🩺 สุขภาพอาชีวอนามัย

คำนวณ Heat Index แปลผลความเสี่ยงความร้อน — และทำไมไม่ใช่ WBGT

Heat Index คืออะไร คำนวณจากอุณหภูมิ+ความชื้นยังไง แปลผล Caution ถึง Extreme Danger และทำไม Heat Index ไม่ใช่ WBGT ที่กฎหมายไทยใช้ควบคุมความร้อน

Safety Station 10116 มิถุนายน 2569อ่าน 19 นาที · 4,175 คำ
คำนวณ Heat Index แปลผลความเสี่ยงความร้อน — และทำไมไม่ใช่ WBGT

หน้าร้อนของไทยปีนี้พยากรณ์อากาศขึ้นว่า "อุณหภูมิ 36 องศา แต่รู้สึกเหมือน 43 องศา" ตัวเลข "รู้สึกเหมือน" นั่นแหละคือ Heat Index และมันมีประโยชน์มากในการวางแผนงานกลางแจ้งรายวัน คุณเปิดดูพยากรณ์ตอนเช้า เห็นว่าวันนี้ Heat Index แตะระดับอันตราย ก็สั่งเพิ่มรอบพัก เตรียมน้ำ เตรียมร่มเงาได้ทันที

แต่มีกับดักหนึ่งที่ จป. ต้องระวังให้ขาด — Heat Index ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยใช้ควบคุมความร้อน กฎหมายไทยใช้ค่าคนละตัวชื่อ WBGT ถ้าสับสนสองตัวนี้ คุณอาจรายงานผิด หรือคิดว่าผ่านกฎหมายทั้งที่ยังไม่ได้วัดด้วยเครื่องที่ถูกต้อง บทนี้จะแยกให้ชัดทั้งสองเรื่อง

Heat Index คืออะไร

Heat Index คือ "อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้จริง" เมื่อเอาอุณหภูมิอากาศมารวมกับความชื้นสัมพัทธ์ เป็นดัชนีของ US National Weather Service (NWS) ซึ่งเป็น มาตรฐาน/ดัชนีของสหรัฐฯ ไม่ใช่กฎหมายไทย

หลักการเข้าใจง่าย ๆ คือ ร่างกายเราระบายความร้อนด้วยการขับเหงื่อแล้วให้เหงื่อระเหย เมื่อความชื้นในอากาศสูง เหงื่อระเหยได้ยาก ร่างกายระบายความร้อนได้น้อยลง เราจึง "รู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริง" — Heat Index แปลงอุณหภูมิอากาศบวกความชื้นออกมาเป็นอุณหภูมิที่รู้สึกได้นี้

ลองเทียบให้เห็นภาพ: อากาศ 35 องศาในวันที่แห้ง (ความชื้นต่ำ) ทนได้สบายกว่าอากาศ 35 องศาในวันที่ชื้นจัด เพราะวันชื้นเหงื่อไม่ระเหย ตัวเลข Heat Index จึงสูงกว่า ทั้งที่อุณหภูมิอากาศเท่ากัน

สูตร NWS — รู้ไว้พอเข้าใจ ไม่ต้องคิดมือทั้งสมการ

Heat Index ของ NWS คำนวณจากสมการถดถอยของ Rothfusz หน้าตาเต็มเป็นแบบนี้ (T เป็นองศาฟาเรนไฮต์, RH เป็นความชื้นสัมพัทธ์หน่วยเปอร์เซ็นต์)

HI = -42.379 + 2.04901523*T + 10.14333127*RH
     - 0.22475541*T*RH - 0.00683783*T*T - 0.05481717*RH*RH
     + 0.00122874*T*T*RH + 0.00085282*T*RH*RH - 0.00000199*T*T*RH*RH

มีรายละเอียดเพิ่มอีก 2 จุดที่ NWS กำหนดไว้

  • เมื่อค่าที่คำนวณได้ต่ำกว่าประมาณ 80 องศาฟาเรนไฮต์ สมการ Rothfusz ไม่เหมาะ ให้ใช้สูตรง่ายของ Steadman แทน
  • มีการปรับค่า (adjustment) ในกรณีความชื้นต่ำมาก (RH < 13%) หรือความชื้นสูงมาก (RH > 85%) ในบางช่วงอุณหภูมิ

พูดตรง ๆ คือ คุณ ไม่จำเป็นต้องนั่งกดเครื่องคิดเลขทั้งสมการนี้เอง วิธีที่เร็วและพลาดยากกว่าคือเปิดตาราง Heat Index หรือเครื่องคำนวณของ NWS แล้วอ่านค่าตามอุณหภูมิกับความชื้น สมการข้างบนใส่ไว้ให้เห็นว่าเบื้องหลังมันคิดจากอะไร เพื่อให้รู้ว่ามันใช้แค่ "อุณหภูมิอากาศ + ความชื้น" สองตัวเท่านั้น

ตารางแปลผล Heat Index ของ NWS

ภาพอินโฟกราฟิกสี่แถบสีเหลืองถึงแดงเข้ม แสดงระดับความเสี่ยงความร้อนสี่ขั้นจากระวังถึงอันตรายร้ายแรง พร้อมไอคอนเทอร์โมมิเตอร์สูงขึ้นและคนที่แสดงอาการจากความร้อนหนักขึ้นตามระดับ

เมื่อได้ค่า Heat Index แล้ว NWS แบ่งระดับความเสี่ยงไว้ 4 ขั้น (label เป็นมาตรฐานสากล แปลงหน่วยฟาเรนไฮต์เป็นเซลเซียสให้แล้ว)

ระดับ ช่วงค่า ความหมาย
Caution (ระวัง) 27-32 องศาเซลเซียส (80-90 F) อ่อนล้าและตะคริวได้ถ้าตากแดด/ออกแรงนาน
Extreme Caution (ระวังมาก) 32-41 องศาเซลเซียส (91-103 F) เสี่ยงตะคริว เพลียแดด และฮีทสโตรก
Danger (อันตราย) 41-54 องศาเซลเซียส (103-124 F) เพลียแดด/ตะคริวมีโอกาสสูง ฮีทสโตรกมีความเป็นไปได้สูง
Extreme Danger (อันตรายร้ายแรง) มากกว่า 54 องศาเซลเซียส (มากกว่า 125 F) ฮีทสโตรกเกิดได้แทบจะแน่นอน

ตารางนี้ใช้คัดกรองความเสี่ยงเร็ว ๆ ได้ดี เห็นว่าวันนี้เข้าโซน Danger ก็รู้ทันทีว่าต้องเพิ่มมาตรการ

หัวใจที่ห้ามพลาด — Heat Index ไม่ใช่ WBGT

ภาพอินโฟกราฟิกสองคอลัมน์เปรียบเทียบ Heat Index ที่ใช้แค่อุณหภูมิอากาศกับความชื้น กับ WBGT ที่รวมรังสีความร้อน ลม และอากาศ พร้อมสัญลักษณ์ไม่เท่ากันตรงกลางสื่อว่าเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

ตรงนี้คือจุดที่ จป. ต้องเข้าใจให้ขาด กฎหมายไทยควบคุมความร้อนด้วยค่า WBGT ไม่ใช่ Heat Index

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 2 กำหนดมาตรฐานระดับความร้อนตามภาระงาน คือ

  • งานเบา ต้องมีระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 34 องศาเซลเซียส
  • งานปานกลาง ไม่เกิน 32 องศาเซลเซียส
  • งานหนัก ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส

แล้ว WBGT ต่างจาก Heat Index ตรงไหน คำตอบอยู่ที่ "ส่วนผสม" ของมัน

ตามข้อ 1 ของกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน WBGT (Wet Bulb Globe Temperature หรืออุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ) คำนวณด้วยค่าถ่วงน้ำหนักจากเทอร์โมมิเตอร์หลายตัว — กรณีกลางแดด ใช้ 0.7 เท่าของกระเปาะเปียกตามธรรมชาติ + 0.2 เท่าของโกลบเทอร์โมมิเตอร์ + 0.1 เท่าของกระเปาะแห้ง ส่วนในร่ม/ไม่มีแดด ใช้ 0.7 ของกระเปาะเปียก + 0.3 ของโกลบ

แปลเป็นภาษาง่าย ๆ คือ

  • WBGT รวม 3 อย่าง — รังสีความร้อน (จากโกลบเทอร์โมมิเตอร์) + ความชื้น/ลม (จากกระเปาะเปียกตามธรรมชาติ) + อุณหภูมิอากาศ (จากกระเปาะแห้ง)
  • Heat Index รวมแค่ 2 อย่าง — อุณหภูมิอากาศ + ความชื้น เท่านั้น ไม่นับรังสีความร้อนจากแดดจัดหรือเครื่องจักรร้อน และไม่นับลม

เพราะส่วนผสมต่างกัน เลขสองตัวนี้จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ Heat Index 41 องศา ไม่ได้แปลว่า WBGT 41 องศา และค่า WBGT 34/32/30 ที่กฎหมายกำหนด ก็ไม่ได้เอามาวัดด้วยวิธีของ Heat Index ได้

ห้ามเด็ดขาด: ห้ามเขียนหรือพูดทำนองว่า "ตามกฎหมายไทย Heat Index ต้องไม่เกิน..." เพราะกฎหมายไทยพูดถึง WBGT เท่านั้น

ทำไม "ลักษณะงาน" ถึงสำคัญกับเกณฑ์ความร้อน

อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ เกณฑ์ WBGT ไม่ได้มีค่าเดียว แต่ขึ้นกับว่างานนั้นหนักแค่ไหน เพราะยิ่งทำงานหนัก ร่างกายยิ่งสร้างความร้อนจากการเผาผลาญมากขึ้น จึงทนความร้อนจากภายนอกได้น้อยลง

กฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 1 แบ่งลักษณะงานตามการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย คือ งานเบาใช้พลังงานไม่เกิน 200 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง (เช่น งานนั่งคุมเครื่อง งานประกอบชิ้นเล็ก) งานปานกลางเกิน 200 ถึง 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง (เช่น งานยก ลาก ดัน ขับรถบรรทุก) และงานหนักเกิน 350 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง (เช่น งานขุด งานตักด้วยพลั่ว ยกของหนักขึ้นที่สูง)

นี่คือเหตุผลที่เกณฑ์เป็น 34/32/30 องศาเซลเซียส ลดหลั่นกัน — งานหนักได้เกณฑ์ต่ำสุด (30) เพราะร่างกายร้อนจากภายในอยู่แล้ว ตอนประเมินหน้างานจึงต้องดูทั้ง "ความร้อนรอบตัว" และ "งานหนักแค่ไหน" ควบคู่กัน Heat Index ตอบได้แค่ครึ่งแรก (ความร้อนรอบตัว) ยังต้องดูภาระงานอีกครึ่งเสมอ

มาตรการคุมเสี่ยงเมื่อค่าความร้อนสูง

ไม่ว่าจะดู Heat Index เพื่อเตือนภัย หรือวัด WBGT แล้วพบว่าเกินเกณฑ์ มาตรการหน้างานที่ใช้ได้จริงคล้ายกัน ยึดหลัก น้ำ-พัก-ร่ม-ปรับตัว

  • น้ำ — จัดน้ำดื่มให้เพียงพอและเข้าถึงง่าย กระตุ้นให้จิบบ่อย ๆ ไม่ต้องรอกระหาย
  • พัก — เพิ่มรอบพักให้ถี่ขึ้นในช่วงที่ร้อนสุด (มักเป็นช่วงบ่าย) จัดให้พักในที่เย็นลง
  • ร่ม — หาร่มเงาหรือพื้นที่พักที่ระบายอากาศดี ลดการตากแดดตรง
  • ปรับตัว (acclimatization) — คนที่เพิ่งเริ่มงานกลางแจ้ง หรือกลับมาทำงานหลังหยุดยาว ร่างกายยังไม่ชินกับความร้อน ต้องค่อย ๆ เพิ่มภาระงานในช่วงแรก ไม่ใช่ลุยเต็มที่วันแรก

ฝั่งกฎหมาย เมื่อระดับความร้อนเกินมาตรฐานที่กำหนดในข้อ 2 กฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 3 ให้นายจ้างปรับปรุงหรือแก้ไขสภาวะการทำงานทางวิศวกรรมเพื่อคุมระดับความร้อนให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อน และถ้าทำไม่ได้ ต้องจัดมาตรการควบคุมหรือลดภาระงาน และให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตลอดเวลาที่ทำงาน

ลำดับนี้สำคัญ — แก้ที่ต้นเหตุด้วยวิศวกรรมก่อน (เช่น ระบายอากาศ ฉนวนกันความร้อน บังแดด) แล้วค่อยมาที่ลดภาระงานและ PPE เป็นด่านท้าย ๆ ไม่ใช่โยน PPE ให้คนงานแล้วจบ

เมื่อไหร่ใช้ตัวไหน

ทั้งสองตัวมีที่ใช้ของมัน อย่ามองว่าตัวไหนดีกว่า แต่ให้ใช้ถูกงาน

  • Heat Index — เครื่องมือสร้างความตระหนัก/คัดกรองเร็ว ใช้ดูพยากรณ์อากาศ วางแผนงานกลางแจ้งรายวัน เช่น ช่วงหน้าร้อนของไทย ไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษ เปิดมือถือก็ดูได้
  • WBGT — เกณฑ์ตามกฎหมายที่ต้อง วัดจริงด้วยเครื่อง เพื่อพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎ

เรื่องเครื่องวัด WBGT มีข้อกำหนดชัด ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2561 ข้อ 5 ระบุว่า กรณีใช้เครื่องวัดชนิดอิเล็กทรอนิกส์ ต้องอ่านและคำนวณค่า WBGT ได้ตามมาตรฐาน ISO 7243 และต้องปรับเทียบความถูกต้อง (Calibration) ก่อนใช้งานทุกครั้ง ส่วนอุปกรณ์แบบเทอร์โมมิเตอร์ ต้องปรับเทียบอย่างน้อยปีละครั้ง

สรุปขั้นง่ายคือ — ใช้ Heat Index วางแผนและเตือนภัยตอนเช้า แต่ถ้าจะตอบผู้ตรวจว่า "งานนี้ผ่านมาตรฐานความร้อนตามกฎหมายไหม" ต้องวัด WBGT ด้วยเครื่องที่ได้มาตรฐาน อ่านแนวทางการจัดการเต็มได้ที่ การจัดการความเครียดจากความร้อนด้วย WBGT

Humidex — ดัชนีพี่น้องของ Heat Index

มีอีกตัวที่อาจได้ยินคือ Humidex เป็นดัชนีของแคนาดา หลักการคล้าย Heat Index คือเอาอุณหภูมิกับความชื้นมาแปลงเป็นค่าที่รู้สึกได้ ขอระบุชัดว่า Humidex ก็เป็นของต่างประเทศเช่นกัน ไม่ใช่กฎไทย กล่าวถึงไว้พอให้รู้ว่ามีตัวเลือกอื่น แต่หลักการเรื่อง "เทียบ WBGT ตรง ๆ ไม่ได้" ใช้กับ Humidex เหมือนกัน

ตัวอย่างการใช้งาน (ค่าสมมติเพื่อสาธิต)

ลองดูเช้าวันหนึ่งในไซต์ก่อสร้างหน้าร้อน

  • อุณหภูมิอากาศ 35 องศาเซลเซียส (95 F) ความชื้นสัมพัทธ์ 70%
  • เปิดตาราง Heat Index ของ NWS แล้วอ่านค่า ตกอยู่ในโซน Danger (ตัวเลขนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตการอ่านตาราง)
  • มาตรการที่ตามมา: เพิ่มรอบพักในร่ม จัดน้ำดื่มให้เพียงพอ หาร่มเงา/พื้นที่พักที่เย็นลง สังเกตอาการคนงานเป็นระยะ

แต่ต้องย้ำท้ายตัวอย่างเสมอ — การที่ Heat Index บอกว่า Danger เป็นสัญญาณเตือนให้รีบจัดการ ส่วนการพิสูจน์ว่า "ผ่านหรือไม่ผ่านมาตรฐานความร้อนตามกฎหมาย" ต้องวัด WBGT จริงเทียบกับเกณฑ์ 34/32/30 องศาเซลเซียสตามลักษณะงาน

ถ้าค่าเข้าโซนเสี่ยงสูงและเริ่มมีคนแสดงอาการ ดูวิธีรับมือได้ที่ ปฐมพยาบาลฮีทสโตรกและการทำให้เย็นเร็ว และเตรียมรับมือภาพรวมหน้าร้อนได้ที่ ความเครียดจากความร้อนในหน้าร้อนสุดขั้วของไทย

ข้อควรระวัง

  1. อย่าเอา Heat Index ไปอ้างว่าเป็นเกณฑ์กฎหมาย — กฎหมายไทยใช้ WBGT 34/32/30 องศาเซลเซียส
  2. อย่าเทียบเลข Heat Index กับ WBGT ตรง ๆ — ส่วนผสมต่างกัน Heat Index ไม่นับรังสีความร้อนและลม
  3. อย่าลืมว่า Heat Index ในตารางมาตรฐานคิดจากในที่ร่ม — ถ้าตากแดดจัด ความเสี่ยงจริงสูงกว่าค่าที่อ่านได้
  4. อย่าคิดว่าได้ค่า Heat Index แล้วไม่ต้องวัด WBGT — สองตัวคนละหน้าที่

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: Heat Index ใช้แทน WBGT ในการรายงานกฎหมายได้ไหม ไม่ได้ กฎหมายไทย (กฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 2) กำหนดเป็นค่า WBGT และต้องวัดด้วยเครื่องตามมาตรฐาน ISO 7243 (ประกาศกรม พ.ศ. 2561 ข้อ 5) Heat Index ใช้เพื่อคัดกรอง/เตือนภัยเท่านั้น

ถาม: ทำไม Heat Index กับ WBGT ให้ค่าไม่เท่ากัน เพราะ WBGT รวมรังสีความร้อน (โกลบ) และลม/ความชื้น (กระเปาะเปียกธรรมชาติ) ด้วย ส่วน Heat Index ใช้แค่อุณหภูมิอากาศกับความชื้น

ถาม: ต้องคิดสมการ Rothfusz เองไหม ไม่จำเป็น ใช้ตารางหรือเครื่องคำนวณของ NWS อ่านค่าจากอุณหภูมิกับความชื้นได้เลย เร็วและพลาดยากกว่า

ถาม: WBGT มาตรฐาน 34/32/30 มาจากปีไหน มาจากกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 2 (งานเบา/ปานกลาง/หนัก ตามลำดับ)

ถาม: ถ้า Heat Index บอกว่าปลอดภัย แปลว่าหน้างานผ่านกฎหมายเลยไหม ไม่จำเป็น เพราะ Heat Index ไม่นับรังสีความร้อนจากแดดจัดหรือเครื่องจักรร้อน หน้างานที่มีแหล่งความร้อนแผ่รังสีอาจมีค่า WBGT สูงเกินเกณฑ์ ทั้งที่ Heat Index ดูไม่น่ากลัว ต้องวัด WBGT จริงเสมอสำหรับการตรวจสอบตามกฎหมาย

ถาม: ต้องวัด WBGT บ่อยแค่ไหน เรื่องความถี่และวิธีการตรวจวัดเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ส่วนเครื่องวัดต้องได้มาตรฐาน ISO 7243 และปรับเทียบตามที่กำหนด (ประกาศกรม พ.ศ. 2561 ข้อ 5) ควรดูแนวทางการตรวจวัดและการจัดการเต็มในบทเรื่อง WBGT โดยตรง

สรุป

  • Heat Index = อุณหภูมิที่ "รู้สึก" ได้จากอุณหภูมิอากาศ + ความชื้น เป็นดัชนีของ US NWS (สากล) ไม่ใช่กฎไทย
  • ใช้ Heat Index คัดกรองเร็ว/วางแผนงานกลางแจ้งรายวัน ดูจากตาราง/เครื่องคำนวณ NWS ไม่ต้องคิดสมการเอง
  • กฎหมายไทยควบคุมความร้อนด้วย WBGT 34/32/30 องศาเซลเซียส (งานเบา/ปานกลาง/หนัก) ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อ 2
  • WBGT รวมรังสีความร้อน+ลม+อากาศ ส่วน Heat Index รวมแค่อากาศ+ความชื้น เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
  • พิสูจน์การปฏิบัติตามกฎต้องวัด WBGT ด้วยเครื่องมาตรฐาน ISO 7243 (ประกาศกรม พ.ศ. 2561 ข้อ 5)

เริ่มง่าย ๆ พรุ่งนี้เช้า ลองเปิดดู Heat Index ของพื้นที่ทำงาน ถ้าเข้าโซน Danger ก็จัดรอบพักและน้ำดื่มไว้ก่อน แล้วค่อยวางแผนวัด WBGT จริงสำหรับงานที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ความร้อน/แสง/เสียง? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

PM2.5 หมอกควัน — ค่า AQI เท่าไรควรลด/หยุดงานกลางแจ้ง และวิธีตั้ง Action Level
สุขภาพ

PM2.5 หมอกควัน — ค่า AQI เท่าไรควรลด/หยุดงานกลางแจ้ง และวิธีตั้ง Action Level

ค่า AQI/PM2.5 ที่ควรลดหรือหยุดงานกลางแจ้งมาจากกรมควบคุมมลพิษ/US EPA/WHO ไม่ใช่กฎกระทรวงไทย — เรียนรู้วิธีตั้ง action level ของบริษัท ลำดับการควบคุม และการเฝ้าระวังสุขภาพคนงานสัมผัสฝุ่น/ไอควันตามกฎไทย 2563/2559

30 พ.ค. 2569อ่าน 29 นาที
คำนวณ NRR Derating — หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 (เทียบ NIOSH/OSHA)
สุขภาพ

คำนวณ NRR Derating — หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 (เทียบ NIOSH/OSHA)

วิธีคำนวณ NRR derating หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2561 — ปรับลด 25/50/70% สูตร dBC/dBA และ SNR พร้อมตัวอย่างแทนค่า เทียบ NIOSH/OSHA

14 มิ.ย. 2569อ่าน 17 นาที
คำนวณ Heat Index แปลผลความเสี่ยงความร้อน — และทำไมไม่ใช่ WBGT — Safety Station 101