ใบวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัยงานบนที่สูง ตัวอย่างเต็มใบพร้อมคำอธิบายทีละช่อง
ตัวอย่างใบ JSA งานเปลี่ยนแผ่นหลังคาโรงงานแบบเต็มใบ คัดลอกไปใช้ได้ พร้อมคำอธิบายทีละช่องว่าทำไมกรอกแบบนั้น และผูกกับกฎกระทรวงที่สูง พ.ศ. 2564 ข้อ 2

งานเปลี่ยนแผ่นหลังคาโปร่งแสงที่แตกร้าวบนหลังคาโรงงาน เป็นงานสองชั่วโมงที่มักเริ่มด้วยประโยคว่า "ขึ้นไปดูก่อน" และจบลงด้วยคนตกทะลุแผ่นโปร่งแสงลงมาที่พื้น งานแบบนี้อันตรายเพราะใช้เวลาสั้น คนจึงข้ามขั้นตอนวางแผน
กฎกระทรวงที่ดูแลงานกลุ่มนี้ คือ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชันฯ พ.ศ. 2564 ซึ่งวางหน้าที่จัดทำข้อบังคับและขั้นตอนการปฏิบัติงานไว้ตั้งแต่ข้อแรกของหมวดบททั่วไป เอกสารที่แปลข้อกำหนดนั้นให้กลายเป็นกระดาษที่ทีมถือขึ้นหลังคาไปด้วยได้ คือใบวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือที่หน้างานเรียกกันติดปากว่าใบ JSA
บทนี้ทำใบตัวอย่างให้ดูเต็มใบ เป็นตารางที่คัดลอกไปปรับใช้ได้ แล้วอธิบายทีละช่องว่าทำไมกรอกแบบนั้น
ข้อบังคับและขั้นตอนตามกฎกระทรวง กับใบวิเคราะห์งานหนึ่งใบ
ข้อ 2 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีข้อบังคับและขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยในการทำงานในที่สูงและที่ลาดชัน โดยระบุองค์ประกอบขั้นต่ำไว้สามอย่าง ได้แก่ การระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน การวางแผนการปฏิบัติงาน และการป้องกันและควบคุมอันตราย รวมทั้งต้องอบรมหรือชี้แจงให้ลูกจ้างได้รับทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ควบคุมดูแลให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และต้องมีสำเนาเอกสารไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
องค์ประกอบสามอย่างนั้นตรงกับสามช่องหลักของใบวิเคราะห์งานพอดี คือช่องขั้นตอนงานคือการวางแผนการปฏิบัติงาน ช่องอันตรายคือการระบุอันตราย และช่องมาตรการคือการป้องกันและควบคุม
ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตรายฯ พ.ศ. 2567 ข้อ 6 (1) เขียนชื่อวิธีนี้ไว้ตรงตัวว่า การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis (JSA)) เป็นวิธีชี้บ่งอันตรายลำดับแรกในเก้าวิธีที่ประกาศระบุไว้ สิ่งที่ตัวบทไม่ได้กำหนดคือหน้าตาของแบบฟอร์ม จำนวนช่อง และรอบทบทวนรายใบ ส่วนที่เหลือของหัวข้อนี้จึงเป็นแนวปฏิบัติที่วางให้ใช้ได้จริง ไม่ใช่ข้อกำหนดตามตัวบท
สำเนาเอกสารตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 5 อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ขอเพียงเรียกดูได้จริงเมื่อพนักงานตรวจความปลอดภัยขอ
ช่องในใบวิเคราะห์งาน และหน้าที่ของแต่ละช่อง
ใบหนึ่งใบแบ่งเป็นสามส่วน คือหัวใบ ตารางวิเคราะห์ และท้ายใบสำหรับลงลายมือชื่อ หัวใบล็อกขอบเขตว่าใบนี้ใช้กับงานไหน ที่ไหน วันไหน ถ้าหัวใบกว้างเกินไป เนื้อในจะกลายเป็นข้อความทั่วไป
| ช่องในหัวใบ | สิ่งที่กรอก และเหตุผลที่ต้องมี |
|---|---|
| ชื่องาน | งานเดียว ระบุของและจำนวน กันไม่ให้ใบเดียวคลุมงานทั้งวัน |
| สถานที่และความสูง | จุดทำงาน ความสูงจากพื้น ความลาดชัน สองค่าหลังชี้ว่าข้อไหนใช้กับงานนี้ |
| วันที่และช่วงเวลา | วันที่ เวลาเริ่มถึงเวลาจบ ใบหมดอายุพร้อมงาน ใช้ซ้ำข้ามเดือนไม่ได้ |
| ผู้ร่วมจัดทำ | ผู้ควบคุมงาน ผู้ปฏิบัติงานจริง จป. เพราะคนที่ทำงานรู้อันตรายดีที่สุด |
| อุปกรณ์หลักและเอกสารประกอบ | รุ่นอุปกรณ์ คู่มือผู้ผลิต ผลตรวจก่อนใช้ เชื่อมกับข้อ 3 และข้อ 5 |
ตารางวิเคราะห์ในใบตัวอย่างใช้สี่ช่อง โดยเพิ่มช่องผู้รับผิดชอบต่อจากสามช่องหลัก เพราะงานบนที่สูงมีมาตรการที่คนบนหลังคาทำเองไม่ได้ปนอยู่เสมอ
| ช่องในตาราง | เขียนอย่างไรให้ใช้ได้ |
|---|---|
| ขั้นตอนงาน | เรียงตามลำดับเวลาจริง ขึ้นต้นด้วยคำกริยา หนึ่งขั้นเท่ากับหนึ่งการกระทำใหญ่ |
| อันตราย | เขียนเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนเจ็บ เช่น เหยียบแผ่นโปร่งแสงแล้วทะลุ ไม่ใช่เขียนว่า ที่สูง |
| มาตรการควบคุม | เรียงจากชั้นที่แข็งแรงที่สุดลงมา และกำกับชั้นไว้หน้าข้อความ |
| ผู้รับผิดชอบ | ระบุตำแหน่งหรือชื่อคนที่ลงมือทำ ไม่เขียนว่าทุกคน |
ท้ายใบเป็นช่องลงลายมือชื่อของผู้จัดทำ ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ขึ้นทำงาน และผู้อนุมัติ ลายมือชื่อของผู้ปฏิบัติงานคือหลักฐานว่าชี้แจงก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามข้อ 2 แล้ว
ลำดับชั้นการควบคุม ที่ต้องเรียงในช่องมาตรการ
ช่องมาตรการควบคุมเป็นจุดชี้ว่าใบนี้ใช้ได้จริงหรือเป็นแค่กระดาษ หลักที่ใช้เรียงคือลำดับชั้นการควบคุมอันตราย ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากล กฎหมายไทยไม่ได้เขียนลำดับห้าชั้นนี้เป็นตัวบท แต่เขียนผลลัพธ์ที่ต้องได้ไว้ในหลายข้อ
| ชั้น | ตัวอย่างในงานบนหลังคา |
|---|---|
| 1 กำจัด อันตรายออกจากงาน | เปลี่ยนไปใช้แผ่นหลังคาที่เปลี่ยนจากด้านล่างได้ |
| 2 ทดแทน ด้วยวิธีที่เสี่ยงน้อยกว่า | ใช้กระเช้ายกคนเข้าถึงจากภายนอก แทนการเดินบนแผ่นหลังคา |
| 3 วิศวกรรม กั้นระหว่างคนกับอันตราย | นั่งร้าน ทางเดินชั่วคราวพาดบนแป ราวกันตก ตาข่ายนิรภัย จุดยึดถาวร |
| 4 บริหารจัดการ กำหนดวิธีและคนคุม | ลำดับงาน การกั้นเขตด้านล่าง ป้ายเตือน การชี้แจงก่อนขึ้น เกณฑ์หยุดงาน |
| 5 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล | สายรัดตัวนิรภัยเต็มตัวพร้อมเชือกนิรภัย หมวกนิรภัย ถุงมือ |
ชั้นที่ 3 มีตัวบทรองรับตรงตัว ข้อ 8 กำหนดให้จัดให้มีนั่งร้านหรือดำเนินการด้วยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของการทำงาน โดยต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย
ข้อ 9 กำหนดเพิ่มสำหรับงานในที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ว่าต้องจัดทำราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่เหมาะสม และต้องจัดให้มีการใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ตลอดระยะเวลาการทำงาน
ด้วยเหตุนี้ งานที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไปจึงต้องมีชั้นที่ 3 อยู่ในใบเสมอ แม้เขียนชั้นที่ 5 ครบแล้ว เพราะตัวบทวางไว้ว่าต้องมีทั้งสองอย่าง ส่วนคำว่าเข็มขัดนิรภัยในตัวบท หน้างานปัจจุบันใช้สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว ซึ่งทำหน้าที่เดียวกันแต่ปลอดภัยกว่า เมื่อกรอกช่องมาตรการ ให้กำกับชั้นไว้หน้าข้อความทุกบรรทัด จะเห็นทันทีว่าแถวไหนมีแต่ชั้นที่ 5 ล้วน
ตัวอย่างเต็มใบ งานเปลี่ยนแผ่นหลังคาโปร่งแสงบนหลังคาโรงงาน
ใบต่อไปนี้คัดลอกไปปรับใช้ได้ ตัวเลขความสูงและชื่อคนเป็นสมมุติของงานตัวอย่าง ส่วนเลขข้อในช่องมาตรการมาจากกฎกระทรวง พ.ศ. 2564
หัวใบ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่องาน | เปลี่ยนแผ่นหลังคาโปร่งแสงที่แตกร้าว 4 แผ่น บนหลังคาอาคารผลิต 2 |
| สถานที่และความสูง | แนวเหนือสายพานที่ 3 · สูงจากพื้นโรงงาน 7 เมตร · หลังคาลาดชันประมาณ 20 องศา |
| วันที่และช่วงเวลา | 15 กันยายน 2569 เวลา 09:00 ถึง 12:00 |
| ผู้ร่วมจัดทำ | หัวหน้างานซ่อมบำรุง · ช่างซ่อมบำรุง 2 คนที่ขึ้นทำงาน · จป.เทคนิค |
| อุปกรณ์หลัก | นั่งร้านบันไดขึ้นหลังคา · ทางเดินชั่วคราวพาดบนแป 2 แผง · สายรัดตัวนิรภัยเต็มตัวพร้อมเชือกนิรภัยชนิดมีตัวลดแรงกระชาก 3 ชุด · เชือกนิรภัยแนวราบพร้อมจุดยึดสองด้าน |
| เอกสารประกอบ | คู่มือผู้ผลิตของทางเดินชั่วคราวและสายรัดตัวนิรภัย · บันทึกตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้ |
| ผู้อนุมัติ | ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง |
ตารางวิเคราะห์งาน
| ขั้นตอนงาน | อันตรายในขั้นนี้ | มาตรการควบคุมเรียงตามลำดับชั้น | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|
| 1. สำรวจหลังคาจากด้านล่าง ระบุแนวแป จุดยึด และตำแหน่งแผ่นโปร่งแสง | เลือกจุดยึดที่รับแรงไม่ไหว · มองไม่เห็นแผ่นโปร่งแสงที่สีทับ | (วิศวกรรม) ใช้แบบโครงสร้างประกอบ กำหนดจุดยึดบนแปเหล็กเท่านั้น · (บริหาร) ทำเครื่องหมายตำแหน่งแผ่นโปร่งแสงลงผังก่อนขึ้นทำงาน | หัวหน้างานซ่อมบำรุง |
| 2. ตรวจสภาพอากาศ แล้วตัดสินใจเริ่มงานหรือเลื่อนงาน | ลมแรงพัดคนเสียหลัก · หลังคาเปียกแล้วลื่น · ฟ้าผ่าขณะอยู่บนหลังคา | (บริหาร) หยุดหรือเลื่อนงานทันทีเมื่อมีพายุ ลมแรง ฝนตก หรือฟ้าคะนอง ตามข้อ 11 · (บริหาร) ผู้ควบคุมงานตัดสิน และบันทึกเวลาไว้ท้ายใบ | ผู้ควบคุมงาน |
| 3. กั้นเขตอันตรายใต้แนวงาน ติดป้ายเตือน และประสานหยุดสายพาน | ของตกใส่คนด้านล่าง · คนเดินเข้าเขตโดยไม่รู้ | (วิศวกรรม) กั้นเขตด้วยแผงกั้นเต็มแนวใต้จุดทำงาน · (บริหาร) ติดป้ายเตือนอันตรายให้เห็นชัดตามข้อ 17 · (บริหาร) แจ้งหัวหน้าไลน์หยุดสายพาน | จป.เทคนิค และหัวหน้าไลน์ผลิต |
| 4. ตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้ แล้วขึ้นสู่หลังคาด้วยนั่งร้านบันได | สายรัดตัวนิรภัยชำรุดโดยไม่มีใครเห็น · บันไดลื่นไถลขณะไต่ | (บริหาร) ตรวจสภาพอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนใช้งานตามข้อ 5 และลงบันทึก · (วิศวกรรม) ใช้นั่งร้านบันไดที่มีราวจับแทนบันไดพาด · (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) สวมหมวกนิรภัยและรองเท้าหุ้มส้นพื้นยาง | ช่างซ่อมบำรุง 2 คน |
| 5. ติดตั้งเชือกนิรภัยแนวราบ และวางทางเดินชั่วคราวพาดบนแป | พลัดตกระหว่างติดตั้งเพราะยังไม่มีจุดคล้อง · เหยียบแผ่นหลังคาแล้วทะลุ | (วิศวกรรม) ยึดปลายเชือกนิรภัยกับโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยตามข้อ 4 · (วิศวกรรม) วางทางเดินชั่วคราวคร่อมแนวแปก่อนเดินเข้าพื้นที่ · (บริหาร) ห้ามเหยียบแผ่นหลังคาโดยตรง · (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) คล้องสายรัดตัวนิรภัยตลอดเวลาตามข้อ 9 | ช่างซ่อมบำรุงคนที่ 1 |
| 6. รื้อสกรูยึด ถอดแผ่นเก่า และส่งลงพื้น | แผ่นเก่าแตกคามือ · แผ่นและสกรูตกใส่คนด้านล่าง · ช่องเปิดหลังถอดแผ่น | (วิศวกรรม) ปิดช่องเปิดด้วยฝาปิดที่แข็งแรงทันทีตามข้อ 10 · (วิศวกรรม) ใช้เชือกและถุงผ้าส่งของขึ้นลงแทนการโยน ตามข้อ 16 · (บริหาร) ใส่สกรูลงกล่องทันที · (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) สวมถุงมือกันบาด | ช่างซ่อมบำรุง 2 คน |
| 7. ยกแผ่นใหม่ขึ้น วางตำแหน่ง และยึดสกรู | แผ่นใหม่ปลิวตามลมขณะยก · เสียการทรงตัวขณะประคองแผ่น | (บริหาร) ยกทีละแผ่นโดยใช้เชือกนำ และหยุดยกเมื่อลมแรงขึ้น · (บริหาร) สองคนต่อหนึ่งแผ่น คนหนึ่งประคอง คนหนึ่งยึดสกรู · (วิศวกรรม) ยืนและคุกเข่าบนทางเดินชั่วคราวเท่านั้น | ช่างซ่อมบำรุง 2 คน |
| 8. เก็บเครื่องมือ ลงจากหลังคา ปลดเขตกั้น และส่งคืนพื้นที่ | ลืมเครื่องมือค้างบนหลังคาแล้วตกลงมาภายหลัง · เปิดสายพานขณะยังมีคนอยู่ด้านบน | (บริหาร) นับเครื่องมือเข้าออกด้วยรายการเดียวกัน · (บริหาร) ปลดเขตกั้นและเปิดสายพานหลังผู้ควบคุมงานยืนยันว่าทุกคนลงถึงพื้น · (บริหาร) ลงชื่อปิดงานท้ายใบ | ผู้ควบคุมงาน |
ท้ายใบ
| บทบาท | ชื่อ | ลายมือชื่อ | วันที่ |
|---|---|---|---|
| ผู้จัดทำ (หัวหน้างาน) | |||
| ผู้ปฏิบัติงาน 1 | |||
| ผู้ปฏิบัติงาน 2 | |||
| จป. ที่ร่วมทบทวน | |||
| ผู้อนุมัติ |
อ่านใบตัวอย่างทีละช่อง ว่าทำไมกรอกแบบนั้น
หัวใบระบุความสูง 7 เมตร และความลาดชัน 20 องศา เพราะสองค่านี้เปลี่ยนข้อกฎหมายที่ใช้ ความสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไปทำให้งานนี้เข้านิยามการทำงานในที่สูงตามข้อ 1 ความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไปดึงข้อ 9 เข้ามา ส่วนความลาดชันเกิน 15 องศาแต่ไม่เกิน 30 องศา และพื้นระดับที่เอียงสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ทำให้เข้าข้อ 15 ซึ่งกำหนดให้จัดนั่งร้านที่เหมาะสม หรือเข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ หรือมาตรการป้องกันการพลัดตกอื่นใดที่เหมาะสม
ช่องอุปกรณ์หลักมีคู่มือผู้ผลิตอยู่ด้วย เพราะข้อ 3 กำหนดไว้ตรงตัว ข้อ 3 กำหนดว่าในการประกอบ การติดตั้ง การตรวจสอบ และการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการตกจากที่สูง ให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ หากไม่มี ต้องให้วิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ ค่าจำกัดของอุปกรณ์จึงต้องยกมาจากคู่มือของรุ่นที่ใช้จริง
ขั้นที่ 1 เริ่มที่การสำรวจ ไม่ได้เริ่มที่การขึ้นหลังคา เพราะการระบุอันตรายตามข้อ 2 เกิดก่อนลงมือ อันตรายที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุดในงานหลังคาโรงงานคือแผ่นโปร่งแสงที่ฝุ่นและสีจับจนกลมกลืนกับแผ่นเหล็ก การทำเครื่องหมายตำแหน่งแผ่นทุกแผ่นลงผังตั้งแต่อยู่บนพื้น จึงเป็นมาตรการที่ราคาถูกที่สุดในใบนี้
ขั้นที่ 2 มีเกณฑ์หยุดงานเป็นบรรทัดของตัวเอง เพราะข้อ 11 เขียนไว้เป็นข้อห้าม ข้อ 11 กำหนดให้นายจ้างมิให้ลูกจ้างทำงานในที่สูงนอกอาคารหรือพื้นที่เปิดโล่งในขณะที่มีพายุ ลมแรง ฝนตกหรือฟ้าคะนอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยหรือบรรเทาเหตุอันตราย โดยต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยของลูกจ้าง
ตัวบทไม่ได้กำหนดความเร็วลมเป็นตัวเลข ค่าที่ได้ยินกันหน้างานมาจากคู่มือผู้ผลิตหรือมาตรฐานสากล ถ้าจะใส่ตัวเลขลงในใบ ให้ระบุกำกับว่ามาจากคู่มือรุ่นใด
ขั้นที่ 3 อยู่ก่อนการขึ้นหลังคา เพราะของตกเป็นอันตรายที่ตกกับคนอื่น ข้อ 17 กำหนดให้นายจ้างกำหนดเขตอันตรายในบริเวณที่อาจมีการกระเด็น ตกหล่น หรือพังทลายของวัสดุสิ่งของ ติดป้ายเตือนอันตราย พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการควบคุมดูแลจนกว่างานจะแล้วเสร็จ ถ้อยคำนี้เป็นเหตุผลที่ใบตัวอย่างเขียนการปลดเขตกั้นไว้ในขั้นที่ 8
ขั้นที่ 5 วางชั้นวิศวกรรมไว้เหนือชั้นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างตั้งใจ ทางเดินชั่วคราวที่พาดคร่อมแนวแปทำให้คนไม่ตกตั้งแต่แรก ส่วนสายรัดตัวนิรภัยทำงานหลังคนตกไปแล้ว จึงเหลือเรื่องแรงกระชากและระยะตกที่ต้องคำนวณต่อ ดูได้ที่ คำนวณระยะปลอดภัยใต้จุดยึด
จุดยึดในใบนี้ใช้ถ้อยคำตามข้อ 4 ซึ่งกำหนดว่าเมื่อให้ลูกจ้างใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิต นายจ้างต้องจัดทำจุดยึดตรึงไว้กับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารหรือโครงสร้างอื่นใดที่มีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยต่อการใช้งาน กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดค่าแรงยึดเป็นตัวเลข ค่าที่วงการอ้างถึงมาจากมาตรฐานสากล ดูได้ที่ เกณฑ์จุดยึดและการทดสอบประจำปี
ขั้นที่ 6 มีมาตรการปิดช่องเปิดทันที เพราะช่องเปิดเกิดจากงานของเราเอง ข้อ 10 กำหนดว่าในกรณีที่มีปล่องหรือช่องเปิดซึ่งอาจทำให้ลูกจ้างพลัดตก นายจ้างต้องจัดทำฝาปิดที่แข็งแรง ราวกั้น รั้วกันตก หรือแผงทึบตามข้อ 6 พร้อมทั้งติดป้ายเตือนอันตรายให้เห็นได้อย่างชัดเจน
ราวกั้นหรือรั้วกันตกที่ข้อ 6 อ้างถึง ต้องสูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 1.10 เมตร ส่วนแผงทึบที่ใช้แทนต้องสูงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ค่าเหล่านี้กฎหมายไทยกำหนด อ้างในใบได้ตรง ๆ ส่วนการส่งของด้วยเชือกและถุงผ้ามาจากข้อ 16 ที่ให้จัดอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการลำเลียงวัสดุขึ้นลงจากที่สูง
ช่องผู้รับผิดชอบไม่มีคำว่าทุกคนอยู่เลย เพราะมาตรการที่เป็นของทุกคน มักกลายเป็นของไม่มีใคร การกั้นเขตด้านล่างเป็นงานของ จป. กับหัวหน้าไลน์ ส่วนการคล้องสายรัดตัวนิรภัยเป็นของช่างบนหลังคา
กรอกครบ แต่ทำไมยังคุมการตกไม่ได้
1. ใบเดียวคลุมทั้งอาคาร ใบที่เขียนว่างานซ่อมหลังคาอาคารผลิต ใช้ได้กับทุกจุดทุกวัน จึงไม่ได้บอกอะไรเลยเกี่ยวกับแผ่นโปร่งแสงตรงแนวสายพานที่ 3 แก้ด้วยการล็อกขอบเขตที่หัวใบให้เหลืองานเดียว
2. เขียนช่องอันตรายว่าตกจากที่สูง คำนี้เป็นชื่อหมวด ไม่ใช่อันตรายที่ระบุได้ตามข้อ 2 เขียนเป็นเหตุการณ์แทนว่า เหยียบแผ่นโปร่งแสงที่มองไม่เห็นแล้วทะลุลงพื้นโรงงาน แล้วมาตรการที่ตามมาจะตรงเป้าเอง
3. ช่องมาตรการมีแต่ชั้นสุดท้าย แถวที่เขียนเพียงว่าสวมสายรัดตัวนิรภัย แปลว่ายังไม่ได้พิจารณาว่าตัดงานออกได้ไหม เปลี่ยนวิธีได้ไหม หรือกั้นด้วยของแข็งได้ไหม
4. หยิบใบเก่ามาแก้วันที่ เปลี่ยนวัสดุ อุปกรณ์ หรือทีมช่าง ทำให้อันตรายเปลี่ยนตาม การแก้เฉพาะวันที่จึงเท่ากับไม่ได้ระบุอันตรายของงานใหม่
5. เก็บใบไว้ในแฟ้ม ไม่ได้ชี้แจงก่อนขึ้นทำงาน ข้อ 2 กำหนดให้อบรมหรือชี้แจงให้ลูกจ้างทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน การอ่านใบให้ทีมฟัง 5 นาทีที่เชิงบันไดแล้วลงลายมือชื่อท้ายใบ จึงเป็นทั้งการปฏิบัติตามข้อ 2 และเป็นหลักฐานในตัวเอง
เช็คลิสต์ก่อนรับใบวิเคราะห์งานไปใช้
ตรวจ 8 ข้อนี้ก่อนอนุมัติใบใดก็ตามสำหรับงานบนที่สูง
- หัวใบระบุงานเดียว จุดเดียว วันที่และช่วงเวลาชัดเจน
- ระบุความสูงจากพื้นและความลาดชัน เพื่อชี้ว่าข้อใดของกฎกระทรวงใช้กับงานนี้
- ผู้ที่จะขึ้นทำงานจริงร่วมจัดทำและลงลายมือชื่อครบทุกคน
- ขั้นตอนงานเรียงตามเวลาจริง ตั้งแต่ก่อนขึ้นจนถึงส่งคืนพื้นที่
- ทุกแถวมีมาตรการที่ไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างน้อยหนึ่งข้อ
- งานที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป มีทั้งอุปกรณ์ป้องกันการตกและการใช้เชือกนิรภัยตลอดเวลาตามข้อ 9
- มีเกณฑ์หยุดงานเมื่อมีพายุ ลมแรง ฝนตก หรือฟ้าคะนอง ตามข้อ 11 พร้อมชื่อผู้มีอำนาจตัดสิน
- มีบันทึกตรวจสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งานตามข้อ 5 แนบหรืออ้างถึงในใบ
งานที่ผู้รับเหมาเข้ามาทำ ให้รับใบมาทบทวนกับหน้างานจริงอีกรอบ เพราะจุดยึดและเส้นทางขึ้นลงเป็นข้อมูลของเจ้าของพื้นที่ แล้วชี้แจงร่วมกันก่อนเริ่มงานตามข้อ 2
สรุป
- ข้อ 2 กำหนดองค์ประกอบขั้นต่ำสามอย่าง คือ การระบุอันตราย การวางแผนการปฏิบัติงาน และการป้องกันและควบคุมอันตราย ซึ่งตรงกับสามช่องหลักของใบวิเคราะห์งาน
- ใบหนึ่งใบผูกกับงานเดียว จุดเดียว ช่วงเวลาเดียว หัวใบที่ระบุความสูงและความลาดชันชี้ว่าข้อใดของกฎกระทรวงใช้กับงานนี้
- ค่าที่กฎหมายไทยกำหนดชัด ได้แก่ ความสูง 2 เมตรและ 4 เมตร ราวกันตกสูง 90 เซนติเมตรถึง 1.10 เมตร และมุมของที่ลาดชันตามข้อ 15 ส่วนค่าแรงยึดและความเร็วลมมาจากมาตรฐานสากลหรือคู่มือผู้ผลิต
- ใบที่ใช้ได้จริงต้องผ่านสามด่าน คือ ผู้ทำงานร่วมเขียน ชี้แจงก่อนขึ้นทำงาน และเก็บสำเนาไว้ให้ตรวจสอบได้
เลือกงานที่ทำบ่อยหนึ่งงาน แล้วเรียงขั้นตอนกับช่างที่ทำงานจริง คุณค่าของใบอยู่ที่มาตรการซึ่งตรงกับหน้างาน ไม่ใช่ถ้อยคำสวยงาม จากนั้นกำหนดเจ้าของตาม รอบทบทวนใบวิเคราะห์งาน และเชื่อมผลกับ มาตรา 32
อ้างอิง
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
