👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

จป.วิชาชีพ — 3 เส้นทาง หน้าที่ 13 ข้อ อบรม 234 ชั่วโมง

จป.วิชาชีพ คือใคร 3 เส้นทางเข้าตำแหน่ง หน้าที่ 13 ข้อ หลักสูตรอบรม 234 ชั่วโมง การขึ้นทะเบียน 30 วัน และเส้นทางสู่ผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง 2567

Safety Station 10124 มีนาคม 2569อ่าน 37 นาที · 8,133 คำ
จป.วิชาชีพ — 3 เส้นทาง หน้าที่ 13 ข้อ อบรม 234 ชั่วโมง

โรงงานในไทยที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป (บัญชี 2) และโรงงานเสี่ยงสูงทุกขนาดตั้งแต่ 2 คน (บัญชี 1) เป็นกลุ่มที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัด จป.วิชาชีพ อย่างน้อย 1 คนประจำสถานประกอบกิจการ ตำแหน่งนี้เป็นระดับสูงสุดในสายงาน จป. และเป็นที่ต้องการของตลาดมาตลอด — แต่หลายคนที่กำลังจะเรียนจบหรืออยากเปลี่ยนสายเข้ามา ยังไม่ชัดว่ามี 3 เส้นทาง ให้เข้า · ต้องอบรมกี่ชั่วโมงกันแน่ และเมื่อทำงานแล้วต้องรับผิดชอบหน้าที่กี่ข้อ — สรุปครบทั้งเส้นทางสู่ตำแหน่ง หน้าที่ 13 ข้อ การอบรม 234 ชั่วโมง การขึ้นทะเบียน 30 วัน และเส้นทางต่อยอดสู่ผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2567

จป.วิชาชีพ คือใคร

จป.วิชาชีพ หรือชื่อเต็ม "เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ" คือลูกจ้างที่มีคุณสมบัติเฉพาะตามกฎหมาย และได้รับการแต่งตั้งจากนายจ้างให้ทำหน้าที่ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานประจำสถานประกอบกิจการ — เป็น "จป.โดยหน้าที่เฉพาะ" ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องประจำเต็มเวลา ไม่ใช่งานเสริม

ตำแหน่งนี้กำหนดโดย กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 จัดอยู่ในกลุ่ม จป.โดยหน้าที่เฉพาะ (ตามข้อ 13) เช่นเดียวกับ จป.เทคนิคและ จป.เทคนิคขั้นสูง แต่ถือเป็นระดับสูงสุดของสายนี้ ทั้งในแง่คุณสมบัติทางการศึกษา ขอบเขตหน้าที่ และค่าตอบแทนตลาด

ความต่างที่สำคัญจาก จป.เทคนิคและ จป.เทคนิคขั้นสูงคือ — จป.วิชาชีพมี หน้าที่เฉพาะที่ผูกกับวิชาชีพอาชีวอนามัย เพิ่มเข้ามา 4 ข้อหลัก คือ การประเมินความเสี่ยง การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน การให้ความรู้และอบรมโรคจากการประกอบอาชีพ และการเสนอแนะการจัดการด้านความปลอดภัยเชิงระบบ — หน้าที่เหล่านี้เป็นเหตุผลที่กฎหมายกำหนดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำสำหรับตำแหน่งนี้สูงกว่าทุกระดับ

ใครต้องมี จป.วิชาชีพ

ข้อ 20 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ระบุเงื่อนไขสำหรับนายจ้างที่ต้องจัดให้มี จป.วิชาชีพไว้ชัดเจน

"นายจ้างของสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 ที่มีลูกจ้างจำนวนสองคนขึ้นไป และสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างจำนวนหนึ่งร้อยคนขึ้นไป ต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 21 อย่างน้อยหนึ่งคน เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ"

แปลเป็นภาษาคนทำงานได้ว่า

ประเภทสถานประกอบกิจการ ลูกจ้าง ต้องจัด จป.วิชาชีพ
บัญชี 1 (เสี่ยงสูง — เหมือง / ปิโตรเลียม / ปิโตรเคมี / กลั่นน้ำมัน / แยกก๊าซ) 2 คนขึ้นไป ใช่
บัญชี 2 (เสี่ยงปานกลาง — โรงงาน / ก่อสร้าง / โรงพยาบาล / คลังสินค้า ฯลฯ) 100 คนขึ้นไป ใช่
บัญชี 3 (เสี่ยงต่ำ — สำนักงาน / สถาบันการเงิน / ห้างสรรพสินค้า) ทุกขนาด ไม่ต้อง

ระยะเวลาที่ให้ — 180 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวน หรือนับแต่วันที่จัดตั้งกิจการ (กรณีบัญชี 1) ต้องจัด จป.วิชาชีพประจำให้เรียบร้อย หากเลยกำหนดยังไม่มี ถือว่าฝ่าฝืน

หมายเหตุที่สำคัญ — บัญชี 1 ไม่มีเงื่อนไขจำนวนคนสูง

จุดที่ HR หลายแห่งพลาดคือ — กิจการในบัญชี 1 ต้องมี จป.วิชาชีพ ตั้งแต่มีลูกจ้าง 2 คน ไม่ต้องรอครบ 100 คนเหมือนบัญชี 2 เพราะกฎหมายมองว่ากิจการกลุ่มนี้ความเสี่ยงสูงโดยธรรมชาติ — เหมืองแร่ ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี กลั่นน้ำมัน แยกก๊าซธรรมชาติ ครบ 5 ประเภท

3 เส้นทางเข้าสู่ตำแหน่ง จป.วิชาชีพ

ภาพรวม 3 เส้นทางสู่ จป.วิชาชีพ — ปริญญาตรีอาชีวอนามัย, จป.เทคนิคขั้นสูง 5 ปี, ปริญญาตรีอื่น 5 ปี + อบรม 234 ชม.

ข้อ 21 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 เปิดทาง 6 ช่องในกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติสำหรับคนใหม่ปี 2567-2568 จะมี 3 เส้นทางหลักที่ใช้ได้จริง

ทางที่ 1 — จบปริญญาตรี อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (เส้นทางตรง)

ข้อ 21(1) ระบุไว้ว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น จป.วิชาชีพได้คือ

"สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด"

ทางนี้คือ เส้นทางที่สั้นที่สุด — บัณฑิตที่จบสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัยที่หลักสูตรเป็นที่ยอมรับ (เช่น ม.มหิดล / ม.ขอนแก่น / ม.บูรพา / ม.วลัยลักษณ์ และอีกหลายแห่ง) สามารถเข้าเป็น จป.วิชาชีพได้ทันทีตั้งแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้ง โดยไม่ต้องอบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมงเพิ่ม เพราะหลักสูตรปริญญาตรีครอบคลุมเนื้อหาเหล่านั้นในการเรียนตลอด 4 ปีอยู่แล้ว

นี่คือเหตุผลที่บัณฑิตสาขานี้เป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน — เริ่มงานได้ทันทีโดยไม่มีคอขวดเรื่องการอบรม

ทางที่ 2 — จป.เทคนิคขั้นสูงเดิม + ประสบการณ์ 5 ปี + อบรม + ประเมิน

ข้อ 21(2) เปิดทางสำหรับผู้ที่อยู่ในสายมาก่อนแล้ว — เป็น จป.เทคนิคขั้นสูงมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และจบปริญญาตรี (สาขาใดก็ได้) สามารถยกระดับเป็น จป.วิชาชีพได้โดยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร จป.วิชาชีพและผ่านการประเมินจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ทางนี้เหมาะสำหรับ จป.ที่ทำงานสายโรงงานมาในระดับเทคนิคขั้นสูงและต้องการเลื่อนขั้นโดยใช้ประสบการณ์ที่สะสมไว้

ทางที่ 3 — ปริญญาตรีสาขาอื่น + ประสบการณ์ 5 ปี + อบรม 234 ชั่วโมง + ประเมิน

นี่คือทางที่คนเปลี่ยนสายเข้ามา จป.ใช้กันมากที่สุด — ข้อ 21(3) เขียนไว้ว่า

"สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และเป็นผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าห้าปีในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 หรือสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ"

เงื่อนไขสามขั้น

  1. ปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ (วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ บริหาร ฯลฯ)
  2. ประสบการณ์ 5 ปี ในสถานประกอบกิจการบัญชี 1 หรือบัญชี 2 (ไม่จำเป็นต้องเป็นงาน จป. — ทำงานในกิจการก็นับ)
  3. อบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมง + ผ่านการประเมินจากกรม

สิ่งที่ต้องระวังคือ ข้อ 21(3) มี กรอบเวลา 5 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ (มีผลเมื่อ 2 มิ.ย. 2565 — หมายความว่าสิ้นสุดประมาณกลางปี 2570) หลังจากนั้นกรมอาจปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกทางนี้ ผู้ที่สนใจควรรีบดำเนินการ

เส้นทางอื่นในกฎหมาย (สำหรับผู้เคยขึ้นทะเบียนตามกฎหมายเก่า)

ข้อ 21(4) (5) (6) เป็นบทเฉพาะกาลสำหรับผู้ที่เคยเป็น จป.วิชาชีพตามกฎหมายเก่า (กฎกระทรวง พ.ศ. 2549 / ประกาศกระทรวงแรงงาน 31 มี.ค. 2540 / ประกาศกระทรวงมหาดไทย 6 พ.ค. 2528) — ส่วนใหญ่ยังถือเป็น จป.วิชาชีพต่อไปได้ บางกรณีต้องอบรมและประเมินใหม่ภายใน 5 ปี

หลักสูตรอบรม จป.วิชาชีพ 234 ชั่วโมง

โครงสร้างหลักสูตร 234 ชั่วโมง 6 หมวดวิชา ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

หลักสูตรอบรม จป.วิชาชีพออกตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติวิทยากร และการดำเนินการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพและหลักเกณฑ์การประเมิน ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566

ข้อ 2 ของประกาศกรมระบุไว้ว่า

"หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ คุณสมบัติตามข้อ 21 (3) แห่งกฎกระทรวงฯ ระยะเวลาการฝึกอบรม สองร้อยสามสิบสี่ชั่วโมง ประกอบด้วย 6 หมวดวิชา"

หลายแหล่งข้อมูลในเว็บไซต์ HR ภาษาไทยและสื่อสังคมยังเขียนตัวเลขสับสน ระหว่าง 234 ชั่วโมง ของ จป.วิชาชีพกับ 42 ชั่วโมง ของผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย — ทั้งสองเป็นคนละหลักสูตรอย่างสิ้นเชิง ตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับ จป.วิชาชีพคือ 234 ชั่วโมง เท่านั้น

โครงสร้าง 6 หมวดวิชา

หมวด ชื่อหมวดวิชา ชั่วโมง
1 ความรู้ทั่วไป กฎหมายความปลอดภัยฯ และบทบาทหน้าที่ของ จป.วิชาชีพ 36
2 สุขศาสตร์อุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมในการทำงาน 48
3 วิศวกรรมความปลอดภัย 36
4 การดูแลสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง 36
5 การยศาสตร์และการปรับปรุงสภาพการทำงาน 36
6 การจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 42
รวม 234

แต่ละหมวดมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ — เช่น หมวด 2 สุขศาสตร์อุตสาหกรรมมีภาคปฏิบัติ 18 ชั่วโมงสำหรับฝึกตรวจวัดความร้อน แสงสว่าง เสียง และความเข้มข้นสารเคมีอันตราย · หมวด 6 มีภาคปฏิบัติ 12 ชั่วโมงสำหรับฝึกประเมินอันตรายและจัดทำแผนงานความปลอดภัย

เกณฑ์ผ่านการอบรม

ข้อ 16 และข้อ 18 ของประกาศกรม 2566 กำหนดเกณฑ์การผ่านไว้ 2 ขั้น

  1. เข้าเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาในแต่ละหมวดวิชา
  2. คะแนนทดสอบไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละหมวดวิชา (ทดสอบโดยกรมสวัสดิการฯ ไม่ใช่ผู้ให้บริการอบรม)

หากไม่ผ่านหมวดใด มีสิทธิทดสอบซ่อมได้อีก 1 ครั้งในหมวดนั้น หากยังไม่ผ่าน ต้องเข้ารับการฝึกอบรมและทดสอบเฉพาะในหมวดนั้นใหม่

ใครจัดอบรมได้

ตามข้อ 5 ของประกาศกรม — ผู้ให้บริการที่จัดอบรม จป.วิชาชีพได้คือ

  • นิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยฯ และได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ
  • สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ (สสปท.)
  • สถาบันอุดมศึกษา ของรัฐหรือเอกชนที่มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา
  • รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

ใบรับรองหลักสูตรออกได้คราวละ 3 ปี ตามข้อ 7 — ผู้ที่จะส่งคนอบรมควรตรวจสอบว่าหลักสูตรของหน่วยฝึกยังอยู่ในอายุการรับรองหรือไม่ก่อนจ่ายค่าอบรม

หน้าที่ 13 ประการของ จป.วิชาชีพ

หน้าที่ 13 ข้อของ จป.วิชาชีพ จัดเป็น icon-set 6 ช่อง — กฎหมาย, ชี้บ่งอันตราย, ประเมินความเสี่ยง, แผนงาน, ตรวจประเมิน, อบรมโรค หน้าที่ 13 ข้อของ จป.วิชาชีพ ต่อ — สอบสวนอุบัติเหตุ, สถิติ, แนะนำคู่มือ, ฝึกสอน, ตรวจวัดสภาพแวดล้อม, จัดการระบบ, มอบหมาย

ข้อ 22 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 กำหนดหน้าที่ของ จป.วิชาชีพไว้ 13 ข้อ — มากที่สุดในบรรดา จป.ทุกระดับ

  1. ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  2. วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย กำหนดมาตรการป้องกันและขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัย — กระบวนการนี้คือ JSA (Job Safety Analysis) หรือ HIRARC ที่ จป.วิชาชีพต้องเป็นเจ้าภาพหลัก
  3. ประเมินความเสี่ยง ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — หน้าที่เฉพาะของระดับวิชาชีพที่ จป.เทคนิคไม่มี
  4. วิเคราะห์แผนงานหรือโครงการ และเสนอมาตรการความปลอดภัยต่อนายจ้าง
  5. ตรวจประเมินการปฏิบัติงาน ของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการ หรือมาตรการความปลอดภัย
  6. แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามคู่มือ ความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการ
  7. แนะนำ ฝึกสอน และอบรมลูกจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุไม่ปลอดภัย
  8. ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการร่วมกับนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตตามกฎหมาย — นี่คือหน้าที่สำคัญของ จป.วิชาชีพที่ระดับอื่นไม่มี ครอบคลุมการวัด heat stress / light / noise / สารเคมีในอากาศ
  9. เสนอแนะการจัดการด้านความปลอดภัย ที่เหมาะสมและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
  10. ตรวจสอบหาสาเหตุและวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ พร้อมรายงานและเสนอแนวทางแก้ไขโดยไม่ชักช้า (Incident Investigation)
  11. รวบรวมสถิติและจัดทำรายงาน เกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ
  12. ให้ความรู้และอบรมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม แก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานและระหว่างทำงาน เพื่อทบทวนความรู้ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง — หน้าที่ที่กฎหมายระบุความถี่ไว้ชัดเจน
  13. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย

หน้าที่ 13 ข้อนี้กว้างกว่าระดับอื่นทั้ง 4 ระดับมาก โดยเฉพาะข้อ 3 (ประเมินความเสี่ยง) ข้อ 8 (ตรวจวัดสภาพแวดล้อม) และข้อ 12 (อบรมโรคจากการประกอบอาชีพ) ซึ่งเป็นเหตุผลที่กฎหมายต้องการคนที่จบสาขาตรง หรืออบรมหลักสูตรยาวพิเศษ

หลังอบรม — ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน

อบรม 234 ชั่วโมงจบ ผ่านการประเมินจากกรม และนายจ้างออกคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ยังไม่จบเรื่อง — ข้อ 42 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 บังคับ

"นายจ้างต้องนำรายชื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ระดับบริหาร ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ไปขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว"

จป.ทุกระดับต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน — ไม่ว่าจะเป็นระดับหัวหน้างาน บริหาร เทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ ใช้กรอบเวลาเดียวกันหมด รายละเอียดขั้นตอนยื่นเอกสารดูที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป.

กรณีพ้นจากตำแหน่ง

หาก จป.วิชาชีพลาออก เปลี่ยนตำแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นลูกจ้าง — ข้อ 45 กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งการพ้นจากตำแหน่งภายใน 30 วัน เช่นกัน และข้อ 24 ระบุให้ต้องจัด จป.วิชาชีพคนใหม่แทน ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คนเดิมพ้น

พัฒนาความรู้ปีละ 12 ชั่วโมง — กฎหมายบังคับ

หลายคนเข้าใจว่าอบรม 234 ชั่วโมงจบเป็นจบ ความจริงคือ ข้อ 23 ของกฎกระทรวงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ จป.วิชาชีพ (รวมถึง จป.เทคนิคและ จป.เทคนิคขั้นสูง)

"ได้รับการฝึกอบรมหรือมีการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน เพิ่มเติมปีละไม่น้อยกว่าสิบสองชั่วโมง"

นายจ้างต้องแจ้งให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการเสร็จ — หลักสูตร 12 ชั่วโมงนี้ออกตามที่อธิบดีประกาศกำหนด มีหลายหลักสูตรย่อย เช่น การประเมินความเสี่ยง สารเคมีอันตราย การจัดการความปลอดภัยเชิงระบบ ฯลฯ

เปรียบเทียบ จป.ระดับวิชาชีพกับระดับอื่น

บันได 5 ขั้นเปรียบเทียบ จป.หัวหน้างาน 12 ชม. · บริหาร 12 ชม. · เทคนิค 30 ชม. · เทคนิคขั้นสูง 180 ชม. · วิชาชีพ 234 ชม.

ภาพรวมความแตกต่างของ จป. แต่ละระดับเทียบเป็นตาราง

ประเด็น จป.หัวหน้างาน จป.เทคนิค จป.เทคนิคขั้นสูง จป.วิชาชีพ
ประเภท โดยตำแหน่ง โดยหน้าที่เฉพาะ โดยหน้าที่เฉพาะ โดยหน้าที่เฉพาะ
ขนาดกิจการที่ต้องมี (บัญชี 2) 2 คนขึ้นไป 20-49 คน 50-99 คน 100 คนขึ้นไป
ขนาดกิจการ (บัญชี 1) 2 คนขึ้นไป 2 คนขึ้นไป
ชั่วโมงอบรม 12 ชม. 30 ชม. 180 ชม. 234 ชม. (กรณีข้อ 21(3))
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ไม่กำหนด ไม่กำหนด ปวท. ขึ้นไป ป.ตรี (ทุกทาง)
ประจำสถานประกอบกิจการ ไม่บังคับ บังคับ บังคับ บังคับ
ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน 30 วัน 30 วัน 30 วัน
พัฒนาความรู้ปีละ 12 ชม. 12 ชม. 12 ชม.
จำนวนหน้าที่ตามกฎหมาย 8 ข้อ 6 ข้อ 9 ข้อ 13 ข้อ

จุดที่แตกต่างชัดที่สุดของ จป.วิชาชีพคือ — เป็นระดับเดียวที่ครอบคลุม "การประเมินความเสี่ยง" (ข้อ 22(3)) และ "การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน" (ข้อ 22(8)) ในเนื้อหาหน้าที่ — สองงานนี้เป็นแก่นของวิชาชีพอาชีวอนามัยที่ระดับเทคนิคและเทคนิคขั้นสูงไม่ได้รับมอบหมายในกฎหมาย

เส้นทางต่อยอด — สู่ผู้ชำนาญการ ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2567

ข่าวดีสำหรับ จป.วิชาชีพคือ มีกฎหมายใหม่เปิดทางให้ยกระดับเป็น "ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน" ได้ — ตามกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการฯ พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567

คุณสมบัติเข้าเป็นผู้ชำนาญการ

ข้อ 5 ของกฎกระทรวง 2567 กำหนดคุณสมบัติทั่วไป — สัญชาติไทย อายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ ไม่เคยถูกไล่ออก/พักใช้/เพิกถอนใบอนุญาต และมีประสบการณ์ด้านการประเมินอันตราย/สภาพแวดล้อมในการทำงาน ไม่น้อยกว่า 5 ปี

นอกจากนั้น ข้อ 6 กำหนดให้ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 ทาง

  • (1) ป.ตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่า
  • (2) ป.ตรี วิทยาศาสตร์ / สาธารณสุขศาสตร์ / วิศวกรรมศาสตร์ ที่เรียนด้านอาชีวอนามัยและการประเมินอันตราย/ความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต
  • (3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • (4) เป็น จป.เทคนิค / จป.เทคนิคขั้นสูง / จป.วิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 32

จป.วิชาชีพที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการที่เข้าข่ายมาตรา 32 ใช้คุณสมบัติทาง (4) เข้าเส้นทางผู้ชำนาญการได้

ค่าธรรมเนียม — และข้อยกเว้นที่สำคัญ

ข้อ 21 ของกฎกระทรวง 2567 กำหนดค่าธรรมเนียมไว้

รายการ ค่าธรรมเนียม
ใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ 5,000 บาท/ฉบับ
ใบแทนใบอนุญาต 500 บาท/ฉบับ
ต่ออายุใบอนุญาต 5,000 บาท/ครั้ง

ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี ตามข้อ 12 — ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ 90 วัน

ข้อยกเว้นที่ จป.วิชาชีพควรรู้ — ข้อ 22 ของกฎกระทรวง 2567 ระบุไว้

"ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ 21 แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 6 (4)"

แปลว่า — ถ้าใช้คุณสมบัติทาง (4) คือเป็น จป.เทคนิค/เทคนิคขั้นสูง/วิชาชีพ ในสถานประกอบกิจการตามมาตรา 32 อยู่แล้ว — ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาท เพราะกฎหมายมองว่าได้ทำงานในระบบเดิมอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

ข้อจำกัดที่ต้องระวัง — ข้อ 13 ระบุว่า จป.ที่ได้ใบอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ มีสิทธิดำเนินการเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะในสถานประกอบกิจการที่ตนขึ้นทะเบียนเป็น จป. ไว้เท่านั้น — ไม่สามารถรับงานนอกได้

เงินเดือนตลาด จป.วิชาชีพ — สำรวจตลาด 2024-2025

หมายเหตุ: ตัวเลขส่วนนี้เป็นข้อมูลตลาดจากการสำรวจของเว็บไซต์หางาน (JobsDB / JobThai / JobTopGun) ปี 2024-2025 — ไม่ใช่กฎหมายกำหนด — เงินเดือนจริงขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของกิจการ

ข้อมูลตลาดที่พบใน 6 เดือนหลังของปี 2024 ถึงต้นปี 2025

ประสบการณ์ ช่วงเงินเดือน (โดยประมาณ)
Entry / fresh graduate 25,000 – 35,000 บาท/เดือน
3-5 ปี 40,000 – 60,000 บาท/เดือน
Senior (5+ ปี) / Safety Manager 70,000 – 120,000+ บาท/เดือน

ปัจจัยที่ทำให้เงินเดือนสูงเป็นพิเศษ คือ ทำงานในกิจการบัญชี 1 (ปิโตรเคมี กลั่นน้ำมัน) · มีใบประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมสาขาอาชีวอนามัย · เป็นผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง 2567 · มี certification ระบบสากล (NEBOSH / IOSH / ISO 45001 lead auditor)

ข้อควรระวัง — เรื่องที่ผู้สนใจสายนี้พลาดบ่อย

1. สับสนระหว่าง 234 ชั่วโมงกับ 42 ชั่วโมง

234 ชั่วโมงเป็นหลักสูตรของ จป.วิชาชีพ (สำหรับผู้ใช้ทางที่ 3 — ป.ตรีสายอื่น + ประสบการณ์ 5 ปี) · 42 ชั่วโมงเป็นหลักสูตรของ ผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งกัน · อย่าเอาตัวเลขมาสลับกัน

2. คิดว่าจบ ป.ตรี อาชีวอนามัยต้องอบรม 234 ชั่วโมงเพิ่ม

ไม่ต้อง — ข้อ 21(1) เปิดทางให้ผู้จบสาขาอาชีวอนามัยฯ เข้าเป็น จป.วิชาชีพได้โดยไม่ต้องอบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมง เพราะเนื้อหาที่เรียนในปริญญาตรีครอบคลุมแล้ว — แต่ยังต้องอบรมเพิ่มเติมปีละ 12 ชั่วโมงตามข้อ 23

3. คิดว่าประสบการณ์ 5 ปีต้องเป็นงาน จป.อย่างเดียว

ข้อ 21(3) เขียนว่า "ผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าห้าปีในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 หรือสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2" — ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นงาน จป. ดังนั้นวิศวกร ช่างเทคนิค หรือผู้บริหารงานในกิจการนับเข้าเกณฑ์ได้ทั้งหมด

4. ลืมเรื่องกรอบเวลา 5 ปีของทางที่ 3

ทางที่ 3 (ข้อ 21(3)) มีกรอบเวลา 5 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ (2 มิ.ย. 2565) — สิ้นสุดประมาณกลางปี 2570 ผู้ที่สนใจควรเร่งดำเนินการก่อนกรอบเวลาหมด เพราะหลังจากนั้นอาจถูกยกเลิกหรือปรับเงื่อนไข

5. นายจ้างผลักภาระค่าอบรมให้ลูกจ้าง

ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ของการอบรม จป. ทุกระดับ ห้ามผลักภาระให้ลูกจ้าง — ค่าหลักสูตร ค่าเดินทาง และค่าจ้างวันลาอบรมเป็นของนายจ้าง

6. ลืมส่งรายงานครึ่งปี

ข้อ 47 ของกฎกระทรวงระบุว่า นายจ้างต้องส่งรายงานผลการดำเนินงานของ จป.วิชาชีพ (รวมถึงเทคนิคและเทคนิคขั้นสูง) ต่ออธิบดีปีละ 2 ครั้ง — ภายใน 30 วันนับแต่ 30 มิ.ย. และ 31 ธ.ค. ทุกปี

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: จบ ป.ตรี อาชีวอนามัยและความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัยรัฐ ต้องอบรม 234 ชั่วโมงเพิ่มหรือไม่? ตอบ: ไม่ต้อง — ข้อ 21(1) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 เปิดทางให้บัณฑิตสาขานี้เข้าเป็น จป.วิชาชีพได้ทันทีเมื่อนายจ้างแต่งตั้ง · แต่ยังต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน และอบรมเพิ่มเติมปีละ 12 ชั่วโมงต่อเนื่อง

ถาม: จบวิศวกรรมไฟฟ้า ทำงานในโรงงานมา 6 ปี อยากเป็น จป.วิชาชีพ ต้องทำอะไรบ้าง? ตอบ: ใช้เส้นทางตามข้อ 21(3) — สมัครอบรมหลักสูตร 234 ชั่วโมงกับผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองจากกรม เข้าเรียนไม่น้อยกว่า 90% ในแต่ละหมวด สอบผ่านการประเมินจากกรมไม่ต่ำกว่า 60% ในทุก 6 หมวดวิชา · กรอบเวลาสำหรับทางนี้สิ้นสุดประมาณกลางปี 2570 ควรเร่งดำเนินการ

ถาม: โรงงานบัญชี 1 มีลูกจ้างแค่ 5 คน ต้องมี จป.วิชาชีพไหม? ตอบ: ต้องมี — ข้อ 20 ของกฎกระทรวงระบุว่ากิจการบัญชี 1 ตั้งแต่ลูกจ้าง 2 คนขึ้นไปต้องจัด จป.วิชาชีพ ไม่มีเงื่อนไขจำนวนคนสูงเหมือนบัญชี 2 · เพราะกิจการบัญชี 1 (เหมือง / ปิโตรเลียม / ปิโตรเคมี / กลั่นน้ำมัน / แยกก๊าซ) เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงโดยธรรมชาติ

ถาม: จป.เทคนิคจะเลื่อนเป็น จป.วิชาชีพได้ไหม? ตอบ: ได้ ถ้าผ่านข้อ 21 ข้อใดข้อหนึ่ง — ทางที่นิยมคือ เลื่อนขึ้นเป็น จป.เทคนิคขั้นสูงก่อน อยู่ในตำแหน่งครบ 5 ปี แล้วอบรมหลักสูตร จป.วิชาชีพ + ผ่านการประเมิน ตามข้อ 21(2) — หรือไปจบ ป.ตรี อาชีวอนามัยฯ เลย ก็เข้าทาง 21(1) ได้

ถาม: จป.วิชาชีพ 1 คน รับผิดชอบโรงงานในเครือหลายแห่งได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้ — ข้อ 20 ระบุว่าต้องเป็นลูกจ้างที่ "ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานประกอบกิจการ" หมายความว่าต้องประจำเต็มเวลาในกิจการที่ขึ้นทะเบียน · โรงงานในเครือแต่ละแห่งต้องมี จป.วิชาชีพแยกของตัวเอง

ถาม: จป.วิชาชีพเป็นผู้ชำนาญการตามกฎกระทรวง 2567 ได้ไหม ต้องเสียค่าธรรมเนียมไหม? ตอบ: ได้ — ใช้คุณสมบัติทาง (4) ของข้อ 6 ตามกฎกระทรวง 2567 · ถ้าทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการตามประเภทและขนาดที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 32 จะได้รับ ยกเว้นค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ตามข้อ 22 — แต่ใบอนุญาตอายุ 5 ปี ต้องต่ออายุภายใน 90 วันก่อนหมดอายุ

ถาม: อบรม 234 ชั่วโมงค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ใครเป็นผู้จ่าย? ตอบ: ค่าอบรมในตลาดปี 2024-2025 อยู่ในช่วงประมาณ 40,000 – 80,000 บาท/คน ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ — นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ 2554 ห้ามผลักภาระให้ลูกจ้าง รวมค่าเดินทางและค่าจ้างวันลาอบรม

สรุป

จป.วิชาชีพคือ "จป.โดยหน้าที่เฉพาะ" ระดับสูงสุดตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 — กิจการในบัญชี 1 ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และบัญชี 2 ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องจัดอย่างน้อย 1 คน ภายใน 180 วัน · ตำแหน่งนี้มีหน้าที่ 13 ข้อตามข้อ 22 ครอบคลุมตั้งแต่ HIRARC ประเมินความเสี่ยง ตรวจวัดสภาพแวดล้อม ไปจนถึงอบรมโรคจากการประกอบอาชีพ

3 เส้นทางหลักเข้าตำแหน่ง — (1) ป.ตรี อาชีวอนามัย เข้าได้ทันทีโดยไม่ต้องอบรม 234 ชั่วโมงเพิ่ม (2) จป.เทคนิคขั้นสูง 5 ปี + อบรม + ประเมิน (3) ป.ตรีสาขาอื่น + 5 ปีในกิจการบัญชี 1/2 + อบรม 234 ชั่วโมง + ประเมิน

จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ ตัวเลข 234 ชั่วโมง ไม่ใช่ 42 ชั่วโมง (42 ชั่วโมงเป็นของผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย) · ระยะเวลาขึ้นทะเบียน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง · พัฒนาความรู้ปีละ 12 ชั่วโมงต่อเนื่อง · และกรอบเวลา 5 ปีของทางที่ 3 ที่จะสิ้นสุดประมาณกลางปี 2570

ผู้ที่กำลังจะเรียนจบสาขาอาชีวอนามัย หรือทำงานในโรงงานที่อยากเปลี่ยนสาย ลองเริ่มจากการเช็คเส้นทางที่ตรงกับวุฒิและประสบการณ์ของคุณก่อน ดูตำแหน่งที่เปิดในตลาดงานในกิจการบัญชี 1 และบัญชี 2 — และเตรียมขั้นตอนการขึ้นทะเบียนหลังการแต่งตั้งให้พร้อมที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป.


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ จป.วิชาชีพ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →