⚙️ เครื่องจักร / ปั้นจั่น / หม้อน้ำ

ความปลอดภัยงานบริการภาคพื้นสนามบิน รถ เสียง และพื้นที่ร่วมรอบอากาศยาน

อันตรายเด่นของงานภาคพื้นสนามบิน รถกับคนใช้พื้นที่ร่วมกัน เสียงดัง งานยกซ้ำ และอากาศกลางแจ้ง พร้อมเลขข้อกฎกระทรวง 2564 และ 2559 ที่ใช้ได้จริง

Safety Station 10111 กันยายน 2569อ่าน 34 นาที · 7,408 คำ
ความปลอดภัยงานบริการภาคพื้นสนามบิน รถ เสียง และพื้นที่ร่วมรอบอากาศยาน

หลุมจอดอากาศยานหนึ่งหลุมในช่วงที่เครื่องบินจอดรับส่งผู้โดยสาร มีรถเข้าทำงานพร้อมกันหลายชนิด ทั้งรถลากจูงพร้อมรถพ่วง รถลำเลียงสัมภาระแบบสายพาน รถยกตู้สินค้า รถเติมน้ำมัน รถบันได และรถครัวยกสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ภาคพื้นเดินอยู่บนพื้นผิวเดียวกันกับรถเหล่านั้น เสียงจากเครื่องยนต์อากาศยานและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภาคพื้นดังต่อเนื่องจนสั่งงานด้วยเสียงพูดไม่ได้ และทุกงานต้องเสร็จตามเวลาที่ตารางบินกำหนด

อันตรายหลายประเภทจึงซ้อนกันในพื้นที่แคบ และงานนี้อยู่ใต้กฎสองชุดที่ออกโดยหน่วยงานคนละสาย จป. ที่ดูแลพื้นที่นี้ต้องแยกสองชุดออกจากกันให้ชัดก่อน แล้วจึงไล่มาตรการทีละกลุ่มอันตราย

กฎการบินกับกฎหมายความปลอดภัยเป็นคนละชุด

ชุดแรกคือข้อกำหนดด้านการบิน ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินและผู้ดำเนินการสนามบิน อยู่ในคู่มือการปฏิบัติงานในเขตพื้นที่การบิน ครอบคลุมเรื่องอย่างใบอนุญาตขับขี่ในเขตพื้นที่การบิน ความเร็วในลานจอด ระยะเข้าใกล้อากาศยาน และการควบคุมวัสดุแปลกปลอมบนพื้นลาน รายละเอียดต่างกันตามสนามบิน ส่วนนี้จึงไม่มีเลขข้อกำกับ เพราะไม่ได้อยู่ในกฎหมายความปลอดภัยของกระทรวงแรงงาน

ชุดที่สองคือ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กับกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง โดยมาตรา 6 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ผู้บังคับใช้คือพนักงานตรวจความปลอดภัยของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

สองชุดนี้ไม่แทนกัน ที่ตกบ่อยคือหน่วยงานลอกหัวข้อจากคู่มือลานจอดมาเป็นคู่มือของตัวเอง แล้วไม่มีเอกสารที่กฎกระทรวงกำหนดเลย เช่น บันทึกตรวจรถก่อนใช้งาน หรือรายงานผลตรวจวัดระดับเสียง และเพราะไม่มีกฎกระทรวงฉบับใดออกมาเฉพาะงานภาคพื้น การอ้างกฎหมายจึงต้องเริ่มจากลักษณะอันตรายที่มีอยู่จริง แล้วหยิบกฎกระทรวงที่ตรงกับอันตรายนั้นมาใช้ อีกข้อที่ใช้บ่อยเพราะหลุมจอดหนึ่งหลุมมักมีหลายนายจ้าง คือมาตรา 23 ซึ่งกำหนดให้ผู้รับเหมาชั้นต้นและผู้รับเหมาช่วงตลอดสายที่มีลูกจ้างทำงานในสถานประกอบกิจการเดียวกัน มีหน้าที่ร่วมกันจัดสถานที่ทำงานให้ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ การประชุมความปลอดภัยประจำหลุมจอดจึงต้องมีทุกผู้ให้บริการที่เข้าพื้นที่

อันตรายเด่นสี่กลุ่มบนลานจอด

กลุ่มอันตราย สิ่งที่เจอในหลุมจอด กฎหมายไทยที่ใช้ได้ตรง
รถกับคนใช้พื้นที่ร่วมกัน รถถอยเข้าประชิดลำตัวเครื่องบิน คนเดินตัดหลังรถพ่วง จุดอับสายตาที่มุมอาคาร เครื่องจักรฯ 2564 ข้อ 8 ถึงข้อ 10 · ข้อ 18 · ข้อ 34 ถึงข้อ 42
เสียงดังต่อเนื่อง เครื่องยนต์อากาศยาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าภาคพื้น รถลากจูงเครื่องยนต์ดีเซล ความร้อน แสงสว่าง และเสียง 2559 ข้อ 7 ถึงข้อ 13
งานยกซ้ำ คัดแยกและเรียงสัมภาระในห้องเก็บสัมภาระ งานเข็นรถพ่วง ไม่มีเลขข้อเฉพาะ ใช้มาตรา 6 และเครื่องจักรฯ 2564 ข้อ 120 (7)
สภาพอากาศกลางแจ้ง แดดจัดกลางลานคอนกรีต ฝนตกทัศนวิสัยต่ำ กะกลางคืนแสงไม่พอ ความร้อน แสงสว่าง และเสียง 2559 ข้อ 2 ถึงข้อ 6

สองกลุ่มแรกทำให้บาดเจ็บรุนแรงและสูญเสียการได้ยินถาวร ส่วนสองกลุ่มหลังสะสมช้าจนมักถูกมองข้าม

อีกสองอย่างที่ไม่มีตัวบทไทยรองรับโดยตรง คือ ลมร้อนจากท้ายเครื่องยนต์ไอพ่น และแรงดูดที่ปากทางเข้าเครื่องยนต์ กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระยะห้ามเข้ารอบอากาศยานเป็นตัวเลข ระยะที่ใช้จริงมาจากคู่มือของผู้ผลิตอากาศยานและคู่มือลานจอด ส่วนที่กฎหมายไทยกำหนดคือมาตรา 14 ซึ่งให้นายจ้างแจ้งลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน และแจกคู่มือปฏิบัติงานก่อนเข้าทำงานหรือเปลี่ยนงาน ระยะของผู้ผลิตจึงต้องอยู่ในคู่มือที่แจกจริง

รถและอุปกรณ์ภาคพื้นตามกฎกระทรวงเครื่องจักร พ.ศ. 2564

กฎกระทรวงเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 นิยามคำว่ารถยกไว้ในข้อ 3 ว่าหมายถึง "รถที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้สำหรับการยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ เช่น ฟอร์คลิฟต์ (forklift) หรือรถที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน" รถลำเลียงสัมภาระแบบสายพาน รถยกตู้สินค้า และรถยกแพลเลต จึงเข้านิยามนี้ด้วย ส่วนรถลากจูงที่ไม่มีอุปกรณ์ยก ก็ยังเป็นเครื่องจักรตามข้อ 3 และอยู่ใต้บททั่วไปของหมวดเครื่องจักร

ข้อ 34 ใช้กับรถกลุ่มนี้ตรงที่สุด กำหนดหกเรื่อง คือ โครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรงกันวัสดุตกหล่น เว้นแต่รถที่ออกแบบมาให้ยกของสูงไม่เกินศีรษะผู้ขับขี่ · ป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกพร้อมป้ายเตือนให้ระวัง · ตรวจสอบรถให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีและปลอดภัยก่อนใช้งานทุกครั้ง พร้อมเก็บสำเนาเอกสาร · สัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยขณะทำงาน · อุปกรณ์ช่วยการมองเห็น เช่น กระจกมองข้าง · และเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ขับรถชนิดนั่งขับ ข้อที่เหลือในฉบับเดียวกันเรียงตามหน้าที่ได้ดังนี้

เลขข้อ หน้าที่ตามตัวบท จุดที่ใช้ในลานจอด
ข้อ 8 ทำตามคู่มือของผู้ผลิต ถ้าไม่มีต้องให้วิศวกรจัดทำเป็นหนังสือ และต้องเป็นภาษาที่ลูกจ้างศึกษาได้ รถนำเข้ามักมีคู่มืออังกฤษอย่างเดียว
ข้อ 9 ตรวจสอบก่อนใช้งาน และตรวจสอบประจำปีสำหรับรถยกกับระบบสายพานลำเลียง รถลำเลียงสัมภาระเข้าทั้งสองฐาน
ข้อ 10 ห้ามใช้เกินพิกัดที่คู่มือกำหนด น้ำหนักตู้สินค้าต่อเที่ยว
ข้อ 18 ทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย และกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออก เส้นเขตหลุมจอดและแนวจอดอุปกรณ์
ข้อ 19 สายพานลำเลียงต้องมีเครื่องป้องกันวัสดุตกหล่น และอุปกรณ์ฉุกเฉินที่หยุดสายพานได้ทันที สายพานบนรถและในห้องคัดแยก
ข้อ 35 ห้ามดัดแปลงรถยกจนความปลอดภัยลดลง การถอดหรือพันทับเซ็นเซอร์
ข้อ 36 คุมพื้นที่ประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่ให้ห่างจากที่ลูกจ้างทำงาน และระบายอากาศกันไอกรดกับไอไฮโดรเจน ลานประจุไฟฟ้ารถไฟฟ้า
ข้อ 40 ผู้ขับรถยกต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด ผู้ขับรถลำเลียงและรถยกตู้สินค้า
ข้อ 42 ห้ามผู้อื่นนอกจากผู้ขับขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก การเกาะท้ายรถลากจูง
ข้อ 120 (7) งานยก ขนย้าย หรือติดตั้ง ให้สวมหมวกนิรภัย ถุงมือผ้า และรองเท้านิรภัย เจ้าหน้าที่ลำเลียงสัมภาระ

รถครัวยกสูงและรถยกตู้สินค้าบางรุ่นยกคนขึ้นไปทำงานที่ระดับประตูเครื่องบิน จึงเข้านิยามเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงตามข้อ 3 และมีข้อ 49 เพิ่มอีกชุด กำหนดให้ป้องกันการตกจากที่สูง มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักและจำนวนคนที่ยกได้ ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัย และมีอุปกรณ์ตัดระบบเมื่อใช้งานเกินพิกัด ข้อ 52 เพิ่มว่าเส้นทางเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลุ่มนี้ต้องมั่นคงแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ รอยต่อพื้นลานที่ทรุดจึงเป็นงานแจ้งซ่อมทันที

การแบ่งพื้นที่ระหว่างรถกับคน และการสื่อสารด้วยสัญญาณ

ข้อ 37 กำหนดให้ตีเส้นช่องทางเดินรถยกภายในอาคาร หรือกำหนดเส้นทางเดินรถยกในบริเวณอื่นที่มีการใช้รถยกเป็นประจำ ลานจอดเข้าเงื่อนไขบริเวณอื่นเต็มที่ จึงต้องกำหนดเส้นทางรถและแนวเดินเท้าเข้าออกหลุมจอดให้ชัด แล้วทำให้คนทั้งกะรู้ตรงกัน ข้อ 38 กำหนดให้ติดกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่คุณสมบัติคล้ายกันที่ทางแยกหรือทางโค้งที่มองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า และข้อ 39 กำหนดให้ทางเดินรถมั่นคงแข็งแรง รองรับน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกได้อย่างปลอดภัย จุดที่มักตกคือทางออกจากห้องคัดแยกสัมภาระสู่ลาน และมุมอาคารที่รถพ่วงต้องเลี้ยวแคบ หลักที่ได้ผลเหมือนกับคลังสินค้า คือ แยกเส้นทางคนออกจากเส้นทางรถให้มากที่สุด เหลือจุดตัดน้อยที่สุด แล้วคุมจุดตัดที่เหลือด้วยกระจกนูน ป้าย และกติกาการหยุดรอ ดูเพิ่มที่ ระยะปลอดภัยระหว่างคน ของ และทางเดินรถในคลังสินค้า

ชุดสัญญาณมือที่ใช้นำอากาศยานเข้าจอดและสั่งงานรถถอยเข้าประชิดลำตัวเครื่องบิน มาจากคู่มือของผู้ดำเนินการสนามบินและมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบิน ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายความปลอดภัยไทย กฎหมายไทยกำหนดไว้ที่มาตรา 16 ว่าให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัย และให้ฝึกอบรมก่อนเริ่มทำงานเมื่อรับเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ชุดสัญญาณจึงต้องอยู่ในหลักสูตรที่อบรมจริงและมีหลักฐานเก็บไว้

เสื้อสะท้อนแสงก็เข้าใจผิดกันบ่อย กฎหมายความปลอดภัยของไทยไม่ได้กำหนดให้สวมเสื้อสะท้อนแสงในงานภาคพื้นไว้เป็นข้อเฉพาะ ข้อกำหนดที่ใช้จริงมาจากคู่มือลานจอด ฐานทางกฎหมายไทยที่ใช้ได้คือข้อ 119 ซึ่งกำหนดว่าเมื่อป้องกันอันตรายไม่ได้ นายจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจ้างสวมใส่ คู่กับมาตรา 22 ที่ให้สั่งลูกจ้างหยุดการทำงานจนกว่าจะสวมใส่

เสียงดังต่อเนื่องและการเฝ้าระวังการได้ยิน

กฎกระทรวงเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 วางเพดานเสียงไว้ที่ข้อ 7 กำหนดให้ควบคุมมิให้ลูกจ้างได้รับสัมผัสเสียงที่มีระดับเสียงสูงสุดของเสียงกระทบหรือเสียงกระแทกเกิน 140 เดซิเบล หรือเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่เกินกว่า 115 เดซิเบลเอ ส่วนข้อ 8 กำหนดให้ควบคุมระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงานในแต่ละวันไม่ให้เกินมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด ค่าที่ตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ กำหนดไว้สำหรับการทำงานแปดชั่วโมง คือ 85 เดซิเบลเอ ตารางเต็มอ่านได้ที่ ระดับเสียงเฉลี่ยและโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยินในโรงงาน

หลายคนคิดว่าลานจอดไม่ต้องตรวจวัดเสียงเพราะไม่ใช่โรงงาน ประกาศกรมฯ เรื่องหลักเกณฑ์การตรวจวัดสภาวะการทำงาน ระบุประเภทกิจการที่ต้องตรวจวัดระดับเสียงไว้ในข้อ 11 โดยจบรายการด้วยข้อความว่า "กิจการที่มีแหล่งกำเนิดเสียง หรือสภาพการทำงานที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายเนื่องจากเสียง" ข้อความปิดท้ายนี้ครอบงานภาคพื้นเต็มที่ ความถี่อยู่ในข้อ 2 ของประกาศฉบับเดียวกัน คืออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งในสภาวะที่เป็นจริงของสภาพการทำงาน และถ้าเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือวิธีการทำงานที่อาจมีผลต่อระดับเสียง ต้องตรวจเพิ่มภายในเก้าสิบวัน จากนั้นข้อ 15 ของกฎกระทรวงกำหนดให้ส่งรายงานตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่เสร็จสิ้นการตรวจวัด

ลำดับการแก้ไขอยู่ที่ข้อ 9 ตัวบทให้เริ่มจากการแก้ไขทางวิศวกรรมที่ต้นกำเนิดของเสียงหรือทางผ่านของเสียง หรือบริหารจัดการเพื่อควบคุมระดับเสียงที่ลูกจ้างจะได้รับ แล้วจึงใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลเมื่อทำตามวรรคหนึ่งไม่ได้ บนลานจอด การแก้ที่ต้นกำเนิดคือใช้ไฟฟ้าและลมปรับอากาศจากสะพานเทียบเครื่องบิน แทนการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภาคพื้นและหน่วยจ่ายกำลังของอากาศยาน ส่วนการบริหารจัดการคือลดเวลาที่คนอยู่ใกล้แหล่งเสียงและหมุนเวียนหน้าที่ ข้อ 10 เพิ่มว่าในบริเวณที่ระดับเสียงเกินมาตรฐาน ต้องมีเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลติดไว้ให้เห็นชัดเจน ส่วนค่าลดเสียงบนกล่องที่ครอบหูหรือปลั๊กลดเสียงเป็นค่าของผู้ผลิต ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด

เมื่อเสียงเฉลี่ยแปดชั่วโมงถึง 85 เดซิเบลเอขึ้นไป ข้อ 11 กำหนดให้จัดให้มีมาตรการอนุรักษ์การได้ยินตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด ประกาศกรมฯ ที่ออกตามข้อนี้ลงรายละเอียดไว้ว่า

  • ข้อ 2 ทำเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างน้อยต้องมีนโยบายการอนุรักษ์การได้ยิน การเฝ้าระวังเสียงดัง การเฝ้าระวังการได้ยิน และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง แล้วประกาศให้ลูกจ้างทราบ
  • ข้อ 4 และข้อ 6 ทดสอบสมรรถภาพการได้ยินลูกจ้างกลุ่มนี้อย่างน้อยปีละครั้ง แจ้งผลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างทราบผล และเมื่อพบว่าสูญเสียการได้ยินที่หูข้างใดข้างหนึ่งตั้งแต่ 15 เดซิเบลขึ้นไปที่ความถี่ใดความถี่หนึ่ง ต้องให้สวมอุปกรณ์ที่ลดเสียงเฉลี่ยลงต่ำกว่า 85 เดซิเบลเอ หรือเปลี่ยนงานหรือหมุนเวียนสลับหน้าที่
  • ข้อ 7 ข้อ 9 และข้อ 10 ติดแผนผังแสดงระดับเสียง ป้ายบอกระดับเสียง และเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยินในทุกพื้นที่ตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป ทบทวนมาตรการปีละครั้ง และเก็บเอกสารห้าปี

ความร้อนกลางแจ้ง แสงสว่าง และงานยกซ้ำ

ข้อ 2 ของกฎกระทรวงฉบับปี 2559 กำหนดมาตรฐานระดับความร้อนไว้สามระดับ คือ งานเบาไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ (Wet Bulb Globe Temperature หรือ WBGT) 34 องศาเซลเซียส งานปานกลางไม่เกิน 32 องศาเซลเซียส และงานหนักไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ข้อ 1 นิยามระดับความร้อนว่าเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงสองชั่วโมงที่สูงสุดของการทำงานปกติ และยกตัวอย่างงานปานกลางไว้ว่า "งานยก ลาก ดัน หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยแรงปานกลาง" กับ "งานขับรถบรรทุก" งานลำเลียงสัมภาระจึงเข้าข่ายงานปานกลางเป็นอย่างน้อย เพดานที่ใช้กับหลุมจอดเริ่มที่ 32 องศาเซลเซียส และต้องวัดในช่วงที่แดดจัดที่สุดของกะ

เมื่อเกินมาตรฐาน ข้อ 3 กำหนดให้แก้ไขสภาวะการทำงานทางด้านวิศวกรรม พร้อมปิดประกาศและเก็บเอกสารการแก้ไขไว้ให้ตรวจสอบได้ และถ้าทำไม่ได้ ให้จัดมาตรการควบคุมหรือลดภาระงาน และให้ลูกจ้างสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามหมวด 4 ตลอดเวลาที่ทำงาน บนลานคอนกรีตกลางแดด งานวิศวกรรมทำได้จำกัด มาตรการที่เหลือจึงเป็นการลดภาระงาน คือ ร่มเงาพัก น้ำดื่มที่เข้าถึงได้จริง และรอบพักที่กำหนดล่วงหน้า วิธีวัดค่านี้อยู่ที่ ค่าควบคุมความร้อนตามกฎไทย พ.ศ. 2559

ด้านแสงสว่าง ข้อ 4 กำหนดให้จัดให้มีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด ค่าที่เกี่ยวกับพื้นที่ทำงานภาคพื้นอยู่ในตารางที่ 1 ท้ายประกาศกรมฯ เรื่องมาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง

พื้นที่ตามตารางท้ายประกาศ ค่าเฉลี่ย (ลักซ์) จุดที่ต่ำสุด (ลักซ์)
ภายนอกอาคาร ลานจอดรถ ทางเดิน บันได 50 25
จุดหรือลานขนถ่ายสินค้า คลังสินค้า โกดังเก็บของไว้เพื่อการเคลื่อนย้าย 200 100

พื้นที่ขนถ่ายสัมภาระและสินค้าจึงใช้เกณฑ์แถวล่าง ไม่ใช่แถวลานจอดรถทั่วไป ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การตรวจวัดยังกำหนดในข้อ 7 ว่าต้องตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างทุกประเภทกิจการ และตรวจในช่วงที่มีแสงสว่างตามธรรมชาติน้อยที่สุด สำหรับงานภาคพื้นแปลว่าต้องวัดในกะดึก ส่วนแสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่ส่องเข้านัยน์ตาโดยตรง ข้อ 5 กำหนดให้ใช้ฉาก แผ่นฟิล์มกรองแสง หรือมาตรการอื่นที่เหมาะสม และถ้าป้องกันไม่ได้ ให้สวมแว่นตาลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสงตามข้อ 12 (2)

เรื่องงานยกซ้ำต้องพูดตรง ๆ ว่ากฎหมายความปลอดภัยชุดนี้ไม่ได้กำหนดน้ำหนักสูงสุดต่อการยกหนึ่งครั้ง จำนวนครั้งต่อกะ หรือท่าทางการทำงานไว้เป็นตัวเลข ค่าที่เห็นในคู่มือของสายการบินและตำราการยศาสตร์เป็นค่าอ้างอิงสากลและค่าของผู้ประกอบการ ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมายไทย ฐานที่ใช้ได้จริงคือมาตรา 6 กับข้อ 120 (7) มาตรการที่ได้ผลจึงมาจากการออกแบบงาน คือ ลดระยะเอื้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยเลื่อนกระเป๋า ปรับความสูงสายพานให้ตรงระดับเอว ลดจำนวนครั้งที่ต้องยกซ้ำด้วยการใช้ตู้บรรจุ และหมุนเวียนตำแหน่งภายในทีมทุกรอบเที่ยวบิน

ตัวอย่างหนึ่งเที่ยวบินจากหน้างาน

หลุมจอดติดสะพานเทียบเครื่องบิน ทีมภาคพื้นหกคน รถลำเลียงสัมภาระสองคัน รถลากจูงพร้อมรถพ่วงสามชุด และรถครัวยกสูงหนึ่งคัน หัวหน้าทีมควรเดินตามลำดับนี้ทุกเที่ยวบิน

  1. ก่อนเครื่องเข้าจอด ตรวจว่าหลุมจอดว่างจากอุปกรณ์และวัสดุแปลกปลอม เส้นเขตเห็นชัด และอุปกรณ์จอดหลังแนวที่กำหนด ตามข้อ 18
  2. ตรวจรถก่อนใช้งาน ตามข้อ 34 (3) รายการที่ห้ามข้ามคือ สัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัย กระจกมองข้าง เข็มขัดนิรภัย และอุปกรณ์หยุดฉุกเฉินของสายพาน แล้วลงบันทึกเก็บสำเนาไว้
  3. ระหว่างเข้าประชิดและลำเลียง ผู้ให้สัญญาณยืนในตำแหน่งที่ผู้ขับเห็นตลอด ไม่มีใครยืนในแนวเคลื่อนที่ของรถ และทุกคนในพื้นที่เสียงเกินมาตรฐานสวมอุปกรณ์ปกป้องการได้ยินตลอดเวลา
  4. หลังเที่ยวบินออก เก็บอุปกรณ์กลับแนวจอด ตรวจวัสดุแปลกปลอม แล้วบันทึกสิ่งผิดปกติ เช่น รอยพื้นทรุด ไฟส่องสว่างดับ หรือสัญญาณถอยหลังไม่ดัง

ขั้นที่สองมักเหลือแค่การเซ็นชื่อเพราะเที่ยวบินมาถี่ ทางแก้คือตรวจแบบเต็มตอนรับรถต้นกะ แล้วระหว่างกะเหลือรายการสั้นที่ตรวจได้ในหนึ่งนาที

จุดเสี่ยงที่หลุดจากการควบคุมบนลานจอด

  • เอาคู่มือลานจอดมาแทนเอกสารตามกฎกระทรวง คู่มือของสนามบินไม่มีบันทึกตรวจรถก่อนใช้งาน รายงานผลตรวจวัดระดับเสียง หรือมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน ต้องจัดทำเพิ่มแยกออกมา
  • ตรวจวัดความร้อนตอนเช้า ระดับความร้อนตามนิยามคือค่าเฉลี่ยสองชั่วโมงที่สูงสุดของการทำงานปกติ วัดตอนที่ยังไม่ร้อนแล้วได้ค่าผ่าน จะใช้ยันกับพนักงานตรวจความปลอดภัยไม่ได้
  • ให้พนักงานเกาะท้ายรถลากจูงข้ามลาน และสอนขับรถลำเลียงกันเองในทีม ข้อ 42 ห้ามข้อแรกไว้ ส่วนข้อ 40 กำหนดให้ผู้ขับผ่านหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด การสอนต่อกันในทีมใช้เป็นหลักฐานไม่ได้

เช็กลิสต์ตรวจหนึ่งหลุมจอด

เอกสารที่ต้องมีในแฟ้ม

  • คู่มือของผู้ผลิตทุกคัน เป็นภาษาที่ลูกจ้างศึกษาและปฏิบัติได้ ตามข้อ 8
  • บันทึกตรวจรถก่อนใช้งาน และผลตรวจสอบประจำปีของรถยกกับระบบสายพานลำเลียง ตามข้อ 9 และข้อ 34 (3)
  • หลักฐานการอบรมผู้ขับรถยกตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด ตามข้อ 40
  • รายงานผลตรวจวัดความร้อน แสงสว่าง และเสียง พร้อมหลักฐานการส่งภายในสามสิบวัน ตามข้อ 14 และข้อ 15 ของฉบับปี 2559
  • มาตรการอนุรักษ์การได้ยินเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมผลทดสอบสมรรถภาพการได้ยินปีละครั้ง เก็บห้าปี
  • หลักฐานการแจ้งอันตรายและแจกคู่มือปฏิบัติงานก่อนเข้าทำงานหรือเปลี่ยนหน้าที่ ตามมาตรา 14

สิ่งที่ต้องเห็นในพื้นที่

  • เส้นทางรถและแนวเดินเท้าที่ชัด เส้นแสดงเขตอันตรายรอบจุดที่รถทำงาน และกระจกนูนที่ทางแยกกับทางโค้ง
  • ป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกและป้ายเตือนบนรถทุกคันที่เข้านิยามรถยก
  • สัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยที่ดังจริงขณะรถทำงาน กับอุปกรณ์หยุดฉุกเฉินของสายพานที่เอื้อมถึงและใช้งานได้
  • แผนผังแสดงระดับเสียง ป้ายบอกระดับเสียง และเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยินในพื้นที่ตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป
  • ร่มเงาพัก จุดน้ำดื่ม รอบพักที่กำหนดล่วงหน้า และแสงสว่างในพื้นที่ขนถ่ายที่วัดได้ตามเกณฑ์ในกะดึก

สรุป

  • งานภาคพื้นสนามบินอยู่ใต้กฎสองชุดที่ไม่แทนกัน คือ ข้อกำหนดด้านการบินของสนามบิน และกฎหมายความปลอดภัยของกระทรวงแรงงาน
  • ไม่มีกฎกระทรวงเฉพาะสำหรับงานภาคพื้น ให้ไล่จากลักษณะอันตรายแล้วหยิบฉบับที่ตรงมาใช้ หลักคือฉบับเครื่องจักรฯ 2564 กับฉบับความร้อน แสงสว่าง และเสียง 2559
  • รถภาคพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของเข้านิยามรถยกตามข้อ 3 จึงตกอยู่ใต้ข้อ 34 ถึงข้อ 42 ทั้งชุด และเมื่อเสียงเฉลี่ยถึง 85 เดซิเบลเอ ต้องมีมาตรการอนุรักษ์การได้ยินเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ระยะห้ามเข้ารอบอากาศยาน เสื้อสะท้อนแสง และเพดานน้ำหนักยกต่อครั้ง ไม่ได้อยู่ในกฎหมายความปลอดภัยไทย ให้ระบุที่มาให้ชัดเมื่อเขียนลงในคู่มือของหน่วยงาน

เริ่มจากงานที่เล็กที่สุดก่อน คือ เดินหลุมจอดหนึ่งหลุมพร้อมเช็คลิสต์ข้างบน แล้วจดว่าข้อใดยังไม่มีเอกสารรองรับ รายการที่ได้จะเป็นแผนงานความปลอดภัยของพื้นที่นั้นทั้งปี

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ เครื่องจักรและปั้นจั่น? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยโรงงานอาหาร — สายพาน เครื่องบด พื้นลื่น แอมโมเนีย เสียง
เครื่องจักร

ความปลอดภัยโรงงานอาหาร — สายพาน เครื่องบด พื้นลื่น แอมโมเนีย เสียง

รวม 5 ความเสี่ยงหลักในโรงงานอาหาร — สายพาน เครื่องบด พื้นลื่น สารทำความเย็นแอมโมเนีย และเสียงเครื่องจักร พร้อมมาตรฐานกฎหมายไทยที่ จป. ต้องรู้

31 พ.ค. 2569อ่าน 26 นาที
คำนวณระยะติดตั้งม่านแสงนิรภัยตาม ISO 13855 — สูตร S = K×T + C ติดใกล้ไปคืออันตราย
เครื่องจักร

คำนวณระยะติดตั้งม่านแสงนิรภัยตาม ISO 13855 — สูตร S = K×T + C ติดใกล้ไปคืออันตราย

ISO 13855 ให้สูตร S = K×T + C หาระยะติดม่านแสงนิรภัยห่างจุดอันตราย ติดใกล้ไปเครื่องหยุดไม่ทัน เทียบกฎกระทรวงเครื่องจักร 2564 ข้อ 15 ที่บังคับแค่ 'ต้องมีวิธีป้องกัน'

13 มิ.ย. 2569อ่าน 23 นาที
คำนวณระยะการ์ดเครื่องจักรตาม ISO 13857 — มือเอื้อมข้าม/ลอดช่อง ต้องห่างเท่าไหร่
เครื่องจักร

คำนวณระยะการ์ดเครื่องจักรตาม ISO 13857 — มือเอื้อมข้าม/ลอดช่อง ต้องห่างเท่าไหร่

ISO 13857:2019 กำหนดระยะที่การ์ด/รั้วต้องห่างจุดอันตราย เพื่อกันมือเอื้อมข้าม/ลอดช่อง เทียบกฎกระทรวงเครื่องจักร 2564 ข้อ 15(4) ที่บังคับแค่ 'ต้องมีการ์ด' ไม่มีตารางระยะ

15 มิ.ย. 2569อ่าน 24 นาที
ความปลอดภัยงานบริการภาคพื้นสนามบิน รถ เสียง พื้นที่ร่วม — Safety Station 101