หน้าที่นายจ้างเรื่องเครื่องจักร ตามบททั่วไป ข้อ 6 ถึงข้อ 21 กฎกระทรวง 2564
หน้าที่นายจ้างตามบททั่วไปหมวดเครื่องจักร ข้อ 6 ถึงข้อ 21 กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ตรวจก่อนใช้ ตรวจประจำปี 7 กลุ่ม คู่มือใช้งาน ประเมินอันตราย และป้องกันไฟรั่ว

เครื่องจักรทุกตัวในสถานประกอบกิจการ ตั้งแต่เครื่องเจียบนโต๊ะช่างไปจนถึงสายพานลำเลียงที่พาดข้ามอาคาร อยู่ใต้ชุดหน้าที่เดียวกันของนายจ้าง ชุดนั้นคือหมวด 1 ส่วนที่ 1 บททั่วไป ของกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 รวม 16 ข้อ ตั้งแต่ข้อ 6 ถึงข้อ 21 หากต้องการเห็นโครงทั้งฉบับก่อน อ่านได้ที่ ภาพรวมกฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ 2564
หมวดปั้นจั่นและหมวดหม้อน้ำมีแบบฟอร์มและกำหนดเวลาชัดเจน จึงถูกหยิบไปทำก่อนเสมอ ส่วนบททั่วไปใช้ได้กับเครื่องจักรเกือบทุกตัวในพื้นที่ผลิต เนื้อหาต่อไปนี้เรียงตามหน้าที่ของนายจ้าง โดยวงเล็บเลขข้อไว้ให้ตรวจกลับได้
ขอบเขตและนิยามที่กำหนดว่าอะไรคือเครื่องจักร
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 โดยข้อ 1 กำหนดว่าให้ใช้บังคับ "เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา" และข้อ 2 ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2552 ทั้งฉบับ เอกสารภายในที่ยังอ้างเลขข้อของฉบับเดิมจึงใช้ไม่ได้อีก
คำที่กำหนดขอบเขตของทั้งหมวดคือคำว่าเครื่องจักร ซึ่งข้อ 3 นิยามว่าหมายถึง "สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับก่อกำเนิดพลังงาน เปลี่ยนหรือแปลงสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน" ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ แสงอาทิตย์ ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น และรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ล้อตุนกำลัง รอก สายพาน เพลา เฟือง และเครื่องมือกล ชิ้นส่วนส่งกำลังเหล่านี้จึงเป็นเครื่องจักรตามกฎหมายด้วยตัวเอง
อีกคำที่ต้องแยกให้ชัดคือเครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร ซึ่งข้อ 3 นิยามว่าเป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ในบริเวณที่อาจเป็นอันตราย เพื่อป้องกันอันตรายแก่บุคคลที่ควบคุมหรืออยู่ใกล้เคียง ส่วนที่ 1 ใช้กับเครื่องจักรทุกชนิด ส่วนที่ 2 ถึงส่วนที่ 6 เป็นข้อกำหนดเพิ่มรายประเภท เครื่องจักรที่มีส่วนเฉพาะจึงต้องทำตามทั้งสองส่วน
หน้าที่ที่หนึ่ง คุมสภาพคนก่อนเข้าถึงจุดหมุน
ข้อ 6 กำหนดให้นายจ้างดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรปฏิบัติสามเรื่อง
(1) สวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อยรัดกุม (2) ไม่สวมใส่เครื่องประดับที่อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ (3) รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้อยู่ในลักษณะที่ปลอดภัย
ถ้อยคำสำคัญคือ "ดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติ" หน้าที่จึงตกที่นายจ้าง และรวมถึงการกำกับหน้างานให้เกิดขึ้นจริง หลักฐานที่ใช้ยืนยันคือข้อบังคับการทำงานและบันทึกตรวจความพร้อมก่อนเข้ากะ
ข้อ 13 เพิ่มหน้าที่ด้านคนอีกชั้น โดยกำหนดว่างานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ หรือเครื่องจักรชนิดอื่นที่อันตรายโดยสภาพ นายจ้างต้องใช้ลูกจ้างซึ่งผ่านการอบรมเรื่องขั้นตอนและวิธีทำงานที่ปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร โครงสร้างอุปกรณ์ และการตรวจสอบบำรุงรักษา โดยวิทยากรซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด ข้อนี้ซ้อนกับมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ที่กำหนดให้อบรมลูกจ้างทุกคนก่อนเริ่มทำงาน เมื่อรับเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร การย้ายพนักงานข้ามไลน์ผลิตจึงต้องอบรมซ้ำ
หน้าที่ที่สอง จัดคู่มือการใช้งานให้มีจริงและอ่านรู้เรื่อง
ข้อ 8 ผูกกับข้ออื่นมากที่สุดในบททั่วไป ตัวบทกำหนดว่าในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บำรุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ และเครื่องจักรสำหรับยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
กรณีเครื่องจักรมือสอง เครื่องที่ประกอบขึ้นเอง หรือเครื่องเก่าที่คู่มือหายไปแล้ว ตัวบทกำหนดให้นายจ้างจัดให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำเอกสารชุดนี้เป็นหนังสือ และเก็บสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ คำว่าวิศวกรในกฎกระทรวงนี้ ข้อ 3 นิยามว่าหมายถึงผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ช่างเทคนิคอาวุโสที่ไม่มีใบอนุญาตจึงลงนามแทนไม่ได้
วรรคสองกำหนดว่าเอกสารชุดนี้ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่ลูกจ้างศึกษาและปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยได้ คู่มือภาษาต่างประเทศชุดเดียวที่ติดมากับเครื่องจึงยังไม่ครบ หากผู้ใช้งานอ่านไม่ออก ส่วนวรรคสามให้เกณฑ์น้ำหนักไว้ตรงตัว การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตรายโดยสภาพ ต้องมีแผนป้องกันอันตรายจากการเคลื่อนย้าย ทั้งนี้ ข้อ 5 เปิดทางให้เอกสารตามข้อ 8 และข้อ 9 ทำในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้
หน้าที่ที่สาม ตรวจก่อนใช้ทุกครั้ง และตรวจประจำปีของเครื่องจักร 7 กลุ่ม
ข้อ 9 แยกการตรวจเป็นสองชั้น ชั้นแรกใช้กับเครื่องจักรทุกตัว
นายจ้างต้องดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงานกับเครื่องจักรตรวจสอบเครื่องจักรนั้นให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีและปลอดภัยก่อนการใช้งาน
ชั้นที่สองคือการตรวจสอบประจำปี ซึ่งตัวบทจำกัดไว้ที่เครื่องจักร 7 กลุ่ม พร้อมยกตัวอย่างของแต่ละกลุ่มไว้เอง
| กลุ่ม | ประเภทงานตามข้อ 9 | ตัวอย่างที่ตัวบทระบุไว้ |
|---|---|---|
| 1 | งานยกและงานขนย้าย | รถยก · ระบบสายพานลำเลียง |
| 2 | งานดินและงานถนน | รถแทรกเตอร์ · รถตัก · รถบด · รถเกรด |
| 3 | งานคอนกรีต | เครื่องผสมคอนกรีต · เครื่องสั่นคอนกรีต · รถคอนกรีตผสมเสร็จ |
| 4 | งานฐานราก | เครื่องตอกเสาเข็ม · เครื่องเจาะเสาเข็ม · เครื่องอัดน้ำปูน |
| 5 | งานขุด งานเจาะ งานขุดเจาะอุโมงค์ | เครื่องเจาะหิน · เครื่องเจาะอุโมงค์ · แบ็กโฮ · แดร็กไลน์ |
| 6 | งานรื้อถอนทำลาย | เครื่องสกัด · คอนกรีตเบรคเกอร์ · เครื่องตัดทำลายโครงสร้าง |
| 7 | เครื่องจักรอื่นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งาน | ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด |
จุดที่อ่านพลาดบ่อยอยู่ตรงนี้ เครื่องกลึง เครื่องเจีย เครื่องปั๊มโลหะ และเครื่องฉีดพลาสติก ไม่อยู่ในกลุ่มที่ 1 ถึงกลุ่มที่ 6 จึงยังไม่มีหน้าที่ตรวจสอบประจำปี เว้นแต่อธิบดีจะประกาศเพิ่มตามกลุ่มที่ 7 แต่ยังต้องตรวจก่อนใช้งานทุกครั้งตามวรรคหนึ่ง และยังเข้าข่ายข้อ 11 หรือข้อ 12 ตามสภาพของเครื่อง
คำว่าประจำปีก็ควรอ่านตามตัวอักษร ข้อ 9 ไม่ได้ระบุจำนวนครั้งต่อปี ต่างจากข้อ 45 เรื่องลิฟต์และข้อ 58 เรื่องปั้นจั่นที่เขียนว่าอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และวรรคท้ายกำหนดให้มีสำเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
หน้าที่ที่สี่ ห้ามใช้งานเกินพิกัดที่คู่มือกำหนด
ข้อ 10 เขียนสั้นแต่ผูกกลับไปที่ข้อ 8 โดยตรง
นายจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทำงานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานตามข้อ 8
ค่าพิกัดที่ใช้ตัดสินต้องมาจากคู่มือของผู้ผลิตหรือของวิศวกร ไม่ใช่ค่าที่หัวหน้างานประเมินเอง โรงงานที่ไม่มีคู่มือจึงขาดสองชั้น คือขาดเอกสารตามข้อ 8 และไม่มีฐานพิกัดสำหรับบังคับใช้ข้อ 10 ถ้อยคำว่า "ไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้" ยังครอบคลุมถึงการนิ่งเฉยเมื่อรู้เห็น
หน้าที่ที่ห้า ติดวิธีทำงานที่หน้าเครื่อง และประเมินอันตรายของเครื่องกลุ่มเสี่ยงสูง
ข้อ 11 กำหนดให้งานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องขัด เครื่องกัด เครื่องตัด เครื่องกลึง เครื่องไส เครื่องเจีย เครื่องเจาะ เครื่องพับ เครื่องม้วน หรือเครื่องจักรอื่นที่อันตรายโดยสภาพตามที่อธิบดีประกาศกำหนด นายจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทำงานกับเครื่องจักรนั้นติดไว้บริเวณที่ลูกจ้างทำงาน ตัวบทหมายถึงข้อความที่ติดอยู่กับที่ ไม่ใช่คู่มือในห้องเอกสาร
ถัดมาคือหน้าที่ประเมินอันตราย ข้อ 12 กำหนดว่า "นายจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักร" ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ ได้แก่ เครื่องบด เครื่องโม่ เครื่องตัดน้ำแข็ง เครื่องเลื่อยสายพาน เครื่องเลื่อยวงเดือน เลื่อยยนต์ หรือเครื่องจักรอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยการบ่งชี้อันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
องค์ประกอบขั้นต่ำสามส่วนนี้คือเกณฑ์ตรวจรับผลงาน รายงานที่มีแต่ตารางบ่งชี้อันตรายและคะแนนความเสี่ยง แต่ขาดแผนบริหารจัดการความเสี่ยง ยังไม่ครบตามข้อ 12 อีกจุดคือ ข้อ 12 ไม่ได้เขียนเรื่องการเก็บสำเนาไว้ให้ตรวจสอบเหมือนข้อ 8 และข้อ 9 การเก็บผลประเมินเป็นเอกสารจึงเป็นวิธีพิสูจน์ว่าได้ประเมินจริง
หน้าที่ที่หก ป้องกันอันตรายที่ตัวเครื่องจักรตามข้อ 15
ข้อ 15 คือหัวใจด้านเทคนิคของบททั่วไป กำหนดให้นายจ้างจัดวิธีการป้องกันมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร แยกเป็นเจ็ดลักษณะ
| ข้อย่อย | ลักษณะเครื่องจักร | สิ่งที่ต้องมี |
|---|---|---|
| (1) | ใช้พลังงานไฟฟ้า | ระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว และต้องต่อสายดิน ตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| (2) | ใช้พลังงานไฟฟ้า | สายไฟฟ้าเดินมาจากที่สูง กรณีเดินบนพื้นดินหรือฝังดินต้องใช้ท่อร้อยสายที่แข็งแรงและปลอดภัย |
| (3) | ชนิดอัตโนมัติ | สีเครื่องหมายปิด-เปิดที่สวิตช์ตามหลักสากล และเครื่องป้องกันมิให้สิ่งใดกระทบสวิตช์จนเครื่องทำงาน |
| (4) | ถ่ายทอดพลังงานด้วยเพลา สายพาน รอก ล้อตุนกำลัง | ตะแกรงหรือที่ครอบปิดคลุมส่วนหมุนและส่วนส่งถ่ายกำลังให้มิดชิด ถ้าสูงกว่า 2 เมตร ต้องมีรั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตรกั้นล้อม สายพานแขวนลอยและสายพานโซ่ต้องมีเครื่องป้องกัน |
| (5) | มีใบเลื่อยวงเดือนหรือใบเลื่อยสายพาน | เครื่องป้องกันอันตรายจากใบเลื่อย |
| (6) | ลับ ฝน หรือแต่งผิวโลหะจนเกิดประกายไฟ | เครื่องปิดบังประกายไฟหรือเศษวัสดุ และต้องอยู่ห่างจากวัสดุเชื้อเพลิง |
| (7) | ขึ้นรูปพลาสติกหรือวัสดุอื่นโดยฉีด เป่า หรือวิธีอื่น | เครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรนั้น |
ข้อย่อยที่หนึ่งตกบ่อยที่สุด เพราะเขียนหน้าที่ไว้สองอย่างคู่กันว่า "ต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว" และต้องต่อสายดิน การต่อสายดินอย่างเดียวจึงยังไม่ครบ และการติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วโดยไม่ต่อสายดินก็ยังไม่ครบ ข้อย่อยนี้ยังระบุชื่อมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไว้เอง ต่างจากข้อย่อยที่สามที่เขียนเพียงว่าตามหลักสากล โดยไม่ระบุเลขมาตรฐานฉบับใด การอ้างมาตรฐานต่างประเทศว่าเป็นข้อกำหนดของกฎหมายไทยในจุดนั้นจึงไม่ตรงกับตัวบท
ข้อ 16 ต่อด้วยหน้าที่บำรุงรักษาเครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพที่ป้องกันอันตรายได้ ที่ครอบที่ถอดหลังซ่อมแล้วยังไม่ได้ใส่คืน หรือสวิตช์ประตูล็อกที่ถูกเทปหนีบทับ คือสภาพที่ขัดกับข้อ 16 รายละเอียดของเครื่องป้องกันแต่ละแบบอยู่ที่ เครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร 4 แบบ และวิธีคำนวณระยะติดตั้งอยู่ที่ ระยะปลอดภัยของการ์ดเครื่องจักร
หน้าที่ที่เจ็ด จัดพื้นที่ ทางเดิน และแนวเขตรอบเครื่องจักร
หน้าที่กลุ่มนี้อยู่คนละข้อกับเรื่องที่ครอบ และมักถูกรวบเป็นเรื่องเดียวกันจนตรวจตกไปทั้งชุด ข้อ 14 กำหนดให้ดูแลพื้นบริเวณรอบเครื่องจักรให้ปลอดภัยจากความร้อน แสงสว่าง เสียง ฝุ่น ฟูมโลหะ สารเคมีอันตราย หรือสิ่งกีดขวาง ข้อนี้จึงเชื่อมงานเครื่องจักรเข้ากับงานสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทั้งการวัดแสง วัดเสียง และการระบายฟูมโลหะที่จุดเชื่อม
ข้อ 17 ให้ตัวเลขไว้ตรง ๆ ว่าทางเดินเข้าออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักรต้องกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร ค่านี้กฎหมายไทยกำหนดไว้เอง ส่วนข้อ 18 กำหนดให้จัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรให้เห็นได้ชัดเจน และดูแลไม่ให้ลูกจ้างซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไป การตีเส้นบนพื้นใช้ได้ แต่ผูกหน้าที่กำกับคนไว้ด้วย
หน้าที่ช่วงซ่อมบำรุง สายพานลำเลียง และเครื่องจักรที่คุมด้วยคอมพิวเตอร์
ข้อ 7 ใช้กับช่วงที่เครื่องจักรไม่ได้เดินตามปกติ และกำหนดสามเรื่องในข้อเดียว คือในบริเวณที่มีการติดตั้ง ซ่อมแซม หรือตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตราย ต้องติดป้ายแสดงการทำงานนั้นด้วยเครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน ต้องจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันมิให้เครื่องจักรทำงาน และต้องแขวนป้ายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตช์ไว้ที่สวิตช์ด้วย การแขวนป้ายอย่างเดียวโดยไม่มีอุปกรณ์กันการเดินเครื่องจึงยังขาดองค์ประกอบกลาง แนวทางตัดแยกพลังงานอ่านต่อได้ที่ แหล่งพลังงาน 6 แบบที่ต้องตัดแยกก่อนซ่อมเครื่องจักร
ข้อ 19 กำหนดให้ติดตั้งเครื่องป้องกันวัสดุตกหล่นบริเวณสายพานลำเลียง และต้องมีอุปกรณ์ฉุกเฉินที่หยุดสายพานได้ทันที ในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมใช้งาน และเห็นได้ชัดเจน คำว่าพร้อมใช้งานคือต้องทดสอบเป็นระยะ ข้อ 20 ต่อด้วยหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเส้นทางสายพาน ส่วนข้อ 21 ปิดท้ายด้วยหน้าที่จัดให้มีวิศวกรควบคุมดูแลการติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ ในบริเวณที่มีกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำจนอาจทำให้เครื่องจักรทำงานผิดปกติ ข้อ 21 จึงผูกกับสภาพพื้นที่ ไม่ครอบคลุมงานติดตั้งเครื่องจักรอัตโนมัติทุกงาน
ตัวเลขและเอกสารที่ตัวบทกำหนดไว้
| ค่า | ที่มา | ใช้กับเรื่องใด |
|---|---|---|
| 90 วัน | ข้อ 1 | นับจากวันประกาศฯ จนมีผลใช้บังคับ |
| 1 ตัน | ข้อ 8 วรรคสาม | น้ำหนักเครื่องจักรที่การเคลื่อนย้ายต้องมีแผน |
| 7 กลุ่ม | ข้อ 9 | กลุ่มเครื่องจักรที่ต้องตรวจสอบประจำปี |
| 3 องค์ประกอบ | ข้อ 12 | บ่งชี้อันตราย · ประเมินความเสี่ยง · แผนบริหารจัดการความเสี่ยง |
| 2 เมตร | ข้อ 15 (4) | ความสูงของส่วนหมุนที่ทำให้ต้องมีรั้ว และความสูงขั้นต่ำของรั้ว |
| 80 เซนติเมตร | ข้อ 17 | ความกว้างขั้นต่ำของทางเดินเข้าออก |
ค่าทั้งหกนี้กฎหมายไทยกำหนดไว้โดยตรง ส่วนค่าพิกัดตามข้อ 10 เป็นค่าของผู้ผลิตหรือของวิศวกร เอกสารที่ตัวบทกำหนดให้เก็บสำเนาไว้ให้ตรวจสอบมีสามชุด คือ คู่มือการใช้งาน (ข้อ 8) แผนป้องกันอันตรายจากการเคลื่อนย้าย (ข้อ 8 วรรคสาม) และเอกสารการตรวจสอบประจำปี (ข้อ 9) ส่วนข้อความวิธีการทำงาน (ข้อ 11) ผลประเมินอันตราย (ข้อ 12) และหลักฐานการอบรม (ข้อ 13) กำหนดหน้าที่ไว้โดยไม่ได้เขียนรูปแบบเอกสารกำกับ
ช่องว่างในระบบเครื่องจักร
- เหมาว่าเครื่องจักรทุกตัวต้องตรวจประจำปี ข้อ 9 วรรคหนึ่งให้ตรวจก่อนใช้งานทุกตัว ส่วนการตรวจประจำปีจำกัดที่ 7 กลุ่ม
- รวบเรื่องที่ครอบกับเรื่องระยะและแนวกั้นเป็นข้อเดียว ที่ครอบส่วนหมุนอยู่ที่ข้อ 15 (4) ถึง (7) รั้วสูง 2 เมตรอยู่ที่ข้อ 15 (4) ทางเดิน 80 เซนติเมตรอยู่ที่ข้อ 17 และแนวเขตอันตรายอยู่ที่ข้อ 18
- เครื่องจักรมือสองที่ไม่มีคู่มือแล้วปล่อยไว้ ข้อ 8 กำหนดทางออกไว้แล้ว คือจัดให้วิศวกรจัดทำเป็นหนังสือ ภาษาที่ผู้ใช้งานอ่านได้
- ต่อสายดินแล้วถือว่าครบ ข้อ 15 (1) กำหนดทั้งระบบป้องกันไฟรั่วและการต่อสายดิน
- ประเมินความเสี่ยงระดับพื้นที่แล้วถือว่าครอบคลุมข้อ 12 ข้อ 12 ต้องประเมินเป็นรายเครื่องของกลุ่มที่อาจทำให้สูญเสียอวัยวะ พร้อมแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 การฝ่าฝืนมาตรฐานที่กำหนดไว้จึงเข้ามาตรา 53 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการไม่จัดฝึกอบรมตามมาตรา 16 ซึ่งเกี่ยวโยงกับข้อ 13 โดยตรง มีโทษตามมาตรา 56 คือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เช็กลิสต์ระบบเครื่องจักร
- ทะเบียนเครื่องจักรทุกตัว ระบุว่าตัวใดเข้ากลุ่มใดใน 7 กลุ่มของข้อ 9 และตัวใดเข้าข่ายข้อ 11 หรือข้อ 12
- คู่มือการใช้งานครบทุกตัว เป็นภาษาที่ผู้ใช้งานอ่านได้ (ข้อ 8) และแบบตรวจก่อนใช้งานประจำวันที่ลงบันทึกจริง พร้อมสำเนาเอกสารตรวจสอบประจำปีของกลุ่มที่เข้าข่าย (ข้อ 9)
- ค่าพิกัดติดไว้ให้เห็นและมาจากคู่มือ (ข้อ 10) ข้อความวิธีการทำงานที่หน้าเครื่อง (ข้อ 11) ผลประเมินอันตรายครบ 3 องค์ประกอบ (ข้อ 12) และทะเบียนผู้ผ่านการอบรม (ข้อ 13)
- ผลตรวจวัดแสง เสียง ฝุ่น ฟูมโลหะ (ข้อ 14) ที่ครอบและเครื่องป้องกันครบตามข้อ 15 ผลตรวจเครื่องตัดไฟรั่วกับจุดต่อสายดิน และแผนบำรุงรักษาเครื่องป้องกัน (ข้อ 16)
- ผลวัดความกว้างทางเดิน (ข้อ 17) แนวเขตอันตราย (ข้อ 18) ผลทดสอบอุปกรณ์หยุดฉุกเฉินของสายพาน (ข้อ 19) และขั้นตอนติดป้ายกับตัดแยกพลังงานตามข้อ 7
สรุป
- บททั่วไปคือข้อ 6 ถึงข้อ 21 ใช้กับเครื่องจักรทุกชนิดตามนิยามข้อ 3 ควบคู่กับส่วนเฉพาะประเภท
- หน้าที่หลักเรียงตามการใช้งานจริง ได้แก่ คุมสภาพผู้ปฏิบัติงาน (ข้อ 6 และข้อ 13) จัดคู่มือให้มีจริงและอ่านได้ (ข้อ 8) ตรวจก่อนใช้และตรวจประจำปี (ข้อ 9) ห้ามใช้เกินพิกัด (ข้อ 10) ประเมินอันตรายเครื่องกลุ่มเสี่ยงสูง (ข้อ 12) และป้องกันอันตรายที่ตัวเครื่อง (ข้อ 15 กับข้อ 16)
- ตัวเลขที่ตัวบทกำหนดมี 90 วัน 1 ตัน 2 เมตร และ 80 เซนติเมตร ส่วนค่าพิกัดมาจากคู่มือ การฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 53 คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 5 และข้อ 6 ถึงข้อ 21
- พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 5 มาตรา 8 มาตรา 16 มาตรา 53 และมาตรา 56
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยงานบริการภาคพื้นสนามบิน รถ เสียง และพื้นที่ร่วมรอบอากาศยาน
อันตรายเด่นของงานภาคพื้นสนามบิน รถกับคนใช้พื้นที่ร่วมกัน เสียงดัง งานยกซ้ำ และอากาศกลางแจ้ง พร้อมเลขข้อกฎกระทรวง 2564 และ 2559 ที่ใช้ได้จริง

ความปลอดภัยโรงงานอาหาร — สายพาน เครื่องบด พื้นลื่น แอมโมเนีย เสียง
รวม 5 ความเสี่ยงหลักในโรงงานอาหาร — สายพาน เครื่องบด พื้นลื่น สารทำความเย็นแอมโมเนีย และเสียงเครื่องจักร พร้อมมาตรฐานกฎหมายไทยที่ จป. ต้องรู้

คำนวณระยะติดตั้งม่านแสงนิรภัยตาม ISO 13855 — สูตร S = K×T + C ติดใกล้ไปคืออันตราย
ISO 13855 ให้สูตร S = K×T + C หาระยะติดม่านแสงนิรภัยห่างจุดอันตราย ติดใกล้ไปเครื่องหยุดไม่ทัน เทียบกฎกระทรวงเครื่องจักร 2564 ข้อ 15 ที่บังคับแค่ 'ต้องมีวิธีป้องกัน'