🩺 สุขภาพอาชีวอนามัย

ที่ครอบหูกับปลั๊กลดเสียง เลือกให้ตรงงานและสวมให้ได้ผลจริง

เกณฑ์เลือกที่ครอบหูลดเสียงกับปลั๊กลดเสียงจากลักษณะงาน อุณหภูมิ เวลาสวม และการสื่อสาร พร้อมวิธีสวมให้ได้ผล การดูแล และรอบเปลี่ยน อ้างกฎกระทรวง 2559

Safety Station 10111 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,558 คำ
ที่ครอบหูกับปลั๊กลดเสียง เลือกให้ตรงงานและสวมให้ได้ผลจริง

ตู้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลหน้าไลน์ผลิตส่วนใหญ่มีของสองอย่างวางคู่กัน คือปลั๊กลดเสียงแบบโฟมในกล่องเติม กับที่ครอบหูลดเสียงแขวนอยู่ข้าง ๆ พนักงานหยิบอันไหนก็ได้ตามความเคยชิน ผลคือเสียงที่เข้าถึงหูของแต่ละคนไม่เท่ากัน ทั้งที่ยืนอยู่จุดเดียวกัน

การเลือกอุปกรณ์ปกป้องการได้ยินมีสองชั้น ชั้นแรกคือเลือกชนิดให้ตรงกับลักษณะงาน อุณหภูมิของพื้นที่ เวลาที่ต้องสวมต่อกะ และความจำเป็นในการสื่อสาร ชั้นที่สองคือทำให้คนสวมให้ถูกวิธีทุกครั้ง ซึ่งมีผลต่อเสียงในหูมากกว่าการไล่หาค่าลดเสียงที่สูงขึ้น

ลำดับการแก้ไขที่กฎหมายวางไว้ก่อนถึงอุปกรณ์

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 เริ่มจากเพดานเสียงก่อน ข้อ 7 กำหนดให้นายจ้างควบคุมมิให้ลูกจ้างได้รับสัมผัสเสียงที่มีระดับเสียงสูงสุดของเสียงกระทบหรือเสียงกระแทกเกิน 140 เดซิเบล หรือเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่เกินกว่า 115 เดซิเบลเอ ส่วนข้อ 8 กำหนดให้ควบคุมระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงานในแต่ละวัน มิให้เกินมาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งอยู่ในตารางแนบท้ายประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน

ระดับเสียงเฉลี่ย (เดซิเบลเอ) เวลาที่ได้รับเสียงต่อวัน
85 8 ชั่วโมง
88 4 ชั่วโมง
91 2 ชั่วโมง
94 1 ชั่วโมง
100 15 นาที

ลำดับชั้นการควบคุมชัดที่สุดในข้อ 9 ตัวบทกำหนดว่าเมื่อเสียงเกินมาตรฐานตามข้อ 7 หรือข้อ 8 นายจ้างต้องให้ลูกจ้างหยุดทำงานจนกว่าจะได้แก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐาน และให้แก้ไขทางด้านวิศวกรรม โดยควบคุมที่ต้นกำเนิดของเสียงหรือทางผ่านของเสียง หรือบริหารจัดการเพื่อควบคุมระดับเสียงที่ลูกจ้างจะได้รับ ส่วนวรรคสองกำหนดว่ากรณีที่แก้ไขตามวรรคหนึ่งไม่ได้ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ตามหมวด 4 ตลอดเวลาที่ทำงาน เพื่อลดเสียงที่สัมผัสในหูให้ไม่เกินมาตรฐาน

อ่านตามลำดับนี้จะเห็นว่าการซื้อปลั๊กลดเสียงมาแจกไม่ได้แทนการลดเสียงที่ต้นกำเนิด แต่เป็นชั้นที่ใช้ระหว่างงานวิศวกรรมยังไม่เสร็จ หรือใช้กับงานที่ลดเสียงลงไม่ได้จริง เช่น งานเคาะขึ้นรูปโลหะ

หมวด 4 ที่ข้อ 9 อ้างถึงคือข้อ 12 ซึ่งกำหนดว่า "นายจ้างต้องจัดให้มีและดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ตามความเหมาะสมกับลักษณะงานตลอดเวลาที่ทำงาน" โดยอนุมาตรา (4) ระบุว่างานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐาน ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง ตัวบทเปิดทางเลือกไว้ทั้งสองแบบ แล้วผูกเงื่อนไขไว้ที่คำว่าตามความเหมาะสมกับลักษณะงาน เนื้อหาที่เหลือจึงเริ่มจากลักษณะงานเป็นตัวตั้ง

อีกสองข้อทำงานคู่กันหน้างาน ข้อ 10 กำหนดให้บริเวณที่เสียงเกินมาตรฐานต้องมีเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์ติดไว้ให้เห็นชัดเจน และข้อ 11 กำหนดให้กรณีลูกจ้างได้รับเสียงเฉลี่ยแปดชั่วโมงตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป นายจ้างจัดให้มีมาตรการอนุรักษ์การได้ยินตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด ส่วนมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และให้ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์ตลอดเวลาทำงาน

วิธีคำนวณเวลาสัมผัสเสียงที่ยอมให้ได้อยู่ใน คำนวณ Noise Dose และ TWA 8 ชั่วโมง ส่วนโครงทั้งฉบับอ่านได้ที่ ภาพรวมกฎกระทรวงความร้อน แสงสว่าง และเสียง 2559

ค่าลดเสียงบนกล่องกับเสียงจริงที่เข้าถึงหู

ตัวเลขที่พิมพ์บนกล่องปลั๊กลดเสียงและที่ครอบหู คือค่าที่ได้จากห้องทดสอบตามวิธีของผู้ผลิต ผู้เข้าทดสอบได้รับการสอนวิธีสวมมาอย่างดี นั่งนิ่งในห้องที่ควบคุมสภาพ และใช้อุปกรณ์สภาพใหม่ ส่วนพนักงานหน้างานสวมด้วยมือเปื้อนน้ำมัน สวมทับขาแว่นตานิรภัย และถอดเข้าถอดออกหลายรอบต่อกะ เสียงที่ลดได้จริงจึงต่ำกว่าค่าบนกล่อง

กฎหมายไทยรับเรื่องนี้ไว้แล้ว ข้อ 9 วรรคสามให้การคำนวณเสียงที่สัมผัสในหูเมื่อสวมใส่อุปกรณ์เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การคำนวณระดับเสียงที่สัมผัสในหูเมื่อสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล กำหนดให้ปรับลดค่าการลดเสียงที่ระบุบนฉลากลงตามชนิดอุปกรณ์ คือที่ครอบหูลดเสียงปรับลดร้อยละ 25 ปลั๊กลดเสียงชนิดโฟมปรับลดร้อยละ 50 และปลั๊กลดเสียงชนิดอื่นปรับลดร้อยละ 70

สัดส่วนสามค่านี้บอกอะไรกับคนเลือกซื้อได้ตรง ๆ คือกรมฯ ประเมินว่าปลั๊กลดเสียงพึ่งพาวิธีสวมของผู้ใช้มากกว่าที่ครอบหู จึงหักค่าลงหนักกว่า ผลคือปลั๊กที่เขียนค่าไว้สูงกว่า อาจให้เสียงในหูสูงกว่าที่ครอบหูที่เขียนค่าไว้ต่ำกว่า อีกข้อที่ใช้บ่อยคือข้อ 4 ของประกาศฉบับเดียวกัน ซึ่งกำหนดว่ากรณีฉลากระบุค่าการลดเสียงมากกว่าหนึ่งค่า ให้ใช้ค่าที่คำนวณแล้วลดเสียงได้น้อยที่สุด

สูตร วิธีแทนค่า และตัวอย่างคำนวณทีละขั้น เขียนแยกไว้แล้วที่ คำนวณ NRR Derating หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊กหรือที่ครอบหู

เกณฑ์เลือกระหว่างที่ครอบหูลดเสียงกับปลั๊กลดเสียง

เกณฑ์แรกคือเวลาที่ต้องสวมต่อกะและจำนวนครั้งที่ถอดเข้าออก งานที่อยู่ในพื้นที่เสียงดังตลอดกะ เช่น ผู้คุมเครื่องปั๊มโลหะ ให้น้ำหนักกับความสบายเมื่อสวมนาน ส่วนงานที่เข้าออกหลายสิบรอบต่อกะ เช่น ช่างซ่อมบำรุงที่เดินตรวจหลายจุด ให้น้ำหนักกับความเร็วในการสวมและถอด ซึ่งที่ครอบหูได้เปรียบ

เกณฑ์ที่สองคืออุณหภูมิและความชื้น ที่ครอบหูปิดใบหูทั้งใบและกักความร้อนไว้ที่ข้างศีรษะ งานในห้องอบ งานหน้าเตาหลอม หรืองานกลางแดด สวมได้ไม่นานก่อนที่เหงื่อจะทำให้ซีลลื่นและคนถอดออกเอง พื้นที่ร้อนจึงเข้ากับปลั๊กลดเสียงมากกว่า ส่วนห้องเย็นหรือพื้นที่ปรับอากาศ ที่ครอบหูสวมได้ทั้งกะ

เกณฑ์ที่สามคืออุปกรณ์อื่นบนศีรษะ ขาแว่นตานิรภัยและสายรัดหน้ากากกรองอากาศแทรกอยู่ระหว่างซีลของที่ครอบหูกับผิวหนัง จึงเกิดช่องรั่ว งานเชื่อมและงานพ่นสีจึงมักลงตัวที่ปลั๊กลดเสียง หรือใช้ที่ครอบหูรุ่นที่ยึดเข้ากับหมวกนิรภัยโดยตรง

เกณฑ์ที่สี่คือความสะอาดของมือและสภาพช่องหู งานที่มือเปื้อนฝุ่นโลหะ สารเคมี หรือน้ำมัน และไม่มีจุดล้างมือใกล้ทางเข้าพื้นที่ การใช้ปลั๊กเพิ่มโอกาสอักเสบในช่องหู ส่วนผู้ที่มีประวัติหูน้ำหนวกหรือแก้วหูทะลุ ควรใช้ที่ครอบหูและให้แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ประเมินก่อน

เกณฑ์ที่ห้าคือการสื่อสารและการรับรู้เสียงเตือน งานที่ต้องฟังสัญญาณถอยของรถยกหรือเสียงผิดปกติของเครื่องจักร ต้องเผื่อไว้ว่าอุปกรณ์ที่ลดเสียงมากเกินความจำเป็นจะกลืนเสียงเหล่านี้ไปด้วย พนักงานจึงถอดออกเองเวลาต้องคุยงาน และช่วงที่ถอดออกทำให้เสียงเฉลี่ยตลอดกะสูงขึ้นทันที ทางแก้คือเลือกค่าลดเสียงให้พอดีกับพื้นที่ แทนการเลือกค่าสูงสุดที่หาซื้อได้

หัวข้อพิจารณา ที่ครอบหูลดเสียง ปลั๊กชนิดโฟม ปลั๊กชนิดอื่น
การปรับลดค่าตามประกาศกรมฯ ร้อยละ 25 ร้อยละ 50 ร้อยละ 70
พื้นที่ร้อนหรือชื้น ไม่เหมาะ กักความร้อน เหมาะ เหมาะ
ถอดเข้าถอดออกบ่อย เหมาะ ทำได้เร็ว ไม่เหมาะ ต้องม้วนใหม่ พอใช้ ล้างแล้วใส่ซ้ำได้
สวมคู่แว่นตาหรือหน้ากาก เสี่ยงรั่วที่ขาแว่น ไม่รบกวน ไม่รบกวน
พื้นที่คับแคบ เกะกะ ชนโครงสร้าง คล่องตัว คล่องตัว
มือเปื้อนฝุ่นหรือสารเคมี ใช้ได้ เสี่ยงพาสิ่งสกปรกเข้าหู เสี่ยงเช่นกัน
ตรวจจากระยะไกลว่าสวมอยู่ เห็นชัดจากปลายไลน์ มองไม่เห็น มองไม่เห็น
ความสม่ำเสมอของผล ค่อนข้างคงที่ ขึ้นกับวิธีสวมมาก ขึ้นกับขนาดที่เลือก

สถานประกอบกิจการที่ต้องการเกณฑ์เลือกเป็นลายลักษณ์อักษร อ้างมาตรฐานที่ประกาศกรมฯ ข้อ 3 (3) ชี้ไว้ได้ คือประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4456 พ.ศ. 2555 เล่ม 1 อุปกรณ์การปกป้องการได้ยิน ข้อ 4

การสวมใส่ที่ทำให้ค่าลดเสียงเกิดขึ้นจริง

ปลั๊กชนิดโฟมให้ผลต่างกันมากที่สุดระหว่างคนที่สวมเป็นกับคนที่สวมไม่เป็น ขั้นตอนที่คู่มือผู้ผลิตระบุตรงกัน คือม้วนโฟมให้เรียวเล็กที่สุดก่อน แล้วใช้มืออีกข้างอ้อมศีรษะไปดึงใบหูขึ้นและไปด้านหลังเพื่อยืดช่องหูให้ตรง จากนั้นสอดปลั๊กเข้าไปแล้วกดค้างไว้จนโฟมขยายเต็มช่องหู ขั้นตอนชุดนี้เป็นข้อแนะนำของผู้ผลิตและแนวปฏิบัติสากล ไม่ใช่ถ้อยคำในกฎหมายไทย

จุดตรวจที่หัวหน้างานใช้ได้เองมีสองอย่าง อย่างแรกคือถ้าเห็นปลายปลั๊กโผล่ยาวจนสังเกตได้ชัด แปลว่าสอดไม่ลึกพอ อย่างที่สองคือให้ผู้สวมใช้ฝ่ามือปิดทับใบหูขณะยืนในพื้นที่เสียงดัง ถ้าเสียงเงียบลงอีกมาก แปลว่าปลั๊กยังรั่ว ถ้าเสียงแทบไม่เปลี่ยน แปลว่าสวมได้แน่นพอ

ที่ครอบหูมีจุดรั่วคนละแบบ ซีลรอบถ้วยครอบต้องแนบกับผิวหนังโดยรอบ ตัวแทรกที่พบบ่อยได้แก่ ขาแว่นตานิรภัย ผมยาวที่ไม่ได้รวบ และต่างหูขนาดใหญ่ การปรับก้านให้ถ้วยครอบคลุมใบหูทั้งใบและปรับแรงบีบของคาดศีรษะให้พอดี มีผลมากกว่าการเปลี่ยนไปซื้อรุ่นที่ค่าลดเสียงสูงกว่าเดิม ส่วนการแขวนถ่างไว้กับขอเหล็กทำให้คาดศีรษะหลวมและลดเสียงได้น้อยลงถาวร

การอบรมเรื่องนี้ผูกกับตัวบทโดยตรง ข้อ 13 กำหนดให้นายจ้างบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย จัดให้ลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้และบำรุงรักษาอุปกรณ์ และเก็บหลักฐานการฝึกอบรมไว้ ณ สถานประกอบกิจการ ส่วนพื้นที่ที่เสียงเฉลี่ยแปดชั่วโมงตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป ประกาศกรมฯ เรื่องมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน ข้อ 8 กำหนดให้อบรมเรื่องอันตรายของเสียงดัง การควบคุม ป้องกัน และการใช้อุปกรณ์ ให้การอบรมมีช่วงลงมือจริง ให้ทุกคนสวมของตัวเองต่อหน้าผู้สอน แล้วตรวจทีละคน

ตัวอย่างการเลือกจากหน้างานจริง

โรงงานฉีดพลาสติกแห่งหนึ่งวัดเสียงแล้วพบสามพื้นที่ที่เกินมาตรฐาน ต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติเพื่อสาธิตวิธีเลือก

ห้องเครื่องอัดอากาศ ช่างซ่อมบำรุงเข้าไปตรวจวันละสองรอบ รอบละไม่เกินสิบนาที อุณหภูมิสูงจากตัวเครื่อง ทางเข้าคับแคบต้องก้มลอดท่อ ทางเลือกที่ลงตัวคือปลั๊กชนิดใช้ซ้ำได้ที่ร้อยสายคล้องคอ เพราะพื้นที่ร้อนและคับแคบไม่เข้ากับที่ครอบหู

ไลน์บดย่อยเศษพลาสติก พนักงานยืนประจำจุดตลอดกะ พื้นที่ปรับอากาศ ต้องคุยกับเพื่อนร่วมไลน์เป็นระยะ ทางเลือกที่ลงตัวคือที่ครอบหูที่ค่าลดเสียงพอดีกับพื้นที่ เพราะสวมยาวได้โดยไม่ร้อน และมองจากปลายไลน์ก็รู้ว่าใครไม่สวม

จุดตัดแต่งชิ้นงานด้วยเครื่องเจียร พนักงานสวมแว่นตานิรภัยและหน้ากากกรองฝุ่นอยู่แล้ว ทางเลือกที่ลงตัวคือปลั๊กชนิดโฟม เพราะที่ครอบหูจะรั่วที่ขาแว่นและสายรัดหน้ากาก กรณีนี้ต้องจัดจุดล้างมือและกล่องเติมปลั๊กไว้ที่ทางเข้าพื้นที่

สามพื้นที่ในโรงงานเดียวกันจึงจบด้วยอุปกรณ์คนละแบบ การกำหนดชนิดเดียวทั้งโรงงาน มักจบที่พนักงานบางกลุ่มถอดออกเอง

เลือกค่าถูก แต่ทำไมยังลดเสียงไม่ได้

เลือกค่าลดเสียงสูงสุดที่หาซื้อได้ ค่าลดเสียงที่มากเกินจำเป็นตัดเสียงพูดและเสียงสัญญาณเตือนออกไปด้วย ให้เทียบระดับเสียงที่วัดได้กับผลหลังปรับลดค่าตามประกาศกรมฯ แล้วเลือกให้เสียงในหูต่ำกว่ามาตรฐานโดยยังได้ยินเสียงรอบตัว

ใช้ค่าบนกล่องตรง ๆ ในเอกสารประเมิน ประกาศกรมฯ กำหนดการปรับลดไว้ตามชนิดอุปกรณ์แล้ว การใช้ค่าฉลากทำให้ตัวเลขในเอกสารดีกว่าความจริง

อุดหูด้วยสำลี กระดาษทิชชู่ หรือหูฟังเพลง ของเหล่านี้ไม่ใช่อุปกรณ์ตามข้อ 12 (4) และไม่มีค่าการลดเสียงที่ตรวจสอบได้

แจกปลั๊กโฟมขนาดเดียวให้ทุกคน ช่องหูของแต่ละคนไม่เท่ากัน ปลั๊กที่ใหญ่เกินไปจะดันตัวเองออกมาหลังใส่ไม่กี่นาที ควรมีอย่างน้อยสองขนาด

ไม่มีเครื่องหมายเตือนที่ทางเข้าพื้นที่ ข้อ 10 กำหนดให้ติดเครื่องหมายเตือนไว้ให้เห็นชัดเจนในบริเวณที่เสียงเกินมาตรฐาน ป้ายที่ทางเข้ายังช่วยเตือนผู้รับเหมาด้วย

คิดว่าใส่ปลั๊กพร้อมที่ครอบหูแล้วค่าลดเสียงบวกกัน การสวมสองชั้นให้ผลเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ผลรวมสองค่า

การดูแล ทำความสะอาด และรอบเปลี่ยน

ข้อ 13 กำหนดหน้าที่บำรุงรักษาไว้ที่นายจ้าง ส่วนมาตรา 22 วรรคสอง กำหนดให้ลูกจ้างดูแลรักษาอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ตลอดเวลาทำงาน จึงต้องเขียนให้ชัดว่าใครล้าง ใครตรวจ และเปลี่ยนเมื่อใด

ปลั๊กชนิดโฟมออกแบบมาให้ใช้แล้วทิ้ง เมื่อโฟมเริ่มไม่คืนตัวหลังม้วน หรือมีคราบสกปรกติด ให้ทิ้งทันที การเก็บใส่กระเป๋าเสื้อไว้ใช้ต่อวันรุ่งขึ้นเป็นทางที่พาสิ่งสกปรกเข้าช่องหู ส่วนปลั๊กชนิดใช้ซ้ำได้ล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน ผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเก็บ และเปลี่ยนเมื่อครีบยางฉีก แข็งตัว หรือเปลี่ยนสี

ที่ครอบหูตรวจสามจุด คือซีลรอบถ้วยครอบยังนุ่มและไม่มีรอยแตก ฟองน้ำด้านในยังไม่ยุบจนแบน และคาดศีรษะยังบีบแน่นพอ ทดสอบด้วยการสวมแล้วขยับศีรษะ ถ้าถ้วยครอบเลื่อนหลุดเองแปลว่าคาดศีรษะล้าแล้ว ซีลและฟองน้ำเป็นอะไหล่ที่เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องซื้อทั้งชุด

รอบเปลี่ยนที่ยึดถือได้จริงคือรอบที่อ้างสภาพของอุปกรณ์ ไม่ใช่อ้างปฏิทินอย่างเดียว เช่น ให้หัวหน้างานตรวจของทั้งกะสัปดาห์ละครั้ง และเปลี่ยนทันทีที่พบรอยแตก การยุบตัว หรือความหลวม ส่วนอายุใช้งานสูงสุดให้ยึดตามคู่มือผู้ผลิต

ผลตรวจสุขภาพเป็นสัญญาณอีกทางหนึ่ง ประกาศกรมฯ เรื่องมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน ข้อ 6 กำหนดว่าหากผลทดสอบสมรรถภาพการได้ยินพบว่าลูกจ้างสูญเสียการได้ยินที่หูข้างใดข้างหนึ่งตั้งแต่ 15 เดซิเบลขึ้นไปที่ความถี่ใดความถี่หนึ่ง ให้นายจ้างจัดอุปกรณ์ที่ลดเสียงเฉลี่ยแปดชั่วโมงลงให้น้อยกว่า 85 เดซิเบลเอ หรือเปลี่ยนงานหรือหมุนเวียนสลับหน้าที่ ภาพรวมของมาตรการทั้งชุดอ่านได้ที่ NIHL ในโรงงาน และโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยิน

เช็กลิสต์เลือกอุปกรณ์

  • มีผลตรวจวัดระดับเสียงและค่าเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงานของทุกพื้นที่ที่สงสัย
  • ทบทวนแล้วว่าลดเสียงที่ต้นกำเนิดหรือทางผ่านของเสียงได้แค่ไหน พร้อมเก็บหลักฐานตามข้อ 9
  • เลือกชนิดอุปกรณ์แยกรายพื้นที่ ตามอุณหภูมิ เวลาสวมต่อกะ จำนวนครั้งที่ถอดเข้าออก และอุปกรณ์อื่นบนศีรษะ
  • คำนวณเสียงในหูหลังปรับลดค่าตามชนิดอุปกรณ์ โดยไม่ใช้ค่าบนฉลากตรง ๆ
  • กรณีฉลากระบุหลายค่า ใช้ค่าที่ให้ผลลดเสียงน้อยที่สุดตามข้อ 4 ของประกาศกรมฯ
  • มีปลั๊กอย่างน้อยสองขนาด และมีที่ครอบหูสำรองสำหรับผู้ที่ใส่ปลั๊กไม่ได้
  • ติดเครื่องหมายเตือนที่ทางเข้าพื้นที่ทุกทางตามข้อ 10 และวางจุดเติมอุปกรณ์ไว้ตรงนั้น
  • อบรมวิธีใช้และบำรุงรักษา ตรวจการสวมทีละคน และเก็บหลักฐานตามข้อ 13
  • กำหนดผู้ตรวจสภาพอุปกรณ์ ความถี่ในการตรวจ และเกณฑ์เปลี่ยน
  • นำผลทดสอบสมรรถภาพการได้ยินมาทบทวนชนิดอุปกรณ์และวิธีสวมรายบุคคล

ประเด็นที่ถามกันบ่อย

เลือกที่ครอบหูอย่างเดียวทั้งโรงงานเพื่อความง่ายในการจัดซื้อ ข้อ 12 ผูกเงื่อนไขไว้ที่คำว่าตามความเหมาะสมกับลักษณะงาน พื้นที่ร้อนจัด หรือพื้นที่ที่ต้องสวมหน้ากากและแว่นตานิรภัยพร้อมกัน จึงต้องมีทางเลือกอื่นควบคู่

เสียงในพื้นที่ยังไม่ถึง 85 เดซิเบลเอ แล้วต้องแจกอุปกรณ์หรือยัง หน้าที่จัดอุปกรณ์ตามข้อ 9 และข้อ 12 ผูกกับการที่เสียงเกินมาตรฐานตามข้อ 7 หรือข้อ 8 ส่วนข้อ 11 เริ่มที่ค่าเฉลี่ยแปดชั่วโมงตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป การจัดอุปกรณ์ให้พื้นที่ที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ทำได้ แต่ให้แยกในเอกสารว่าส่วนใดทำตามข้อกำหนด และส่วนใดเป็นมาตรการเพิ่มเติม

ผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานชั่วคราวใช้อุปกรณ์ของตัวเองได้ โดยผู้ควบคุมงานตรวจว่าอุปกรณ์ระบุค่าการลดเสียงไว้ อยู่ในสภาพใช้งานได้ และผู้ใช้สวมเป็น

สรุป

  • ข้อ 9 วางลำดับไว้ว่าให้แก้ที่ต้นกำเนิดหรือทางผ่านของเสียงก่อน แล้วจึงใช้อุปกรณ์ปกป้องการได้ยินเป็นชั้นถัดมา
  • ข้อ 12 (4) เปิดทางเลือกไว้ทั้งปลั๊กลดเสียงและที่ครอบหูลดเสียง โดยผูกไว้กับความเหมาะสมกับลักษณะงาน
  • เกณฑ์เลือกที่ใช้ได้จริงคือ อุณหภูมิ เวลาที่ต้องสวมต่อกะ จำนวนครั้งที่ถอดเข้าถอดออก อุปกรณ์อื่นบนศีรษะ และความจำเป็นในการสื่อสาร
  • ค่าบนฉลากเป็นค่าจากห้องทดสอบ ประกาศกรมฯ จึงกำหนดให้ปรับลดตามชนิดอุปกรณ์ก่อนนำไปใช้ประเมิน
  • การสวมให้ถูกวิธีและการดูแลรักษาตามข้อ 13 ให้ผลต่อเสียงในหูมากกว่าการเปลี่ยนยี่ห้อ

เริ่มจากหยิบผลตรวจวัดเสียงล่าสุดมาวางข้างผังพื้นที่ แล้วเติมทีละพื้นที่ว่าอุณหภูมิเท่าไร คนอยู่ในนั้นกี่ชั่วโมงต่อกะ และต้องสวมอะไรบนศีรษะอีกบ้าง สามช่องนี้จะบอกเองว่าพื้นที่ไหนควรเป็นที่ครอบหู และพื้นที่ไหนควรเป็นปลั๊ก

อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 7 ถึงข้อ 13
  • ประกาศกรมฯ เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน ข้อ 3 และตารางแนบท้าย
  • ประกาศกรมฯ เรื่อง การคำนวณระดับเสียงที่สัมผัสในหูเมื่อสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ข้อ 3 และข้อ 4
  • ประกาศกรมฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการ ข้อ 6 และข้อ 8
  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 22

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ความร้อน/แสง/เสียง? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

PM2.5 หมอกควัน — ค่า AQI เท่าไรควรลด/หยุดงานกลางแจ้ง และวิธีตั้ง Action Level
สุขภาพ

PM2.5 หมอกควัน — ค่า AQI เท่าไรควรลด/หยุดงานกลางแจ้ง และวิธีตั้ง Action Level

ค่า AQI/PM2.5 ที่ควรลดหรือหยุดงานกลางแจ้งมาจากกรมควบคุมมลพิษ/US EPA/WHO ไม่ใช่กฎกระทรวงไทย — เรียนรู้วิธีตั้ง action level ของบริษัท ลำดับการควบคุม และการเฝ้าระวังสุขภาพคนงานสัมผัสฝุ่น/ไอควันตามกฎไทย 2563/2559

30 พ.ค. 2569อ่าน 29 นาที
คำนวณ NRR Derating — หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 (เทียบ NIOSH/OSHA)
สุขภาพ

คำนวณ NRR Derating — หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 (เทียบ NIOSH/OSHA)

วิธีคำนวณ NRR derating หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2561 — ปรับลด 25/50/70% สูตร dBC/dBA และ SNR พร้อมตัวอย่างแทนค่า เทียบ NIOSH/OSHA

14 มิ.ย. 2569อ่าน 17 นาที
เลือกที่ครอบหูหรือปลั๊กลดเสียงให้ตรงกับงาน — Safety Station 101