📊 ระบบบริหาร & เหตุฉุกเฉิน

ปฏิทินรายงานที่นายจ้างต้องส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตลอดปี

รวมรายงานที่นายจ้างต้องส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แยกรายงานตามปฏิทินกับรายงานตามเหตุการณ์ พร้อมกำหนดวัน แบบที่ใช้ และเลขข้อกฎหมายจากตัวบทจริง

Safety Station 1019 กันยายน 2569อ่าน 34 นาที · 7,520 คำ
ปฏิทินรายงานที่นายจ้างต้องส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตลอดปี

หน้าที่ส่งรายงานของนายจ้างกระจายอยู่ในกฎกระทรวงและประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานคนละฉบับ คนละรอบเวลา และคนละแบบฟอร์ม บทนี้เรียงหน้าที่เหล่านั้นเป็นปฏิทินเดียว แยกรายงานที่มีกำหนดเวลาแน่นอนออกจากรายงานที่ผูกกับเหตุการณ์ ทุกกำหนดวันยกมาจากตัวบทโดยตรง ชื่อกฎกระทรวงในเนื้อบทใช้ชื่อย่อ ชื่อเต็มอยู่ท้ายบท

ฐานอำนาจของหน้าที่ส่งรายงาน

พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 วางฐานไว้สองชั้น ชั้นแรกคือมาตรา 8 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างบริหารจัดการงานความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้กฎกระทรวงกำหนดได้ว่าจะให้จัดทำเอกสารหรือรายงานใด หน้าที่ส่งรายงานเกือบทั้งหมดจึงมาจากกฎกระทรวงรายเรื่อง

ชั้นที่สองคือมาตรา 34 ซึ่งเขียนหน้าที่แจ้งเหตุไว้ในตัวพระราชบัญญัติโดยตรง ประกาศกรมฯ ที่ออกรองรับอ้างฐานอำนาจนี้ไว้ว่า มาตรา 34 วรรคสอง "กำหนดให้สถานประกอบกิจการแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรง หรือการประสบอันตรายจากการทำงานต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด"

อีกฐานหนึ่งคือมาตรา 32 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดทำแผนการดำเนินงานและแผนการควบคุมดูแล แล้วส่งผลให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย โดยตัวบทเขียนต่อว่า ประเภทกิจการ ขนาดของกิจการ และระยะเวลาที่ต้องดำเนินงาน ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศ บทนี้จึงไม่ใส่กำหนดวันของมาตรานี้ลงในปฏิทิน

รายงานที่มีกำหนดเวลาแน่นอน

กลุ่มนี้วางลงปฏิทินล่วงหน้าได้ทั้งปี เพราะกฎหมายผูกกำหนดส่งไว้กับวันที่ตายตัว หรือกับรอบตรวจวัดและทดสอบที่ต้องจัดให้มีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งอยู่แล้ว

สองหมุดที่ตายตัวตามปฏิทิน

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 2 กำหนดสองจังหวะไว้ในข้อเดียวกัน จังหวะแรกผูกกับเหตุการณ์ คือแจ้งบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและข้อมูลความปลอดภัยภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง จังหวะที่สองผูกกับปฏิทิน ตัวบทเขียนว่า "ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ให้นายจ้างแจ้งบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย และรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายที่ตนมีอยู่ในครอบครองต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายด้วย" แบบที่ใช้คือแบบ สอ.1 ท้ายประกาศกรมฯ การจัดแฟ้มข้อมูลความปลอดภัยให้พร้อมก่อนถึงเดือนมกราคมช่วยให้รอบนี้จบเร็ว ดูแนวทางได้ที่ การจัดแฟ้มข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี

หมุดที่สองคือกฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 47 ซึ่งกำหนดให้จัดส่งรายงานผลการดำเนินงานของ จป.ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย "สองครั้ง โดยครั้งแรกภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ 30 มิถุนายน และครั้งที่สองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี" ประกาศกรมฯ ที่ออกตามข้อ 47 ระบุแบบไว้สามแบบ คือ จป.ท จป.ส และ จป.ว ตามระดับของผู้รายงาน กำหนดส่งนับจากวันสิ้นรอบ รอบครึ่งปีแรกจึงครบกำหนดสิ้นเดือนกรกฎาคม รอบครึ่งปีหลังครบกำหนดสิ้นเดือนมกราคมของปีถัดไป

รายงานที่ผูกกับรอบตรวจวัดและทดสอบปีละครั้ง

สี่เรื่องต่อไปนี้ไม่มีวันที่ตายตัว แต่กฎหมายกำหนดรอบไว้ปีละหนึ่งครั้ง แล้วนับกำหนดส่งจากวันที่งานนั้นเสร็จ

กฎกระทรวงความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 15 กำหนดให้ส่งรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการตรวจวัด" และเก็บรายงานไว้ที่สถานประกอบกิจการให้ตรวจสอบได้ ส่วนรอบการตรวจวัดอยู่ในประกาศกรมฯ ข้อ 2 คืออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเมื่อเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรอุปกรณ์ กระบวนการผลิต หรือวิธีการทำงานที่อาจมีผลต่อระดับดังกล่าว ให้ตรวจวัดบริเวณหรือบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบภายในเก้าสิบวัน

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 29 กำหนดให้ส่งรายงานผลการตรวจวัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงานและที่เก็บรักษา "ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจวัด" ซึ่งสั้นที่สุดในบรรดารายงานตามรอบ และนับจากวันที่ทราบผล ไม่ใช่วันเก็บตัวอย่าง รอบการตรวจวัดอยู่ในประกาศกรมฯ ข้อ 4 คืออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเมื่อผลเกินขีดจำกัดความเข้มข้น ให้ใช้มาตรการควบคุมทางวิศวกรรมและการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม แล้วตรวจวัดซ้ำภายในสามสิบวันนับจากวันที่แก้ไขแล้วเสร็จ แบบที่ใช้คือแบบ สอ.3 ซึ่งส่งทางระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ ได้

กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 109 กำหนดให้ทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำประจำปีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และแจ้งผลต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย "ภายในระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่มีการทดสอบ" ข้อ 111 กำหนดเงื่อนไขเดียวกันกับหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ผู้รับแจ้งของสองข้อนี้คือพนักงานตรวจความปลอดภัย ต่างจากเรื่องอื่นที่ยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

เรื่องที่สี่คือกฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 23 ซึ่งกำหนดให้ จป.ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ ได้รับการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้เพิ่มเติมปีละไม่น้อยกว่าสิบสองชั่วโมงตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด แล้วแจ้งให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายทราบ "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่การดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ" ประกาศกรมฯ ที่ออกตามข้อ 23 ให้แจ้งตามแบบท้ายประกาศภายในกำหนดเดียวกัน

ฝึกซ้อมดับเพลิงที่มีกำหนดส่งสองจังหวะ

กฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 30 กำหนดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และวางกำหนดส่งเอกสารไว้สองจังหวะ จังหวะแรกคือก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ให้ส่งแผนการฝึกซ้อมพร้อมรายละเอียดต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อให้ความเห็นชอบ จังหวะที่สองคือจัดทำรายงานผลตามแบบที่อธิบดีกำหนด แล้วยื่น "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกซ้อม"

แบบที่ใช้เป็นแบบราชการ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดแบบรายงานผลการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ออกตามข้อ 30 วรรคสาม และกำหนดในข้อ 2 ให้รายงานตามแบบท้ายประกาศนั้น วันซ้อมจึงเป็นหมุดกลางของปฏิทิน เมื่อกำหนดวันซ้อมได้ วันส่งแผนและวันส่งรายงานจะถอยหน้าถอยหลังจากหมุดนั้นข้างละสามสิบวัน โครงแผนที่ใช้ยื่นดูได้ที่ แผนฝึกซ้อมดับเพลิงประจำปี

รายงานที่ผูกกับเหตุการณ์

กลุ่มนี้วางวันล่วงหน้าไม่ได้ แต่วางระบบล่วงหน้าได้ ต้องเตรียมไว้ก่อนว่าใครเป็นผู้แจ้ง ใช้แบบใด ส่งที่ไหน และนับวันจากอะไร

การแจ้งอุบัติภัยร้ายแรงและการประสบอันตราย

มาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ. พ.ศ. 2554 แยกไว้สามกรณี กรณีลูกจ้างเสียชีวิต และกรณีสถานประกอบกิจการเสียหาย ต้องหยุดการผลิต หรือมีบุคคลประสบอันตรายจากเพลิงไหม้ การระเบิด สารเคมีรั่วไหล หรืออุบัติภัยร้ายแรงอื่น สองกรณีนี้ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในทันทีที่ทราบ แล้วแจ้งเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน กรณีที่สามคือมีลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน เมื่อแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคมแล้ว ให้ส่งสำเนาหนังสือแจ้งนั้นต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายในเจ็ดวันด้วย

การแจ้งเป็นหนังสือให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ประกาศที่รองรับคือประกาศกรมฯ เรื่อง "กำหนดแบบแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรง หรือการประสบอันตรายจากการทำงาน พ.ศ. 2554" ซึ่งแนบแบบแจ้งไว้ท้ายประกาศ ต้องใช้แบบฉบับจริงของกรมฯ ไม่ใช่แบบที่ฝ่ายความปลอดภัยออกแบบขึ้นเอง การนับวันและการกรอกทีละกรณีอยู่ที่ แจ้งการประสบอันตรายตามมาตรา 34

ผลตรวจสุขภาพที่ผิดปกติ

กฎกระทรวงตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 ข้อ 9 กำหนดว่า เมื่อพบผลตรวจสุขภาพผิดปกติ หรือลูกจ้างเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ให้จัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันที ตรวจสอบหาสาเหตุ และส่งผลการตรวจ การรักษาพยาบาล และการป้องกันแก้ไข ต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบความผิดปกติหรือการเจ็บป่วยของลูกจ้าง" แบบที่ใช้คือแบบ จผส. 1 ท้ายประกาศกรมฯ ต้องแยกจากข้อ 8 ซึ่งเป็นการแจ้งผลแก่ลูกจ้างเอง ผลผิดปกติภายในสามวัน ผลปกติภายในเจ็ดวัน

การเปลี่ยนตัวบุคคลและงานที่เริ่มใหม่

กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 วางกำหนดไว้สามจุด ข้อ 42 ให้นำรายชื่อ จป. ทุกระดับและผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ไปขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้ง ข้อ 45 ให้แจ้งการพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้น ทั้งสองกรณีใช้แบบคำขอ กภ.จพ. ท้ายประกาศกรมฯ ส่วนข้อ 46 ให้ส่งสำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยหรือกรรมการความปลอดภัย ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง สิบห้าวันข้อนี้สั้นกว่าสามสิบวันของ จป. และมักถูกลืมเพราะเป็นการส่งสำเนาคำสั่ง ไม่ใช่การกรอกแบบรายงาน ขั้นตอนยื่นออนไลน์ดูได้ที่ ขึ้นทะเบียน จป. ผ่านระบบออนไลน์

งานที่เริ่มใหม่มีอีกสองเรื่อง กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ข้อ 3 กำหนดว่า ก่อนเริ่มงานก่อสร้างไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้แจ้งข้อมูลงานก่อสร้างต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย เฉพาะงานหกรายการที่ระบุไว้ เช่น อาคารที่มีพื้นที่รวมเกิน 2,000 ตารางเมตร อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป สะพานที่มีความยาวระหว่างกึ่งกลางตอม่อแรกถึงกึ่งกลางตอม่อสุดท้ายตั้งแต่ 30 เมตรขึ้นไป งานขุดหรืองานรื้อถอนระบบสาธารณูปโภคที่ลึกตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป และงานอุโมงค์หรือทางลอด ส่วนกฎกระทรวงรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. 2564 ข้อ 5 กำหนดให้แจ้งประเภทต้นกำเนิดรังสี ปริมาณรังสี และข้อมูลการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นำต้นกำเนิดรังสีเข้ามาในสถานประกอบกิจการ และเมื่อข้อมูลเปลี่ยนแปลงให้แจ้งภายในสิบห้าวัน และข้อ 13 กำหนดว่า เมื่อลูกจ้างได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กฎหมายดังกล่าวกำหนด ให้แจ้งพร้อมสาเหตุและการป้องกันแก้ไขภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูล

เอกสารที่เก็บไว้ที่สถานประกอบกิจการ

เอกสารอีกกลุ่มหนึ่งกฎหมายกำหนดให้จัดทำและเก็บไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ โดยไม่มีหน้าที่ส่งเข้ากรมฯ กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 58 กำหนดให้ทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และ "ต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้" ต่างจากหม้อน้ำตามข้อ 109 ที่ต้องแจ้งผลออกไป ส่วนกฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 35 และข้อ 36 กำหนดให้เก็บสำเนารายงานการประชุมของคณะกรรมการความปลอดภัย และหลักฐานการเปลี่ยนแปลงกรรมการและ จป. ไว้ไม่น้อยกว่าสองปี ภาพรวมการวางแฟ้มดูได้ที่ ระบบการจัดการความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ

แบบฟอร์มและช่องทางยื่น

แบบที่ใช้ยื่นทุกเรื่องในบทนี้เป็นแบบท้ายกฎกระทรวงหรือท้ายประกาศกรมฯ ให้ใช้ฉบับจริงจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การทำแบบขึ้นเองให้คล้ายของราชการเสี่ยงที่จะขาดช่องข้อมูลที่ตัวประกาศกำหนดไว้ ถ้าต้องการแบบกรอกภายในก่อนโอนลงแบบจริง ให้แยกจากแบบราชการให้ชัด

ช่องทางยื่นมีสามทางตามที่แต่ละประกาศเปิดไว้ คือยื่นด้วยตนเอง ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ และยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเรื่องที่กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ครอบคลุม ข้อ 48 กำหนดว่า เมื่อกฎกระทรวงมิได้กำหนดวิธีการไว้เป็นการเฉพาะ ให้ส่งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดเป็นหลัก ใบตอบรับไปรษณีย์ เลขที่รับเรื่อง หรือหน้าจอยืนยันการส่ง ควรเก็บคู่กับสำเนารายงานทุกฉบับ

กำหนดเวลาที่มักนับผิด

นับวันจากเหตุการณ์ผิดตัว รายงานของ จป. นับจากวันที่ 30 มิถุนายนและ 31 ธันวาคม รายงานฝึกซ้อมดับเพลิงนับจากวันเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม รายงานตรวจวัดความร้อน แสงสว่าง และเสียง นับจากวันเสร็จสิ้นการตรวจวัด ส่วนรายงานตรวจวัดสารเคมีนับจากวันที่ทราบผล

ลืมจังหวะที่ต้องส่งก่อน เรื่องฝึกซ้อมดับเพลิงมีสองจังหวะ จังหวะส่งแผนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันมักหลุด เพราะทีมงานจำได้แต่จังหวะรายงานผล

เข้าใจว่าส่งครั้งเดียวจบทั้งปี บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายต้องแจ้งซ้ำภายในเดือนมกราคมของทุกปี แม้รายการจะไม่เปลี่ยนจากปีก่อน

สลับกลุ่มเอกสารที่ต้องส่งกับเอกสารที่เก็บไว้ ผลทดสอบปั้นจั่นตามข้อ 58 เก็บไว้ให้ตรวจสอบ ส่วนผลทดสอบหม้อน้ำตามข้อ 109 ต้องแจ้งออกไป ทั้งสองเรื่องอยู่ในกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน

ผลตามกฎหมายเมื่อไม่ส่ง

บทกำหนดโทษของ พ.ร.บ. พ.ศ. 2554 แยกตามฐานที่ฝ่าฝืน มาตรา 57 กำหนดว่า นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14 หรือมาตรา 34 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ส่วนการฝ่าฝืนมาตรฐานในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ซึ่งครอบคลุมหน้าที่ส่งรายงานตามกฎกระทรวงรายเรื่องทั้งหมดในบทนี้ อยู่ในมาตรา 53 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 มาตรา 16 หรือมาตรา 32 อยู่ในมาตรา 56 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คุณค่าของการส่งให้ตรงรอบอยู่ก่อนหน้าบทลงโทษ มาตรา 34 วรรคท้ายกำหนดว่า เมื่อพนักงานตรวจความปลอดภัยได้รับแจ้งแล้ว ให้ตรวจสอบและหามาตรการป้องกันอันตรายโดยเร็ว

ตารางปฏิทินรายงานสำหรับติดห้อง จป.

รายงานตามปฏิทินและตามรอบประจำปี

เรื่อง กำหนดส่ง แบบที่ใช้ ฐานกฎหมาย
บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและข้อมูลความปลอดภัย ภายในเดือนมกราคมของทุกปี สอ.1 ข้อ 2 กฎกระทรวงสารเคมีฯ 2556
รายงานผลการดำเนินงานของ จป. รอบครึ่งปีแรก ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 30 มิถุนายน จป.ท / จป.ส / จป.ว ข้อ 47 กฎกระทรวง จป. 2565
รายงานผลการดำเนินงานของ จป. รอบครึ่งปีหลัง ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 31 ธันวาคม จป.ท / จป.ส / จป.ว ข้อ 47 กฎกระทรวง จป. 2565
แผนการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันฝึกซ้อม แผนและรายละเอียดการฝึกซ้อม ข้อ 30 วรรคหนึ่ง กฎกระทรวงอัคคีภัย 2555
รายงานผลการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ ภายใน 30 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม แบบท้ายประกาศกรมฯ ข้อ 30 วรรคสาม กฎกระทรวงอัคคีภัย 2555
รายงานผลตรวจวัดความร้อน แสงสว่าง เสียง ปีละ 1 ครั้ง · ส่งภายใน 30 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการตรวจวัด แบบท้ายประกาศกรมฯ ข้อ 15 กฎกระทรวงความร้อนฯ 2559
รายงานผลตรวจวัดความเข้มข้นสารเคมีอันตราย ปีละ 1 ครั้ง · ส่งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบผล สอ.3 ข้อ 29 กฎกระทรวงสารเคมีฯ 2556
ผลทดสอบหม้อน้ำ ปีละ 1 ครั้ง · แจ้งภายใน 30 วันนับแต่วันทดสอบ แบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ข้อ 109 กฎกระทรวงเครื่องจักรฯ 2564
ผลทดสอบหม้อต้มของเหลวนำความร้อน ปีละ 1 ครั้ง · แจ้งภายใน 30 วันนับแต่วันทดสอบ แบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ข้อ 111 กฎกระทรวงเครื่องจักรฯ 2564
ผลอบรมพัฒนาความรู้ จป. 12 ชั่วโมงต่อปี ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินงานแล้วเสร็จ แบบท้ายประกาศกรมฯ ข้อ 23 กฎกระทรวง จป. 2565

รายงานที่ผูกกับเหตุการณ์

เรื่อง กำหนดส่ง แบบที่ใช้ ฐานกฎหมาย
ลูกจ้างเสียชีวิต แจ้งทันทีที่ทราบ · หนังสือภายใน 7 วัน แบบแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงฯ มาตรา 34 (1) พ.ร.บ. 2554
เพลิงไหม้ ระเบิด สารเคมีรั่วไหล หรืออุบัติภัยร้ายแรงอื่น แจ้งทันทีที่ทราบ · หนังสือภายใน 7 วันนับแต่วันเกิดเหตุ แบบแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงฯ มาตรา 34 (2) พ.ร.บ. 2554
สำเนาหนังสือแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคม ภายใน 7 วัน สำเนาหนังสือแจ้ง มาตรา 34 (3) พ.ร.บ. 2554
ผลตรวจสุขภาพที่ผิดปกติจากการทำงาน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบ จผส. 1 ข้อ 9 กฎกระทรวงตรวจสุขภาพ 2563
ขึ้นทะเบียน จป. และผู้บริหารหน่วยงานฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง กภ.จพ. ข้อ 42 กฎกระทรวง จป. 2565
แจ้งพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่พ้น กภ.จพ. ข้อ 45 กฎกระทรวง จป. 2565
สำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง ข้อ 46 กฎกระทรวง จป. 2565
แจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงานก่อสร้างตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มงานก่อสร้าง แบบท้ายประกาศกรมฯ ข้อ 3 กฎกระทรวงงานก่อสร้าง 2564
แจ้งบัญชีสารเคมีอันตรายครั้งแรก ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีไว้ในครอบครอง สอ.1 ข้อ 2 วรรคหนึ่ง กฎกระทรวงสารเคมีฯ 2556
แจ้งการนำต้นกำเนิดรังสีเข้ามา ภายใน 7 วัน · เปลี่ยนแปลงข้อมูลภายใน 15 วัน แบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ข้อ 5 กฎกระทรวงรังสีฯ 2564
ปริมาณรังสีสะสมของลูกจ้างเกินเกณฑ์ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ทราบข้อมูล แบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ข้อ 13 กฎกระทรวงรังสีฯ 2564

ข้อสงสัยที่พบบ่อย

สถานประกอบกิจการที่มีเฉพาะ จป.หัวหน้างานและ จป.บริหาร ข้อ 47 ระบุเฉพาะ จป.ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ หน้าที่ส่งรายงานสองรอบต่อปีจึงเกิดเมื่อมีสามระดับนี้ ส่วนหน้าที่ขึ้นทะเบียนตามข้อ 42 ใช้กับ จป. ทุกระดับ

เอกสารที่ผู้ให้บริการภายนอกเป็นผู้จัดทำ ผู้ตรวจวัดหรือผู้ทดสอบที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 จัดทำผลให้ได้ แต่ผู้มีหน้าที่ส่งตามตัวบททุกข้อในบทนี้คือนายจ้าง

สรุป

  • หน้าที่ส่งรายงานมาจากกฎกระทรวงรายเรื่องที่ออกตามมาตรา 8 เป็นหลัก มีเพียงการแจ้งเหตุตามมาตรา 34 ที่อยู่ในตัวพระราชบัญญัติ
  • รายงานตามปฏิทินที่ตายตัวมีสองหมุด คือบัญชีสารเคมีอันตรายภายในเดือนมกราคม และรายงานผลการดำเนินงานของ จป. ที่นับจากวันที่ 30 มิถุนายนและ 31 ธันวาคม
  • รายงานที่เหลือผูกกับรอบตรวจวัดหรือทดสอบปีละหนึ่งครั้ง แล้วนับกำหนดส่ง 30 วัน ยกเว้นรายงานตรวจวัดสารเคมีที่นับ 15 วันจากวันที่ทราบผล
  • รายงานตามเหตุการณ์ที่นับสั้นที่สุดคือ 7 วัน ได้แก่ การแจ้งเป็นหนังสือตามมาตรา 34 การแจ้งบัญชีสารเคมีครั้งแรก และการแจ้งเรื่องต้นกำเนิดรังสี
  • ใช้แบบท้ายกฎกระทรวงหรือท้ายประกาศกรมฯ ฉบับจริงเสมอ และเก็บหลักฐานการยื่นคู่กับสำเนารายงาน

อ้างอิงกฎหมาย

  • พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 53 มาตรา 56 และมาตรา 57
  • กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ข้อ 23 ข้อ 35 ข้อ 36 ข้อ 42 ข้อ 45 ข้อ 46 ข้อ 47 และข้อ 48
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 30
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 2 และข้อ 29
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 15
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 ข้อ 8 และข้อ 9
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ข้อ 3
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 58 ข้อ 109 และข้อ 111
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. 2564 ข้อ 5 และข้อ 13
  • ประกาศกรมฯ ที่กำหนดแบบ ได้แก่ แบบแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรง หรือการประสบอันตรายจากการทำงาน พ.ศ. 2554 · แบบรายงานผลการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ · แบบรายงานผลการดำเนินงานของ จป. · แบบแจ้งการขึ้นทะเบียนและการพ้นจากตำแหน่งของ จป. · แบบแจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงานก่อสร้าง · แบบส่งผลการตรวจสุขภาพลูกจ้างที่ผิดปกติ
  • ประกาศกรมฯ ที่กำหนดรอบและวิธีตรวจวัด ได้แก่ หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดสภาวะการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง · หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย · การฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้ของ จป. เพิ่มเติม

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ SMS — Safety Management System? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง