🩺 สุขภาพอาชีวอนามัย

ตรวจสุขภาพแยกตามความเสี่ยง — Heat, Noise, สารเคมี, ตะกั่ว

ตรวจสุขภาพลูกจ้างปัจจัยเสี่ยงตามกฎกระทรวง 2563 ต้องเลือก test ให้ตรงปัจจัย — ตารางเทียบ exposure → tests สำหรับ 5 หมวดความเสี่ยง พร้อม matrix 6 อุตสาหกรรม

Safety Station 10131 มีนาคม 2569อ่าน 25 นาที · 5,421 คำ
ตรวจสุขภาพแยกตามความเสี่ยง — Heat, Noise, สารเคมี, ตะกั่ว

หลาย HR เคยเจอเหตุการณ์นี้ — คลินิกตรวจสุขภาพส่งแพ็กเกจมาให้ "ตรวจร่างกายทั่วไป + CBC + เอกซเรย์ปอด + ตรวจตา" เหมารวมพนักงานทั้งโรงงานในราคาเดียวกัน เซ็นจ่ายไป ก็เข้าใจว่าทำตามกฎหมายตรวจสุขภาพประจำปีครบแล้ว

เอาจริง ๆ นี่คือจุดที่กฎกระทรวงปี 2563 บังคับไว้ไม่ตรงกับสิ่งที่หลายโรงงานทำอยู่ — กฎหมายไม่ได้บังคับให้ตรวจ "ชุดมาตรฐานเดียวกันหมด" แต่บังคับให้ ตรวจให้ตรงกับปัจจัยเสี่ยงที่ลูกจ้างคนนั้นสัมผัส ลูกจ้างที่ทำงานในไลน์ตะกั่วต้องเจาะเลือดวัดระดับตะกั่ว ลูกจ้างที่ทำงานเสียงดังต้องตรวจการได้ยินด้วย audiogram ลูกจ้างที่ทำงานในเตาหลอมต้องดู electrolytes — ไม่ใช่ส่งทุกคนตรวจชุดเดียวกันแล้วถือว่าจบ

ก่อนเข้าเรื่อง ใครต้องตรวจสุขภาพบ้าง เป็นพื้นฐานที่ควรอ่านคู่กัน ส่วนหน้านี้จะลงรายละเอียดว่า "ถ้าเข้าข่ายต้องตรวจแล้ว — ตรวจอะไรบ้าง" ตามหมวดความเสี่ยงทั้ง 5 หมวดของข้อ 2

ภาพรวม — ตรวจตามปัจจัย ไม่ใช่ตรวจตาม "แพ็กเกจ"

หลักการสำคัญของกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 คือ ลูกจ้างคนใดสัมผัสปัจจัยเสี่ยงประเภทใด → แพทย์ต้องเลือกรายการตรวจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยนั้น เพื่อให้ "ทราบถึงความเหมาะสมของสภาวะสุขภาพของลูกจ้าง หรือผลกระทบต่อสุขภาพของลูกจ้าง อันอาจเกิดจากการทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง" ตามนิยามในข้อ 2

กฎหมายเองไม่ได้ระบุชื่อ test แต่ละตัวลงในตัวบท เพราะรายการตรวจขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของ แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ตามข้อ 3 วรรคท้าย

ในทางปฏิบัติ แพทย์อาชีวเวชศาสตร์จะเลือก test โดยอ้างอิงจากแนวทางวิชาชีพ เช่น คู่มือสมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย หรือเกณฑ์สากลของ ACOEM/OSHA ประกอบ ส่วน HR และ จป. มีหน้าที่ส่งข้อมูลปัจจัยเสี่ยงในไลน์ผลิตให้แพทย์ครบถ้วน — ไม่ใช่ปล่อยให้คลินิกเสนอแพ็กเกจกลางมาแล้วเซ็นรับ

ลำดับขั้นที่แนะนำในทางปฏิบัติ

  1. ให้ จป.วิชาชีพเดินสำรวจไลน์ จำแนกลูกจ้างเข้า 5 หมวดปัจจัยเสี่ยง
  2. ส่งบัญชี "ลูกจ้าง × ปัจจัยเสี่ยงที่สัมผัส" ให้คลินิก/หน่วยบริการตรวจสุขภาพ
  3. แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ออกแบบ test panel แยกตามหมวด — ไม่ใช่ panel เดียวเหมารวม
  4. ตรวจ → บันทึก → แจ้งผล → ส่งกรม (ถ้าผิดปกติ) ตามขั้นตอนปกติ

5 หมวดปัจจัยเสี่ยง ตามข้อ 2

อินโฟกราฟิก 5 panel แสดง 5 หมวดปัจจัยเสี่ยงตามกฎตรวจสุขภาพ 2563 — สารเคมี, จุลชีพ, รังสี, ความร้อน/แสง/เสียง/สั่น/กดดัน, ฝุ่นและไอควัน

ข้อ 2 ของกฎกระทรวง 2563 นิยาม "งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง" ครอบคลุม 5 หมวด ทุกหมวดต้องตรวจสุขภาพแบบ specific — ไม่ใช่แค่ตรวจร่างกายทั่วไป

# หมวดปัจจัยเสี่ยง ตัวอย่างงาน
1 สารเคมีอันตราย ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด งานพ่นสี งานล้างชิ้นส่วนด้วยตัวทำละลาย งานชุบโลหะ งานผลิตสี งานห้องแล็บเคมี
2 จุลชีวันเป็นพิษ (ไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น) งานในโรงพยาบาล ห้องแล็บจุลชีววิทยา โรงฆ่าสัตว์ โรงงานแปรรูปอาหาร
3 กัมมันตภาพรังสี งาน X-ray ทางการแพทย์ งานเอกซเรย์โครงสร้าง งานต้นกำเนิดรังสี โรงงานที่ใช้เครื่องวัดความหนาด้วยรังสี
4 ความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน ความกดดันบรรยากาศ แสง หรือเสียง งานเตาหลอม งานในห้องเย็น งานเครื่องเจาะกระแทก งานประดาน้ำ งานเชื่อม ไลน์ที่มีเสียงดังเกินเกณฑ์
5 สภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ฝุ่นฝ้ายในโรงทอ ฝุ่นไม้ในโรงเลื่อย ไอควันจากการเผาไหม้ ฝุ่นซีเมนต์ในงานก่อสร้าง

หมวดที่ 1 (สารเคมีอันตราย) มีรายการสารที่อธิบดีประกาศกำหนดเพิ่มเติม ครอบคลุมกลุ่มตัวทำละลายอินทรีย์ ก๊าซ ฝุ่น/ฟูม/ผงโลหะ กรด สารกำจัดศัตรูพืช ฯลฯ ในทางปฏิบัติ HR ต้องประเมินทีละไลน์ ไม่ใช่เหมารวมทั้งโรงงาน

ตาราง infographic เทียบ exposure 5 ประเภท → recommended tests — ความร้อน → CBC, เสียง → audiometry, สารเคมี → biological monitoring, ฝุ่น → chest X-ray + spirometry, รังสี → CBC + thyroid

ตารางต่อไปนี้สรุป test ที่แพทย์อาชีวเวชศาสตร์เลือกบ่อยตาม exposure ของแต่ละหมวด รายการที่ระบุเป็นแนวทางวิชาชีพ (อ้างอิงคู่มือสมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย + ACOEM/OSHA) — กฎหมายไม่ได้บังคับรายการตรวจตายตัว ให้แพทย์อาชีวเวชศาสตร์เป็นผู้ตัดสิน

หมวด 1 — สารเคมีอันตราย

สารที่สัมผัส งานที่พบ Test ที่แนะนำ หมายเหตุ
ตะกั่ว (Lead) ชุบโลหะ บัดกรี ผลิตแบตเตอรี่ Blood lead level, ZPP, CBC, BUN/Cr กลุ่ม biological monitoring มาตรฐาน
เบนซีน (Benzene) งานน้ำมัน ปิโตรเคมี ห้องแล็บ CBC + differential, urinary t,t-muconic acid สารก่อมะเร็ง — เก็บผล 10 ปี
ตัวทำละลายอินทรีย์ (toluene, xylene) พ่นสี งานพิมพ์ ล้างชิ้นส่วน LFT, CBC, urinary metabolite ของแต่ละสาร ตับเป็น target organ
แคดเมียม (Cadmium) งานโลหะ แบตเตอรี่นิกเกิล-แคดเมียม Blood/urine cadmium, β2-microglobulin, BUN/Cr ไตเป็น target organ
ฟอร์มาลดีไฮด์ งานเรซิน ห้องแล็บพยาธิ งานเฟอร์นิเจอร์ Lung function (spirometry), ผิวหนัง ตา สารก่อมะเร็ง — เก็บผล 10 ปี
แอสเบสตอส (Asbestos) งานรื้อถอน งานฉนวน Chest X-ray, spirometry สารก่อมะเร็ง — เก็บผล 10 ปี
สารกำจัดศัตรูพืช (organophosphate) งานเกษตร งานฉีดพ่น Plasma/RBC cholinesterase ตรวจก่อน-หลังฤดูพ่น

หมวด 2 — จุลชีวันเป็นพิษ

งานที่สัมผัส Test ที่แนะนำ หมายเหตุ
งานพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อ TB screening (Mantoux/IGRA), Chest X-ray, HBV/HCV/HIV serology (baseline + ตามรอบ) เน้นวัคซีนป้องกัน เช่น HBV
งานห้องแล็บจุลชีววิทยา ตรวจตามเชื้อที่ทำงานด้วย (BSL-2/3) แพทย์ระบุตาม risk assessment
งานปศุสัตว์/โรงฆ่าสัตว์ Brucella titer, Leptospira screening (ถ้าเข้าข่าย) โรค zoonosis
งานบำบัดน้ำเสีย/ขยะ HAV serology, tetanus booster, leptospira เน้นวัคซีน

หมวด 3 — กัมมันตภาพรังสี

งานที่สัมผัส Test ที่แนะนำ หมายเหตุ
งาน X-ray ทางการแพทย์ งานต้นกำเนิดรังสี CBC (เน้น lymphocyte count), ตรวจตา (lens opacity), ตรวจผิวหนัง + ติด film badge/TLD ตามกฎ กฎกระทรวงรังสี พ.ศ. 2564 มีหลักเกณฑ์เฉพาะเพิ่มเติม

รายละเอียดการตรวจสุขภาพคนทำงานรังสี มีกฎกระทรวงเฉพาะอีกฉบับกำกับคู่ขนาน — ในที่นี้ระบุเฉพาะหลักการตาม กก.ตรวจสุขภาพ 2563

หมวด 4 — ความร้อน เย็น สั่น กดดัน แสง เสียง

ปัจจัย ตัวอย่างงาน Test ที่แนะนำ
ความร้อน งานเตาหลอม งานหล่อโลหะ งานในห้องหม้อไอน้ำ CBC, electrolytes (Na, K), BUN/Cr, urinalysis, ECG (กรณีอายุ > 40)
ความเย็น ห้องเย็น โรงน้ำแข็ง ตรวจ Raynaud's phenomenon, ตรวจผิวหนัง, ความดันโลหิต
ความสั่นสะเทือน งานสว่านมือ งานเครื่องเจาะกระแทก งานขับ heavy equipment ตรวจ HAVS (Hand-Arm Vibration Syndrome), Allen's test, ตรวจกระดูกสันหลังกรณี whole-body vibration
ความกดดันบรรยากาศ งานประดาน้ำ งาน caisson อุโมงค์ใต้ดิน ตรวจหู (audiogram + tympanometry), spirometry, ECG, ตามแนวทางประดาน้ำ
แสง งานเชื่อม งานเลเซอร์ งานในห้องสว่างจ้า/มืดเกินไป ตรวจตา (visual acuity, slit-lamp, fundus)
เสียงดัง ≥ 85 dBA ไลน์ stamping press งานทอผ้า งานในเครื่องบดย่อย Audiogram (pure-tone audiometry) — baseline ก่อนเข้างาน + ทุกปี

หมวด 5 — สภาพแวดล้อมอื่น (ฝุ่น/ไอควัน)

ปัจจัย งานที่พบ Test ที่แนะนำ
ฝุ่นฝ้าย โรงทอผ้า โรงปั่นด้าย Spirometry (ก่อน-หลังกะ — Monday morning drop), CXR
ฝุ่นไม้ โรงเลื่อย งานเฟอร์นิเจอร์ Spirometry, ตรวจตา จมูก คอ (โรคมะเร็งโพรงจมูก — เก็บผล 10 ปี กรณีฝุ่นไม้แข็ง)
ฝุ่นซิลิกา งานก่อสร้าง งานเจียรหิน งานปูน Chest X-ray (อ่านตามมาตรฐาน ILO), spirometry, ทำตามรอบ — silicosis ตรวจติดตาม
ไอควันจากการเผาไหม้ งานเชื่อม งานหลอม Spirometry, CXR, ตรวจปอด

L007 — ตัวเลข threshold ในตารางข้างต้น (เช่น 85 dBA, อายุ > 40) เป็น แนวทางวิชาชีพ ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย — กฎเสียง แสง ความร้อน ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2559 มีเกณฑ์ผ่อนของตัวเอง อ่านต่อได้ที่ กฎความร้อน แสง เสียง 2559

Matrix ตัวอย่าง — 6 อุตสาหกรรมยอดนิยม

ในทางปฏิบัติ HR มักจัด exposure ตามแผนก/อุตสาหกรรม ตารางต่อไปนี้ช่วยให้เห็นภาพ "กลุ่มงาน → ปัจจัยเสี่ยงหลัก → test ที่ควรขอจากแพทย์อาชีวเวชศาสตร์"

อุตสาหกรรม ปัจจัยเสี่ยงหลัก Test ที่ควร request
โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ เสียงดัง (stamping), น้ำมันตัด, ตัวทำละลาย, ความร้อน Audiogram + spirometry + LFT + CBC + electrolytes
โรงงานเคมี/ปิโตรเคมี เบนซีน ตัวทำละลาย กรด ก๊าซ CBC + diff + LFT + BUN/Cr + urinary metabolite + spirometry
ก่อสร้าง ฝุ่นซิลิกา ตะกั่ว เสียง ความร้อน asbestos CXR (ILO) + spirometry + audiogram + blood lead + ผิวหนัง
อาหาร/แปรรูป จุลชีวัน เสียง ห้องเย็น สารทำความเย็น (ammonia) TB screening + HAV + audiogram + spirometry
โรงพยาบาล TB เชื้อโรค รังสี ฟอร์มาลดีไฮด์ TB screening (IGRA) + HBV/HCV/HIV + film badge + CBC
โรงเลื่อย/เฟอร์นิเจอร์ ฝุ่นไม้ ตัวทำละลาย เสียง Spirometry + ตรวจตา/จมูก + audiogram + LFT

Timeline และจังหวะตรวจ — ครบ 4 trigger

อิโซเมตริก timeline 4 trigger ที่ต้องตรวจสุขภาพ — ครั้งแรกใน 30 วัน, ประจำปี 1 ครั้ง, เมื่อเปลี่ยนงาน, และหลังหยุดงาน 3 วันขึ้นไป

ไม่ว่าจะอยู่ในหมวดใด ลูกจ้างปัจจัยเสี่ยงต้องตรวจสุขภาพตาม 4 จังหวะของข้อ 3 และข้อ 4

  1. ครั้งแรก ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับเข้าทำงาน — เก็บ baseline เพื่อเทียบในรอบถัดไป
  1. ปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย ตลอดที่ยังทำงานในตำแหน่งเสี่ยง
  2. เปลี่ยนงาน ภายใน 30 วัน เมื่อย้ายไปทำงานที่ปัจจัยเสี่ยงต่างจากเดิม
  3. กลับเข้าทำงานหลังหยุดงาน ≥ 3 วัน เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย — ต้องขอความเห็นแพทย์ผู้รักษา หรือจัดให้แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ตรวจก่อนกลับเข้าทำงาน

ในทางปฏิบัติ จังหวะที่ 4 มักถูกลืม — เพราะเอกสารหยุดงานปนกับการลาป่วยทั่วไป HR ต้อง flag ลูกจ้างกลุ่มปัจจัยเสี่ยงเป็นพิเศษ ถ้าลาเกิน 3 วันทำงานติดต่อกัน ต้องรีบคุยกับแพทย์ก่อนให้กลับเข้าไลน์

ผู้ตรวจต้องเป็นใคร

ข้อ 3 วรรคท้าย ระบุชัดว่าแพทย์ผู้ตรวจต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • วุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ หรือ
  • ผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง

ดังนั้นการส่งลูกจ้างไปคลินิกใกล้บ้านที่ไม่มีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ตรวจแค่ตรวจร่างกายทั่วไป ถือว่า ยังไม่ครบตามกฎหมาย — เพราะแพทย์ไม่มีความสามารถวินิจฉัยผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงนั้น HR ควรขอดูใบรับรองคุณสมบัติแพทย์ก่อนทำสัญญากับหน่วยบริการ

บันทึก เก็บ และแจ้งผล

บันทึกและสมุดสุขภาพ

ข้อ 5 กำหนดให้แพทย์ผู้ตรวจบันทึกผลการตรวจ พร้อมความเห็นที่บ่งบอกถึงสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และข้อ 6 ให้นายจ้างจัดให้มี สมุดสุขภาพประจำตัวของลูกจ้าง ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด — ทำเป็นเล่มหรือรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

ระยะเวลาเก็บ — 2 ปี vs 10 ปี

ข้อ 7 กำหนดการเก็บผลตรวจไว้ที่สถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างแต่ละราย

ข้อยกเว้นสำคัญ — ถ้าเป็นผลการตรวจของลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิด โรคมะเร็งจากการทำงาน ตามประกาศกระทรวงแรงงาน ต้องเก็บ ไม่น้อยกว่า 10 ปี นับแต่วันสิ้นสุดของการจ้าง — สำคัญมากสำหรับ asbestos, benzene, ฝุ่นไม้แข็ง, ฟอร์มาลดีไฮด์ ฯลฯ

ประเภท exposure ระยะเวลาเก็บ
ปัจจัยเสี่ยงทั่วไป (ไม่ใช่สารก่อมะเร็ง) ไม่น้อยกว่า 2 ปี หลังสิ้นสุดการจ้าง
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อมะเร็งจากงาน (asbestos, benzene, ฟอร์มาลดีไฮด์, ฝุ่นไม้แข็ง ฯลฯ) ไม่น้อยกว่า 10 ปี หลังสิ้นสุดการจ้าง

2 ปี กับ 10 ปี ห้ามสลับกัน — ถ้า audit แล้วเก็บไว้แค่ 2 ปีในงาน asbestos ถือว่าทำผิดข้อ 7

แจ้งผลลูกจ้าง — 3 วัน vs 7 วัน

ข้อ 8 บังคับให้แจ้งผลการตรวจให้ลูกจ้างทราบภายในระยะเวลา

  • ผลผิดปกติ → แจ้งภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ทราบผลตรวจ
  • ผลปกติ → แจ้งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ทราบผลตรวจ

นาฬิกานับจาก "วันที่นายจ้างทราบผล" ไม่ใช่ "วันที่ตรวจ" — สำคัญสำหรับ HR ที่รอผลจากห้องแล็บนานเป็นสัปดาห์

พบผลผิดปกติ — ต้องทำอะไรต่อ

ข้อ 9 + 10 กำหนดขั้นตอนเมื่อพบผลผิดปกติ

  1. จัดให้รักษาพยาบาลทันที + ตรวจสอบหาสาเหตุ
  2. ส่งผลให้พนักงานตรวจความปลอดภัย ตามแบบ จผส.1 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบความผิดปกติ — ผ่านระบบ e-service ของกรมสวัสดิการฯ หรือยื่นด้วยตนเอง/ไปรษณีย์
  1. ถ้ามีหลักฐานทางการแพทย์จากสถานพยาบาลของราชการแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมได้ → นายจ้างต้อง เปลี่ยนงานให้ลูกจ้าง ตามข้อ 10

แบบ จผส.1 ครอบคลุมการระบุ "งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง" + จำนวนลูกจ้างผิดปกติแต่ละแผนก + การให้การรักษา + การแก้ไขสภาพแวดล้อม + การป้องกันที่ตัวลูกจ้าง (เช่น เปลี่ยนงาน สวมที่ครอบหู)

ข้อควรระวัง — 5 จุดที่ผิดบ่อย

  1. ใช้แพ็กเกจกลางจากคลินิก — ไม่แยก test ตามปัจจัยเสี่ยง ทำให้ตรวจเหมือนกันหมด ไม่ตอบโจทย์ข้อ 2
  2. ส่งตรวจกับแพทย์ทั่วไป — ไม่ใช่แพทย์อาชีวเวชศาสตร์/แพทย์ที่ผ่านอบรม ตามข้อ 3 วรรคท้าย
  3. ลืมจังหวะที่ 4 (ลาเกิน 3 วัน) — เพราะปนกับลาป่วยทั่วไป
  4. เก็บผลแค่ 2 ปี ในงานก่อมะเร็ง — ต้อง 10 ปี ตามข้อ 7
  5. ไม่ส่งแบบ จผส.1 ใน 30 วัน เมื่อพบผลผิดปกติ — บางโรงงานคิดว่าจัดรักษาก็พอ ความจริงต้องรายงานกรมด้วย

Checklist ก่อนเซ็นสัญญาคลินิก

  • แพทย์ผู้ตรวจมีวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านอบรม
  • ขอ test panel แยกตาม หมวดปัจจัยเสี่ยง ของแต่ละแผนก — ไม่ใช่ panel เดียวเหมารวม
  • panel ครอบคลุม biological monitoring สำหรับสารเคมี (ตะกั่ว เบนซีน ตัวทำละลาย ฯลฯ)
  • panel ครอบคลุม audiogram สำหรับงานเสียงดัง
  • panel ครอบคลุม spirometry + CXR สำหรับงานฝุ่น/ไอควัน
  • คลินิกออกสมุดสุขภาพประจำตัวของลูกจ้าง (กระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์)
  • คลินิกจัดส่งผลให้ HR ภายในเวลาที่ทันแจ้งลูกจ้าง 3/7 วัน
  • ระบุชัดในสัญญาว่าใครรับผิดชอบกรอกแบบ จผส.1 กรณีพบผลผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: กฎหมายระบุชื่อ test ที่ต้องตรวจหรือไม่ ตอบ: กฎกระทรวง 2563 ไม่ระบุชื่อ test ตายตัว — ให้เป็นวิจารณญาณของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เลือกตามปัจจัยที่ลูกจ้างสัมผัส รายการในตารางของหน้านี้เป็นแนวทางวิชาชีพ (ของสมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย + ACOEM/OSHA) ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย

ถาม: ถ้าพนักงานมีหลายปัจจัยเสี่ยงในคนเดียวกัน ตรวจอย่างไร ตอบ: แพทย์อาชีวเวชศาสตร์รวม test ของทุกหมวดเข้าด้วยกัน เช่น พนักงานในไลน์ตะกั่ว + เสียงดัง ต้องได้ทั้ง blood lead + audiogram ในรอบเดียวกัน ไม่ต้องส่งตรวจ 2 รอบ

ถาม: เก็บผลตรวจในระบบดิจิทัลได้ไหม ตอบ: ได้ ข้อ 5 และข้อ 6 อนุญาตให้บันทึกในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ — แต่ต้องเข้าถึงได้ตลอดเวลาเมื่อพนักงานตรวจความปลอดภัยขอตรวจสอบ ตามข้อ 7

ถาม: ลูกจ้างปฏิเสธไปตรวจสุขภาพ ทำอย่างไร ตอบ: กฎหมายให้นายจ้าง "จัดให้มี" การตรวจ — ลูกจ้างมีหน้าที่ให้ความร่วมมือตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 หาก HR ต้องบันทึกหลักฐานการเรียกตรวจไว้ป้องกันกรณีลูกจ้างปฏิเสธ

ถาม: ฝุ่นไม้ทั่วไป กับ ฝุ่นไม้แข็ง (hardwood) เก็บผลกี่ปี ตอบ: ฝุ่นไม้แข็งบางชนิดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็ง (มะเร็งโพรงจมูก) ตามแนวทางสากล — ถ้าประกาศกระทรวงแรงงานระบุ ต้องเก็บ 10 ปี ตามข้อ 7 ส่วนฝุ่นไม้ทั่วไปเก็บ 2 ปี ให้ปรึกษาแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เพื่อ classify ก่อน

สรุป

  • กฎกระทรวง 2563 แบ่งงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงเป็น 5 หมวด ตามข้อ 2 — สารเคมี / จุลชีวัน / รังสี / ความร้อน-เย็น-สั่น-กดดัน-แสง-เสียง / สภาพแวดล้อมอื่น (ฝุ่น ไอควัน)
  • ต้องตรวจ แยกตามปัจจัยที่ลูกจ้างสัมผัสจริง — ไม่ใช่แพ็กเกจเหมารวม
  • ตรวจ 4 จังหวะ — 30 วันแรก + ปีละ 1 ครั้ง + เปลี่ยนงาน + กลับจากหยุด ≥ 3 วัน
  • เก็บผล 2 ปี ทั่วไป / 10 ปี งานก่อมะเร็ง
  • พบผิดปกติ — แจ้งลูกจ้าง 3 วัน + ส่ง จผส.1 ให้กรมใน 30 วัน + จัดให้รักษา + เปลี่ยนงานตามความเห็นแพทย์

ลองเริ่มที่ขั้นแรก — ให้ จป.วิชาชีพเดินสำรวจไลน์ จัดบัญชี "ลูกจ้าง × ปัจจัยเสี่ยง" ก่อนเซ็นสัญญาคลินิกรอบหน้า แล้วใช้บัญชีนั้นเป็นจุดตั้งต้นในการ request test panel กับแพทย์อาชีวเวชศาสตร์


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ การตรวจสุขภาพประจำปี? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออกแบบการเฝ้าระวังทางชีวภาพในผู้ปฏิบัติงาน
สุขภาพ

ออกแบบการเฝ้าระวังทางชีวภาพในผู้ปฏิบัติงาน

แนวทางเลือกตัวบ่งชี้ กำหนดเวลาเก็บตัวอย่าง baseline ห้องปฏิบัติการ แปลผลร่วมกับข้อมูลสัมผัส และรักษาความลับผู้ปฏิบัติงาน

20 ก.ย. 2569อ่าน 23 นาที
ใครต้องตรวจสุขภาพ — กฎกระทรวง 2563 อ่านเข้าใจง่าย
สุขภาพ

ใครต้องตรวจสุขภาพ — กฎกระทรวง 2563 อ่านเข้าใจง่าย

กฎกระทรวงตรวจสุขภาพลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง 2563 — ใครต้องตรวจ 5 ปัจจัยเสี่ยง ความถี่ ผู้ตรวจ การบันทึก และแบบ จผส.1 สรุปครบให้ HR และ จป.วิชาชีพ

15 พ.ค. 2569อ่าน 24 นาที
เก็บผลตรวจสุขภาพให้ครบ ปลอดภัย และรักษาความลับ
สุขภาพ

เก็บผลตรวจสุขภาพให้ครบ ปลอดภัย และรักษาความลับ

แนวทางแยกแฟ้ม กำหนดอายุเก็บจากวันสิ้นสุดการจ้าง คุมสิทธิ แจ้งผล ส่งมอบสมุดสุขภาพ สำรอง ย้ายระบบ และทำลายข้อมูล

19 ก.ย. 2569อ่าน 25 นาที