🪜 ที่สูง & นั่งร้าน

คำนวณ Fall Clearance — ระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ตามวิธี ANSI Z359 เทียบเกณฑ์กฎกระทรวง 2564

Fall Clearance คือระยะดิ่งขั้นต่ำใต้จุดยึดที่ระบบกันตกต้องการเพื่อหยุดร่างก่อนถึงพื้น สูตร ANSI Z359 (สหรัฐ) บวก FFD+DD+HS+HH+SF เทียบเกณฑ์ 2 ม./4 ม. ของกฎกระทรวง 2564

Safety Station 10114 มิถุนายน 2569อ่าน 17 นาที · 3,841 คำ
คำนวณ Fall Clearance — ระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ตามวิธี ANSI Z359 เทียบเกณฑ์กฎกระทรวง 2564

Harness ราคาหลักหมื่น Lanyard ผ่านมาตรฐานครบ จุดยึดแข็งแรงทุกอย่าง แต่คนงานยังกระแทกพื้นทั้งที่ระบบกันตกทำงานถูกต้องทุกขั้น คำถามที่ จป.วิชาชีพต้องตอบให้ได้ก่อนปล่อยให้ใครขึ้นไปทำงานที่สูงคือ "ใต้เท้าคนงานมีที่ว่างพอให้ระบบหยุดเขาก่อนถึงพื้นหรือเปล่า" นี่คือเรื่องของ Fall Clearance หรือระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ซึ่งเป็นจุดที่ระบบกันตกที่ดีที่สุดก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าระยะไม่พอ

ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ กฎหมายไทยไม่มีสูตรคำนวณ Fall Clearance — มีแค่เกณฑ์ "เมื่อไหร่ต้องใช้ระบบกันตก" สูตรที่ใช้กันในงานจริงมาจากมาตรฐาน ANSI Z359 ของสหรัฐ การแยกให้ออกว่าตัวเลขไหนเป็นกฎหมายไทย ตัวเลขไหนเป็นมาตรฐานสากล คือหัวใจของบทนี้

Fall Clearance คืออะไร

Fall Clearance (บางตำราเรียก Required Clearance หรือ Required Fall Clearance) คือ ระยะดิ่งขั้นต่ำที่ต้องมี "ว่าง" นับจากใต้เท้าผู้ปฏิบัติงานลงไปถึงพื้นหรือสิ่งกีดขวางที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้ระบบกันตกหยุดร่างของผู้ตกได้ก่อนกระแทก

พูดให้เห็นภาพคือ ตอนคนตก ร่างจะดิ่งลงไประยะหนึ่งก่อนที่ระบบจะดึงรั้งจนหยุดสนิท ระยะที่ร่างดิ่งลงไปทั้งหมดนั้นต้องน้อยกว่าระยะว่างใต้เท้า ไม่อย่างนั้นเขาจะถึงพื้นก่อนที่ระบบจะทำงานครบกระบวนการ

Fall Clearance ไม่ใช่ตัวแปรเดี่ยว แต่เป็นผลรวมของทั้งระบบกันตก — Anchor, Body, Connector, Descent ทำงานสัมพันธ์กัน เปลี่ยนตัวใดตัวหนึ่งตัวเลข Clearance ก็เปลี่ยน อ่านภาพรวมว่าทั้งสี่ตัวประกอบกันอย่างไรได้ที่ ระบบกันตก ABCD

หลายคนเข้าใจผิดว่า "มี Harness แล้วปลอดภัย" ทั้งที่ในความจริง Harness เป็นแค่หนึ่งตัวแปร ถ้าจุดยึดอยู่ต่ำและระยะใต้เท้าไม่พอ Harness ที่ดีที่สุดก็ไม่ได้ช่วยให้รอด

กฎหมายไทยว่าอย่างไร

ก่อนเข้าเรื่องสูตร ต้องวางกรอบกฎหมายไทยให้ชัดก่อน เพราะเป็นจุดที่อ้างผิดกันบ่อย

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชันฯ พ.ศ. 2564 นิยาม "ทำงานในที่สูง" ไว้ในข้อ 1 ว่า การทำงานในพื้นที่ปฏิบัติงานที่สูงจากพื้นดิน หรือจากพื้นอาคาร ตั้งแต่สองเมตรขึ้นไป ซึ่งลูกจ้างอาจพลัดตกลงมาได้

หมายความว่า ทันทีที่ทำงานเหนือ 2 เมตร นายจ้างเข้าข่ายต้องใช้มาตรการความปลอดภัยตามกฎกระทรวงฉบับนี้ และ Fall Clearance คือเรื่องที่ต้องคิดทุกครั้งที่ทำงานเหนือระดับนี้

ส่วนเกณฑ์ "เมื่อไหร่ต้องใช้ระบบกันตก" อยู่ที่ข้อ 9 — ในกรณีที่ให้ลูกจ้างทำงานในที่สูงตั้งแต่สี่เมตรขึ้นไป นอกจากต้องจัดราวกั้น รั้วกันตก ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นแล้ว ยังต้องจัดให้มีการใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ตลอดระยะเวลาการทำงาน

และข้อ 4 กำหนดว่า ในกรณีที่ให้ลูกจ้างใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิต นายจ้างต้องจัดทำจุดยึดตรึงเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตไว้กับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคาร หรือโครงสร้างอื่นใด ที่มีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยต่อการใช้งาน

จุดสำคัญที่ จป. ต้องจำให้แม่น — กฎกระทรวง 2564 บอกแค่ว่า "ต้องใช้ระบบกันตกที่ 4 เมตร" (ข้อ 9) และ "จุดยึดต้องมั่นคงแข็งแรง" (ข้อ 4) แต่ ไม่มีสูตรหรือตัวเลข Fall Clearance อยู่ในกฎหมายไทยเลย ใครเขียนเอกสารว่า "กฎหมายกำหนดให้มี Clearance 18 ฟุต" คืออ้างผิด เพราะตัวเลขนั้นไม่ได้อยู่ในกฎหมายไทย

แล้วช่องว่างนี้เติมด้วยอะไร — ข้อ 3 เปิดทางไว้ คือกำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มี ต้องให้วิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ

นี่คือช่องทางที่ค่าทางวิศวกรรม รวมถึงวิธีคำนวณ Fall Clearance ตาม ANSI/คู่มือผู้ผลิต เข้ามาเป็น engineering best practice ที่กฎหมายไทยรับรองโดยอ้อม

อ่านกฎกระทรวงฉบับเต็มได้ที่ กฎกระทรวงงานที่สูง พ.ศ. 2564 ฉบับเต็ม

สูตรคำนวณ Fall Clearance ตาม ANSI Z359 (มาตรฐานสหรัฐ)

อินโฟกราฟิกแนวตั้งแสดงการซ้อนชั้นระยะของ Fall Clearance เป็นแถบสี 5 ช่วง คือ Free Fall, Deceleration, Harness Stretch, ระยะ D-ring ถึงเท้า และ Safety Factor นับจากจุดยึดเหนือศีรษะลงไปถึงเส้นพื้น

ตัวเลขในส่วนนี้ทั้งหมดมาจากมาตรฐาน ANSI Z359 ของสหรัฐ ไม่ใช่กฎหมายไทย ขอย้ำให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะถ้าเอาตัวเลขพวกนี้ไปอ้างว่าเป็นเกณฑ์บังคับของกรมสวัสดิการฯ จะกลายเป็นการอ้างกฎหมายผิด

วิธีของ ANSI Z359 มองว่า Required Clearance เป็นผลบวกของระยะย่อยหลายส่วน ดังนี้

Required Clearance = FFD + DD + HS + HH + SF

โดยที่

  • FFD (Free Fall Distance) — ระยะตกอิสระก่อนที่ระบบจะเริ่มหน่วง ขึ้นกับความยาว Lanyard และตำแหน่งจุดยึดเทียบกับ D-ring บนหลัง
  • DD (Deceleration Distance) — ระยะที่ Energy Absorber ฉีก/ยืดตัวเพื่อหน่วงการตก
  • HS (Harness Stretch) — ระยะที่สายรัด Harness ยืดออกตอนรับแรง
  • HH (Height of worker below D-ring) — ระยะจากตำแหน่ง D-ring บนหลังลงมาถึงปลายเท้า เพราะ D-ring คือจุดที่ระบบดึงรั้ง แต่สิ่งที่กระแทกพื้นคือเท้า
  • SF (Safety Factor) — ระยะเผื่อความปลอดภัย กันค่าคลาดเคลื่อนและการแกว่งของร่าง

ค่าอ้างอิงของแต่ละตัวแปร (เกณฑ์ ANSI/สหรัฐ)

ค่าต่อไปนี้เป็นค่าอ้างอิงตามมาตรฐาน ANSI Z359 ของสหรัฐ ทุกค่าให้หน่วยเป็นทั้งฟุตและเมตร เพื่อให้เทียบกับ 2 ม./4 ม. ของกฎหมายไทยได้สะดวก

ตัวแปร ค่าอ้างอิง ANSI Z359 (สหรัฐ)
Free Fall Distance สูงสุด (shock-absorbing lanyard) 6 ฟุต (1.8 ม.)
Deceleration Distance สูงสุด 3.5 ฟุต / 48 นิ้ว (ราว 1.1 ม.)
Harness Stretch (ตาม Z359.11) ราว 1.5 ฟุต / 18 นิ้ว (ราว 0.45 ม.)
Safety Factor ที่แนะนำ 2 - 3 ฟุต (0.6 - 0.9 ม.)

ค่าจริงของอุปกรณ์แต่ละรุ่นต้องดูจากฉลากและคู่มือผู้ผลิต ตัวเลขในตารางเป็นเพดาน/ค่าอ้างอิงของมาตรฐาน ไม่ใช่ค่าเฉพาะของอุปกรณ์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ใครออกแบบระบบจริงต้องเอาค่าจากฉลากอุปกรณ์ที่ใช้จริงมาแทนค่า

ตัวอย่างคำนวณ (โจทย์สมมติด้วยค่าตาม ANSI)

ตัวอย่างนี้เป็นโจทย์สมมติเพื่อสาธิตตรรกะการบวกระยะ ใช้ค่าอ้างอิงตาม ANSI Z359 ไม่ใช่เกณฑ์บังคับของกฎหมายไทย และไม่ใช่ค่าเฉพาะของอุปกรณ์ยี่ห้อใด

โจทย์: ผู้ปฏิบัติงานใช้ shock-absorbing lanyard ยาว 6 ฟุต คล้องกับ dorsal D-ring บนหลัง โดยจุดยึดอยู่เหนือศีรษะ (overhead anchor)

ขั้นตอนการบวกระยะ

  • FFD (free fall) = 6 ฟุต
  • DD (deceleration) = 3.5 ฟุต
  • HS (harness stretch) = 1.5 ฟุต
  • HH (D-ring ถึงเท้า ค่าสมมติเพื่อสาธิต) = 5 ฟุต
  • SF (safety factor) = 3 ฟุต

รวม = 6 + 3.5 + 1.5 + 5 + 3 = 19 ฟุต (ราว 5.8 ม.)

ผลลัพธ์บอกว่า ในเงื่อนไขสมมตินี้ ต้องมีระยะว่างใต้เท้าราว 18 - 19 ฟุต ระบบจึงจะหยุดร่างได้ทันก่อนถึงพื้น ถ้าระยะใต้เท้ามีแค่ 15 ฟุต คนงานจะกระแทกพื้นทั้งที่อุปกรณ์ทุกชิ้นทำงานถูกต้อง — นี่คือเหตุผลว่าทำไม Clearance ถึงเป็นตัวแปรที่ห้ามมองข้าม

ค่า HH สมมติที่ 5 ฟุตในตัวอย่างนี้ ในงานจริงต้องวัดจากตัวคนงานจริง คนตัวสูงค่านี้มากขึ้น Clearance ที่ต้องการก็เพิ่มตาม

ตำแหน่งจุดยึดเปลี่ยนตัวเลขได้มหาศาล

ไดอะแกรมไอโซเมตริกเปรียบเทียบจุดยึดเหนือศีรษะที่ทำให้ระยะตกอิสระสั้นและต้องการ clearance น้อย กับจุดยึดระดับเท้าที่ทำให้ระยะตกอิสระยาวและต้องการ clearance มากกว่า

ตัวแปรเดียวที่เปลี่ยนผลลัพธ์ได้มากที่สุดคือ ตำแหน่งจุดยึดเทียบกับ D-ring บนหลัง เพราะมันกระทบ Free Fall Distance โดยตรง

  • จุดยึดเหนือศีรษะ (overhead) — Free Fall สั้น เพราะระบบเริ่มรั้งเกือบทันทีที่เริ่มตก ต้องการ Clearance น้อยกว่า
  • จุดยึดระดับเท้า (foot-level / D-ring สูงกว่า anchor) — Free Fall ยาวขึ้นมาก เพราะร่างต้องตกผ่านระยะ Lanyard ทั้งเส้นแล้วยังเลยจุดยึดลงไปอีก ก่อนระบบจะเริ่มรั้ง ต้องการ Clearance มากกว่ามาก

นี่คือเหตุผลทางวิศวกรรมว่าทำไมควรยึดสูงเสมอเมื่อทำได้ และโยงกลับไปที่ข้อ 4 ของกฎกระทรวง 2564 ที่บังคับให้จุดยึดต้องมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย — เพราะจุดยึดที่อยู่ผิดตำแหน่งหรือไม่แข็งแรงพอ ทำให้ทั้งระบบพังได้

รายละเอียดเรื่องจุดยึดต้องรับแรงเท่าไร ติดตั้งและทดสอบอย่างไร อ่านได้ที่ Anchor Point และเกณฑ์ 5,000 ปอนด์

ทำไม SRL ช่วยลด Clearance ได้

อีกวิธีลด Required Clearance คือเปลี่ยนจาก shock-absorbing lanyard มาใช้ SRL (Self-Retracting Lifeline)

SRL ทำงานคล้ายเข็มขัดนิรภัยรถยนต์ — ดึงช้า ๆ สายคลายตาม แต่พอกระตุกแรง (เช่นตอนคนตก) ตัวล็อกจะหยุดสายแทบทันที ผลคือ SRL จำกัด Free Fall ให้สั้นมาก เมื่อ Free Fall สั้น Required Clearance ก็ต่ำลงตามไปด้วย จึงเหมาะกับงานที่มีระยะใต้เท้าจำกัด เช่น ทำงานบนแพลตฟอร์มที่อยู่ไม่สูงมากจากพื้น

ในทางกลับกัน lanyard ยาว 6 ฟุตกับจุดยึดต่ำ คือสูตรที่ต้องการ Clearance มากที่สุด ถ้าระยะใต้เท้าไม่พอ การเลือกอุปกรณ์ผิดประเภทคือสาเหตุที่ทำให้คนกระแทกพื้นทั้งที่ "มีระบบกันตกแล้ว"

ขั้นตอนตรวจ Fall Clearance ก่อนปล่อยงาน

นำหลักข้างบนมาเป็นลำดับปฏิบัติก่อนปล่อยให้ทีมขึ้นทำงานที่สูง

  1. วัดระยะดิ่งจริง จากตำแหน่งจุดยึดลงไปถึงพื้นหรือสิ่งกีดขวางที่ใกล้ที่สุด
  2. ดูค่าจากฉลาก/คู่มือผู้ผลิต ของ Lanyard หรือ SRL ที่จะใช้ — เอาค่า Free Fall และ Deceleration ที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ใช่เดาเอง
  3. บวกระยะตามวิธี ANSI (FFD + DD + HS + HH + SF) ออกมาเป็น Required Clearance
  4. เทียบ Required Clearance กับระยะดิ่งจริงที่วัดได้ — ถ้าระยะจริงน้อยกว่า ห้ามใช้อุปกรณ์ชุดนั้น
  5. ถ้าระยะไม่พอ เปลี่ยนเป็น SRL ย้ายจุดยึดให้สูงขึ้น หรือเลือกวิธีป้องกันการตกแบบอื่น เช่น ราวกั้น/ตาข่ายตามข้อ 9
  6. บันทึกเป็นหนังสือ ตามแนวข้อ 3 — ถ้าไม่มีคู่มือผู้ผลิต ให้วิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตรับรอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: กฎหมายไทยกำหนด Fall Clearance ไว้กี่ฟุต ไม่มี กฎกระทรวง 2564 ไม่ได้กำหนดตัวเลข Fall Clearance ไว้เลย กำหนดแค่ว่าต้องใช้ระบบกันตกที่ความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป (ข้อ 9) และจุดยึดต้องมั่นคงแข็งแรง (ข้อ 4) ส่วนตัวเลข Clearance ใช้ตามมาตรฐาน ANSI หรือคู่มือผู้ผลิตในฐานะ engineering best practice ที่ข้อ 3 เปิดทางไว้

ถาม: ตัวเลข 6 ฟุต Free Fall เป็นกฎหมายไทยหรือไม่ ไม่ใช่ เป็นเพดาน Free Fall ตามมาตรฐาน ANSI Z359 ของสหรัฐ สำหรับ shock-absorbing lanyard กฎหมายไทยไม่ได้ระบุตัวเลขนี้

ถาม: ทำงานสูง 3 เมตร ต้องคิด Fall Clearance ไหม ที่ความสูง 3 เมตร เกิน 2 เมตรแล้วจึงเข้านิยาม "ทำงานในที่สูง" ตามข้อ 1 ต้องมีมาตรการความปลอดภัย แม้กฎหมายจะบังคับ "ใช้ระบบกันตก" ที่ 4 เมตรขึ้นไป (ข้อ 9) แต่ถ้าเลือกใช้ระบบกันตกที่ระดับนี้ ต้องระวังว่าระยะใต้เท้าอาจไม่พอให้ lanyard 6 ฟุตหยุดทัน กรณีระยะจำกัดแบบนี้ SRL หรือราวกั้น/ตาข่ายมักเหมาะกว่า

ถาม: จุดยึดอยู่ระดับเท้าใช้ได้ไหม ใช้ได้แต่ต้องการ Clearance มากกว่าจุดยึดเหนือศีรษะมาก เพราะ Free Fall ยาวขึ้น และอุปกรณ์ที่ใช้ต้องระบุชัดว่ารองรับ foot-level tie-off ได้ ไม่ใช่ lanyard ทุกชนิดออกแบบมาให้ยึดต่ำกว่า D-ring ได้

สรุป

  • Fall Clearance คือระยะว่างขั้นต่ำใต้เท้าผู้ปฏิบัติงาน ที่ต้องมากกว่าระยะที่ร่างดิ่งลงทั้งหมดก่อนระบบหยุด ไม่ว่า Harness จะดีแค่ไหน ถ้าระยะไม่พอก็กระแทกพื้น
  • สูตร Required Clearance = FFD + DD + HS + HH + SF เป็นวิธีของมาตรฐาน ANSI Z359 ของสหรัฐ ไม่ใช่กฎหมายไทย
  • กฎกระทรวง 2564 ของไทยกำหนดแค่ "ใช้ระบบกันตกที่ 4 เมตรขึ้นไป" (ข้อ 9) และ "จุดยึดมั่นคงแข็งแรง" (ข้อ 4) ไม่มีสูตร Fall Clearance — ค่าทางวิศวกรรมเข้ามาผ่านคู่มือผู้ผลิต/วิศวกรรับรองตามข้อ 3
  • ตำแหน่งจุดยึดคือตัวแปรที่เปลี่ยนผลลัพธ์มากที่สุด ยึดเหนือศีรษะต้องการ Clearance น้อยกว่ายึดระดับเท้า
  • ระยะใต้เท้าจำกัดให้พิจารณา SRL ซึ่งจำกัด Free Fall ได้สั้นกว่า lanyard ทำให้ Clearance ที่ต้องการต่ำลง

อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงงานที่สูง พ.ศ. 2564 ฉบับเต็ม — ข้อ 1 (นิยามที่สูง 2 ม.), ข้อ 3 (คู่มือผู้ผลิต/วิศวกร), ข้อ 4 (จุดยึด), ข้อ 9 (4 ม. ต้องใช้ระบบกันตก)
  • มาตรฐาน ANSI Z359 (Fall Protection Code, สหรัฐอเมริกา) — สูตร Required Clearance และเพดาน Free Fall / Deceleration Distance (มาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย)

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ที่สูงและนั่งร้าน? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

Arrest Force และ Free-Fall Distance — แรงกระชากและเกณฑ์ MAF ตาม ANSI Z359.11 เทียบกฎไทย
ที่สูง

Arrest Force และ Free-Fall Distance — แรงกระชากและเกณฑ์ MAF ตาม ANSI Z359.11 เทียบกฎไทย

Arrest Force คือแรงกระชากตอนระบบหยุดการตก MAF ตาม ANSI Z359/OSHA สหรัฐ จำกัดที่ 1,800 ปอนด์ ทำไมห้ามใช้ lanyard เปล่า เทียบกับกฎกระทรวง 2564 ที่กำหนดแค่อุปกรณ์ได้มาตรฐาน

11 มิ.ย. 2569อ่าน 15 นาที
สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว ส่วนประกอบ การอ่านป้าย และเกณฑ์เลิกใช้
ที่สูง

สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว ส่วนประกอบ การอ่านป้าย และเกณฑ์เลิกใช้

ส่วนประกอบสายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว หน้าที่ของห่วงแต่ละตำแหน่ง ความต่างจากเข็มขัดพยุงตัว วิธีอ่านป้ายประจำอุปกรณ์ และเกณฑ์เลิกใช้ทันที อิงกฎกระทรวง พ.ศ. 2564

9 ก.ย. 2569อ่าน 29 นาที