คำนวณ Heat Index แปลผลความเสี่ยงความร้อน — และทำไมไม่ใช่ WBGT
Heat Index คืออะไร คำนวณจากอุณหภูมิ+ความชื้นยังไง แปลผล Caution ถึง Extreme Danger และทำไม Heat Index ไม่ใช่ WBGT ที่กฎหมายไทยใช้ควบคุมความร้อน

หน้าร้อนของไทยปีนี้พยากรณ์อากาศขึ้นว่า "อุณหภูมิ 36 องศา แต่รู้สึกเหมือน 43 องศา" ตัวเลข "รู้สึกเหมือน" นั่นแหละคือ Heat Index และมันมีประโยชน์มากในการวางแผนงานกลางแจ้งรายวัน คุณเปิดดูพยากรณ์ตอนเช้า เห็นว่าวันนี้ Heat Index แตะระดับอันตราย ก็สั่งเพิ่มรอบพัก เตรียมน้ำ เตรียมร่มเงาได้ทันที
แต่มีกับดักหนึ่งที่ จป. ต้องระวังให้ขาด — Heat Index ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยใช้ควบคุมความร้อน กฎหมายไทยใช้ค่าคนละตัวชื่อ WBGT ถ้าสับสนสองตัวนี้ คุณอาจรายงานผิด หรือคิดว่าผ่านกฎหมายทั้งที่ยังไม่ได้วัดด้วยเครื่องที่ถูกต้อง บทนี้จะแยกให้ชัดทั้งสองเรื่อง
Heat Index คืออะไร
Heat Index คือ "อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้จริง" เมื่อเอาอุณหภูมิอากาศมารวมกับความชื้นสัมพัทธ์ เป็นดัชนีของ US National Weather Service (NWS) ซึ่งเป็น มาตรฐาน/ดัชนีของสหรัฐฯ ไม่ใช่กฎหมายไทย
หลักการเข้าใจง่าย ๆ คือ ร่างกายเราระบายความร้อนด้วยการขับเหงื่อแล้วให้เหงื่อระเหย เมื่อความชื้นในอากาศสูง เหงื่อระเหยได้ยาก ร่างกายระบายความร้อนได้น้อยลง เราจึง "รู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริง" — Heat Index แปลงอุณหภูมิอากาศบวกความชื้นออกมาเป็นอุณหภูมิที่รู้สึกได้นี้
ลองเทียบให้เห็นภาพ: อากาศ 35 องศาในวันที่แห้ง (ความชื้นต่ำ) ทนได้สบายกว่าอากาศ 35 องศาในวันที่ชื้นจัด เพราะวันชื้นเหงื่อไม่ระเหย ตัวเลข Heat Index จึงสูงกว่า ทั้งที่อุณหภูมิอากาศเท่ากัน
สูตร NWS — รู้ไว้พอเข้าใจ ไม่ต้องคิดมือทั้งสมการ
Heat Index ของ NWS คำนวณจากสมการถดถอยของ Rothfusz หน้าตาเต็มเป็นแบบนี้ (T เป็นองศาฟาเรนไฮต์, RH เป็นความชื้นสัมพัทธ์หน่วยเปอร์เซ็นต์)
HI = -42.379 + 2.04901523*T + 10.14333127*RH
- 0.22475541*T*RH - 0.00683783*T*T - 0.05481717*RH*RH
+ 0.00122874*T*T*RH + 0.00085282*T*RH*RH - 0.00000199*T*T*RH*RH
มีรายละเอียดเพิ่มอีก 2 จุดที่ NWS กำหนดไว้
- เมื่อค่าที่คำนวณได้ต่ำกว่าประมาณ 80 องศาฟาเรนไฮต์ สมการ Rothfusz ไม่เหมาะ ให้ใช้สูตรง่ายของ Steadman แทน
- มีการปรับค่า (adjustment) ในกรณีความชื้นต่ำมาก (RH < 13%) หรือความชื้นสูงมาก (RH > 85%) ในบางช่วงอุณหภูมิ
พูดตรง ๆ คือ คุณ ไม่จำเป็นต้องนั่งกดเครื่องคิดเลขทั้งสมการนี้เอง วิธีที่เร็วและพลาดยากกว่าคือเปิดตาราง Heat Index หรือเครื่องคำนวณของ NWS แล้วอ่านค่าตามอุณหภูมิกับความชื้น สมการข้างบนใส่ไว้ให้เห็นว่าเบื้องหลังมันคิดจากอะไร เพื่อให้รู้ว่ามันใช้แค่ "อุณหภูมิอากาศ + ความชื้น" สองตัวเท่านั้น
ตารางแปลผล Heat Index ของ NWS

เมื่อได้ค่า Heat Index แล้ว NWS แบ่งระดับความเสี่ยงไว้ 4 ขั้น (label เป็นมาตรฐานสากล แปลงหน่วยฟาเรนไฮต์เป็นเซลเซียสให้แล้ว)
| ระดับ | ช่วงค่า | ความหมาย |
|---|---|---|
| Caution (ระวัง) | 27-32 องศาเซลเซียส (80-90 F) | อ่อนล้าและตะคริวได้ถ้าตากแดด/ออกแรงนาน |
| Extreme Caution (ระวังมาก) | 32-41 องศาเซลเซียส (91-103 F) | เสี่ยงตะคริว เพลียแดด และฮีทสโตรก |
| Danger (อันตราย) | 41-54 องศาเซลเซียส (103-124 F) | เพลียแดด/ตะคริวมีโอกาสสูง ฮีทสโตรกมีความเป็นไปได้สูง |
| Extreme Danger (อันตรายร้ายแรง) | มากกว่า 54 องศาเซลเซียส (มากกว่า 125 F) | ฮีทสโตรกเกิดได้แทบจะแน่นอน |
ตารางนี้ใช้คัดกรองความเสี่ยงเร็ว ๆ ได้ดี เห็นว่าวันนี้เข้าโซน Danger ก็รู้ทันทีว่าต้องเพิ่มมาตรการ
หัวใจที่ห้ามพลาด — Heat Index ไม่ใช่ WBGT

ตรงนี้คือจุดที่ จป. ต้องเข้าใจให้ขาด กฎหมายไทยควบคุมความร้อนด้วยค่า WBGT ไม่ใช่ Heat Index
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 2 กำหนดมาตรฐานระดับความร้อนตามภาระงาน คือ
- งานเบา ต้องมีระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 34 องศาเซลเซียส
- งานปานกลาง ไม่เกิน 32 องศาเซลเซียส
- งานหนัก ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส
แล้ว WBGT ต่างจาก Heat Index ตรงไหน คำตอบอยู่ที่ "ส่วนผสม" ของมัน
ตามข้อ 1 ของกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน WBGT (Wet Bulb Globe Temperature หรืออุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ) คำนวณด้วยค่าถ่วงน้ำหนักจากเทอร์โมมิเตอร์หลายตัว — กรณีกลางแดด ใช้ 0.7 เท่าของกระเปาะเปียกตามธรรมชาติ + 0.2 เท่าของโกลบเทอร์โมมิเตอร์ + 0.1 เท่าของกระเปาะแห้ง ส่วนในร่ม/ไม่มีแดด ใช้ 0.7 ของกระเปาะเปียก + 0.3 ของโกลบ
แปลเป็นภาษาง่าย ๆ คือ
- WBGT รวม 3 อย่าง — รังสีความร้อน (จากโกลบเทอร์โมมิเตอร์) + ความชื้น/ลม (จากกระเปาะเปียกตามธรรมชาติ) + อุณหภูมิอากาศ (จากกระเปาะแห้ง)
- Heat Index รวมแค่ 2 อย่าง — อุณหภูมิอากาศ + ความชื้น เท่านั้น ไม่นับรังสีความร้อนจากแดดจัดหรือเครื่องจักรร้อน และไม่นับลม
เพราะส่วนผสมต่างกัน เลขสองตัวนี้จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ Heat Index 41 องศา ไม่ได้แปลว่า WBGT 41 องศา และค่า WBGT 34/32/30 ที่กฎหมายกำหนด ก็ไม่ได้เอามาวัดด้วยวิธีของ Heat Index ได้
ห้ามเด็ดขาด: ห้ามเขียนหรือพูดทำนองว่า "ตามกฎหมายไทย Heat Index ต้องไม่เกิน..." เพราะกฎหมายไทยพูดถึง WBGT เท่านั้น
ทำไม "ลักษณะงาน" ถึงสำคัญกับเกณฑ์ความร้อน
อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ เกณฑ์ WBGT ไม่ได้มีค่าเดียว แต่ขึ้นกับว่างานนั้นหนักแค่ไหน เพราะยิ่งทำงานหนัก ร่างกายยิ่งสร้างความร้อนจากการเผาผลาญมากขึ้น จึงทนความร้อนจากภายนอกได้น้อยลง
กฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 1 แบ่งลักษณะงานตามการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย คือ งานเบาใช้พลังงานไม่เกิน 200 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง (เช่น งานนั่งคุมเครื่อง งานประกอบชิ้นเล็ก) งานปานกลางเกิน 200 ถึง 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง (เช่น งานยก ลาก ดัน ขับรถบรรทุก) และงานหนักเกิน 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง (เช่น งานขุด งานตักด้วยพลั่ว ยกของหนักขึ้นที่สูง)
นี่คือเหตุผลที่เกณฑ์เป็น 34/32/30 องศาเซลเซียส ลดหลั่นกัน — งานหนักได้เกณฑ์ต่ำสุด (30) เพราะร่างกายร้อนจากภายในอยู่แล้ว ตอนประเมินหน้างานจึงต้องดูทั้ง "ความร้อนรอบตัว" และ "งานหนักแค่ไหน" ควบคู่กัน Heat Index ตอบได้แค่ครึ่งแรก (ความร้อนรอบตัว) ยังต้องดูภาระงานอีกครึ่งเสมอ
มาตรการคุมเสี่ยงเมื่อค่าความร้อนสูง
ไม่ว่าจะดู Heat Index เพื่อเตือนภัย หรือวัด WBGT แล้วพบว่าเกินเกณฑ์ มาตรการหน้างานที่ใช้ได้จริงคล้ายกัน ยึดหลัก น้ำ-พัก-ร่ม-ปรับตัว
- น้ำ — จัดน้ำดื่มให้เพียงพอและเข้าถึงง่าย กระตุ้นให้จิบบ่อย ๆ ไม่ต้องรอกระหาย
- พัก — เพิ่มรอบพักให้ถี่ขึ้นในช่วงที่ร้อนสุด (มักเป็นช่วงบ่าย) จัดให้พักในที่เย็นลง
- ร่ม — หาร่มเงาหรือพื้นที่พักที่ระบายอากาศดี ลดการตากแดดตรง
- ปรับตัว (acclimatization) — คนที่เพิ่งเริ่มงานกลางแจ้ง หรือกลับมาทำงานหลังหยุดยาว ร่างกายยังไม่ชินกับความร้อน ต้องค่อย ๆ เพิ่มภาระงานในช่วงแรก ไม่ใช่ลุยเต็มที่วันแรก
ฝั่งกฎหมาย เมื่อระดับความร้อนเกินมาตรฐานที่กำหนดในข้อ 2 กฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 3 ให้นายจ้างปรับปรุงหรือแก้ไขสภาวะการทำงานทางวิศวกรรมเพื่อคุมระดับความร้อนให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อน และถ้าทำไม่ได้ ต้องจัดมาตรการควบคุมหรือลดภาระงาน และให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตลอดเวลาที่ทำงาน
ลำดับนี้สำคัญ — แก้ที่ต้นเหตุด้วยวิศวกรรมก่อน (เช่น ระบายอากาศ ฉนวนกันความร้อน บังแดด) แล้วค่อยมาที่ลดภาระงานและ PPE เป็นด่านท้าย ๆ ไม่ใช่โยน PPE ให้คนงานแล้วจบ
เมื่อไหร่ใช้ตัวไหน
ทั้งสองตัวมีที่ใช้ของมัน อย่ามองว่าตัวไหนดีกว่า แต่ให้ใช้ถูกงาน
- Heat Index — เครื่องมือสร้างความตระหนัก/คัดกรองเร็ว ใช้ดูพยากรณ์อากาศ วางแผนงานกลางแจ้งรายวัน เช่น ช่วงหน้าร้อนของไทย ไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษ เปิดมือถือก็ดูได้
- WBGT — เกณฑ์ตามกฎหมายที่ต้อง วัดจริงด้วยเครื่อง เพื่อพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎ
เรื่องเครื่องวัด WBGT มีข้อกำหนดชัด ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2561 ข้อ 5 ระบุว่า กรณีใช้เครื่องวัดชนิดอิเล็กทรอนิกส์ ต้องอ่านและคำนวณค่า WBGT ได้ตามมาตรฐาน ISO 7243 และต้องปรับเทียบความถูกต้อง (Calibration) ก่อนใช้งานทุกครั้ง ส่วนอุปกรณ์แบบเทอร์โมมิเตอร์ ต้องปรับเทียบอย่างน้อยปีละครั้ง
สรุปขั้นง่ายคือ — ใช้ Heat Index วางแผนและเตือนภัยตอนเช้า แต่ถ้าจะตอบผู้ตรวจว่า "งานนี้ผ่านมาตรฐานความร้อนตามกฎหมายไหม" ต้องวัด WBGT ด้วยเครื่องที่ได้มาตรฐาน อ่านแนวทางการจัดการเต็มได้ที่ การจัดการความเครียดจากความร้อนด้วย WBGT
Humidex — ดัชนีพี่น้องของ Heat Index
มีอีกตัวที่อาจได้ยินคือ Humidex เป็นดัชนีของแคนาดา หลักการคล้าย Heat Index คือเอาอุณหภูมิกับความชื้นมาแปลงเป็นค่าที่รู้สึกได้ ขอระบุชัดว่า Humidex ก็เป็นของต่างประเทศเช่นกัน ไม่ใช่กฎไทย กล่าวถึงไว้พอให้รู้ว่ามีตัวเลือกอื่น แต่หลักการเรื่อง "เทียบ WBGT ตรง ๆ ไม่ได้" ใช้กับ Humidex เหมือนกัน
ตัวอย่างการใช้งาน (ค่าสมมติเพื่อสาธิต)
ลองดูเช้าวันหนึ่งในไซต์ก่อสร้างหน้าร้อน
- อุณหภูมิอากาศ 35 องศาเซลเซียส (95 F) ความชื้นสัมพัทธ์ 70%
- เปิดตาราง Heat Index ของ NWS แล้วอ่านค่า ตกอยู่ในโซน Danger (ตัวเลขนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตการอ่านตาราง)
- มาตรการที่ตามมา: เพิ่มรอบพักในร่ม จัดน้ำดื่มให้เพียงพอ หาร่มเงา/พื้นที่พักที่เย็นลง สังเกตอาการคนงานเป็นระยะ
แต่ต้องย้ำท้ายตัวอย่างเสมอ — การที่ Heat Index บอกว่า Danger เป็นสัญญาณเตือนให้รีบจัดการ ส่วนการพิสูจน์ว่า "ผ่านหรือไม่ผ่านมาตรฐานความร้อนตามกฎหมาย" ต้องวัด WBGT จริงเทียบกับเกณฑ์ 34/32/30 องศาเซลเซียสตามลักษณะงาน
ถ้าค่าเข้าโซนเสี่ยงสูงและเริ่มมีคนแสดงอาการ ดูวิธีรับมือได้ที่ ปฐมพยาบาลฮีทสโตรกและการทำให้เย็นเร็ว และเตรียมรับมือภาพรวมหน้าร้อนได้ที่ ความเครียดจากความร้อนในหน้าร้อนสุดขั้วของไทย
ข้อควรระวัง
- อย่าเอา Heat Index ไปอ้างว่าเป็นเกณฑ์กฎหมาย — กฎหมายไทยใช้ WBGT 34/32/30 องศาเซลเซียส
- อย่าเทียบเลข Heat Index กับ WBGT ตรง ๆ — ส่วนผสมต่างกัน Heat Index ไม่นับรังสีความร้อนและลม
- อย่าลืมว่า Heat Index ในตารางมาตรฐานคิดจากในที่ร่ม — ถ้าตากแดดจัด ความเสี่ยงจริงสูงกว่าค่าที่อ่านได้
- อย่าคิดว่าได้ค่า Heat Index แล้วไม่ต้องวัด WBGT — สองตัวคนละหน้าที่
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: Heat Index ใช้แทน WBGT ในการรายงานกฎหมายได้ไหม ไม่ได้ กฎหมายไทย (กฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 2) กำหนดเป็นค่า WBGT และต้องวัดด้วยเครื่องตามมาตรฐาน ISO 7243 (ประกาศกรม พ.ศ. 2561 ข้อ 5) Heat Index ใช้เพื่อคัดกรอง/เตือนภัยเท่านั้น
ถาม: ทำไม Heat Index กับ WBGT ให้ค่าไม่เท่ากัน เพราะ WBGT รวมรังสีความร้อน (โกลบ) และลม/ความชื้น (กระเปาะเปียกธรรมชาติ) ด้วย ส่วน Heat Index ใช้แค่อุณหภูมิอากาศกับความชื้น
ถาม: ต้องคิดสมการ Rothfusz เองไหม ไม่จำเป็น ใช้ตารางหรือเครื่องคำนวณของ NWS อ่านค่าจากอุณหภูมิกับความชื้นได้เลย เร็วและพลาดยากกว่า
ถาม: WBGT มาตรฐาน 34/32/30 มาจากปีไหน มาจากกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 2 (งานเบา/ปานกลาง/หนัก ตามลำดับ)
ถาม: ถ้า Heat Index บอกว่าปลอดภัย แปลว่าหน้างานผ่านกฎหมายเลยไหม ไม่จำเป็น เพราะ Heat Index ไม่นับรังสีความร้อนจากแดดจัดหรือเครื่องจักรร้อน หน้างานที่มีแหล่งความร้อนแผ่รังสีอาจมีค่า WBGT สูงเกินเกณฑ์ ทั้งที่ Heat Index ดูไม่น่ากลัว ต้องวัด WBGT จริงเสมอสำหรับการตรวจสอบตามกฎหมาย
ถาม: ต้องวัด WBGT บ่อยแค่ไหน เรื่องความถี่และวิธีการตรวจวัดเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ส่วนเครื่องวัดต้องได้มาตรฐาน ISO 7243 และปรับเทียบตามที่กำหนด (ประกาศกรม พ.ศ. 2561 ข้อ 5) ควรดูแนวทางการตรวจวัดและการจัดการเต็มในบทเรื่อง WBGT โดยตรง
สรุป
- Heat Index = อุณหภูมิที่ "รู้สึก" ได้จากอุณหภูมิอากาศ + ความชื้น เป็นดัชนีของ US NWS (สากล) ไม่ใช่กฎไทย
- ใช้ Heat Index คัดกรองเร็ว/วางแผนงานกลางแจ้งรายวัน ดูจากตาราง/เครื่องคำนวณ NWS ไม่ต้องคิดสมการเอง
- กฎหมายไทยควบคุมความร้อนด้วย WBGT 34/32/30 องศาเซลเซียส (งานเบา/ปานกลาง/หนัก) ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 2
- WBGT รวมรังสีความร้อน+ลม+อากาศ ส่วน Heat Index รวมแค่อากาศ+ความชื้น เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
- พิสูจน์การปฏิบัติตามกฎต้องวัด WBGT ด้วยเครื่องมาตรฐาน ISO 7243 (ประกาศกรม พ.ศ. 2561 ข้อ 5)
เริ่มง่าย ๆ พรุ่งนี้เช้า ลองเปิดดู Heat Index ของพื้นที่ทำงาน ถ้าเข้าโซน Danger ก็จัดรอบพักและน้ำดื่มไว้ก่อน แล้วค่อยวางแผนวัด WBGT จริงสำหรับงานที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

NIHL ในโรงงาน — TWA 85 dBA และโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยิน
NIHL โรคเสียงดังในโรงงาน — กฎหมายไทย Peak 140 dB, 115 dBA ต่อเนื่อง, TWA 85 dBA ต้องมี HCP, Audiometric Testing, Baseline, STS 15 dB และการลดเสียงตามลำดับวิศวกรรม

PM2.5 หมอกควัน — ค่า AQI เท่าไรควรลด/หยุดงานกลางแจ้ง และวิธีตั้ง Action Level
ค่า AQI/PM2.5 ที่ควรลดหรือหยุดงานกลางแจ้งมาจากกรมควบคุมมลพิษ/US EPA/WHO ไม่ใช่กฎกระทรวงไทย — เรียนรู้วิธีตั้ง action level ของบริษัท ลำดับการควบคุม และการเฝ้าระวังสุขภาพคนงานสัมผัสฝุ่น/ไอควันตามกฎไทย 2563/2559

คำนวณ NRR Derating — หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 (เทียบ NIOSH/OSHA)
วิธีคำนวณ NRR derating หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2561 — ปรับลด 25/50/70% สูตร dBC/dBA และ SNR พร้อมตัวอย่างแทนค่า เทียบ NIOSH/OSHA