จป.วิชาชีพ — 3 เส้นทาง หน้าที่ 13 ข้อ อบรม 234 ชั่วโมง
จป.วิชาชีพ คือใคร 3 เส้นทางเข้าตำแหน่ง หน้าที่ 13 ข้อ หลักสูตรอบรม 234 ชั่วโมง การขึ้นทะเบียน 30 วัน และเส้นทางสู่ผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง 2567

โรงงานในไทยที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป (บัญชี 2) และโรงงานเสี่ยงสูงทุกขนาดตั้งแต่ 2 คน (บัญชี 1) เป็นกลุ่มที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัด จป.วิชาชีพ อย่างน้อย 1 คนประจำสถานประกอบกิจการ ตำแหน่งนี้เป็นระดับสูงสุดในสายงาน จป. และเป็นที่ต้องการของตลาดมาตลอด — แต่หลายคนที่กำลังจะเรียนจบหรืออยากเปลี่ยนสายเข้ามา ยังไม่ชัดว่ามี 3 เส้นทาง ให้เข้า · ต้องอบรมกี่ชั่วโมงกันแน่ และเมื่อทำงานแล้วต้องรับผิดชอบหน้าที่กี่ข้อ — สรุปครบทั้งเส้นทางสู่ตำแหน่ง หน้าที่ 13 ข้อ การอบรม 234 ชั่วโมง การขึ้นทะเบียน 30 วัน และเส้นทางต่อยอดสู่ผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2567
จป.วิชาชีพ คือใคร
จป.วิชาชีพ หรือชื่อเต็ม "เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ" คือลูกจ้างที่มีคุณสมบัติเฉพาะตามกฎหมาย และได้รับการแต่งตั้งจากนายจ้างให้ทำหน้าที่ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานประจำสถานประกอบกิจการ — เป็น "จป.โดยหน้าที่เฉพาะ" ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องประจำเต็มเวลา ไม่ใช่งานเสริม
ตำแหน่งนี้กำหนดโดย กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 จัดอยู่ในกลุ่ม จป.โดยหน้าที่เฉพาะ (ตามข้อ 13) เช่นเดียวกับ จป.เทคนิคและ จป.เทคนิคขั้นสูง แต่ถือเป็นระดับสูงสุดของสายนี้ ทั้งในแง่คุณสมบัติทางการศึกษา ขอบเขตหน้าที่ และค่าตอบแทนตลาด
ความต่างที่สำคัญจาก จป.เทคนิคและ จป.เทคนิคขั้นสูงคือ — จป.วิชาชีพมี หน้าที่เฉพาะที่ผูกกับวิชาชีพอาชีวอนามัย เพิ่มเข้ามา 4 ข้อหลัก คือ การประเมินความเสี่ยง การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน การให้ความรู้และอบรมโรคจากการประกอบอาชีพ และการเสนอแนะการจัดการด้านความปลอดภัยเชิงระบบ — หน้าที่เหล่านี้เป็นเหตุผลที่กฎหมายกำหนดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำสำหรับตำแหน่งนี้สูงกว่าทุกระดับ
ใครต้องมี จป.วิชาชีพ
ข้อ 20 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ระบุเงื่อนไขสำหรับนายจ้างที่ต้องจัดให้มี จป.วิชาชีพไว้ชัดเจน
"นายจ้างของสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 ที่มีลูกจ้างจำนวนสองคนขึ้นไป และสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างจำนวนหนึ่งร้อยคนขึ้นไป ต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 21 อย่างน้อยหนึ่งคน เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ"
แปลเป็นภาษาคนทำงานได้ว่า
| ประเภทสถานประกอบกิจการ | ลูกจ้าง | ต้องจัด จป.วิชาชีพ |
|---|---|---|
| บัญชี 1 (เสี่ยงสูง — เหมือง / ปิโตรเลียม / ปิโตรเคมี / กลั่นน้ำมัน / แยกก๊าซ) | 2 คนขึ้นไป | ใช่ |
| บัญชี 2 (เสี่ยงปานกลาง — โรงงาน / ก่อสร้าง / โรงพยาบาล / คลังสินค้า ฯลฯ) | 100 คนขึ้นไป | ใช่ |
| บัญชี 3 (เสี่ยงต่ำ — สำนักงาน / สถาบันการเงิน / ห้างสรรพสินค้า) | ทุกขนาด | ไม่ต้อง |
ระยะเวลาที่ให้ — 180 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวน หรือนับแต่วันที่จัดตั้งกิจการ (กรณีบัญชี 1) ต้องจัด จป.วิชาชีพประจำให้เรียบร้อย หากเลยกำหนดยังไม่มี ถือว่าฝ่าฝืน
หมายเหตุที่สำคัญ — บัญชี 1 ไม่มีเงื่อนไขจำนวนคนสูง
จุดที่ HR หลายแห่งพลาดคือ — กิจการในบัญชี 1 ต้องมี จป.วิชาชีพ ตั้งแต่มีลูกจ้าง 2 คน ไม่ต้องรอครบ 100 คนเหมือนบัญชี 2 เพราะกฎหมายมองว่ากิจการกลุ่มนี้ความเสี่ยงสูงโดยธรรมชาติ — เหมืองแร่ ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี กลั่นน้ำมัน แยกก๊าซธรรมชาติ ครบ 5 ประเภท
3 เส้นทางเข้าสู่ตำแหน่ง จป.วิชาชีพ

ข้อ 21 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 เปิดทาง 6 ช่องในกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติสำหรับคนใหม่ปี 2567-2568 จะมี 3 เส้นทางหลักที่ใช้ได้จริง
ทางที่ 1 — จบปริญญาตรี อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (เส้นทางตรง)
ข้อ 21(1) ระบุไว้ว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น จป.วิชาชีพได้คือ
"สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด"
ทางนี้คือ เส้นทางที่สั้นที่สุด — บัณฑิตที่จบสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัยที่หลักสูตรเป็นที่ยอมรับ (เช่น ม.มหิดล / ม.ขอนแก่น / ม.บูรพา / ม.วลัยลักษณ์ และอีกหลายแห่ง) สามารถเข้าเป็น จป.วิชาชีพได้ทันทีตั้งแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้ง โดยไม่ต้องอบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมงเพิ่ม เพราะหลักสูตรปริญญาตรีครอบคลุมเนื้อหาเหล่านั้นในการเรียนตลอด 4 ปีอยู่แล้ว
นี่คือเหตุผลที่บัณฑิตสาขานี้เป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน — เริ่มงานได้ทันทีโดยไม่มีคอขวดเรื่องการอบรม
ทางที่ 2 — จป.เทคนิคขั้นสูงเดิม + ประสบการณ์ 5 ปี + อบรม + ประเมิน
ข้อ 21(2) เปิดทางสำหรับผู้ที่อยู่ในสายมาก่อนแล้ว — เป็น จป.เทคนิคขั้นสูงมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และจบปริญญาตรี (สาขาใดก็ได้) สามารถยกระดับเป็น จป.วิชาชีพได้โดยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร จป.วิชาชีพและผ่านการประเมินจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ทางนี้เหมาะสำหรับ จป.ที่ทำงานสายโรงงานมาในระดับเทคนิคขั้นสูงและต้องการเลื่อนขั้นโดยใช้ประสบการณ์ที่สะสมไว้
ทางที่ 3 — ปริญญาตรีสาขาอื่น + ประสบการณ์ 5 ปี + อบรม 234 ชั่วโมง + ประเมิน
นี่คือทางที่คนเปลี่ยนสายเข้ามา จป.ใช้กันมากที่สุด — ข้อ 21(3) เขียนไว้ว่า
"สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และเป็นผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าห้าปีในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 หรือสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ"
เงื่อนไขสามขั้น
- ปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ (วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ บริหาร ฯลฯ)
- ประสบการณ์ 5 ปี ในสถานประกอบกิจการบัญชี 1 หรือบัญชี 2 (ไม่จำเป็นต้องเป็นงาน จป. — ทำงานในกิจการก็นับ)
- อบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมง + ผ่านการประเมินจากกรม
สิ่งที่ต้องระวังคือ ข้อ 21(3) มี กรอบเวลา 5 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ (มีผลเมื่อ 2 มิ.ย. 2565 — หมายความว่าสิ้นสุดประมาณกลางปี 2570) หลังจากนั้นกรมอาจปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกทางนี้ ผู้ที่สนใจควรรีบดำเนินการ
เส้นทางอื่นในกฎหมาย (สำหรับผู้เคยขึ้นทะเบียนตามกฎหมายเก่า)
ข้อ 21(4) (5) (6) เป็นบทเฉพาะกาลสำหรับผู้ที่เคยเป็น จป.วิชาชีพตามกฎหมายเก่า (กฎกระทรวง พ.ศ. 2549 / ประกาศกระทรวงแรงงาน 31 มี.ค. 2540 / ประกาศกระทรวงมหาดไทย 6 พ.ค. 2528) — ส่วนใหญ่ยังถือเป็น จป.วิชาชีพต่อไปได้ บางกรณีต้องอบรมและประเมินใหม่ภายใน 5 ปี
หลักสูตรอบรม จป.วิชาชีพ 234 ชั่วโมง

หลักสูตรอบรม จป.วิชาชีพออกตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติวิทยากร และการดำเนินการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพและหลักเกณฑ์การประเมิน ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566
ข้อ 2 ของประกาศกรมระบุไว้ว่า
"หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ คุณสมบัติตามข้อ 21 (3) แห่งกฎกระทรวงฯ ระยะเวลาการฝึกอบรม สองร้อยสามสิบสี่ชั่วโมง ประกอบด้วย 6 หมวดวิชา"
หลายแหล่งข้อมูลในเว็บไซต์ HR ภาษาไทยและสื่อสังคมยังเขียนตัวเลขสับสน ระหว่าง 234 ชั่วโมง ของ จป.วิชาชีพกับ 42 ชั่วโมง ของผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย — ทั้งสองเป็นคนละหลักสูตรอย่างสิ้นเชิง ตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับ จป.วิชาชีพคือ 234 ชั่วโมง เท่านั้น
โครงสร้าง 6 หมวดวิชา
| หมวด | ชื่อหมวดวิชา | ชั่วโมง |
|---|---|---|
| 1 | ความรู้ทั่วไป กฎหมายความปลอดภัยฯ และบทบาทหน้าที่ของ จป.วิชาชีพ | 36 |
| 2 | สุขศาสตร์อุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมในการทำงาน | 48 |
| 3 | วิศวกรรมความปลอดภัย | 36 |
| 4 | การดูแลสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง | 36 |
| 5 | การยศาสตร์และการปรับปรุงสภาพการทำงาน | 36 |
| 6 | การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน | 42 |
| รวม | 234 |
แต่ละหมวดมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ — เช่น หมวด 2 สุขศาสตร์อุตสาหกรรมมีภาคปฏิบัติ 18 ชั่วโมงสำหรับฝึกตรวจวัดความร้อน แสงสว่าง เสียง และความเข้มข้นสารเคมีอันตราย · หมวด 6 มีภาคปฏิบัติ 12 ชั่วโมงสำหรับฝึกประเมินอันตรายและจัดทำแผนงานความปลอดภัย
เกณฑ์ผ่านการอบรม
ข้อ 16 และข้อ 18 ของประกาศกรม 2566 กำหนดเกณฑ์การผ่านไว้ 2 ขั้น
- เข้าเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาในแต่ละหมวดวิชา
- คะแนนทดสอบไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละหมวดวิชา (ทดสอบโดยกรมสวัสดิการฯ ไม่ใช่ผู้ให้บริการอบรม)
หากไม่ผ่านหมวดใด มีสิทธิทดสอบซ่อมได้อีก 1 ครั้งในหมวดนั้น หากยังไม่ผ่าน ต้องเข้ารับการฝึกอบรมและทดสอบเฉพาะในหมวดนั้นใหม่
ใครจัดอบรมได้
ตามข้อ 5 ของประกาศกรม — ผู้ให้บริการที่จัดอบรม จป.วิชาชีพได้คือ
- นิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยฯ และได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ
- สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ (สสปท.)
- สถาบันอุดมศึกษา ของรัฐหรือเอกชนที่มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา
- รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
ใบรับรองหลักสูตรออกได้คราวละ 3 ปี ตามข้อ 7 — ผู้ที่จะส่งคนอบรมควรตรวจสอบว่าหลักสูตรของหน่วยฝึกยังอยู่ในอายุการรับรองหรือไม่ก่อนจ่ายค่าอบรม
หน้าที่ 13 ประการของ จป.วิชาชีพ

ข้อ 22 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 กำหนดหน้าที่ของ จป.วิชาชีพไว้ 13 ข้อ — มากที่สุดในบรรดา จป.ทุกระดับ
- ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย กำหนดมาตรการป้องกันและขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัย — กระบวนการนี้คือ JSA (Job Safety Analysis) หรือ HIRARC ที่ จป.วิชาชีพต้องเป็นเจ้าภาพหลัก
- ประเมินความเสี่ยง ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — หน้าที่เฉพาะของระดับวิชาชีพที่ จป.เทคนิคไม่มี
- วิเคราะห์แผนงานหรือโครงการ และเสนอมาตรการความปลอดภัยต่อนายจ้าง
- ตรวจประเมินการปฏิบัติงาน ของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการ หรือมาตรการความปลอดภัย
- แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามคู่มือ ความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการ
- แนะนำ ฝึกสอน และอบรมลูกจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุไม่ปลอดภัย
- ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการร่วมกับนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตตามกฎหมาย — นี่คือหน้าที่สำคัญของ จป.วิชาชีพที่ระดับอื่นไม่มี ครอบคลุมการวัด heat stress / light / noise / สารเคมีในอากาศ
- เสนอแนะการจัดการด้านความปลอดภัย ที่เหมาะสมและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
- ตรวจสอบหาสาเหตุและวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ พร้อมรายงานและเสนอแนวทางแก้ไขโดยไม่ชักช้า (Incident Investigation)
- รวบรวมสถิติและจัดทำรายงาน เกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ
- ให้ความรู้และอบรมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม แก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานและระหว่างทำงาน เพื่อทบทวนความรู้ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง — หน้าที่ที่กฎหมายระบุความถี่ไว้ชัดเจน
- ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย
หน้าที่ 13 ข้อนี้กว้างกว่าระดับอื่นทั้ง 4 ระดับมาก โดยเฉพาะข้อ 3 (ประเมินความเสี่ยง) ข้อ 8 (ตรวจวัดสภาพแวดล้อม) และข้อ 12 (อบรมโรคจากการประกอบอาชีพ) ซึ่งเป็นเหตุผลที่กฎหมายต้องการคนที่จบสาขาตรง หรืออบรมหลักสูตรยาวพิเศษ
หลังอบรม — ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน
อบรม 234 ชั่วโมงจบ ผ่านการประเมินจากกรม และนายจ้างออกคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ยังไม่จบเรื่อง — ข้อ 42 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 บังคับ
"นายจ้างต้องนำรายชื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ระดับบริหาร ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ไปขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว"
จป.ทุกระดับต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน — ไม่ว่าจะเป็นระดับหัวหน้างาน บริหาร เทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ ใช้กรอบเวลาเดียวกันหมด รายละเอียดขั้นตอนยื่นเอกสารดูที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป.
กรณีพ้นจากตำแหน่ง
หาก จป.วิชาชีพลาออก เปลี่ยนตำแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นลูกจ้าง — ข้อ 45 กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งการพ้นจากตำแหน่งภายใน 30 วัน เช่นกัน และข้อ 24 ระบุให้ต้องจัด จป.วิชาชีพคนใหม่แทน ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คนเดิมพ้น
พัฒนาความรู้ปีละ 12 ชั่วโมง — กฎหมายบังคับ
หลายคนเข้าใจว่าอบรม 234 ชั่วโมงจบเป็นจบ ความจริงคือ ข้อ 23 ของกฎกระทรวงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ จป.วิชาชีพ (รวมถึง จป.เทคนิคและ จป.เทคนิคขั้นสูง)
"ได้รับการฝึกอบรมหรือมีการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน เพิ่มเติมปีละไม่น้อยกว่าสิบสองชั่วโมง"
นายจ้างต้องแจ้งให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการเสร็จ — หลักสูตร 12 ชั่วโมงนี้ออกตามที่อธิบดีประกาศกำหนด มีหลายหลักสูตรย่อย เช่น การประเมินความเสี่ยง สารเคมีอันตราย การจัดการความปลอดภัยเชิงระบบ ฯลฯ
เปรียบเทียบ จป.ระดับวิชาชีพกับระดับอื่น

ภาพรวมความแตกต่างของ จป. แต่ละระดับเทียบเป็นตาราง
| ประเด็น | จป.หัวหน้างาน | จป.เทคนิค | จป.เทคนิคขั้นสูง | จป.วิชาชีพ |
|---|---|---|---|---|
| ประเภท | โดยตำแหน่ง | โดยหน้าที่เฉพาะ | โดยหน้าที่เฉพาะ | โดยหน้าที่เฉพาะ |
| ขนาดกิจการที่ต้องมี (บัญชี 2) | 2 คนขึ้นไป | 20-49 คน | 50-99 คน | 100 คนขึ้นไป |
| ขนาดกิจการ (บัญชี 1) | 2 คนขึ้นไป | — | — | 2 คนขึ้นไป |
| ชั่วโมงอบรม | 12 ชม. | 30 ชม. | 180 ชม. | 234 ชม. (กรณีข้อ 21(3)) |
| วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ | ไม่กำหนด | ไม่กำหนด | ปวท. ขึ้นไป | ป.ตรี (ทุกทาง) |
| ประจำสถานประกอบกิจการ | ไม่บังคับ | บังคับ | บังคับ | บังคับ |
| ขึ้นทะเบียนภายใน | 30 วัน | 30 วัน | 30 วัน | 30 วัน |
| พัฒนาความรู้ปีละ | — | 12 ชม. | 12 ชม. | 12 ชม. |
| จำนวนหน้าที่ตามกฎหมาย | 8 ข้อ | 6 ข้อ | 9 ข้อ | 13 ข้อ |
จุดที่แตกต่างชัดที่สุดของ จป.วิชาชีพคือ — เป็นระดับเดียวที่ครอบคลุม "การประเมินความเสี่ยง" (ข้อ 22(3)) และ "การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน" (ข้อ 22(8)) ในเนื้อหาหน้าที่ — สองงานนี้เป็นแก่นของวิชาชีพอาชีวอนามัยที่ระดับเทคนิคและเทคนิคขั้นสูงไม่ได้รับมอบหมายในกฎหมาย
เส้นทางต่อยอด — สู่ผู้ชำนาญการ ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2567
ข่าวดีสำหรับ จป.วิชาชีพคือ มีกฎหมายใหม่เปิดทางให้ยกระดับเป็น "ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน" ได้ — ตามกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567
คุณสมบัติเข้าเป็นผู้ชำนาญการ
ข้อ 5 ของกฎกระทรวง 2567 กำหนดคุณสมบัติทั่วไป — สัญชาติไทย อายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ ไม่เคยถูกไล่ออก/พักใช้/เพิกถอนใบอนุญาต และมีประสบการณ์ด้านการประเมินอันตราย/สภาพแวดล้อมในการทำงาน ไม่น้อยกว่า 5 ปี
นอกจากนั้น ข้อ 6 กำหนดให้ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 ทาง
- (1) ป.ตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่า
- (2) ป.ตรี วิทยาศาสตร์ / สาธารณสุขศาสตร์ / วิศวกรรมศาสตร์ ที่เรียนด้านอาชีวอนามัยและการประเมินอันตราย/ความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต
- (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- (4) เป็น จป.เทคนิค / จป.เทคนิคขั้นสูง / จป.วิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 32
จป.วิชาชีพที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการที่เข้าข่ายมาตรา 32 ใช้คุณสมบัติทาง (4) เข้าเส้นทางผู้ชำนาญการได้
ค่าธรรมเนียม — และข้อยกเว้นที่สำคัญ
ข้อ 21 ของกฎกระทรวง 2567 กำหนดค่าธรรมเนียมไว้
| รายการ | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|
| ใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ | 5,000 บาท/ฉบับ |
| ใบแทนใบอนุญาต | 500 บาท/ฉบับ |
| ต่ออายุใบอนุญาต | 5,000 บาท/ครั้ง |
ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี ตามข้อ 12 — ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ 90 วัน
ข้อยกเว้นที่ จป.วิชาชีพควรรู้ — ข้อ 22 ของกฎกระทรวง 2567 ระบุไว้
"ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 6 (4)"
แปลว่า — ถ้าใช้คุณสมบัติทาง (4) คือเป็น จป.เทคนิค/เทคนิคขั้นสูง/วิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามมาตรา 32 อยู่แล้ว — ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาท เพราะกฎหมายมองว่าได้ทำงานในระบบเดิมอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
ข้อจำกัดที่ต้องระวัง — ข้อ 13 ระบุว่า จป.ที่ได้ใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็น จป. ไว้เท่านั้น — ไม่สามารถรับงานนอกได้
เงินเดือนตลาด จป.วิชาชีพ — สำรวจตลาด 2024-2025
หมายเหตุ: ตัวเลขส่วนนี้เป็นข้อมูลตลาดจากการสำรวจของเว็บไซต์หางาน (JobsDB / JobThai / JobTopGun) ปี 2024-2025 — ไม่ใช่กฎหมายกำหนด — เงินเดือนจริงขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของกิจการ
ข้อมูลตลาดที่พบใน 6 เดือนหลังของปี 2024 ถึงต้นปี 2025
| ประสบการณ์ | ช่วงเงินเดือน (โดยประมาณ) |
|---|---|
| Entry / fresh graduate | 25,000 – 35,000 บาท/เดือน |
| 3-5 ปี | 40,000 – 60,000 บาท/เดือน |
| Senior (5+ ปี) / Safety Manager | 70,000 – 120,000+ บาท/เดือน |
ปัจจัยที่ทำให้เงินเดือนสูงเป็นพิเศษ คือ ทำงานในกิจการบัญชี 1 (ปิโตรเคมี กลั่นน้ำมัน) · มีใบประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมสาขาอาชีวอนามัย · เป็นผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง 2567 · มี certification ระบบสากล (NEBOSH / IOSH / ISO 45001 lead auditor)
ข้อควรระวัง — เรื่องที่ผู้สนใจสายนี้พลาดบ่อย
1. สับสนระหว่าง 234 ชั่วโมงกับ 42 ชั่วโมง
234 ชั่วโมงเป็นหลักสูตรของ จป.วิชาชีพ (สำหรับผู้ใช้ทางที่ 3 — ป.ตรีสายอื่น + ประสบการณ์ 5 ปี) · 42 ชั่วโมงเป็นหลักสูตรของ ผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งกัน · อย่าเอาตัวเลขมาสลับกัน
2. คิดว่าจบ ป.ตรี อาชีวอนามัยต้องอบรม 234 ชั่วโมงเพิ่ม
ไม่ต้อง — ข้อ 21(1) เปิดทางให้ผู้จบสาขาอาชีวอนามัยฯ เข้าเป็น จป.วิชาชีพได้โดยไม่ต้องอบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมง เพราะเนื้อหาที่เรียนในปริญญาตรีครอบคลุมแล้ว — แต่ยังต้องอบรมเพิ่มเติมปีละ 12 ชั่วโมงตามข้อ 23
3. คิดว่าประสบการณ์ 5 ปีต้องเป็นงาน จป.อย่างเดียว
ข้อ 21(3) เขียนว่า "ผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าห้าปีในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 หรือสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2" — ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นงาน จป. ดังนั้นวิศวกร ช่างเทคนิค หรือผู้บริหารงานในกิจการนับเข้าเกณฑ์ได้ทั้งหมด
4. ลืมเรื่องกรอบเวลา 5 ปีของทางที่ 3
ทางที่ 3 (ข้อ 21(3)) มีกรอบเวลา 5 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ (2 มิ.ย. 2565) — สิ้นสุดประมาณกลางปี 2570 ผู้ที่สนใจควรเร่งดำเนินการก่อนกรอบเวลาหมด เพราะหลังจากนั้นอาจถูกยกเลิกหรือปรับเงื่อนไข
5. นายจ้างผลักภาระค่าอบรมให้ลูกจ้าง
ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ของการอบรม จป. ทุกระดับ ห้ามผลักภาระให้ลูกจ้าง — ค่าหลักสูตร ค่าเดินทาง และค่าจ้างวันลาอบรมเป็นของนายจ้าง
6. ลืมส่งรายงานครึ่งปี
ข้อ 47 ของกฎกระทรวงระบุว่า นายจ้างต้องส่งรายงานผลการดำเนินงานของ จป.วิชาชีพ (รวมถึงเทคนิคและเทคนิคขั้นสูง) ต่ออธิบดีปีละ 2 ครั้ง — ภายใน 30 วันนับแต่ 30 มิ.ย. และ 31 ธ.ค. ทุกปี
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: จบ ป.ตรี อาชีวอนามัยและความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัยรัฐ ต้องอบรม 234 ชั่วโมงเพิ่มหรือไม่? ตอบ: ไม่ต้อง — ข้อ 21(1) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 เปิดทางให้บัณฑิตสาขานี้เข้าเป็น จป.วิชาชีพได้ทันทีเมื่อนายจ้างแต่งตั้ง · แต่ยังต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน และอบรมเพิ่มเติมปีละ 12 ชั่วโมงต่อเนื่อง
ถาม: จบวิศวกรรมไฟฟ้า ทำงานในโรงงานมา 6 ปี อยากเป็น จป.วิชาชีพ ต้องทำอะไรบ้าง? ตอบ: ใช้เส้นทางตามข้อ 21(3) — สมัครอบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมงกับผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองจากกรม เข้าเรียนไม่น้อยกว่า 90% ในแต่ละหมวด สอบผ่านการประเมินจากกรมไม่ต่ำกว่า 60% ในทุก 6 หมวดวิชา · กรอบเวลาสำหรับทางนี้สิ้นสุดประมาณกลางปี 2570 ควรเร่งดำเนินการ
ถาม: โรงงานบัญชี 1 มีลูกจ้างแค่ 5 คน ต้องมี จป.วิชาชีพไหม? ตอบ: ต้องมี — ข้อ 20 ของกฎกระทรวงระบุว่ากิจการบัญชี 1 ตั้งแต่ลูกจ้าง 2 คนขึ้นไปต้องจัด จป.วิชาชีพ ไม่มีเงื่อนไขจำนวนคนสูงเหมือนบัญชี 2 · เพราะกิจการบัญชี 1 (เหมือง / ปิโตรเลียม / ปิโตรเคมี / กลั่นน้ำมัน / แยกก๊าซ) เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงโดยธรรมชาติ
ถาม: จป.เทคนิคจะเลื่อนเป็น จป.วิชาชีพได้ไหม? ตอบ: ได้ ถ้าผ่านข้อ 21 ข้อใดข้อหนึ่ง — ทางที่นิยมคือ เลื่อนขึ้นเป็น จป.เทคนิคขั้นสูงก่อน อยู่ในตำแหน่งครบ 5 ปี แล้วอบรมหลักสูตร จป.วิชาชีพ + ผ่านการประเมิน ตามข้อ 21(2) — หรือไปจบ ป.ตรี อาชีวอนามัยฯ เลย ก็เข้าทาง 21(1) ได้
ถาม: จป.วิชาชีพ 1 คน รับผิดชอบโรงงานในเครือหลายแห่งได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้ — ข้อ 20 ระบุว่าต้องเป็นลูกจ้างที่ "ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานประกอบกิจการ" หมายความว่าต้องประจำเต็มเวลาในกิจการที่ขึ้นทะเบียน · โรงงานในเครือแต่ละแห่งต้องมี จป.วิชาชีพแยกของตัวเอง
ถาม: จป.วิชาชีพเป็นผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง 2567 ได้ไหม ต้องเสียค่าธรรมเนียมไหม? ตอบ: ได้ — ใช้คุณสมบัติทาง (4) ของข้อ 6 ตามกฎกระทรวง 2567 · ถ้าทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 32 จะได้รับ ยกเว้นค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ตามข้อ 22 — แต่ใบอนุญาตอายุ 5 ปี ต้องต่ออายุภายใน 90 วันก่อนหมดอายุ
ถาม: อบรม 234 ชั่วโมงค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ใครเป็นผู้จ่าย? ตอบ: ค่าอบรมในตลาดปี 2024-2025 อยู่ในช่วงประมาณ 40,000 – 80,000 บาท/คน ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ — นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ 2554 ห้ามผลักภาระให้ลูกจ้าง รวมค่าเดินทางและค่าจ้างวันลาอบรม
สรุป
จป.วิชาชีพคือ "จป.โดยหน้าที่เฉพาะ" ระดับสูงสุดตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 — กิจการในบัญชี 1 ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และบัญชี 2 ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องจัดอย่างน้อย 1 คน ภายใน 180 วัน · ตำแหน่งนี้มีหน้าที่ 13 ข้อตามข้อ 22 ครอบคลุมตั้งแต่ HIRARC ประเมินความเสี่ยง ตรวจวัดสภาพแวดล้อม ไปจนถึงอบรมโรคจากการประกอบอาชีพ
3 เส้นทางหลักเข้าตำแหน่ง — (1) ป.ตรี อาชีวอนามัย เข้าได้ทันทีโดยไม่ต้องอบรม 234 ชั่วโมงเพิ่ม (2) จป.เทคนิคขั้นสูง 5 ปี + อบรม + ประเมิน (3) ป.ตรีสาขาอื่น + 5 ปีในกิจการบัญชี 1/2 + อบรม 234 ชั่วโมง + ประเมิน
จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ ตัวเลข 234 ชั่วโมง ไม่ใช่ 42 ชั่วโมง (42 ชั่วโมงเป็นของผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย) · ระยะเวลาขึ้นทะเบียน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง · พัฒนาความรู้ปีละ 12 ชั่วโมงต่อเนื่อง · และกรอบเวลา 5 ปีของทางที่ 3 ที่จะสิ้นสุดประมาณกลางปี 2570
ผู้ที่กำลังจะเรียนจบสาขาอาชีวอนามัย หรือทำงานในโรงงานที่อยากเปลี่ยนสาย ลองเริ่มจากการเช็คเส้นทางที่ตรงกับวุฒิและประสบการณ์ของคุณก่อน ดูตำแหน่งที่เปิดในตลาดงานในกิจการบัญชี 1 และบัญชี 2 — และเตรียมขั้นตอนการขึ้นทะเบียนหลังการแต่งตั้งให้พร้อมที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป.
อ้างอิง
- กฎกระทรวงการจัดให้มี จป. พ.ศ. 2565 (ข้อ 20-23 จป.วิชาชีพ, ข้อ 42 การขึ้นทะเบียน, ข้อ 45 การพ้นจากตำแหน่ง, ข้อ 47 รายงาน)
- ประกาศกรมฯ หลักสูตรอบรม จป.วิชาชีพ พ.ศ. 2566 (ข้อ 2 หลักสูตร 234 ชั่วโมง 6 หมวด, ข้อ 16-18 เกณฑ์ผ่าน)
- กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 (ข้อ 6 คุณสมบัติ, ข้อ 21-22 ค่าธรรมเนียม)
- พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — มาตรา 7 ค่าใช้จ่าย
- จป.หัวหน้างาน — เปรียบเทียบ จป.โดยตำแหน่ง
- จป.เทคนิค — เปรียบเทียบ จป.โดยหน้าที่เฉพาะระดับแรก
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง