ความสว่าง (lux) ที่ต้องมีตามประเภทงาน + วิธีวัดและคำนวณค่าเฉลี่ยตามมาตรฐานของไทย
ค่าลักซ์ที่ต้องมีตามประเภทงานตามมาตรฐานไทย — สำนักงาน 400 ลักซ์, ทางเดิน/บันได 100 ลักซ์, ทางหนีไฟไฟดับ 10 ลักซ์ · วิธีวัดที่ความสูง 75 ซม. ทุก 2x2 ตร.ม. + worked example หาค่าเฉลี่ย

ความสว่าง (lux) ที่ต้องมีตามประเภทงาน + วิธีวัดและคำนวณค่าเฉลี่ยตามมาตรฐานของไทย
ห้องสำนักงานที่ดูเหมือนสว่างพอ จริง ๆ แล้วผ่านเกณฑ์กฎหมายหรือไม่ และถ้าวัดได้ 9 จุดในห้องเดียว ค่าไหนคือค่าที่ใช้เทียบมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยหรือจุดที่มืดที่สุด คำถามแบบนี้ตอบไม่ได้ด้วยการมองด้วยตา ต้องวัดด้วยเครื่องวัดแสงและคำนวณค่าเฉลี่ยตามวิธีที่กฎหมายกำหนด แล้วจึงเทียบกับค่าลักซ์ตามประเภทงาน
ข่าวดีคือเรื่องแสงสว่างเป็นกฎหมายไทยเกือบทั้งหมด ค่าลักซ์ที่ต้องมีอยู่ในตารางมาตรฐานของไทยตรง ๆ ไม่ต้องไปพึ่งมาตรฐานต่างประเทศ บทความนี้เน้นสองเรื่อง คือ (1) งานแบบนี้กฎหมายไทยกำหนดต้องมีกี่ลักซ์ และ (2) จะวัดและคำนวณค่าเฉลี่ยลักซ์อย่างไรให้ถูกวิธีก่อนเทียบมาตรฐาน
ฐานกฎหมาย — กฎกระทรวงสั่ง ประกาศกรมให้ตัวเลข
โครงสร้างกฎหมายเรื่องแสงสว่างแยกเป็นสองชั้น ต้องแยกให้ออกว่าฉบับไหนทำหน้าที่อะไร
ชั้นแรกคือกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ตามข้อ 4 ของกฎกระทรวงฉบับนี้ นายจ้างต้องจัดให้สถานประกอบกิจการมีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 4 บอกแค่ว่า "ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน" แต่ไม่ได้ให้ตัวเลข ตัวเลขจริงไปอยู่ในชั้นที่สอง คือประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง (ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560) ซึ่งมีตารางแนบท้าย 3 ตาราง
ที่ต้องระวังคือ ข้อ 4 เป็นเรื่องความเข้มแสงต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน อย่าสับสนกับข้อ 5 ที่เป็นเรื่องการป้องกันแสงจ้าและแสงสะท้อนเข้าตา และข้อ 6 ที่เป็นเรื่องที่มืดทึบคับแคบ ทั้งสามข้ออยู่ในหมวดแสงสว่างเหมือนกัน แต่คนละประเด็น สำหรับภาพรวมทั้งฉบับ อ่านได้ที่ สรุปกฎกระทรวงความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
ตารางที่ 1 — พื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิต
ตารางที่ 1 ของประกาศกรมฯ ใช้กับพื้นที่ทั่วไปที่มีการสัญจรและบริเวณการผลิต จุดเด่นของตารางนี้คือมี 2 คอลัมน์ที่ต้องผ่านทั้งคู่ คือ "ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง" และ "จุดที่ความเข้มของแสงสว่างต่ำสุด" ตัวอย่างค่าที่ใช้บ่อย
| บริเวณ | ค่าเฉลี่ย (ลักซ์) | จุดต่ำสุด (ลักซ์) |
|---|---|---|
| ทางออกฉุกเฉิน เส้นทางหนีไฟ บันไดทางฉุกเฉิน (กรณีไฟดับ) | - | 10 |
| ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ภายนอกอาคาร | 50 | 25 |
| ทางเดิน บันได ทางเข้าห้องโถง ภายในอาคาร | 100 | 50 |
| โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร ห้องตรวจรักษา | 300 | 150 |
| ห้องสำนักงาน ห้องฝึกอบรม ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ | 300 | 150 |
จุดที่หลายคนพลาด คือทางออกฉุกเฉินและเส้นทางหนีไฟกรณีไฟดับ มีเฉพาะค่า "จุดต่ำสุด" ที่ 10 ลักซ์ โดยวัดตามเส้นทางของทางออกที่ระดับพื้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย
ตารางที่ 2 — งานที่ใช้สายตาเฉพาะจุด แบ่งตามความละเอียดงาน

ตารางที่ 2 ใช้กับบริเวณที่ลูกจ้างต้องทำงานโดยใช้สายตามองเฉพาะจุด หรือใช้สายตาอยู่กับที่ การจัดประเภทงานต้องดูขนาดชิ้นงานและความแตกต่างของสี ไม่ใช่เดาเอาเอง
| ประเภทงาน | ตัวอย่างงาน | ความเข้มแสง (ลักซ์) |
|---|---|---|
| งานหยาบ (ชิ้นงานใหญ่กว่า 0.75 มม.) | ตรวจ ประกอบ นับชิ้นงานขนาดใหญ่ งานตีและเชื่อมเหล็ก | 200 - 300 |
| งานละเอียดเล็กน้อย | งานไม้ขนาดปานกลาง บรรจุน้ำลงขวด เย็บเล่มหนังสือ | 300 - 400 |
| งานละเอียดปานกลาง (งานสำนักงานประจำ ชิ้นงานตั้งแต่ 0.125 มม.) | งานเขียน งานพิมพ์ บันทึกข้อมูล อ่านและประมวลผลข้อมูล | 400 - 500 |
| งานละเอียดสูง (ชิ้นงานตั้งแต่ 0.025 มม.) | ปรับเทียบอุปกรณ์ ระบายสีและตกแต่งที่ต้องการความแม่นยำ | 600 - 800 |
| งานละเอียดสูงมาก (ชิ้นงานเล็กกว่า 0.025 มม.) | ตรวจสอบชิ้นส่วนขนาดเล็กมาก ซ่อมแซมสิ่งทอสีอ่อน | 1,200 - 1,600 |
| งานละเอียดสูงมากเป็นพิเศษ | เจียระไนเพชรพลอย งานทันตกรรม ห้องผ่าตัด | 2,400 หรือมากกว่า |
ค่าที่ใช้บ่อยที่สุดคืองานประจำในสำนักงาน เช่น งานเขียน งานพิมพ์ งานบันทึกข้อมูล จัดอยู่ในกลุ่มงานละเอียดปานกลาง ต้องการแสง 400 ถึง 500 ลักซ์ ส่วนที่อยู่ปลายสุดของตารางคืองานละเอียดสูงมากเป็นพิเศษ เช่น การเจียระไนเพชร งานทันตกรรม และห้องผ่าตัด ต้องการ 2,400 ลักซ์ขึ้นไป
ตารางที่ 3 — แสงโดยรอบจุดทำงาน ลดความต่างแสง
ตารางที่ 3 จัดการเรื่องที่หลายคนมองข้าม คือความสัมพันธ์ระหว่างความสว่างของจุดทำงานกับพื้นที่รอบ ๆ ถ้าจุดทำงานสว่างจ้าแต่รอบ ๆ มืด ตาจะล้าจากการปรับโฟกัสไปมา ตารางนี้จึงกำหนดว่าเมื่อจุดทำงานสว่างเท่านี้ พื้นที่รอบต้องสว่างอย่างน้อยเท่าไหร่
| พื้นที่ 1 (จุดทำงาน) | พื้นที่ 2 (รัศมีเอื้อมมือถึง) | พื้นที่ 3 (รอบนอก) |
|---|---|---|
| 1,000 - 2,000 ลักซ์ | 300 ลักซ์ | 200 ลักซ์ |
| มากกว่า 2,000 - 5,000 ลักซ์ | 600 ลักซ์ | 300 ลักซ์ |
| มากกว่า 5,000 - 10,000 ลักซ์ | 1,000 ลักซ์ | 400 ลักซ์ |
| มากกว่า 10,000 ลักซ์ | 2,000 ลักซ์ | 600 ลักซ์ |
ตารางนี้สำคัญมากกับงานละเอียดที่จุดทำงานต้องสว่างสูง ถ้าคุมเฉพาะจุดทำงานให้ผ่าน แต่ปล่อยพื้นที่รอบมืดไป ก็ยังถือว่าไม่ครบตามมาตรฐาน เพราะตาล้าและเสี่ยงต่อความผิดพลาดในงาน เรื่องตาล้าและอาการที่ตามมา เชื่อมโยงกับ Office Syndrome และการยศาสตร์สำนักงาน
วิธีวัดและคำนวณค่าเฉลี่ย

ค่าลักซ์ในตารางจะใช้เทียบได้ต่อเมื่อวัดถูกวิธี วิธีการตรวจวัดอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัดและการวิเคราะห์สภาวะการทำงานฯ (ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561) คนละฉบับกับตารางค่าลักซ์ ต้องใช้ให้ถูกหน้าที่
เครื่องวัดและการปรับศูนย์ ตามข้อ 8 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 ต้องใช้เครื่องวัดแสงที่ได้มาตรฐาน CIE 1931 ของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยความส่องสว่าง หรือ ISO/CIE 10527 หรือเทียบเท่า และก่อนเริ่มวัดต้องปรับให้เครื่องอ่านค่าที่ศูนย์ (Photometer Zeroing)
ช่วงเวลาที่วัด ตามข้อ 7 ให้ตรวจวัดในสภาพการทำงานปกติ และในช่วงเวลาที่มีแสงสว่างตามธรรมชาติน้อยที่สุด เพื่อให้ได้ค่าที่แย่ที่สุดของวัน
พื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิต ตามข้อ 9 ให้ตรวจวัดในแนวระนาบสูงจากพื้น 75 เซนติเมตร และหาค่าเฉลี่ยโดยวัดทุก ๆ 2 x 2 ตารางเมตร แต่หากติดหลอดไฟในลักษณะที่แน่นอนซ้ำ ๆ กัน วัดในจุดที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ที่มีแสงตกกระทบลักษณะเดียวกันได้
งานเฉพาะจุด ตามข้อ 10 บริเวณที่ลูกจ้างต้องทำงานโดยใช้สายตามองเฉพาะจุด ให้ตรวจวัดที่จุดที่สายตาตกกระทบชิ้นงานหรือจุดที่ทำงานของลูกจ้าง (Workstation) แล้วนำค่าที่วัดได้ไปเทียบกับตารางที่ 2 โดยตรง
สรุปง่าย ๆ คือ พื้นที่ทั่วไปวัดที่ 75 เซนติเมตรจากพื้น ทุกตาราง 2 x 2 เมตร แล้วเฉลี่ย ส่วนงานเฉพาะจุดวัดที่จุดสายตาตกกระทบชิ้นงานโดยตรง ไม่ต้องเฉลี่ย
ตัวอย่างคำนวณค่าเฉลี่ย — ห้องสำนักงาน
ค่าตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคำนวณ ไม่ใช่ค่าจากหน้างานจริง
สมมติห้องสำนักงานขนาดหนึ่ง วัดความเข้มแสงในแนวระนาบสูงจากพื้น 75 เซนติเมตร โดยแบ่งเป็นตาราง 3 x 3 ได้ 9 จุด ค่าที่อ่านได้ (หน่วยลักซ์) เป็นดังนี้
410 395 430
380 420 405
365 400 415
ขั้นที่ 1 — หาค่าเฉลี่ย รวมทุกจุดแล้วหารด้วยจำนวนจุด
ผลรวม = 410 + 395 + 430 + 380 + 420 + 405 + 365 + 400 + 415 = 3,620 ลักซ์
ค่าเฉลี่ย = 3,620 / 9 = 402 ลักซ์
ขั้นที่ 2 — เทียบกับมาตรฐาน งานประจำในสำนักงานจัดอยู่ในกลุ่มงานละเอียดปานกลาง ตามตารางที่ 2 ต้องการ 400 ถึง 500 ลักซ์ ค่าเฉลี่ยที่วัดได้ 402 ลักซ์ จึงผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่อยู่ที่ปลายล่างของช่วง
ขั้นที่ 3 — ดูจุดต่ำสุด จุดที่มืดที่สุดในห้องนี้คือ 365 ลักซ์ ซึ่งต่ำกว่า 400 ลักซ์ หมายความว่าโต๊ะที่อยู่ตรงจุดนั้นแสงไม่พอตามเกณฑ์งานสำนักงาน แม้ค่าเฉลี่ยทั้งห้องจะผ่าน นี่คือเหตุผลที่ต้องดูทั้งค่าเฉลี่ยและการกระจายของแสง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขเฉลี่ยตัวเดียว
ข้อควรระวังที่ทำให้ผลตรวจผิดพลาด
- ค่าเฉลี่ยผ่านแต่จุดต่ำสุดไม่ผ่าน ในตารางที่ 1 มีทั้งคอลัมน์ค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุด ต้องผ่านทั้งคู่ ส่วนงานเฉพาะจุดในตารางที่ 2 วัดที่ Workstation โดยตรง ห้ามใช้ค่าเฉลี่ยของห้องมากลบจุดที่มืด
- จัดประเภทงานผิด การจัดงานเข้ากลุ่มในตารางที่ 2 ต้องดูขนาดชิ้นงานและความแตกต่างของสี เช่น ชิ้นงานใหญ่กว่า 0.75 มิลลิเมตรเป็นงานหยาบ ตั้งแต่ 0.125 มิลลิเมตรเป็นงานละเอียดปานกลาง ไม่ใช่เดาจากชื่อแผนก
- ลืมเรื่องแสงจ้าและแสงสะท้อน แม้ค่าลักซ์ผ่าน แต่ถ้ามีแสงจ้าหรือแสงสะท้อนเข้าตาลูกจ้างโดยตรง ก็ยังผิดข้อ 5 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 ที่ให้จัดฉาก แผ่นฟิล์มกรองแสง หรือมาตรการป้องกัน
- วัดผิดช่วงเวลา ถ้าวัดตอนแดดส่องเต็มที่ ค่าจะสูงเกินจริง ต้องวัดในช่วงที่แสงธรรมชาติน้อยที่สุดตามข้อ 7
เทียบกับมาตรฐานต่างประเทศ
ในระดับสากลมีมาตรฐานแสงสว่างเช่น EN 12464-1 ของยุโรป และแนวทางของ IES (Illuminating Engineering Society) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้ค่าแนะนำตามประเภทงานคล้ายกัน แต่ค่าตัวเลขและการจัดกลุ่มงานไม่เหมือนกับตารางไทยทุกประการ
มาตรฐานต่างประเทศเหล่านี้ไม่ใช่กฎหมายไทย ผู้ตรวจของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใช้ตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ (ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560) เป็นเกณฑ์ตัดสิน ฉะนั้นค่าตัวเลขให้ยึดตารางไทยเป็นกฎ ส่วน EN 12464-1 หรือ IES ใช้เป็นข้อมูลออกแบบเพิ่มเติมได้ แต่ห้ามนำค่าต่างประเทศมาอ้างแทนค่าไทย
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: งานสำนักงานทั่วไปต้องมีแสงกี่ลักซ์ ตอบ: งานประจำในสำนักงาน เช่น งานเขียน งานพิมพ์ บันทึกข้อมูล อยู่ในกลุ่มงานละเอียดปานกลาง ตามตารางที่ 2 ของประกาศกรมฯ ต้องการ 400 ถึง 500 ลักซ์
ถาม: วัดแสงต้องวัดที่ความสูงเท่าไหร่ ตอบ: พื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิต วัดในแนวระนาบสูงจากพื้น 75 เซนติเมตร และวัดทุก ๆ 2 x 2 ตารางเมตรแล้วเฉลี่ย ตามข้อ 9 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 ส่วนงานเฉพาะจุดวัดที่จุดสายตาตกกระทบชิ้นงานตามข้อ 10
ถาม: ทางหนีไฟต้องสว่างกี่ลักซ์ ตอบ: ทางออกฉุกเฉิน เส้นทางหนีไฟ และบันไดทางฉุกเฉิน กรณีไฟดับ ต้องมีจุดที่ความเข้มแสงต่ำสุดไม่น้อยกว่า 10 ลักซ์ โดยวัดตามเส้นทางของทางออกที่ระดับพื้น ตามตารางที่ 1
ถาม: ถ้าค่าเฉลี่ยทั้งห้องผ่าน แต่บางโต๊ะมืด ถือว่าผ่านไหม ตอบ: ขึ้นกับว่าใช้ตารางไหน ตารางที่ 1 มีทั้งค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุดที่ต้องผ่านทั้งคู่ ส่วนงานเฉพาะจุดตามตารางที่ 2 วัดที่ Workstation โดยตรง ถ้าโต๊ะนั้นเป็นจุดทำงานจริงและแสงต่ำกว่าเกณฑ์ ก็ถือว่าไม่ผ่าน แม้ค่าเฉลี่ยทั้งห้องจะผ่าน
ถาม: ใช้มาตรฐาน EN 12464-1 หรือ IES แทนได้ไหม ตอบ: ใช้แทนกฎหมายไทยไม่ได้ มาตรฐานเหล่านั้นเป็นของต่างประเทศ ค่าตัวเลขต้องยึดตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ ของไทยเป็นเกณฑ์ตัดสิน จะใช้มาตรฐานสากลเป็นข้อมูลออกแบบเพิ่มได้ แต่ไม่ใช่เกณฑ์ที่ผู้ตรวจใช้
สรุป
- ฐานกฎหมายแยกสองชั้น คือกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 ข้อ 4 สั่งว่าแสงต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนค่าลักซ์จริงอยู่ในประกาศกรมฯ มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง (ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560) ซึ่งมี 3 ตาราง
- ค่าที่ใช้บ่อย ได้แก่ ทางหนีไฟกรณีไฟดับจุดต่ำสุด 10 ลักซ์, ทางเดิน/บันไดในอาคารเฉลี่ย 100 ลักซ์, งานสำนักงานประจำ 400 - 500 ลักซ์ และงานละเอียดสูงมากเป็นพิเศษ 2,400 ลักซ์ขึ้นไป
- วิธีวัด พื้นที่ทั่วไปวัดที่ความสูง 75 เซนติเมตรจากพื้น ทุก 2 x 2 ตารางเมตรแล้วเฉลี่ย ส่วนงานเฉพาะจุดวัดที่ Workstation โดยตรง ใช้เครื่องวัดมาตรฐาน CIE 1931 และวัดในช่วงแสงธรรมชาติน้อยที่สุด
- ดูทั้งค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุด ในตารางที่ 1 ต้องผ่านทั้งสองคอลัมน์ และต้องระวังแสงจ้า/แสงสะท้อนตามข้อ 5 แม้ค่าลักซ์จะผ่านแล้ว
- ค่าตัวเลขยึดตารางไทยเป็นกฎ มาตรฐานต่างประเทศอย่าง EN 12464-1 หรือ IES ใช้เป็นข้อมูลออกแบบได้ แต่ไม่ใช่เกณฑ์ที่ผู้ตรวจใช้
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 (ข้อ 4 แสงไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน · ข้อ 5 แสงจ้า/แสงสะท้อน · ข้อ 6 ที่มืดทึบคับแคบ)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง (ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560) (ตารางที่ 1 พื้นที่ทั่วไป · ตารางที่ 2 งานเฉพาะจุดตามความละเอียด · ตารางที่ 3 แสงรอบ workstation)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัดและการวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียงฯ (ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561) (ข้อ 7 ช่วงเวลาวัด · ข้อ 8 เครื่องวัด CIE 1931 · ข้อ 9 วัดที่ 75 ซม. ทุก 2x2 ตร.ม. · ข้อ 10 งานเฉพาะจุดวัดที่ Workstation)
มาตรฐานต่างประเทศที่อ้างถึง (ไม่ใช่กฎหมายไทย)
- EN 12464-1 — Light and lighting: Lighting of work places (มาตรฐานยุโรป) ให้ค่าแนะนำตามประเภทงาน ค่าตัวเลขต่างจากตารางไทย
- IES (Illuminating Engineering Society, สหรัฐอเมริกา) — แนวทางการออกแบบแสงสว่าง โดยข้อ 9 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 อ้างวิธีคำนวณค่าเฉลี่ยตาม IES Lighting Handbook เป็นแนวทางอ้างอิงในการตรวจวัด
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

NIHL ในโรงงาน — TWA 85 dBA และโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยิน
NIHL โรคเสียงดังในโรงงาน — กฎหมายไทย Peak 140 dB, 115 dBA ต่อเนื่อง, TWA 85 dBA ต้องมี HCP, Audiometric Testing, Baseline, STS 15 dB และการลดเสียงตามลำดับวิศวกรรม

PM2.5 หมอกควัน — ค่า AQI เท่าไรควรลด/หยุดงานกลางแจ้ง และวิธีตั้ง Action Level
ค่า AQI/PM2.5 ที่ควรลดหรือหยุดงานกลางแจ้งมาจากกรมควบคุมมลพิษ/US EPA/WHO ไม่ใช่กฎกระทรวงไทย — เรียนรู้วิธีตั้ง action level ของบริษัท ลำดับการควบคุม และการเฝ้าระวังสุขภาพคนงานสัมผัสฝุ่น/ไอควันตามกฎไทย 2563/2559

คำนวณ NRR Derating — หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 (เทียบ NIOSH/OSHA)
วิธีคำนวณ NRR derating หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2561 — ปรับลด 25/50/70% สูตร dBC/dBA และ SNR พร้อมตัวอย่างแทนค่า เทียบ NIOSH/OSHA