🪜 ที่สูง & นั่งร้าน

สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว ส่วนประกอบ การอ่านป้าย และเกณฑ์เลิกใช้

ส่วนประกอบสายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว หน้าที่ของห่วงแต่ละตำแหน่ง ความต่างจากเข็มขัดพยุงตัว วิธีอ่านป้ายประจำอุปกรณ์ และเกณฑ์เลิกใช้ทันที อิงกฎกระทรวง พ.ศ. 2564

Safety Station 1019 กันยายน 2569อ่าน 29 นาที · 6,449 คำ
สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว ส่วนประกอบ การอ่านป้าย และเกณฑ์เลิกใช้

สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัวเป็นชิ้นส่วนเดียวในระบบกันตกที่อยู่ติดตัวคน เมื่อระบบทำงาน สายรัดตัวคือสิ่งที่รับร่างกายไว้แล้วส่งแรงต่อไปยังเชือกนิรภัยและจุดยึด สายรัดตัวที่เลือกผิดชนิด สวมผิดวิธี หรือหมดสภาพไปแล้ว จะไม่มีใครรู้จนถึงวินาทีที่คนตกจริง

กฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 กำหนดให้นายจ้างจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับสภาพของการทำงาน แต่ตัวบทไม่ได้ระบุเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของสายรัดตัวไว้ จุดที่กฎหมายผูกไว้ตรง ๆ คือ คู่มือของผู้ผลิต และการตรวจสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง

สิ่งที่กฎกระทรวงกำหนด และสิ่งที่ตัวบทไม่ได้ระบุ

ข้อ 4 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 เขียนหน้าที่ของนายจ้างไว้ว่า

นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐาน เหมาะสมกับสภาพของการทำงานในที่สูง ที่ลาดชัน ... และลักษณะของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน เช่น เข็มขัดนิรภัย เชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิต หมวกนิรภัย รองเท้าชนิดหุ้มส้นพื้นยาง หรือถุงมือ และดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์นั้น

ถ้อยคำสำคัญมีสองชุด ชุดแรกคือ "ที่มีมาตรฐาน" ซึ่งตัวบทไม่ได้ขยายต่อว่าเป็นมาตรฐานหมายเลขใดหรือของสถาบันใด ชุดที่สองคือ "เหมาะสมกับสภาพของการทำงาน" และ "ลักษณะของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น" ซึ่งผูกกับงานตรงหน้า ไม่ได้ผูกกับรุ่นสินค้า วรรคสองของข้อเดียวกันยังกำหนดให้จัดทำจุดยึดตรึงเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตไว้กับส่วนของอาคารหรือโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย

ข้อ 5 กำหนดหน้าที่ต่อเนื่องหลังจัดอุปกรณ์มาแล้ว

นายจ้างต้องจัดให้มีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายตามข้อ 3 และอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามข้อ 4 ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด และจัดให้มีการตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

จุดยึดของข้อ 5 คือ "มาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด" ไม่ใช่มาตรฐานกลางฉบับใดฉบับหนึ่ง เส้นทางนี้ต่อกับข้อ 3 ซึ่งกำหนดให้ปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด และหากอุปกรณ์ชิ้นนั้นไม่มีคู่มือ นายจ้างต้องให้วิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ

ประเด็น ตัวบทกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 เขียนไว้อย่างไร
เลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ไม่ระบุ ข้อ 4 ใช้คำว่า "ที่มีมาตรฐาน" เท่านั้น
เกณฑ์ที่ใช้แทน ข้อ 3 คู่มือของผู้ผลิต หรือหนังสือที่วิศวกรจัดทำ · ข้อ 5 ตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง
ความสูงที่เกี่ยวข้อง ข้อ 1 นิยามที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป · ข้อ 9 ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ตลอดเวลาทำงาน
เอกสารที่ต้องเก็บ ข้อ 2 ข้อบังคับและขั้นตอนปฏิบัติงาน · ข้อ 3 คู่มือ · ข้อ 5 หลักฐานการตรวจ · ข้อ 7 เก็บเป็นอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

ในระดับพระราชบัญญัติ มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ตลอดเวลาทำงาน หากลูกจ้างไม่สวมใส่ ให้นายจ้างสั่งให้หยุดการทำงานนั้นจนกว่าจะสวมใส่

เส้นแบ่งจึงชัดเจน กฎหมายไทยกำหนดว่าต้องมีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับงาน ต้องทำตามคู่มือผู้ผลิต และต้องตรวจก่อนใช้ทุกครั้ง

ส่วนประกอบของสายรัดตัวเต็มตัว และหน้าที่ของแต่ละชิ้น

สายรัดตัวหนึ่งชุดประกอบด้วยแถบสายทอ ห่วงโลหะ และหัวเข็มปรับ ประกอบกันเป็นโครงที่โอบลำตัว หลักการออกแบบคือ พาแรงกระแทกออกจากจุดเปราะบาง แล้วกระจายลงหน้าอก สะโพก และต้นขา

ชิ้นส่วน หน้าที่ ผลเมื่อชิ้นนั้นบกพร่อง
สายบ่า พาดไหล่สองข้าง รับแรงจากห่วงหลังลงมา บิดเป็นเกลียวแล้วแรงกดลงแนวแคบจุดเดียว
สายอก ล็อกสายบ่าสองเส้นเข้าหากันที่กลางอก ไม่ล็อกหรือล็อกต่ำ สายบ่าถ่างหลุดพ้นไหล่
สายขา โอบโคนขาสองข้าง รับน้ำหนักตัวหลักขณะห้อย หย่อนแล้วตัวไถลลงในชุด สายรูดกระแทกซอกขา
สายสะโพกและแผ่นรองหลัง คุมห่วงหลังให้อยู่กึ่งกลางสะบัก เลื่อนต่ำแล้วห้อยตัวในท่าหัวคะมำ
หัวเข็มปรับ ปรับความยาวสายให้พอดีตัวและล็อกค้างไว้ ฟันสึกแล้วสายรูดไหลเอง
ห่วงโลหะสามตำแหน่ง จุดต่ออุปกรณ์ตามหน้าที่ของแต่ละห่วง ดูตารางถัดไป เกี่ยวผิดห่วงแล้วแรงเข้าลำตัวคนละแนวกับที่ออกแบบ
ตัวบ่งชี้การรับแรงตก แสดงว่าชุดนี้เคยรับแรงตกมาแล้ว ฉีกเปิดแล้วคือหลักฐานว่าต้องปลดทิ้งทั้งชุด
ป้ายประจำอุปกรณ์ บอกตัวตนของอุปกรณ์และเงื่อนไขการใช้ อ่านไม่ออกแล้วพิสูจน์อายุและประวัติไม่ได้

เส้นทางแรงเดินเป็นลำดับเดียว คือ จุดยึด → เชือกนิรภัย → ห่วงหลัง → สายบ่า → สายสะโพกและสายขา → ร่างกาย ชิ้นใดอ่อนแอ ระบบทั้งชุดอ่อนแอตามชิ้นนั้น ภาพรวมของทั้งระบบดูได้ที่ ระบบกันตก ABCD ส่วนเกณฑ์ของจุดยึดที่ปลายอีกด้าน ดูได้ที่ จุดยึดและการทดสอบติดตั้ง

ห่วงแต่ละตำแหน่งใช้ทำอะไรได้ และใช้ทำอะไรไม่ได้

ตำแหน่งห่วง ใช้ทำอะไรได้ ใช้ทำอะไรไม่ได้
ห่วงหลัง กึ่งกลางระหว่างสะบัก ต่อระบบยับยั้งการตก คือ จุดเกี่ยวเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิต เป็นห่วงหลักของงานกันตก ไม่มีข้อห้าม
ห่วงอก ต่ออุปกรณ์ไต่ขึ้นลงแนวดิ่งหรืองานช่วยเหลือ เฉพาะรุ่นที่คู่มือระบุไว้ ใช้แทนห่วงหลังในงานยับยั้งการตกทั่วไป เมื่อคู่มือไม่ได้ระบุให้ใช้
ห่วงข้างเอวซ้ายและขวา จัดตำแหน่งทำงาน เช่น โอบเสาแล้วเอนตัวทำงานสองมือ ต่อระบบยับยั้งการตก

วิธีตรวจที่ใช้ได้ทันทีหน้างาน คือ ถามตัวเองก่อนเกี่ยวทุกครั้งว่า ถ้าตกในจังหวะนี้ แรงจะเข้าที่ห่วงใด เมื่อคำตอบไม่ใช่ห่วงหลัง ให้หยุดแล้วทบทวนใหม่ ยกเว้นคู่มือของชุดนั้นระบุไว้เป็นอย่างอื่นชัดเจน

ความต่างระหว่างเข็มขัดพยุงตัวกับสายรัดตัวเต็มตัว

เข็มขัดพยุงตัว คือ เข็มขัดคาดเอวเส้นเดียวที่มีห่วงเกี่ยวอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังเอว หน้างานไทยยังหยิบมาใช้แทนสายรัดตัวอยู่บ่อยเพราะใส่ง่ายกว่า ความต่างของสองชิ้นนี้อยู่ที่การกระจายแรง

หัวข้อ เข็มขัดพยุงตัว สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว
จุดรับแรงบนร่างกาย เอวจุดเดียว หน้าอก สะโพก และต้นขา กระจายพร้อมกัน
ท่าหลังหยุด ตัวพับที่เอว ศีรษะห้อยลง ลำตัวตั้ง ศีรษะขึ้น
หน้าที่ที่ทำได้ จำกัดระยะไม่ให้เดินถึงขอบตก และจัดตำแหน่งทำงาน จำกัดระยะ จัดตำแหน่งทำงาน และยับยั้งการตก
หน้าที่ที่ทำไม่ได้ ยับยั้งการตก ไม่มี เมื่อเกี่ยวให้ตรงห่วง

เหตุผลซ้อนกันสามชั้น ชั้นแรก แรงกระแทกทั้งก้อนวิ่งเข้าลำตัวที่แถบสายกว้างไม่กี่นิ้วรอบเอว จุดที่อยู่ใต้แถบสายนั้น คือ อวัยวะภายในช่องท้องและกระดูกสันหลังส่วนเอว ซึ่งไม่มีโครงกระดูกแข็งรองรับแบบสะโพก ชั้นที่สอง เมื่อตัวถูกรั้งที่เอวจุดเดียว ร่างจะพับครึ่งและศีรษะเหวี่ยงลงจนกระแทกโครงสร้างข้างเคียง ชั้นที่สาม ร่างกายส่วนบนไม่มีสายบ่ายึดไว้ คนที่ตกในท่ากลับหัวจึงไถลหลุดออกจากเข็มขัดได้

หลักตัดสินจึงสั้นมาก คือ งานใดที่คนตกได้ ต้องใช้สายรัดตัวแบบเต็มตัวเท่านั้น ส่วนเข็มขัดพยุงตัวเก็บไว้กับงานที่ออกแบบมาให้ไม่มีการตกตั้งแต่แรก

ประเด็นที่สับสนบ่อยคือถ้อยคำในตัวบท กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ใช้คำรวมว่า "เข็มขัดนิรภัย" ทั้งในข้อ 4 ข้อ 9 ข้อ 15 ข้อ 22 และข้อ 23 คำรวมนี้ไม่ได้แปลว่าเข็มขัดคาดเอวใช้แทนกันได้ทุกงาน เพราะข้อ 4 กำกับไว้ว่าอุปกรณ์ต้องเหมาะสมกับลักษณะของอันตราย เมื่ออันตรายคือการตกจากที่สูง อุปกรณ์ที่เหมาะสมย่อมเป็นชนิดที่หยุดการตกได้โดยไม่ทำให้ผู้ใช้บาดเจ็บซ้ำ

มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตอ้างถึง และสถานะตามกฎหมายไทย

ป้ายบนสายรัดตัวที่ขายในประเทศไทยมักพิมพ์ชื่อชุดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศไว้ ชุดที่พบบ่อยคือ ANSI Z359 ของสหรัฐอเมริกา และชุดมาตรฐาน EN ของยุโรป โดยเลขเฉพาะของสายรัดตัวเต็มตัวอยู่ที่ EN 361 ข้อกำหนดภายในมาตรฐานเหล่านี้มีลิขสิทธิ์ บทนี้จึงอ้างเพียงชื่อชุดให้เทียบกับป้ายบนอุปกรณ์ได้

ค่าอ้างอิงสากล ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย กฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 ไม่ได้อ้างถึงมาตรฐานหมายเลขใดไว้ในตัวบท พนักงานตรวจความปลอดภัยจึงใช้ถ้อยคำในกฎกระทรวงเป็นเกณฑ์

ข้อกำหนดของมาตรฐานสากลยังผูกพันหน่วยงานไทยได้ แต่ผูกพันทางอ้อม เส้นทางคือ ผู้ผลิตทดสอบสินค้าตามมาตรฐานที่ตนอ้าง แล้วเขียนเงื่อนไขการใช้งานและอายุการใช้งานลงในคู่มือ จากนั้นข้อ 3 และข้อ 5 กำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามคู่มือนั้น ฐานทางกฎหมายจึงมาจากตัวบทไทย

เมื่อเขียนเอกสารภายใน ให้แยกให้เห็นว่าเกณฑ์ใดมาจากกฎกระทรวง เกณฑ์ใดมาจากคู่มือผู้ผลิต และเกณฑ์ใดเป็นนโยบายภายในที่เข้มกว่ากฎหมาย ส่วนการกำหนดให้จัดซื้อเฉพาะสินค้าที่อ้างมาตรฐานชุดใด ทำได้ในฐานะข้อกำหนดการจัดซื้อของหน่วยงานเอง

วิธีอ่านป้ายบนตัวสายรัด

ป้ายประจำอุปกรณ์มักเย็บติดไว้ใต้แผ่นปิดกันน้ำบริเวณสายบ่าหรือสายเอว บางรุ่นซ้อนกันหลายแผ่นแบบพลิกอ่านทีละหน้า ป้ายคือเอกสารประจำตัวของอุปกรณ์ชิ้นนั้น และเป็นสิ่งเดียวที่พิสูจน์อายุและประวัติได้ในภายหลัง

ข้อมูลบนป้าย ใช้ทำอะไร
ชื่อผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย ตามหาคู่มือฉบับจริง และติดต่อเมื่อมีประกาศเรียกคืน
รุ่นและแบบของอุปกรณ์ เทียบกับคู่มือให้ตรงรุ่น เพราะเงื่อนไขห่วงอกต่างกันตามรุ่น
หมายเลขประจำชิ้น ผูกกับทะเบียนอุปกรณ์ ผลการตรวจ และประวัติของชิ้น
วันที่ผลิต หรือรหัสรุ่นการผลิต เป็นจุดตั้งต้นนับอายุการใช้งานตามที่คู่มือกำหนด
ชุดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่อ้างถึง ตรวจว่าสินค้าตรงกับข้อกำหนดการจัดซื้อของหน่วยงาน
พิกัดน้ำหนักผู้ใช้รวมอุปกรณ์ ตรวจว่าน้ำหนักผู้ใช้บวกเครื่องมืออยู่ในช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด

การอ่านป้ายให้ได้ประโยชน์จริงมีสามขั้น ขั้นแรก อ่านรุ่นและหมายเลขประจำชิ้น แล้วเทียบกับทะเบียนอุปกรณ์ ขั้นที่สอง อ่านวันที่ผลิตหรือวันเริ่มใช้ แล้วเทียบกับอายุที่คู่มือของรุ่นนั้นกำหนด ขั้นที่สาม อ่านพิกัดน้ำหนักผู้ใช้ แล้วเทียบกับน้ำหนักผู้สวมบวกเครื่องมือที่พกขึ้นไปจริง จุดนี้ตกหล่นบ่อยในงานที่ช่างพกกระเป๋าเครื่องมือหนักติดเอว

ป้ายที่ซีดจนอ่านไม่ออก ขาดหาย หรือถูกตัดออก ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนั้นระบุตัวตนไม่ได้ จึงตรวจสอบประวัติและอายุไม่ได้ ต้องปลดออกจากระบบ แม้เนื้อสายยังดูดี ส่วนการเขียนชื่อผู้ใช้บนแถบสายด้วยปากกาเคมี คู่มือผู้ผลิตส่วนใหญ่ห้ามไว้ เพราะตัวทำละลายในหมึกทำให้เส้นใยเสื่อม ให้ใช้ป้ายห้อยแทน

เกณฑ์ตัดสินว่าเมื่อไรต้องเลิกใช้ทันที

ข้อ 5 กำหนดให้ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง การตรวจจบลงด้วยคำตัดสินสองทาง คือ ใช้ต่อได้ หรือ ปลดออกจากระบบ ไม่มีทางที่สามแบบใช้ไปก่อนแล้วค่อยดูอาการ รายการต่อไปนี้เจอแล้วตัดสินได้ทันที

  1. เคยรับแรงตกจริงมาแล้ว ปลดทิ้งทั้งชุด ทั้งสายรัดตัว เชือกนิรภัย และตัวเชื่อมต่อ แม้ตาเปล่าดูปกติ เพราะเส้นใยรับแรงเกินขีดไปแล้ว
  2. ตัวบ่งชี้การรับแรงตกฉีกเปิด หรือซองตัวลดแรงกระชากฉีกออก ถือเป็นหลักฐานตามข้อ 1 ปลดทิ้งทันที
  3. แถบสายมีรอยตัด ขาดวิ่น เปื่อยยุ่ย รอยไหม้ หรือเนื้อสายแข็งกระด้าง และตะเข็บเย็บแตกหรือด้ายหลุด โดยเฉพาะที่โคนห่วงหลังและจุดต่อสายขา ปลดทิ้ง
  4. ห่วงโลหะบิดเบี้ยว ร้าว สึกเป็นร่อง สนิมกินลึก หรือหัวเข็มปรับที่สายรูดไหลผ่านได้เอง ปลดทิ้ง
  5. ป้ายประจำอุปกรณ์อ่านไม่ออก หรืออายุการใช้งานเกินที่คู่มือของรุ่นนั้นกำหนด ปลดออกจากระบบ

อาการอีกกลุ่มยังไม่ถึงขั้นตัดสินเองได้ เช่น สีของสายซีดจางเป็นหย่อมจากแดดหรือสารเคมี กลุ่มนี้ให้หยุดใช้ก่อน ติดป้ายห้ามใช้ แล้วส่งให้ผู้ที่หน่วยงานมอบหมายตัดสินตามคู่มือ การปลดทิ้งต้องทำให้อุปกรณ์ใช้ต่อไม่ได้จริง คือ ตัดแถบสายให้ขาดก่อนนำไปทิ้ง พร้อมตัดชื่อออกจากทะเบียน รายละเอียดจุดตรวจรายชิ้นและเกณฑ์อายุการใช้งาน อ่านต่อได้ที่ ตรวจและดูแลอุปกรณ์กันตกก่อนใช้งาน

เมื่อไรสายรัดตัวจึงช่วยไม่ได้

  • เกี่ยวเชือกนิรภัยที่ห่วงข้างเอวเพราะเอื้อมถึงง่ายกว่า ห่วงข้างเอวมีไว้จัดตำแหน่งการทำงาน เมื่อตกจริงแรงจะพับตัวที่เอวแทนที่จะกระจายผ่านสายบ่า
  • สายขาหย่อนเพราะรัดแน่นแล้วอึดอัด เกณฑ์ที่จำง่ายคือสอดฝ่ามือแบนเข้าใต้สายได้พอดี
  • ห่วงหลังเลื่อนลงมาอยู่กลางหลังส่วนล่าง ทำให้ห้อยตัวในท่าหัวคะมำ จุดนี้เจ้าตัวมองไม่เห็นเอง ต้องให้เพื่อนร่วมงานตรวจก่อนขึ้น
  • เก็บสายรัดตัวไว้ท้ายกระบะ ตากแดด ตากฝน คลุกน้ำมันเครื่อง และถูกของหนักทับ อุปกรณ์ที่เก็บแบบนี้เสื่อมเร็วกว่าอายุที่ผู้ผลิตกำหนด
  • ใช้สายรัดตัวโดยยังไม่มีแผนช่วยเหลือ และไม่คิดที่ว่างใต้เท้า ดูต่อที่ ช่วยผู้ค้างที่สูงและภาวะห้อยแขวน และ คำนวณระยะดิ่งปลอดภัยใต้จุดยึด

เช็กลิสต์ก่อนสวม

  1. อ่านป้ายให้ครบ ชื่อผู้ผลิต รุ่น หมายเลขประจำชิ้น วันที่ผลิต และพิกัดน้ำหนักผู้ใช้
  2. เทียบหมายเลขประจำชิ้นกับทะเบียนอุปกรณ์ ดูผลตรวจครั้งล่าสุด และเปิดคู่มือของรุ่นนั้นดูว่าห่วงอกใช้ทำอะไรได้
  3. จับห่วงหลังยกชุดขึ้นให้สายห้อยคลี่ แล้วสางสายที่พันกันออก
  4. รูดมือไปตามแถบสายทุกเส้นทีละช่วง หารอยตัด รอยไหม้ จุดแข็งกระด้าง และตะเข็บที่แตก
  5. ตรวจห่วงโลหะว่าไม่บิด ไม่ร้าว ไม่สึกเป็นร่อง หัวเข็มปรับล็อกสนิท และตัวบ่งชี้การรับแรงตกยังไม่ฉีกเปิด
  6. สวมให้สายบ่าไม่บิด ล็อกสายอกที่ระดับกลางอก และล็อกสายขาทั้งสองข้างให้สนิท
  7. ปรับกระชับทุกจุดจนสอดฝ่ามือแบนเข้าใต้สายได้พอดี แล้วเก็บปลายสายส่วนเกิน
  8. ให้เพื่อนร่วมงานตรวจว่าห่วงหลังอยู่กึ่งกลางระหว่างสะบัก และสายทุกเส้นล็อกครบ
  9. ยืนยันว่าเกี่ยวที่ห่วงหลัง จุดยึดมั่นคงตามข้อ 4 และมีแผนช่วยเหลือพร้อมใช้
  10. เลิกงานแล้วทำความสะอาดตามคู่มือ แขวนเก็บในที่ร่ม แห้ง พ้นแดด สารเคมี และของมีคม
  11. บันทึกผลการตรวจลงทะเบียน ชุดที่ตัดสินว่าปลดทิ้งให้ตัดสายให้ใช้ไม่ได้แล้วตัดชื่อออกจากทะเบียนทันที

คำถามที่พบบ่อย

กฎหมายไทยกำหนดให้ใช้สายรัดตัวที่ผ่านมาตรฐานหมายเลขใด กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ไม่ได้ระบุหมายเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไว้ในตัวบท ข้อ 4 ใช้ถ้อยคำว่าอุปกรณ์ต้อง "มีมาตรฐาน" และ "เหมาะสมกับสภาพของการทำงาน" ส่วนเกณฑ์ที่ผูกเป็นรูปธรรมอยู่ที่ข้อ 3 คู่มือของผู้ผลิต และข้อ 5 การตรวจสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง

อุปกรณ์ไม่มีคู่มือจากผู้ผลิต ต้องทำอย่างไร ข้อ 3 กำหนดว่าหากไม่มีรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน นายจ้างต้องให้วิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ ในทางปฏิบัติ อุปกรณ์ที่ไม่มีทั้งคู่มือและป้ายระบุตัวตน มักคุ้มค่ากว่าที่จะเปลี่ยนใหม่

สายรัดตัวที่ยังไม่เคยใช้ เก็บไว้ในคลังหลายปี ยังใช้ได้หรือไม่ อุปกรณ์ประเภทสิ่งทอมีอายุการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในคู่มือ บางรายนับจากวันผลิต บางรายนับจากวันเริ่มใช้ จำนวนปีจึงเป็นเงื่อนไขของผู้ผลิตแต่ละราย ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด

บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน

กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ออกตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 53

โทษเป็นผลปลายทาง ส่วนเหตุผลที่ควรทำให้ครบตั้งแต่ต้นอยู่ใกล้ตัวกว่านั้น สายรัดตัวหนึ่งชุดราคาเท่ากับค่าแรงไม่กี่วัน และการตรวจใช้เวลาสองถึงสามนาทีต่อชุด

สรุป

  • ข้อ 4 ของกฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 กำหนดให้จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับสภาพงาน โดยไม่ได้ระบุเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไว้ เกณฑ์ที่ผูกเป็นรูปธรรมอยู่ที่ข้อ 3 คู่มือผู้ผลิต และข้อ 5 การตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • ห่วงบนสายรัดตัวใช้แทนกันไม่ได้ ห่วงหลังสำหรับยับยั้งการตก ห่วงอกสำหรับไต่แนวดิ่งตามที่คู่มือระบุ ห่วงข้างเอวสำหรับจัดตำแหน่งการทำงานเท่านั้น
  • เข็มขัดพยุงตัวยับยั้งการตกไม่ได้ เพราะรับแรงที่เอวจุดเดียว ทำให้ตัวพับ ศีรษะเหวี่ยงลง และไถลหลุดออกจากเข็มขัดได้ งานที่คนตกได้ต้องใช้สายรัดตัวแบบเต็มตัว
  • ชื่อชุดมาตรฐานที่พิมพ์บนป้ายเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศ ผูกพันหน่วยงานไทยทางอ้อมผ่านคู่มือผู้ผลิตตามข้อ 3 และข้อ 5
  • ป้ายอ่านไม่ออก ร่องรอยรับแรงตก ตะเข็บแตก สายขาดหรือไหม้ ห่วงเสียรูป หรือสายรูดไหลเอง ล้วนเป็นเหตุปลดใช้ ส่วนข้อกำหนดจัดซื้อทั้งระบบดูที่ ชุดมาตรฐานระบบป้องกันการตก

อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 9, 15, 22 และ 23 อ่านฉบับเต็ม
  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 5, 8, 22 และ 53 อ่านฉบับเต็ม

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ที่สูงและนั่งร้าน? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

Arrest Force และ Free-Fall Distance — แรงกระชากและเกณฑ์ MAF ตาม ANSI Z359.11 เทียบกฎไทย
ที่สูง

Arrest Force และ Free-Fall Distance — แรงกระชากและเกณฑ์ MAF ตาม ANSI Z359.11 เทียบกฎไทย

Arrest Force คือแรงกระชากตอนระบบหยุดการตก MAF ตาม ANSI Z359/OSHA สหรัฐ จำกัดที่ 1,800 ปอนด์ ทำไมห้ามใช้ lanyard เปล่า เทียบกับกฎกระทรวง 2564 ที่กำหนดแค่อุปกรณ์ได้มาตรฐาน

11 มิ.ย. 2569อ่าน 15 นาที
คำนวณ Fall Clearance — ระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ตามวิธี ANSI Z359 เทียบเกณฑ์กฎกระทรวง 2564
ที่สูง

คำนวณ Fall Clearance — ระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ตามวิธี ANSI Z359 เทียบเกณฑ์กฎกระทรวง 2564

Fall Clearance คือระยะดิ่งขั้นต่ำใต้จุดยึดที่ระบบกันตกต้องการเพื่อหยุดร่างก่อนถึงพื้น สูตร ANSI Z359 (สหรัฐ) บวก FFD+DD+HS+HH+SF เทียบเกณฑ์ 2 ม./4 ม. ของกฎกระทรวง 2564

14 มิ.ย. 2569อ่าน 17 นาที