⚙️ เครื่องจักร / ปั้นจั่น / หม้อน้ำ

รอกโซ่มือสาวและรอกโยก เลือกให้ถูกงาน อ่านป้ายพิกัด และเกณฑ์ปลดระวางตามกฎ 2564

แยกรอกโซ่มือสาวกับรอกโยกให้ชัด แนวแรงที่รับได้ การอ่านป้ายพิกัดบนตัวรอก เหตุผลที่ห้ามต่อด้ามโยก และเกณฑ์ปลดระวางตะขอตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ข้อ 92

Safety Station 10116 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,506 คำ
รอกโซ่มือสาวและรอกโยก เลือกให้ถูกงาน อ่านป้ายพิกัด และเกณฑ์ปลดระวางตามกฎ 2564

ช่างซ่อมบำรุงหยิบรอกโยกจากตู้เครื่องมือไปคล้องกับคานเหล็กเหนือแท่นปั๊ม แล้วโยกยกหัวปั๊มขึ้น พอถึงจังหวะที่ต้องดึงเยื้องให้พ้นแนวท่อ ก็โยกต่อจากมุมเดิมจนของเลื่อนออกมาได้ อีกวันหนึ่ง ช่างอีกคนหยิบรอกโซ่มือสาวจากตู้เดียวกันไปทำงานลักษณะเดียวกัน พอดึงเยื้องบ้าง โซ่มือสาวหลุดร่องล้อและกระตุกจนของแกว่ง

งานสองงานนี้หน้าตาเหมือนกัน แต่เครื่องมือสองตัวออกแบบมารับแรงคนละแนว และกฎหมายก็วางหน้าที่ไว้ชัดกว่าที่หลายคนคิด

รอกสองแบบที่ใช้แทนกันไม่ได้

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 นิยาม "รอก" ไว้ว่าเป็นอุปกรณ์ผ่อนแรงมีลักษณะคล้ายล้อเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ โดยร้อยไว้กับเชือก โซ่ หรือลวดสลิง ส่วนที่กำกับการใช้งานคือ หมวด 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 7 รอก ซึ่งข้อ 55 เขียนครอบทั้ง รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น และรอกชนิดอื่นที่มีการใช้งานลักษณะเดียวกัน รอกมือถือตัวเล็กจึงอยู่ใต้ข้อนี้เต็ม ๆ เหมือนรอกไฟฟ้าที่ติดตั้งถาวร

ความต่างของสองตัวอยู่ที่กลไกออกแรงและแนวที่ออกแบบให้รับ

หัวข้อ รอกโซ่มือสาว รอกโยก
วิธีออกแรง สาวโซ่มือรอบล้อโซ่ ทดกำลังผ่านชุดเฟือง โยกด้ามไปกลับ ขับกลไกกระเดื่องทีละจังหวะ
แนวแรงที่ออกแบบไว้ แนวดิ่ง ตัวรอกต้องแขวนอิสระ แนวดิ่ง เฉียง และราบ ตามที่คู่มือระบุ
ระยะทำงาน ยกขึ้นลงได้ยาวตามความยาวโซ่ยก ระยะสั้น เน้นดึง รั้ง ปรับตำแหน่ง
งานที่เหมาะ ยกขึ้นลงตรงแนว ใต้คานหรือขาตั้ง ดึงชิ้นงานเข้าที่ รั้งโครงสร้าง ปรับแนวประกอบ
จุดที่พลาดบ่อย ดึงเฉียงจนโซ่มือหลุดร่องและของแกว่ง ต่อด้ามเพิ่มแรงจนน้ำหนักเกินพิกัด

พูดสั้น ๆ รอกโซ่มือสาวเหมาะกับงานยกที่ต้องการระยะสูงและความนิ่ง ส่วนรอกโยกเหมาะกับงานออกแรงดึงระยะสั้น เช่น ดึงหน้าแปลนสองชิ้นให้ชิดกันก่อนขันสลัก

แนวแรงที่รอกแต่ละแบบรับได้

รอกโยกมีตะขอสองข้าง ข้างบนเกี่ยวจุดยึด ข้างล่างเกี่ยวของ เมื่อออกแรงโยก ตัวรอกจะหมุนตัวเองเข้าแนวเดียวกับเส้นแรงระหว่างตะขอทั้งสอง ไม่ว่าเส้นนั้นจะตั้ง เฉียง หรือเกือบราบ โซ่ยกจึงเข้าออกจากตัวเรือนในแนวตรงเสมอ และแรงลงที่ตะขอตามแกนพอดี งานดึงเฉียงจึงอยู่ในวิสัยที่ผู้ผลิตออกแบบไว้ ขอเพียงคู่มือของรุ่นนั้นระบุว่าใช้ได้ และปล่อยให้ตัวรอกหมุนเข้าแนวได้อิสระ

รอกโซ่มือสาวต่างออกไป เพราะมีโซ่สองเส้นทำงานพร้อมกัน คือโซ่ยกที่รับน้ำหนัก และโซ่มือสาวที่คนดึงเพื่อหมุนล้อโซ่มือ โซ่มือสาวห้อยเป็นวงโดยอาศัยน้ำหนักของตัวเองคงร่องอยู่บนล้อ เมื่อตัวรอกถูกดึงให้เอียง โซ่มือสาวจะเบียดขอบล้อ กระเด้งออกจากร่อง หรือพันกับโซ่ยก จังหวะที่โซ่กระตุกกลับเข้าที่คือจังหวะที่ของแกว่งและคนที่ยืนใกล้เสี่ยงที่สุด

อีกชั้นหนึ่งคือแรงด้านข้างที่ลงบนตะขอบนและจุดแขวน ตะขอออกแบบให้รับแรงตามแกน เมื่อรับแรงเฉียง แรงส่วนหนึ่งจะไปงัดที่ปากตะขอ ระยะยาวจะเห็นเป็นปากตะขอถ่างออก ซึ่งเป็นลักษณะที่กฎหมายห้ามใช้งานต่อ หลักที่จำง่ายคือ รอกโยกทำงานเป็นเส้นตรงระหว่างตะขอสองข้าง ส่วนรอกโซ่มือสาวทำงานเป็นเส้นดิ่งจากจุดแขวนลงมา ถ้างานต้องดึงเฉียง ให้เปลี่ยนไปใช้รอกโยก หรือย้ายจุดแขวนไปอยู่เหนือจุดศูนย์ถ่วงของของที่จะยกเสียก่อน

ป้ายพิกัดยกบนตัวรอกคือตัวเลขที่ใช้ตัดสิน

ข้อ 55 (4) กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ำหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานไว้ที่รอก พร้อมทั้งติดตั้งป้ายเตือนให้ระวัง ตัวเลขที่ใช้ตัดสินว่ายกได้หรือไม่ได้จึงอยู่บนตัวรอกที่จะใช้ในวันนั้น ไม่ใช่ตัวเลขกลางที่จำมาจากรอกตัวอื่น

จุดนี้พลาดกันบ่อยเพราะรอกหน้าตาคล้ายกันเกือบทุกยี่ห้อ รอกโยกตัวเล็กในงานซ่อมบำรุงมีตั้งแต่รุ่นพิกัดต่ำกว่าหนึ่งตันไปจนถึงหลายตัน โดยตัวเรือนใหญ่ต่างกันไม่มาก คนที่เคยใช้รุ่นใหญ่แล้วหยิบรุ่นเล็กไปทำงานเดิม จะประเมินด้วยความเคยชินว่ารับไหว ทั้งที่ป้ายบอกคนละค่า

ป้ายมีข้อมูลที่ต้องอ่านสามอย่าง ได้แก่ พิกัดน้ำหนักยกอย่างปลอดภัย รุ่นและหมายเลขเครื่องเพื่อไล่กลับไปหาคู่มือ และระยะยกของรุ่นนั้น ถ้าป้ายหลุดหรืออ่านไม่ออก ให้ถือว่ารอกตัวนั้นยังใช้ไม่ได้จนกว่าจะยืนยันพิกัดจากเอกสารของผู้ผลิต และห้ามตอกตัวเลขขึ้นใหม่เอง เพราะตัวเลขที่เดาจะกลายเป็นตัวเลขที่คนรุ่นถัดไปเชื่อ

ข้อ 8 กำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ หากไม่มี ต้องให้วิศวกรจัดทำเป็นหนังสือ และเก็บสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ คู่มือผู้ผลิตจึงมีสถานะเป็นข้อกำหนดที่ต้องทำตาม ต่อจากนั้น ข้อ 10 กำหนดให้นายจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทำงานเกินพิกัดหรือขีดความสามารถที่กำหนดไว้ในคู่มือการใช้งาน สองข้อนี้ต่อกันเป็นเส้นเดียว คือคู่มือกำหนดพิกัด ป้ายบนตัวรอกแสดงพิกัด และการยกเกินพิกัดถือว่าผิดข้อกำหนด

ด้ามโยกที่ต่อยาว ทำให้น้ำหนักเกินพิกัดโดยไม่รู้ตัว

ผู้ผลิตออกแบบความยาวด้ามโยกให้สัมพันธ์กับพิกัดของรอก คือคนหนึ่งคนออกแรงเต็มที่บนด้ามความยาวมาตรฐาน แล้วได้แรงยกใกล้เคียงพิกัดที่ระบุไว้พอดี ความยาวด้ามจึงเป็นตัวจำกัดแรงในตัวเอง เมื่อโยกแล้วหนักผิดปกติจนโยกไม่ไหว นั่นคือสัญญาณว่าของหนักเกินพิกัด หรือมีอะไรติดขัดอยู่

การเอาท่อเหล็กสวมด้ามให้ยาวขึ้นทำลายตัวจำกัดนี้ทิ้ง ลองคิดเลขให้เห็นภาพ ด้ามเดิมยาว 40 เซนติเมตร ต่อท่อจนยาวเป็น 80 เซนติเมตร แรงที่มือกดเท่าเดิมทุกประการ แต่โมเมนต์ที่ป้อนเข้าชุดกระเดื่องเพิ่มเป็นสองเท่า แรงดึงในโซ่ยกจึงขึ้นสองเท่าตามไปด้วย รอกพิกัด 1.5 ตันที่โยกด้วยด้ามต่อ อาจกำลังรับของหนักถึง 3 ตัน โดยที่คนโยกยังรู้สึกว่าออกแรงเท่าเดิม และจุดแขวนที่คำนวณไว้สำหรับ 1.5 ตันก็รับ 3 ตันไปพร้อมกัน

ปัญหาคือไม่มีอะไรบอกให้รู้ ไม่มีเข็มวัด ไม่มีเสียงเตือน กว่าจะรู้ก็ตอนเห็นความเสียหายแล้ว เช่น ปากตะขอค่อย ๆ ถ่างออก โซ่ยืดตัว หรือกรณีที่แย่ที่สุดคือโซ่ขาดขณะของลอยอยู่เหนือหัวคน

แนวปฏิบัติที่ถูกจึงเป็นแบบนี้ เมื่อโยกแล้วฝืด ให้หยุดแล้วไล่หาเหตุก่อน คือประเมินน้ำหนักของใหม่ ตรวจว่าของติดสลักหรือติดสนิมกับฐานอยู่หรือไม่ และตรวจว่าแนวดึงตรงกับแนวที่ตั้งใจหรือเปล่า ถ้ายืนยันแล้วว่าของหนักเกินพิกัดจริง ให้เปลี่ยนไปใช้รอกพิกัดสูงกว่า หรือเพิ่มจุดยกโดยมีคนคำนวณการแบ่งน้ำหนัก ไม่ใช่เพิ่มความยาวด้าม

ขั้นตอนการยกด้วยรอก ทีละขั้น

ขั้นที่ 1 ประเมินน้ำหนักและเลือกชนิดรอก เริ่มจากน้ำหนักของจริงที่ได้จากแบบ ป้ายเครื่อง หรือการชั่ง งานยกขึ้นลงใช้รอกโซ่มือสาว งานดึงและปรับแนวใช้รอกโยก แล้วเลือกตัวที่ป้ายพิกัดสูงกว่าน้ำหนักของ

ขั้นที่ 2 ตรวจจุดแขวนและติดตั้งให้มั่นคง ข้อ 55 (1) กำหนดให้ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย จุดแขวนต้องรับน้ำหนักได้จริงโดยมีผู้มีความรู้ยืนยัน ท่อน้ำ รางสายไฟ และโครงหลังคาเบาไม่ใช่จุดแขวน

ขั้นที่ 3 ตรวจตัวรอกก่อนใช้ ไล่ตามจุดตรวจในหัวข้อถัดไปให้ครบ แล้วบันทึกผลลงใบตรวจ

ขั้นที่ 4 คล้องและปิดสลักนิรภัย เกี่ยวตะขอให้ของนั่งเข้าท้องตะขอเต็มหน้า ไม่เกี่ยวค้างที่ปลายปาก แล้วปิดสลักนิรภัยทุกครั้ง ข้อ 59 (2) ในหมวดปั้นจั่นกำหนดให้จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปั้นจั่น และตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ข้อนี้ครอบคลุมตะขอของปั้นจั่น ส่วนสลักนิรภัยของรอกโซ่มาจากผู้ผลิต จึงผูกกลับไปที่ข้อ 8 ผลทางปฏิบัติเหมือนกัน คือสลักหักเมื่อไร รอกตัวนั้นยังไม่พร้อมใช้

ขั้นที่ 5 ตั้งมุมของอุปกรณ์ยึดโยงให้ถูก ถ้าใช้สลิงหรือโซ่คล้องของแล้วเข้าตะขอรอก ข้อ 91 กำหนดให้มุมองศาระหว่างอุปกรณ์สำหรับการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่จะทำการยกไม่น้อยกว่า 45 องศา หากจำเป็นต้องใช้มุมน้อยกว่านั้น ต้องมีการคำนวณแรงรับน้ำหนักโดยผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น และเก็บสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ วิธีคำนวณแรงต่อขาสลิงตามมุมยก อ่านต่อได้ที่คำนวณ WLL สลิงตามมุมยก

ขั้นที่ 6 ยกลอยพ้นพื้นเล็กน้อยแล้วหยุด ดูของเอียง ดูเบรก ดูจุดแขวนขยับ ถ้าทุกอย่างนิ่งจึงยกต่อ

ขั้นที่ 7 กันคนออกจากแนวยก ข้อ 55 (7) กำหนดให้ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทำการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทำการยก คือกั้นเขตใต้แนวยก และห้ามใครสอดมือเข้าไปจัดของขณะที่ของยังลอย

ขั้นที่ 8 วางของลงแล้วปลดโหลด วางบนแท่นรองที่รับน้ำหนักได้ ปล่อยโซ่ให้หย่อนจนแน่ใจว่าของนั่งเต็มแท่น แล้วจึงปลดตะขอ

ส่วน PPE ข้อ 120 (7) กำหนดให้งานยก ขนย้าย หรือติดตั้ง สวมหมวกนิรภัย ถุงมือผ้า และรองเท้านิรภัย

จุดตรวจก่อนใช้งานและเกณฑ์ปลดระวาง

ข้อ 55 (2) กำหนดให้จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน และต้องมีสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ คำว่ามีสำเนาเอกสารหมายถึงต้องมีใบบันทึก ไม่ใช่ตรวจด้วยสายตาแล้วจำไว้เฉย ๆ จุดที่ต้องไล่มีเจ็ดจุด

  • ป้ายพิกัดและป้ายเตือน อ่านออก ติดแน่น ตรงกับรุ่นของรอกตัวนั้น
  • ตะขอบนและตะขอล่าง ดูการบิดตัว การถ่างของปาก รอยสึกที่ท้อง รอยร้าว และสภาพห่วงตะขอ
  • สลักนิรภัยที่ปากตะขอ มีครบ เด้งกลับเข้าที่เอง ปิดสนิทกับปลายปาก
  • โซ่ยก ไล่ทีละข้อตลอดความยาว หาข้อที่ยืด บิด บาก เป็นสนิมกินลึก หรือมีรอยเชื่อมซ่อม
  • โซ่มือสาวหรือด้ามโยก โซ่มือสาววิ่งในร่องล้อได้ลื่น ด้ามโยกตรง ไม่มีร่องรอยว่าเคยถูกต่อความยาว คันปรับทิศทางเข้าล็อกทั้งสองทาง
  • เบรก ยกของเบาพ้นพื้นแล้วปล่อยมือ โหลดต้องค้างนิ่ง เบรกที่ไหลคือรอกที่ต้องถอดออกจากงานทันที
  • ตัวเรือนและตะขอแขวน หาร่องรอยแตก บิ่น หรือสลักหลวม

เกณฑ์ตัวเลขของตะขอที่กฎหมายไทยเขียนไว้ชัดที่สุดอยู่ในหมวดปั้นจั่น ข้อ 92 ซึ่งกำหนดว่านายจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีการบิดตัวของตะขอ มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ หรือมีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ ข้อนี้อยู่ในส่วนอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น ส่วนที่ 7 รอก ไม่ได้ให้ตัวเลขไว้ กำหนดเพียงให้ตรวจทุกวันและซ่อมก่อนใช้ เกณฑ์ร้อยละ 5 และร้อยละ 10 จึงเป็นเส้นตัดสินที่ใช้ได้กับตะขอของรอก เพราะเป็นชิ้นส่วนที่รับน้ำหนักลักษณะเดียวกัน

วิธีวัดที่ทำได้หน้างานคือจดระยะปากตะขอตอนรับของใหม่ไว้ในทะเบียนอุปกรณ์ แล้ววัดเทียบทุกรอบตรวจ ร้อยละ 5 ของปากตะขอที่กว้าง 60 มิลลิเมตรคือ 3 มิลลิเมตร ซึ่งมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น ตัวเลขอ้างอิงตอนรับของจึงสำคัญ การอ่านเครื่องหมายบนตะขอและสะเก็น อ่านต่อได้ที่อ่าน Marking สะเก็นและตะขอ

สำหรับอุปกรณ์ยึดโยง ข้อ 55 (6) ชี้กลับไปที่ข้อ 89 ซึ่งกำหนดค่าความปลอดภัยไว้ว่า ลวดสลิงไม่น้อยกว่า 5 โซ่ไม่น้อยกว่า 4 เชือกไม่น้อยกว่า 5 ห่วงหรือตะขอไม่น้อยกว่า 3.5 และอุปกรณ์ผูกมัดยึดโยงอื่นไม่น้อยกว่า 3.5 โดยข้อ 3 นิยามค่าความปลอดภัยว่าเป็นอัตราส่วนระหว่างแรงดึงที่รับได้สูงสุดต่อแรงดึงที่อนุญาตให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ส่วนตัวเลขเกรดโซ่ที่ตอกบนข้อโซ่ เช่น เกรด 80 หรือเกรด 100 เป็นระบบชั้นคุณภาพตามมาตรฐานสากลของผู้ผลิตโซ่ ไม่ใช่ค่าที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 กำหนด อย่านำสองเรื่องนี้มาปนกัน เกรดบอกชั้นความแข็งแรงของเนื้อโซ่ ส่วนค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 คือข้อกำหนดไทย

ระยะยืดของโซ่ก็เช่นกัน กฎกระทรวงฉบับนี้ให้ตัวเลขลักษณะต้องห้ามไว้เฉพาะลวดสลิงในข้อ 86 และตะขอในข้อ 92 ไม่ได้ให้ตัวเลขการยืดของโซ่ เกณฑ์ที่ต้องยึดจึงเป็นค่าที่คู่มือของผู้ผลิตรุ่นนั้นกำหนด ซึ่งข้อ 8 ทำให้คู่มือมีผลผูกพันอยู่แล้ว วิธีวัดคือวัดความยาวคร่อมจำนวนข้อที่คู่มือระบุ เทียบกับค่าตอนใหม่ที่จดไว้

ตัวอย่างงานถอดมอเตอร์ในห้องเครื่อง

โรงงานแห่งหนึ่งต้องถอดมอเตอร์ปั๊มน้ำหนักประมาณ 380 กิโลกรัมออกจากแท่น ยกขึ้นราวหนึ่งเมตรให้พ้นฐาน แล้วเลื่อนออกด้านข้างราวหนึ่งเมตรครึ่งไปวางบนรถเข็น เหนือแท่นมีคานเหล็กของอาคารพาดอยู่ตรงแนวมอเตอร์พอดี แต่เยื้องจากตำแหน่งรถเข็น

ทีมงานใช้รอกโซ่มือสาวพิกัด 1 ตันแขวนกับคานเหล็กที่วิศวกรโรงงานยืนยันว่ารับน้ำหนักได้ ทำหน้าที่ยกขึ้นตามแนวดิ่งอย่างเดียว และใช้รอกโยกพิกัด 1 ตันอีกตัวคล้องระหว่างเสาโครงสร้างกับหูยกฝั่งรถเข็น ทำหน้าที่ดึงเยื้องในแนวเกือบราบ

ลำดับงานคือ ตรวจรอกทั้งสองตัวตามใบตรวจประจำวันแล้วเซ็นชื่อ คล้องสลิงเข้าหูยกโดยคุมมุมสลิงไม่ให้ต่ำกว่า 45 องศา กั้นเขตใต้แนวยกและติดป้ายเตือน จากนั้นสาวโซ่ยกมอเตอร์ขึ้นพ้นแท่นราวห้าเซนติเมตรแล้วหยุดดูเบรกและการเอียงราวครึ่งนาที เมื่อนิ่งดีจึงยกต่อจนพ้นฐาน แล้วค่อยโยกรอกโยกทีละจังหวะสั้น ๆ ให้มอเตอร์เลื่อนออกด้านข้าง โดยมีคนคอยสาวโซ่ตามให้ตัวรอกอยู่ในแนวดิ่งตลอด

จุดสำคัญของแผนนี้คือ ไม่มีจังหวะไหนที่รอกโซ่มือสาวถูกดึงเฉียง หน้าที่ดึงเยื้องอยู่ที่รอกโยกซึ่งออกแบบมารับแนวนั้น และไม่มีใครต้องเพิ่มแรงด้วยการต่อด้าม เพราะ 380 กิโลกรัมอยู่ต่ำกว่าพิกัด 1 ตันของทั้งสองตัวมาก

รอกเสียหายก่อนเวลาเพราะอะไร

ข้อผิดพลาด ผลที่ตามมา สิ่งที่ควรทำ
ต่อท่อเพิ่มความยาวด้ามโยก โหลดขึ้นเป็นเท่าตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน ผิดข้อ 10 หยุดหาเหตุที่ฝืด แล้วเปลี่ยนไปใช้รอกพิกัดสูงกว่า
ใช้รอกโซ่มือสาวดึงเฉียง โซ่มือหลุดร่อง ของแกว่ง ปากตะขอถ่าง เปลี่ยนไปใช้รอกโยก หรือย้ายจุดแขวนให้อยู่เหนือจุดศูนย์ถ่วง
เชื่อพิกัดจากความจำแทนป้าย ยกเกินพิกัดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม อ่านป้ายบนตัวรอกที่จะใช้จริงทุกครั้ง
ถอดสลักนิรภัยออกเพราะเกะกะ ของสะบัดหลุดจากปากตะขอตอนโหลดคลาย ซ่อมสลักให้ใช้ได้ ไม่ถอดออก
แขวนรอกกับท่อหรือรางสายไฟ จุดแขวนพังทั้งระบบ ผิดข้อ 55 (1) ใช้จุดแขวนที่ผู้มีความรู้ยืนยันแล้วเท่านั้น
ตรวจด้วยสายตาแต่ไม่บันทึก ไม่มีหลักฐานตามข้อ 55 (2) ใช้ใบตรวจประจำวันและเก็บสำเนาไว้
เชื่อมซ่อมโซ่หรือดัดตะขอให้กลับรูป ความแข็งแรงเดิมหายไป มองจากภายนอกไม่เห็น ปลดระวางแล้วเปลี่ยนชิ้นใหม่

อีกอย่างที่พบบ่อยคือหยิบรอกที่ปลดระวางแล้วไปใช้ต่อ เพราะแขวนปนอยู่กับตัวที่ยังใช้ได้ ข้อ 55 (3) กำหนดให้จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบำรุง และการตรวจสอบรอก

การเก็บรอกและรอบตรวจตามกฎหมาย

รอกโซ่มือสาวและรอกโยกถูกหิ้วไปทั่วโรงงาน แล้วมักลงเอยที่มุมพื้นซึ่งเปียกและมีเศษโลหะ การเก็บที่ดีคือแขวนไว้ในที่แห้ง ไม่ให้โซ่กองแช่น้ำ และแยกตามพิกัดให้หยิบไม่ผิดตัว

รอบตรวจตามกฎหมายมีสองชั้น ชั้นแรกคือตรวจความพร้อมทุกวันตามข้อ 55 (2) ชั้นที่สองคือข้อ 55 (8) ซึ่งกำหนดว่ารอกที่มีขนาดพิกัดน้ำหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ รอกพิกัดต่ำกว่า 1 ตันยังต้องตรวจทุกวันเหมือนกัน แต่ไม่เข้าข่ายการทดสอบประจำปีตามข้อนี้ ทั้งนี้ ข้อ 121 กำหนดให้วิศวกรเป็นผู้ทดสอบตามข้อ 55 ไปก่อน จนกว่าจะมีบุคคลซึ่งขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลซึ่งได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554

แนวทางที่ใช้ได้จริงคือทำทะเบียนรอกทั้งโรงงาน ลงหมายเลขเครื่อง พิกัดตามป้าย ระยะปากตะขอตอนรับของ และวันครบรอบทดสอบถัดไป แล้วผูกใบตรวจประจำวันเข้ากับหมายเลขเดียวกัน วิธีวางระบบใบตรวจรายวัน ดูตัวอย่างได้ที่Daily Inspection ปั้นจั่น 10 จุด

เช็กลิสต์หยิบ ใช้ และเก็บรอก

ก่อนหยิบรอกออกจากชั้น

  • แยกให้ออกว่างานนี้เป็นการยกขึ้นลงตรงแนวหรือการดึงปรับตำแหน่ง แล้วเลือกชนิดรอกให้ตรง
  • อ่านป้ายพิกัดบนตัวรอกตัวนั้น เทียบกับน้ำหนักของที่ประเมินไว้
  • ป้ายอ่านไม่ออกหรือหลุดหาย ให้วางกลับแล้วหยิบตัวอื่น

ก่อนเกี่ยวของ

  • ตรวจครบเจ็ดจุด แล้วเซ็นใบตรวจประจำวัน
  • ทดสอบเบรกด้วยของเบา ปล่อยมือแล้วโหลดต้องค้างนิ่ง
  • มีผู้มีความรู้ยืนยันจุดแขวนแล้วว่ารับน้ำหนักได้

ระหว่างยก

  • ยกพ้นพื้นเล็กน้อยแล้วหยุดดูก่อนยกต่อ
  • ไม่มีใครอยู่ใต้แนวยกหรือเกาะไปกับของ
  • มุมสลิงกับของไม่น้อยกว่า 45 องศา
  • โยกแล้วฝืด ให้หยุดหาเหตุ ไม่ต่อด้าม ไม่เพิ่มคนช่วยกันโยก

หลังใช้งาน

  • เช็ดแห้ง แขวนเก็บ แยกตามพิกัด
  • ตัวที่ชำรุดติดป้ายห้ามใช้และแยกออกจากชั้นของที่ใช้ได้
  • ปรับปรุงทะเบียนและวันครบรอบทดสอบของรอกพิกัดตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป

นับรอกที่ยังอ่านป้ายพิกัดได้ และแยกตัวที่ป้ายหายออกจากของพร้อมใช้ ส่วนเกณฑ์ตะขออ่านต่อที่ ตรวจตะขอตามข้อ 92

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ปั้นจั่น (Crane)? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

Daily Inspection ปั้นจั่น 10 จุด — ตรวจก่อนยกตามกฎ 2564
เครื่องจักร

Daily Inspection ปั้นจั่น 10 จุด — ตรวจก่อนยกตามกฎ 2564

10 จุดตรวจปั้นจั่นประจำวัน — ลวดสลิงข้อ 86 ค่าความปลอดภัย 5:1 / 3.5:1 ข้อ 87 limit switch ข้อ 59 สัญญาณข้อ 64 ระยะสายไฟข้อ 68 ตามกฎกระทรวง 2564 + tag-out

12 พ.ค. 2569อ่าน 19 นาที
ตรวจตะขอปั้นจั่น เกณฑ์ห้ามใช้ตามข้อ 92 ปากถ่างร้อยละ 5 ท้องสึกร้อยละ 10
เครื่องจักร

ตรวจตะขอปั้นจั่น เกณฑ์ห้ามใช้ตามข้อ 92 ปากถ่างร้อยละ 5 ท้องสึกร้อยละ 10

เกณฑ์ตะขอปั้นจั่นที่กฎหมายไทยห้ามใช้ 5 ลักษณะตามข้อ 92 กฎกระทรวงฯ 2564 ปากถ่างเกินร้อยละ 5 ท้องสึกเกินร้อยละ 10 พร้อมวิธีวัดเทียบค่าตั้งต้นและเอกสารที่ต้องเก็บ

8 ก.ย. 2569อ่าน 29 นาที
อ่านและคำนวณ Load Chart ปั้นจั่น — ยกได้กี่ตันที่รัศมี/มุมบูม + Gross vs Net เทียบแผนการยกกฎไทย
เครื่องจักร

อ่านและคำนวณ Load Chart ปั้นจั่น — ยกได้กี่ตันที่รัศมี/มุมบูม + Gross vs Net เทียบแผนการยกกฎไทย

วิธีอ่าน load chart ปั้นจั่น รัศมี/ความยาวบูม Gross vs Net เส้นหนา structural vs tipping ตาม ASME B30.5 เทียบกฎกระทรวง 2564 ข้อ 65/79/84 แผนการยกเมื่อเกิน 75% หรือ 25 ตัน

11 มิ.ย. 2569อ่าน 22 นาที
รอกโซ่มือสาวและรอกโยก เลือกให้ถูกงานและตรวจให้ถูกจุด — Safety Station 101