⚠️ อับอากาศ

เกณฑ์ตัดสินใจก่อนเซ็นใบอนุญาตเข้าที่อับอากาศ 4 ด่านตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

4 ด่านที่ผู้อนุญาตต้องผ่านก่อนเซ็นใบอนุญาตเข้าที่อับอากาศ คือ ผลประเมินอันตราย ผลตรวจวัดอากาศ ความพร้อมทีมและอุปกรณ์ และแผนช่วยเหลือ ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

Safety Station 1018 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,544 คำ
เกณฑ์ตัดสินใจก่อนเซ็นใบอนุญาตเข้าที่อับอากาศ 4 ด่านตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

ลายมือชื่อของผู้อนุญาตในหนังสืออนุญาตให้ทำงานในที่อับอากาศ คือจุดสุดท้ายที่ยังหยุดงานได้โดยไม่มีใครบาดเจ็บ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 วางเงื่อนไขการเข้าไปทำงานไว้สามชั้นพร้อมกัน คือ นายจ้างได้จัดให้มีความปลอดภัยตามกฎกระทรวงนี้แล้ว ผู้ที่จะเข้าไปได้รับอนุญาตจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 17 และผู้นั้นผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 บทนี้เรียงเกณฑ์ตัดสินใจก่อนลงนามเป็นสี่ด่านตามลำดับที่ตัวบทวางไว้ ส่วนแบบฟอร์มและขั้นตอนทั้งกระบวนการ อ่านได้ที่ ระบบใบอนุญาตทำงานที่อับอากาศ 7 ขั้นตอน

หน้าที่อนุญาตอยู่ที่นายจ้าง และมอบหมายเป็นหนังสือได้

ข้อ 17 เขียนไว้ตรงตัวว่า “ให้นายจ้างเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ” และนายจ้างจะมอบหมายเป็นหนังสือให้ลูกจ้างซึ่งได้รับการฝึกอบรมตามข้อ 20 คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตแทนก็ได้ โดยเก็บหนังสือมอบหมายไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

กฎกระทรวงไม่ได้ตั้งชื่อตำแหน่งว่า “ผู้อนุญาต” แต่เรียกว่า ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต และผูกหน้าที่นั้นไว้ที่นายจ้างเป็นหลัก คำสั้นที่เรียกกันติดปากมาจากชื่อหลักสูตรในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฯ พ.ศ. 2563 ซึ่งข้อ 7 กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมผู้อนุญาตไว้เป็นหลักสูตรแรกในหกหลักสูตร บทนี้ใช้คำสั้นว่า ผู้อนุญาต ทุกจุดที่กล่าวถึงบุคคลผู้ลงนาม

ผลตามมาในทางปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก ผู้ลงนามแทนนายจ้างต้องมีหนังสือมอบหมายจริงและเก็บไว้ให้ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำสั่งด้วยวาจาในที่ประชุมเช้า ข้อสอง ตัวบทผูกคุณสมบัติของผู้รับมอบหมายไว้ที่การผ่านการฝึกอบรม ไม่ได้ผูกไว้ที่ระดับตำแหน่ง ดูเพิ่มที่ จป.วิชาชีพกับบทบาทผู้อนุญาตที่อับอากาศ

ขอบเขตการตัดสินใจของผู้อนุญาต

หน้าที่ของผู้อนุญาตไม่จบลงที่ปลายปากกา ระหว่างทำงาน ผู้ควบคุมงานมีอำนาจสั่งหยุดงานไว้ชั่วคราวในทันทีเมื่อมีเหตุซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย และหากจำเป็นจะขอให้ผู้อนุญาตยกเลิกการอนุญาตนั้นเสียก็ได้ ช่องทางนี้ใช้ได้จริงเมื่อผู้อนุญาตอยู่ใกล้พอจะตัดสินใจได้ทันที ลำดับการตัดสินใจก่อนลงนามสรุปได้ดังนี้

ด่าน ประเด็นที่ต้องตอบให้ได้ หลักฐานที่ต้องเห็นจริง ตัวบท
1 พบอันตรายอะไร คุมด้วยอะไร บันทึกผลประเมิน · หลักฐานมาตรการควบคุม ข้อ 5
2 อากาศตอนนี้อยู่ในเกณฑ์หรือยัง ใบบันทึกผลตรวจวัดที่ลงเวลาและค่าที่วัดได้ ข้อ 6
3 ทีมครบหรือยัง อุปกรณ์พร้อมหรือยัง ใบรับรองอบรม · ใบรับรองแพทย์ · อุปกรณ์หน้างาน ข้อ 4 · ข้อ 8 · ข้อ 9
4 ถ้ามีคนล้มในถัง ใครนำออกมา ด้วยวิธีใด แผนช่วยเหลือเป็นลายลักษณ์อักษร · ทีมที่ซักซ้อมแล้ว ข้อ 8

ด่านไหนตอบไม่ได้ ด่านนั้นยังไม่ผ่าน

ด่านที่ 1 ผลประเมินสภาพอันตรายและมาตรการควบคุม

ข้อ 5 กำหนดว่า “ให้นายจ้างจัดให้มีการประเมินสภาพอันตรายในที่อับอากาศ” หากพบว่ามีสภาพอันตราย นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อลูกจ้าง และเก็บหลักฐานไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

คำว่าสภาพอันตรายมีนิยามของตัวเองในข้อ 1 ครอบคลุมสี่กลุ่ม คือ วัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงหรือถมทับลูกจ้าง สภาพที่อาจทำให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน สภาวะที่เสี่ยงจะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย และสภาพอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หลักฐานที่ผู้อนุญาตต้องเห็นจึงเป็นบันทึกผลประเมินของงานใบนี้ งานล้างตะกอนกับงานเชื่อมซ่อมในถังใบเดียวกันมีสภาพอันตรายคนละชุด

มาตรการควบคุมที่ตัวบทกำหนดไว้เป็นข้อเฉพาะ และผู้อนุญาตตรวจได้ด้วยตาตัวเองที่หน้างาน มีดังนี้

  • ป้าย “ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า” ที่ทางเข้าออกทุกแห่ง ตามข้อ 2 กับประกาศห้ามสูบบุหรี่หรือพกพาอุปกรณ์สำหรับจุดไฟที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ตามข้อ 13
  • สิ่งปิดกั้นมิให้บุคคลใดเข้าหรือตกลงไปในช่อง โพรง หลุม หรือถังเปิด ตามข้อ 10 การปิดกั้นทางที่พลังงานหรือสารอันตรายจะรั่วไหลเข้ามา ตามข้อ 11 และทางเข้าออกที่ปลอดภัย ตามข้อ 12
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหมาะสม และถ้ามีบรรยากาศอันตรายที่ไวไฟหรือระเบิดได้ ต้องเป็นชนิดที่ไม่เป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดการติดไฟ ตามข้อ 14 กับอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้ได้ทันทีเมื่อมีงานที่อาจก่อให้เกิดการลุกไหม้ ตามข้อ 15

งานสองกลุ่มมีข้อห้ามซ้อนอีกชั้น คือ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ เช่น การเชื่อม การเจาะ การขัด และงานที่ใช้สารระเหยง่าย สารพิษ หรือสารไวไฟ ข้อ 16 ห้ามนายจ้างอนุญาตให้ทำงานสองกลุ่มนี้ในที่อับอากาศ เว้นแต่ได้จัดให้มีมาตรการความปลอดภัยตามกฎกระทรวงนี้

ด่านที่ 2 ผลตรวจวัดและประเมินสภาพอากาศ

ข้อ 6 กำหนดว่า “ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศ” ในที่อับอากาศก่อนให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน และในระหว่างที่ลูกจ้างทำงานอยู่ ตัวบทผูกไว้สองช่วงเวลา ไม่ใช่วัดครั้งเดียวตอนเช้าแล้วจบ

เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าอากาศนั้นเป็นบรรยากาศอันตรายหรือยังไม่เป็น อยู่ในนิยามข้อ 1 และเป็นค่าที่กฎหมายไทยกำหนดไว้เอง

รายการ ค่าที่ทำให้เป็นบรรยากาศอันตราย
ออกซิเจน ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
ก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิด (LEL)
ฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ำสุดของฝุ่นชนิดนั้น
สารเคมีแต่ละชนิด เกินมาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยสารเคมีอันตราย

ค่าออกซิเจนร้อยละ 19.5 ถึงร้อยละ 23.5 และเกณฑ์ร้อยละ 10 ของ LEL เป็นค่าที่กฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดไว้เอง ส่วนจำนวนหัวตรวจของเครื่องวัดก๊าซและรอบการสอบเทียบเป็นเรื่องของคู่มือผู้ผลิตและแนวปฏิบัติสากล ตัวบทไทยไม่ได้กำหนดไว้ ดูเพิ่มที่ ก๊าซที่ต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ

เมื่อผลวัดออกมาว่าเป็นบรรยากาศอันตราย ข้อ 6 กำหนดลำดับการปฏิบัติไว้สี่ขั้น คือ ห้ามบุคคลใดเข้าไป นำลูกจ้างที่อยู่ระหว่างทำงานออกทันที ค้นหาสาเหตุ แล้วแก้ไขให้สภาพอากาศไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ บันทึกผลตรวจวัดกับการแก้ไขต้องเก็บไว้ให้ตรวจสอบได้อย่างน้อยหนึ่งปี

มีทางเดียวที่ตัวบทเปิดให้เข้าไปทั้งที่ยังมีบรรยากาศอันตราย คือกรณีตามข้อ 7 ซึ่งแก้ไขตามข้อ 6 แล้วแต่ยังมีบรรยากาศอันตรายอยู่ และมีความจำเป็นต้องให้เข้าไป กรณีนี้ต้องจัดให้ผู้เข้าไปใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์การทำงานชนิดที่ทำให้ทำงานได้โดยปลอดภัย ผู้อนุญาตต้องตอบให้ได้ก่อนว่าความจำเป็นนั้นคืออะไร และอุปกรณ์ที่เตรียมไว้รับมือกับค่าที่วัดได้จริงหรือยัง

ด่านที่ 3 ความพร้อมของทีมและอุปกรณ์

ผู้ควบคุมงาน ข้อ 8 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีลูกจ้างซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 เป็นผู้ควบคุมงานประจำในบริเวณพื้นที่ทำงานตลอดเวลา หน้าที่ตามตัวบทมีสี่ข้อ คือ จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนช่วยเหลือ ชี้แจงและซักซ้อม ควบคุมดูแลการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และสั่งหยุดงานไว้ชั่วคราวทันทีเมื่อมีเหตุ

ผู้ช่วยเหลือ ข้อ 9 กำหนดให้จัดลูกจ้างซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 เป็นผู้ช่วยเหลือ พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน คอยเฝ้าดูแลบริเวณทางเข้าออก โดยติดต่อสื่อสารกับลูกจ้างที่ทำงานอยู่ข้างในและช่วยเหลือออกมาได้ตลอดเวลา

ใบรับรองการฝึกอบรม ประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 8 ถึงข้อ 13 กำหนดชั่วโมงขั้นต่ำไว้ต่างกันตามบทบาท คือ ผู้อนุญาต 7 ชั่วโมง ผู้ควบคุมงาน 12 ชั่วโมง ผู้ช่วยเหลือ 18 ชั่วโมง ผู้ปฏิบัติงาน 12 ชั่วโมง หลักสูตรรวมสี่บทบาท 24 ชั่วโมง และหลักสูตรทบทวน 3 ชั่วโมง หลักสูตรผู้อนุญาตแบ่งเป็นภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งกำหนดหัวข้อวิชาไว้สองหัวข้อ คือ เทคนิคการตรวจสภาพพื้นที่และงานก่อนตัดสินใจอนุญาต และเทคนิคในการควบคุมการทำงาน หัวข้อละไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง หัวข้อแรกบอกเจตนาของหลักสูตรไว้ชัดว่า ผู้อนุญาตควรเดินไปดูพื้นที่จริงก่อนตัดสินใจ

เงื่อนไขที่ตกหล่นบ่อยอีกสองข้อ คือ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกหลักสูตรต้องผ่านการฝึกการอบรมดับเพลิงขั้นต้นมาก่อน ตามข้อ 15 และต้องเข้าอบรมหลักสูตรทบทวนทุกห้าปี โดยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันก่อนครบกำหนดห้าปี ตามข้อ 14 ดูเพิ่มที่ หลักสูตรอบรมที่อับอากาศ 4 บทบาท

ใบรับรองแพทย์ ข้อ 4 ห้ามนายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ หากรู้หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นซึ่งแพทย์เห็นว่าการเข้าไปอาจเป็นอันตราย ข้อนี้เขียนถึงการอนุญาตโดยตรง

ด่านที่ 4 แผนช่วยเหลือและช่องทางสื่อสาร

คำถามสุดท้ายก่อนลงนามคือ ถ้าคนข้างในล้มลง ทีมจะนำออกมาด้วยวิธีใดและภายในกี่นาที ข้อ 8 กำหนดให้ผู้ควบคุมงานจัดทำแผนการปฏิบัติงานและการป้องกันอันตราย และแผนช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน แล้วปิดประกาศหรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อด้วยหน้าที่ชี้แจงและซักซ้อมให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

ผู้อนุญาตจึงตรวจสามอย่างในด่านนี้ คือ แผนช่วยเหลือของงานใบนี้มีอยู่เป็นลายลักษณ์อักษร และระบุวิธีนำคนออกที่ตรงกับรูปทรงของช่องทางเข้าออกจริง ทีมได้รับการชี้แจงและซักซ้อมแล้วก่อนเริ่มงาน และช่องทางสื่อสารระหว่างผู้ช่วยเหลือกับผู้ปฏิบัติงานใช้ได้จริงตลอดเวลาตามที่ข้อ 9 กำหนด ผลของด่านนี้บันทึกลงในหนังสืออนุญาต ช่องที่ให้ระบุอันตรายที่ลูกจ้างอาจได้รับ วิธีการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน และวิธีการหลีกหนีภัย

การลงนามและหลักฐานที่ต้องเก็บ

เมื่อครบสี่ด่านแล้วจึงถึงขั้นลงนาม ข้อ 18 กำหนดว่า “ให้นายจ้างจัดให้มีหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศทุกครั้ง” โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดสิบสองรายการ ซึ่งครอบคลุมผลของทั้งสี่ด่าน ตั้งแต่ผลการประเมินและมาตรการความปลอดภัย ชื่อผู้ควบคุมงานกับผู้ช่วยเหลือ ผลการตรวจสุขภาพ จนถึงลายมือชื่อผู้ขออนุญาตกับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต คำว่าทุกครั้งมีน้ำหนักในทางปฏิบัติ งานที่กลับเข้าไปใหม่หลังหยุดพัก งานที่เปลี่ยนลักษณะงาน และงานที่เปลี่ยนชุดผู้ปฏิบัติงาน นับเป็นคนละครั้งกัน

เอกสารที่ต้องอยู่ที่สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ทำงานให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ มีดังนี้

เอกสาร ตัวบท ระยะเวลาที่กำหนด
หนังสือมอบหมายให้ทำหน้าที่อนุญาตแทนนายจ้าง ข้อ 17 ไม่ได้กำหนดไว้
หลักฐานการประเมินสภาพอันตรายและมาตรการควบคุม ข้อ 5 ไม่ได้กำหนดไว้
บันทึกผลตรวจวัดสภาพอากาศและการแก้ไข ข้อ 6 อย่างน้อยหนึ่งปี
หนังสืออนุญาตให้ทำงานในที่อับอากาศ ข้อ 19 ไม่ได้กำหนดไว้
หลักฐานการฝึกอบรม ข้อ 21 ไม่ได้กำหนดไว้

ข้อ 19 ยังกำหนดให้ปิดหรือแสดงสำเนาหนังสืออนุญาตไว้ที่บริเวณทางเข้าให้เห็นชัดเจนตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน สำเนาที่ปากทางจึงบอกทีมข้างนอกว่าใครอยู่ข้างใน และงานใบนี้อนุญาตไว้ถึงเวลาใด

กรณีที่ต้องไม่ลงนาม

เกณฑ์ตัดสินใจใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อมีเส้นที่ชัดว่าเมื่อไรต้องหยุด กรณีต่อไปนี้อ่านตรงจากตัวบทได้เลยว่ายังลงนามไม่ได้

  • ผลตรวจวัดบอกว่าเป็นบรรยากาศอันตราย และยังไม่ได้แก้ไข ข้อ 6 กำหนดให้ห้ามบุคคลใดเข้าไป
  • ยังไม่มีผลตรวจวัดของครั้งนี้ ตัวเลขจากกะก่อนหน้าไม่ใช่ผลการตรวจวัดก่อนให้เข้าไปทำงานตามข้อ 6
  • ยังไม่มีผลประเมินสภาพอันตรายของงานใบนี้ ข้อ 5 ผูกการประเมินไว้กับงานที่จะทำ
  • ไม่มีผู้ควบคุมงานประจำในพื้นที่ตลอดเวลา หรือมีชื่อแต่ตัวอยู่คนละไซต์งาน ขัดกับข้อ 8
  • ไม่มีผู้ช่วยเหลือเฝ้าที่ทางเข้าออก หรือมีคนแต่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต ขัดกับข้อ 9
  • มีคนในทีมยังไม่ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 หรือใบรับรองพ้นห้าปีแล้วยังไม่ได้อบรมทบทวน
  • รู้หรือควรรู้ว่าผู้ที่จะเข้าไปเป็นโรคตามที่ข้อ 4 ระบุ ข้อนี้ห้ามอนุญาตไว้ตรงตัว
  • งานความร้อนหรืองานสารไวไฟที่ยังไม่มีมาตรการตามกฎกระทรวงนี้ครบ ข้อ 16 ห้ามอนุญาตไว้ก่อน
  • ยังไม่มีแผนช่วยเหลือฉุกเฉินที่แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและซักซ้อมแล้ว ขัดกับข้อ 8
  • ตัวผู้ลงนามเองยังไม่มีหนังสือมอบหมายจากนายจ้าง ข้อ 17 กำหนดรูปแบบไว้ว่าต้องเป็นหนังสือ

เมื่อเงื่อนไขยังไม่ครบ สิ่งที่ทำแทนการลงนามมีสามอย่าง คือ ระบุให้ชัดว่าด่านไหนขาดและขาดอะไร กำหนดผู้รับผิดชอบกับเวลาที่จะปิดช่องว่างนั้น แล้วนัดตรวจซ้ำก่อนพิจารณาใหม่ ตัวบทยังเปิดทางให้ลูกจ้างปฏิเสธการทำงานในคราวใดก็ได้ หากเห็นว่าคราวนั้นไม่มีมาตรการรองรับเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เสียงทักท้วงจากหน้างานจึงเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

เหตุผลที่ยังไม่ควรเซ็นใบอนุญาต

  • ลงนามล่วงหน้าไว้เป็นปึก ใบที่เซ็นไว้ก่อนโดยยังไม่มีผลวัดและยังไม่รู้ชื่อทีม ทำให้ช่องผลการประเมินและช่องมาตรการความปลอดภัยตามข้อ 18 ว่างเปล่าตั้งแต่ต้น
  • ลงนามจากในสำนักงาน โดยไม่ไปดูปากทางเข้า สวนทางกับภาคปฏิบัติของหลักสูตรผู้อนุญาต
  • ใช้ใบเดิมข้ามกะ การเปลี่ยนกะนับเป็นคนละครั้งตามข้อ 18
  • สลับหน้าที่ผู้ควบคุมงานกับผู้ช่วยเหลือ ข้อ 8 ให้ผู้ควบคุมงานประจำในพื้นที่ทำงาน ส่วนข้อ 9 ให้ผู้ช่วยเหลือเฝ้าที่ทางเข้าออก คนละหน้าที่และคนละหลักสูตรอบรม

ดูเพิ่มที่ เช็คลิสต์ 12 ข้อก่อนเข้าที่อับอากาศ

ผลทางกฎหมายเมื่อเงื่อนไขยังไม่ครบ

กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และมาตรา 53 กำหนดโทษไว้ว่า นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บทกำหนดโทษเขียนถึงนายจ้าง สอดคล้องกับข้อ 17 ที่วางหน้าที่ในการอนุญาตไว้ที่นายจ้าง คุณค่าของสี่ด่านนี้อยู่ที่การทำให้ทุกคนที่ลงไปได้ขึ้นมาครบ

เช็คลิสต์ก่อนลงลายมือชื่อ

  1. หนังสือมอบหมายจากนายจ้างของผู้ลงนาม เก็บไว้ที่สถานประกอบกิจการและยังไม่ถูกยกเลิก
  2. บันทึกผลประเมินสภาพอันตรายของงานใบนี้ พร้อมมาตรการควบคุมที่ทำแล้ว
  3. ใบบันทึกผลตรวจวัดสภาพอากาศของครั้งนี้ ระบุเวลาที่วัดและค่าที่วัดได้ทุกรายการ
  4. แผนตรวจวัดระหว่างทำงาน ระบุว่าใครวัด ทุกกี่นาที และแจ้งใครเมื่อค่าเปลี่ยน
  5. ชื่อผู้ควบคุมงานที่ประจำในพื้นที่ตลอดเวลา พร้อมใบรับรองอบรมที่ยังไม่พ้นรอบทบทวนห้าปี
  6. ชื่อผู้ช่วยเหลือที่เฝ้าทางเข้าออก พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตหน้างาน
  7. รายชื่อผู้ปฏิบัติงานทุกคน พร้อมใบรับรองอบรมและใบรับรองแพทย์
  8. แผนช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ชี้แจงและซักซ้อมกับทีมแล้ว
  9. ป้าย สิ่งปิดกั้น การปิดกั้นทางที่พลังงานหรือสารจะรั่วเข้ามา อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหมาะสม และอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้ได้ทันที
  10. ช่วงเวลาที่อนุญาต ระบุชัดว่าเริ่มและสิ้นสุดเวลาใด และสำเนาพร้อมปิดที่ปากทางเข้า

คำถามที่พบบ่อย

ผู้อนุญาตหนึ่งคนกับหลายจุดงานพร้อมกัน

กฎกระทรวงเขียนเงื่อนไขการดูแลหลายจุดไว้กับผู้ควบคุมงานในข้อ 8 คือ ทำได้เมื่ออยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกันในคราวเดียวกัน และต้องมาถึงแต่ละจุดได้อย่างรวดเร็วในทันทีที่มีเหตุฉุกเฉิน ส่วนผู้อนุญาต ข้อ 17 เปิดให้มอบหมายได้คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น จำนวนใบต่อคนไม่มีในตัวบท เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินจึงเป็นความจำเป็นของงาน และการที่ผู้อนุญาตยังยกเลิกการอนุญาตได้ทันทีเมื่อผู้ควบคุมงานร้องขอ

ผู้อนุญาตกับผู้ขออนุญาตเป็นคนเดียวกัน

ข้อ 18 กำหนดให้หนังสืออนุญาตมีทั้งชื่อและลายมือชื่อผู้ขออนุญาต และชื่อกับลายมือชื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 17 ตัวบทเขียนแยกเป็นสองบทบาทและสองลายมือชื่อ การให้คนเดียวลงนามทั้งสองช่องทำให้เอกสารไม่ครบตามที่กำหนด

สรุป

  • หน้าที่ในการอนุญาตเป็นของนายจ้างตามข้อ 17 และมอบหมายเป็นหนังสือให้ลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 ทำแทนได้
  • ลำดับตัดสินใจก่อนลงนามมีสี่ด่าน คือ ผลประเมินสภาพอันตรายตามข้อ 5 ผลตรวจวัดสภาพอากาศตามข้อ 6 ความพร้อมของทีมและอุปกรณ์ตามข้อ 4 ข้อ 8 และข้อ 9 และแผนช่วยเหลือตามข้อ 8
  • ค่าออกซิเจนร้อยละ 19.5 ถึงร้อยละ 23.5 และเกณฑ์ร้อยละ 10 ของ LEL เป็นค่าที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2562 กำหนดไว้เอง ส่วนจำนวนหัวตรวจของเครื่องวัดก๊าซเป็นเรื่องของคู่มือผู้ผลิต
  • หนังสืออนุญาตต้องมีทุกครั้งตามข้อ 18 และปิดสำเนาไว้ที่ปากทางเข้าตามข้อ 19
  • เมื่อด่านใดยังไม่มีหลักฐาน ให้ระบุช่องว่าง กำหนดผู้รับผิดชอบกับเวลา แล้วนัดตรวจซ้ำ แทนการลงลายมือชื่อไปก่อน

อ้างอิงกฎหมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Checklist 12 ข้อ ก่อนเข้าที่อับอากาศ — ตามกฎ 2562
อับอากาศ

Checklist 12 ข้อ ก่อนเข้าที่อับอากาศ — ตามกฎ 2562

Checklist 12 ข้อต้องเช็คก่อนเปิด permit เข้าที่อับอากาศ — ป้าย/ใบรับรองแพทย์/ตรวจวัด O2 19.5-23.5% LEL ต่ำกว่า 10%/PPE/ทีม 4 บทบาท/หนังสืออนุญาตตามข้อ 18 กฎกระทรวง 2562

24 มี.ค. 2569อ่าน 20 นาที
Permit to Work ที่อับอากาศ — 7 ขั้นตอน + 4 ผู้รับผิดชอบ
อับอากาศ

Permit to Work ที่อับอากาศ — 7 ขั้นตอน + 4 ผู้รับผิดชอบ

วิธีออก Permit to Work ที่อับอากาศตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 — 4 บทบาท (อบรม 7/12/18/12 ชม.), 7 ขั้นก่อนเข้า, 12 ข้อในใบอนุญาต, การยกเลิก ต่ออายุ และทบทวนทุก 5 ปี

6 พ.ค. 2569อ่าน 28 นาที
จป.วิชาชีพ เหมาะเป็นผู้อนุญาตอับอากาศหรือไม่ — เป็นได้แต่ไม่ใช่คนที่ควรเป็น
อับอากาศ

จป.วิชาชีพ เหมาะเป็นผู้อนุญาตอับอากาศหรือไม่ — เป็นได้แต่ไม่ใช่คนที่ควรเป็น

จป.วิชาชีพ เป็นผู้อนุญาตทำงานในที่อับอากาศได้ตามข้อ 17 กฎกระทรวง 2562 แต่ไม่ใช่คนที่เหมาะ — ผู้อนุญาตที่ดีต้องมีอำนาจสั่งหยุดงานทันที ผู้จัดการโรงงาน/ฝ่ายผลิตเหมาะกว่า เพราะมีอำนาจสายการบังคับบัญชา + รู้หน้างาน

27 พ.ค. 2569อ่าน 41 นาที