⚖️ กฎหมาย

กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ 2564 — สรุป 4 หมวด 121 ข้อ

สรุปกฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ 2564 ครบ 4 หมวด 121 ข้อ — รถยก ลิฟต์ เครน หม้อน้ำ ภาชนะรับความดัน หน้าที่นายจ้าง การทดสอบประจำปี และอบรมผู้บังคับ

Safety Station 10121 เมษายน 2569อ่าน 46 นาที · 10,032 คำ
กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ 2564 — สรุป 4 หมวด 121 ข้อ

ผู้ประกอบกิจการที่ใช้งานเครื่องจักร รถยก ปั้นจั่น หรือหม้อน้ำในสถานประกอบกิจการ มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องปฏิบัติให้ครบทุกข้อของกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 — กฎกระทรวงที่มีจำนวนข้อมากที่สุดในชุดกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ ด้วยจำนวนถึง 121 ข้อใน 4 หมวด การละเลยมีบทลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง โดยเฉพาะเมื่อมีอุบัติเหตุจากปั้นจั่นพลิกคว่ำ รถยกชน หรือหม้อน้ำระเบิด — ใครจะต้องรับผิด เท่าใด และมีข้อใดบ้างที่ต้องทำ

1. ที่มา ขอบเขต และการบังคับใช้

กฎกระทรวงฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 และตามข้อ 1 ของกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จุดสำคัญที่ผู้ประกอบกิจการต้องทราบคือ ข้อ 2 ของกฎกระทรวงฉบับนี้ ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นกฎฉบับเดิมที่ใช้บังคับมาเกือบสิบปี เอกสารคู่มือ มาตรฐานภายใน หรือ checklist ที่อ้างอิงกฎฉบับ 2552 จึงต้องปรับปรุงให้ตรงกับฉบับ 2564 ทั้งหมด

ขอบเขตที่ครอบคลุม

กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ครอบคลุมงานสามกลุ่มหลัก ดังนี้

  • เครื่องจักร ทุกประเภทตามนิยามข้อ 3 รวมถึงรถยก (forklift) ลิฟต์โดยสาร ลิฟต์ขนส่งวัสดุ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง รอก เครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ และเครื่องมือกล
  • ปั้นจั่น (Crane) ทั้งชนิดอยู่กับที่ (overhead, tower, gantry) และชนิดเคลื่อนที่ (mobile crane, รถปั้นจั่น และเรือปั้นจั่น)
  • หม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ภาชนะรับความดัน และภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน ซึ่งครอบคลุม boiler, thermal fluid heater, pressure vessel และ compressed gas cylinder

โครงสร้าง 4 หมวด 121 ข้อ

ภาพประกอบ flat illustration โครงสร้าง 4 หมวดของกฎกระทรวงเครื่องจักร 2564 — เครื่องจักร (ข้อ 6-55), ปั้นจั่น (ข้อ 56-92), หม้อน้ำ-ภาชนะรับความดัน-ก๊าซ (ข้อ 93-118), PPE (ข้อ 119-121)

หมวด เนื้อหา ข้อ
1 เครื่องจักร (มี 6 ส่วนย่อย — บททั่วไป, เครื่องปั๊มโลหะ, เครื่องเชื่อมไฟฟ้า-ก๊าซ, รถยก, ลิฟต์, เครื่องจักรยกคนขึ้นที่สูง, รอก) 6 - 55
2 ปั้นจั่น (มี 5 ส่วนย่อย — บททั่วไป, ปั้นจั่นเหนือศีรษะ-ขาสูง, ปั้นจั่นหอสูง, รถปั้นจั่น-เรือปั้นจั่น, อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น) 56 - 92
3 หม้อน้ำ หม้อต้มของเหลว ภาชนะรับความดัน และภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน 93 - 118
4 การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) 119 - 120
บทเฉพาะกาล วิศวกรเป็นผู้ทดสอบจนกว่าจะมีผู้ขึ้นทะเบียน ม.9 / ม.11 121

2. คำจำกัดความสำคัญตามกฎหมาย (ข้อ 3)

ข้อ 3 ของกฎกระทรวงนิยามคำสำคัญที่ผู้ประกอบกิจการต้องเข้าใจให้ตรงกัน เพื่อมิให้ตีความผิดและบังคับใช้ข้อต่อ ๆ ไปไม่ครบ

  • "เครื่องจักร" หมายความว่า สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับก่อกำเนิดพลังงาน เปลี่ยนหรือแปลงสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ แสงอาทิตย์ ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น และรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ล้อตุนกำลัง รอก สายพาน เพลา เฟือง และเครื่องมือกล
  • "รถยก" หมายความว่า รถที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้สำหรับการยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ เช่น ฟอร์คลิฟต์ (forklift) หรือรถที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน
  • "ปั้นจั่น" หมายความว่า เครื่องจักรที่ใช้ยกสิ่งของขึ้นลงตามแนวดิ่ง และเคลื่อนย้ายในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ แบ่งเป็น "ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่" และ "ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่"
  • "หม้อน้ำ" (boiler) คือ ภาชนะปิดที่ผลิตน้ำร้อนหรือไอน้ำที่มีความดันสูงกว่าบรรยากาศ โดยใช้ความร้อนจากการสันดาปของเชื้อเพลิงหรือความร้อนจากพลังงานอื่น
  • "ภาชนะรับความดัน" (pressure vessel) คือ ภาชนะปิดที่มีความดันภายในและภายนอกแตกต่างกันมากกว่า 50 กิโลปาสคาลขึ้นไป และรวมถึงถังปฏิกิริยา (reactor) แต่ไม่รวมถึงภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน
  • "ภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน" (compressed gas cylinder) คือ ภาชนะรับความดันที่ใช้บรรจุก๊าซแบบไม่มีตะเข็บขนาดความจุ 0.5 ถึง 150 ลิตร และแบบมีตะเข็บขนาดความจุ 0.5 ถึง 500 ลิตร แต่ไม่รวมก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติอัด และก๊าซธรรมชาติเหลว
  • "วิศวกร" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร — กล่าวคือ ต้องมีใบอนุญาต กว. ของสภาวิศวกร ไม่ใช่ใครที่จบวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำได้

บุคคล 4 ตำแหน่งที่เกี่ยวกับปั้นจั่น

กฎกระทรวงข้อ 3 ระบุบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่กับปั้นจั่นไว้ 4 ตำแหน่ง ซึ่งต้องผ่านการอบรมตามข้อ 72 ทั้งหมด

ตำแหน่ง หน้าที่
ผู้บังคับปั้นจั่น บังคับการทำงานของปั้นจั่นให้ทำงานตามความต้องการ
ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ใช้สัญญาณมือหรือสัญญาณสื่อสารชนิดอื่นกับผู้บังคับปั้นจั่น
ผู้ยึดเกาะวัสดุ ผูก มัด หรือเกี่ยววัสดุที่ใช้ปั้นจั่นยก
ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ควบคุมการใช้ สั่งการผู้บังคับ พิจารณาน้ำหนักที่จะยกและจัดทำแผนการยก

3. หมวด 1 — เครื่องจักร (ข้อ 6-55)

หมวดที่ใหญ่ที่สุดของกฎกระทรวงคือหมวด 1 ครอบคลุมข้อ 6 ถึงข้อ 55 แบ่งเป็น 7 ส่วนย่อย

3.1 บททั่วไปของเครื่องจักร

หน้าที่แรกของนายจ้างคือดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรปฏิบัติให้สวมเครื่องนุ่งห่มรัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่อาจเกี่ยวโยง และรวบผมยาวให้อยู่ในลักษณะปลอดภัย ตามข้อ 6 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564

ในระหว่างการติดตั้ง ซ่อมแซม หรือตรวจสอบเครื่องจักร นายจ้างต้องติดป้ายแสดงการดำเนินการ จัดอุปกรณ์ป้องกันมิให้เครื่องจักรทำงาน และแขวนป้ายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตช์ไว้ที่สวิตช์ของเครื่องจักร (ข้อ 7) ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ Lockout/Tagout สำหรับเครื่องจักร ที่ใช้ในงานบำรุงรักษา

ข้อสำคัญที่สุดของหมวด 1 คือข้อ 8 ที่กำหนดให้ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บำรุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ และเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มี นายจ้างต้องดำเนินการให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานเป็นหนังสือ และเก็บสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย นายจ้างต้องจัดให้มี แผนป้องกันอันตรายจากการเคลื่อนย้าย และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ข้อ 9 กำหนดหน้าที่ตรวจสอบเครื่องจักร โดยนายจ้างต้องดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงานกับเครื่องจักรตรวจสอบเครื่องจักรนั้นให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีและปลอดภัยก่อนการใช้งาน และจัดให้มี การตรวจสอบประจำปี สำหรับเครื่องจักร 7 กลุ่ม ได้แก่

  1. เครื่องจักรงานยกและขนย้าย — รถยก ระบบสายพานลำเลียง
  2. เครื่องจักรงานดินและงานถนน — รถแทรกเตอร์ รถตัก รถบด รถเกรด รถปูแอสฟัลท์
  3. เครื่องจักรงานคอนกรีต — เครื่องผสม เครื่องสั่น เครื่องปั๊ม เครื่องยิงคอนกรีต รถคอนกรีตผสมเสร็จ
  4. เครื่องจักรงานฐานราก — เครื่องตอกเสาเข็ม เครื่องเจาะเสาเข็ม เครื่องอัดน้ำปูน
  5. เครื่องจักรงานขุด เจาะ เจาะอุโมงค์ — เครื่องอัดลม เครื่องเจาะหิน แบ็กโฮ แดร็กไลน์
  6. เครื่องจักรงานรื้อถอนทำลาย — jack hammer, concrete breaker, demolition shears
  7. เครื่องจักรอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

ข้อกำหนดทางกายภาพอื่นที่สำคัญในหมวด 1 บททั่วไป ได้แก่ ความกว้างของทางเดินเข้าออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร (ข้อ 17) และในกรณีที่มีส่วนหมุนหรือส่วนส่งถ่ายกำลังสูงกว่า 2 เมตร ต้องมีรั้วหรือตะแกรงสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร กั้นล้อมมิให้บุคคลเข้าไปขณะเครื่องจักรทำงาน (ข้อ 15 (4))

3.2 เครื่องปั๊มโลหะ (ข้อ 22-25)

เครื่องปั๊มโลหะที่ใช้มือป้อนวัสดุ ต้องใช้สวิตช์แบบกดพร้อมกันทั้งสองมือเครื่องจึงทำงาน และสวิตช์ทั้งสองตัวต้องห่างกัน ไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร ตามข้อ 23 (1) ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 หากนายจ้างต้องการดัดแปลงสมรรถนะของเครื่องปั๊มโลหะหรือเครื่องป้องกันอันตรายจากเครื่องปั๊มโลหะ ต้องจัดให้มีวิศวกรรับรองความปลอดภัย (ข้อ 24)

3.3 เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ (ข้อ 26-33)

ก่อนใช้งานเครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ข้อ 26 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ติดตั้งใกล้เคียง จัดบริเวณไม่ให้มีวัสดุติดไฟง่าย จัดฉากกั้นป้องกันประกายไฟและแสงจ้า และจัดสถานที่ให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เหมาะสม — สาระเดียวกับการอนุญาตทำงานที่ระบุใน Hot Work Permit งานเชื่อม-ตัด

มาตรการสำคัญคือข้อ 31 ที่กำหนดให้นายจ้างต้องจัด อุปกรณ์กันเปลวไฟย้อนกลับ ติดไว้ระหว่างหัวเชื่อม หัวตัด หรือหัวเผากับถังบรรจุก๊าซออกซิเจน และถังบรรจุก๊าซไวไฟขณะใช้งาน — เพื่อป้องกัน flashback ที่อาจระเบิดถังก๊าซ

3.4 รถยก (ข้อ 34-42)

ในการทำงานเกี่ยวกับรถยก ข้อ 34 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีโครงหลังคารถยกที่มั่นคงแข็งแรง ป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกอย่างปลอดภัย ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้ดีก่อนใช้งานทุกครั้ง จัดสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัย จัดอุปกรณ์ช่วยการมองเห็น และ ให้ลูกจ้างซึ่งขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทำงานบนรถตลอดเวลา

ข้อ 40 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 บัญญัติว่า นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้รถยกแต่ละประเภท ความปลอดภัยในการขับรถยก การตรวจสอบและบำรุงรักษารถยก โดยวิทยากรซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด รายละเอียดหลักสูตรปัจจุบันให้ใช้ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ขับรถยก พ.ศ. 2568 ดูเพิ่มที่ ประเภทรถยกและการอบรมผู้ขับ

ข้อ 41 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดระยะห่างระหว่างรถยกกับสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า ดังนี้

แรงดันไฟฟ้า ระยะห่างขั้นต่ำ
ไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ 3.1 เมตร
เกิน 69 กิโลโวลต์ ถึง 115 กิโลโวลต์ 3.3 เมตร
เกิน 115 กิโลโวลต์ ถึง 230 กิโลโวลต์ 4 เมตร
เกิน 230 กิโลโวลต์ ถึง 500 กิโลโวลต์ 6 เมตร

3.5 ลิฟต์ (ข้อ 43-48)

ลิฟต์โดยสารและลิฟต์ขนส่งวัสดุต้องตรวจสอบความพร้อมทุกวัน (ข้อ 43 (2)) และ ทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังจากติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยการทดสอบการรับน้ำหนักต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ำหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนด ตามข้อ 45 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 พร้อมตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทำงานของลิฟต์เป็นประจำทุกเดือน (ข้อ 46)

ข้อ 47 กำหนดค่าความปลอดภัยของลวดสลิงและโซ่ที่ใช้กับลิฟต์ ดังนี้

  • ลวดสลิงสำหรับ ลิฟต์ขนส่งวัสดุ — ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
  • โซ่สำหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุ — ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
  • ลวดสลิงสำหรับ ลิฟต์โดยสาร — ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10

3.6 เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และรอก (ข้อ 49-55)

เครื่องจักรยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง (รถกระเช้า กระเช้าแขวน กระเช้าแบบกรรไกร) ต้องมีอุปกรณ์ตัดระบบการทำงานเมื่อใช้งานเกินพิกัด (ข้อ 49 (5)) และในกรณีเป็นแบบแขวน ต้องใช้ลวดสลิงที่มี ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 (ข้อ 54 (2))

สำหรับรอกที่มีขนาดพิกัดน้ำหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของรอก อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตามข้อ 55 (8) ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564

4. หมวด 2 — ปั้นจั่น (ข้อ 56-92)

หมวด 2 ครอบคลุมงานปั้นจั่นทุกประเภท เริ่มจากข้อ 56 ที่กำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานของผู้ผลิต หากไม่มีต้องให้วิศวกรจัดทำเป็นหนังสือ ทำนองเดียวกับข้อ 8 ของเครื่องจักร

การทดสอบปั้นจั่น

ข้อ 57 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มี การทดสอบการติดตั้งปั้นจั่นเมื่อติดตั้งเสร็จ ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด (ปัจจุบันยังใช้ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง วิธีทดสอบปั้นจั่น พ.ศ. 2542 ในส่วนที่ไม่ขัดกัน) และในกรณีที่หยุดใช้งานปั้นจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนำกลับมาใช้งาน นายจ้างต้องดำเนินการทดสอบใหม่

ข้อ 58 บังคับให้ ทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตามประเภทและลักษณะของงาน

การอบรมบุคคล 4 ตำแหน่ง — หัวใจของหมวด 2

ภาพประกอบ flat illustration ผู้ปฏิบัติงาน 3 ประเภทที่ต้องอบรม — ผู้ขับรถยก, ผู้ควบคุม+ผู้ส่งสัญญาณปั้นจั่น, ผู้ควบคุมหม้อน้ำ

ข้อ 72 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็น ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ผ่านการอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากปั้นจั่น โครงสร้างอุปกรณ์ การตรวจสอบและบำรุงรักษา รวมทั้งการฝึกอบรมทบทวน โดยวิทยากรซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด

กำลังหาที่จัดอบรมผู้ปฏิบัติงานปั้นจั่นเหนือศีรษะให้ครบทั้ง 4 ตำแหน่งตามข้อ 72? Safety Station เปิดหลักสูตร ปั้นจั่นเหนือศีรษะ (Overhead Crane) ครบ 4 ผู้ ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2567 ครบ 18 ชั่วโมง พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม

นอกจากนี้ ข้อ 67 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 บังคับให้นายจ้างจัดทำคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสาร และในกรณีที่ใช้สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือ ตามมาตรฐาน ASME หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด (อ้างอิงประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง สัญญาณการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น พ.ศ. 2567)

แผนการยกของหนัก (ข้อ 84-85)

ข้อ 84 บัญญัติว่า การทำงานเกี่ยวกับรถปั้นจั่นที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ นายจ้างต้องจัดให้มีการจัดทำแผนการยก และควบคุมให้ปฏิบัติตามแผน

  • ใช้ปั้นจั่นตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปในการยก (tandem lift)
  • ยกวัสดุที่มีน้ำหนัก มากกว่าร้อยละ 75 ของพิกัดยกอย่างปลอดภัย
  • ทำงานใกล้สายไฟฟ้าที่มีระยะน้อยกว่าระยะที่กำหนดในข้อ 68
  • ยกวัสดุที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของจุดศูนย์ถ่วง
  • ยกวัสดุที่อาจเกิดการระเบิดหรืออุบัติภัยร้ายแรง
  • ยกวัสดุที่มี น้ำหนักตั้งแต่ 25 ตันขึ้นไป

แผนการยกตามข้อ 85 ต้องจัดทำโดยผู้ควบคุมการใช้รถปั้นจั่นซึ่งผ่านการอบรมตามข้อ 72 ทำเป็นหนังสือ ระบุอย่างน้อย ผู้ทำหน้าที่ ตารางการยก รัศมีและความยาวแขนปั้นจั่น อุปกรณ์ประกอบการยก ข้อมูลของวัสดุ ความสามารถในการรับน้ำหนักของพื้นที่รองรับ ขนาดแผ่นรองขารับน้ำหนัก และขั้นตอนการยกพร้อมมาตรการความปลอดภัย

ค่าความปลอดภัยของลวดสลิง โซ่ และอุปกรณ์ผูกยึด (ข้อ 86-92)

ข้อ 86 ห้ามใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ได้แก่ ลวดเส้นนอกสึกตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลาง ขมวด ถูกบดกระแทก เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของที่ระบุ ถูกความร้อนทำลาย หรือเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่ 3 เส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน

ข้อ 87 และข้อ 89 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดค่าความปลอดภัย (Safety Factor) ของอุปกรณ์ที่ใช้กับปั้นจั่น ดังนี้

อุปกรณ์ ค่าความปลอดภัยขั้นต่ำ
ลวดสลิงเคลื่อนที่ (running rope) 5
ลวดสลิงยึดโยง (standing rope) 3.5
ลวดสลิงสำหรับผูก มัด ยึดโยงวัสดุ 5
โซ่สำหรับผูก มัด ยึดโยงวัสดุ 4
เชือก 5
ห่วงหรือตะขอ 3.5
อุปกรณ์ผูก มัด หรือยึดโยงอื่น 3.5

นอกจากนี้ ข้อ 91 ระบุว่า ในการยกเคลื่อนย้ายวัสดุสิ่งของ ลูกจ้างต้องผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุสิ่งของ โดยมีมุมองศาระหว่างอุปกรณ์ผูกมัดกับวัสดุที่จะยก ไม่น้อยกว่า 45 องศา หากมีความจำเป็นต้องผูกด้วยมุมที่น้อยกว่า ต้องคำนวณแรงรับน้ำหนักโดยผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น

5. หมวด 3 — หม้อน้ำ ภาชนะรับความดัน ภาชนะบรรจุก๊าซ (ข้อ 93-118)

ขอบเขตและการยกเว้น (ข้อ 93-94)

ข้อ 93 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดข้อยกเว้นที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับของหมวดนี้ เช่น หม้อน้ำที่บรรจุน้ำปริมาตรไม่เกิน 2 ลิตรและผลิตไอน้ำความดันเกจไม่เกิน 50 กิโลปาสคาล หม้อน้ำที่ผลิตน้ำร้อนความดันเกจไม่เกิน 1.1 เมกะปาสคาลหรืออุณหภูมิไม่เกิน 120 องศาเซลเซียส และภาชนะรับความดันที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในน้อยกว่า 152 มิลลิเมตร เป็นต้น สำหรับเครื่องชงกาแฟแรงดันไอน้ำ เตารีดไอน้ำ เครื่องทำความสะอาดแรงดันไอน้ำ และเครื่องปั๊มลม ที่ปฏิบัติตามข้อ 97 และข้อ 101 แล้ว ได้รับยกเว้นตามข้อ 94

มาตรฐานที่ใช้ได้ (ข้อ 95)

ข้อ 95 ระบุว่านายจ้างต้องใช้หม้อน้ำ ภาชนะรับความดัน และภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน รวมถึงอุปกรณ์ประกอบ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก., ISO, ASME, JIS, DIN, TRD, BS, EN, DOT หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

การแจ้งใช้งาน/ยกเลิกหม้อน้ำ (ข้อ 96)

นายจ้างต้องแจ้งการใช้งานหรือยกเลิกการใช้งานหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน หรือภาชนะรับความดัน (ที่ไม่ได้รับยกเว้นตามข้อ 93) ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ใช้งานหรือยกเลิกการใช้งาน ตามข้อ 96 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 แบบฟอร์มและวิธีการเป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การแจ้งการใช้และการยกเลิกการใช้หม้อน้ำ พ.ศ. 2567

ผู้ควบคุมหม้อน้ำ (ข้อ 99-100)

ข้อ 99 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน โดยต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

  1. ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับผู้ควบคุมหม้อน้ำตาม กฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือผ่านการอบรมหลักสูตรจากหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
  2. มีคุณวุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาช่างกลโรงงาน ช่างยนต์ ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม ช่างเทคนิคการผลิต หรือสาขาอื่นที่มีวิชาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเกี่ยวกับไอน้ำ การเผาไหม้ ความร้อน การประหยัดพลังงาน หรือความแข็งแรงของวัสดุ รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต

นอกจากนี้ ข้อ 100 บังคับให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมหม้อน้ำ ผ่านการฝึกอบรมแนวทางการปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการใช้งานและความปลอดภัยในการทำงานของหม้อน้ำ อย่างน้อยสองปีต่อหนึ่งครั้ง ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด

ทางเดินและบันได (ข้อ 103)

หม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน หรือภาชนะรับความดันที่มี ความสูงเกิน 2 เมตรจากพื้นถึงเปลือกด้านบน นายจ้างต้องจัดทำบันไดและทางเดินเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเดินได้สะดวก ปลอดภัย พร้อมจัดให้มีราวจับและขอบกันตก ตามข้อ 103 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564

การทดสอบประจำปีของหม้อน้ำ หม้อต้ม และภาชนะรับความดัน (ข้อ 107-115)

อินโฟกราฟิกรอบทดสอบหม้อน้ำและภาชนะรับความดันตามข้อ 109-115 — หม้อน้ำ-หม้อต้มทดสอบอย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี, ภาชนะรับความดัน ≥ 1 ลบ.ม. ตามคู่มือผู้ผลิต, ภาชนะ < 1 ลบ.ม. ตรวจพินิจ+วัดความหนา 1 ครั้ง/5 ปี

รายการ ข้อ ความถี่และเกณฑ์
ติดตั้งหม้อน้ำ ใหม่ 107 วิศวกรควบคุมการติดตั้งและทดสอบ
ทดสอบความปลอดภัยหม้อน้ำ 109 อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง + แจ้งผลต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยใน 30 วัน
ติดตั้งหม้อต้มของเหลว 110 วิศวกรควบคุมและทดสอบ
ทดสอบความปลอดภัยหม้อต้มของเหลว 111 อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง + แจ้งใน 30 วัน
ติดตั้งภาชนะรับความดัน (ปริมาตร ≥ 1 ลบ.ม. หรือความดัน ≥ 500 กิโลปาสคาล) 113 วิศวกรควบคุมและทดสอบ
ทดสอบภาชนะรับความดัน (ปริมาตร ≥ 1 ลบ.ม. หรือ ≥ 500 กิโลปาสคาล) 114 ตามระยะเวลาในคู่มือผู้ผลิต
ตรวจสอบภาชนะรับความดัน (ปริมาตร < 1 ลบ.ม. หรือ < 500 กิโลปาสคาล) 115 ตรวจพินิจด้วยสายตา + วัดความหนาโดยวิศวกร อย่างน้อย 5 ปีต่อ 1 ครั้ง

ภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน (ข้อ 116-118)

นายจ้างต้องจัดเก็บภาชนะบรรจุก๊าซทนความดันให้มีสถานที่ควบคุมเฉพาะ ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่จัดเก็บ มีป้ายบ่งชี้แสดงคุณลักษณะของก๊าซ มีหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม มีระบบตรวจจับการรั่วไหลสำหรับก๊าซพิษ และ แยกกลุ่มก๊าซติดไฟ (flammable gases) กับก๊าซช่วยติดไฟ (oxidizing gases) ออกจากกัน ตามข้อ 116 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 พร้อมตรวจสอบสภาพภายนอกของภาชนะบรรจุก๊าซทุกครั้งก่อนการใช้งาน (ข้อ 118)

6. หมวด 4 — PPE และบทเฉพาะกาล (ข้อ 119-121)

ข้อ 119 บัญญัติว่า เมื่อนายจ้างไม่สามารถป้องกันหรือแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายได้ ต้องจัดหา PPE ที่สามารถป้องกันอันตรายให้ลูกจ้างสวมใส่ และข้อ 120 ระบุชนิดของ PPE สำหรับงาน 10 ประเภท เช่น

  • งานเชื่อมหรือตัดด้วยไฟฟ้า/ก๊าซ — ถุงมือหนังหรือผ้า กระบังหน้าลดแสง รองเท้านิรภัย แผ่นปิดหน้าอกกันประกายไฟ
  • งานปั๊มโลหะ — แว่นตาชนิดใส ถุงมือผ้า รองเท้าพื้นยางหุ้มส้น
  • งานยก ขนย้าย หรือติดตั้ง — หมวกนิรภัย ถุงมือผ้า รองเท้านิรภัย
  • งานปั้นจั่น — หมวกนิรภัย ถุงมือผ้าหรือหนัง รองเท้านิรภัย และเข็มขัดนิรภัย+สายช่วยชีวิตสำหรับปั้นจั่นหอสูง ปั้นจั่นขาสูง และปั้นจั่นเหนือศีรษะที่ลูกจ้างต้องขึ้นทำงานเหนือพื้นดิน
  • งานหม้อน้ำ/ภาชนะรับความดัน — แว่นตา/หน้ากากชนิดใส ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหู ชุดป้องกันความร้อน รองเท้าพื้นยางหุ้มส้น

ข้อ 121 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล กำหนดให้วิศวกรตามกฎกระทรวงนี้เป็นผู้ทดสอบการดำเนินการตามข้อ 45, 54, 55, 57, 58, 63, 105, 107, 109, 110, 111, 113 และ 114 จนกว่าจะมีบุคคลซึ่งขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลซึ่งได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ตามแต่กรณี

7. กฎหมายลูกที่ขยายผล

กฎกระทรวงฉบับนี้อ้างคำว่า "ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด" หลายครั้ง ซึ่งหมายถึงประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 6 ฉบับที่ออกมาขยายผลตามลำดับ

ประกาศกรม ปี สาระสำคัญ
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ 2565 หลักเกณฑ์รายละเอียดสำหรับเครื่องจักร
ประกาศกรม (เพิ่มเติม) 2567 ข้อกำหนดเพิ่มเติม
แบบแจ้งการใช้และยกเลิกการใช้หม้อน้ำ 2567 แบบฟอร์มตามข้อ 96
สัญญาณการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น 2567 สัญญาณมือตามข้อ 67 (ตามมาตรฐาน ASME)
แบบทดสอบเชื่อม-ตัดโลหะ 2567 สำหรับงานเชื่อมตามหมวด 1 ส่วน 3
หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ขับรถยก 2568 หลักสูตรตามข้อ 40

นอกจากนี้ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง วิธีทดสอบปั้นจั่น พ.ศ. 2542 ยังบังคับใช้ในส่วนที่ไม่ขัดกับกฎกระทรวงใหม่ และอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียน/ใบอนุญาต ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม พ.ศ. 2564

8. บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน

กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ดังนั้นการฝ่าฝืนข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8 ของ พ.ร.บ. ระวางโทษตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ การไม่ฝึกอบรมลูกจ้างก่อนทำงาน (เช่น ผู้ขับรถยกตามข้อ 40 ผู้บังคับ/ผู้ให้สัญญาณ/ผู้ผูกยึด/ผู้ควบคุมปั้นจั่นตามข้อ 72 และผู้ควบคุมหม้อน้ำตามข้อ 99-100) เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 ของ พ.ร.บ. มีโทษตามมาตรา 56 คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษด้วยตามมาตรา 69 หากการกระทำผิดเกิดขึ้นโดยการสั่งการของบุคคลดังกล่าว หรือเกิดจากการละเลยไม่สั่งการ ส่วนกรณีหม้อน้ำระเบิดหรือปั้นจั่นล้มจนมีลูกจ้างเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส อาจถูกดำเนินคดีอาญาควบในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มอีก

9. คำถามที่พบบ่อย

ถาม: กฎกระทรวง พ.ศ. 2552 ยังใช้ได้หรือไม่ — บริษัทเรามี checklist เก่า

ตอบ: ไม่ใช้แล้ว ข้อ 2 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ยกเลิก กฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2552 อย่างชัดเจน checklist ทั้งหมดต้องปรับให้ตรงกับฉบับ พ.ศ. 2564 โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการจัดบุคคล 4 ตำแหน่งของปั้นจั่น (ข้อ 72) และการแจ้งหม้อน้ำ (ข้อ 96)

ถาม: ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณ และผู้ผูกยึด ต้องเป็นคนคนละคนกันหรือไม่

ตอบ: ในทางปฏิบัติสามารถเป็นคนคนเดียวกันได้ แต่ในขณะปฏิบัติงานยกของหนึ่ง ๆ บทบาทต้องชัดเจน — โดยเฉพาะข้อ 71 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทำการยกหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ นายจ้างต้องจัดให้มี ผู้ให้สัญญาณ แก่ผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน บุคคลเดียวกันจะทำสองหน้าที่พร้อมกันไม่ได้

ถาม: หม้อน้ำในโรงงานต้องทดสอบทุกกี่ปี

ตอบ: ข้อ 109 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 บังคับให้ทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องแจ้งผลการทดสอบต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการทดสอบ หม้อต้มของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนใช้เกณฑ์เดียวกัน (ข้อ 111)

ถาม: ภาชนะรับความดันขนาดเล็กในห้องแล็ปต้องทดสอบหรือไม่

ตอบ: ภาชนะรับความดันที่มีปริมาตรน้อยกว่า 1 ลูกบาศก์เมตร หรือมีความดันน้อยกว่า 500 กิโลปาสคาล ตามข้อ 115 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ต้องตรวจพินิจด้วยสายตาและวัดความหนาโดยวิศวกรอย่างน้อย 5 ปีต่อ 1 ครั้ง ส่วนภาชนะที่มีปริมาตรตั้งแต่ 1 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือความดัน 500 กิโลปาสคาลขึ้นไป ใช้รอบทดสอบตามคู่มือผู้ผลิต (ข้อ 114)

ถาม: "วิศวกรรับรอง" หมายถึงใคร วิศวกรในบริษัททำได้หรือไม่

ตอบ: ข้อ 3 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 นิยาม "วิศวกร" ว่าหมายถึง ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร กล่าวคือต้องเป็นผู้มีใบอนุญาต กว. (สามัญ วุฒิ หรือภาคี ตามขอบเขตที่กฎหมายวิศวกรกำหนด) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง วิศวกรในบริษัทที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับสภาวิศวกรไม่อยู่ในนิยามนี้

10. สรุปสำหรับ จป.วิชาชีพและ Plant Manager

  • กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2552 และเป็นกฎที่มีจำนวนข้อมากที่สุดในชุดกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ — 4 หมวด 121 ข้อ
  • หน้าที่หลัก 6 ประการของนายจ้าง — อบรมลูกจ้างก่อนทำงาน, จัดเครื่องป้องกัน-ป้าย-แสงสว่าง, ทดสอบ-ตรวจสอบเครื่องจักรพร้อมวิศวกรรับรอง, อบรมผู้ขับรถยก/ปั้นจั่น/หม้อน้ำ, ทดสอบหม้อน้ำ-ภาชนะรับความดันประจำปี, บำรุงรักษาและเก็บบันทึก
  • เคลื่อนย้ายเครื่องจักร ตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป ต้องมีแผนป้องกันอันตราย (ข้อ 8) · ยกของหนัก เกินร้อยละ 75 ของพิกัด หรือ ตั้งแต่ 25 ตันขึ้นไป ต้องมีแผนการยก (ข้อ 84-85)
  • ทดสอบหม้อน้ำ/หม้อต้ม ปีละ 1 ครั้ง และแจ้งผลใน 30 วัน · ตรวจภาชนะรับความดันขนาดเล็ก 5 ปี/ครั้ง
  • ทุกการทดสอบ-รับรองตามข้อ 121 ปัจจุบันยังเป็นหน้าที่ของ วิศวกร กว. จนกว่าจะมีผู้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลตามมาตรา 11 ครบถ้วน
  • ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท กรรมการและผู้บริหารรับผิดด้วยตามมาตรา 69

11. อ้างอิงกฎหมาย

อ่านเพิ่มเติม

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ปั้นจั่น? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — สรุป 10 หมวด 36 ข้อ
กฎหมาย

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — สรุป 10 หมวด 36 ข้อ

สรุปสาระสำคัญกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ครบทั้ง 10 หมวด 36 ข้อ พร้อมขีดจำกัด TWA/STEL/Ceiling ตามประกาศกรม 2560 และบทลงโทษตาม พ.ร.บ. 2554 มาตรา 56

6 เม.ย. 2569อ่าน 39 นาที
กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — สรุปครบ 4 หมวด 23 ข้อ
กฎหมาย

กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — สรุปครบ 4 หมวด 23 ข้อ

สรุปกฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ครบ 4 หมวด 23 ข้อ นิยาม O2 19.5-23.5% LEL 10% บุคลากร 4 ตำแหน่ง หนังสืออนุญาตทำงาน 12 รายการ และหลักสูตรอบรม 4 ระดับตามประกาศกรม 2563

22 เม.ย. 2569อ่าน 31 นาที
กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — สรุป 9 หมวด 67 ข้อ
กฎหมาย

กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — สรุป 9 หมวด 67 ข้อ

สรุปกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ครบ 9 หมวด 67 ข้อ — แจ้งก่อนเริ่มงาน 15 วัน ผู้ควบคุมงาน บันได 1.50 ม. รั้ว 2 ม. PPE ลิฟต์ชั่วคราว งานในน้ำ และงานรื้อถอน

12 พ.ค. 2569อ่าน 38 นาที