4 ก๊าซต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ — ค่า threshold และข้อกฎหมายไทย
เช็ค 4 ก๊าซก่อนเข้าที่อับอากาศ — O2 19.5-23.5%, LEL ไม่เกิน 10%, CO 50 ppm TWA, H2S Ceiling 20 ppm พร้อมลำดับการตรวจ ข้อกฎหมาย กฎกระทรวง 2562 ข้อ 6 และ checklist สรุป

ก่อนคนของคุณจะหย่อนตัวลง manhole ไปทำงานในถัง บ่อ ไซโล หรือท่อ — มีงานหนึ่งที่ห้ามข้าม คือการตรวจวัดบรรยากาศก่อนเข้า เพราะกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 6 บังคับให้ตรวจวัด บันทึก และประเมินก่อนเข้าและระหว่างทำงาน หากพบบรรยากาศอันตรายต้องห้ามเข้าและนำคนที่อยู่ในออกทันที
คำถามที่หน้างานเจอบ่อยคือ "ต้องตรวจอะไรบ้าง? แล้วเลขเท่าไหร่ถือว่าเข้าได้?" — บทเรียนจากเคสคนงานเสียชีวิตในถังก็ชี้ไปที่จุดเดียวกัน คือไม่ได้ตรวจ หรือตรวจแล้วอ่านเลขไม่เป็น คราวนี้ลองมาดูทีละก๊าซ — 4 ตัวที่เครื่อง 4-gas detector มาตรฐานในตลาดวัดให้คุณ พร้อมเกณฑ์ที่อ้างอิงกฎหมายไทย ไม่ใช่ OSHA
ก๊าซที่ 1: O2 (Oxygen) — 19.5% ถึง 23.5%
O2 คือก๊าซที่ต้องตรวจเป็นตัวแรก เพราะมันเป็นทั้ง "ก๊าซที่ใช้หายใจ" และเป็น "ตัวรองรับการทำงานของ sensor LEL" ถ้า O2 ผิดจาก range อย่างอื่นไม่ต้องวัดต่อก็ได้ — เข้าไม่ได้
ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 1 นิยาม "บรรยากาศอันตราย" ว่า "มีออกซิเจนต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร"
แปลเป็นภาษาหน้างานคือ — เครื่องวัดต้องอ่านได้ระหว่าง 19.5% ถึง 23.5% เท่านั้น
- ต่ำกว่า 19.5% — O2 ไม่พอ หายใจไม่อิ่ม สมองเริ่มขาดออกซิเจน ใน confined space ที่มี N2 หรือ CO2 displace ออกซิเจน อาจตกจาก 20.9% ลงมา 10% ได้ในไม่กี่วินาที (คนหมดสติทันที)
- สูงกว่า 23.5% — O2 มากเกินไป (oxygen-enriched) — ฟังดูดี แต่จริง ๆ อันตรายมาก เพราะวัสดุติดไฟง่ายขึ้นมาก ผ้า เสื้อ น้ำมัน ติดไฟแล้วลามเร็ว ในงาน hot work ภายใน confined space ที่ O2 สูง ประกายไฟเล็ก ๆ ก็พอจุดเปลวเพลิงได้
Note หน้างาน: อย่าคิดว่า O2 21% (ค่าบรรยากาศปกติ) แปลว่าปลอดภัย — ถ้าเครื่องอ่าน 20.8% ในถังเมื่อกี้นี้ แล้วระหว่างทำงานลดลงเป็น 19.7% นั่นแปลว่ามีอะไรบางอย่างกำลัง displace O2 ต้องหา root cause ก่อนทำต่อ ไม่ใช่ "ยังเกิน 19.5 อยู่ไม่เป็นไร"
ก๊าซที่ 2: LEL (Combustible / Flammable Gas) — ไม่เกิน 10%
ก๊าซที่ 2 ที่ต้องวัดคือก๊าซไวไฟ — แต่เครื่องวัดไม่ได้แสดงเป็น ppm หรือ % ในอากาศตรง ๆ มันแสดงเป็น "% ของ LEL" (Lower Explosive Limit) ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าที่จะระเบิดของสารชนิดนั้น ๆ
ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 1 นิยามบรรยากาศอันตรายว่า "มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit)"
แปลคือ — ห้ามเกิน 10% ของ LEL ของสารชนิดนั้น ๆ ในบรรยากาศ
ลองเอามาเทียบกับมีเทน (CH4) ซึ่งเป็นก๊าซไวไฟที่เจอบ่อยใน sewer, biogas, ถังหมัก:
- LEL ของ CH4 = 5% ในอากาศ (เลข physical property ไม่ใช่กฎหมาย)
- 10% ของ LEL = 0.5% CH4 ในอากาศจริง = 5,000 ppm
- เครื่อง 4-gas จะแสดงเป็น "10% LEL" ที่ค่านี้
ที่ต้องระวังคือ — เลข 10% เป็น margin ของกฎหมาย ไม่ใช่ "เกือบระเบิดแล้ว" 100% LEL ของ CH4 = 5% ในอากาศ ซึ่งคือจุดที่ "ถ้ามีประกายไฟจะระเบิด" กฎหมายเลยกำหนด safety factor 10 เท่า ถ้าเครื่องบอก 11% LEL — เกินกฎหมายแล้ว ต้องระบายอากาศใหม่
ข้อจำกัด sensor: LEL sensor แบบ catalytic bead ต้องการ O2 อย่างน้อย 10% เพื่อทำงาน ถ้าในถังมี N2 blanketing (O2 ต่ำกว่า 10%) เครื่องอาจอ่าน 0% LEL ทั้งที่จริง ๆ มี methane อยู่เต็มถัง — เป็นเหตุผลที่ต้องวัด O2 ก่อน LEL เสมอ
ก๊าซที่ 3: CO (Carbon Monoxide) — TWA 50 ppm
CO หรือ carbon monoxide เป็นก๊าซที่ "ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส" — คนทำงานในที่อับอากาศไม่มีทางรู้ว่ามันอยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีเครื่องวัด
แหล่งที่เจอบ่อยในงาน confined space:
- การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ — เครื่องยนต์ดีเซลที่จอด idle ใกล้ทางเข้า, ปั๊มน้ำที่ใช้น้ำมัน
- งานเชื่อม / งาน hot work ในถัง
- เตาเผา / boiler ที่อยู่ใกล้
ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 1 (4) อ้างไปยัง "กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดมาตรฐาน...เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย" — ค่ารายตัวอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2560 เรื่องขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลำดับที่ 74:
- CO TWA = 50 ppm (ค่าเฉลี่ยตลอดเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง)
- ไม่ได้กำหนด STEL และ Ceiling ในตารางไทย
Note source: ตัวเลข 50 ppm นี้เป็นกฎหมายไทย ไม่ใช่ OSHA PEL — บังเอิญ OSHA PEL CO ก็ 50 ppm เหมือนกัน แต่ NIOSH REL อยู่ที่ 35 ppm และ ACGIH TLV ปัจจุบันอยู่ที่ 25 ppm ถ้าโรงงานคุณส่งออกหรือมี policy ที่เข้มกว่า ใช้เลขที่ต่ำกว่าได้ แต่เกณฑ์ทางกฎหมายไทย = 50 ppm TWA
ข้อจำกัด sensor: CO sensor แบบ electrochemical มี cross-sensitivity กับ H2 (ไฮโดรเจน) และ C2H4 (ethylene) สูง — ในห้อง battery charging room หรือใกล้แท่นชาร์จ forklift อาจอ่านได้ false-positive CO เพราะ H2 รั่ว ตรงนี้ต้องดู spec ของผู้ผลิตเครื่องว่ามี filter หรือไม่
ก๊าซที่ 4: H2S (Hydrogen Sulfide) — STEL 50 ppm (10 นาที), Ceiling 20 ppm
H2S หรือ hydrogen sulfide เป็นก๊าซที่ "อันตรายกว่าที่คนคิด" ที่เจอบ่อยที่สุดใน sewer, บ่อบำบัด, ถังหมัก, งานปิโตรเลียม
ที่หลายคนเข้าใจผิด:
- "กลิ่นไข่เน่า" — จริง คนได้กลิ่นที่ระดับ 0.13 ppm — แต่ที่ระดับ 100 ppm ขึ้นไป ประสาทรับกลิ่นจะถูกดับ คนจะ "ไม่ได้กลิ่น" ทั้งที่ก๊าซเข้มข้นกว่าเดิม 1,000 เท่า → คิดว่าปลอดภัย → หมดสติ
- 700-1,000 ppm = หมดสติทันทีจากการสูดหายใจครั้งเดียว → เสียชีวิตในไม่กี่นาที (knockdown)
ค่ามาตรฐานตามกฎหมายไทย: ประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2560 ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลำดับที่ 183:
- TWA ไม่กำหนด (เครื่องหมาย "-" ในตาราง)
- STEL = 50 ppm (10 นาที) — รับเข้าได้สั้น ๆ ไม่เกิน 10 นาที
- Ceiling = 20 ppm — ห้ามเกินที่ระดับใดในช่วงเวลาใดก็ตาม
Note หน้างาน: ตัวเลขนี้ต่างจาก CO เพราะ H2S มีกลไกพิษคนละแบบ — มันออกฤทธิ์เร็ว ดังนั้นกฎหมายไทยใช้ Ceiling + STEL แทน TWA หมายความว่าค่าตอนสแกนก่อนเข้าต้องต่ำกว่า 20 ppm และในระหว่างทำงานก็ต้องไม่ทะลุ 20 ppm ที่จุดใดก็ตาม
อย่าเอาเลข "10 ppm" จาก OSHA PEL TWA มาอ้างเป็นกฎหมายไทย เพราะกฎหมายไทยไม่ได้กำหนด TWA ของ H2S ไว้ — ถ้าเขียน "ห้ามเกิน 10 ppm ตามกฎหมาย" จะผิด ค่าทางกฎหมายไทยที่ถูกคือ Ceiling 20 ppm
ลำดับการตรวจ — ห้ามสลับ

ลำดับการตรวจ 4 ก๊าซเป็น best practice ของสากล (NIOSH Worker Deaths in Confined Space + คู่มือผู้ผลิตเครื่อง) ไม่ใช่กฎหมายไทยเขียนไว้ตรง ๆ แต่ต้องทำตามเพื่อให้ค่าที่อ่านได้ "เชื่อถือได้":
- O2 ก่อน — เพราะถ้า O2 ต่ำ sensor LEL จะ false-negative (อ่านได้ 0% LEL ทั้งที่จริง ๆ มีก๊าซไวไฟ)
- LEL ถัดมา — เพราะถ้ามีก๊าซไวไฟเกิน ห้ามเข้าทันที ไม่ต้องวัด CO/H2S ต่อ
- CO — ก๊าซพิษทั่วไป
- H2S — ก๊าซพิษเฉพาะที่ออกฤทธิ์เร็ว
ที่หน้างานหลายแห่งทำผิดคือ "ตรวจรวบ 4 ตัวพร้อมกัน แล้วเขียนเลขลง permit เลย" — ถ้า O2 ต่ำ เลข LEL ที่บันทึกอาจเป็นเลขปลอม
เครื่อง 4-gas ตรงตามที่กฎหมายต้องการหรือไม่
ประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 6 (รายการอุปกรณ์ฝึกอบรมภาคปฏิบัติ) กำหนดให้มีอุปกรณ์อย่างน้อย:
- (1) เครื่องตรวจวัดปริมาณออกซิเจนในบรรยากาศ
- (2) เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LEL)
- (3) เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มของสารเคมีในบรรยากาศ
เครื่อง 4-gas detector มาตรฐาน (O2 + LEL + CO + H2S) ครอบคลุมทั้ง 3 ข้อนี้แล้ว — แต่ข้อ (3) "เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศ" ครอบคลุมเฉพาะ CO และ H2S เท่านั้น ถ้าหน้างานคุณมีสารเคมีอื่น (เช่น Benzene, NH3, SO2, Cl2) ต้องเพิ่ม sensor หรือใช้ single-gas detector ตัวเสริม — รายละเอียดเลือกเครื่องดูได้ที่ เลือก 4-Gas vs 5-Gas Monitor
ต้องการให้ผู้อนุญาตของคุณอ่านค่า 4 ก๊าซและตัดสินใจเซ็น permit ได้อย่างมั่นใจ? Safety Station เปิดหลักสูตร ผู้อนุญาตทำงานในที่อับอากาศ 7 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 + ประกาศกรม พ.ศ. 2563 พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม
ต้องวัดเมื่อไหร่ และเก็บเอกสารกี่ปี

กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 6 กำหนด timeline ของการตรวจวัดและการเก็บบันทึก:
- ก่อนเข้า — ตรวจวัด บันทึก ประเมินสภาพอากาศ
- ระหว่างทำงาน — ตรวจวัดต่อเนื่อง (continuous monitoring) ตลอดเวลาที่มีคนอยู่ภายใน
- ถ้าพบบรรยากาศอันตราย — (1) ห้ามบุคคลใดเข้า (2) นำคนที่อยู่ในออกทันที (3) ประเมินและค้นหาสาเหตุ (4) ระบายอากาศ
- เก็บบันทึก — อย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
"continuous monitoring ระหว่างทำงาน" คือจุดที่ออดิตเตอร์ชอบจับ — หลายโรงงานวัดแค่ก่อนเข้าครั้งเดียว แล้วทิ้งเครื่องไว้บน manhole ไม่ได้ส่งลงไปกับคน หรือไม่ได้ตั้ง alarm สำหรับสภาพที่เปลี่ยน → ผิดข้อ 6 ของกฎกระทรวง
checklist สรุป — 4 ก๊าซต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ
ก่อนออก permit ทุกใบ ผู้ควบคุมงานและผู้อนุญาตควรเช็คทั้ง 7 ข้อนี้:
| # | รายการ | เกณฑ์ (กฎหมายไทย) | Source |
|---|---|---|---|
| 1 | O2 (Oxygen) | 19.5% - 23.5% | กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 1 |
| 2 | LEL (Flammable) | ไม่เกิน 10% ของ LEL | กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 1 |
| 3 | CO (Carbon Monoxide) | TWA 50 ppm | ประกาศกรมฯ 2560 ลำดับ 74 |
| 4 | H2S (Hydrogen Sulfide) | Ceiling 20 ppm · STEL 50 ppm (10 นาที) | ประกาศกรมฯ 2560 ลำดับ 183 |
| 5 | ลำดับวัด | O2 → LEL → CO → H2S | NIOSH best practice |
| 6 | ระยะเวลา | ก่อนเข้า + ระหว่างทำงาน (continuous) | กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 6 |
| 7 | เก็บบันทึก | อย่างน้อย 1 ปี ที่สถานประกอบกิจการ | กฎกระทรวงฯ 2562 ข้อ 6 |
ถ้าค่าใดเกินเกณฑ์ — ปฏิบัติตามข้อ 6:
- ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
- ถ้ามีคนอยู่ภายใน — นำลูกจ้างออกจากบริเวณนั้นทันที
- ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดบรรยากาศอันตราย
- ดำเนินการให้สภาพอากาศไม่เป็นบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ
ก่อนเข้ารอบใหม่ — ต้องตรวจซ้ำให้ครบทั้ง 4 ก๊าซ จะข้ามไม่ได้
ปิดท้าย
4 ก๊าซที่ต้องตรวจคือมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่ใช่เพดาน — ถ้าหน้างานคุณมี process ที่มีสาร VOC, NH3, SO2 หรือสารเคมีพิเศษ ต้องเพิ่ม sensor หรือใช้ single-gas detector แยก ตัวเลข threshold ของก๊าซแต่ละตัวต้องอ้างกฎหมายไทยที่ถูกฉบับ — กฎกระทรวงฯ ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 สำหรับ O2 และ LEL · ประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2560 สำหรับ CO และ H2S — ไม่ใช่ OSHA หรือ NIOSH ที่เป็น best practice สากล (จะเอามาใช้เพิ่มได้ แต่อ้างเป็น "กฎหมาย" ไม่ได้)
สิ่งที่หน้างานพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่ "ไม่มีเครื่อง" — แต่เป็น "มีเครื่องแต่ไม่ bump test รายวัน, ไม่ continuous monitor, ไม่บันทึก" ทั้ง 3 ข้อนี้ออดิตเตอร์ของกรมสวัสดิการฯ จับได้ในการตรวจสถานประกอบกิจการแทบทุกครั้ง
ขั้นตอนถัดไปหลังตรวจ 4 ก๊าซผ่าน — ออก Permit to Work ที่อับอากาศ ตามข้อ 17-19 ของกฎกระทรวง ก่อนให้ลูกจ้างเข้า — ถ้ายังไม่รู้พื้นฐาน confined space ลองอ่าน ที่อับอากาศคืออะไร ก่อน
อ้างอิง
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานฯ ในที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 (ข้อ 1 นิยามบรรยากาศอันตราย, ข้อ 6 การตรวจวัดและบันทึก)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2560 (ลำดับ 74 CO, ลำดับ 183 H2S)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2563 (ข้อ 6 รายการอุปกรณ์ฝึกอบรม)
- NIOSH — Worker Deaths in Confined Spaces (best practice ลำดับการตรวจ O2 → LEL → toxics)
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

4-Gas vs 5-Gas Monitor — เลือกตัวไหนสำหรับงานที่อับอากาศ
เปรียบเทียบเครื่องวัดก๊าซ 4-gas และ 5-gas สำหรับงานที่อับอากาศ — เซ็นเซอร์ ความแม่นยำ การ Calibration และข้อจำกัดทางเทคนิค

N2 Atmosphere ในปิโตรเคมี — Inerting แล้วเข้าทำงานอย่างไรให้รอด
Inerting ด้วย N2 ใน refinery และปิโตรเคมี — กฎหมายไทย 2562 vs API/NIOSH best practice, Pre-Entry Sequence, Supplied Air และ Non-Entry Rescue