👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

จป.เทคนิค — หน้าที่ คุณสมบัติ และอบรม 30 ชั่วโมง

จป.เทคนิค คือใคร ทำหน้าที่อะไร ใครต้องมี อบรมกี่ชั่วโมง — สรุปครบจากกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ข้อ 14-16 และประกาศกรมสวัสดิการ 26 กันยายน 2566 พร้อมหลักสูตร 30 ชม.

Safety Station 1012 พฤษภาคม 2569อ่าน 24 นาที · 5,333 คำ
จป.เทคนิค — หน้าที่ คุณสมบัติ และอบรม 30 ชั่วโมง

โรงงานขนาดกลางในไทยที่มีลูกจ้างประมาณ 20-49 คน เป็นกลุ่มที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัด จป.เทคนิค อย่างน้อย 1 คน เพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในการทำงานประจำสถานประกอบกิจการ หลายคนที่ HR ส่งชื่อเข้าอบรมยังไม่รู้ว่าตำแหน่งนี้ต่างจาก จป.หัวหน้างานอย่างไร ต้องอบรมกี่ชั่วโมง และเมื่อจบหลักสูตรแล้วต้องทำอะไรต่อ — สรุปครบทั้งใครต้องมี หน้าที่ 6 ข้อ คุณสมบัติ 3 ทาง การอบรม 30 ชั่วโมง และการขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน

จป.เทคนิค คือใคร

จป.เทคนิค หรือชื่อเต็ม "เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค" คือลูกจ้างที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะ และได้รับการแต่งตั้งจากนายจ้างให้ทำหน้าที่ด้านความปลอดภัยประจำสถานประกอบกิจการ

ตำแหน่งนี้กำหนดโดย กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ซึ่งจัดให้ จป.เทคนิคเป็น "จป.โดยหน้าที่เฉพาะ" (ตามข้อ 13) ต่างจาก จป.หัวหน้างานและ จป.บริหารที่เป็น "จป.โดยตำแหน่ง" (ตามข้อ 6)

ความแตกต่างนี้สำคัญ — จป.โดยตำแหน่งเป็นบทบาทเพิ่มเติมที่หัวหน้างานหรือผู้บริหาร "พ่วงไว้" กับตำแหน่งงานที่ตัวเองทำอยู่ แต่ จป.เทคนิคเป็น หน้าที่เฉพาะ ที่กฎหมายกำหนดให้ต้อง "ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานประกอบกิจการ" หมายความว่าต้องมีเวลาทำงานด้านความปลอดภัยจริง ไม่ใช่ทำเป็นงานเสริมหลังเลิกงาน

ใครต้องมี จป.เทคนิค

ตามข้อ 14 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 — นายจ้างของสถานประกอบกิจการในบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างจำนวน 20 คนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 50 คน ต้องจัดให้มี จป.เทคนิคอย่างน้อย 1 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานประกอบกิจการ ภายใน 180 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวน

ช่วงตัวเลขที่ต้องจำให้ขึ้นใจ คือ 20-49 คน (ไม่ใช่ 20-50) เพราะถ้ามีลูกจ้างครบ 50 คน กฎหมายจะข้ามไปบังคับให้จัด จป.เทคนิคขั้นสูงแทน (ตามข้อ 17 ของกฎกระทรวงเดียวกัน)

บัญชี 2 คืออะไร

บัญชี 2 ตามท้ายกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 เป็นกลุ่ม กิจการที่มีความเสี่ยงปานกลาง ครอบคลุมโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป งานก่อสร้าง โรงพยาบาล คลังสินค้า ห้องเย็น สถานีบริการน้ำมัน โรงแรม รวมถึงกิจการตามกฎหมายโรงงาน ส่วนใหญ่ของ SME ที่เป็นโรงงานในไทยจะอยู่ในบัญชีนี้

หากนายจ้างยังไม่แน่ใจว่ากิจการของตนอยู่ในบัญชีใด ลองเทียบกับลักษณะของกิจการในบัญชีท้ายกฎกระทรวง — บัญชี 1 จะเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น เหมืองแร่ ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี · บัญชี 3 เป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ เช่น สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า · ที่เหลือส่วนใหญ่ตกอยู่ในบัญชี 2

สรุปเกณฑ์จำนวนคน

ขนาดสถานประกอบกิจการ (บัญชี 2) จป.ที่ต้องจัด
2-19 คน จป.หัวหน้างาน + จป.บริหาร (ไม่ต้องมี จป.เทคนิค)
20-49 คน + จป.เทคนิค อย่างน้อย 1 คน
50-99 คน + จป.เทคนิคขั้นสูง (แทน จป.เทคนิค)
100 คนขึ้นไป + จป.วิชาชีพ

หน้าที่ 6 ประการของ จป.เทคนิค

ตารางไอคอน 6 ช่อง แสดงหน้าที่ 6 ประการของ จป.เทคนิค — ตรวจสอบกฎหมาย, วิเคราะห์งาน, แนะนำลูกจ้าง, ตรวจสาเหตุอุบัติเหตุ, รวบรวมสถิติ, งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ 16 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 กำหนดหน้าที่ของ จป.เทคนิคไว้ 6 ข้อ — โครงสร้างคล้ายกับ จป.เทคนิคขั้นสูง แต่ลึกน้อยกว่าและไม่รวมหน้าที่ทางวิชาชีพอย่างการตรวจวัดสภาพแวดล้อม

  1. ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — หน้าที่นี้ทำให้ จป.เทคนิคต้องรู้ว่ามีกฎหมายอะไรบ้างที่กิจการต้องปฏิบัติ และเดินตรวจหน้างานเพื่อชี้ให้นายจ้างเห็นจุดที่ยังไม่ครบ
  2. วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย และกำหนดมาตรการป้องกัน + ขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง — กระบวนการนี้รู้จักกันในชื่อ JSA (Job Safety Analysis) หรือ HIRARC (Hazard Identification, Risk Assessment and Risk Control)
  3. แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามคู่มือ ว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ — หน้างานจริงคือการ Toolbox Talk หรือ Safety Talk ก่อนเข้ากะ
  4. ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ และรายงานผลพร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่อนายจ้างโดยไม่ชักช้า — คือการสอบสวนอุบัติเหตุ (Incident Investigation) ทุกครั้งที่เกิดเหตุ
  5. รวบรวมสถิติและจัดทำรายงาน เกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญเสนอต่อนายจ้าง — สถิติเหล่านี้ใช้ติดตามแนวโน้ม เช่น Lost Time Injury Frequency Rate (LTIFR)
  6. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่น ตามที่นายจ้างมอบหมาย

หน้าที่ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นกรอบขั้นต่ำตามกฎหมาย — ในทางปฏิบัตินายจ้างมักมอบหมายงานเพิ่ม เช่น ดูแลระบบ Permit to Work ดับเพลิงเบื้องต้น ตรวจ PPE หรือประสานงานกับ จป.หัวหน้างานของแต่ละแผนก

คุณสมบัติ 3 ทางเข้าสู่ตำแหน่ง จป.เทคนิค

ข้อ 15 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 เปิดทาง 3 ช่องให้เข้าเป็น จป.เทคนิค — ลูกจ้างมีคุณสมบัติทางใดทางหนึ่งก็พอ ไม่ต้องครบทุกข้อ

ทางที่ 1 — ผ่านการอบรมหลักสูตร จป.เทคนิค (ทางหลักของคนใหม่)

ลูกจ้างทั่วไปที่ยังไม่เคยเป็น จป. ใช้ทางนี้เป็นหลัก — ส่งเข้าอบรมหลักสูตร 30 ชั่วโมงตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด (ดูรายละเอียดหลักสูตรในหัวข้อถัดไป)

ทางนี้ไม่มีเงื่อนไขเรื่องวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ — ต่างจาก จป.เทคนิคขั้นสูงที่ต้องจบ ปวท. ขึ้นไป (ตามข้อ 18) และ จป.วิชาชีพที่ต้องจบปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยฯ (ตามข้อ 21) — เหมาะกับลูกจ้างระดับโรงงานที่ไม่ได้จบสายตรงด้านความปลอดภัย

ทางที่ 2 — เคยเป็น จป.เทคนิคตามกฎกระทรวงเดิม พ.ศ. 2549

ผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนเป็น จป.เทคนิคตามกฎกระทรวงเดิมก่อนปี 2565 ยังถือเป็น จป.เทคนิคตามกฎใหม่ได้เลย ไม่ต้องอบรมซ้ำ (ตามข้อ 49 บทเฉพาะกาล) — เหมาะกับคนที่ทำงานสายนี้มานาน

ทางที่ 3 — มีคุณสมบัติของ จป.ระดับสูงกว่า

หากลูกจ้างมีคุณสมบัติเป็น จป.เทคนิคขั้นสูง (ตามข้อ 18) หรือ จป.วิชาชีพ (ตามข้อ 21) อยู่แล้ว ก็เป็น จป.เทคนิคได้โดยอัตโนมัติ — เรียกได้ว่าคุณสมบัติเดินจาก "บน" ลง "ล่าง" ได้แต่กลับกันไม่ได้

หลักสูตรอบรม จป.เทคนิค 30 ชั่วโมง

การอบรมหลักสูตร จป.เทคนิค 30 ชั่วโมง 6 หมวด

หลักสูตรอบรมจริงตามกฎหมายปัจจุบันคือ 30 ชั่วโมง ออกตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566

หลายแหล่งข้อมูลในเว็บไซต์ HR ภาษาไทยยังเขียนว่า "อบรม 18 ชั่วโมง" — ตัวเลขนี้เป็นของกฎกระทรวงเก่า พ.ศ. 2549 ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ตัวเลขที่ถูกต้องตามกฎหมายปัจจุบันคือ 30 ชั่วโมง เท่านั้น

โครงสร้าง 6 หมวดวิชา

หลักสูตรประกอบด้วย 6 หมวดวิชา รวมการฝึกปฏิบัติ 9 ชั่วโมง ตามข้อ 2 ของประกาศกรม

หมวดวิชา เนื้อหา ชั่วโมง
1 ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม + บทบาทหน้าที่ จป.เทคนิค 3
2 กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 3
3 การประเมินอันตรายจากการทำงาน (ชี้บ่งอันตราย + ประเมินความเสี่ยง + แผนลดความเสี่ยง) 6
4 การตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย + การปรับปรุงสภาพการทำงาน 6
5 การป้องกันและควบคุมอันตรายจากการทำงาน (เครื่องจักร / ไฟฟ้า / สารเคมี / อัคคีภัย / PPE ฯลฯ) 3
6 การฝึกปฏิบัติ (ตรวจความปลอดภัย / ทำ HIRARC / สอบสวนอุบัติเหตุ / จัดทำคู่มือ) 9
รวม 30

ใครจัดอบรมได้

ตามข้อ 4 ของประกาศกรม 2566 — ผู้ที่จัดอบรมได้คือ

  • นายจ้างจัดเอง (in-house) โดยใช้วิทยากรที่ขึ้นทะเบียนกับกรม
  • ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรม ที่ได้รับการรับรองหลักสูตรจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
  • สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ (สสปท.)
  • สถาบันอุดมศึกษา ที่มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา
  • รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

นายจ้างควรเลือกหน่วยฝึกที่ตรวจสอบได้ว่าหลักสูตรยังอยู่ในอายุการรับรอง (รับรองคราวละ 3 ปี ตามข้อ 6 ของประกาศกรม) เพราะหากไปอบรมกับผู้ให้บริการที่หลักสูตรหมดอายุ ใบรับรองอาจใช้ขึ้นทะเบียนไม่ได้

ใครเป็นผู้จ่ายค่าอบรม

ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ห้ามผลักภาระให้ลูกจ้าง รวมถึงค่าหลักสูตร ค่าเดินทาง และค่าจ้างวันลาอบรม (ลูกจ้างยังคงได้รับค่าจ้างปกติ)

หลังอบรม — ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน

อบรม 30 ชั่วโมงจบและออกคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ยังไม่จบเรื่อง — ข้อ 42 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 บังคับว่า นายจ้างต้องนำรายชื่อ จป.เทคนิคไปขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้ง

หลายคนเข้าใจผิดว่ามีแต่ จป.เทคนิคขั้นสูงและ จป.วิชาชีพที่ต้องขึ้นทะเบียน — ความจริงคือ จป.ทุกระดับต้องขึ้นทะเบียน ทั้ง 5 ระดับใช้กรอบเวลา 30 วันเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ระดับเทคนิคขั้นสูงและวิชาชีพต้องผ่านการประเมินเพิ่มเติมตามข้อ 44

เอกสารที่ต้องแนบ

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การแจ้งการขึ้นทะเบียนฯ ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2565 — เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง เป็น จป.เทคนิค
  2. สำเนาใบรับรองผ่านการอบรม หลักสูตร จป.เทคนิค 30 ชั่วโมง
  3. สำเนาหนังสือเดินทาง / ใบอนุญาตทำงาน (เฉพาะกรณีไม่มีสัญชาติไทย)
  4. สำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนเดิม (กรณีเคยขึ้นทะเบียนมาก่อน)

ยื่นพร้อมแบบคำขอตามท้ายประกาศ ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ / จังหวัด หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรม รายละเอียดเพิ่มเติมดู การขึ้นทะเบียน จป. (ใช้ขั้นตอนเดียวกัน ต่างกันแค่ระดับ)

กรณีพ้นจากตำแหน่ง

หาก จป.เทคนิคลาออก เปลี่ยนตำแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นลูกจ้าง — นายจ้างต้องแจ้งการพ้นจากตำแหน่งภายใน 30 วันเช่นกัน ตามข้อ 45 และต้องจัดให้มี จป.เทคนิคคนใหม่แทน ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คนเดิมพ้น (ตามข้อ 24)

ความแตกต่างของ จป.แต่ละระดับ

อินโฟกราฟิกบันได 5 ขั้นเปรียบเทียบ จป. 5 ระดับ — หัวหน้างาน 12 ชม., บริหาร 12 ชม., เทคนิค 30 ชม. (ขั้นที่เน้น), เทคนิคขั้นสูง 180 ชม., วิชาชีพ 234 ชม.

หลายโรงงานสับสนว่าจะส่งคนไปอบรมระดับใด — สรุปจุดต่างที่สำคัญดังนี้

ประเด็น จป.หัวหน้างาน จป.เทคนิค จป.เทคนิคขั้นสูง
ประเภท โดยตำแหน่ง (ข้อ 6) โดยหน้าที่เฉพาะ (ข้อ 13) โดยหน้าที่เฉพาะ (ข้อ 13)
ใครต้องเป็น หัวหน้างานทุกคน ลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้ง ลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้ง
ขนาดกิจการ (บัญชี 2) 2 คนขึ้นไป 20-49 คน 50-99 คน
ชั่วโมงอบรม 12 ชม. 30 ชม. 180 ชม.
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ไม่กำหนด ไม่กำหนด ปวท. ขึ้นไป
ต้องประจำสถานประกอบกิจการ ไม่บังคับ (เป็นบทบาทเสริม) บังคับประจำ บังคับประจำ
ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน 30 วัน 30 วัน

ข้อสังเกตที่สำคัญ — จป.หัวหน้างานเป็น "บทบาทเสริม" ที่หัวหน้างานทำควบไปกับงานประจำของตัวเอง แต่ จป.เทคนิคต้องประจำสถานประกอบกิจการ หมายถึงต้องมีเวลาทำงานด้านความปลอดภัยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ทำเป็น part-time หลังเลิกงานหลัก

ข้อควรระวัง — เรื่องที่หลายโรงงานพลาด

1. ใช้ตัวเลขอบรม 18 ชั่วโมงจากกฎหมายเก่า

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด — กฎกระทรวง พ.ศ. 2549 (ถูกยกเลิก) เคยกำหนดให้อบรม 18 ชั่วโมง · กฎกระทรวง 2565 + ประกาศกรม 2566 ขยับเป็น 30 ชั่วโมง หากนายจ้างยังใช้หลักสูตร 18 ชั่วโมง ใบรับรองจะ ขึ้นทะเบียนไม่ได้

2. นับช่วงคน 20-50 แทน 20-49

ตัวเลขที่ถูกต้องคือ 20 คนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 50 คน — แปลว่าครอบคลุม 20 ถึง 49 คน ไม่รวม 50 หากครบ 50 คนเมื่อใด ต้องเปลี่ยนเป็น จป.เทคนิคขั้นสูงทันที (ตามข้อ 17)

3. คิดว่า จป.เทคนิคไม่ต้องขึ้นทะเบียน

จป.ทุกระดับต้องขึ้นทะเบียน — รวมถึงระดับหัวหน้างานที่หลายคนเข้าใจผิดด้วย ระยะเวลา 30 วันใช้เหมือนกันทั้งหมด

4. จัด จป.เทคนิคเป็นงานเสริมของพนักงาน

ข้อ 14 ระบุชัดว่าต้อง "ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานประกอบกิจการ" — แปลว่าต้องเป็นพนักงานประจำของกิจการนั้นจริง ไม่ใช่ outsource ภายนอก และต้องมีเวลาทำงานด้านความปลอดภัย ไม่ใช่ใช้เวลาว่าง

5. ลืมส่งรายงานครึ่งปี

ข้อ 47 ของกฎกระทรวงกำหนดว่า นายจ้างต้องส่งรายงานผลการดำเนินงานของ จป.เทคนิคต่อกรมสวัสดิการฯ ปีละ 2 ครั้ง (ภายใน 30 วันนับจาก 30 มิ.ย. และ 31 ธ.ค.) — รายงานนี้แยกจากการขึ้นทะเบียน ห้ามลืม

บทลงโทษกรณีไม่จัดให้มี จป.เทคนิค

นายจ้างที่ฝ่าฝืนไม่จัดให้มี จป.เทคนิคในกิจการที่เข้าเกณฑ์ มีความผิดตามมาตรา 56 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดูรายละเอียดบทลงโทษทั้งหมดได้ที่ บทลงโทษตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: โรงงานมีลูกจ้าง 25 คน ส่งพนักงานคนเดียวไปอบรม จป.เทคนิค พอหรือไม่? ตอบ: เพียงพอตามกฎหมาย — ข้อ 14 กำหนดขั้นต่ำ "อย่างน้อย 1 คน" สำหรับช่วง 20-49 คน · แต่หากลูกจ้างเพิ่มจนครบ 50 ต้องเปลี่ยนเป็น จป.เทคนิคขั้นสูง

ถาม: จป.เทคนิคต้องจบสายอาชีวอนามัยหรือไม่? ตอบ: ไม่ต้อง — ข้อ 15 ไม่กำหนดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำสำหรับการอบรม ลูกจ้างสายไหนก็เข้าอบรม 30 ชั่วโมงได้ ต่างจาก จป.เทคนิคขั้นสูง (ต้องจบ ปวท. ขึ้นไป) และ จป.วิชาชีพ (ต้องจบปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัย)

ถาม: หัวหน้างานที่อบรม จป.หัวหน้างาน 12 ชั่วโมงแล้ว ทำหน้าที่ จป.เทคนิคเลยได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้ — ใบรับรอง จป.หัวหน้างานไม่ครอบคลุมหน้าที่ จป.เทคนิค ต้องอบรมหลักสูตร 30 ชั่วโมงแยกต่างหาก เพราะคุณสมบัติทั้งสองเป็นคนละข้อในกฎหมาย (ข้อ 8 vs ข้อ 15)

ถาม: จป.เทคนิคเดิม (อบรมตามกฎหมาย 2549) ต้องอบรมใหม่หรือไม่? ตอบ: ไม่ต้อง — ข้อ 49 บทเฉพาะกาลรองรับว่าผู้ที่เคยเป็น จป.เทคนิคตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2549 ยังถือเป็น จป.เทคนิคตามกฎใหม่ได้ทันที ยังมีผลผูกพันต่อไป

ถาม: ถ้านายจ้างไม่ส่งขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน มีโทษอะไร? ตอบ: ฝ่าฝืนกฎกระทรวงข้อ 42 — เข้าเกณฑ์ความผิดตามมาตรา 56 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ 2554 ปรับสูงสุด 200,000 บาท แม้จะอบรมและแต่งตั้งครบแล้วก็ตาม

ถาม: อบรม จป.เทคนิคปีละครั้งต่อเนื่องหรือไม่? ตอบ: หลักสูตร 30 ชั่วโมงเป็นการอบรมครั้งเดียวเข้าตำแหน่ง · แต่ข้อ 23 กำหนดให้นายจ้างจัดให้ จป.เทคนิคได้รับการพัฒนาความรู้เพิ่มเติมปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด — แยกจากการอบรมเข้าตำแหน่งครั้งแรก

สรุป

จป.เทคนิคคือ "จป.โดยหน้าที่เฉพาะ" ระดับแรกตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 — กิจการในบัญชี 2 ที่มีลูกจ้าง 20-49 คนต้องจัดอย่างน้อย 1 คน ภายใน 180 วัน · ตำแหน่งนี้ต้องประจำสถานประกอบกิจการ มีหน้าที่ 6 ข้อตามข้อ 16 ครอบคลุมตั้งแต่ตรวจสอบกฎหมายไปจนถึงสอบสวนอุบัติเหตุ

จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ ตัวเลขอบรม 30 ชั่วโมง ไม่ใช่ 18 ชั่วโมง ตามที่หลายแหล่งยังเขียนผิด · ระยะเวลาขึ้นทะเบียน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง · และช่วงคน 20-49 คน ที่ไม่รวม 50

นายจ้างที่ฝ่าฝืนไม่จัดมีโทษปรับสูงสุด 200,000 บาท หรือจำคุก 6 เดือน — ฝ่าย HR ควรทบทวนจำนวนลูกจ้าง รายการบัญชีที่กิจการสังกัด และสถานะ จป.ที่มีอยู่ปัจจุบัน หากครบเกณฑ์แต่ยังไม่มี จป.เทคนิค ลำดับการดำเนินงานคือ — เลือกลูกจ้าง ส่งอบรม 30 ชั่วโมง ออกคำสั่งแต่งตั้ง แล้วยื่นขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ จป. และ คปอ.? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →