⚙️ เครื่องจักร / ปั้นจั่น / หม้อน้ำ

ผู้ควบคุมหม้อน้ำ — คุณสมบัติ การอบรม ตามกฎกระทรวง 2564

ผู้ควบคุมหม้อน้ำต้องมีคุณสมบัติ — ปวส.ช่างกล/ช่างยนต์ + 9 หน่วยกิต หรืออบรมหลักสูตรกฎหมายโรงงาน · ทบทวน 2 ปี/ครั้ง ทดสอบประจำปี ตามกฎกระทรวง 2564 ข้อ 99-100

Safety Station 10110 พฤษภาคม 2569อ่าน 30 นาที · 6,531 คำ
ผู้ควบคุมหม้อน้ำ — คุณสมบัติ การอบรม ตามกฎกระทรวง 2564

โรงงานหลายแห่งใช้หม้อน้ำเป็นหัวใจของกระบวนการผลิต ตั้งแต่โรงงานอาหาร โรงงานสิ่งทอ โรงงานยา ไปจนถึงโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่หม้อน้ำคือภาชนะปิดที่มีความดันสูงและความร้อนสูงพร้อมกัน — ถ้าคนคุมไม่ได้มาตรฐาน อุบัติเหตุเดียวจบหลายชีวิต ด้วยเหตุนี้กฎหมายไทยจึงระบุว่านายจ้างต้องจัดให้มี "ผู้ควบคุมหม้อน้ำ" ที่มีคุณสมบัติชัดเจน และต้องอบรมทบทวนเป็นรอบ ๆ ไม่ใช่อบรมครั้งเดียวจบ

หลายคนใน HR และ Plant Manager มักสับสนระหว่าง "หลักสูตรผู้ควบคุมหม้อน้ำตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน" ของกระทรวงอุตสาหกรรม กับ "การอบรมทบทวน" ตามกฎกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2564 — ทั้งสองอย่างไม่ใช่ตัวเดียวกัน และคุณสมบัติเริ่มต้นยังมี 2 ทางเลือกอีกด้วย ลองดูทีละส่วนว่าต้องเตรียมอะไรบ้างให้ตรงตามกฎและพร้อมรับการตรวจของพนักงานตรวจความปลอดภัย

ภาพรวม — ใครเกี่ยว ทำไมต้องทำ ใช้เวลานานเท่าไหร่

ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 หมวด 3 ส่วนที่ 2 ผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องผู้ควบคุมหม้อน้ำ มี 3 ฝ่ายหลัก

  • นายจ้าง — มีหน้าที่ตามข้อ 99 ต้อง "จัดให้มี" ผู้ควบคุมหม้อน้ำที่มีคุณสมบัติตามกฎ และตามข้อ 100 ต้องส่งคนนั้นอบรมทบทวนทุก 2 ปี รวมถึงต้องแจ้งการใช้งาน/ยกเลิกหม้อน้ำ และจัดทดสอบประจำปี
  • ลูกจ้างที่ทำหน้าที่ผู้ควบคุมหม้อน้ำ — ต้องมีคุณสมบัติ 1 ใน 2 ทาง (ดูในหัวข้อถัดไป) และต้องเข้าอบรมทบทวนตามรอบ
  • วิศวกร กว. — มีหน้าที่ควบคุมการติดตั้ง และทดสอบหม้อน้ำตามข้อ 107 (คนละบทบาทกับผู้ควบคุมหม้อน้ำที่คุมการเดินเครื่องประจำวัน)

นิยามคำว่า "หม้อน้ำ" ในข้อ 3 ของกฎกระทรวงระบุไว้ชัดเจนว่า หมายถึง ภาชนะปิดที่ผลิตน้ำร้อนหรือไอน้ำที่มีความดันสูงกว่าบรรยากาศ โดยใช้ความร้อนจากการสันดาปของเชื้อเพลิงหรือความร้อนจากพลังงานอื่น ส่วน "หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน" (thermal fluid heater) มีนิยามแยก แต่ข้อกำหนดผู้ควบคุมและการอบรมรวมอยู่ในข้อ 99-100 เดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ภาชนะที่ทำน้ำร้อนทุกตัวจะเข้าข่ายต้องมีผู้ควบคุม — ข้อ 93 ของกฎเดียวกันยกเว้นหม้อน้ำที่บรรจุน้ำปริมาตรไม่เกิน 2 ลิตรและความดันเกจไม่เกิน 50 กิโลปาสคาล, หม้อน้ำที่ผลิตน้ำร้อนความดันเกจไม่เกิน 1.1 เมกะปาสคาลหรืออุณหภูมิไม่เกิน 120 องศาเซลเซียส และหม้อน้ำแบบท่อขดเฉพาะที่ผ่านเงื่อนไข 7 ข้อตามที่กฎกำหนด ออกจากบทบัญญัติหมวดนี้ ถ้าโรงงานใช้บอยเลอร์ขนาดอุตสาหกรรมทั่วไป (ความดัน/อุณหภูมิเกินกว่าเกณฑ์ยกเว้น) สมมุติว่าเข้าข่ายต้องมีผู้ควบคุมไว้ก่อน

กรอบเวลา ที่นายจ้างต้องวางแผน

  • เริ่มใช้งานหม้อน้ำใหม่ → แจ้งอธิบดี ภายใน 30 วัน · ยกเลิกใช้งาน → แจ้งใน 30 วันเหมือนกัน
  • ก่อนเดินเครื่อง → ต้องมี "ผู้ควบคุมหม้อน้ำ" ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 99 พร้อม
  • ทุก 2 ปี → ส่งผู้ควบคุมเข้าอบรมทบทวน
  • ทุก 1 ปี → ทดสอบความปลอดภัยหม้อน้ำประจำปี + แจ้งผลใน 30 วัน

คุณสมบัติของผู้ควบคุมหม้อน้ำ — 2 ทางเลือกตามข้อ 99

ภาพประกอบคุณสมบัติ 2 ทางเลือกของผู้ควบคุมหม้อน้ำตามข้อ 99 — ทางเลือก 1 ผ่านอบรม หรือ ทางเลือก 2 ปวส.สาขาช่างกล + 9 หน่วยกิตวิชาไอน้ำ

ข้อ 99 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน เป็นแบบ "อย่างหนึ่งอย่างใด" หมายความว่าผ่านทางใดทางหนึ่งจาก 2 ทางนี้ก็ใช้ได้

ทางเลือก เกณฑ์ เหมาะกับใคร
ทางที่ 1 — สายอบรม ผ่านอบรมหลักสูตร "ผู้ควบคุมหม้อน้ำ" ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (กระทรวงอุตสาหกรรม) หรือจากหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจที่อธิบดีประกาศกำหนด คนที่ไม่จบ ปวส. สายช่าง · ช่างจากงานอื่นที่ต้องการมาคุมหม้อน้ำ
ทางที่ 2 — สายวุฒิ + 9 หน่วยกิต มีคุณวุฒิ ปวส. สาขาช่างกลโรงงาน / ช่างยนต์ / ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม / ช่างเทคนิคการผลิต หรือสาขาอื่นที่เรียนทฤษฎี + ปฏิบัติเกี่ยวกับไอน้ำ การเผาไหม้ ความร้อน การประหยัดพลังงาน หรือความแข็งแรงของวัสดุ รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต คนที่จบสายช่างมาเลย · มี transcript ยืนยันหน่วยกิตได้

ตัวเลข 9 หน่วยกิต ในทางที่ 2 เป็นสาระสำคัญที่ HR มักพลาด คือไม่ใช่แค่ "ปวส.สายช่างก็ได้" แต่ใน transcript ต้องนับหน่วยกิตของวิชาที่เนื้อหาเข้าข่าย (ไอน้ำ การเผาไหม้ ความร้อน การประหยัดพลังงาน หรือความแข็งแรงของวัสดุ) รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต ถ้าไม่ครบหน่วยกิต ก็ต้องไปต่อยอดด้วยทางที่ 1 หรือเรียนเพิ่มในวิชาที่ขาด

ข้อระวัง 2 จุด

จุดที่ 1 — "ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน" คือกฎคนละฉบับ

หลักสูตรในทางที่ 1 ที่อ้างถึง "กฎหมายว่าด้วยโรงงาน" หมายถึงกฎหมายของ กระทรวงอุตสาหกรรม (กรมโรงงานอุตสาหกรรม) ไม่ใช่กฎหมายของกระทรวงแรงงาน เป็นกฎคนละฉบับ คนละหน่วยงานออก HR ต้องเช็คให้แน่ใจว่าสถาบันที่ส่งคนไปอบรมจัดหลักสูตรตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง หรือเป็นหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจที่อธิบดีกระทรวงแรงงานประกาศกำหนด

จุดที่ 2 — ไม่ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการฯ

ต่างจาก จป.หัวหน้างาน / จป.เทคนิค ที่ต้องขึ้นทะเบียนใน 30 วัน — ผู้ควบคุมหม้อน้ำตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ไม่มีข้อกำหนดให้ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพียงต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 99 และผ่านอบรมทบทวนตามข้อ 100 เท่านั้น ส่วนใบรับรองที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมออกให้ในทางที่ 1 ก็ใช้ในระบบของกระทรวงอุตสาหกรรม HR ต้องเก็บสำเนาคู่มือรับรอง/ใบประกาศไว้ในแฟ้มของลูกจ้าง พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

การอบรมทบทวน — อย่างน้อย 2 ปีต่อ 1 ครั้ง

ข้อ 100 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 กำหนดว่า นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมหม้อน้ำ ผ่านการฝึกอบรมแนวทางการปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการใช้งานและความปลอดภัยในการทำงานของหม้อน้ำ โดยให้รับการฝึกอบรมดังกล่าว อย่างน้อยสองปีต่อหนึ่งครั้ง ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด

ใครเป็นเจ้าภาพและใครจ่าย

นายจ้างเป็นผู้ส่งเข้าอบรมและเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย — เช่นเดียวกับการอบรมตำแหน่งความปลอดภัยอื่นใน พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ที่ห้ามผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง รวมทั้งค่าจ้างวันลาอบรมก็ต้องจ่ายปกติ

นับรอบ 2 ปียังไง

นับจากวันที่ผ่านการอบรมครั้งล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นรอบแรก (อบรมหลักสูตรเริ่มต้นตามข้อ 99 ทางที่ 1) หรือรอบทบทวน ก็ต้องครบ 2 ปีก่อนวันสิ้นรอบ ถ้าจะเซฟ ให้วางแผนอบรมรอบใหม่ภายใน 90 วันก่อนครบกำหนด 2 ปี เพื่อกัน slot ตารางอบรมของสถาบัน

เนื้อหาอบรมทบทวน

เนื้อหาที่กฎหมายระบุคือ "แนวทางการปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการใช้งานและความปลอดภัย" ในการทำงานหม้อน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ครอบคลุม

  • หลักการทำงานของหม้อน้ำและระบบไอน้ำ
  • การตรวจสอบประจำวันก่อน start up
  • การตอบโต้เหตุฉุกเฉิน เช่น น้ำในหม้อต่ำ pressure เกิน safety valve เปิด
  • การบำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต
  • กฎหมายและมาตรฐานที่เปลี่ยนแปลง
  • เคสศึกษาอุบัติเหตุหม้อน้ำในประเทศและต่างประเทศ

หลักสูตรที่ใช้ต้องเป็นหลักสูตรตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนด — HR ควรเช็คก่อนสมัครว่าสถาบันที่จัดอบรมใช้หลักสูตรนี้จริงหรือไม่ และมีหลักฐานการรับรองครบ

หน้าที่ของนายจ้างต่อเนื่อง — ไม่ได้จบที่อบรมคน

ภาพ isometric หน้าที่ต่อเนื่องของนายจ้างเรื่องหม้อน้ำ 6 ขั้น — แจ้งใช้ 30 วัน จัดผู้ควบคุม อบรมทบทวน 2 ปี วิศวกรควบคุมติดตั้ง ทดสอบประจำปี แจ้งผล 30 วัน

มีผู้ควบคุมหม้อน้ำที่มีคุณสมบัติแล้ว ยังไม่จบ — นายจ้างยังมีหน้าที่อีกชุดในการดูแลตัวหม้อน้ำและกระบวนการ ลองดูข้อหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง

1. แจ้งใช้/ยกเลิก ภายใน 30 วัน (ข้อ 96)

นายจ้างต้องแจ้งการใช้งานหรือยกเลิกการใช้งานหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน หรือภาชนะรับความดัน (นอกจากที่ยกเว้นตามข้อ 93) ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ใช้งานหรือยกเลิกการใช้งาน แล้วแต่กรณี ปัจจุบันใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการฯ ตามข้อ 4 ของกฎเดียวกัน

2. มีวิศวกรควบคุมการติดตั้งหม้อน้ำ (ข้อ 107)

นายจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมการติดตั้งหม้อน้ำ พร้อมทั้งจัดให้มีการทดสอบการใช้งาน และต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ "วิศวกร" ในที่นี้ตามนิยามข้อ 3 หมายถึงผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) สาขาที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร — ผู้ควบคุมหม้อน้ำที่จบ ปวส. ตามข้อ 99 (2) ไม่ได้ ทำหน้าที่ตรงนี้แทนวิศวกร เป็นคนละบทบาทกัน

3. ทดสอบความปลอดภัยประจำปี (ข้อ 109)

นายจ้างต้องจัดให้มี การทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำประจำปีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และแจ้งผลการทดสอบดังกล่าวต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย ภายในระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่มีการทดสอบ ในระหว่างนี้ (ตามข้อ 121 บทเฉพาะกาล) ผู้ทดสอบยังเป็นวิศวกร กว. จนกว่าจะมีบุคคล/นิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือใบอนุญาตตามมาตรา 11 ครบถ้วน

4. มีคู่มือการใช้งานเป็นภาษาไทย (ข้อ 97)

ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้งาน ซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือตรวจสอบหม้อน้ำ นายจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ หากไม่มีคู่มือเดิม ต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำเป็นหนังสือ และคู่มือต้องเป็น ภาษาไทย หรือภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยได้

5. ป้าย/สื่อข้อปฏิบัติฉุกเฉิน (ข้อ 98)

ต้องติดป้ายหรือสื่อในลักษณะอื่นที่กำหนดวิธีการทำงาน การตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบ การแก้ไขข้อขัดข้อง และข้อปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นภาษาไทยหรือภาษาที่ลูกจ้างเข้าใจ ปิดแสดงไว้บริเวณที่ลูกจ้างปฏิบัติงานและเห็นได้ชัด

6. PPE ตามข้อ 120 (10)

ชุดไอคอน 4 ชิ้น PPE สำหรับงานหม้อน้ำตามข้อ 120(10) — แว่นตา/หน้ากากใส ที่ครอบหู ชุดป้องกันความร้อน รองเท้าพื้นยาง

งานหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน หรือภาชนะรับความดัน ลูกจ้างต้องสวม

  • แว่นตาชนิดใส หรือหน้ากากชนิดใส
  • ปลั๊กลดเสียง หรือที่ครอบหูลดเสียงที่เหมาะสมกับสภาพงาน
  • ชุดป้องกันความร้อน หรืออุปกรณ์ป้องกันความร้อน
  • รองเท้าพื้นยางหุ้มส้น

นายจ้างต้องดูแลให้ลูกจ้างใช้ตลอดเวลาทำงาน

7. กรณีเข้าทำงานภายในหม้อน้ำ = ที่อับอากาศ (ข้อ 102 วรรค 2)

ถ้าให้ลูกจ้างเข้าไปทำงานภายในหม้อน้ำ หม้อต้มฯ หรือภาชนะรับความดัน (เช่น ทำความสะอาด ตรวจสอบภายในตอน shutdown) นายจ้างต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม กฎกระทรวงว่าด้วยที่อับอากาศ ซึ่งหมายถึงต้องมีระบบ permit-to-work, gas test, ผู้ช่วยเหลือ และผู้เฝ้าระวังภายนอกครบ — รายละเอียดดูเพิ่มที่ งานในที่อับอากาศ

ตัวอย่าง — จับคู่คุณสมบัติกับคนจริงในโรงงาน

เคส 1 — โรงงานอาหารส่งคนไปอบรมที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม

คุณเสาวลักษณ์เป็น Plant Manager โรงงานเครื่องดื่ม มีหม้อน้ำขนาด 5 ตัน/ชั่วโมง คนที่ดูเดิมเรียนจบ ม.6 ไม่มี ปวส. — เลือกใช้ทางที่ 1 ส่งไปอบรม "หลักสูตรผู้ควบคุมหม้อน้ำ" ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจัด เมื่อผ่านอบรมและได้ใบรับรอง เก็บสำเนาไว้ในแฟ้มลูกจ้าง · จากนั้นตามข้อ 100 ส่งเข้าอบรมทบทวนทุก 2 ปี

เคส 2 — โรงงานเสื้อผ้าใช้คนเดิมที่จบ ปวส.

ช่างคุณวีระจบ ปวส. ช่างยนต์ มี transcript ที่นับวิชา "เทอร์โมไดนามิกส์ + เครื่องยนต์สันดาปภายใน + วัสดุช่าง" รวมแล้ว 10 หน่วยกิต — เข้าเกณฑ์ข้อ 99 (2) "ไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต" ใช้ปริญญาบัตรและ transcript เป็นหลักฐานเลย ไม่ต้องไปอบรมเริ่มต้น แต่ ยังต้องเข้าอบรมทบทวนทุก 2 ปี ตามข้อ 100 เหมือนกัน

เคส 3 — ปวส.อิเล็กทรอนิกส์มาคุมหม้อน้ำได้ไหม?

ไม่ตรงสาขาในรายชื่อ (ช่างกลโรงงาน/ช่างยนต์/ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม/ช่างเทคนิคการผลิต) แต่ข้อ 99 (2) เปิดทางให้ "สาขาอื่นที่มีวิชาเรียนทฤษฎีและปฏิบัติเกี่ยวกับไอน้ำ การเผาไหม้ ความร้อน การประหยัดพลังงาน หรือความแข็งแรงของวัสดุ รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต" — ถ้า transcript ไม่ครบ 9 หน่วยกิตในกลุ่มวิชาเหล่านี้ ก็ใช้ทางที่ 2 ไม่ได้ ต้องสลับไปทางที่ 1 (อบรมหลักสูตรกฎหมายโรงงาน) แทน

ข้อควรระวัง — จุดที่ HR และโรงงานพลาดบ่อย

  1. คิดว่า "ปวส. สายช่างก็ใช้ได้ทุกสาขา" — ไม่จริง ต้องตรงสาขา หรือมีวิชาในหมวดที่กฎระบุครบ 9 หน่วยกิต ตรวจ transcript ทุกครั้ง
  2. ใช้ใบรับรองเก่าจากกฎ พ.ศ. 2552 — กฎเก่าถูกยกเลิกแล้วโดยข้อ 2 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 แต่ใบรับรองหลักสูตรผู้ควบคุมหม้อน้ำตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (กระทรวงอุตสาหกรรม) ยังใช้ได้ตามข้อ 99 (1) — ที่ต้องระวังคือ "การอบรมทบทวน" ตามข้อ 100 เริ่มนับ 2 ปีจากวันที่กฎใหม่บังคับใช้สำหรับลูกจ้างที่อยู่เดิม
  3. ลืมส่งอบรมทบทวนทุก 2 ปี — เป็น pain point หลัก หลายโรงงานส่งคนไปอบรมรอบแรกแล้วลืม รอบ 2 ปีถัดมาไม่ได้จัด — ถ้าพนักงานตรวจมาเช็คเข้า ถือว่าฝ่าฝืน
  4. คิดว่าผู้ควบคุมหม้อน้ำ = วิศวกรทดสอบ — คนละบทบาท ผู้ควบคุมคุมการเดินเครื่องประจำวัน · วิศวกร กว. ต้องเป็นคนทดสอบประจำปีและควบคุมการติดตั้ง (ข้อ 107 + 109)
  5. ส่งคนไปขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการฯ — ไม่ต้อง ผู้ควบคุมหม้อน้ำตามกฎ พ.ศ. 2564 ไม่ต้องขึ้นทะเบียน เพียงเก็บหลักฐานคุณสมบัติ + ใบรับรองอบรมทบทวนไว้ในแฟ้มของลูกจ้าง
  6. ลืม PPE เฉพาะของงานหม้อน้ำ — แว่นใส/หน้ากากใส + ปลั๊กลดเสียง + ชุดป้องกันความร้อน + รองเท้าพื้นยางหุ้มส้น ตามข้อ 120 (10) ครบทั้งสี่ ไม่ใช่แค่หมวก+ถุงมือเหมือนงานทั่วไป
  7. เข้าทำงานภายในหม้อน้ำโดยไม่ทำ confined space permit — ข้อ 102 วรรค 2 ระบุชัดให้ทำตามกฎที่อับอากาศ ความผิดซ้อน 2 ฉบับถ้าไม่ทำ

checklist สรุปสั้น — ส่งให้ HR เซฟไว้

ก่อนเปิดเดินเครื่องหม้อน้ำ เช็คให้ครบ

  • หม้อน้ำเข้าข่ายข้อ 93 ยกเว้นหรือไม่ ถ้าไม่ยกเว้นต้องทำต่อ
  • ผู้ควบคุมหม้อน้ำมีคุณสมบัติตามข้อ 99 (1 ใน 2 ทาง) + มีหลักฐานในแฟ้ม
  • วิศวกร กว. ควบคุมการติดตั้ง + เซ็นเอกสารทดสอบ (ข้อ 107)
  • แจ้งการใช้งานหม้อน้ำกับอธิบดีในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 30 วัน (ข้อ 96)
  • มีคู่มือการใช้งานภาษาไทย (ข้อ 97)
  • ติดป้ายข้อปฏิบัติฉุกเฉินบริเวณหม้อน้ำ (ข้อ 98)
  • PPE ครบตามข้อ 120 (10) — แว่นใส/หน้ากากใส, ปลั๊ก/ที่ครอบหู, ชุดกันร้อน, รองเท้าพื้นยาง
  • วางแผนทดสอบความปลอดภัยประจำปี + แจ้งผลใน 30 วัน (ข้อ 109)
  • วางแผนส่งผู้ควบคุมเข้าอบรมทบทวนทุก 2 ปี (ข้อ 100)
  • ถ้ามีงานเข้าไปภายในหม้อน้ำ → ใช้ confined space permit + ทำตามกฎที่อับอากาศ (ข้อ 102)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: หม้อน้ำขนาดเล็กในร้านกาแฟ ที่ใช้ทำกาแฟ ต้องมีผู้ควบคุมไหม? ตอบ: ข้อ 94 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ยกเว้นเครื่องชงกาแฟแรงดันไอน้ำ เตารีดแรงดันไอน้ำ เครื่องทำความสะอาดแรงดันไอน้ำ และเครื่องปั๊มลม ถ้าได้ปฏิบัติตามข้อ 97 (คู่มือ) และข้อ 101 (บำรุงรักษา) แล้ว ก็ไม่ต้องปฏิบัติตามหมวดนี้ทั้งหมด — รวมถึงไม่ต้องมีผู้ควบคุมตามข้อ 99

ถาม: ผู้ควบคุมหม้อน้ำต้องขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการฯ เหมือน จป. ไหม? ตอบ: ไม่ต้อง กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ไม่กำหนดให้ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพียงต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 99 + ผ่านอบรมทบทวนตามข้อ 100 และนายจ้างต้องเก็บหลักฐานไว้พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจได้

ถาม: ใบรับรองผู้ควบคุมหม้อน้ำที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมออกให้ ใช้แทนใบ จป. ได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้ — เป็นเอกสารคนละชุด คนละกฎหมาย ใบนี้ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ใช้ยืนยันคุณสมบัติตามข้อ 99 (1) ของกฎกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2564 เท่านั้น ส่วน จป.ระดับต่าง ๆ มีหลักสูตรและการขึ้นทะเบียนของกรมสวัสดิการฯ แยกต่างหาก

ถาม: ปวส.ที่จบมาตั้งแต่ก่อนปี 2564 ใช้ได้ไหม? ตอบ: ใช้ได้ กฎ พ.ศ. 2564 ไม่ระบุปีจบของ ปวส. — ขอเพียงสาขาตรง หรือ transcript รวมหน่วยกิตในวิชาที่กำหนดไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต

ถาม: หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน (thermal oil) ต้องมีผู้ควบคุมเหมือนหม้อน้ำไหม? ตอบ: ต้องมี ข้อ 99 ระบุชัดว่าครอบคลุมทั้ง "หม้อน้ำ" และ "หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน" คุณสมบัติเดียวกัน + อบรมทบทวน 2 ปี/ครั้ง เหมือนกัน

ถาม: ถ้าผู้ควบคุมหม้อน้ำลาออก ระหว่างที่ยังหาคนแทนไม่ได้ เดินเครื่องต่อได้ไหม? ตอบ: ไม่ได้ตามเจตนารมณ์ของข้อ 99 ที่ใช้คำว่า "นายจ้างต้องจัดให้มี" — หมายความว่าตลอดเวลาที่ใช้งานหม้อน้ำ ต้องมีผู้ควบคุมที่มีคุณสมบัติประจำการ ในทางปฏิบัติควรเตรียมคนสำรองอย่างน้อย 1 คนที่ผ่านคุณสมบัติเดียวกันไว้ล่วงหน้า

สรุป

  • ผู้ควบคุมหม้อน้ำตามกฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 99 มี 2 ทางเลือกคุณสมบัติ — (1) อบรมหลักสูตรตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน/หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ หรือ (2) ปวส. สาขาเฉพาะ + 9 หน่วยกิตในวิชาเกี่ยวกับไอน้ำ การเผาไหม้ ความร้อน การประหยัดพลังงาน หรือความแข็งแรงของวัสดุ
  • ทุกคนต้องผ่าน อบรมทบทวนอย่างน้อย 2 ปีต่อ 1 ครั้ง ตามข้อ 100 — นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
  • ผู้ควบคุมหม้อน้ำ ไม่ต้องขึ้นทะเบียน กับกรมสวัสดิการฯ แต่นายจ้างต้องเก็บหลักฐานคุณสมบัติและใบรับรองไว้
  • นอกจากเรื่องคน นายจ้างต้องทำคู่มือภาษาไทย (ข้อ 97) ติดป้ายฉุกเฉิน (ข้อ 98) จัดวิศวกร กว. ควบคุมการติดตั้ง (ข้อ 107) แจ้งใช้/ยกเลิกใน 30 วัน (ข้อ 96) ทดสอบประจำปี + แจ้งผลใน 30 วัน (ข้อ 109) จัด PPE ครบตามข้อ 120 (10) และทำตามกฎที่อับอากาศหากเข้าทำงานภายในหม้อน้ำ (ข้อ 102)
  • จุดที่ HR พลาดบ่อยที่สุดคือ — ลืมส่งอบรมทบทวนรอบ 2 ปี และตีความว่า ปวส.สายช่างใด ๆ ก็ใช้ได้ทันที (ทั้งที่ต้องเช็ค transcript ครบ 9 หน่วยกิต)

ลองเริ่มต้นวันนี้ด้วยการเปิดแฟ้มผู้ควบคุมหม้อน้ำในโรงงาน เช็คทีละคนว่า — ใครเข้าทางใดของข้อ 99 · มีหลักฐานในแฟ้มครบหรือไม่ · รอบอบรมทบทวนล่าสุดเมื่อไหร่ · ครบ 2 ปีเมื่อใด — แล้วลงในปฏิทินวางแผนรอบถัดไป จะกันการฝ่าฝืนกฎและรักษาความปลอดภัยของหน้างานได้พร้อมกัน


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ หม้อน้ำ (Boiler)? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง