⚠️ อับอากาศ

4 ก๊าซต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ — ค่า threshold และข้อกฎหมายไทย

เช็ค 4 ก๊าซก่อนเข้าที่อับอากาศ — O2 19.5-23.5%, LEL ไม่เกิน 10%, CO 50 ppm TWA, H2S Ceiling 20 ppm พร้อมลำดับการตรวจ ข้อกฎหมาย กฎกระทรวง 2562 ข้อ 6 และ checklist สรุป

Safety Station 10112 เมษายน 2569อ่าน 16 นาที · 3,624 คำ
4 ก๊าซต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ — ค่า threshold และข้อกฎหมายไทย

ก่อนคนของคุณจะหย่อนตัวลง manhole ไปทำงานในถัง บ่อ ไซโล หรือท่อ — มีงานหนึ่งที่ห้ามข้าม คือการตรวจวัดบรรยากาศก่อนเข้า เพราะกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 6 บังคับให้ตรวจวัด บันทึก และประเมินก่อนเข้าและระหว่างทำงาน หากพบบรรยากาศอันตรายต้องห้ามเข้าและนำคนที่อยู่ในออกทันที

คำถามที่หน้างานเจอบ่อยคือ "ต้องตรวจอะไรบ้าง? แล้วเลขเท่าไหร่ถือว่าเข้าได้?" — บทเรียนจากเคสคนงานเสียชีวิตในถังก็ชี้ไปที่จุดเดียวกัน คือไม่ได้ตรวจ หรือตรวจแล้วอ่านเลขไม่เป็น คราวนี้ลองมาดูทีละก๊าซ — 4 ตัวที่เครื่อง 4-gas detector มาตรฐานในตลาดวัดให้คุณ พร้อมเกณฑ์ที่อ้างอิงกฎหมายไทย ไม่ใช่ OSHA

ก๊าซที่ 1: O2 (Oxygen) — 19.5% ถึง 23.5%

O2 คือก๊าซที่ต้องตรวจเป็นตัวแรก เพราะมันเป็นทั้ง "ก๊าซที่ใช้หายใจ" และเป็น "ตัวรองรับการทำงานของ sensor LEL" ถ้า O2 ผิดจาก range อย่างอื่นไม่ต้องวัดต่อก็ได้ — เข้าไม่ได้

ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 1 นิยาม "บรรยากาศอันตราย" ว่า "มีออกซิเจนต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร"

แปลเป็นภาษาหน้างานคือ — เครื่องวัดต้องอ่านได้ระหว่าง 19.5% ถึง 23.5% เท่านั้น

  • ต่ำกว่า 19.5% — O2 ไม่พอ หายใจไม่อิ่ม สมองเริ่มขาดออกซิเจน ใน confined space ที่มี N2 หรือ CO2 displace ออกซิเจน อาจตกจาก 20.9% ลงมา 10% ได้ในไม่กี่วินาที (คนหมดสติทันที)
  • สูงกว่า 23.5% — O2 มากเกินไป (oxygen-enriched) — ฟังดูดี แต่จริง ๆ อันตรายมาก เพราะวัสดุติดไฟง่ายขึ้นมาก ผ้า เสื้อ น้ำมัน ติดไฟแล้วลามเร็ว ในงาน hot work ภายใน confined space ที่ O2 สูง ประกายไฟเล็ก ๆ ก็พอจุดเปลวเพลิงได้

Note หน้างาน: อย่าคิดว่า O2 21% (ค่าบรรยากาศปกติ) แปลว่าปลอดภัย — ถ้าเครื่องอ่าน 20.8% ในถังเมื่อกี้นี้ แล้วระหว่างทำงานลดลงเป็น 19.7% นั่นแปลว่ามีอะไรบางอย่างกำลัง displace O2 ต้องหา root cause ก่อนทำต่อ ไม่ใช่ "ยังเกิน 19.5 อยู่ไม่เป็นไร"

ก๊าซที่ 2: LEL (Combustible / Flammable Gas) — ไม่เกิน 10%

ก๊าซที่ 2 ที่ต้องวัดคือก๊าซไวไฟ — แต่เครื่องวัดไม่ได้แสดงเป็น ppm หรือ % ในอากาศตรง ๆ มันแสดงเป็น "% ของ LEL" (Lower Explosive Limit) ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าที่จะระเบิดของสารชนิดนั้น ๆ

ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 1 นิยามบรรยากาศอันตรายว่า "มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit)"

แปลคือ — ห้ามเกิน 10% ของ LEL ของสารชนิดนั้น ๆ ในบรรยากาศ

ลองเอามาเทียบกับมีเทน (CH4) ซึ่งเป็นก๊าซไวไฟที่เจอบ่อยใน sewer, biogas, ถังหมัก:

  • LEL ของ CH4 = 5% ในอากาศ (เลข physical property ไม่ใช่กฎหมาย)
  • 10% ของ LEL = 0.5% CH4 ในอากาศจริง = 5,000 ppm
  • เครื่อง 4-gas จะแสดงเป็น "10% LEL" ที่ค่านี้

ที่ต้องระวังคือ — เลข 10% เป็น margin ของกฎหมาย ไม่ใช่ "เกือบระเบิดแล้ว" 100% LEL ของ CH4 = 5% ในอากาศ ซึ่งคือจุดที่ "ถ้ามีประกายไฟจะระเบิด" กฎหมายเลยกำหนด safety factor 10 เท่า ถ้าเครื่องบอก 11% LEL — เกินกฎหมายแล้ว ต้องระบายอากาศใหม่

ข้อจำกัด sensor: LEL sensor แบบ catalytic bead ต้องการ O2 อย่างน้อย 10% เพื่อทำงาน ถ้าในถังมี N2 blanketing (O2 ต่ำกว่า 10%) เครื่องอาจอ่าน 0% LEL ทั้งที่จริง ๆ มี methane อยู่เต็มถัง — เป็นเหตุผลที่ต้องวัด O2 ก่อน LEL เสมอ

ก๊าซที่ 3: CO (Carbon Monoxide) — TWA 50 ppm

CO หรือ carbon monoxide เป็นก๊าซที่ "ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส" — คนทำงานในที่อับอากาศไม่มีทางรู้ว่ามันอยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีเครื่องวัด

แหล่งที่เจอบ่อยในงาน confined space:

  • การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ — เครื่องยนต์ดีเซลที่จอด idle ใกล้ทางเข้า, ปั๊มน้ำที่ใช้น้ำมัน
  • งานเชื่อม / งาน hot work ในถัง
  • เตาเผา / boiler ที่อยู่ใกล้

ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 1 (4) อ้างไปยัง "กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดมาตรฐาน...เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย" — ค่ารายตัวอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2560 เรื่องขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลำดับที่ 74:

  • CO TWA = 50 ppm (ค่าเฉลี่ยตลอดเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง)
  • ไม่ได้กำหนด STEL และ Ceiling ในตารางไทย

Note source: ตัวเลข 50 ppm นี้เป็นกฎหมายไทย ไม่ใช่ OSHA PEL — บังเอิญ OSHA PEL CO ก็ 50 ppm เหมือนกัน แต่ NIOSH REL อยู่ที่ 35 ppm และ ACGIH TLV ปัจจุบันอยู่ที่ 25 ppm ถ้าโรงงานคุณส่งออกหรือมี policy ที่เข้มกว่า ใช้เลขที่ต่ำกว่าได้ แต่เกณฑ์ทางกฎหมายไทย = 50 ppm TWA

ข้อจำกัด sensor: CO sensor แบบ electrochemical มี cross-sensitivity กับ H2 (ไฮโดรเจน) และ C2H4 (ethylene) สูง — ในห้อง battery charging room หรือใกล้แท่นชาร์จ forklift อาจอ่านได้ false-positive CO เพราะ H2 รั่ว ตรงนี้ต้องดู spec ของผู้ผลิตเครื่องว่ามี filter หรือไม่

ก๊าซที่ 4: H2S (Hydrogen Sulfide) — STEL 50 ppm (10 นาที), Ceiling 20 ppm

H2S หรือ hydrogen sulfide เป็นก๊าซที่ "อันตรายกว่าที่คนคิด" ที่เจอบ่อยที่สุดใน sewer, บ่อบำบัด, ถังหมัก, งานปิโตรเลียม

ที่หลายคนเข้าใจผิด:

  • "กลิ่นไข่เน่า" — จริง คนได้กลิ่นที่ระดับ 0.13 ppm — แต่ที่ระดับ 100 ppm ขึ้นไป ประสาทรับกลิ่นจะถูกดับ คนจะ "ไม่ได้กลิ่น" ทั้งที่ก๊าซเข้มข้นกว่าเดิม 1,000 เท่า → คิดว่าปลอดภัย → หมดสติ
  • 700-1,000 ppm = หมดสติทันทีจากการสูดหายใจครั้งเดียว → เสียชีวิตในไม่กี่นาที (knockdown)

ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: ประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2560 ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลำดับที่ 183:

  • TWA ไม่กำหนด (เครื่องหมาย "-" ในตาราง)
  • STEL = 50 ppm (10 นาที) — รับเข้าได้สั้น ๆ ไม่เกิน 10 นาที
  • Ceiling = 20 ppm — ห้ามเกินที่ระดับใดในช่วงเวลาใดก็ตาม

Note หน้างาน: ตัวเลขนี้ต่างจาก CO เพราะ H2S มีกลไกพิษคนละแบบ — มันออกฤทธิ์เร็ว ดังนั้นกฎหมายไทยใช้ Ceiling + STEL แทน TWA หมายความว่าค่าตอนสแกนก่อนเข้าต้องต่ำกว่า 20 ppm และในระหว่างทำงานก็ต้องไม่ทะลุ 20 ppm ที่จุดใดก็ตาม

อย่าเอาเลข "10 ppm" จาก OSHA PEL TWA มาอ้างเป็นกฎหมายไทย เพราะกฎหมายไทยไม่ได้กำหนด TWA ของ H2S ไว้ — ถ้าเขียน "ห้ามเกิน 10 ppm ตามกฎหมาย" จะผิด ค่าทางกฎหมายไทยที่ถูกคือ Ceiling 20 ppm

ลำดับการตรวจ — ห้ามสลับ

ตารางอินโฟกราฟิก 4 ก๊าซและค่า threshold — O2 19.5-23.5%, LEL ไม่เกิน 10%, CO 50 ppm TWA, H2S Ceiling 20 ppm พร้อม source แต่ละค่า

ลำดับการตรวจ 4 ก๊าซเป็น best practice ของสากล (NIOSH Worker Deaths in Confined Space + คู่มือผู้ผลิตเครื่อง) ไม่ใช่กฎหมายไทยเขียนไว้ตรง ๆ แต่ต้องทำตามเพื่อให้ค่าที่อ่านได้ "เชื่อถือได้":

  1. O2 ก่อน — เพราะถ้า O2 ต่ำ sensor LEL จะ false-negative (อ่านได้ 0% LEL ทั้งที่จริง ๆ มีก๊าซไวไฟ)
  2. LEL ถัดมา — เพราะถ้ามีก๊าซไวไฟเกิน ห้ามเข้าทันที ไม่ต้องวัด CO/H2S ต่อ
  3. CO — ก๊าซพิษทั่วไป
  4. H2S — ก๊าซพิษเฉพาะที่ออกฤทธิ์เร็ว

ที่หน้างานหลายแห่งทำผิดคือ "ตรวจรวบ 4 ตัวพร้อมกัน แล้วเขียนเลขลง permit เลย" — ถ้า O2 ต่ำ เลข LEL ที่บันทึกอาจเป็นเลขปลอม

เครื่อง 4-gas ตรงตามที่กฎหมายต้องการหรือไม่

ประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 6 (รายการอุปกรณ์ฝึกอบรมภาคปฏิบัติ) กำหนดให้มีอุปกรณ์อย่างน้อย:

  • (1) เครื่องตรวจวัดปริมาณออกซิเจนในบรรยากาศ
  • (2) เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LEL)
  • (3) เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มของสารเคมีในบรรยากาศ

เครื่อง 4-gas detector มาตรฐาน (O2 + LEL + CO + H2S) ครอบคลุมทั้ง 3 ข้อนี้แล้ว — แต่ข้อ (3) "เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศ" ครอบคลุมเฉพาะ CO และ H2S เท่านั้น ถ้าหน้างานคุณมีสารเคมีอื่น (เช่น Benzene, NH3, SO2, Cl2) ต้องเพิ่ม sensor หรือใช้ single-gas detector ตัวเสริม — รายละเอียดเลือกเครื่องดูได้ที่ เลือก 4-Gas vs 5-Gas Monitor

ต้องการให้ผู้อนุญาตของคุณอ่านค่า 4 ก๊าซและตัดสินใจเซ็น permit ได้อย่างมั่นใจ? Safety Station เปิดหลักสูตร ผู้อนุญาตทำงานในที่อับอากาศ 7 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 + ประกาศกรม พ.ศ. 2563 พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม

ต้องวัดเมื่อไหร่ และเก็บเอกสารกี่ปี

แผนภาพ isometric 3 phase การตรวจวัดบรรยากาศที่อับอากาศ — ก่อนเข้า, ระหว่างทำงาน (continuous monitoring), เก็บบันทึก 1 ปี ตามข้อ 6 กฎกระทรวง 2562

กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 6 กำหนด timeline ของการตรวจวัดและการเก็บบันทึก:

  • ก่อนเข้า — ตรวจวัด บันทึก ประเมินสภาพอากาศ
  • ระหว่างทำงาน — ตรวจวัดต่อเนื่อง (continuous monitoring) ตลอดเวลาที่มีคนอยู่ภายใน
  • ถ้าพบบรรยากาศอันตราย — (1) ห้ามบุคคลใดเข้า (2) นำคนที่อยู่ในออกทันที (3) ประเมินและค้นหาสาเหตุ (4) ระบายอากาศ
  • เก็บบันทึกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

"continuous monitoring ระหว่างทำงาน" คือจุดที่ออดิตเตอร์ชอบจับ — หลายโรงงานวัดแค่ก่อนเข้าครั้งเดียว แล้วทิ้งเครื่องไว้บน manhole ไม่ได้ส่งลงไปกับคน หรือไม่ได้ตั้ง alarm สำหรับสภาพที่เปลี่ยน → ผิดข้อ 6 ของกฎกระทรวง

checklist สรุป — 4 ก๊าซต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ

ก่อนออก permit ทุกใบ ผู้ควบคุมงานและผู้อนุญาตควรเช็คทั้ง 7 ข้อนี้:

# รายการ เกณฑ์ (กฎหมายไทย) Source
1 O2 (Oxygen) 19.5% - 23.5% กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 1
2 LEL (Flammable) ไม่เกิน 10% ของ LEL กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 1
3 CO (Carbon Monoxide) TWA 50 ppm ประกาศกรมฯ 2560 ลำดับ 74
4 H2S (Hydrogen Sulfide) Ceiling 20 ppm · STEL 50 ppm (10 นาที) ประกาศกรมฯ 2560 ลำดับ 183
5 ลำดับวัด O2 → LEL → CO → H2S NIOSH best practice
6 ระยะเวลา ก่อนเข้า + ระหว่างทำงาน (continuous) กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 6
7 เก็บบันทึก อย่างน้อย 1 ปี ที่สถานประกอบกิจการ กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 6

ถ้าค่าใดเกินเกณฑ์ — ปฏิบัติตามข้อ 6:

  1. ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
  2. ถ้ามีคนอยู่ภายใน — นำลูกจ้างออกจากบริเวณนั้นทันที
  3. ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดบรรยากาศอันตราย
  4. ดำเนินการให้สภาพอากาศไม่เป็นบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ

ก่อนเข้ารอบใหม่ — ต้องตรวจซ้ำให้ครบทั้ง 4 ก๊าซ จะข้ามไม่ได้

ปิดท้าย

4 ก๊าซที่ต้องตรวจคือมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่ใช่เพดาน — ถ้าหน้างานคุณมี process ที่มีสาร VOC, NH3, SO2 หรือสารเคมีพิเศษ ต้องเพิ่ม sensor หรือใช้ single-gas detector แยก ตัวเลข threshold ของก๊าซแต่ละตัวต้องอ้างกฎหมายไทยที่ถูกฉบับ — กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 สำหรับ O2 และ LEL · ประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2560 สำหรับ CO และ H2S — ไม่ใช่ OSHA หรือ NIOSH ที่เป็น best practice สากล (จะเอามาใช้เพิ่มได้ แต่อ้างเป็น "กฎหมาย" ไม่ได้)

สิ่งที่หน้างานพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่ "ไม่มีเครื่อง" — แต่เป็น "มีเครื่องแต่ไม่ bump test รายวัน, ไม่ continuous monitor, ไม่บันทึก" ทั้ง 3 ข้อนี้ออดิตเตอร์ของกรมสวัสดิการฯ จับได้ในการตรวจสถานประกอบกิจการแทบทุกครั้ง

ขั้นตอนถัดไปหลังตรวจ 4 ก๊าซผ่าน — ออก Permit to Work ที่อับอากาศ ตามข้อ 17-19 ของกฎกระทรวง ก่อนให้ลูกจ้างเข้า — ถ้ายังไม่รู้พื้นฐาน confined space ลองอ่าน ที่อับอากาศคืออะไร ก่อน


อ้างอิง

  • กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานฯ ในที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 (ข้อ 1 นิยามบรรยากาศอันตราย, ข้อ 6 การตรวจวัดและบันทึก)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2560 (ลำดับ 74 CO, ลำดับ 183 H2S)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2563 (ข้อ 6 รายการอุปกรณ์ฝึกอบรม)
  • NIOSH — Worker Deaths in Confined Spaces (best practice ลำดับการตรวจ O2 → LEL → toxics)

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ อับอากาศ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง