⚖️ กฎหมาย

กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — สรุปครบ 4 หมวด 23 ข้อ

สรุปกฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ครบ 4 หมวด 23 ข้อ นิยาม O2 19.5-23.5% LEL 10% บุคลากร 4 ตำแหน่ง หนังสืออนุญาตทำงาน 12 รายการ และหลักสูตรอบรม 4 ระดับตามประกาศกรม 2563

Safety Station 10122 เมษายน 2569อ่าน 31 นาที · 6,782 คำ
กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — สรุปครบ 4 หมวด 23 ข้อ

ผู้ประกอบกิจการที่มีถังน้ำมัน ไซโล ท่อระบาย บ่อบำบัด หรือพื้นที่ปิดอื่นในสถานประกอบกิจการ มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องบริหารจัดการความปลอดภัยให้เป็นไปตาม กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 การฝ่าฝืนมีโทษทางอาญาตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 และที่อับอากาศยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในกลุ่มต้นของอุบัติเหตุจากงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง บทความนี้สรุปสาระสำคัญทั้ง 4 หมวด 23 ข้อ พร้อมประกาศกรมหลักสูตรอบรม พ.ศ. 2563 ที่ขยายผลตามข้อ 20

1. ที่มาและศักดิ์ของกฎหมาย

กฎกระทรวงฉบับนี้ออกอาศัยอำนาจตาม มาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้ออก ประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

กฎกระทรวงฉบับนี้ ยกเลิก กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2547 (ฉบับเดิม) แต่ยังให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมตามฉบับเดิม ถือว่าได้รับการฝึกอบรมตามข้อ 20 ของฉบับใหม่แล้ว ตามบทเฉพาะกาลในข้อ 23

โครงสร้างของกฎกระทรวงแบ่งเป็น 4 หมวด รวม 23 ข้อ พร้อมบทเฉพาะกาล ดังนี้

หมวด เนื้อหา ข้อ
1 บททั่วไป — ป้ายเตือน, ห้ามเข้า, ข้อห้ามทางสุขภาพ 2 - 4
2 มาตรการความปลอดภัย — ประเมิน, ตรวจวัด, PPE, ผู้ควบคุมงาน, ผู้ช่วยเหลือ 5 - 16
3 การอนุญาต — หนังสืออนุญาตทำงาน (Permit-to-Work) 17 - 19
4 การฝึกอบรม — หลักสูตรตามอธิบดีประกาศกำหนด 20 - 23

2. คำจำกัดความตามกฎหมาย

ข้อ 1 ให้นิยามคำหลักไว้ 3 คำซึ่งเป็นกุญแจในการตีความข้อบังคับทุกข้อต่อจากนี้

2.1 "ที่อับอากาศ" (Confined Space)

ข้อ 1 บัญญัติว่า "ที่อับอากาศ" หมายความว่า

"ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจำกัดและไม่ได้ออกแบบไว้ สำหรับเป็นสถานที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย"

พร้อมยกตัวอย่างไว้ในข้อเดียวกัน ได้แก่ อุโมงค์ ถ้ำ บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ำมัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

การจะถือว่าเป็น "ที่อับอากาศ" ตามกฎหมาย ต้องเข้าองค์ประกอบครบสามประการ คือ (1) ทางเข้าออกจำกัด (2) ไม่ได้ออกแบบให้ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และ (3) มีสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่ง รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่บทความ ที่อับอากาศคืออะไร — ความรู้พื้นฐาน

2.2 "สภาพอันตราย"

ข้อ 1 กำหนดสภาพอันตรายไว้ 4 ลักษณะ ได้แก่

  • มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมหรือถมทับลูกจ้าง
  • มีสภาพที่อาจทำให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
  • มีสภาวะที่ลูกจ้างเสี่ยงได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
  • สภาพอื่นใดที่อธิบดีประกาศกำหนด

2.3 "บรรยากาศอันตราย"

อินโฟกราฟิกเกณฑ์บรรยากาศอันตรายตามข้อ 1 — ออกซิเจน 19.5-23.5% ปลอดภัย ห่างจากเกณฑ์อันตรายทั้งล่างและบน, ก๊าซติดไฟไม่เกิน 10% LEL, สารเคมีพิษไม่เกินขีดจำกัด

หัวใจของการตีความ "ปลอดภัยพอที่จะเข้าได้หรือยัง" อยู่ที่นิยามนี้ ข้อ 1 บัญญัติว่าบรรยากาศอันตรายคือสภาพอากาศที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • ออกซิเจน ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
  • มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำ ของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (Lower Flammable Limit / Lower Explosive Limit — LEL)
  • มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ มีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ำสุด (Minimum Explosible Concentration — MEC)
  • มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีเกินมาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยสารเคมีอันตราย
  • สภาวะอื่นใดที่อธิบดีประกาศกำหนด

ค่า O2 19.5-23.5% และ LEL 10% เป็นเกณฑ์ตามกฎหมายไทย พ.ศ. 2562 ซึ่งใช้ตัวเลขเดียวกับ OSHA 1910.146 ของสหรัฐ — เมื่ออ้างต้องระบุชัดว่าใช้ตามกฎกระทรวงไทย ไม่ใช่อ้าง OSHA ลอย ๆ เพราะกฎหมายที่บังคับใช้ในประเทศไทยคือกฎกระทรวงฉบับนี้

3. ขอบเขตการบังคับใช้

กฎกระทรวงฉบับนี้บังคับใช้กับ นายจ้างและสถานประกอบกิจการทุกประเภท ที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 และมีลักษณะงานที่ต้องให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าทำงานในที่อับอากาศ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานปิโตรเคมี โรงงานอาหาร โรงบำบัดน้ำเสีย งานก่อสร้างใต้ดิน อุโมงค์ ท่อระบายน้ำของหน่วยงาน หรือกิจการอื่นที่มีถัง ไซโล หรือพื้นที่ปิดในกระบวนการ

กรณีกิจการที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 (ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์) จะไม่อยู่ในบังคับของกฎกระทรวงฉบับนี้โดยตรง แต่อาจต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเทียบเท่าตามระเบียบของหน่วยงานต้นสังกัด

4. หน้าที่หลักของนายจ้างตามกฎหมาย

4.1 หมวด 1 บททั่วไป — ป้ายเตือนและข้อห้าม (ข้อ 2 - 4)

ข้อ 2 — ติดป้ายแจ้งข้อความ ตามข้อ 2 นายจ้างต้องจัดทำป้ายแจ้งข้อความว่า

"ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า"

ขนาดต้องมองเห็นได้ชัดเจน ติดตั้งโดยเปิดเผยบริเวณทางเข้าออกของที่อับอากาศ ทุกแห่ง กรณีที่อับอากาศต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะเปิดทางเข้าออก นายจ้างต้องจัดมาตรการควบคุมเพิ่มเติมพร้อมติดป้ายดังกล่าวด้วย

ข้อ 3 — ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อ 3 บัญญัติเป็นคำสั่งห้ามชัดเจน

"ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ เว้นแต่นายจ้างได้ดำเนินการ ให้มีความปลอดภัยตามกฎกระทรวงนี้แล้ว"

ลูกจ้างที่จะเข้าต้อง (1) ได้รับอนุญาตจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 17 และ (2) ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 ทั้งสองเงื่อนไขต้องครบ

ข้อ 4 — ห้ามอนุญาตให้ผู้มีโรคบางชนิดเข้า ข้อ 4 ห้ามนายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ หากนายจ้างรู้หรือควรรู้ว่าผู้นั้นเป็นโรคเกี่ยวกับ ทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นซึ่งแพทย์เห็นว่าการเข้าไปอาจเป็นอันตราย

ในทางปฏิบัติจึงต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบหนังสืออนุญาตทุกครั้ง (เชื่อมโยงกับข้อ 18 (12))

4.2 หมวด 2 มาตรการความปลอดภัย (ข้อ 5 - 16)

หมวดนี้เป็นหมวดที่ยาวที่สุดและมีรายละเอียดทางเทคนิคมากที่สุด ครอบคลุมการประเมิน ตรวจวัด PPE บุคลากร และข้อจำกัดของงาน สรุปได้ดังนี้

  • ข้อ 5 — ประเมินสภาพอันตราย นายจ้างต้องประเมินและจัดมาตรการควบคุม พร้อมเก็บหลักฐานไว้ที่สถานประกอบกิจการให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

  • ข้อ 6 — ตรวจวัดและบันทึก ต้องตรวจวัด บันทึก และประเมินสภาพอากาศ ก่อนให้ลูกจ้างเข้าและในระหว่างทำงาน หากพบบรรยากาศอันตรายต้องห้ามเข้า นำลูกจ้างที่อยู่ภายในออกทันที ค้นหาสาเหตุ และทำให้สภาพอากาศปลอดภัย พร้อม เก็บบันทึกไว้อย่างน้อย 1 ปี

รายละเอียดเทคนิคของการตรวจวัดดูได้ที่ 4 ก๊าซต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ

  • ข้อ 7 — กรณีจำเป็นเข้าทั้งที่มีบรรยากาศอันตราย ต้องจัด PPE ที่เหมาะสมและอุปกรณ์การทำงานชนิดที่ทำให้ปฏิบัติงานได้โดยปลอดภัย เช่น อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจชนิดส่งอากาศช่วยหายใจ (SAR) หรือ SCBA

  • ข้อ 8 — ผู้ควบคุมงาน นายจ้างต้องจัด ลูกจ้างซึ่งได้รับการฝึกอบรมตามข้อ 20 เป็นผู้ควบคุมงาน

    "เป็นผู้ควบคุมงานประจำในบริเวณพื้นที่ทำงานตลอดเวลา"

    หน้าที่ของผู้ควบคุมงาน ได้แก่ จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนช่วยเหลือฉุกเฉิน ชี้แจงและซักซ้อมหน้าที่ ควบคุมการใช้ PPE และที่สำคัญที่สุดคือ มีอำนาจสั่งหยุดงานไว้ชั่วคราวในทันทีเมื่อมีเหตุที่อาจก่ออันตราย หรือเมื่อลูกจ้างแจ้งว่าอาจเกิดอันตราย หากจำเป็นจะขอให้ผู้อนุญาตยกเลิกการอนุญาตเสียเลยก็ได้

  • ข้อ 9 — PPE และผู้ช่วยเหลือ นายจ้างต้องจัด PPE และอุปกรณ์ช่วยเหลือช่วยชีวิตที่เหมาะสม และจัด ลูกจ้างที่ผ่านการอบรมตามข้อ 20 เป็นผู้ช่วยเหลือ คอยเฝ้าดูแลทางเข้าออก สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ทำงานภายในและช่วยออกจากที่อับอากาศได้ตลอดเวลา

  • ข้อ 10 — สิ่งปิดกั้น ป้องกันมิให้บุคคลใดเข้าหรือตกลงไปในที่อับอากาศที่เป็นช่อง โพรง หลุม ถังเปิด หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

  • ข้อ 11 — ป้องกันสิ่งอันตรายรั่วเข้า กรณีที่อับอากาศมีผนังต่อหรือโอกาสที่พลังงาน สาร หรือสิ่งอันตรายจะรั่วเข้า ต้องปิดกั้นหรือใช้วิธีการอื่นที่ป้องกันได้

  • ข้อ 12 — ทางเดิน-ทางเข้าออก ต้องสะดวกและปลอดภัย

  • ข้อ 13 — ห้ามแหล่งจุดไฟ ประกาศห้ามสูบบุหรี่หรือพกพาอุปกรณ์จุดไฟ-ติดไฟที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานเข้าไปในที่อับอากาศ ติดป้ายแสดงไว้บริเวณทางเข้าออก

  • ข้อ 14 — อุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องเหมาะสม สภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน กรณีบรรยากาศไวไฟหรือระเบิดได้ ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดที่ไม่เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดการติดไฟหรือระเบิด (Intrinsically Safe / Explosion-Proof)

  • ข้อ 15 — อุปกรณ์ดับเพลิง เหมาะสม มีประสิทธิภาพ จำนวนเพียงพอ พร้อมใช้งานทันทีในงานที่อาจก่อให้เกิดการลุกไหม้

  • ข้อ 16 — ห้ามงาน Hot Work โดยทั่วไป ห้ามให้ลูกจ้างทำงานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ (เชื่อม เผาไหม้ ย้ำหมุด เจาะ ขัด) หรืองานที่ใช้สารระเหยง่าย สารพิษ สารไวไฟ ในที่อับอากาศ เว้นแต่นายจ้างจัดมาตรการความปลอดภัยตามกฎกระทรวงนี้ครบ และลูกจ้างมีสิทธิ์ปฏิเสธหากเห็นว่ามาตรการรองรับไม่พอ

4.3 หมวด 3 หนังสืออนุญาตทำงาน (ข้อ 17 - 19)

ภาพ isometric diagram แสดง 5 ขั้นตอน Permit-to-Work ที่อับอากาศ — ประเมินงาน, ตรวจวัดบรรยากาศ, ออกหนังสืออนุญาต, ปฏิบัติงานภายใต้การกำกับ, ปิดงาน+เก็บบันทึก ตามข้อ 17-19

หมวดนี้คือกระดูกสันหลังของระบบ Permit-to-Work — เป็นทางการตามกฎหมายไทย ใช้คำว่า "หนังสืออนุญาต" (ในวงการมักเรียก Permit-to-Work หรือ PTW)

ข้อ 17 — ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต บัญญัติว่า

"ให้นายจ้างเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ"

ในทางปฏิบัตินายจ้างจะมอบหมายเป็นหนังสือให้ลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 เป็น "ผู้อนุญาต" แทนก็ได้ โดยต้องเก็บหนังสือมอบหมายไว้ ณ สถานประกอบกิจการ

ข้อ 18 — รายละเอียดในหนังสืออนุญาต ต้องมีอย่างน้อย 12 รายการ ดังนี้

  1. ที่อับอากาศที่อนุญาตให้เข้าไปทำงาน
  2. วัน เวลาในการทำงาน
  3. งานที่ให้ลูกจ้างเข้าไปทำ
  4. ชื่อลูกจ้างที่อนุญาตให้เข้าไปทำงาน
  5. ชื่อผู้ควบคุมงานตามข้อ 8
  6. ชื่อผู้ช่วยเหลือตามข้อ 9 (2)
  7. อันตรายที่ลูกจ้างอาจได้รับ วิธีปฏิบัติตน วิธีช่วยเหลือออกจากที่อับอากาศกรณีฉุกเฉิน และวิธีหลีกหนีภัย
  8. ผลการประเมินสภาพอันตรายและบรรยากาศอันตราย
  9. มาตรการความปลอดภัยที่เตรียมไว้ก่อนเข้า
  10. PPE และอุปกรณ์ช่วยเหลือช่วยชีวิต
  11. ชื่อและลายมือชื่อผู้ขออนุญาต และผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 17
  12. ผลการตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่ทำงานในที่อับอากาศ โดยมีใบรับรองแพทย์

ข้อ 19 — การเก็บและปิดแสดง หนังสืออนุญาตตามข้อ 18 ต้องเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ทำงานเพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ และต้อง ปิดหรือแสดงสำเนาไว้ที่บริเวณทางเข้าที่อับอากาศให้เห็นชัดเจนตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน

ขั้นตอนการออก permit ในทางปฏิบัติดูได้ที่ Permit to Work — ขั้นตอนการอนุญาต

4.4 หมวด 4 การฝึกอบรม (ข้อ 20 - 23)

ข้อ 20 เป็นมาตรการแม่ของระบบฝึกอบรม กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศแก่ลูกจ้างทุกคนที่ทำงานในที่อับอากาศและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรที่ อธิบดีประกาศกำหนด หากนายจ้างไม่สามารถดำเนินการเองได้ ต้องให้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 เป็นผู้ดำเนินการ

ข้อ 21 บังคับให้เก็บหลักฐานการฝึกอบรม ส่วนข้อ 22 และ 23 เป็นบทเฉพาะกาลสำหรับการเปลี่ยนผ่านจากกฎกระทรวงฉบับเดิม

5. บุคลากร 4 ตำแหน่งและหลักสูตรอบรม

ภาพประกอบ flat illustration บุคลากร 4 ตำแหน่งตามข้อ 8 — ผู้อนุญาต, ผู้ควบคุมงาน, ผู้ปฏิบัติงาน, ผู้ช่วยเหลือ ทุกตำแหน่งต้องผ่านอบรมตามข้อ 20

ทั้งกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 (ข้อ 8 และข้อ 17) และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ได้กำหนด บุคลากร 4 ตำแหน่ง ตามชื่อทางการที่ใช้ในกฎหมายไทย ดังนี้

# ตำแหน่ง บทบาท ระยะเวลาอบรม อ้างอิง
1 ผู้อนุญาต อนุญาตให้ลูกจ้างเข้า ตรวจสอบความพร้อมก่อนลงนาม ไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมง (1 วัน) ข้อ 8 (ประกาศกรม 2563)
2 ผู้ควบคุมงาน คุมหน้างานตลอดเวลา จัดทำแผน สั่งหยุดงานชั่วคราวได้ ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง (2 วันต่อเนื่อง) ข้อ 9 (ประกาศกรม 2563)
3 ผู้ช่วยเหลือ เฝ้าทางเข้าออก สื่อสาร ช่วยเหลือฉุกเฉิน + CPR ไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง (3 วันต่อเนื่อง) ข้อ 10 (ประกาศกรม 2563)
4 ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ เข้าไปทำงานจริง ใช้ PPE และอุปกรณ์ตามขั้นตอน ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง (2 วันต่อเนื่อง) ข้อ 11 (ประกาศกรม 2563)

ประกาศกรม 2563 ยังกำหนดหลักสูตรรวม 24 ชั่วโมง (4 วันต่อเนื่อง) สำหรับผู้ที่ต้องทำหลายบทบาทพร้อมกัน (ข้อ 12) และ หลักสูตรอบรมทบทวนภาคทฤษฎีไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ทุก 5 ปี ตามข้อ 13 และข้อ 14 หากนายจ้างไม่จัดให้ลูกจ้างเข้าฝึกอบรมทบทวนภายใน 30 วันก่อนครบ 5 ปี ลูกจ้างต้องเริ่มอบรมเต็มหลักสูตรใหม่

ผู้เข้าอบรมภาคปฏิบัติต้อง อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่เป็นโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นที่แพทย์เห็นว่าอาจเป็นอันตราย (ข้อ 5 (1)-(2) ประกาศกรม 2563) และต้อง ผ่านการฝึกอบรมดับเพลิงขั้นต้น ตามกฎหมายอัคคีภัยมาก่อน (ข้อ 15 ประกาศกรม 2563)

ต้องการให้ทีมงานของคุณผ่านอบรมตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 ครบทั้ง 4 บทบาทในคอร์สเดียว? Safety Station เปิดหลักสูตร ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ 4 ผู้ (ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงาน) 4 วัน 24 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 + ประกาศกรม พ.ศ. 2563 พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม

6. เกณฑ์และมาตรฐานที่ต้องผ่าน

ตารางสรุปตัวเลขสำคัญที่ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน และ จป. ต้องจำให้ขึ้นใจ

รายการ เกณฑ์ อ้างอิง
ออกซิเจน (O₂) ระหว่างร้อยละ 19.5 - 23.5 โดยปริมาตร ข้อ 1 (กฎกระทรวง 2562)
ก๊าซ/ไอ/ละอองติดไฟ ไม่เกินร้อยละ 10 ของ LEL ข้อ 1 (กฎกระทรวง 2562)
ฝุ่นติดไฟ ต่ำกว่า MEC ข้อ 1 (กฎกระทรวง 2562)
สารเคมีอื่น ไม่เกินมาตรฐานในกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย ข้อ 1 (กฎกระทรวง 2562)
ความถี่ตรวจวัด ก่อนเข้า + ระหว่างทำงาน ข้อ 6 (กฎกระทรวง 2562)
เก็บบันทึกผลตรวจวัด ไม่น้อยกว่า 1 ปี ข้อ 6 (กฎกระทรวง 2562)
รายการในหนังสืออนุญาต อย่างน้อย 12 ข้อ ข้อ 18 (กฎกระทรวง 2562)
ปิดสำเนาหนังสืออนุญาต บริเวณทางเข้าตลอดเวลาทำงาน ข้อ 19 (กฎกระทรวง 2562)
อบรมทบทวน ภาคทฤษฎีไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ทุก 5 ปี ข้อ 13 - 14 (ประกาศกรม 2563)

ค่า O₂ 19.5-23.5% และ LEL ≤ 10% ที่ใช้ในกฎหมายไทย พ.ศ. 2562 ตรงกับเกณฑ์ใน OSHA 29 CFR 1910.146 (Permit-Required Confined Spaces) ของสหรัฐอเมริกา การที่ค่าเท่ากันเป็นผลจากการพิจารณาทางวิทยาศาสตร์เรื่องสรีรวิทยาของออกซิเจนและขีดจำกัดการระเบิด อย่างไรก็ตาม เมื่ออ้างในเอกสารทางการของไทย ต้องระบุว่าใช้ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 ไม่ใช่อ้าง OSHA

7. บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน

กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ดังนั้นการฝ่าฝืนมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง ถือเป็นความผิดตาม มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ. ฉบับเดียวกัน

"นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

นอกจากนี้ การไม่จัดให้มีการฝึกอบรมตามข้อ 20 ของกฎกระทรวง (ซึ่งโยงกลับไปยังหน้าที่นายจ้างตามมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.) มีบทลงโทษเพิ่มเติมตาม มาตรา 56 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และในกรณีนิติบุคคลกระทำผิด หากการกระทำผิดเกิดจากการสั่งการหรือไม่สั่งการของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงาน ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ด้วย ตาม มาตรา 69 รายละเอียดดูเพิ่มได้ที่ ค่าปรับและบทลงโทษ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ

ในกรณีที่การฝ่าฝืนทำให้ลูกจ้างเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส อาจมีความผิดเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (มาตรา 291) ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงกว่า

8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม 1 — ถังเปล่าที่เคยใส่น้ำมัน ล้างแล้วยังนับเป็นที่อับอากาศหรือไม่ นับเป็นที่อับอากาศ เพราะองค์ประกอบ "ทางเข้าออกจำกัด" และ "ไม่ได้ออกแบบให้ทำงานต่อเนื่อง" ยังครบ ส่วนบรรยากาศอันตรายต้องตรวจวัดก่อนเข้าเสมอเพราะสารตกค้างหรือไอระเหยอาจทำให้ค่า LEL เกินร้อยละ 10 ได้ (ข้อ 1 และข้อ 6)

ถาม 2 — ใช้ผู้รับเหมาที่อบรมมาจากบริษัทแม่ที่อื่น ใบเซอร์ใช้ได้ไหม ใช้ได้หากใบรับรองออกโดยนายจ้างหรือนิติบุคคลตามมาตรา 11 ที่ได้รับอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และมีรายละเอียดครบตามข้อ 3 (5) ของประกาศกรม 2563 (ชื่อหน่วยงาน ชื่อผู้ผ่าน ชื่อหลักสูตร สถานที่อบรม วันเวลา ลงนามนายจ้าง) นอกจากนี้ต้องยังไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันอบรม (ข้อ 14 ประกาศกรม 2563)

ถาม 3 — Permit-to-Work ต่ออายุได้ไหม กฎกระทรวงไม่ได้ใช้คำว่า "ต่ออายุ" แต่ข้อ 18 (2) กำหนดให้ระบุวัน-เวลาในการทำงาน หากเลยเวลาที่อนุญาตหรือสภาพหน้างานเปลี่ยน ต้องออกหนังสืออนุญาตฉบับใหม่และตรวจวัดบรรยากาศใหม่ (ข้อ 6 บังคับตรวจระหว่างทำงานอยู่แล้ว) ในทางปฏิบัติ permit หนึ่งฉบับใช้ภายในกะหรือต่อเนื่องสำหรับงานเดิม

ถาม 4 — ผู้ควบคุมงานคนเดียวคุมหลายจุดพร้อมกันได้ไหม ทำได้ หากเป็นการทำงานในบริเวณพื้นที่เดียวกันในคราวเดียวกัน และผู้ควบคุมงานสามารถเดินถึงแต่ละจุดได้อย่างรวดเร็วในทันทีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน (ข้อ 8 วรรคสอง)

ถาม 5 — กฎกระทรวง 2547 ฉบับเดิมยังใช้อ้างได้หรือไม่ ไม่ได้ ฉบับ 2547 ถูกยกเลิกโดยกฎกระทรวง 2562 อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมตามฉบับเดิมก่อนปี 2562 ถือว่าได้รับการฝึกอบรมตามข้อ 20 แล้ว ตามบทเฉพาะกาลข้อ 23 แต่ต้องเข้าอบรมทบทวนทุก 5 ปีตามข้อ 14 ของประกาศกรม 2563

9. สรุป

  • กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ออกตาม มาตรา 5 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 มี 4 หมวด 23 ข้อ ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2547 เดิม
  • บรรยากาศอันตรายตามข้อ 1 — O₂ ต่ำกว่า 19.5% หรือมากกว่า 23.5% และก๊าซติดไฟ เกินร้อยละ 10 ของ LEL (เกณฑ์ตามกฎหมายไทย ไม่ใช่อ้าง OSHA ลอย ๆ)
  • บุคลากร 4 ตำแหน่งตามชื่อทางการ — ผู้อนุญาต / ผู้ควบคุมงาน / ผู้ปฏิบัติงาน / ผู้ช่วยเหลือ อบรม 7 / 12 / 18 / 12 ชั่วโมง ตามประกาศกรม 2563
  • ทุกครั้งที่เข้า ต้องมี หนังสืออนุญาต (Permit-to-Work) มีรายละเอียดอย่างน้อย 12 ข้อ ตามข้อ 18 และปิดสำเนาที่ทางเข้าตลอดเวลาทำงานตามข้อ 19
  • การฝ่าฝืนมีโทษตาม มาตรา 53 ปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และมาตรา 56 สำหรับการไม่ฝึกอบรม กรรมการรับผิดส่วนตัวได้ตามมาตรา 69

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ อับอากาศ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — สรุป 10 หมวด 36 ข้อ
กฎหมาย

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — สรุป 10 หมวด 36 ข้อ

สรุปสาระสำคัญกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ครบทั้ง 10 หมวด 36 ข้อ พร้อมขีดจำกัด TWA/STEL/Ceiling ตามประกาศกรม 2560 และบทลงโทษตาม พ.ร.บ. 2554 มาตรา 56

6 เม.ย. 2569อ่าน 39 นาที
กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — สรุป 9 หมวด 67 ข้อ
กฎหมาย

กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — สรุป 9 หมวด 67 ข้อ

สรุปกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ครบ 9 หมวด 67 ข้อ — แจ้งก่อนเริ่มงาน 15 วัน ผู้ควบคุมงาน บันได 1.50 ม. รั้ว 2 ม. PPE ลิฟต์ชั่วคราว งานในน้ำ และงานรื้อถอน

12 พ.ค. 2569อ่าน 38 นาที
กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 — สรุปครบ 4 หมวด 25 ข้อ
กฎหมาย

กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 — สรุปครบ 4 หมวด 25 ข้อ

สรุปกฎกระทรวงความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ครบ 4 หมวด 25 ข้อ หน้าที่นายจ้าง 5 ประการ เกณฑ์แรงดัน 50 โวลต์ ระบบป้องกันฟ้าผ่า PPE และผู้ตรวจสอบตามมาตรา 9/11

16 พ.ค. 2569อ่าน 40 นาที