ตรวจตะขอปั้นจั่น เกณฑ์ห้ามใช้ตามข้อ 92 ปากถ่างร้อยละ 5 ท้องสึกร้อยละ 10
เกณฑ์ตะขอปั้นจั่นที่กฎหมายไทยห้ามใช้ 5 ลักษณะตามข้อ 92 กฎกระทรวงฯ 2564 ปากถ่างเกินร้อยละ 5 ท้องสึกเกินร้อยละ 10 พร้อมวิธีวัดเทียบค่าตั้งต้นและเอกสารที่ต้องเก็บ

ตะขอคือชิ้นส่วนสุดท้ายที่รับน้ำหนักทั้งก้อนก่อนส่งแรงต่อขึ้นไปยังลวดสลิงและโครงสร้างปั้นจั่น เมื่อตะขอเสียรูป ของที่แขวนอยู่ข้างล่างไม่มีชิ้นส่วนใดรองรับต่ออีกแล้ว กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 จึงเขียนลักษณะตะขอที่ห้ามใช้ไว้ห้าลักษณะ โดยสองลักษณะกำหนดเป็นตัวเลขร้อยละไว้ตรง ๆ
ตัวเลขร้อยละ 5 ที่ปากตะขอ และร้อยละ 10 ที่ท้องตะขอ เป็นค่าที่กฎหมายไทยกำหนด ไม่ใช่ค่าที่ยืมมาจากมาตรฐานต่างประเทศ จุดที่หลายโรงงานติดขัดคือ วัดได้กี่มิลลิเมตรแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเกินร้อยละ 5 หรือยัง เพราะร้อยละต้องมีฐานเทียบ และฐานเทียบนั้นต้องบันทึกไว้ตั้งแต่ตะขอยังใหม่
ตะขอที่กฎหมายห้ามใช้ ห้าลักษณะ
ข้อ 92 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 เขียนไว้ว่า นายจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) มีการบิดตัวของตะขอ (2) มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 (3) มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 (4) มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ (5) มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
ข้อความนี้เขียนในรูปข้อห้าม เจอลักษณะใดลักษณะหนึ่งก็ครบเงื่อนไขแล้ว และไม่มีข้อความใดเปิดช่องให้ใช้ต่อโดยมีเงื่อนไข สามลักษณะที่ตัวบทไม่ได้ให้ตัวเลข คือ บิดตัว แตกร้าว และห่วงตะขอเสียรูปทรงหรือสึกหรอ ถือว่าพบแล้วห้ามใช้โดยไม่ต้องวัด ส่วนสองลักษณะที่ให้ตัวเลขมา ต้องวัดเทียบค่าตั้งต้นจึงบอกได้ว่าเกินหรือยัง
ผู้มีหน้าที่ และขอบเขตการบังคับใช้
ผู้มีหน้าที่ตามข้อ 92 คือ นายจ้าง กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามความในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างดำเนินการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อ 92 อยู่ในหมวด 2 ปั้นจั่น ส่วนที่ 5 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น จึงใช้กับตะขอของปั้นจั่นทุกชนิดในหมวดนี้ ทั้งชนิดอยู่กับที่และชนิดเคลื่อนที่ ไม่ได้จำกัดเฉพาะปั้นจั่นขนาดใหญ่ และไม่ผูกกับพิกัดยกขั้นต่ำ ส่วนรอกที่ใช้งานแยกจากปั้นจั่น กฎกระทรวงกำหนดหน้าที่ไว้ที่ข้อ 55
หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกระจายอยู่หลายฝ่าย
- นายจ้าง ต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะตามข้อ 92 และต้องไม่ให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชำรุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพไม่ปลอดภัย ตามข้อ 62
- ลูกจ้างและหัวหน้างาน เมื่อพบข้อบกพร่องและแก้ไขเองไม่ได้ ต้องแจ้ง จป. หัวหน้างาน หรือผู้บริหาร และหัวหน้างานต้องป้องกันอันตรายนั้นทันทีที่ทราบ ตามมาตรา 21
- ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณ ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งข้อ 72 ระบุเนื้อหารวมถึงการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์
ค่าตั้งต้น จุดเริ่มของการวัดปากตะขอ
ตัวบทเขียนเกณฑ์เป็นร้อยละ ไม่ได้เขียนเป็นมิลลิเมตร กฎหมายจึงกำหนดเป็นสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงเทียบกับตัวตะขอนั้นเอง ตะขอ 5 ตัน กับตะขอ 50 ตัน มีระยะปากไม่เท่ากัน ขีดจำกัดเป็นมิลลิเมตรจึงต่างกันด้วย
ตัวบทข้อ 92 ไม่ได้ระบุไว้ว่าให้เทียบร้อยละกับค่าใด ในทางปฏิบัติจึงต้องย้อนไปที่ข้อ 56 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ และหากไม่มีคู่มือดังกล่าว ต้องให้วิศวกรจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ พร้อมเก็บสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
ค่าตั้งต้นที่ใช้เทียบจึงมาจากสองทาง คือ ค่าที่ผู้ผลิตระบุไว้ในคู่มือ หรือค่าที่วัดจริงและบันทึกไว้ตั้งแต่ตะขอยังใหม่ จังหวะที่เหมาะที่สุดคือ ตอนทดสอบการติดตั้งปั้นจั่นตามข้อ 57 เพราะเป็นครั้งแรกที่วิศวกรผู้ทดสอบเข้าถึงตัวตะขอพร้อมเครื่องมือวัด
ทะเบียนตะขอควรมีอย่างน้อยหกช่อง ได้แก่ หมายเลขประจำตัวตะขอ เครื่องปั้นจั่นที่ติดตั้งอยู่ พิกัดน้ำหนักยก ระยะปากตะขอตั้งต้น ความหนาท้องตะขอตั้งต้น และวันที่กับชื่อผู้วัด หมายเลขประจำตัวควรตอกบนพื้นที่ที่ไม่รับแรงและไม่เกิดการสึก
หากตะขอตัวใดไม่มีค่าตั้งต้น ผลการวัดวันนี้ตัดสินตามข้อ 92 (2) และ (3) ไม่ได้ ทางแก้คือ ขอค่าจากคู่มือผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย ถ้าหาไม่ได้ ให้วิศวกรกำหนดค่าอ้างอิงพร้อมเหตุผลเป็นหนังสือตามข้อ 56 แล้วบันทึกเข้าทะเบียนเป็นจุดเริ่มนับ
วิธีวัดระยะปากตะขอ
ระยะปากตะขอ คือ ระยะระหว่างปลายตะขอกับก้านฝั่งตรงข้าม การวัดให้เชื่อถือได้ต้องคุมสามอย่าง คือ จุดวัด เครื่องมือ และวิธีคำนวณ
จุดวัด ต้องเป็นจุดเดิมทุกครั้ง วิธีที่ใช้กันคือ ตอกจุดอ้างอิงเล็ก ๆ ไว้สองจุดที่ผิวตะขอบริเวณปาก แล้ววัดระหว่างจุดนั้นเสมอ ถ้าย้ายตำแหน่งวัดไปเรื่อย ๆ ค่าจะแกว่งจนแยกไม่ออกว่าตะขอถ่างจริงหรือวัดคนละที่
เครื่องมือ แบบการทดสอบท้ายประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบการทดสอบปั้นจั่น ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ระบุเครื่องมือที่ใช้วัดขนาดของลวดสลิง สลักเกลียว และตะขอ ไว้ว่า เช่น เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ หรือเครื่องมืออื่นที่มีความละเอียดในการวัดไม่น้อยกว่า 0.1 มิลลิเมตร
วิธีคำนวณ ให้เอาค่าที่วัดได้ลบด้วยค่าตั้งต้น หารด้วยค่าตั้งต้น แล้วคูณ 100
ร้อยละการถ่างออก = (ระยะปากที่วัดได้ − ระยะปากตั้งต้น) ÷ ระยะปากตั้งต้น × 100
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ค่าตั้งต้นสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ค่าจากกฎหมาย สมมติระยะปากตั้งต้น 120.0 มิลลิเมตร ขีดจำกัดตามข้อ 92 (2) คือ ร้อยละ 5 เท่ากับ 6.0 มิลลิเมตร ระยะปากที่ยังใช้งานได้จึงต้องไม่เกิน 126.0 มิลลิเมตร
- วัดได้ 124.5 มิลลิเมตร คิดเป็นร้อยละ 3.75 ยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ควรขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง
- วัดได้ 127.0 มิลลิเมตร คิดเป็นร้อยละ 5.83 เกินเกณฑ์ ต้องหยุดใช้
ตะขอที่ถึงเกณฑ์แล้วห้ามดัดกลับให้เข้ารูปเดิม การให้ความร้อนหรือดัดเย็นเปลี่ยนโครงสร้างเนื้อเหล็กและทิ้งความเค้นค้างไว้ อีกทั้งข้อ 56 กำหนดให้ปฏิบัติตามคู่มือของผู้ผลิต หากคู่มือไม่ได้เขียนวิธีซ่อมตะขอไว้ การดัดหรือเชื่อมซ่อมเองย่อมขัดกับข้อ 56 อยู่ในตัว วิธีที่ถูกคือเปลี่ยนตะขอใหม่ แล้ววัดค่าตั้งต้นของตัวใหม่บันทึกเข้าทะเบียน
วิธีวัดรอยสึกที่ท้องตะขอ
ท้องตะขอ คือ ส่วนโค้งด้านในที่สลิงหรือห่วงนั่งรับน้ำหนัก จุดนี้สึกจากการเสียดสีและการกดซ้ำที่ตำแหน่งเดิม เกณฑ์ตามข้อ 92 (3) คือ สึกหรอเกินร้อยละ 10 เทียบกับความหนาหน้าตัดตั้งต้นที่ตำแหน่งเดียวกัน
ร้อยละการสึกหรอ = (ความหนาตั้งต้น − ความหนาที่วัดได้) ÷ ความหนาตั้งต้น × 100
ใช้ค่าสมมติต่อจากตัวอย่างเดิม สมมติความหนาหน้าตัดที่ท้องตะขอตั้งต้น 45.0 มิลลิเมตร ขีดจำกัดร้อยละ 10 เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร ความหนาที่ยังใช้งานได้จึงต้องไม่ต่ำกว่า 40.5 มิลลิเมตร หากวัดได้ 40.0 มิลลิเมตร คิดเป็นการสึกร้อยละ 11.1 ตะขอตัวนั้นต้องออกจากการใช้งาน
รอยสึกที่ท้องตะขอมักไม่สม่ำเสมอ ด้านที่สลิงกดบ่อยจะเว้าลึกกว่าอีกด้าน ให้วัดหลายตำแหน่งแล้วใช้ค่าที่แย่ที่สุดเป็นตัวตัดสิน และเพราะปากคาลิปเปอร์วัดผิวโค้งได้ไม่นิ่ง หลายโรงงานจึงทำแม่แบบหน้าตัดจากตะขอใหม่รุ่นเดียวกันไว้ทาบเทียบก่อนวัดละเอียด
การบิดตัว รอยร้าว และห่วงตะขอ
การบิดตัวของตะขอ ตามข้อ 92 (1) ตะขอที่ยังปกติจะมีระนาบของปากตะขออยู่ในแนวเดียวกับก้านตะขอ ให้มองจากด้านหน้าตรงแนวก้าน หรือวางบนพื้นเรียบแล้วดูว่าปลายกับก้านแนบระนาบเดียวกันหรือไม่ ตัวบทไม่ได้ให้เกณฑ์เป็นองศา จึงตัดสินแบบพบแล้วห้ามใช้
การแตกหรือร้าว ตามข้อ 92 (4) ต้องเช็ดคราบน้ำมันและฝุ่นออกก่อน เพราะรอยร้าวเส้นผมมองไม่เห็นใต้คราบ จุดที่ต้องเพ่ง คือ ท้องตะขอ คอตะขอด้านใน โคนเกลียวก้านตะขอ และรูสลักของชุดล็อก หากสงสัยแต่ยืนยันด้วยสายตาไม่ได้ ให้ส่งตรวจด้วยวิธีที่ละเอียดขึ้น แบบการทดสอบท้ายประกาศกรมฯ พ.ศ. 2565 ระบุตัวอย่างไว้ เช่น สารแทรกซึม ผงแม่เหล็ก คลื่นเสียง และรังสี ตามดุลยพินิจของวิศวกรผู้ทดสอบ
การเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ ตามข้อ 92 (5) ห่วงตะขอ คือ ชิ้นส่วนที่เชื่อมตัวตะขอเข้ากับชุดรอก ให้ดูว่ายังกลมหรือรีไปแล้ว ผิวสัมผัสสึกเป็นร่องหรือไม่ และถ้าเป็นตะขอชนิดหมุนได้ ต้องหมุนได้อิสระ ไม่ติดขัดและไม่คลอน ห่วงที่รีหรือสึกทำให้แรงลงตัวตะขอผิดแนว และเร่งให้ปากตะขอถ่างเร็วขึ้น
ปากถ่างและท้องสึกบอกอะไรเกี่ยวกับวิธีใช้งาน
ตะขอไม่ได้ถ่างเองตามอายุ ปากที่ถ่างออกอย่างถาวร คือ ร่องรอยว่าเนื้อเหล็กเคยรับแรงเกินจุดคราก ค่าที่เกินเกณฑ์จึงเป็นสัญญาณให้ย้อนไปทบทวนวิธีใช้งาน สาเหตุที่พบบ่อยที่หน้างานมีสี่กลุ่ม
- ยกเกินพิกัด ข้อ 65 กำหนดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นและรอกของตะขอ และข้อ 59 (9) กำหนดให้มีชุดควบคุมพิกัดน้ำหนักยกที่ใช้งานได้ตามปกติ ถ้าป้ายหายหรือชุดควบคุมเสีย โอกาสยกเกินพิกัดโดยไม่รู้ตัวก็สูงขึ้นทันที
- คล้องที่ปลายตะขอแทนท้องตะขอ เมื่อแรงไปกระทำที่ปลาย แนวแรงจะออกนอกท้องตะขอ เกิดโมเมนต์ดัดที่ปากตะขอโดยตรง ตะขอตัวเดียวกันจึงถ่างได้ที่น้ำหนักต่ำกว่าพิกัดมาก
- ผูกมัดด้วยมุมแคบ ข้อ 91 กำหนดให้ผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุสิ่งของ โดยมีมุมองศาระหว่างอุปกรณ์ผูกมัดกับวัสดุที่จะยกไม่น้อยกว่า 45 องศา หากใช้มุมที่น้อยกว่านั้น ต้องให้ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่นคำนวณแรงรับน้ำหนักของอุปกรณ์ มุมที่แคบลงทำให้แรงในเส้นสลิงสูงขึ้นหลายเท่า และลงมาที่ตะขอเต็ม ๆ
- ไม่มีวัสดุรองที่จุดสัมผัส ข้อ 90 กำหนดให้จัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองบริเวณจุดสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ผูกมัดกับวัสดุที่ยก จุดที่แข็งกระทบแข็งเป็นตัวเร่งการสึกทั้งที่สลิงและที่ท้องตะขอ
เพราะอย่างนี้เอง เมื่อทะเบียนแสดงว่าตะขอตัวหนึ่งขยับเข้าใกล้เกณฑ์เร็วกว่าตัวอื่น ให้ไปดูหน้างานก่อนสั่งอะไหล่ ว่าทีมยกคล้องอย่างไร ใช้มุมผูกเท่าไร และของที่ยกหนักจริงเท่าไร
ชุดล็อกกันลวดสลิงหลุดจากตะขอ
ข้อ 92 กล่าวถึงตัวตะขออย่างเดียว ส่วนสลักกันหลุดที่ปากตะขออยู่คนละข้อ คือ ข้อ 59 (2) ซึ่งกำหนดให้นายจ้าง
จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปั้นจั่นและทำการตรวจสอบให้อยู่ใน สภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
สองข้อนี้แยกกันในตัวบท แต่ตรวจพร้อมกันที่หน้างานได้ในจังหวะเดียว เกณฑ์ตรวจชุดล็อกมีสามข้อ คือ กดเข้าไปแล้วสปริงต้องดีดกลับเอง ปลายชุดล็อกต้องปิดจดกับปลายตะขอโดยไม่มีช่องเหลือ และต้องไม่มัดถ่างค้างไว้ด้วยลวดหรือเชือก ชุดล็อกที่สปริงหักหรือค้าง ถือว่าไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามข้อ 59 (2) แล้ว
ค่าความปลอดภัยของห่วงและตะขอ
อีกตัวเลขที่มักจำสลับกัน คือ ค่าความปลอดภัยของอุปกรณ์ผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุ ซึ่งข้อ 89 กำหนดแยกตามชนิดอุปกรณ์ ลวดสลิงและเชือกไม่น้อยกว่า 5 โซ่ไม่น้อยกว่า 4 ส่วน ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
ตัวเลขชุดนี้เป็นเกณฑ์ตอนเลือกอุปกรณ์และตรวจเอกสารรับรองของผู้ผลิต ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินสภาพตะขอที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว การตัดสินสภาพยังใช้ข้อ 92 เท่านั้น
รอบตรวจ และเอกสารที่ต้องเก็บ
การตรวจตะขอเข้าไปอยู่ในสามจังหวะของวงรอบการดูแลปั้นจั่น
ก่อนใช้งานแต่ละกะ ข้อ 62 กำหนดให้นายจ้างต้องไม่ให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชำรุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพไม่ปลอดภัย รอบนี้เน้นการตรวจด้วยสายตาและการทดสอบชุดล็อกด้วยมือ ยังไม่ต้องวัดด้วยคาลิปเปอร์ทุกกะ ส่วนรอกโยก รอกมือสาว และรอกไฟฟ้า ข้อ 55 (2) กำหนดชัดกว่านั้น คือ ต้องตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากชำรุดต้องซ่อมก่อนใช้งาน และเก็บสำเนาเอกสารไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
ตามรอบทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ ข้อ 58 กำหนดให้ทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตามประเภทและลักษณะของงาน ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และเก็บสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
แบบดังกล่าว คือ แบบ ปจ. 1 สำหรับปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ และแบบ ปจ. 2 สำหรับชนิดเคลื่อนที่ ซึ่งไล่ความถี่ละเอียดขึ้นตามประเภทกิจการและพิกัดน้ำหนักยกปลอดภัย ทั้งสองแบบมีหัวข้อ 15.4 สภาพตะขอ แตกเป็นหกช่องย่อย ตรงกับข้อ 92 ทั้งห้าลักษณะ บวกช่องชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขออีกหนึ่งช่อง
เมื่อติดตั้งเสร็จ และเมื่อกลับมาใช้งานใหม่ ข้อ 57 กำหนดให้ทดสอบการติดตั้งปั้นจั่นเมื่อติดตั้งเสร็จ และกรณีหยุดใช้งานตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป ต้องทดสอบอีกครั้งก่อนนำกลับมาใช้ จังหวะนี้เหมาะที่สุดสำหรับการวัดและบันทึกค่าตั้งต้นของตะขอ เอกสารทั้งชุดเก็บเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 5
วัดอย่างไรจึงตัดสินสภาพตะขอผิด
- ไม่มีค่าตั้งต้นในทะเบียน วัดปากตะขอได้ตัวเลขสวยงาม แต่ไม่มีอะไรให้เทียบ จึงสรุปไม่ได้ว่าเกินร้อยละ 5 หรือยัง
- วัดคนละจุดทุกครั้ง ค่าที่ได้แกว่งจนอ่านแนวโน้มไม่ออก และมองไม่เห็นว่าตะขอกำลังถ่างขึ้นเรื่อย ๆ
- ใช้ตลับเมตรวัดปากตะขอ ความละเอียดไม่พอ แบบ ปจ. ระบุเครื่องมือที่มีความละเอียดไม่น้อยกว่า 0.1 มิลลิเมตรไว้แล้ว
- เปลี่ยนตะขอใหม่แล้วไม่บันทึกค่าตั้งต้น รอบตรวจถัดไปจึงกลับไปเริ่มที่ปัญหาข้อแรกอีกครั้ง
มาตรฐานสากลกับกฎหมายไทย แยกให้ขาด
ตัวเลขร้อยละ 5 และร้อยละ 10 ในบทนี้มาจากข้อ 92 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นกฎหมายไทย พนักงานตรวจความปลอดภัยใช้ตัวเลขชุดนี้เป็นเกณฑ์ ไม่ใช่ตัวเลขของมาตรฐานต่างประเทศ
มาตรฐานสากลที่วงการงานยกอ้างถึงเรื่องตะขอ คือ ชุด ASME B30 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย เกณฑ์ปลดใช้งานตะขอในมาตรฐานนั้นใช้ฐานเทียบและตัวเลขคนละชุดกับข้อ 92 การหยิบตัวเลขจากสองแหล่งมาปนกันในใบตรวจเดียวกัน คือ จุดที่เกิดการตัดสินผิดพลาดได้ง่ายที่สุด สถานประกอบกิจการที่ต้องการใช้เกณฑ์ที่เข้มกว่าเกณฑ์ไทย ทำได้ แต่ต้องเขียนไว้ในขั้นตอนปฏิบัติงานว่าแต่ละตัวเลขมาจากแหล่งใด และต้องผ่านเกณฑ์ตามข้อ 92 เป็นอย่างน้อยเสมอ
ในทำนองเดียวกัน ค่าระยะปากตะขอตั้งต้นและความหนาท้องตะขอตั้งต้นที่ใช้เป็นฐานเทียบ เป็นค่าของผู้ผลิตตะขอตัวนั้น ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด กฎหมายกำหนดเฉพาะสัดส่วนที่ยอมให้เปลี่ยนแปลง คือ ร้อยละ 5 และร้อยละ 10 เท่านั้น
ข้อสังเกตที่ช่วยให้จำเส้นแบ่งนี้ได้ คือ เมื่อกฎกระทรวงฉบับนี้ต้องการอ้างมาตรฐานต่างประเทศ ตัวบทจะเขียนชื่อไว้ตรง ๆ อย่างข้อ 67 เรื่องคู่มือการใช้สัญญาณมือตามมาตรฐาน ASME ส่วนข้อ 92 ไม่ได้อ้างมาตรฐานใดเลย ตัวเลขทั้งหมดอยู่ในตัวบทไทยเอง
อุปกรณ์ที่ต่อจากตะขอลงไปหาของ ดูเพิ่มที่ เกณฑ์ปลดระวางลวดสลิงและสลิงยก ส่วนภาพรวมการตรวจปั้นจั่นทั้งเครื่องก่อนเริ่มงาน ดูที่ เช็คลิสต์ตรวจปั้นจั่นประจำวัน
เช็คลิสต์ตรวจตะขอ
รอบก่อนใช้งาน ใช้สายตาและมือ
- ตัวตะขอบิดตัวหรือไม่ มองจากด้านหน้าตรงแนวก้านตะขอ
- มีรอยแตกร้าวที่ท้องตะขอ คอตะขอ หรือโคนเกลียวหรือไม่ เช็ดคราบก่อนดู
- ห่วงตะขอยังกลม ไม่สึกเป็นร่อง และหมุนได้อิสระหรือไม่
- ชุดล็อกกันลวดสลิงหลุดสปริงดีดกลับเองและปิดจดปลายตะขอหรือไม่
- ป้ายพิกัดน้ำหนักยกและหมายเลขประจำตัวตะขอยังอ่านได้ชัดและตรงกับทะเบียนหรือไม่
รอบวัดตามกำหนด ใช้เครื่องมือวัด
- เปิดทะเบียนตะขอ ดูค่าตั้งต้นของตัวที่จะวัด
- วัดระยะปากที่จุดอ้างอิงเดิม ด้วยเครื่องมือที่มีความละเอียดไม่น้อยกว่า 0.1 มิลลิเมตร แล้วคำนวณร้อยละการถ่างออก เทียบเกณฑ์ร้อยละ 5 ตามข้อ 92 (2)
- วัดความหนาท้องตะขอหลายตำแหน่ง ใช้ค่าที่แย่ที่สุด แล้วคำนวณร้อยละการสึกหรอ เทียบเกณฑ์ร้อยละ 10 ตามข้อ 92 (3)
- บันทึกผลพร้อมวันที่และชื่อผู้วัด แล้วเทียบกับผลครั้งก่อนเพื่อดูแนวโน้ม
- ถ้าเกินเกณฑ์ข้อใด ติดป้ายห้ามใช้ที่ตัวเครื่อง แจ้งผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น และเปลี่ยนตะขอ
- ตะขอตัวใหม่ วัดค่าตั้งต้นและบันทึกเข้าทะเบียนก่อนเริ่มใช้งาน
บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 53
สรุป
- ข้อ 92 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ห้ามใช้ตะขอที่บิดตัว ปากถ่างออกเกินร้อยละ 5 ท้องสึกหรอเกินร้อยละ 10 แตกหรือร้าว หรือมีห่วงตะขอเสียรูปทรงหรือสึกหรอ เจอข้อใดข้อหนึ่งก็ต้องหยุดใช้
- ร้อยละ 5 และร้อยละ 10 เป็นตัวเลขของกฎหมายไทย ไม่ใช่ตัวเลขจากมาตรฐานสากล และห้ามนำเกณฑ์สองแหล่งมาปนกัน
- ทั้งสองเกณฑ์เป็นสัดส่วนการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีค่าตั้งต้นที่วัดและบันทึกไว้ตั้งแต่แรก ทะเบียนตะขอคือเอกสารที่ทำให้ตัดสินตามข้อ 92 ได้จริง
- ผลการวัดที่ขยับเร็วผิดปกติ ให้ย้อนไปแก้ที่วิธีคล้อง มุมผูกมัดตามข้อ 91 วัสดุรองตามข้อ 90 และการคุมพิกัดน้ำหนักยกตามข้อ 65
ตะขอของรอกเคลื่อนย้ายให้ตรวจควบคู่กับ ชนิดรอกและรอบทดสอบ
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 5, 55, 56, 57, 58, 59, 62, 65, 67, 72, 89, 90, 91 และ 92 อ่านฉบับเต็ม
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบการทดสอบปั้นจั่น ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 แบบ ปจ. 1 และแบบ ปจ. 2 หัวข้อ 15.4 สภาพตะขอ อ่านฉบับเต็ม
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8, 21 และ 53 อ่านฉบับเต็ม
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

Daily Inspection ปั้นจั่น 10 จุด — ตรวจก่อนยกตามกฎ 2564
10 จุดตรวจปั้นจั่นประจำวัน — ลวดสลิงข้อ 86 ค่าความปลอดภัย 5:1 / 3.5:1 ข้อ 87 limit switch ข้อ 59 สัญญาณข้อ 64 ระยะสายไฟข้อ 68 ตามกฎกระทรวง 2564 + tag-out

อ่านและคำนวณ Load Chart ปั้นจั่น — ยกได้กี่ตันที่รัศมี/มุมบูม + Gross vs Net เทียบแผนการยกกฎไทย
วิธีอ่าน load chart ปั้นจั่น รัศมี/ความยาวบูม Gross vs Net เส้นหนา structural vs tipping ตาม ASME B30.5 เทียบกฎกระทรวง 2564 ข้อ 65/79/84 แผนการยกเมื่อเกิน 75% หรือ 25 ตัน

คำนวณ Load Radius และเสถียรภาพปั้นจั่นเคลื่อนที่ — Tipping, Outrigger และ Load Moment ตาม ASME B30.5 เทียบแผนการยกกฎไทย 2564
Load Radius, Load Moment และ Tipping ของรถปั้นจั่นตามหลัก ASME B30.5 (สหรัฐ) บวกแรงกดที่ outrigger เทียบแผนการยกบังคับตามกฎกระทรวง 2564 ข้อ 84-85 radius ground bearing แผ่นรองขา