คำนวณระยะการ์ดเครื่องจักรตาม ISO 13857 — มือเอื้อมข้าม/ลอดช่อง ต้องห่างเท่าไหร่
ISO 13857:2019 กำหนดระยะที่การ์ด/รั้วต้องห่างจุดอันตราย เพื่อกันมือเอื้อมข้าม/ลอดช่อง เทียบกฎกระทรวงเครื่องจักร 2564 ข้อ 15(4) ที่บังคับแค่ 'ต้องมีการ์ด' ไม่มีตารางระยะ

คำนวณระยะการ์ดเครื่องจักรตาม ISO 13857 — มือเอื้อมข้าม/ลอดช่อง ต้องห่างเท่าไหร่
การ์ดที่ปิดคลุมส่วนหมุนของเครื่องจักรไว้แล้ว ยังไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะถ้าตะแกรงมีช่องกว้างพอให้นิ้วลอดเข้าไปถึงจุดอันตราย หรือรั้วเตี้ยพอที่คนเอื้อมมือข้ามแล้วแตะใบมีดได้ การ์ดตัวนั้นก็ไม่ต่างจากไม่มี คำถามที่วิศวกรออกแบบการ์ดและ จป.วิชาชีพต้องตอบให้ได้คือ การ์ดต้อง "ห่าง" จากจุดอันตรายเท่าไหร่ และช่องตะแกรงกว้างได้แค่ไหน จึงจะมั่นใจว่ามือ แขน หรือนิ้ว เอื้อมไปไม่ถึง
ตรงนี้คือจุดที่หลายคนสับสนว่าตัวเลขระยะมาจากกฎหมายไทยหรือมาตรฐานสากล คำตอบที่ต้องชัดตั้งแต่ต้น คือกฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 บังคับเพียงว่า "ต้องมีการ์ด/ตะแกรงปิดให้มิดชิด" และมีเกณฑ์ความสูง 2 เมตร สำหรับรั้วล้อม แต่ ไม่มีตารางระยะเอื้อม (reach distance) เป็นตัวเลข ส่วนตารางระยะที่ใช้กำหนดว่าการ์ดต้องห่างเท่าไหร่นั้น มาจาก ISO 13857 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย วิศวกรไทยจึงนำ ISO 13857 มาใช้เป็น engineering best practice เพื่อให้การ์ด "มิดชิด" จริงตามเจตนาของกฎหมาย
ก่อนเข้าเรื่องระยะ หากต้องการทบทวนว่าการ์ดแต่ละแบบต่างกันอย่างไร อ่าน การ์ดป้องกันเครื่องจักร 4 ประเภท ประกอบได้ เพราะระยะตาม ISO 13857 ใช้กับการ์ดแบบ fixed barrier เป็นหลัก
ISO 13857 คืออะไร และทำไมต้องมีตารางระยะ
ISO 13857 ชื่อเต็มคือ Safety of machinery — Safety distances to prevent hazard zones being reached by upper and lower limbs เป็นมาตรฐานสากลที่กำหนด "ระยะปลอดภัย" เพื่อกันไม่ให้ส่วนของร่างกาย (แขน มือ นิ้ว ขา) เอื้อมไปถึงเขตอันตรายของเครื่องจักร ฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือ ISO 13857:2019 ซึ่งแทนที่ฉบับปี 2008 — เวลาอ้างอิงต้องระบุปี 2019
ตัวเลขและตารางระยะทั้งหมดที่อ้างถึงต่อจากนี้มาจาก ISO 13857:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 ไม่มีตารางระยะเอื้อมเป็นตัวเลข
หลักคิดของมาตรฐานนี้คือ ใช้ข้อมูลสัดส่วนร่างกายมนุษย์ (anthropometric data) มากำหนดว่าคนเอื้อมได้ไกลแค่ไหน แล้วเผื่อระยะให้ครอบคลุมคนส่วนใหญ่ ตารางในมาตรฐานอ้างอิงผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 14 ปีขึ้นไป และออกแบบให้ครอบคลุมประชากรกลุ่มใหญ่ (เปอร์เซ็นไทล์สูง) ไม่ใช่แค่คนตัวเล็ก เพราะคนตัวใหญ่หรือแขนยาวคือผู้ที่เอื้อมได้ไกลกว่า ซึ่งเป็นกรณีที่ต้องเผื่อ
สิ่งที่ต้องแยกให้ขาดตั้งแต่ต้น คือ ISO 13857 ใช้กับ การ์ดแบบนิ่ง (fixed barrier) — รั้ว ตะแกรง ที่ครอบ ที่อยู่กับที่ — เพราะระยะที่คำนวณตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการ์ดไม่ขยับ ส่วนอุปกรณ์ตรวจจับที่หยุดเครื่องตามเวลา เช่น ม่านแสงนิรภัย (light curtain) ใช้คนละมาตรฐานคือ ISO 13855 ซึ่งคำนวณจาก "เวลาหยุดเครื่อง" ไม่ใช่ระยะเอื้อมนิ่ง อย่าสับสนสองมาตรฐานนี้
หลักการที่ 1: การเอื้อมข้ามโครงสร้างป้องกัน (reaching over)

กรณีแรกคือคนยืนข้างรั้ว/การ์ด แล้วเอื้อมมือข้ามขอบบนของการ์ดลงไปหาจุดอันตรายที่อยู่อีกฝั่ง ISO 13857 จัดการกรณีนี้ด้วยความสัมพันธ์ของตัวแปร 3 ตัว ที่ต้องดูพร้อมกันใน Table 1 ของมาตรฐาน
- a = ความสูงของจุดอันตราย (height of hazard zone) วัดจากพื้นที่คนยืน
- b = ความสูงของขอบบนโครงสร้างป้องกัน (height of protective structure)
- c = ระยะแนวนอนจากโครงสร้างป้องกันถึงจุดอันตราย (horizontal distance)
ตรรกะคือ ยิ่งการ์ดเตี้ย (b น้อย) คนยิ่งเอื้อมข้ามได้ง่าย จึงต้องวางการ์ดให้ห่างจุดอันตรายมากขึ้น (c มากขึ้น) เพื่อชดเชย และยิ่งจุดอันตรายอยู่สูง (a มาก) แต่ไม่สูงเท่าขอบการ์ด การเอื้อมก็ยากขึ้น ค่าทั้งสามต้องอ่านคู่กันจากตาราง ไม่ใช่กำหนดทีละตัวอิสระ
จุดสำคัญที่มาตรฐานกำหนดไว้และห้ามมองข้าม คือ โครงสร้างป้องกันที่สูงน้อยกว่า 1000 mm จะไม่ถูกนับว่าจำกัดการเคลื่อนตัวของร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ และ โครงสร้างที่สูงต่ำกว่า 1400 mm ห้ามใช้เดี่ยว ๆ โดยไม่มีมาตรการเสริม (ตาม ISO 13857 §4.2.2) เหตุผลคือการ์ดเตี้ยขนาดนั้น คนก้มเอื้อมข้ามได้สบาย ระยะแนวนอนอย่างเดียวไม่พอกัน ต้องเสริมด้วยมาตรการอื่น เช่น เพิ่มความสูงการ์ด หรือใช้อุปกรณ์ตรวจจับร่วม
ในทางปฏิบัติของไทย เกณฑ์นี้สอดรับกับกฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 15(4) ที่กำหนดว่าถ้าส่วนหมุน/ส่วนส่งถ่ายกำลังสูงกว่า 2 เมตร ต้องมีรั้วหรือตะแกรงสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร กั้นล้อม — รั้วสูง 2 เมตร (2000 mm) นั้นเกินเกณฑ์ขั้นต่ำ 1400 mm ของ ISO 13857 อยู่แล้ว แต่ต้องระลึกว่าตัวเลข 2 เมตร เป็นเกณฑ์ "ความสูงรั้ว" ของกฎหมายไทย ไม่ใช่ "ระยะเอื้อม" ตาม ISO
หลักการที่ 2: การเอื้อมลอดช่องเปิด (reaching through openings)

กรณีที่สองคือตะแกรงหรือการ์ดมีช่องเปิด (ตาข่าย รู ร่อง) แล้วคนสอดนิ้วหรือมือลอดช่องเข้าไปถึงจุดอันตราย ISO 13857 จัดการกรณีนี้ด้วย Table 4 (สำหรับแขนขาของผู้ใหญ่อายุ 14 ปีขึ้นไป) โดยมีหลักว่า ยิ่งช่องเปิดใหญ่ ส่วนของร่างกายยิ่งลอดได้ลึก จึงต้องวางจุดอันตรายให้ห่างจากช่องมากขึ้น
ตัวแปร 2 ตัวที่ใช้คือ
- e = ขนาดช่องเปิด (size of opening) คือมิติที่เล็กที่สุดของช่อง มีหน่วย mm
- sr = ระยะปลอดภัย (safety distance) ที่จุดอันตรายต้องอยู่ห่างจากช่องเข้าไป มีหน่วย mm
ค่า sr ยังขึ้นกับรูปร่างของช่องด้วย แบ่งเป็น 3 แบบคือ ช่องร่องยาว (slot), ช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส (square) และช่องกลม (round) โดยช่องร่องยาวต้องการระยะมากที่สุด เพราะมือสอดลอดได้ลึกกว่าช่องกลมที่ขนาดเท่ากัน
ตารางด้านล่างแสดงระยะปลอดภัยตาม ISO 13857 Table 4 สำหรับ ช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส (square) และช่องกลม (round) (หน่วย mm)
| ขนาดช่อง e (mm) | ช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส (square) | ช่องกลม (round) |
|---|---|---|
| มากกว่า 4 ถึง 6 | ≥ 5 | ≥ 5 |
| มากกว่า 6 ถึง 8 | ≥ 15 | ≥ 5 |
| มากกว่า 8 ถึง 10 | ≥ 25 | ≥ 20 |
| มากกว่า 10 ถึง 12 | ≥ 80 | ≥ 80 |
| มากกว่า 12 ถึง 20 | ≥ 120 | ≥ 120 |
| มากกว่า 20 ถึง 30 | ≥ 200 | ≥ 120 |
| มากกว่า 30 ถึง 40 | ≥ 200 | ≥ 120 |
ตัวเลขในตารางนี้มาจาก ISO 13857:2019 Table 4 (reaching through openings, persons 14 years and above) — เป็นค่ามาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย ห้ามแต่งค่าเพิ่มหรือดัดแปลง เมื่อช่องเปิดใหญ่กว่า 40 mm ต้องใช้เกณฑ์การเอื้อมแบบส่วนของร่างกายที่ใหญ่ขึ้น (มือ แขน) ตามตารางอื่นในมาตรฐาน
ช่องร่องยาว (slot) ต้องใช้ระยะมากกว่าช่องสี่เหลี่ยม/ช่องกลมเสมอ ที่ขนาดเท่ากัน เพราะมือสอดลอดได้ลึกกว่า และเมื่อช่องร่องยาวกว้างเกินราว 20 mm ระยะปลอดภัยจะพุ่งขึ้นถึงระดับการเอื้อมเต็มแขน (ประมาณ 850 mm) — สำหรับช่องร่องยาว ให้เปิดคอลัมน์ slot ในตาราง ISO 13857 Table 4 ฉบับจริงโดยตรง อย่าใช้ค่าของช่องสี่เหลี่ยม/กลมแทน
ตัวอย่างการใช้ตาราง — ค่าจากตาราง ISO เท่านั้น
เพื่อให้เห็นภาพการอ่านตาราง ลองดูสองกรณีที่ใช้ค่าจาก ISO 13857 Table 4 ตรง ๆ โดยไม่แต่งตัวเลขเพิ่ม
กรณีที่ 1: ตะแกรงช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส 10 mm
ช่อง square ขนาด e = 10 mm ตกอยู่ในแถว "มากกว่า 8 ถึง 10" → ระยะปลอดภัย sr ≥ 25 mm หมายความว่า ชิ้นส่วนหมุนหรือจุดอันตรายต้องอยู่ลึกเข้าไปจากตะแกรงอย่างน้อย 25 mm นิ้วที่สอดลอดช่อง 10 mm จึงจะไปไม่ถึง
กรณีที่ 2: ตะแกรงช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส 40 mm
ช่อง square ขนาด e = 40 mm ตกอยู่ในแถว "มากกว่า 30 ถึง 40" → ระยะปลอดภัย sr ≥ 200 mm นั่นคือต้องถอยการ์ดออกห่างจุดอันตรายถึง 200 mm
เปรียบเทียบสองกรณีจะเห็นชัดว่า ช่องตะแกรงที่ใหญ่ขึ้นจาก 10 mm เป็น 40 mm ทำให้ระยะที่ต้องเผื่อพุ่งจาก 25 mm เป็น 200 mm — หลักการคือ ยิ่งช่องตะแกรงใหญ่ ยิ่งต้องถอยการ์ดออกห่างจุดอันตรายมากขึ้น ในงานจริงวิศวกรจึงมักเลือกตะแกรงช่องเล็ก เพื่อให้วางการ์ดชิดจุดอันตรายได้โดยไม่กินพื้นที่ทำงาน
โยงกฎหมายไทย: ข้อ 15(4) บังคับ "ต้องมีการ์ด" ข้อ 16 บังคับ "ดูแลให้ใช้ได้"
เมื่อข้ามมาที่กฎหมายไทย ปรัชญาต่างจาก ISO ชัดเจน กฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 บังคับเรื่อง "ต้องมีการ์ด" และ "ความสูงรั้ว" แต่ไม่ลงไปถึงตารางระยะเอื้อม
ข้อ 15(4) ของกฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 กำหนดว่า เครื่องจักรที่มีการถ่ายทอดพลังงานโดยใช้เพลา สายพาน รอก เครื่องอุปกรณ์ล้อตุนกำลัง "ต้องมีตะแกรงหรือที่ครอบปิดคลุมส่วนที่หมุนได้และส่วนส่งถ่ายกำลังให้มิดชิด ถ้าส่วนที่หมุนได้หรือส่วนส่งถ่ายกำลังสูงกว่า 2 เมตร ต้องมีรั้วหรือตะแกรงสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร" กั้นล้อมมิให้บุคคลเข้าไปได้ในขณะเครื่องจักรกำลังทำงาน
อ่านข้อ 15(4) ดี ๆ จะเห็นว่ากฎหมายไทยใช้คำว่า "ปิดคลุมให้มิดชิด" และให้ตัวเลขเพียง 2 เมตร ซึ่งเป็นเกณฑ์ความสูง (ความสูงของส่วนหมุนที่ต้องมีรั้ว และความสูงของรั้วที่ต้องล้อม) ทั้งคู่เป็น ตัวเลขกฎหมายไทย ไม่ใช่ระยะ ISO กฎหมายไม่ได้บอกว่าตะแกรงช่องกว้างได้เท่าไหร่ หรือการ์ดต้องห่างจุดอันตรายกี่มิลลิเมตร คำว่า "มิดชิด" จึงเป็นช่องที่วิศวกรต้องตีความ และ ISO 13857 คือเครื่องมือที่ทำให้คำว่า "มิดชิด" มีตัวเลขรองรับ
ข้อ 16 ของกฎเดียวกันกำหนดต่อว่า "นายจ้างต้องบำรุงรักษาและดูแลเครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพที่สามารถป้องกันอันตรายได้" — แปลว่า การ์ดที่ออกแบบระยะถูกต้องตาม ISO 13857 ตอนติดตั้ง ต้องคงสภาพและระยะนั้นไว้ตลอด ห้ามมีใครงัด ดัด หรือถอดตะแกรงออกแล้วใส่กลับหลวม ๆ จนช่องกว้างขึ้น เพราะระยะปลอดภัยจะเสียทันที
พูดง่าย ๆ — ISO 13857 บอก "การ์ดต้องห่างเท่าไหร่ ช่องกว้างได้แค่ไหน" ส่วนกฎกระทรวง 2564 บอก "เครื่องไหนต้องมีการ์ด และต้องดูแลให้ใช้ได้จริง" สองอย่างนี้เสริมกัน ผู้ตรวจของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใช้กฎกระทรวงเป็นเกณฑ์ตรวจ แต่การจะตอบว่าการ์ด "มิดชิด" จริงในเชิงวิศวกรรม ต้องอ้างระยะ ISO 13857 รองรับ
ขั้นตอนออกแบบระยะการ์ดในทางปฏิบัติ
การกำหนดระยะการ์ดสำหรับจุดอันตรายหนึ่งจุด ทำตามลำดับนี้
- ระบุจุดอันตรายและประเภทการเข้าถึง — คนจะเอื้อมข้าม (reaching over) หรือลอดช่อง (reaching through) หรือทั้งสองแบบ ต้องพิจารณาทุกเส้นทางที่มือ/แขน/นิ้วเข้าถึงได้
- เลือกตารางที่ตรงกับการเข้าถึง — เอื้อมข้ามใช้ Table 1 (อ่านค่า a, b, c คู่กัน) ส่วนลอดช่องใช้ Table 4 (อ่านค่า e กับ sr ตามรูปร่างช่อง)
- กำหนดขนาดช่องตะแกรงและรูปร่างก่อน — ถ้าตั้งใจให้วางการ์ดชิดจุดอันตราย ต้องเลือกช่องเล็ก เพราะช่องเล็กให้ระยะ sr น้อย
- คำนวณระยะ sr หรือ c จากตาราง — ใช้ค่ามาตรฐานตรง ๆ ห้ามประมาณเอง
- ตรวจเกณฑ์ความสูงขั้นต่ำ — ถ้าเป็นการ์ดเอื้อมข้าม โครงสร้างต่ำกว่า 1400 mm ต้องมีมาตรการเสริม และต่ำกว่า 1000 mm ไม่นับว่าจำกัดการเอื้อม
- ตรวจกฎหมายไทยควบ — ถ้าส่วนหมุนสูงกว่า 2 เมตร ต้องมีรั้ว/ตะแกรงสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ตามข้อ 15(4) ด้วย
- บันทึกและทำเอกสาร — เก็บค่าที่ใช้ออกแบบไว้ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ และเป็นหลักฐานว่าการ์ด "มิดชิด" ตามเจตนาข้อ 15(4)
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยหน้างาน
- ใช้ตัวเลข ISO 13857 แล้วบอกว่า "กฎหมายไทยกำหนด" — กฎกระทรวง 2564 ไม่มีตารางระยะเอื้อม การอ้างว่ากฎหมายไทยกำหนดระยะ X mm ตาม ISO เป็นการอ้างผิด ต้องระบุชัดว่า ISO 13857 เป็นมาตรฐานสากล/best practice
- เลือกตะแกรงช่องใหญ่แต่วางการ์ดชิดจุดอันตราย — ช่อง 40 mm ต้องห่างถึง 200 mm แต่ช่างมักวางตะแกรงชิดเพราะกินพื้นที่น้อย ทำให้นิ้วลอดถึงได้
- สับสน ISO 13857 กับ ISO 13855 — เอาสูตรเวลาหยุดเครื่องของม่านแสงมาคิดระยะการ์ดนิ่ง หรือกลับกัน เป็นความผิดพลาดเชิงมาตรฐาน
- ลืมเกณฑ์ความสูงขั้นต่ำของรั้วเอื้อมข้าม — วางรั้วเตี้ยกว่า 1400 mm โดยไม่มีมาตรการเสริม คิดว่าระยะแนวนอนอย่างเดียวพอ
- ปล่อยให้การ์ดทรุดสภาพ — ระยะที่ออกแบบถูกตอนติดตั้ง เสียไปเมื่อตะแกรงงอ บานพับหลวม หรือช่องกว้างขึ้น ซึ่งขัดข้อ 16 ที่บังคับให้ดูแลการ์ดให้อยู่ในสภาพป้องกันอันตรายได้
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: กฎหมายไทยกำหนดระยะการ์ดเป็นมิลลิเมตรเหมือน ISO 13857 ไหม ตอบ: ไม่มี กฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 15(4) บังคับเพียงให้ "มีตะแกรง/ที่ครอบปิดคลุมให้มิดชิด" และให้เกณฑ์ความสูง 2 เมตร สำหรับรั้วล้อม ไม่มีตารางระยะเอื้อมเป็นตัวเลข ตารางระยะ (5, 15, 25, 80, 120, 200 mm ตามขนาดช่อง) มาจาก ISO 13857:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล วิศวกรไทยใช้เป็น best practice เพื่อทำให้คำว่า "มิดชิด" มีตัวเลขรองรับ
ถาม: ISO 13857 ใช้กับม่านแสงนิรภัยได้ไหม ตอบ: ไม่ได้ ISO 13857 ใช้กับการ์ดแบบนิ่ง (fixed barrier) คือรั้ว ตะแกรง ที่ครอบ ที่อยู่กับที่ ส่วนม่านแสงและอุปกรณ์ตรวจจับที่หยุดเครื่องตามเวลา ต้องใช้ ISO 13855 ซึ่งคำนวณระยะจากเวลาหยุดของระบบ ไม่ใช่ระยะเอื้อมนิ่ง สองมาตรฐานนี้คนละเรื่องกัน
ถาม: ทำไมช่องร่องยาว (slot) ต้องการระยะมากกว่าช่องกลม (round) ที่ขนาดเท่ากัน ตอบ: เพราะมือและนิ้วสอดลอดช่องร่องยาวได้ลึกกว่าช่องกลมหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มิติเล็กสุดเท่ากัน ISO 13857 จึงเผื่อระยะให้ช่อง slot มากที่สุด เช่น ช่อง 40 mm แบบ slot ต้องห่าง 850 mm ขณะที่ square ต้องห่าง 200 mm และ round ต้องห่าง 120 mm
ถาม: ถ้าจุดอันตรายอยู่สูงกว่า 2 เมตร ต้องทำอย่างไร ตอบ: กฎกระทรวง 2564 ข้อ 15(4) บังคับว่าถ้าส่วนหมุน/ส่วนส่งถ่ายกำลังสูงกว่า 2 เมตร ต้องมีรั้วหรือตะแกรงสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร กั้นล้อม ส่วนการกำหนดว่ารั้วนั้นต้องห่างจุดอันตรายเท่าไหร่ในแนวนอน ใช้หลักการเอื้อมข้ามของ ISO 13857 Table 1 ประกอบ
ถาม: ระยะ ISO 13857 ที่ออกแบบไว้ตอนติดตั้ง ต้องทำอะไรต่อ ตอบ: ต้องดูแลให้คงสภาพไว้ตลอด ข้อ 16 ของกฎกระทรวง 2564 บังคับให้นายจ้างบำรุงรักษาและดูแลการ์ดให้อยู่ในสภาพที่ป้องกันอันตรายได้ ถ้าตะแกรงงอ ช่องกว้างขึ้น หรือการ์ดถูกถอดแล้วใส่กลับหลวม ระยะปลอดภัยจะเสีย ต้องตรวจตามรอบและซ่อมทันที
สรุป
- ISO 13857:2019 เป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย ให้ตารางระยะที่การ์ด/รั้วต้องห่างจุดอันตราย เพื่อกันมือ แขน นิ้ว เอื้อมข้าม (Table 1) และลอดช่อง (Table 4)
- การเอื้อมลอดช่อง ใช้ Table 4 — ยิ่งช่องใหญ่ ระยะ sr ยิ่งมาก เช่น ช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส 10 mm ต้องห่าง ≥ 25 mm ส่วนช่อง 40 mm ต้องห่าง ≥ 200 mm และช่องร่องยาว (slot) ต้องการระยะมากกว่าช่องกลม (round)
- การเอื้อมข้าม ใช้ Table 1 อ่านค่า a, b, c คู่กัน โดยรั้วต่ำกว่า 1400 mm ห้ามใช้เดี่ยว ๆ และต่ำกว่า 1000 mm ไม่นับว่าจำกัดการเอื้อม
- กฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 15(4) บังคับ "ต้องมีตะแกรง/ที่ครอบปิดคลุมให้มิดชิด" + รั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ถ้าส่วนหมุนสูงกว่า 2 เมตร — แต่ไม่มีตารางระยะเอื้อม ส่วนข้อ 16 บังคับให้ดูแลการ์ดให้คงสภาพ
- อย่าสับสน ISO 13857 กับ ISO 13855 — 13857 ใช้กับการ์ดนิ่ง (fixed barrier) ส่วน 13855 ใช้กับม่านแสง/อุปกรณ์ตรวจจับที่ขึ้นกับเวลาหยุดเครื่อง
ก่อนเข้าซ่อมหลังการ์ด อย่าลืมว่าระยะการ์ดกันได้เฉพาะการเอื้อมจากภายนอกขณะเครื่องเดิน แต่ไม่ได้แทน LOTO เมื่อต้องเข้าไปทำงานในเขตอันตราย ดูวิธีตัดแยกพลังงานที่ LOTO เครื่องจักร 6 แหล่งพลังงาน ประกอบ และถ้าจุดนั้นเลือกใช้ม่านแสงแทนการ์ดนิ่ง ต้องเปลี่ยนไปใช้ ISO 13855 ในการคำนวณระยะติดตั้งแทน
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 (ข้อ 15(4) ที่ครอบ/ตะแกรงปิดส่วนหมุน + รั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร · ข้อ 16 บำรุงรักษาการ์ด)
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (มาตรา 8 ที่ให้อำนาจออกกฎกระทรวงฉบับนี้)
มาตรฐานสากลที่อ้างถึง (ไม่ใช่กฎหมายไทย)
- ISO 13857:2019 — Safety of machinery — Safety distances to prevent hazard zones being reached by upper and lower limbs · ให้ตารางระยะปลอดภัยสำหรับการเอื้อมข้าม (Table 1) และเอื้อมลอดช่อง (Table 4) ใช้กับการ์ดแบบนิ่ง (fixed barrier)
- ISO 13855 — Positioning of safeguards with respect to the approach speeds of parts of the human body · ใช้กับอุปกรณ์ตรวจจับ เช่น ม่านแสง ที่คำนวณระยะจากเวลาหยุดเครื่อง (คนละมาตรฐานกับ ISO 13857)
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยโรงงานอาหาร — สายพาน เครื่องบด พื้นลื่น แอมโมเนีย เสียง
รวม 5 ความเสี่ยงหลักในโรงงานอาหาร — สายพาน เครื่องบด พื้นลื่น สารทำความเย็นแอมโมเนีย และเสียงเครื่องจักร พร้อมมาตรฐานกฎหมายไทยที่ จป. ต้องรู้

คำนวณระยะติดตั้งม่านแสงนิรภัยตาม ISO 13855 — สูตร S = K×T + C ติดใกล้ไปคืออันตราย
ISO 13855 ให้สูตร S = K×T + C หาระยะติดม่านแสงนิรภัยห่างจุดอันตราย ติดใกล้ไปเครื่องหยุดไม่ทัน เทียบกฎกระทรวงเครื่องจักร 2564 ข้อ 15 ที่บังคับแค่ 'ต้องมีวิธีป้องกัน'

Machine Guarding 4 แบบ — Fixed, Interlock, Adjustable, Self-Adjust เลือกแบบไหนดี
4 ประเภท Machine Guard ตามกรอบ OSHA 1910.212 + จุดที่กฎกระทรวง 2564 ของไทยบังคับ ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 22 — พร้อมตัวอย่างเลือกใช้ในไลน์จริง