ANSI Z359 ชุดมาตรฐานระบบป้องกันการตก ขอบเขต และสถานะตามกฎหมายไทย
ชุดมาตรฐาน ANSI Z359 ครอบคลุมอุปกรณ์และหัวข้อใดบ้าง กฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 กำหนดตัวเลขไว้ที่จุดใด และเส้นทางที่มาตรฐานสากลมีผลกับงานในไทย

ป้ายที่เย็บติดสายรัดตัวนิรภัย รอกดึงกลับอัตโนมัติ และตะขอเกี่ยวที่ขายในประเทศไทย มักพิมพ์ชื่อชุดมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาไว้ว่า ANSI Z359 ผู้จัดซื้อและผู้ควบคุมงานจำนวนหนึ่งจึงเข้าใจว่าเลขบนป้ายคือเกณฑ์ที่พนักงานตรวจความปลอดภัยใช้ตรวจงาน ของจริงคือกฎหมายไทยไม่ได้อ้างชุดมาตรฐานนี้เป็นรายฉบับ แต่เปิดทางให้ใช้ในอีกรูปแบบหนึ่ง
การแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันมีผลตรงต่อการเขียนเอกสารภายใน การเขียนข้อกำหนดการจัดซื้อ และการตอบพนักงานตรวจความปลอดภัย
ที่มาและลักษณะของชุดมาตรฐาน
ANSI ย่อมาจาก American National Standards Institute ซึ่งประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแปลไว้ว่า สถาบันมาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนรหัส Z359 คือรหัสประจำชุดที่ว่าด้วยระบบป้องกันการตกจากที่สูง ลักษณะสามข้อที่ต้องเข้าใจก่อนหยิบไปใช้อ้าง
- เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ไม่มีสภาพเป็นกฎหมายด้วยตัวเอง แม้ในสหรัฐอเมริกาเอง จะมีผลบังคับต่อเมื่อกฎหมายของประเทศนั้นอ้างถึง หรือเมื่อคู่สัญญาตกลงกันให้ใช้
- ไม่ได้เป็นเล่มเดียว ชุดนี้แตกเป็นฉบับย่อยหลายฉบับ แต่ละฉบับว่าด้วยอุปกรณ์หรือหัวข้อคนละกลุ่ม เลขที่ต่อท้ายรหัสชุดคือเลขประจำฉบับย่อย การอ้างเพียงชื่อชุดจึงยังไม่ได้บอกว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นผ่านเกณฑ์ของอะไร
- ตัวบทมีลิขสิทธิ์ ผู้ใช้ต้องซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต การคัดลอกข้อความหรือตารางค่าออกมาเผยแพร่ทำไม่ได้
เนื้อหาส่วนถัดไปจึงอธิบายเฉพาะขอบเขตของชุดมาตรฐาน โดยไม่ยกข้อความและไม่ยกค่าตัวเลขจากตัวมาตรฐาน ผู้ที่ต้องใช้เลขฉบับย่อยจริงให้อ่านจากป้ายบนอุปกรณ์และคู่มือของผู้ผลิตที่ถือครองอยู่
ค่าตัวเลขทุกค่าที่มาจากชุดมาตรฐานนี้เป็นค่าอ้างอิงสากล ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย พนักงานตรวจความปลอดภัยใช้ถ้อยคำในกฎกระทรวงและประกาศของไทยเป็นเกณฑ์
ขอบเขตของชุดมาตรฐาน แบ่งตามอุปกรณ์และหัวข้อ
ชุดมาตรฐานครอบคลุมทั้งฝั่งอุปกรณ์ ฝั่งระบบงาน และฝั่งคน กลุ่มเรื่องหลักมีดังนี้
| กลุ่มเรื่อง | ครอบคลุมอะไร |
|---|---|
| ข้อกำหนดร่วมและนิยามกลาง | ศัพท์กลางของระบบยับยั้งการตก ระบบจำกัดระยะ และระบบจัดตำแหน่งทำงาน |
| สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว | รูปแบบของสายรัดตัว ตำแหน่งห่วง และเกณฑ์ทดสอบ |
| ตัวเชื่อมต่อ ตะขอเกี่ยว และห่วงต่อ | ชิ้นส่วนโลหะที่ต่อระหว่างคนกับระบบ |
| เชือกนิรภัยและตัวลดแรงกระชาก | สายที่ยึดระหว่างตัวคนกับจุดยึด และชิ้นส่วนที่หน่วงแรง |
| รอกดึงกลับอัตโนมัติ | อุปกรณ์ที่เก็บสายเองและล็อกเมื่อสายพุ่งออกเร็ว |
| จุดยึดและตัวเชื่อมจุดยึด | จุดปลายอีกด้านของระบบ ทั้งชนิดถาวรและถอดได้ |
| ระบบเชือกนำแนวดิ่งและเส้นชีวิตแนวราบ | ระบบที่ให้คนเคลื่อนที่ไปตามแนวโดยยังต่อกับระบบตลอดเวลา |
| อุปกรณ์จัดตำแหน่งทำงานและอุปกรณ์จำกัดระยะ | อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อไม่ให้เกิดการตกตั้งแต่แรก |
| อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ค้างที่สูง | ชุดหย่อนตัว ชุดยกตัว และอุปกรณ์เข้าถึงผู้ประสบเหตุ |
| โปรแกรมป้องกันการตกของหน่วยงาน | โครงของแผนงาน หน้าที่ของบุคลากรแต่ละบทบาท และการฝึกอบรม |
| การทดสอบ ตรวจสอบ และบำรุงรักษา | วิธีตรวจ รอบการตรวจ และการเก็บบันทึก |
สองแถวล่างคือส่วนที่มองข้ามกันบ่อย ชุดมาตรฐานสากลไม่ได้พูดถึงตัวสินค้าอย่างเดียว แต่พูดถึงการจัดโปรแกรมของหน่วยงาน บทบาทของผู้ได้รับมอบหมาย และการเก็บบันทึกด้วย ส่วนนี้เองที่นำมาปรับใช้กับข้อบังคับและขั้นตอนการปฏิบัติงานตามข้อ 2 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ได้ตรงที่สุด โดยไม่ต้องแตะค่าตัวเลขในตัวมาตรฐาน
ค่าที่วงการอ้างถึงบ่อยจากชุดมาตรฐานนี้มีสามค่า คือ แรงกระชากสูงสุดที่ยอมให้เกิดกับร่างกาย ระยะยืดของตัวลดแรงกระชาก และระยะตกอิสระสูงสุดก่อนระบบเริ่มหน่วง ทั้งสามค่าเป็นค่าอ้างอิงสากล ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด ตัวเลขและวิธีคำนวณอ่านต่อได้ที่ แรงกระชากและระยะตกอิสระ และ คำนวณระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ส่วนภาพรวมของระบบทั้งชุดดูได้ที่ ระบบกันตกสี่องค์ประกอบ
ตัวเลขที่กฎหมายไทยกำหนดจริง อยู่ที่โครงสร้างและระยะ
กฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 มีค่าตัวเลขอยู่หลายจุด แต่ค่าทั้งหมดเป็นค่าของโครงสร้าง ระยะทาง และมุม ไม่มีค่าใดที่บอกสมรรถนะของตัวอุปกรณ์
| เรื่อง | ค่าที่กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนด | ข้อ |
|---|---|---|
| นิยามการทำงานในที่สูง | สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ซึ่งลูกจ้างอาจพลัดตกลงมาได้ | ข้อ 1 |
| ราวกั้นหรือรั้วกันตก | สูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 1 เมตร 10 เซนติเมตร กรณีใช้แผงทึบแทน สูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร | ข้อ 6 |
| ระดับที่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาทำงาน | ที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป พร้อมราวกั้น รั้วกันตก ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นที่เหมาะสม | ข้อ 9 |
| การตั้งบันไดไต่ชนิดเคลื่อนย้ายได้ | อัตราส่วนระยะฐานต่อความยาวช่วงบันได 1 ต่อ 4 หรือมุมตรงข้ามผนัง 75 องศา กว้างไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร | ข้อ 12 |
| งานบนที่ลาดชัน | มุมเกิน 15 องศาแต่ไม่เกิน 30 องศา และสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ใช้นั่งร้าน เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัย หรือมาตรการอื่น ส่วนมุมเกิน 30 องศา ต้องมีทั้งสองอย่าง | ข้อ 15 |
ค่าในตารางนี้วัดได้ด้วยตลับเมตรที่หน้างาน ส่วนสมรรถนะของอุปกรณ์กันตกวัดได้เฉพาะในห้องทดสอบของผู้ผลิต ตัวบทไทยจึงกำหนดเฉพาะกลุ่มแรก แล้วส่งกลุ่มหลังไปผูกกับเอกสารของผู้ผลิต คำอธิบายรายข้อทั้ง 23 ข้ออ่านต่อได้ที่ สรุปกฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564
รายการที่ตัวบทไทยเว้นไว้ให้คู่มือของผู้ผลิต
รายการต่อไปนี้ค้นแล้วไม่ปรากฏเป็นค่าตัวเลขในกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ทั้งฉบับ
- หมายเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของอุปกรณ์กันตกแต่ละชนิด
- เพดานแรงกระชากที่ยอมให้เกิดกับร่างกาย ระยะยืดของตัวลดแรงกระชาก และระยะตกอิสระสูงสุด
- กำลังต้านทานของจุดยึดเป็นหน่วยแรง
- อายุการใช้งานของอุปกรณ์ประเภทสิ่งทอ นับจากวันผลิตหรือวันเริ่มใช้
- รอบเวลาของการตรวจสอบละเอียดโดยผู้ที่หน่วยงานมอบหมาย
- จำนวนชั่วโมงและหัวข้อของหลักสูตรอบรมการทำงานในที่สูง
รายการสุดท้ายคลาดเคลื่อนกันบ่อยที่สุด ข้อ 2 กำหนดให้นายจ้างอบรมหรือชี้แจงให้ลูกจ้างได้รับทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงหรือหัวข้อไว้ หน่วยงานจึงออกแบบหลักสูตรเองตามลักษณะงาน แล้วเก็บหลักฐานการอบรมไว้
ส่วนที่เหลือผูกไว้กับข้อ 3 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากอุปกรณ์ชิ้นนั้นไม่มีเอกสารดังกล่าว นายจ้างต้องให้วิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ
เส้นทางที่มาตรฐานสากลมีผลกับหน่วยงานในไทย
ข้อกำหนดสากลมีผลกับหน่วยงานไทยได้จริง แต่มีผลทางอ้อมผ่านสองเส้นทาง และทั้งสองเส้นทางมีฐานอยู่ที่ตัวบทของไทยเสมอ
เส้นทางแรก ผ่านคู่มือของผู้ผลิต ผู้ผลิตทดสอบสินค้าตามมาตรฐานที่ตนอ้าง แล้วเขียนเงื่อนไขการใช้งาน ข้อห้าม อายุการใช้งาน และวิธีตรวจลงในคู่มือ จากนั้นข้อ 3 กำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามคู่มือนั้น และข้อ 5 กำหนดให้บำรุงรักษาอุปกรณ์ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด พร้อมตรวจสอบสภาพก่อนการใช้งานทุกครั้ง ข้อความในคู่มือจึงมีผลผูกพันนายจ้างผ่านข้อ 3 โดยตรง
เส้นทางที่สอง ผ่านประกาศกรมฯ เรื่องมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และในกรณีที่ลูกจ้างไม่สวมใส่ ให้นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดการทำงานนั้นจนกว่าลูกจ้างจะสวมใส่
ประกาศที่ออกตามมาตรา 22 คือ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 ข้อ 3 ของประกาศฉบับนี้ระบุรายชื่อชุดมาตรฐานที่ยอมรับไว้โดยตรง
มาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ได้แก่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล มาตรฐานสหภาพยุโรป มาตรฐานประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ มาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา มาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น ... ทั้งนี้ ให้เหมาะสมกับชนิดหรือประเภทของงานที่ลูกจ้างปฏิบัติ
สายรัดตัวนิรภัยและเชือกนิรภัยจัดเป็นอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล อุปกรณ์ที่อ้างชุดมาตรฐานของสถาบันแห่งนี้จึงอยู่ในกลุ่มที่ประกาศฉบับนี้ยอมรับ จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดมีสามจุด จุดแรก ประกาศระบุไว้ในระดับชื่อสถาบันผู้ออกมาตรฐาน ไม่ได้ลงลึกถึงเลขฉบับย่อยของอุปกรณ์แต่ละชนิด การพิสูจน์ว่าเลือกฉบับย่อยถูกชนิดจึงเป็นภาระของหน่วยงานเอง จุดที่สอง ท้ายข้อกำกับไว้ว่าต้องเหมาะสมกับชนิดหรือประเภทของงานที่ลูกจ้างปฏิบัติ ใบรับรองอย่างเดียวจึงยังไม่พอ ต้องเหมาะกับงานตรงหน้าด้วย ตรงกับถ้อยคำในข้อ 4 จุดที่สาม ประกาศฉบับนี้ครอบเฉพาะอุปกรณ์ที่สวมใส่ติดตัว ไม่ครอบชิ้นส่วนที่เป็นส่วนของโครงสร้าง เช่น จุดยึดถาวรและระบบเส้นชีวิตติดตั้งถาวร ซึ่งกลับไปอยู่ที่ข้อ 3 เกณฑ์ของจุดยึดอ่านต่อได้ที่ จุดยึดและการทดสอบติดตั้ง
แนวทางเลือกซื้ออุปกรณ์ที่อ้างชุดมาตรฐานนี้
การระบุชุดมาตรฐานในเอกสารจัดซื้อเป็นข้อกำหนดของหน่วยงานเอง ทำได้และควรทำ แต่ต้องเขียนให้ตรวจรับได้จริง
- ระบุชนิดอุปกรณ์คู่กับเลขฉบับย่อยเสมอ โดยลอกเลขจากเอกสารของผู้ผลิตหรือจากป้ายของรุ่นที่ใช้อยู่ ไม่ใช่จากความจำ อุปกรณ์คนละชนิดใช้ฉบับย่อยคนละฉบับ
- กำหนดให้ส่งมอบคู่มือการใช้งานพร้อมสินค้า ในภาษาที่ผู้ใช้จริงอ่านออก เพราะข้อ 3 กำหนดให้ปฏิบัติตามคู่มือ คู่มือที่อ่านไม่ออกจึงปฏิบัติตามไม่ได้
- ขอเอกสารรับรองผลทดสอบที่ระบุรุ่นตรงกับที่เสนอราคา แล้วตรวจป้ายบนสินค้าที่ส่งมอบซ้ำที่จุดรับของ
- ตรวจความเข้ากันของชิ้นส่วนข้ามยี่ห้อ เมื่อสายรัดตัว เชือกนิรภัย และตะขอมาจากคนละราย ให้เปิดคู่มือดูว่ามีข้อห้ามใช้ร่วมหรือไม่
- ตรวจว่าคู่มือระบุอายุการใช้งาน รอบการตรวจ และเกณฑ์ปลดออกจากระบบไว้ครบ สามเรื่องนี้กฎหมายไทยไม่ได้ให้ตัวเลข หากคู่มือไม่ได้ให้ด้วย หน่วยงานจะไม่มีเกณฑ์ตัดสินเลย
- เปิดทะเบียนอุปกรณ์ตั้งแต่วันรับของ บันทึกรุ่น หมายเลขประจำชิ้น วันผลิต วันเริ่มใช้ และผู้ครอบครอง ทะเบียนที่เริ่มทีหลังมักขาดวันผลิต
หน่วยงานที่ต้องการเกณฑ์เข้มกว่ากฎหมายไทยทำได้ เช่น กำหนดให้ใช้เข็มขัดนิรภัยตั้งแต่ระดับต่ำกว่า 4 เมตร แต่ต้องเขียนแยกให้ชัดว่าเป็นนโยบายภายใน แนวทางวางระบบทะเบียนดูได้ที่ จัดการคลังอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ส่วนเกณฑ์เลือกระหว่างเชือกนิรภัยกับรอกดึงกลับอ่านต่อได้ที่ เชือกนิรภัยแบบลดแรงกระชากเทียบรอกดึงกลับ
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเก็บ
| เอกสาร | ฐานตามตัวบท | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ข้อบังคับและขั้นตอนการปฏิบัติงาน พร้อมหลักฐานการอบรมก่อนเริ่มงาน | ข้อ 2 | อย่างน้อยต้องมีการระบุอันตราย การวางแผนปฏิบัติงาน และการป้องกันควบคุมอันตราย |
| คู่มือการใช้งานของผู้ผลิต หรือหนังสือที่วิศวกรจัดทำ | ข้อ 3 | เก็บให้ครบทุกรุ่นที่มีใช้จริง |
| หลักฐานการบำรุงรักษา และผลตรวจสภาพก่อนใช้งาน | ข้อ 5 | ผูกกับหมายเลขประจำชิ้น |
| สำเนาเอกสารทั้งสามชุดข้างต้น | ข้อ 7 | อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ |
เอกสารสามชุดแรกต้องมีสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ ส่วนใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไม่ได้อยู่ในรายการที่ตัวบทกำหนดให้เก็บ แต่เก็บไว้มีประโยชน์ เพราะเป็นหลักฐานประกอบว่าอุปกรณ์มีมาตรฐานตามถ้อยคำในข้อ 4
เลือกมาตรฐานผิด
- เขียนในเอกสารภายในว่ากฎหมายไทยกำหนดค่าแรงกระชากหรือระยะตกอิสระ ค่าเหล่านี้เป็นค่าอ้างอิงสากล เมื่อพนักงานตรวจความปลอดภัยขอดูฐานทางกฎหมาย หน่วยงานจะชี้ตัวบทไม่ได้
- อ้างชื่อชุดมาตรฐานโดยไม่ระบุฉบับย่อย รหัสชุดอย่างเดียวยังไม่ได้บอกว่าผ่านเกณฑ์ของอุปกรณ์ชนิดใด
- ซื้อของที่ป้ายพิมพ์ชื่อชุดมาตรฐาน แต่ไม่มีคู่มือแนบ ทางออกตามตัวบทคือให้วิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ ซึ่งมักแพงกว่าการเปลี่ยนของใหม่
- ยึดเกณฑ์สากลแทนเกณฑ์ไทยจนหย่อนกว่ากฎหมาย เช่น รอจนถึงระดับความสูงที่มาตรฐานต่างประเทศกำหนดจึงเริ่มใช้เข็มขัดนิรภัย ทั้งที่ข้อ 9 กำหนดไว้ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป
- ตรวจอุปกรณ์ตามใบตรวจสำเร็จรูปที่ไม่ตรงกับคู่มือของรุ่นนั้น จุดตรวจรายชิ้นและเกณฑ์ปลดออกจากระบบดูได้ที่ ตรวจและดูแลอุปกรณ์กันตกก่อนใช้งาน
เช็กลิสต์ก่อนเลือกซื้อ
- เปิดทะเบียนอุปกรณ์กันตกทั้งหมด แล้วแยกเป็นกลุ่มที่สวมใส่ติดตัว กับกลุ่มที่เป็นส่วนของโครงสร้าง
- ตรวจว่าอุปกรณ์กลุ่มสวมใส่ติดตัวทุกชิ้นมีป้ายที่อ่านออก และระบุชุดมาตรฐานที่ผู้ผลิตอ้าง
- จับคู่แต่ละรุ่นกับคู่มือฉบับที่มีอยู่จริง ชิ้นที่ไม่มีคู่มือให้ขึ้นบัญชีแยกไว้ตัดสินตามข้อ 3
- คัดข้อห้ามและเงื่อนไขจากคู่มือแต่ละรุ่นมาเขียนเป็นใบตรวจของรุ่นนั้น แทนใบตรวจสำเร็จรูปใบเดียวกับทุกยี่ห้อ
- ไล่เอกสารภายในทุกฉบับ แล้วกำกับทุกค่าว่ามาจากกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 จากคู่มือผู้ผลิต หรือเป็นนโยบายภายใน
- วัดของจริงที่หน้างานเทียบตารางค่าตามกฎหมาย ทั้งความสูงราวกันตก ระดับที่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัย และมุมบันได
- ปรับแบบฟอร์มจัดซื้อให้มีช่องระบุชนิดอุปกรณ์ เลขฉบับย่อยของมาตรฐาน และเอกสารที่ต้องส่งมอบพร้อมสินค้า
- เก็บสำเนาเอกสารตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 5 ให้พร้อมแสดง โดยจะเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ตามข้อ 7
คำถามที่พบบ่อย
กฎหมายไทยกำหนดให้ซื้อเฉพาะอุปกรณ์ที่อ้างชุดมาตรฐานนี้หรือไม่ ไม่ได้กำหนดเจาะจงชุดใดชุดหนึ่ง ข้อ 3 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2554 ระบุชุดมาตรฐานที่ยอมรับไว้หลายกลุ่ม รวมถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทยและมาตรฐานสหภาพยุโรป อุปกรณ์ที่อ้างมาตรฐานยุโรปจึงใช้ในไทยได้เช่นกัน โดยต้องเหมาะสมกับชนิดหรือประเภทของงานที่ลูกจ้างปฏิบัติ
เนื้อหาส่วนนี้ไม่ระบุเลขฉบับย่อยและค่าตัวเลขของชุดมาตรฐาน เพราะเหตุใด ตัวบทของมาตรฐานชุดนี้มีลิขสิทธิ์และต้องซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต การยกข้อความหรือค่าจากเอกสารที่ไม่ได้เปิดตรวจกับต้นฉบับเสี่ยงต่อการอ้างผิดฉบับและผิดรุ่น ผู้ที่ต้องใช้เลขจริงให้อ่านจากป้ายและคู่มือของอุปกรณ์ที่ถือครองอยู่
หน่วยงานกำหนดเกณฑ์เข้มกว่ากฎหมายไทยได้หรือไม่ ได้ และทำกันทั่วไปในงานที่มีคู่สัญญาต่างประเทศ ข้อควรระวังคือต้องเขียนแยกให้ชัดว่าส่วนใดเป็นข้อกำหนดตามกฎหมาย ส่วนใดเป็นนโยบายภายใน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติรู้ว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ห้ามหย่อนกว่านั้นอยู่ตรงไหน
บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
เจตนาของกฎหมายอยู่ที่การทำให้อุปกรณ์บนตัวคนหยุดการตกได้จริงในวันที่เกิดเหตุ บทกำหนดโทษเป็นผลปลายทางของการไม่ทำตามหน้าที่ในตัวบท
กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ออกตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 53 ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 62
สรุป
- ชุดมาตรฐาน ANSI Z359 เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจของสหรัฐอเมริกา แตกเป็นฉบับย่อยหลายฉบับ ครอบคลุมตั้งแต่สายรัดตัวนิรภัย ตัวเชื่อมต่อ เชือกนิรภัย รอกดึงกลับ จุดยึด ระบบเส้นชีวิต อุปกรณ์ช่วยเหลือ ไปจนถึงการจัดโปรแกรมและการฝึกอบรม
- ค่าตัวเลขทุกค่าในชุดมาตรฐานนี้เป็นค่าอ้างอิงสากล ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย
- ตัวเลขที่กฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 กำหนดเป็นค่าของโครงสร้างและระยะที่วัดได้หน้างาน เช่น นิยามที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไปตามข้อ 1 และระดับ 4 เมตรขึ้นไปที่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาทำงานตามข้อ 9
- สมรรถนะของอุปกรณ์ อายุการใช้งาน และรอบการตรวจละเอียด ผูกไว้กับคู่มือของผู้ผลิตตามข้อ 3 และข้อ 5 มาตรฐานสากลจึงมีผลกับหน่วยงานไทยทางอ้อมผ่านเส้นทางนี้
- อีกเส้นทางหนึ่งคือมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งส่งไปที่ประกาศกรมฯ พ.ศ. 2554 ข้อ 3 ที่ระบุชื่อสถาบันผู้ออกมาตรฐานไว้หลายกลุ่ม รวมถึงสถาบันมาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกำกับว่าต้องเหมาะสมกับชนิดหรือประเภทของงาน
- เอกสารภายในต้องกำกับที่มาของทุกค่า ส่วนการตรวจชิ้นส่วน จุดคล้อง ป้าย และเกณฑ์ปลดใช้ ดูที่ สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 9, 12 และ 15 อ่านฉบับเต็ม
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 5, 8, 22, 53 และ 62 อ่านฉบับเต็ม
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 ข้อ 3 อ่านฉบับเต็ม
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ABCD ระบบกันตก — Anchor, Body, Connector, Descent ครบจบ
ระบบกันตก ABCD คืออะไร — 4 องค์ประกอบ Anchor, Body, Connector, Descent อธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมเกณฑ์กฎหมายไทย 2 ม. และ 4 ม. ตามกฎกระทรวง 2564

Arrest Force และ Free-Fall Distance — แรงกระชากและเกณฑ์ MAF ตาม ANSI Z359.11 เทียบกฎไทย
Arrest Force คือแรงกระชากตอนระบบหยุดการตก MAF ตาม ANSI Z359/OSHA สหรัฐ จำกัดที่ 1,800 ปอนด์ ทำไมห้ามใช้ lanyard เปล่า เทียบกับกฎกระทรวง 2564 ที่กำหนดแค่อุปกรณ์ได้มาตรฐาน

คำนวณ Fall Clearance — ระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ตามวิธี ANSI Z359 เทียบเกณฑ์กฎกระทรวง 2564
Fall Clearance คือระยะดิ่งขั้นต่ำใต้จุดยึดที่ระบบกันตกต้องการเพื่อหยุดร่างก่อนถึงพื้น สูตร ANSI Z359 (สหรัฐ) บวก FFD+DD+HS+HH+SF เทียบเกณฑ์ 2 ม./4 ม. ของกฎกระทรวง 2564