ่มที่ 2 — การพัฒนาความรู้
เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่กฎหมายยอมรับให้นับชั่วโมงได้เช่นกัน
- เข้าร่วมประชุมหรือสัมมนาวิชาการ — เช่น งานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ หรือ Thailand Labour Management Excellence Award
- นำเสนอผลงานทางวิชาการ — และเข้าร่วมกิจกรรมด้านความปลอดภัยที่จัดโดยสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานอื่น
- ศึกษาดูงาน — ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กฎเหล็กของการนับชั่วโมงคือ นับเฉพาะที่เข้าร่วมจริง ถ้าหลักสูตรกำหนด 6 ชั่วโมงแต่คุณเข้าครึ่งวัน ก็นับได้เฉพาะชั่วโมงที่อยู่จริง ส่วนการศึกษาดูงานก็นับเฉพาะช่วงที่มีการดูงานจริง ไม่นับเวลาเดินทางหรือพักผ่อน
ตัวอย่างให้เห็นภาพ — จป.วิชาชีพ คนหนึ่งในโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ อยากครบ 12 ชั่วโมงในปีนี้ อาจวางแผนแบบนี้
- เข้าอบรมหลักสูตรกฎหมายความปลอดภัยฉบับใหม่ 6 ชั่วโมง (กลุ่มที่ 1)
- เข้าร่วมงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ 4 ชั่วโมง (กลุ่มที่ 2)
- ไปศึกษาดูงานระบบ LOTO ที่โรงงานในเครือ 2 ชั่วโมง (กลุ่มที่ 2)
รวม 12 ชั่วโมงพอดี โดยที่เก็บใบรับรอง ใบลงทะเบียน หรือหลักฐานการเข้าร่วมของแต่ละกิจกรรมไว้ครบ
ใครเป็นคนจัดอบรม
นายจ้างไม่จำเป็นต้องจัดเองทั้งหมด ฐานเรื่องนี้อยู่ในกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ข้อ 43 ซึ่งเปิดทางให้นายจ้างเลือกได้ 2 แบบ คือจัดฝึกอบรมเองภายในองค์กร หรือให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมเป็นผู้ดำเนินการก็ได้
ในทางปฏิบัติ จป.วิชาชีพ ส่วนใหญ่จะผสมทั้งสองแบบ — อบรม in-house บางหัวข้อที่นายจ้างจัดเอง และไปเข้างานสัมมนาหรือหลักสูตรของผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมที่จัดเป็นรอบ ๆ ภายนอก
สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ต้อง เก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งใบรับรองการอบรม กำหนดการหลักสูตร ใบลงทะเบียนเข้างานสัมมนา หรือบันทึกการศึกษาดูงาน เพราะหลักฐานเหล่านี้คือสิ่งที่ใช้แนบตอนแจ้งผลต่อกรมฯ และใช้ยืนยันจำนวนชั่วโมงหากพนักงานตรวจมาขอดู
เส้นตายที่ต้องจำ — แจ้งผลภายใน 30 วัน
อบรมหรือพัฒนาความรู้ครบแล้วยังไม่จบ ขั้นที่นายจ้างพลาดบ่อยที่สุดคือลืมแจ้งผล
เมื่อดำเนินการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ตามหลักสูตรเสร็จแล้ว นายจ้างต้องแจ้งผลด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 30 วันนับแต่ดำเนินการเสร็จ ตามแบบแนบท้ายประกาศ
ข้อนี้ตรงกับกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ข้อ 23 ที่กำหนดให้แจ้งอธิบดีภายใน 30 วันเช่นกัน
แบบแจ้งจะให้กรอกชื่อ จป. ระดับ (เทคนิค / เทคนิคขั้นสูง / วิชาชีพ) รายการหลักสูตรหรือกิจกรรม วิธีการ วันที่ และจำนวนชั่วโมงของแต่ละรายการ พร้อมรวมยอดชั่วโมงทั้งหมด แล้วแนบเอกสารหลักฐาน — ฉะนั้นถ้าเก็บหลักฐานไว้ครบตั้งแต่แรก ขั้นนี้จะใช้เวลาแค่กรอกแบบฟอร์ม
เคล็ดสำหรับ HR — อย่ารอให้ครบปีค่อยแจ้งทีเดียว เพราะ 30 วันนับแต่ "วันที่ดำเนินการเสร็จ" ถ้ามองว่าแต่ละกิจกรรมจบเป็นรอบ ๆ การวางระบบติดตามชั่วโมงและจัดเก็บหลักฐานทันทีหลังจบกิจกรรม จะทำให้ตอนแจ้งผลไม่ตกหล่น
เมื่อ จป. พ้นตำแหน่ง — แยก 30 วัน กับ 90 วันให้ชัด
อีกเรื่องที่คนสับสนกันมากคือตัวเลข "30 วัน" กับ "90 วัน" เพราะมันใช้คนละกรณีกัน แต่หน้าตาคล้ายกัน ลองแยกให้ขาด
30 วัน — แจ้งกรมฯ ว่ามีคนพ้นตำแหน่ง
เมื่อ จป.ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ พ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ นายจ้างต้องแจ้งรายชื่อภายใน 30 วันนับแต่วันที่บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ หรือตัวบุคคลนั้นจะใช้สิทธิแจ้งเองก็ได้
นี่คือเรื่องของ การแจ้งข้อมูล — บอกกรมฯ ว่าคนนี้ไม่ได้เป็น จป. ที่นี่แล้ว ใช้แบบ กภ.จพ. ติ๊กที่ส่วน "การพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่" และแนบสำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนเดิมเป็นหลัก เส้นตายคือ 30 วัน
90 วัน — หาคนมาแทน
ส่วนอีกตัวเลขหนึ่งเป็นคนละเรื่อง กรณีที่ จป.ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ พ้นจากการเป็นลูกจ้าง ของสถานประกอบกิจการ นายจ้างต้องจัดให้มี จป.ระดับเดียวกันมาแทน ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พ้นจากการเป็นลูกจ้าง
นี่คือเรื่องของ การหาคนมาทำงานแทน ไม่ให้ตำแหน่งว่าง เพราะกฎหมายกำหนดให้โรงงานบางประเภทต้องมี จป. ระดับนั้นประจำ ถ้าปล่อยว่างยาวก็ผิดกฎหมาย เส้นตายคือ 90 วัน
ตารางสรุปให้เห็นชัด
| กรณี | สิ่งที่ต้องทำ | เส้นตาย | ฐานกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| จป. พ้นจากตำแหน่ง/พ้นหน้าที่ | แจ้งรายชื่อต่อกรมฯ | 30 วัน | ประกาศกรมฯ ข้อ 3 |
| จป. พ้นจากการเป็นลูกจ้าง | จัดหา จป. ระดับเดิมมาแทน | 90 วัน | กฎกระทรวง ข้อ 24 |
| ตั้ง จป. คนใหม่แล้ว | นำชื่อไปขึ้นทะเบียน | 30 วันนับแต่แต่งตั้ง | กฎกระทรวง ข้อ 42 |
ข้อสังเกตสำคัญ — ถ้า จป. ลาออก (พ้นจากการเป็นลูกจ้าง) ทั้งสองนาฬิกาเดินพร้อมกัน คือต้องแจ้งพ้นภายใน 30 วัน และต้องหาคนแทนให้ได้ภายใน 90 วัน อย่าสับสนว่ามีแค่อันใดอันหนึ่ง
ขึ้นทะเบียน จป. คนใหม่ที่มาแทน
เมื่อหาคนแทนได้และนายจ้างออกคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ขั้นต่อไปคือนำชื่อ จป. คนใหม่ไปขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่แต่งตั้ง เหมือนการขึ้นทะเบียน จป. ปกติทุกประการ
ขั้นตอนเตรียมเอกสาร การกรอกแบบ กภ.จพ. และช่องทางยื่น ดูได้ครบที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป. ไม่ต้องเล่าซ้ำที่นี่
จุดที่ต้องระวังคือ คน จป. คนใหม่นี้ก็เข้าข่ายต้องพัฒนาความรู้ 12 ชั่วโมงต่อปีเหมือนกัน (ถ้าเป็นระดับเทคนิคขึ้นไป) ฉะนั้นพอตั้งเสร็จ ขึ้นทะเบียนเสร็จ ก็เริ่มนับนาฬิกาชั่วโมงพัฒนาความรู้ของปีนั้นต่อได้เลย
ข้อควรระวัง — ที่ผิดกันบ่อย
จากที่เจอในห้องอบรมและหน้างานจริง ข้อผิดพลาดที่เจอซ้ำ ๆ มีดังนี้
- เข้าใจว่าใบขึ้นทะเบียนหมดอายุ — ไม่มีระบบต่ออายุใบที่หมดอายุ สถานะ จป. คงอยู่ตราบที่ยังเป็นลูกจ้างและทำหน้าที่ สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องคือพัฒนาความรู้ 12 ชม./ปี (อย่าสับสนกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2567 ที่มีอายุ 5 ปี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน)
- ส่งหัวหน้างาน/บริหารไปนับ 12 ชม. — ข้อ 23 ครอบเฉพาะเทคนิค เทคนิคขั้นสูง และวิชาชีพ การส่งหัวหน้างานไปอบรมเพิ่มเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ 12 ชม. นี้
- ลืมแจ้งผลใน 30 วัน — อบรมครบแต่ไม่แจ้ง เท่ากับยังไม่ครบเงื่อนไขในสายตากฎหมาย ต้องแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่ดำเนินการเสร็จ
- นับชั่วโมงที่ไม่ได้เข้าจริง — ลงทะเบียนสัมมนาแต่ไม่ได้เข้า นับไม่ได้ กฎหมายให้นับเฉพาะที่เข้าร่วมจริง
- สลับ 30 วันกับ 90 วัน — 30 วันคือแจ้งพ้นตำแหน่ง 90 วันคือหาคนแทนกรณีพ้นจากการเป็นลูกจ้าง คนละกรณีกัน
- ไม่เก็บหลักฐาน — ใบรับรอง กำหนดการ ใบลงทะเบียน ต้องเก็บไว้ทั้งหมด เพราะต้องใช้แนบตอนแจ้งและตอนตรวจ
Checklist สรุปการคงสถานะ จป.
- รู้ว่า จป. ของเราระดับไหน — เทคนิค/เทคนิคขั้นสูง/วิชาชีพ ต้องพัฒนาความรู้ 12 ชม./ปี
- วางแผนกิจกรรมให้ครบ 12 ชั่วโมงในแต่ละปี (ผสมฝึกอบรม + พัฒนาความรู้ได้)
- นับเฉพาะชั่วโมงที่เข้าร่วมจริง + เก็บหลักฐานทุกกิจกรรม
- แจ้งผลการอบรม/พัฒนาความรู้ต่อกรมฯ ภายใน 30 วันนับแต่ดำเนินการเสร็จ
- กรณี จป. พ้นตำแหน่ง/พ้นหน้าที่ — แจ้งกรมฯ ภายใน 30 วัน
- กรณี จป. พ้นจากการเป็นลูกจ้าง — หาคนแทนภายใน 90 วัน
- ตั้ง จป. คนใหม่ — ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่แต่งตั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ใบขึ้นทะเบียน จป.วิชาชีพ หมดอายุกี่ปี ต้องต่อที่ไหน? ตอบ: ไม่มีวันหมดอายุ และไม่มีระบบต่ออายุใบ สถานะคงอยู่ตราบที่ยังเป็นลูกจ้างและทำหน้าที่ จป. อยู่ สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องคือพัฒนาความรู้ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ตามข้อ 23 กฎกระทรวง พ.ศ. 2565
ถาม: จป.หัวหน้างาน ต้องอบรมทบทวน 12 ชั่วโมงต่อปีไหม? ตอบ: ไม่ต้อง — ข้อ 23 บังคับเฉพาะ จป.ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง และวิชาชีพ จป.หัวหน้างานและบริหาร รวมถึง คปอ. ไม่อยู่ในข้อบังคับ 12 ชม. นี้ (จะส่งไปอบรมเพิ่มก็ดี แต่ไม่ใช่ข้อบังคับตามข้อนี้)
ถาม: ปีนี้อบรมไม่ครบ 12 ชั่วโมง ทบไปปีหน้าได้ไหม? ตอบ: ข้อ 23 กำหนดเป็น "ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง" ฉะนั้นแต่ละปีควรครบ 12 ชั่วโมงในตัวเอง ไม่ใช่การทบยอดข้ามปี ควรวางแผนกระจายกิจกรรมตลอดปีให้ครบ และแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่ดำเนินการเสร็จ
ถาม: ไปงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ นับชั่วโมงได้ไหม? ตอบ: ได้ — จัดอยู่ในกลุ่มการพัฒนาความรู้ตามหลักสูตรแนบท้ายประกาศกรมฯ โดยนับชั่วโมงตามที่เข้าร่วมจริง และเก็บหลักฐานการเข้าร่วมไว้แนบตอนแจ้งผล
ถาม: จป.วิชาชีพ ลาออกกะทันหัน โรงงานมีเวลาเท่าไหร่ในการหาคนแทน? ตอบ: 90 วันนับแต่วันที่พ้นจากการเป็นลูกจ้าง ตามข้อ 24 กฎกระทรวง พ.ศ. 2565 และต้องแจ้งการพ้นตำแหน่งต่อกรมฯ ภายใน 30 วันด้วย — สองนาฬิกานี้เดินพร้อมกัน เมื่อตั้งคนใหม่แล้วก็ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่แต่งตั้ง
สรุป
- ไม่มีระบบ "ต่ออายุใบขึ้นทะเบียน จป." ที่หมดอายุ — สถานะคงอยู่ตราบที่ยังเป็นลูกจ้างและทำหน้าที่
- สิ่งที่กฎหมายบังคับจริงคือ พัฒนาความรู้ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง เฉพาะ จป.เทคนิค/เทคนิคขั้นสูง/วิชาชีพ
- 12 ชั่วโมงนับได้ทั้งฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ (สัมมนา ดูงาน) เฉพาะที่เข้าร่วมจริง
- อบรมเสร็จแจ้งผลภายใน 30 วัน · พ้นตำแหน่งแจ้งภายใน 30 วัน · พ้นจากการเป็นลูกจ้างหาคนแทนภายใน 90 วัน
- เก็บหลักฐานทุกกิจกรรมให้ครบ คือกุญแจที่ทำให้ขั้นแจ้งและขั้นตรวจไม่สะดุด
ลองเริ่มที่จุดเดียวก่อน — ทำสมุดคุมชั่วโมงพัฒนาความรู้ของ จป. แต่ละคนในโรงงาน บันทึกทุกครั้งที่จบกิจกรรม แล้วเรื่อง 12 ชั่วโมงต่อปีจะกลายเป็นงานที่คุมได้ ไม่ใช่เรื่องวิ่งหาตอนปลายปี
อ้างอิง
- กฎกระทรวงการจัดให้มี จป. พ.ศ. 2565 (ข้อ 23 พัฒนาความรู้ 12 ชม./ปี · ข้อ 24 หาคนแทน 90 วัน · ข้อ 42 ขึ้นทะเบียน · ข้อ 43 ผู้จัดอบรม)
- ประกาศกรมฯ การฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้ จป.เทคนิค/เทคนิคขั้นสูง/วิชาชีพ ลว. 13 ก.ย. 2565 (ข้อ 2 หลักสูตร 12 ชม. · ข้อ 3 แจ้งผล 30 วัน)
- ประกาศกรมฯ การแจ้งการขึ้นทะเบียน การพ้นจากตำแหน่งของ จป. ลว. 10 ส.ค. 2565 (ข้อ 3 แจ้งพ้นตำแหน่ง 30 วัน · แบบ กภ.จพ.)
- จป.วิชาชีพ — คุณสมบัติและหน้าที่
- ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป.
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
