คุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 5 และข้อ 6
คุณสมบัติทั่วไป 6 ข้อตามข้อ 5 และคุณสมบัติเฉพาะ 4 เส้นทางตามข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 พร้อมตารางเทียบชั่วโมงอบรม ค่าธรรมเนียม ขอบเขต และหลักฐาน

ผู้ที่จะขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยต้องผ่านเกณฑ์สองชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5 ซึ่งต้องมีครบทั้ง 6 ข้อ ชั้นที่สองคือคุณสมบัติเฉพาะตามข้อ 6 ซึ่งเลือกได้หนึ่งในสี่เส้นทาง เส้นทางที่ใช้จะกำหนดต่อไปว่าต้องอบรมกี่ชั่วโมง เสียค่าธรรมเนียมหรือไม่ และใช้ใบอนุญาตได้กว้างแค่ไหน
ทั้งสองข้ออยู่ในกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 (ต่อไปเรียกว่า กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ) ซึ่งออกตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 33 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 33 วรรคสองส่งเรื่อง "คุณสมบัติของผู้ชำนาญการ" ให้กฎกระทรวงผู้ชำนาญการเป็นผู้กำหนด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานชี้แจงว่ากฎกระทรวงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2568
เหตุที่ต้องวางเกณฑ์ไว้สองชั้นเห็นได้จากงานที่ผู้ชำนาญการรับผิดชอบ มาตรา 32 วรรคสามกำหนดให้นายจ้างที่ประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ และจัดทำแผน "ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผล" จากผู้ชำนาญการ ผลที่ผู้ชำนาญการรับรองจึงเป็นฐานของมาตรการความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ ข้อ 5 ใช้ตรวจความพร้อมของตัวบุคคลและประสบการณ์ ส่วนข้อ 6 ใช้ตรวจพื้นความรู้เฉพาะทาง
โครงคุณสมบัติสองชั้น
| ชั้น | ข้อ | เงื่อนไข | ผลถ้าขาด |
|---|---|---|---|
| คุณสมบัติทั่วไป | ข้อ 5 (1) ถึง (6) | ต้องมีครบทุกข้อ | ขอใบอนุญาตไม่ได้ · ถ้าได้ใบแล้วขาดภายหลัง เป็นเหตุเพิกถอนตามข้อ 17 (1) |
| คุณสมบัติเฉพาะ | ข้อ 6 (1) ถึง (4) | มีอย่างหนึ่งอย่างใด | ขอใบอนุญาตไม่ได้ · ถ้าได้ใบแล้วขาดภายหลัง เป็นเหตุเพิกถอนตามข้อ 17 (1) |
| อบรมและประเมิน | ข้อ 7 | ผ่านทั้งสองอย่างหลังมีคุณสมบัติครบ | กรมฯ ออกใบอนุญาตไม่ได้ตามข้อ 10 |
ข้อ 7 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการเขียนลำดับไว้ชัดว่า "ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ต้องผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมิน" ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ (ต่อไปเรียกว่าประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร) ข้อ 3 ก็เขียนว่า "ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6" เป็นผู้ที่ต้องเข้ารับการฝึกอบรม และแบบ กภ.ทส.ชก ส่วนที่ 3 ให้ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมรับรองว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ก่อนส่งข้อมูลสอบตามข้อ 24 คุณสมบัติตามบทนี้จึงต้องครบตั้งแต่ก่อนเข้าอบรม ผู้ที่ประสบการณ์ยังไม่ครบ 5 ปีจึงยังไม่ควรลงอบรม ภาพรวมของขั้นตอนทั้งหมดดูได้ที่บทเส้นทางสู่ใบอนุญาตผู้ชำนาญการ จากตรวจคุณสมบัติถึงรับใบ
คุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 5
ข้อ 5 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการขึ้นต้นว่า "ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้" แล้วระบุไว้ 6 อนุข้อ คำชี้แจงของกรมฯ ย้ำว่าคุณสมบัติทั่วไป "ต้องมีครบถ้วนทุกข้อ"
สถานะของบุคคลตามข้อ 5 (1) ถึง (3)
| อนุข้อ | ถ้อยคำตามตัวบท | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| (1) | มีสัญชาติไทย | ใช้เลขประจำตัวประชาชนตามข้อ 8 (1) |
| (2) | มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี | ตัวบทไม่ได้ระบุวันที่ใช้นับอายุ |
| (3) | ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ | ความสามารถตามกฎหมายแพ่ง |
สามข้อนี้ตรวจได้จากเอกสารประจำตัว ข้อ 8 (1) และ (3) กำหนดให้ยื่นเลขประจำตัวประชาชนพร้อมคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลนั้นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ กรมฯ จึงตรวจสัญชาติและอายุจากข้อมูลทะเบียนได้โดยตรง
ประวัติทางวินัยและใบอนุญาตเดิมตามข้อ 5 (4) และ (5)
ข้อ 5 (4) ใช้ถ้อยคำว่า "ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง" เงื่อนไขนี้ผูกกับสองส่วนพร้อมกัน คือต้องเป็นการพ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และต้องมีเหตุจากการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวบทไม่ได้เขียนกรอบเวลาให้พ้นข้อห้ามนี้ไว้
ข้อ 5 (5) กำหนดว่า "ไม่เคยถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต" ข้อนี้อ่านคู่กับข้อ 18 วรรคสองที่ว่า "ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขออนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต"
ข้อ 5 (5) กว้างกว่าข้อ 18 ตรงที่รวมการพักใช้ไว้ด้วย ผู้ที่เคยถูกพักใช้ตามข้อ 16 ซึ่งมีกำหนดไม่เกิน 60 วัน จึงยังติดเงื่อนไข 5 ปีของข้อ 5 (5) เมื่อจะยื่นคำขอใหม่ การพักใช้ไม่ทำให้ถูกเพิกถอนทันที แต่ผู้ที่ถูกพักใช้ต่ออายุใบอนุญาตเดิมไม่ได้จนกว่าจะพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกพักใช้ เพราะข้อ 14 วรรคสามนำการพิจารณาคุณสมบัติตามข้อ 10 มาใช้กับการต่ออายุด้วย รายละเอียดเรื่องพักใช้และเพิกถอนอยู่ในบทอายุใบอนุญาตผู้ชำนาญการ 5 ปี การต่ออายุ การพักใช้ และการเพิกถอน
ความรู้และประสบการณ์ 5 ปีตามข้อ 5 (6)
ข้อ 5 (6) เป็นข้อที่ผู้ขอส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาเตรียมมากที่สุด ถ้อยคำเต็มคือ "มีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ไม่น้อยกว่าห้าปี"
งานสี่เรื่องในข้อนี้ตรงกับหน้าที่ของนายจ้างตามมาตรา 32 (1) ถึง (3) ทุกเรื่อง ได้แก่ ประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง และจัดทำแผนการดำเนินงานกับแผนการควบคุมดูแล ประสบการณ์ที่นับได้จึงเป็นงานชนิดเดียวกับที่ผู้ชำนาญการจะต้องให้คำแนะนำและรับรองผลภายหลัง
จป.วิชาชีพมักถามว่าอายุงานในตำแหน่ง จป. นับเป็นประสบการณ์ตามข้อนี้ได้หรือไม่ ข้อ 22 (2) และ (3) กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 ให้ จป.วิชาชีพวิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง หน้าที่สองข้อนี้ตรงกับงานประเมินอันตรายในข้อ 5 (6) แต่ข้อ 5 (6) ยังรวมการศึกษาผลกระทบและการจัดทำแผนอีกสองเรื่อง ตำแหน่ง จป. อย่างเดียวจึงยังไม่ใช่หลักฐานครบ ต้องมีหลักฐานงานที่ทำจริงให้ครบทั้งสี่เรื่อง และกรมฯ เป็นผู้พิจารณาว่านับได้เท่าใด
ตัวบทไม่ได้แบ่งระยะเวลาตามงานแต่ละเรื่อง ไม่ได้ระบุวิธีนับช่วงเวลาที่ทำงานหลายที่ และไม่ได้กำหนดชนิดหนังสือรับรอง การพิจารณาว่าประสบการณ์ใดนับได้เป็นอำนาจของกรมฯ ตามข้อ 10 ซึ่งเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงข้อมูลหรือหลักฐานได้ หลักฐานที่บอกตำแหน่ง ช่วงเวลา และลักษณะงานจริงครบทั้งสี่เรื่อง จะช่วยให้การพิจารณาไม่ต้องสะดุดที่ขั้นเรียกชี้แจง
คุณสมบัติเฉพาะตามข้อ 6
ข้อ 6 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดว่า "นอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้ว ผู้ประสงค์จะขออนุญาตเป็นผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย" ผู้ขอจึงต้องมีเพียงเส้นทางเดียว ส่วนผู้ที่เข้าได้หลายเส้นทางเลือกใช้เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งในการยื่น และเส้นทางที่เลือกจะกำหนดค่าธรรมเนียมกับขอบเขตการใช้ใบอนุญาตตามที่สรุปในตารางท้ายหัวข้อนี้

เส้นทางข้อ 6 (1) ปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ถ้อยคำตามตัวบทคือ "สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า" คำชี้แจงของกรมฯ ระบุว่าหลักสูตรที่เทียบเท่าตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กองความปลอดภัยแรงงาน ผู้ที่จบปริญญาโทหรือเอกในสาขานี้เข้าเกณฑ์ "ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี" เช่นกัน
เส้นทางข้อ 6 (2) ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์
ถ้อยคำตามตัวบทคือ "สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ ปริญญาตรีทางสาธารณสุขศาสตร์ หรือปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีการเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าสิบแปดหน่วยกิต"
ถ้อยคำนี้มีองค์ประกอบสามส่วน คือ สาขาปริญญาทั้งสามกลุ่ม การเรียนการสอนทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง สองส่วนหลังเชื่อมด้วยคำว่า "และ" แล้วตามด้วยเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต ตัวบทไม่ได้ระบุชื่อรายวิชา และไม่ได้แบ่งว่าแต่ละส่วนต้องมีกี่หน่วยกิต การพิจารณาว่ารายวิชาใดนับได้เป็นของกรมฯ วิธีไล่ใบแสดงผลการเรียนอยู่ในบทปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)
เส้นทางข้อ 6 (3) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ถ้อยคำตามตัวบทคือ "เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา"
ส่วนท้ายของอนุข้อนี้เปิดให้กรมฯ ประกาศเพิ่มใบอนุญาตวิชาชีพอื่นได้ ณ ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศกำหนดใบอนุญาตวิชาชีพอื่นเพิ่มเติม ใบอนุญาตที่ใช้ได้ตามเส้นทางนี้จึงมีเพียงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
เส้นทางนี้อบรมสั้นที่สุด ข้อ 6 ประกาศกรมฯ เรื่องหลักสูตร ให้ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (3) "ฝึกอบรมตามข้อ 4 เฉพาะหมวดวิชาที่ 1" ซึ่งมี 6 ชั่วโมง และยังต้องผ่านการประเมินกับกรมฯ เช่นเดียวกับเส้นทางอื่น รายละเอียดอยู่ในบทผู้ถือใบอนุญาตวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม เรียนเฉพาะหมวดวิชาที่ 1
เส้นทางข้อ 6 (4) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
ถ้อยคำตามตัวบทคือ "เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค หรือระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดของกิจการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 32 แล้วแต่กรณี"
ประกาศที่ออกตามมาตรา 32 คือประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ต่อไปเรียกว่าประกาศเรื่องการประเมินอันตราย คำชี้แจงของกรมฯ ระบุว่าเส้นทางนี้หมายถึง จป. ในสถานประกอบกิจการตามบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับนี้ ข้อ 3 ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ใช้บังคับแก่สถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป
เส้นทางนี้มีสองเงื่อนไขที่ต้องอ่านคู่กันเสมอ ข้อ 22 ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 ให้ผู้ขอที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (4) และข้อ 13 กำหนดให้ จป. ที่ได้รับใบอนุญาต "มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการได้เฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานไว้เท่านั้น" ผู้ที่ขอด้วยคุณสมบัติ จป. จึงได้ใบอนุญาตโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ให้คำแนะนำและรับรองผลได้เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. ไว้ และถ้าย้ายสถานประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่
ส่วนผู้ที่ขอด้วยเส้นทางข้อ 6 (1) (2) หรือ (3) ทำได้ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ แต่เสียค่าธรรมเนียม รายละเอียดอยู่ในบทจป. ระดับเทคนิคขึ้นไปกับใบอนุญาตผู้ชำนาญการ
เส้นทางนี้ไม่รวม จป. ระดับหัวหน้างานและระดับบริหาร เพราะข้อ 6 (4) ระบุไว้เพียงสามระดับ คือ เทคนิค เทคนิคขั้นสูง และวิชาชีพ
ตารางเทียบสี่เส้นทาง
| หัวข้อ | ข้อ 6 (1) | ข้อ 6 (2) | ข้อ 6 (3) | ข้อ 6 (4) |
|---|---|---|---|---|
| ฐานคุณสมบัติ | ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า | ปริญญาตรีขึ้นไป ทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ที่มีรายวิชาด้านอาชีวอนามัยฯ และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยง ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต | ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย | จป. ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประกาศเรื่องการประเมินอันตราย |
| ชั่วโมงอบรม | 24 ชั่วโมง | 24 ชั่วโมง | 6 ชั่วโมง (หมวดวิชาที่ 1) | 24 ชั่วโมง |
| การประเมินกับกรมฯ | ข้อเขียน 3 ชั่วโมง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 | เหมือนกัน | เหมือนกัน | เหมือนกัน |
| ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต | 5,000 บาท | 5,000 บาท | 5,000 บาท | ยกเว้น (ข้อ 22) |
| ค่าธรรมเนียมใบแทน | 500 บาท | 500 บาท | 500 บาท | ยกเว้น (ข้อ 22) |
| ค่าธรรมเนียมต่ออายุ | เท่าค่าใบอนุญาต | เท่าค่าใบอนุญาต | เท่าค่าใบอนุญาต | ยกเว้น (ข้อ 22) |
| ขอบเขตการใช้ใบ | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ | ทุกสถานประกอบกิจการ รวมถึงที่ตนทำงานอยู่ | เฉพาะสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียน จป. (ข้อ 13) · ย้ายสถานประกอบกิจการต้องขอใหม่ |
| อายุใบอนุญาต | 5 ปี | 5 ปี | 5 ปี | 5 ปี |
| แบบใบอนุญาต | กภ.บญ.33-1 | กภ.บญ.33-1 | กภ.บญ.33-1 | กภ.บญ.33-2 (ระบุชื่อและที่อยู่สถานประกอบกิจการบนใบ) |
ค่าธรรมเนียมมาจากข้อ 21 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ใบอนุญาตฉบับละ 5,000 บาท ใบแทนใบอนุญาตฉบับละ 500 บาท และการต่ออายุครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ข้อ 22 ยกเว้น "ค่าธรรมเนียมตามข้อ 21" ทั้งข้อแก่ผู้ขอที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (4) จึงยกเว้นครบทั้งค่าใบอนุญาต ค่าใบแทน และค่าต่ออายุ
หลักฐานที่ควรเตรียมต่อเส้นทาง
ข้อ 8 (2) กฎกระทรวงผู้ชำนาญการกำหนดให้ยื่น "เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6" แบบคำขอ กภ.คบญ.33 ท้ายประกาศกรมฯ เรื่องแบบคำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาต แยกรายการหลักฐานคุณสมบัติเฉพาะไว้ตามเส้นทาง และแยกหลักฐานประสบการณ์ไว้อีกรายการหนึ่ง
| เส้นทาง | หลักฐานตามรายการในแบบ กภ.คบญ.33 | สิ่งที่ควรตรวจก่อนยื่น |
|---|---|---|
| ข้อ 6 (1) | เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่า | ชื่อสาขาในหลักฐานการศึกษา · ถ้าเป็นสาขาเทียบเท่า ให้ตรวจกับรายชื่อหลักสูตรที่กองความปลอดภัยแรงงานเผยแพร่ |
| ข้อ 6 (2) | เอกสารแสดงคุณวุฒิปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ และเอกสารที่แสดงว่ามีการเรียนการสอนด้านอาชีวอนามัยฯ และการประเมินอันตรายหรือประเมินความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต | ใบแสดงผลการเรียน · คำอธิบายรายวิชาของวิชาที่จะนับ |
| ข้อ 6 (3) | เอกสารหรือหลักฐานการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ | สาขาที่ระบุในใบอนุญาต · ใบอนุญาตยังมีผล |
| ข้อ 6 (4) | เอกสารหรือหลักฐานการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน | ระดับ จป. · ชื่อสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียน · กิจการอยู่ในบัญชีตามประกาศเรื่องการประเมินอันตราย (เทียบประเภทกิจการกับคำอธิบายในคำชี้แจงประกาศเรื่องการประเมินอันตราย) |
| ทุกเส้นทาง | สำเนาหลักฐานแสดงประสบการณ์ในงานสี่เรื่องตามข้อ 5 (6) ไม่น้อยกว่า 5 ปี | ช่วงเวลาทำงาน · ตำแหน่ง · ลักษณะงานที่ตรงกับสี่เรื่อง |
แบบคำขอยังมีรายการอื่นที่ใช้กับทุกเส้นทาง ได้แก่ รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน เอกสารคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน และสำเนาเอกสารการผ่านการอบรมและผ่านการประเมิน โดยผู้ขอต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกหน้า ผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (4) ซึ่งต้องแนบหลักฐานการขึ้นทะเบียน จป. ควรตรวจว่านายจ้างนำรายชื่อไปขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ตามข้อ 42 กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง ขั้นตอนอยู่ในบทขึ้นทะเบียน จป. ทำอย่างไร
ท้ายแบบคำขอมีข้อความให้ผู้ขอรับรองว่า "มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และข้อมูล เอกสารหรือหลักฐาน ที่ยื่นประกอบการพิจารณาคำขอเป็นจริงทุกประการ" หลักฐานที่ยื่นจึงควรเป็นเอกสารที่ตรวจย้อนกลับได้จริง
คุณสมบัติต้องคงอยู่ตลอดอายุใบอนุญาต
คุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6 ใช้ทั้งตอนขอและตลอดเวลาที่ถือใบอนุญาต ข้อ 17 (1) กำหนดให้เพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาต "ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5 และข้อ 6" และเมื่อถูกเพิกถอนแล้ว ข้อ 18 วรรคสองห้ามขออนุญาตใหม่จนกว่าจะพ้น 5 ปี
ในทางปฏิบัติ คุณสมบัติที่อาจเปลี่ยนระหว่างอายุใบอนุญาตคือสถานะที่มีวันหมดอายุหรือผูกกับที่ทำงาน ผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (3) ควรต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้มีผลอยู่เสมอ ส่วนผู้ใช้เส้นทางข้อ 6 (4) ผูกกับสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียน จป. ไว้ ใบอนุญาตของเส้นทางนี้ใช้แบบ กภ.บญ.33-2 ซึ่งระบุชื่อและที่อยู่สถานประกอบกิจการไว้บนใบ ย้ายเมื่อใดต้องขอใหม่ ตามที่เล่าไว้ในหัวข้อเส้นทางข้อ 6 (4)
ประเด็นที่ตัวบทยังไม่ระบุ
- วันที่ใช้นับอายุ 25 ปี ข้อ 5 (2) ไม่ได้ระบุว่านับ ณ วันยื่นคำขอ วันอบรม หรือวันออกใบอนุญาต
- การนับประสบการณ์ 5 ปี ข้อ 5 (6) ไม่ได้แบ่งระยะเวลาตามงานแต่ละเรื่อง และไม่ได้กำหนดชนิดหนังสือรับรอง
- รายวิชาที่นับเป็น 18 หน่วยกิต ข้อ 6 (2) ไม่ได้ระบุชื่อรายวิชาหรือสัดส่วนหน่วยกิตของแต่ละด้าน
- ใบอนุญาตวิชาชีพอื่นตามข้อ 6 (3) ยังไม่พบประกาศกำหนดเพิ่มเติม ณ ตุลาคม 2569
ทุกประเด็นข้างต้นอยู่ในอำนาจพิจารณาของกรมฯ ตามข้อ 10 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ ผู้ที่มีกรณีก้ำกึ่งควรสอบถามกองความปลอดภัยแรงงานก่อนเข้าอบรม ส่วนนายจ้างที่จะว่าจ้างผู้ชำนาญการ ดูหลักฐานที่ควรขอตรวจได้ในบทขอบเขตงานผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยและหลักฐานก่อนว่าจ้าง
ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ หลักสูตรผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ยังไม่เปิดรับสมัคร ลงชื่อไว้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เราจะแจ้งทางอีเมลและโทรศัพท์เมื่อเปิดรอบอบรม และตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎกระทรวง ข้อ 6 ต่อได้ในหน้าเดียวกัน ลงชื่อรับแจ้ง
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 10 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 16 ถึงข้อ 18 ข้อ 21 ข้อ 22
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติของวิทยากร การดำเนินการฝึกอบรม และการประเมินผู้ชำนาญการฯ ข้อ 3 ถึงข้อ 6 ข้อ 22 ถึงข้อ 24 และแบบ กภ.ทส.ชก
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบคำขอ ใบรับคำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ ข้อ 4 แบบ กภ.คบญ.33 แบบ กภ.บญ.33-1 และแบบ กภ.บญ.33-2
- คำชี้แจงกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กุมภาพันธ์ 2568 หัวข้อ 2 และ 4
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ข้อ 3
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 32 มาตรา 33
- กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 ข้อ 22 ข้อ 42
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — เปิดมาตรา 32 + เคสไหนบังคับ + ในบ้าน vs จ้างนอก
นายจ้างต้องมีผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัยไหม — กฎหมายผูกกับมาตรา 32 พ.ร.บ. 2554 + ประกาศ 14 พ.ย. 2567 · เคสไหนบังคับ · จป.ในบริษัทเอง vs จ้างที่ปรึกษาภายนอก · เปรียบเทียบต้นทุน-ผลประโยชน์ + เช็คลิสต์ตัดสินใจ

พัฒนาความรู้ผู้ชำนาญการ 6 ชั่วโมงต่อปี และการคิดชั่วโมงตามค่าน้ำหนัก
สรุปข้อ 20 กฎกระทรวงผู้ชำนาญการ 2567 และประกาศกรมฯ เรื่องพัฒนาความรู้ ตารางกิจกรรมและค่าน้ำหนักครบ 16 วิธี ตัวอย่างคำนวณ และหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ต่ออายุ

ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กับเกณฑ์ 18 หน่วยกิตตามข้อ 6 (2)
ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ขอใบอนุญาตผู้ชำนาญการตามข้อ 6 (2) ได้ เมื่อเรียนอาชีวอนามัยฯ และประเมินอันตรายครบ 18 หน่วยกิต