กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 — สรุปครบ 4 หมวด 25 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ครบ 4 หมวด 25 ข้อ หน้าที่นายจ้าง 5 ประการ เกณฑ์แรงดัน 50 โวลต์ ระบบป้องกันฟ้าผ่า PPE และผู้ตรวจสอบตามมาตรา 9/11

ผู้ประกอบกิจการที่มีระบบไฟฟ้าในสถานประกอบกิจการทุกแห่ง มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องบริหารจัดการความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้าให้ได้มาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 การละเลยหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้มีบทลงโทษทางอาญาทั้งจำคุกและปรับ และเมื่อเกิดอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของลูกจ้าง ผู้บริหารและกรรมการอาจถูกดำเนินคดีในนามส่วนตัวร่วมกับนิติบุคคล
1. ที่มาและข้อมูลสำคัญของกฎกระทรวง
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 โดยพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 และให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 |
| ออกตาม | มาตรา 5 + มาตรา 8 พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 |
| ลงนาม | 20 มกราคม 2558 |
| ประกาศ ร.จ. | 6 กุมภาพันธ์ 2558 |
| บังคับใช้ | 8 เมษายน 2558 (พ้น 60 วันนับแต่ประกาศ) |
| โครงสร้าง | 4 หมวด 24 ข้อ + บทเฉพาะกาล (ข้อ 25) |
กฎกระทรวงนี้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่นายจ้างต้องปฏิบัติ การจัดทำข้อบังคับของสถานประกอบกิจการต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
2. ขอบเขตการบังคับใช้
กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับกับ ทุกสถานประกอบกิจการที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 และมีระบบไฟฟ้าหรือบริภัณฑ์ไฟฟ้า ครอบคลุมตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ คลังสินค้า โกดัง สถานบริการ ไปจนถึงสถานประกอบกิจการขนาดเล็กที่มีลูกจ้าง โดยมีข้อยกเว้นตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ได้แก่ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และกิจการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเฉพาะเรื่อง
นิยามสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนตีความข้อกำหนดอื่นมีดังนี้
- บริภัณฑ์ไฟฟ้า — อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ วัสดุ เครื่องประกอบ หรือเครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้าเป็นต้นกำลังหรือเป็นส่วนประกอบ หรือที่ใช้เกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้า
- แรงดันไฟฟ้า — ค่าความต่างศักย์ระหว่างสายกับสาย สายกับดิน หรือระหว่างจุดหนึ่งกับจุดอื่น มีหน่วยเป็นโวลต์
- การไฟฟ้าประจำท้องถิ่น — การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
- วิศวกร — ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
- ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า — ลูกจ้างซึ่งทำหน้าที่ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือหน้าที่อื่นในลักษณะเดียวกัน กับระบบไฟฟ้า บริภัณฑ์ไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้า
นิยาม "ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า" สำคัญที่สุด เพราะเป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าลูกจ้างคนใดต้อง ผ่านการฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน ตามข้อ 4 ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ไฟฟ้าในที่ทำงาน แต่หมายถึงคนที่เข้าไปติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ ซ่อม หรือบำรุงรักษาระบบและบริภัณฑ์ไฟฟ้าโดยตรง
3. โครงสร้าง 4 หมวด 25 ข้อ

| หมวด | เนื้อหา | ข้อ |
|---|---|---|
| 1 | บททั่วไป — ข้อบังคับ อบรม แผนผังวงจร ป้ายเตือน PPE ตรวจสอบ | 3 - 13 |
| 2 | บริภัณฑ์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า | 14 - 19 |
| 3 | ระบบป้องกันฟ้าผ่า | 20 |
| 4 | อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า | 21 - 24 |
| บทเฉพาะกาล | ผู้ตรวจสอบในช่วงเปลี่ยนผ่าน | 25 |
หมวด 1 เป็นหัวใจของกฎกระทรวงฉบับนี้ เพราะกำหนดหน้าที่หลักของนายจ้างรวม 11 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำเอกสาร การฝึกอบรม การจัดทำแผนผังวงจร การติดป้ายเตือน การควบคุมพฤติกรรมการทำงาน การดูแลบริภัณฑ์ การตรวจสอบประจำปี ไปจนถึงการติดแผ่นภาพปฐมพยาบาล
4. หน้าที่หลัก 5 ประการของนายจ้าง

4.1 จัดทำข้อบังคับและฝึกอบรมลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (ข้อ 3, ข้อ 4)
ข้อ 3 บัญญัติให้นายจ้างต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า โดยให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ เพื่อให้ลูกจ้างปฏิบัติตาม
ข้อ 4 บัญญัติให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมให้กับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
หลักเกณฑ์ขยายผลตามข้อ 4 อยู่ใน ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2558 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 โดยกำหนดเงื่อนไขสำคัญดังนี้
- ระยะเวลาอบรมไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ครอบคลุมหัวข้อกฎหมาย ความรู้พื้นฐานระบบไฟฟ้า สาเหตุและการป้องกันอันตราย PPE และการช่วยเหลือผู้ประสบอันตราย
- ห้องอบรม 1 ห้องมีผู้เข้ารับการอบรม ไม่เกิน 60 คน ต่อวิทยากร 1 คน
- ผู้เข้าอบรมต้องผ่านการวัดผลและประเมินผลไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60
- ลูกจ้างที่ได้รับ หนังสือรับรองความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ถือว่าผ่านการฝึกอบรมตามประกาศนี้ (เพิ่มเติมโดยฉบับ 2 พ.ศ. 2559)
- นายจ้างต้องจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการอบรมและแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการอบรม
กำลังหาที่จัดอบรมความปลอดภัยไฟฟ้าให้ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าตามข้อ 4? Safety Station เปิดหลักสูตร ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2558 ครบ 1 วัน พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม
4.2 แผนผังวงจรไฟฟ้า ป้ายเตือน และแผ่นภาพปฐมพยาบาล (ข้อ 5, ข้อ 6, ข้อ 13)
นายจ้างต้องจัดให้มีและเก็บรักษา แผนผังวงจรไฟฟ้าที่ติดตั้งภายในสถานประกอบกิจการทั้งหมด ซึ่งได้รับการรับรองจากวิศวกรหรือการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้องดำเนินการแก้ไขแผนผังให้ถูกต้อง
ข้อ 6 บังคับให้ติดตั้ง ป้ายตัวอักษรหรือสัญลักษณ์เตือนอันตรายจากไฟฟ้า ที่มองเห็นได้ชัดเจนในบริเวณที่อาจเกิดอันตราย ตามแบบที่กำหนดในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 13 บังคับให้ติด แผ่นภาพพร้อมคำบรรยาย ในบริเวณที่ทำงานที่ลูกจ้างมองเห็นได้ชัดเจน ในเรื่อง
- วิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า
- การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีปากเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของผู้ประสบอันตราย และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
4.3 ควบคุมพฤติกรรมการทำงานใกล้สิ่งมีกระแสไฟฟ้า (ข้อ 7 - ข้อ 10)

หมวด 1 กำหนดข้อห้ามและเงื่อนไขสำคัญในการทำงานใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า โดยอิงระยะห่างปลอดภัยตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือมาตรฐานของการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกรณียังไม่มีมาตรฐานของ วสท.
- ข้อ 7 — ห้ามให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐาน วสท. เว้นแต่ให้ลูกจ้างสวม PPE ฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับแรงดัน หรือนำฉนวนหุ้มสิ่งที่มีกระแส และจัดให้มีวิศวกรหรือผู้ที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ควบคุมงานจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นควบคุมการปฏิบัติงาน
- ข้อ 8 — ห้ามให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานอื่น (ไม่ใช่งานไฟฟ้า) หรืออนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐาน วสท. โดยไม่มีข้อยกเว้น
- ข้อ 9 — ห้ามให้ลูกจ้างสวมใส่ เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้า ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี แรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์ โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่จัดให้สวม PPE หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดัน
- ข้อ 10 — กรณีให้ลูกจ้างทำงานโดยใช้อุปกรณ์ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้สิ่งที่มีกระแส ต้องจัดอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า อุปกรณ์ที่หุ้มด้วยฉนวน หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดัน
ข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับเกณฑ์ 50 โวลต์ — เกณฑ์ "แรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์" ที่ปรากฏในข้อ 9 และข้อ 17 ของกฎกระทรวงนี้ เป็นเกณฑ์ตามกฎหมายไทย ไม่ใช่ Class แรงดันตาม OSHA 1910.137 ของสหรัฐอเมริกา (ซึ่ง Class 00 = 500 V, Class 0 = 1,000 V) หรือ IEEE C2 — โรงงานในไทยที่อยู่ภายใต้กฎหมายไทยใช้เกณฑ์ 50 โวลต์เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าต้องคุมพฤติกรรมการทำงานและจัดอุปกรณ์ป้องกันหรือไม่ ส่วน Class ของ PPE สากลใช้สำหรับกำหนดมาตรฐาน Dielectric ของถุงมือยางและอุปกรณ์ฉนวนต่างหาก
ส่วน ระยะห่างปลอดภัย (Safety Clearance) สำหรับการทำงานใกล้สายไฟฟ้าและบริภัณฑ์ที่มีกระแส ให้ใช้ตารางตามมาตรฐาน วสท. ซึ่งจำแนกตามระดับแรงดันเป็นกิโลโวลต์ (kV) ต่อระยะเป็นเมตร ตัวอย่างการอ้างอิงที่ใช้กันในอุตสาหกรรม คือ ระดับแรงดันยิ่งสูง ระยะห่างที่ห้ามเข้าใกล้ยิ่งกว้าง โดยจะมีการแยกระยะออกเป็น Look-Reach Zone, Restricted Approach และ Prohibited Approach ตามที่ วสท. กำหนด — รายละเอียดของตารางระยะห่างนี้ให้ตรวจสอบกับมาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุดที่บังคับใช้กับงานในสถานประกอบกิจการ
4.4 ดูแล ซ่อมแซม และจัดทำหลักฐานบริภัณฑ์ไฟฟ้า (ข้อ 11, ข้อ 14 - ข้อ 19)
ข้อ 11 บัญญัติให้นายจ้างดูแล บริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากพบว่าชำรุดหรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้งาน ให้ซ่อมแซมหรือดำเนินการให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีหลักฐานในการดำเนินการเพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
หมวด 2 กำหนดมาตรฐานการติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยอิง มาตรฐาน วสท. เป็นหลัก หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานของการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น มีจุดที่ต้องเน้นเป็นพิเศษดังนี้
- ข้อ 14 — การติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน วสท.
- ข้อ 15 (LOTO — กุญแจและป้าย) — ให้นายจ้างจัดให้มี กุญแจป้องกันการสับสวิตช์เชื่อมต่อวงจร หรือจัดให้มีระบบระวังป้องกันมิให้เกิดการสับสวิตช์เชื่อมต่อวงจร ตลอดเวลาที่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าทำงาน ติดตั้ง ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าหรือบริภัณฑ์ไฟฟ้า และให้ ติดป้ายแสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามสับสวิตช์เชื่อมต่อวงจร ไว้ด้วย — รายละเอียดขั้นตอนการตัดและล็อกพลังงาน ดูที่ Lockout/Tagout — ขั้นตอนตัดและล็อก
- ข้อ 16 — ห้ามให้ลูกจ้างทำความสะอาดบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า เว้นแต่มีมาตรการด้านความปลอดภัยรองรับครบถ้วน
- ข้อ 17 — กรณีบริภัณฑ์ไฟฟ้าใช้แรงดันเกินกว่า 50 โวลต์ ต้องจัด ที่ปิดกั้นอันตราย หรือ แผ่นฉนวนไฟฟ้าปูพื้น เพื่อป้องกันการสัมผัส
- ข้อ 18 — ติดตั้ง เต้ารับ สายไฟฟ้า อุปกรณ์ และเครื่องป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน ที่มีขนาด ชนิด และประเภทเหมาะสม + เพียงพอ ตามมาตรฐาน วสท.
- ข้อ 19 — การใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ต้องติดตั้งในพื้นที่กว้างพอ มีการระบายอากาศเพียงพอ (ต่อท่อไอเสียออกภายนอกหากติดตั้งในห้อง) มีเครื่องป้องกันกระแสเกิน และมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้กับไฟฟ้าและน้ำมัน กรณีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ต้องจัดเครื่องป้องกันการใช้ผิดหรือสวิตช์สับโยกสองทาง เพื่อมิให้ต่อขนานกับระบบของการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น เว้นแต่ได้รับอนุญาต
งานเชื่อม-ตัดบนระบบไฟฟ้าและงานที่เกี่ยวข้องกับประกายไฟใกล้บริภัณฑ์ไฟฟ้า ควรจัดทำ Hot Work Permit งานเชื่อม-ตัด ควบคู่กับมาตรการ LOTO ตามข้อ 15
4.5 ตรวจสอบและบำรุงรักษาประจำปีโดยผู้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือมาตรา 11 (ข้อ 12)
ข้อ 12 เป็นข้อที่นายจ้างส่วนใหญ่มักพลาด เพราะกำหนดให้นายจ้างต้องจัด การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยให้ บุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 แล้วแต่กรณี เป็นผู้จัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองไว้ เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
มาตรา 9 และมาตรา 11 ที่อ้างถึงเป็นมาตราใน พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ไม่ใช่ข้อในกฎกระทรวงฉบับนี้ มาตรา 9 ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนของบุคคลธรรมดาที่จะให้บริการตรวจวัด ตรวจสอบ ทดสอบ รับรอง ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งจัดฝึกอบรมหรือให้คำปรึกษา ส่วนมาตรา 11 ว่าด้วยใบอนุญาตของนิติบุคคลที่ให้บริการลักษณะเดียวกัน
หลักเกณฑ์ขยายผลของข้อ 12 ถูกปรับปรุงใหม่ใน ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 13 มกราคม 2568) ซึ่งยกเลิกประกาศฉบับ 24 ธันวาคม 2558 และกำหนดเงื่อนไขใหม่ดังนี้
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ผู้บันทึกผลต้องเป็น บุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือ นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554
- จัดทำบันทึกผลตามแบบฟอร์มที่แนบท้ายประกาศ ครอบคลุมแรงสูง หม้อแปลง ตู้เมนสวิตช์ แรงต่ำภายในอาคาร และบริภัณฑ์ไฟฟ้า
- แจ้งบันทึกผลต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ตรวจสอบเสร็จสิ้น ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการฯ เป็นหลัก หรือยื่นเอกสารด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
- กรณีที่นายจ้างได้ตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารแล้ว ให้ถือว่าเป็นการตรวจสอบและรับรองตามประกาศฉบับนี้
4.6 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน (ข้อ 21 - ข้อ 24) และระบบป้องกันฟ้าผ่า (ข้อ 20)
หมวด 4 บัญญัติให้นายจ้างจัด PPE ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนำไฟฟ้า (Conductive Suit)
กรณีปฏิบัติงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตร ขึ้นไป ให้นายจ้างจัดให้มีการใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์ หรืออุปกรณ์ที่ป้องกันการตกจากที่สูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐาน
ข้อ 22 กำหนดคุณสมบัติของ PPE และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าไว้สามประการ ได้แก่ (1) เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณปฏิบัติงานหรือใกล้เคียง (2) ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้าต้องสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว และ (3) ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและทนต่อการฉีกขาด ต้องใช้ร่วมกับถุงมือยางทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
ข้อ 23 บัญญัติให้กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าใกล้หรือเหนือน้ำซึ่งอาจทำให้ลูกจ้างเกิดอันตรายจากการจมน้ำ ต้องจัดให้ลูกจ้างสวมใส่ ชูชีพกันจมน้ำ เว้นแต่การสวมใส่จะทำให้เสี่ยงมากขึ้น ส่วนข้อ 24 บัญญัติให้นายจ้างต้อง บำรุงรักษาและจัดเก็บ PPE ในสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งตรวจสอบและทดสอบตามมาตรฐานและวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด
สำหรับ ระบบป้องกันฟ้าผ่า ตามข้อ 20 นายจ้างต้องจัดให้มีระบบป้องกันฟ้าผ่าตามมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งต่อไปนี้ ไม่ได้บังคับเฉพาะมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง
- มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่าของ วสท.
- มาตรฐานของ NFPA (National Fire Protection Association — สมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา)
- มาตรฐานของ IEC (International Electrotechnical Commission — คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์)
- มาตรฐานอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
โดยติดตั้งที่สถานประกอบกิจการ อาคาร ปล่องควัน รวมถึงบริเวณที่มีถังเก็บของเหลวไวไฟหรือก๊าซไวไฟ
5. บทเฉพาะกาล — วิศวกรในช่วงเปลี่ยนผ่าน (ข้อ 25)
ข้อ 25 บัญญัติให้ วิศวกรตามคำนิยามในกฎกระทรวงนี้ เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองการดำเนินการตามข้อ 12 จนกว่าจะได้มีบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 แล้วแต่กรณี
ในทางปฏิบัติ บทเฉพาะกาลนี้ยังมีผลใช้บังคับในหลายส่วน เพราะระบบขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าตามมาตรา 9 และระบบใบอนุญาตนิติบุคคลตามมาตรา 11 ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ — นายจ้างจึงยังสามารถใช้ วิศวกรไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองได้ตามแบบฟอร์มที่กำหนดในประกาศกรมฯ พ.ศ. 2568 ข้อ 2 (1)
6. บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
กฎกระทรวงฉบับนี้ไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้เอง แต่ใช้บทลงโทษที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 หมวด 8 (มาตรา 53 - มาตรา 72) โดยมาตราโทษที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่
| ฐานความผิด | มาตราโทษ | บทลงโทษ |
|---|---|---|
| ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวง (มาตรา 8) | มาตรา 53 | จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ไม่จัดให้มีการฝึกอบรม (เชื่อมโยงกับมาตรา 16) | มาตรา 56 | จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ไม่ปิดประกาศ ไม่ติดป้ายเตือน (เชื่อมโยงกับมาตรา 15, 17) | มาตรา 58 | จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ไม่จัดและดูแล PPE (เชื่อมโยงกับมาตรา 22) | มาตรา 62 | จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
ฐานความผิดส่วนใหญ่ของกฎกระทรวงฉบับนี้เข้าข่าย มาตรา 53 เพราะเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงตามอำนาจมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ มาตรา 69 บัญญัติว่าในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นนิติบุคคล หากการกระทำผิดเกิดจากการสั่งการหรือการละเว้นของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล บุคคลนั้นต้องรับโทษในนามส่วนตัวร่วมกับนิติบุคคลด้วย — ดูเพิ่มเติมที่ ค่าปรับและบทลงโทษ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ
หากการฝ่าฝืนเป็นเหตุให้ลูกจ้างถูกไฟดูดเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัสควบคู่กันไปด้วย
7. กฎหมายลูกที่ขยายผล (3 ฉบับ)
| ฉบับ | เรื่อง | วันที่ |
|---|---|---|
| ประกาศกรมฯ 2558 | หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า | 24 ธ.ค. 2558 |
| ประกาศกรมฯ 2559 (ฉบับ 2) | แก้ไขเพิ่มเติม — รับรองหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน | 9 พ.ย. 2559 |
| ประกาศกรมฯ 2568 | หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า (ใหม่ ยกเลิกฉบับ 2558) | 23 ธ.ค. 2567 (ประกาศ ร.จ. 13 ม.ค. 2568) |
ประกาศฉบับ พ.ศ. 2568 เป็นกฎหมายลูกล่าสุดที่นายจ้างต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ ยกเลิกประกาศ พ.ศ. 2558 ฉบับเดิม และกำหนดให้แจ้งบันทึกผลผ่านระบบ e-Service เป็นหลัก พร้อมแบบฟอร์มมาตรฐานใหม่ที่ละเอียดกว่าฉบับเดิม
8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ลูกจ้างทุกคนต้องผ่านการอบรมตามข้อ 4 หรือไม่ ไม่ — เฉพาะ "ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า" ตามนิยามในข้อ 2 ซึ่งหมายถึงผู้ที่ทำหน้าที่ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือหน้าที่อื่นในลักษณะเดียวกันกับระบบไฟฟ้า บริภัณฑ์ไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้า ลูกจ้างทั่วไปที่เพียงใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในสำนักงานไม่เข้าข่ายต้องอบรมตามประกาศนี้
Q2: ใครเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าประจำปีตามข้อ 12 ได้บ้าง ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2568 ผู้บันทึกผลต้องเป็น บุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือ นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 อย่างไรก็ตาม บทเฉพาะกาลในข้อ 25 ของกฎกระทรวงยังเปิดทางให้ใช้ วิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองได้จนกว่าจะมีบุคคล/นิติบุคคลครบถ้วน
Q3: ระยะห่างปลอดภัยจากสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าตามข้อ 7 และข้อ 8 ใช้มาตรฐานไหน ใช้ มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เป็นหลัก หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานของการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด ทั้งสองมาตรฐานจำแนกระยะตามระดับแรงดันเป็นกิโลโวลต์ ระดับแรงดันยิ่งสูง ระยะห่างที่ห้ามเข้าใกล้ยิ่งกว้าง
Q4: ระบบป้องกันฟ้าผ่าตามข้อ 20 ต้องใช้มาตรฐานใด กฎหมายเปิดให้ใช้มาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งใน 4 ทางเลือก ได้แก่ มาตรฐาน วสท. มาตรฐาน NFPA ของสหรัฐอเมริกา มาตรฐาน IEC หรือมาตรฐานอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด นายจ้างเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของอาคารและความเสี่ยง
Q5: ต้องแจ้งผลการตรวจสอบประจำปีต่อพนักงานตรวจเมื่อไหร่ ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2568 ข้อ 4 ให้แจ้งบันทึกผลต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ตรวจสอบเสร็จสิ้น โดยใช้ระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการฯ เป็นหลัก หรือยื่นเอกสารด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
สรุป
- กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ออกตามมาตรา 5 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 บังคับใช้ตั้งแต่ 8 เมษายน 2558 มี 4 หมวด 25 ข้อ (รวมบทเฉพาะกาล)
- หน้าที่หลัก 5 ประการของนายจ้าง ได้แก่ จัดทำข้อบังคับ + ฝึกอบรมลูกจ้างที่ปฏิบัติงานไฟฟ้า, จัดแผนผังวงจร + ป้ายเตือน + แผ่นภาพปฐมพยาบาล, ดูแลบริภัณฑ์ + ซ่อม + จัดทำหลักฐาน, ตรวจสอบและบำรุงรักษาประจำปีโดยผู้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลตามมาตรา 11, จัด PPE และระบบป้องกันฟ้าผ่า
- เกณฑ์ "แรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์" ในข้อ 9 และข้อ 17 เป็นเกณฑ์ตามกฎหมายไทย ใช้ในการบังคับมาตรการห้ามสวมเครื่องนุ่งห่มเปียก/สื่อไฟฟ้า และการจัดที่ปิดกั้นอันตราย
- ข้อ 15 บังคับให้จัด กุญแจป้องกันการสับสวิตช์เชื่อมต่อวงจร พร้อมป้ายห้ามสับสวิตช์ — เป็นพื้นฐานของมาตรการ Lockout/Tagout ตามกฎหมายไทย
- ประกาศกรมฯ พ.ศ. 2568 (ใหม่) กำหนดให้ตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และแจ้งผลผ่านระบบ e-Service ภายใน 30 วัน
- บทลงโทษอ้างตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 หมวด 8 โดยเฉพาะมาตรา 53 (จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท) และมาตรา 69 ที่ให้กรรมการ/ผู้บริหารรับผิดในนามส่วนตัวร่วมกับนิติบุคคล
อ้างอิงกฎหมาย
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — ฉบับเต็มที่ Law DB
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ลงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 13 มกราคม พ.ศ. 2568)
- มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) — มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าและการป้องกันฟ้าผ่าฉบับล่าสุดที่บังคับใช้
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — สรุป 10 หมวด 36 ข้อ
สรุปสาระสำคัญกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ครบทั้ง 10 หมวด 36 ข้อ พร้อมขีดจำกัด TWA/STEL/Ceiling ตามประกาศกรม 2560 และบทลงโทษตาม พ.ร.บ. 2554 มาตรา 56

กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — สรุปครบ 4 หมวด 23 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ครบ 4 หมวด 23 ข้อ นิยาม O2 19.5-23.5% LEL 10% บุคลากร 4 ตำแหน่ง หนังสืออนุญาตทำงาน 12 รายการ และหลักสูตรอบรม 4 ระดับตามประกาศกรม 2563

กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — สรุป 9 หมวด 67 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ครบ 9 หมวด 67 ข้อ — แจ้งก่อนเริ่มงาน 15 วัน ผู้ควบคุมงาน บันได 1.50 ม. รั้ว 2 ม. PPE ลิฟต์ชั่วคราว งานในน้ำ และงานรื้อถอน