⚙️ เครื่องจักร / ปั้นจั่น / หม้อน้ำ

หม้อน้ำ — การปรับสภาพน้ำ (Water Treatment) และการตรวจสอบประจำปีโดยวิศวกร

คุมคุณภาพน้ำหม้อน้ำตามข้อ 108 + ทดสอบประจำปี 1 ครั้ง/ปี แจ้งผลใน 30 วัน ข้อ 109 · ค่า pH/ความกระด้าง/DO อ้างมาตรฐาน ASME ไม่ใช่ตัวเลขในกฎไทย

Safety Station 1013 มิถุนายน 2569อ่าน 28 นาที · 6,167 คำ
หม้อน้ำ — การปรับสภาพน้ำ (Water Treatment) และการตรวจสอบประจำปีโดยวิศวกร

หม้อน้ำที่เดินเครื่องทุกวันโดยไม่ดูคุณภาพน้ำ ก็เหมือนรถที่วิ่งโดยไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง — ข้างนอกดูปกติ แต่ข้างในกำลังพังเงียบ ๆ น้ำดิบที่ป้อนเข้าหม้อน้ำมีทั้งแร่ธาตุที่ทำให้เกิดตะกรัน (scale) ก๊าซออกซิเจนที่ละลายอยู่ และค่าความเป็นกรด-ด่างที่ไม่นิ่ง ทั้งสามตัวนี้ค่อย ๆ กัดผนังหม้อน้ำ ทำให้ถ่ายเทความร้อนแย่ลง สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น และในกรณีร้ายแรงคือผนังบางจนระเบิด

หลายโรงงานเข้าใจว่า "การปรับสภาพน้ำ" เป็นเรื่องของฝ่ายเคมีหรือบริษัทรับเหมาน้ำอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับงานความปลอดภัย จริง ๆ แล้วกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ระบุไว้ชัดว่านายจ้างต้องคุมคุณภาพน้ำหม้อน้ำให้ได้มาตรฐาน และต้องจัดทดสอบความปลอดภัยประจำปีโดยวิศวกร ลองดูทีละส่วนว่ากฎหมายสั่งอะไรไว้บ้าง ตัวเลขค่าน้ำมาจากไหน และใครเป็นคนทำหน้าที่ตรงไหน

ภาพรวม — ใครเกี่ยว ทำไมต้องทำ

เรื่องนี้อยู่ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 หมวด 3 ส่วนที่ 2 ซึ่งว่าด้วยหม้อน้ำ (boiler) โดยเฉพาะ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องน้ำและการตรวจสอบมี 3 ฝ่าย

  • นายจ้าง — มีหน้าที่ตามกฎต้องใช้น้ำป้อนและคุมคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐาน (ข้อ 108) จัดวิศวกรควบคุมการติดตั้ง (ข้อ 107) และจัดทดสอบประจำปี (ข้อ 109)
  • วิศวกร — เป็นผู้ควบคุมการติดตั้งและทำหน้าที่ทดสอบความปลอดภัยหม้อน้ำ ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) สาขาที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้ควบคุมหม้อน้ำ — คนที่เดินเครื่องและเก็บค่าน้ำประจำวัน เป็นคนละบทบาทกับวิศวกรที่มาทดสอบประจำปี (รายละเอียดคุณสมบัติดูที่ ผู้ควบคุมหม้อน้ำ คุณสมบัติและการอบรม)

จุดที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ กฎหมายไทยกับ "ตัวเลขค่าน้ำ" เป็นคนละชั้นกัน — กฎกระทรวงสั่งแค่ว่า "ต้องคุมคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐาน" ส่วนตัวเลขจริง ๆ ว่า pH เท่าไหร่ ความกระด้างเท่าไหร่ มาจากมาตรฐานวิศวกรรมต่างประเทศหรือคู่มือผู้ผลิต ไม่ใช่ตัวเลขที่เขียนอยู่ในกฎกระทรวง 2564 จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเอาตัวเลขมาอ้างผิดที่ จะกลายเป็นเข้าใจกฎหมายคลาดเคลื่อน

หมายเหตุขอบเขต: บทนี้พูดถึง "หม้อน้ำ" (boiler ที่ใช้น้ำ) ตามส่วนที่ 2 เท่านั้น ไม่รวม "หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน" (thermal oil heater) ที่ใช้น้ำมันร้อนแทนน้ำ ซึ่งอยู่ในส่วนที่ 3 ข้อ 110-112 เป็นคนละอุปกรณ์ คนละของไหล

ทำไมต้องปรับสภาพน้ำ — 3 ศัตรูของหม้อน้ำ

อินโฟกราฟิกแนวตั้งหม้อน้ำ — ส่วนบน 3 ศัตรู ตะกรัน ออกซิเจนละลาย และ pH ไม่เหมาะสม · ส่วนล่างการตรวจสอบประจำปีตามข้อ 109 ทดสอบ 1 ครั้ง/ปี แจ้งผลภายใน 30 วัน โดยวิศวกร พร้อมหมายเหตุว่าค่าน้ำมาจากมาตรฐาน ASME ไม่ใช่ตัวเลขในกฎไทย

ก่อนจะไปดูข้อกฎหมาย ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมน้ำธรรมดาถึงทำร้ายหม้อน้ำได้ ปัญหาหลักมาจาก 3 ตัว

1. ตะกรัน (Scale) — น้ำดิบมีแคลเซียมและแมกนีเซียมละลายอยู่ (เรียกรวมว่า "ความกระด้าง" หรือ hardness) เมื่อโดนความร้อนสูงในหม้อน้ำ แร่ธาตุพวกนี้จะตกตะกอนเกาะเป็นคราบแข็งที่ผนังท่อ ตะกรันหนาแค่ 1 มิลลิเมตรก็ทำให้การถ่ายเทความร้อนแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ผลคือต้องเผาเชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อให้ได้ไอน้ำเท่าเดิม และจุดที่มีตะกรันหนาจะร้อนจัดจนผนังเสียรูป (overheating) ได้

2. ออกซิเจนละลาย (Dissolved Oxygen) — ออกซิเจนที่ปนมากับน้ำเย็นเป็นตัวการกัดกร่อน (corrosion) เหล็กผนังหม้อน้ำ เกิดเป็นรูพรุนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า pitting ซึ่งร้ายตรงที่กินลึกเฉพาะจุด ทำให้ผนังบางลงในจุดนั้นโดยที่มองด้วยตาเปล่าจากภายนอกไม่เห็น นี่คือเหตุผลที่ระบบหม้อน้ำต้องมีถังไล่อากาศ (deaerator) หรือเติมสารจับออกซิเจน

3. ค่า pH ที่ไม่เหมาะสม — น้ำที่เป็นกรดเกินไปจะกัดกร่อนเหล็ก ส่วนน้ำที่เป็นด่างจัดเกินไปก็ทำให้เกิดปัญหาอีกแบบ (caustic embrittlement — เหล็กเปราะ) การคุมค่า pH ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจของการยืดอายุหม้อน้ำ

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าไม่ปรับสภาพน้ำ เราจะเจอ 2 ปัญหาพร้อมกัน — ตะกรันทำให้ "ร้อนเกิน" และการกัดกร่อนทำให้ "ผนังบาง" ทั้งคู่นำไปสู่จุดเดียวกันคือหม้อน้ำเสียหายหรือระเบิด

กฎหมายสั่งอะไรเรื่องคุณภาพน้ำ — ข้อ 108

กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ข้อ 108 ระบุว่า นายจ้างต้องใช้น้ำสำหรับป้อนเข้าหม้อน้ำและควบคุมคุณภาพน้ำที่ใช้ภายในหม้อน้ำ ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน มาตรฐาน ASME มาตรฐาน JIS มาตรฐาน EN มาตรฐาน ISO หรือตามหลักวิชาการทางด้านวิศวกรรม

อ่านดี ๆ จะเห็นว่ากฎหมายไม่ได้เขียนตัวเลขค่าน้ำไว้เลย — ไม่มีตรงไหนบอกว่า pH ต้องเท่าไหร่ ความกระด้างต้องไม่เกินเท่าไหร่ สิ่งที่กฎหมายไทยทำคือ "ชี้ไปที่มาตรฐาน" แล้วบอกว่าให้ทำตามมาตรฐานเหล่านั้น ซึ่งเป็นวิธีเขียนกฎหมายที่ฉลาด เพราะค่าพารามิเตอร์น้ำที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดและความดันของหม้อน้ำแต่ละตัว ถ้าล็อกตัวเลขตายตัวในกฎหมายจะไม่ยืดหยุ่นพอ

มาตรฐานที่กฎหมายอ้างถึงมาจากหลายประเทศ ต้องรู้ว่าแต่ละตัวเป็นของใคร

มาตรฐาน ประเทศ/หน่วยงาน ใช้กับ
ASME สหรัฐอเมริกา (American Society of Mechanical Engineers) มาตรฐานหม้อน้ำและภาชนะรับความดันที่ใช้แพร่หลายที่สุด
JIS ญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards) หม้อน้ำที่ผลิต/นำเข้าจากญี่ปุ่น
EN สหภาพยุโรป (European Norm) หม้อน้ำมาตรฐานยุโรป
ISO สากล (International Organization for Standardization) มาตรฐานกลางที่หลายประเทศรับมาใช้

จุดที่ต้องเน้นย้ำให้ชัด — ค่าตัวเลขทั้งหมด เช่น ช่วง pH ที่ยอมรับได้ ระดับความกระด้างสูงสุด ปริมาณออกซิเจนละลาย หรือค่าการนำไฟฟ้า (conductivity/TDS) ล้วนเป็นค่าที่กำหนดไว้ใน มาตรฐาน ASME หรือมาตรฐานวิศวกรรมที่อ้างถึง ไม่ใช่ตัวเลขที่เขียนอยู่ในกฎกระทรวง 2564 ถ้ามีใครบอกว่า "กฎหมายไทยกำหนดให้ pH อยู่ที่ค่านี้" ให้สงสัยไว้ก่อน เพราะกฎหมายไทยสั่งแค่ "ให้คุมคุณภาพน้ำตามมาตรฐาน" เท่านั้น

พารามิเตอร์น้ำที่ต้องคุม (อ้างมาตรฐานวิศวกรรม)

ในทางปฏิบัติ ค่าน้ำหลัก ๆ ที่ผู้ดูแลหม้อน้ำต้องเก็บและคุมตามมาตรฐาน ASME/คู่มือผู้ผลิต ได้แก่

  • ความกระด้าง (Hardness) — ปริมาณแคลเซียม-แมกนีเซียม ตัวการตะกรัน ต้องทำให้น้ำอ่อน (soft) ก่อนป้อน
  • pH — ค่าความเป็นกรด-ด่าง คุมไม่ให้กัดกร่อนหรือเปราะ
  • ออกซิเจนละลาย (Dissolved Oxygen, DO) — ตัวการกัดกร่อนแบบ pitting ต้องไล่หรือจับออก
  • ค่าการนำไฟฟ้า / TDS (Conductivity/Total Dissolved Solids) — ปริมาณของแข็งละลายรวม ถ้าสูงเกินต้องระบายน้ำทิ้ง (blowdown)
  • ซิลิกา (Silica) — ทำให้เกิดตะกรันแข็งบนใบกังหันในระบบที่มี turbine สำคัญมากในหม้อน้ำความดันสูง

ค่ายอมรับของแต่ละตัวจะต่างกันไปตามความดันใช้งานของหม้อน้ำ — หม้อน้ำความดันสูงจะคุมเข้มกว่าหม้อน้ำความดันต่ำ ตรงนี้ต้องอ้างตารางในมาตรฐาน ASME หรือสเปกของผู้ผลิตเครื่องนั้น ๆ ไม่ใช่ตัวเลขสำเร็จรูปตัวเดียวที่ใช้ได้ทุกเครื่อง

มาตรฐานของตัวหม้อน้ำและอุปกรณ์ — ข้อ 95

นอกจากคุณภาพน้ำแล้ว ตัวหม้อน้ำและอุปกรณ์ประกอบเองก็ต้องได้มาตรฐาน ข้อ 95 กำหนดว่า นายจ้างต้องใช้หม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ภาชนะรับความดัน ภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน รวมถึงอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐาน ISO มาตรฐาน ASME มาตรฐาน JIS มาตรฐาน DIN มาตรฐาน TRD มาตรฐาน BS มาตรฐาน EN มาตรฐาน DOT หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรฐานชุดนี้กว้างกว่าข้อ 108 และมาจากหลายประเทศ ที่เพิ่มเข้ามาจากชุดน้ำได้แก่

  • มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) — ของไทย
  • DIN — เยอรมนี
  • TRD — เยอรมนี (มาตรฐานหม้อน้ำเฉพาะ)
  • BS — สหราชอาณาจักร (British Standards)
  • DOT — สหรัฐอเมริกา (Department of Transportation ใช้กับภาชนะก๊าซ)

ในทางปฏิบัติ เวลาตรวจรับหม้อน้ำใหม่ ให้ขอ name plate และเอกสารรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิตทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่าตัวเครื่องผลิตตามมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งในรายการนี้

การตรวจสอบประจำปี — หัวใจของข้อ 109

การปรับสภาพน้ำเป็นงานประจำวัน แต่กฎหมายยังบังคับให้มี "การตรวจสอบใหญ่" เป็นรอบด้วย ข้อ 109 ระบุว่า นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และแจ้งผลการทดสอบต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่มีการทดสอบ

ตัวเลข 2 ตัวนี้คือสิ่งที่ต้องจำให้แม่น

  • 1 ครั้ง/ปี — ความถี่ขั้นต่ำของการทดสอบความปลอดภัยหม้อน้ำ
  • 30 วัน — กรอบเวลาในการแจ้งผลทดสอบหลังจากวันที่ทดสอบ

การทดสอบนี้ไม่ใช่แค่ "ดูด้วยตา" แต่เป็นการทดสอบความปลอดภัยตามคู่มือผู้ผลิตและแบบที่อธิบดีกำหนด ซึ่งทั่วไปครอบคลุมการตรวจพินิจสภาพภายใน-ภายนอก การตรวจลิ้นนิรภัย (safety valve) การตรวจอุปกรณ์ควบคุมระดับน้ำ และในหลายกรณีคือการทดสอบความดันด้วยน้ำ (hydrostatic test) ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของหม้อน้ำและสิ่งที่คู่มือกำหนด

เทียบรอบให้เห็นภาพ — ภาชนะรับความดันบางประเภทมีรอบตรวจที่ต่างออกไป เช่น ภาชนะที่มีปริมาตรน้อยกว่า 1 ลูกบาศก์เมตร ตรวจพินิจ + วัดความหนาโดยวิศวกรอย่างน้อย 5 ปีต่อ 1 ครั้ง อ่านเพิ่มที่ การตรวจสอบภาชนะรับความดัน เพื่อไม่ให้สับสนรอบของหม้อน้ำกับภาชนะรับความดัน

ใครเป็นคนตรวจ — วิศวกร ไม่ใช่ผู้ควบคุมหม้อน้ำ

คำถามที่โรงงานสับสนบ่อยที่สุดคือ "ใครเซ็นเอกสารทดสอบได้" คำตอบคือ วิศวกร ไม่ใช่ผู้ควบคุมหม้อน้ำที่เดินเครื่องประจำวัน

ข้อ 107 กำหนดว่า นายจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมการติดตั้งหม้อน้ำ พร้อมทั้งจัดให้มีการทดสอบการใช้งานได้ตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานตามข้อ 97 และต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

"วิศวกร" ในที่นี้ตามนิยามของกฎกระทรวง หมายถึงผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) สาขาที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ดังนั้น

  • ผู้ควบคุมหม้อน้ำ — เดินเครื่อง เก็บค่าน้ำ ทำ blowdown ตรวจ gauge ประจำวัน-ประจำกะ เป็นงานปฏิบัติการ
  • วิศวกร — ควบคุมการติดตั้ง (ข้อ 107) และทดสอบความปลอดภัยประจำปี (ข้อ 109) เป็นงานรับรองทางวิศวกรรม

สองบทบาทนี้แยกกันชัดเจน คนที่จบ ปวส. มาเป็นผู้ควบคุมหม้อน้ำ ไม่สามารถ เซ็นรับรองผลทดสอบประจำปีแทนวิศวกรได้ และเอกสารทดสอบทุกครั้งต้องเก็บสำเนาไว้ในโรงงานให้พนักงานตรวจความปลอดภัยขอดูได้ตลอด

งานประจำที่ต่อยอดจากการปรับสภาพน้ำ

การคุมคุณภาพน้ำไม่ได้จบที่การเติมสารเคมีอย่างเดียว แต่เชื่อมต่อกับงานบำรุงรักษาประจำที่กฎหมายกำหนดด้วย

ข้อ 101 ระบุว่า นายจ้างต้องจัดให้มีการบำรุงรักษาหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ภาชนะรับความดัน ภาชนะบรรจุก๊าซทนความดัน รวมถึงอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตลอดระยะเวลาการใช้งาน และข้อ 97 กำหนดว่า ในการประกอบ การติดตั้ง การทดสอบ การใช้ การซ่อมแซม การบำรุงรักษา การตรวจสอบหม้อน้ำ นายจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ หากไม่มี นายจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำเป็นหนังสือ และต้องมีสำเนาเอกสารไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

งานประจำที่ผูกกับเรื่องน้ำโดยตรง ได้แก่

  • Blowdown (ระบายน้ำทิ้ง) — ระบายน้ำที่มีของแข็งสะสมสูงออกตามรอบ เพื่อคุมค่า TDS และซิลิกาไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน
  • ตรวจลิ้นนิรภัย (Safety Valve) — อุปกรณ์สุดท้ายที่ระบายความดันเมื่อเกินพิกัด ต้องตรวจให้ทำงานได้จริงเสมอ
  • ตรวจ gauge และอุปกรณ์ควบคุมระดับน้ำ — น้ำในหม้อต่ำเกินไป (low water) คือสาเหตุระเบิดอันดับต้น ๆ ของหม้อน้ำ
  • บันทึกค่าน้ำประจำกะ — เก็บเป็นหลักฐานว่าคุมคุณภาพน้ำต่อเนื่องตามข้อ 108

ทั้งหมดนี้ต้องทำตามคู่มือผู้ผลิต ถ้าไม่มีคู่มือเดิม วิศวกรต้องจัดทำให้เป็นหนังสือ และเก็บไว้ให้ตรวจได้

ก่อนเข้าไปล้างตะกรันภายใน = ที่อับอากาศ

จุดที่อันตรายและพลาดบ่อยคือ เวลาต้องเข้าไปล้างหรือลอกตะกรันภายในหม้อน้ำตอน shutdown หม้อน้ำที่ถูกปิดและทำให้เย็นแล้วถือเป็น "ที่อับอากาศ" — อากาศไม่หมุนเวียน อาจมีออกซิเจนต่ำหรือมีก๊าซตกค้าง

ข้อ 102 วรรคสอง ระบุว่า กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างหรือบุคคลอื่นปฏิบัติงานภายในหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน หรือภาชนะรับความดัน นายจ้างต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยที่อับอากาศ ซึ่งหมายความว่าต้องมีระบบขออนุญาตเข้าทำงาน (permit-to-work) ตรวจวัดก๊าซก่อนเข้า มีผู้เฝ้าระวังภายนอก และจัดทีมช่วยเหลือพร้อม

พูดง่าย ๆ คือ งานล้างตะกรันภายในไม่ใช่แค่ "เดินเข้าไปขัด" แต่เป็นงานที่ต้องทำตามกฎ 2 ฉบับซ้อนกัน — กฎหม้อน้ำ + กฎที่อับอากาศ ถ้าข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งคือฝ่าฝืนกฎหมาย และเสี่ยงชีวิตคนทำงานจริง

checklist สรุปสั้น — สำหรับเรื่องน้ำและการตรวจสอบ

เก็บไว้เช็คก่อนและระหว่างเดินเครื่องหม้อน้ำ

  • มีระบบปรับสภาพน้ำ (soften/ไล่ออกซิเจน) ก่อนป้อนเข้าหม้อน้ำ
  • คุมค่าน้ำตามมาตรฐาน ASME/คู่มือผู้ผลิต — ความกระด้าง, pH, DO, TDS, ซิลิกา (ไม่ใช่ตัวเลขในกฎไทย)
  • บันทึกค่าน้ำประจำกะเก็บเป็นหลักฐานตามข้อ 108
  • ทำ blowdown ตามรอบเพื่อคุม TDS/ซิลิกา
  • ตัวหม้อน้ำและอุปกรณ์ได้มาตรฐานตามข้อ 95 (มอก./ISO/ASME/JIS/DIN/TRD/BS/EN/DOT)
  • มีคู่มือการใช้งาน-บำรุงรักษา ถ้าไม่มีให้วิศวกรจัดทำเป็นหนังสือ (ข้อ 97)
  • วิศวกร กว. ควบคุมการติดตั้ง + เซ็นเอกสารทดสอบ (ข้อ 107)
  • จัดทดสอบความปลอดภัยประจำปี อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี (ข้อ 109)
  • แจ้งผลทดสอบต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 30 วัน (ข้อ 109)
  • เก็บสำเนาเอกสารทดสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยขอดูได้
  • ถ้าเข้าไปล้างตะกรันภายใน → ใช้ permit ที่อับอากาศ (ข้อ 102)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: กฎกระทรวง 2564 กำหนดค่า pH หรือความกระด้างของน้ำหม้อน้ำไว้เท่าไหร่? ตอบ: กฎกระทรวง 2564 ไม่ได้กำหนดตัวเลข ใด ๆ ของค่าน้ำ ข้อ 108 สั่งเพียงให้คุมคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน มาตรฐาน ASME/JIS/EN/ISO หรือหลักวิชาการทางวิศวกรรม ส่วนค่าตัวเลขจริงต้องไปดูในมาตรฐานเหล่านั้นหรือคู่มือผู้ผลิต ซึ่งจะต่างกันตามชนิดและความดันของหม้อน้ำ

ถาม: ต้องทดสอบหม้อน้ำบ่อยแค่ไหน? ตอบ: ตามข้อ 109 อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามคู่มือและแบบที่อธิบดีกำหนด และต้องแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่วันทดสอบ คู่มือผู้ผลิตอาจกำหนดให้ตรวจถี่กว่านี้ได้ ซึ่งต้องทำตามคู่มือ

ถาม: ผู้ควบคุมหม้อน้ำที่จบ ปวส. เซ็นเอกสารทดสอบประจำปีแทนวิศวกรได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้ ข้อ 107 และข้อ 109 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของวิศวกร (กว.) ผู้ควบคุมหม้อน้ำมีหน้าที่เดินเครื่องและคุมงานประจำวัน เป็นคนละบทบาทกัน

ถาม: หม้อน้ำกับหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน (thermal oil) ใช้กฎข้อเดียวกันเรื่องน้ำไหม? ตอบ: ไม่ใช่ หม้อน้ำใช้น้ำ อยู่ในส่วนที่ 2 (ข้อ 107-109) ส่วนหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนใช้น้ำมันร้อนแทนน้ำ อยู่ในส่วนที่ 3 (ข้อ 110-112) เรื่องคุณภาพของไหลของ thermal oil ใช้ข้อ 112 แยกต่างหาก ไม่ใช่ข้อ 108 อย่าสับสนสองอุปกรณ์นี้

ถาม: น้ำประปาที่บ้านสะอาดดี ใช้ป้อนหม้อน้ำเลยได้ไหม? ตอบ: ไม่แนะนำและไม่ได้ตามมาตรฐาน น้ำประปาแม้ดื่มได้แต่ยังมีความกระด้างและออกซิเจนละลายในระดับที่ทำให้เกิดตะกรันและกัดกร่อนหม้อน้ำ ต้องผ่านระบบปรับสภาพน้ำ (soften + ไล่ออกซิเจน) ตามมาตรฐาน ASME หรือคู่มือผู้ผลิตก่อนเสมอ

สรุป

  • กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 108 สั่งให้นายจ้างคุมคุณภาพน้ำหม้อน้ำตามกฎหมายโรงงาน มาตรฐาน ASME/JIS/EN/ISO หรือหลักวิชาการวิศวกรรม — แต่ ไม่ได้กำหนดตัวเลขค่าน้ำ ไว้เอง ตัวเลข pH/ความกระด้าง/DO มาจากมาตรฐานวิศวกรรม ไม่ใช่กฎไทย
  • 3 ศัตรูของหม้อน้ำคือ ตะกรัน (ทำให้ร้อนเกิน), ออกซิเจนละลาย (กัดกร่อน) และ pH ที่ไม่เหมาะสม การปรับสภาพน้ำคือการจัดการทั้งสามตัวนี้
  • ตัวหม้อน้ำและอุปกรณ์ต้องได้มาตรฐานตาม ข้อ 95 (มอก. = ไทย, ASME/DOT = สหรัฐ, JIS = ญี่ปุ่น, DIN/TRD = เยอรมนี, BS = อังกฤษ, EN = ยุโรป, ISO = สากล)
  • ต้องจัด ทดสอบความปลอดภัยประจำปีอย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี (ข้อ 109) + แจ้งผลภายใน 30 วัน โดย วิศวกร เป็นผู้ทดสอบ ไม่ใช่ผู้ควบคุมหม้อน้ำ (ข้อ 107)
  • งานประจำที่ต่อยอดจากเรื่องน้ำ — blowdown, ตรวจลิ้นนิรภัย, ตรวจ gauge และบำรุงรักษาตามคู่มือ (ข้อ 97, 101) · และถ้าเข้าไปล้างตะกรันภายในต้องใช้ permit ที่อับอากาศ (ข้อ 102)

ลองเริ่มที่หม้อน้ำตัวแรกในโรงงานก่อน — เปิดแฟ้มดูว่ามีบันทึกค่าน้ำประจำกะหรือไม่ · เอกสารทดสอบประจำปีล่าสุดเซ็นโดยวิศวกร กว. ครบหรือเปล่า · และครบรอบ 1 ปีเมื่อใด แล้วลงปฏิทินวางแผนรอบทดสอบถัดไป จะกันทั้งการฝ่าฝืนกฎและอุบัติเหตุหม้อน้ำได้พร้อมกัน


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ หม้อน้ำ (Boiler)? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปรับสภาพน้ำหม้อน้ำ + ตรวจสอบประจำปี — กฎกระทรวง 2564 ข้อ 108-109 — Safety Station 101