👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

การประเมินข้อเขียนผู้ชำนาญการ 3 ชั่วโมง เกณฑ์ร้อยละ 80 และการทดสอบใหม่

ทดสอบข้อเขียนผู้ชำนาญการกับกรมฯ 3 ชั่วโมง เกณฑ์ร้อยละ 80 ใครแจ้งรายชื่อ กรอบวันทำการก่อนและหลังสอบ ไม่ผ่านสอบใหม่ได้ใน 1 ปี และขั้นยื่นคำขอใบอนุญาต

Safety Station 1015 ตุลาคม 2569อ่าน 25 นาที · 5,412 คำ
ผู้เข้ารับการประเมินทำข้อสอบข้อเขียนผู้ชำนาญการในห้องสอบ

ผู้ที่อบรมครบตามหลักสูตรผู้ชำนาญการแล้วต้องผ่านการประเมินอีกขั้นก่อนขอใบอนุญาต การประเมินเป็นการทดสอบข้อเขียน 3 ชั่วโมงที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (เรียกต่อไปว่า กรมฯ) เป็นผู้ประเมิน ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ผู้ที่ยังไม่ผ่านทดสอบใหม่ได้ภายใน 1 ปีนับจากวันทดสอบครั้งแรก ถ้าเลยกรอบนี้ต้องกลับไปอบรมใหม่ เกณฑ์นี้ใช้กับทุกคนเท่ากัน ไม่ว่าจะอบรมกับกรมฯ หรือกับผู้ให้บริการรายใด ส่วนประสบการณ์กับกระบวนการผลิตของแต่ละสถานประกอบกิจการ นายจ้างยังต้องตรวจเองก่อนว่าจ้าง ดูบทขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง

ผู้จัดอบรมกับผู้ประเมินเป็นคนละฝ่าย

บทนี้อ้าง 2 ฉบับ ฉบับแรกคือหมวด 5 ข้อ 19 ถึงข้อ 27 ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 (เรียกต่อไปว่า ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร) ฉบับที่สองคือกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (เรียกต่อไปว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) ซึ่งใช้ในขั้นยื่นคำขอใบอนุญาต เลขข้อของ 2 ฉบับนี้ซ้ำกันได้ จึงระบุฉบับกำกับทุกครั้ง สรุปประกาศกรมฯ ทั้ง 4 ฉบับที่ออกพร้อมกันอยู่ในบท4 ประกาศกรม 1 พ.ค. 2569 ผู้ชำนาญการ

ข้อ 3 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร แยกบทบาทไว้ชัด ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตต้องเข้ารับการฝึกอบรมจากกรมฯ หรือผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม รวมทั้งต้องผ่านเกณฑ์การประเมินโดยวิธีการทดสอบจากกรมฯ

ข้อ 2 ของประกาศเดียวกันนิยามคำที่ใช้ในหมวดนี้ไว้ 3 คำ

คำในประกาศ ความหมายตามข้อ 2
การประเมินโดยวิธีการทดสอบ การทดสอบความรู้ ความเข้าใจในหลักสูตรผู้ชำนาญการ
ผู้เข้ารับการประเมิน ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการ และเข้ารับการประเมินโดยวิธีการทดสอบตามประกาศนี้
เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม เจ้าหน้าที่กองความปลอดภัยแรงงาน หรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย

ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมประเมินผลก่อนและหลังการฝึกอบรมของตนเองด้วยตามข้อ 15 (5) ของประกาศกรมฯ การประเมินนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดอบรม ใช้แทนการทดสอบของกรมฯ ไม่ได้ หลักฐานที่นำไปยื่นขอใบอนุญาตต้องเป็นหลักฐานผ่านการประเมินที่กรมฯ ออกให้ตามข้อ 27 ของประกาศกรมฯ

ขั้นตอนการประเมินตามหมวด 5

หมวด 5 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร มี 3 ส่วน คือ บททั่วไป การประเมินโดยวิธีการทดสอบ และการดำเนินการทดสอบ เรียงตามลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้

ลำดับ สิ่งที่เกิดขึ้น ผู้รับผิดชอบ ข้อในประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร
1 แจ้งข้อมูลสำหรับการทดสอบและรับรองคุณสมบัติผู้เข้ารับการประเมินรายบุคคล ตามแบบแจ้งข้อมูลสำหรับการทดสอบ (แบบ กภ.ทส.ชก) ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ข้อ 24
2 จัดสถานที่ทดสอบที่ถูกสุขลักษณะและพร้อมใช้งาน ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ข้อ 25
3 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินทางเว็บไซต์ กองความปลอดภัยแรงงาน ข้อ 26 (1)
4 แสดงตนและทดสอบข้อเขียน 3 ชั่วโมง ผู้เข้ารับการประเมิน ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม ข้อ 20 ถึงข้อ 22
5 ประกาศผลการประเมินทางเว็บไซต์ กองความปลอดภัยแรงงาน ข้อ 26 (2)
6 ออกหลักฐานผ่านการประเมิน กรมฯ ข้อ 27

ผู้เข้ารับการประเมินไม่ได้ยื่นแบบขอทดสอบด้วยตนเอง ข้อ 24 ของประกาศกรมฯ วางหน้าที่แจ้งข้อมูลไว้ที่ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ประกาศไม่ได้เขียนกรณีที่ผู้เข้ารับการประเมินอบรมกับกรมฯ โดยตรงไว้ว่าการแจ้งข้อมูลทำอย่างไร ผู้ที่อบรมกับกรมฯ จึงควรสอบถามขั้นตอนจากกองความปลอดภัยแรงงาน

กรอบเวลาก่อนและหลังวันทดสอบ

ตัวเลขในส่วนนี้นับเป็น วันทำการ ทั้งหมด ไม่ใช่วันปฏิทิน

ไทม์ไลน์การประเมินข้อเขียนกับกรมฯ นับเป็นวันทำการ ส่งแบบ กภ.ทส.ชก ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนทดสอบ ประกาศรายชื่อไม่น้อยกว่า 5 วันก่อน ทดสอบ 3 ชั่วโมง ประกาศผลภายใน 30 วัน ออกหลักฐานภายใน 30 วันนับแต่ประกาศผล เกณฑ์ผ่านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ไม่ผ่านทดสอบใหม่ได้ภายใน 1 ปีนับจากวันทดสอบครั้งแรก

ขั้น กรอบเวลา ข้อในประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร
ผู้ให้บริการส่งแบบ กภ.ทส.ชก ถึงกองความปลอดภัยแรงงาน ก่อนการประเมินไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ข้อ 24
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ก่อนการประเมินไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ข้อ 26 (1)
ประกาศผลการประเมิน ภายใน 30 วันทำการหลังการทดสอบเสร็จสิ้น ข้อ 26 (2)
ออกหลักฐานผ่านการประเมิน ภายใน 30 วันทำการนับแต่วันประกาศผล ข้อ 27

ต่อกับขั้นตามกฎกระทรวงผู้ชำนาญการในหัวข้อหลังผ่านการประเมิน ลำดับทั้งหมดเป็นดังนี้ แจ้งข้อมูลไม่น้อยกว่า 30 วันทำการก่อนทดสอบ → ประกาศผลภายใน 30 วันทำการ → ออกหลักฐานภายใน 30 วันทำการ → ยื่นคำขอ → กรมฯ พิจารณาภายใน 60 วัน → แจ้งคำสั่งภายใน 7 วัน → ชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน (ถ้าต้องชำระ)

แบบ กภ.ทส.ชก มีส่วนที่ผู้ให้บริการต้องรับรองว่าผู้เข้ารับการประเมินแต่ละคนมีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ และผ่านการฝึกอบรมแล้ว พร้อมระบุระยะเวลาที่เข้าอบรมเป็นชั่วโมง และผลการประเมินก่อนและหลังอบรม ผู้เข้าอบรมจึงควรส่งหลักฐานคุณสมบัติให้ผู้ให้บริการตรวจตั้งแต่ก่อนเริ่มอบรม ถ้าคุณสมบัติข้อใดยังไม่ชัด รายชื่อจะไม่พร้อมส่งตามกรอบ 30 วันทำการ ทบทวนคุณสมบัติได้ที่บทคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6

วันทดสอบ

การแสดงตนและระยะเวลา 3 ชั่วโมง

ข้อ 22 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กำหนดให้ทดสอบข้อเขียนเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ตามขั้นตอน 2 ขั้น

  1. แสดงตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตทำงาน และลงลายมือชื่อในทะเบียนคุมผู้เข้ารับการประเมิน
  2. ทดสอบความรู้และความเข้าใจตามหลักสูตรผู้ชำนาญการ

ข้อ 25 วรรคสองของประกาศกรมฯ เปิดให้จัดการทดสอบข้อเขียนด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามที่กรมฯ กำหนด

ประกาศไม่ได้ระบุจำนวนข้อสอบ รูปแบบคำถาม หรือสัดส่วนคะแนนต่อหมวดวิชา ข้อ 22 (2) ของประกาศกรมฯ เขียนเพียงว่าทดสอบตามหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรเต็มมี 3 หมวดวิชา รวม 24 ชั่วโมงตามข้อ 4 ของประกาศกรมฯ

ผู้ที่ใช้คุณสมบัติตามข้อ 6 (3) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ อบรมเฉพาะหมวดวิชาที่ 1 ตามข้อ 6 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ประกาศไม่ได้แยกขอบเขตการทดสอบของเส้นทางนี้ไว้ต่างหาก ผู้ใช้เส้นทางนี้ควรสอบถามขอบเขตจากกองความปลอดภัยแรงงานก่อนวันทดสอบ เนื้อหาแต่ละหมวดวิชาอยู่ในบทหลักสูตรผู้ชำนาญการ 24 ชั่วโมง 3 หมวดวิชาตามประกาศกรมฯ

ข้อปฏิบัติระหว่างการทดสอบ

ข้อ 20 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร กำหนดข้อปฏิบัติไว้ 10 ข้อ จัดกลุ่มได้ดังนี้

กลุ่ม ข้อปฏิบัติตามข้อ 20
การแต่งกายและเวลา (1) แต่งกายสุภาพเรียบร้อย · (2) เข้าออกห้องทดสอบตามเวลาที่กำหนด
สิ่งของต้องห้าม (3) เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ วิทยุสื่อสาร เครื่องบันทึกภาพ นาฬิกาดิจิทัล · (4) ตำรา หนังสือ หรือเอกสารใด ๆ
ข้อสอบ (5) ไม่คัดลอกข้อสอบไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และไม่นำข้อสอบหรือกระดาษคำตอบออกจากห้อง
สถานที่และผู้อื่น (6) ไม่ทำให้ห้องหรืออุปกรณ์เสียหาย ถ้าเสียหายต้องชดใช้ · (7) ไม่รบกวนหรือก้าวร้าวต่อผู้อื่น
ร่างกาย (8) ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่ม หรือรับประทานอาหาร · (9) ไม่ดื่มสุรา ไม่ใช้ยาเสพติด และไม่มีอาการมึนเมา
ความสุจริต (10) ไม่กระทำการใดอันส่อไปในทางทุจริต

ผลของการฝ่าฝืนมี 2 ระดับตามข้อ 20 วรรคสองของประกาศกรมฯ ผู้ที่ฝ่าฝืนทั่วไปเข้าห้องทดสอบไม่ได้จนกว่าจะแก้ไข ส่วนผู้ที่มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต้องยุติการทดสอบและหมดสิทธิในครั้งนั้น ถ้าจะทดสอบอีกครั้งต้องเริ่มขั้นตอนตามข้อ 24 ใหม่

เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมมีหน้าที่และอำนาจตามข้อ 21 ของประกาศกรมฯ คือ ควบคุมให้การทดสอบเรียบร้อย ชี้แจงขั้นตอน เวลา และข้อควรปฏิบัติก่อนเริ่ม สั่งให้ผู้ฝ่าฝืนออกจากห้องหรือหมดสิทธิในครั้งนั้น และลงลายมือชื่อในทะเบียนคุม

เกณฑ์ผ่านร้อยละ 80

ข้อ 23 วรรคหนึ่งของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร เขียนไว้ว่า

"ผู้เข้ารับการประเมินต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80"

เกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์เดียวสำหรับทุกเส้นทางตามข้อ 6 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ประกาศไม่ได้แบ่งเกณฑ์รายหมวดวิชา จึงอ่านได้ว่าใช้คะแนนรวมของการทดสอบ ส่วนวิธีคิดคะแนนในรายละเอียดเป็นเรื่องที่กรมฯ กำหนดในการจัดทดสอบ

ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและรับรองผลแก่นายจ้างตามมาตรา 32 (1) (2) และ (3) ตามข้อ 19 (1) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ และนายจ้างนำผลที่รับรองไปวางมาตรการลดและควบคุมอันตรายจริงในสถานประกอบกิจการ การเตรียมตัวสอบจึงควรเน้นความเข้าใจที่เชื่อมกฎหมาย วิธีประเมิน และการจัดทำแผนเข้าด้วยกัน

เมื่อยังไม่ผ่านเกณฑ์

ข้อ 23 วรรคสองของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร เขียนไว้ว่า

"กรณีผู้เข้ารับการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง ให้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนใหม่ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก ถ้าไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข ต้องเข้ารับการอบรมใหม่"

ข้อ 27 วรรคสองของประกาศกรมฯ ให้นำข้อ 24 ข้อ 25 และข้อ 26 มาใช้กับกรณีไม่ผ่านด้วย การทดสอบใหม่จึงเดินขั้นตอนเดิม คือผู้ให้บริการส่งแบบ กภ.ทส.ชก ไม่น้อยกว่า 30 วันทำการก่อนวันทดสอบ และกองความปลอดภัยแรงงานประกาศรายชื่อไม่น้อยกว่า 5 วันทำการก่อนวันทดสอบ แบบ กภ.ทส.ชก มีส่วนที่ 4 สำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ ให้ระบุวันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก และประกาศผลสอบครั้งล่าสุด

ประเด็นที่ตัวบทเขียนไว้และไม่ได้เขียนไว้ มีดังนี้

ประเด็น ตัวบท
จุดเริ่มนับ 1 ปี วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก ไม่ใช่วันประกาศผล
จำนวนครั้งที่ทดสอบใหม่ได้ภายใน 1 ปี ไม่ได้ระบุ
พ้น 1 ปีแล้วยังไม่ผ่าน ต้องเข้ารับการอบรมใหม่
อบรมใหม่ทั้งหลักสูตรหรือบางหมวด ไม่ได้ระบุ เขียนเพียงว่า "ต้องเข้ารับการอบรมใหม่"

กรอบ 1 ปีเริ่มนับตั้งแต่วันทดสอบครั้งแรก ขณะที่ผลออกภายใน 30 วันทำการหลังทดสอบ และผู้ให้บริการต้องแจ้งข้อมูลสำหรับทดสอบใหม่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ สองช่วงนี้รวมกันราว 60 วันทำการ หรือเกือบ 3 เดือนของกรอบ 1 ปี ผู้ที่ไม่ผ่านจึงควรแจ้งผู้ให้บริการขอทดสอบใหม่ทันทีที่ทราบผล

หลังผ่านการประเมิน

ข้อ 27 ของประกาศกรมฯ กำหนดให้กรมฯ ออกหลักฐานผ่านการประเมินภายใน 30 วันทำการนับแต่วันประกาศผล หลักฐานนี้ยังไม่ใช่ใบอนุญาต ผู้ชำนาญการทำหน้าที่ได้เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วเท่านั้น ขั้นต่อไปเป็นของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ

ยื่นคำขอพร้อมเอกสาร 4 รายการตามข้อ 8 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ — เลขประจำตัวประชาชน เอกสารแสดงคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ และเอกสารการผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมินตามข้อ 7 ช่องทางหลักคือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 3 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ

ขั้นตามกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ กรอบเวลา ข้อ
คำขอไม่ครบ ผู้ขอแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่ม ภายใน 30 วัน ไม่ทันถือว่าไม่ประสงค์ดำเนินการต่อ ข้อ 9
กรมฯ พิจารณาคำขอที่ครบถ้วน ภายใน 60 วัน ข้อ 10
กรมฯ แจ้งคำสั่งออกหรือไม่ออกใบอนุญาตเป็นหนังสือ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ข้อ 10 และข้อ 11
ไม่ได้รับใบอนุญาตและประสงค์จะอุทธรณ์ เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง คำวินิจฉัยเป็นที่สุด มาตรา 33 วรรคสาม ประกอบมาตรา 12
ชำระค่าธรรมเนียม 5,000 บาท (เส้นทางข้อ 6 (4) ได้รับยกเว้นตามข้อ 22) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ข้อ 11 และข้อ 21
อายุใบอนุญาต 5 ปีนับแต่วันที่ออก ข้อ 12

ขอบเขตการทำงานและค่าธรรมเนียมผูกกับเส้นทางที่ใช้ขอใบอนุญาต ผู้ที่ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) (2) หรือ (3) ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ทำหน้าที่ได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ และเสียค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 ส่วนผู้ที่ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (4) ทำหน้าที่ได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็น จป. ไว้ตามข้อ 13 และได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 22 ถ้าย้ายสถานประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ รายละเอียดอยู่ในบทจป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ ขอบเขตตามข้อ 13 และการยกเว้นค่าธรรมเนียม

ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร และกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ไม่ได้กำหนดว่าหลักฐานผ่านการประเมินต้องนำไปยื่นคำขอภายในกี่วัน และไม่ได้กำหนดอายุของหลักฐานนี้ไว้ ผู้ที่ใช้เส้นทางข้อ 6 (4) ควรยื่นคำขอขณะยังขึ้นทะเบียนเป็น จป. ในสถานประกอบกิจการเดิม เพราะใบอนุญาตจะผูกกับสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ 13

หลังได้ใบอนุญาตแล้ว ผู้ชำนาญการต้องเข้ารับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาความรู้เพิ่มเติม (CPD) ตามข้อ 20 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ และยื่นต่ออายุภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุตามข้อ 14 ดูบทพัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก และบทอายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน

สรุป

  • การประเมินผู้ชำนาญการเป็นการทดสอบข้อเขียน 3 ชั่วโมงที่กรมฯ เป็นผู้ประเมิน ตามข้อ 19 และข้อ 22 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร การประเมินก่อนและหลังอบรมของผู้ให้บริการใช้แทนไม่ได้
  • เกณฑ์ผ่านคือคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ตามข้อ 23 ของประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ใช้เกณฑ์เดียวกันทุกเส้นทาง
  • ผู้ให้บริการส่งแบบ กภ.ทส.ชก ไม่น้อยกว่า 30 วันทำการก่อนวันทดสอบ กรมฯ ประกาศผลภายใน 30 วันทำการ และออกหลักฐานภายใน 30 วันทำการนับแต่ประกาศผล
  • ไม่ผ่านเกณฑ์ ทดสอบใหม่ได้ภายใน 1 ปีนับจากวันทดสอบครั้งแรก พ้นกรอบนี้ต้องอบรมใหม่
  • ผ่านการประเมินแล้วต้องยื่นคำขอตามข้อ 8 ของกฎกระทรวงผู้ชำนาญการ กรมฯ พิจารณาภายใน 60 วัน และทำหน้าที่ได้เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว

ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ หลักสูตรผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ยังไม่เปิดรับสมัคร ลงชื่อไว้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เราจะแจ้งทางอีเมลและโทรศัพท์เมื่อเปิดรอบอบรม และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ผู้ชำนาญการ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
จป

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

27 พ.ค. 2569อ่าน 20 นาที
ผู้ชำนาญการเรียนออนไลน์และบันทึกชั่วโมงพัฒนาความรู้ประจำปี
จป

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก

สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

5 ต.ค. 2569อ่าน 29 นาที
วิศวกรตรวจใบแสดงผลการเรียนเพื่อนับหน่วยกิตด้านอาชีวอนามัยและการประเมินอันตราย
จป

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต

5 ต.ค. 2569อ่าน 23 นาที