เกณฑ์ตัดสินใจก่อนเซ็นใบอนุญาตเข้าที่อับอากาศ 4 ด่านตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562
4 ด่านที่ผู้อนุญาตต้องผ่านก่อนเซ็นใบอนุญาตเข้าที่อับอากาศ คือ ผลประเมินอันตราย ผลตรวจวัดอากาศ ความพร้อมทีมและอุปกรณ์ และแผนช่วยเหลือ ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

ลายมือชื่อของผู้อนุญาตในหนังสืออนุญาตให้ทำงานในที่อับอากาศ คือจุดสุดท้ายที่ยังหยุดงานได้โดยไม่มีใครบาดเจ็บ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 วางเงื่อนไขการเข้าไปทำงานไว้สามชั้นพร้อมกัน คือ นายจ้างได้จัดให้มีความปลอดภัยตามกฎกระทรวงนี้แล้ว ผู้ที่จะเข้าไปได้รับอนุญาตจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 17 และผู้นั้นผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 บทนี้เรียงเกณฑ์ตัดสินใจก่อนลงนามเป็นสี่ด่านตามลำดับที่ตัวบทวางไว้ ส่วนแบบฟอร์มและขั้นตอนทั้งกระบวนการ อ่านได้ที่ ระบบใบอนุญาตทำงานที่อับอากาศ 7 ขั้นตอน
หน้าที่อนุญาตอยู่ที่นายจ้าง และมอบหมายเป็นหนังสือได้
ข้อ 17 เขียนไว้ตรงตัวว่า “ให้นายจ้างเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศ” และนายจ้างจะมอบหมายเป็นหนังสือให้ลูกจ้างซึ่งได้รับการฝึกอบรมตามข้อ 20 คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตแทนก็ได้ โดยเก็บหนังสือมอบหมายไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
กฎกระทรวงไม่ได้ตั้งชื่อตำแหน่งว่า “ผู้อนุญาต” แต่เรียกว่า ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต และผูกหน้าที่นั้นไว้ที่นายจ้างเป็นหลัก คำสั้นที่เรียกกันติดปากมาจากชื่อหลักสูตรในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฯ พ.ศ. 2563 ซึ่งข้อ 7 กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมผู้อนุญาตไว้เป็นหลักสูตรแรกในหกหลักสูตร บทนี้ใช้คำสั้นว่า ผู้อนุญาต ทุกจุดที่กล่าวถึงบุคคลผู้ลงนาม
ผลตามมาในทางปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก ผู้ลงนามแทนนายจ้างต้องมีหนังสือมอบหมายจริงและเก็บไว้ให้ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำสั่งด้วยวาจาในที่ประชุมเช้า ข้อสอง ตัวบทผูกคุณสมบัติของผู้รับมอบหมายไว้ที่การผ่านการฝึกอบรม ไม่ได้ผูกไว้ที่ระดับตำแหน่ง ดูเพิ่มที่ จป.วิชาชีพกับบทบาทผู้อนุญาตที่อับอากาศ
ขอบเขตการตัดสินใจของผู้อนุญาต
หน้าที่ของผู้อนุญาตไม่จบลงที่ปลายปากกา ระหว่างทำงาน ผู้ควบคุมงานมีอำนาจสั่งหยุดงานไว้ชั่วคราวในทันทีเมื่อมีเหตุซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย และหากจำเป็นจะขอให้ผู้อนุญาตยกเลิกการอนุญาตนั้นเสียก็ได้ ช่องทางนี้ใช้ได้จริงเมื่อผู้อนุญาตอยู่ใกล้พอจะตัดสินใจได้ทันที ลำดับการตัดสินใจก่อนลงนามสรุปได้ดังนี้
| ด่าน | ประเด็นที่ต้องตอบให้ได้ | หลักฐานที่ต้องเห็นจริง | ตัวบท |
|---|---|---|---|
| 1 | พบอันตรายอะไร คุมด้วยอะไร | บันทึกผลประเมิน · หลักฐานมาตรการควบคุม | ข้อ 5 |
| 2 | อากาศตอนนี้อยู่ในเกณฑ์หรือยัง | ใบบันทึกผลตรวจวัดที่ลงเวลาและค่าที่วัดได้ | ข้อ 6 |
| 3 | ทีมครบหรือยัง อุปกรณ์พร้อมหรือยัง | ใบรับรองอบรม · ใบรับรองแพทย์ · อุปกรณ์หน้างาน | ข้อ 4 · ข้อ 8 · ข้อ 9 |
| 4 | ถ้ามีคนล้มในถัง ใครนำออกมา ด้วยวิธีใด | แผนช่วยเหลือเป็นลายลักษณ์อักษร · ทีมที่ซักซ้อมแล้ว | ข้อ 8 |
ด่านไหนตอบไม่ได้ ด่านนั้นยังไม่ผ่าน
ด่านที่ 1 ผลประเมินสภาพอันตรายและมาตรการควบคุม
ข้อ 5 กำหนดว่า “ให้นายจ้างจัดให้มีการประเมินสภาพอันตรายในที่อับอากาศ” หากพบว่ามีสภาพอันตราย นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อลูกจ้าง และเก็บหลักฐานไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
คำว่าสภาพอันตรายมีนิยามของตัวเองในข้อ 1 ครอบคลุมสี่กลุ่ม คือ วัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงหรือถมทับลูกจ้าง สภาพที่อาจทำให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน สภาวะที่เสี่ยงจะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย และสภาพอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หลักฐานที่ผู้อนุญาตต้องเห็นจึงเป็นบันทึกผลประเมินของงานใบนี้ งานล้างตะกอนกับงานเชื่อมซ่อมในถังใบเดียวกันมีสภาพอันตรายคนละชุด
มาตรการควบคุมที่ตัวบทกำหนดไว้เป็นข้อเฉพาะ และผู้อนุญาตตรวจได้ด้วยตาตัวเองที่หน้างาน มีดังนี้
- ป้าย “ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า” ที่ทางเข้าออกทุกแห่ง ตามข้อ 2 กับประกาศห้ามสูบบุหรี่หรือพกพาอุปกรณ์สำหรับจุดไฟที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ตามข้อ 13
- สิ่งปิดกั้นมิให้บุคคลใดเข้าหรือตกลงไปในช่อง โพรง หลุม หรือถังเปิด ตามข้อ 10 การปิดกั้นทางที่พลังงานหรือสารอันตรายจะรั่วไหลเข้ามา ตามข้อ 11 และทางเข้าออกที่ปลอดภัย ตามข้อ 12
- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหมาะสม และถ้ามีบรรยากาศอันตรายที่ไวไฟหรือระเบิดได้ ต้องเป็นชนิดที่ไม่เป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดการติดไฟ ตามข้อ 14 กับอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้ได้ทันทีเมื่อมีงานที่อาจก่อให้เกิดการลุกไหม้ ตามข้อ 15
งานสองกลุ่มมีข้อห้ามซ้อนอีกชั้น คือ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ เช่น การเชื่อม การเจาะ การขัด และงานที่ใช้สารระเหยง่าย สารพิษ หรือสารไวไฟ ข้อ 16 ห้ามนายจ้างอนุญาตให้ทำงานสองกลุ่มนี้ในที่อับอากาศ เว้นแต่ได้จัดให้มีมาตรการความปลอดภัยตามกฎกระทรวงนี้
ด่านที่ 2 ผลตรวจวัดและประเมินสภาพอากาศ
ข้อ 6 กำหนดว่า “ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศ” ในที่อับอากาศก่อนให้ลูกจ้างเข้าไปทำงาน และในระหว่างที่ลูกจ้างทำงานอยู่ ตัวบทผูกไว้สองช่วงเวลา ไม่ใช่วัดครั้งเดียวตอนเช้าแล้วจบ
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าอากาศนั้นเป็นบรรยากาศอันตรายหรือยังไม่เป็น อยู่ในนิยามข้อ 1 และเป็นค่าที่กฎหมายไทยกำหนดไว้เอง
| รายการ | ค่าที่ทำให้เป็นบรรยากาศอันตราย |
|---|---|
| ออกซิเจน | ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร |
| ก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟได้ | เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิด (LEL) |
| ฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ | เท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ำสุดของฝุ่นชนิดนั้น |
| สารเคมีแต่ละชนิด | เกินมาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยสารเคมีอันตราย |
ค่าออกซิเจนร้อยละ 19.5 ถึงร้อยละ 23.5 และเกณฑ์ร้อยละ 10 ของ LEL เป็นค่าที่กฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดไว้เอง ส่วนจำนวนหัวตรวจของเครื่องวัดก๊าซและรอบการสอบเทียบเป็นเรื่องของคู่มือผู้ผลิตและแนวปฏิบัติสากล ตัวบทไทยไม่ได้กำหนดไว้ ดูเพิ่มที่ ก๊าซที่ต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ
เมื่อผลวัดออกมาว่าเป็นบรรยากาศอันตราย ข้อ 6 กำหนดลำดับการปฏิบัติไว้สี่ขั้น คือ ห้ามบุคคลใดเข้าไป นำลูกจ้างที่อยู่ระหว่างทำงานออกทันที ค้นหาสาเหตุ แล้วแก้ไขให้สภาพอากาศไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ บันทึกผลตรวจวัดกับการแก้ไขต้องเก็บไว้ให้ตรวจสอบได้อย่างน้อยหนึ่งปี
มีทางเดียวที่ตัวบทเปิดให้เข้าไปทั้งที่ยังมีบรรยากาศอันตราย คือกรณีตามข้อ 7 ซึ่งแก้ไขตามข้อ 6 แล้วแต่ยังมีบรรยากาศอันตรายอยู่ และมีความจำเป็นต้องให้เข้าไป กรณีนี้ต้องจัดให้ผู้เข้าไปใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์การทำงานชนิดที่ทำให้ทำงานได้โดยปลอดภัย ผู้อนุญาตต้องตอบให้ได้ก่อนว่าความจำเป็นนั้นคืออะไร และอุปกรณ์ที่เตรียมไว้รับมือกับค่าที่วัดได้จริงหรือยัง
ด่านที่ 3 ความพร้อมของทีมและอุปกรณ์
ผู้ควบคุมงาน ข้อ 8 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีลูกจ้างซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 เป็นผู้ควบคุมงานประจำในบริเวณพื้นที่ทำงานตลอดเวลา หน้าที่ตามตัวบทมีสี่ข้อ คือ จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนช่วยเหลือ ชี้แจงและซักซ้อม ควบคุมดูแลการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และสั่งหยุดงานไว้ชั่วคราวทันทีเมื่อมีเหตุ
ผู้ช่วยเหลือ ข้อ 9 กำหนดให้จัดลูกจ้างซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 เป็นผู้ช่วยเหลือ พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน คอยเฝ้าดูแลบริเวณทางเข้าออก โดยติดต่อสื่อสารกับลูกจ้างที่ทำงานอยู่ข้างในและช่วยเหลือออกมาได้ตลอดเวลา
ใบรับรองการฝึกอบรม ประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 8 ถึงข้อ 13 กำหนดชั่วโมงขั้นต่ำไว้ต่างกันตามบทบาท คือ ผู้อนุญาต 7 ชั่วโมง ผู้ควบคุมงาน 12 ชั่วโมง ผู้ช่วยเหลือ 18 ชั่วโมง ผู้ปฏิบัติงาน 12 ชั่วโมง หลักสูตรรวมสี่บทบาท 24 ชั่วโมง และหลักสูตรทบทวน 3 ชั่วโมง หลักสูตรผู้อนุญาตแบ่งเป็นภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งกำหนดหัวข้อวิชาไว้สองหัวข้อ คือ เทคนิคการตรวจสภาพพื้นที่และงานก่อนตัดสินใจอนุญาต และเทคนิคในการควบคุมการทำงาน หัวข้อละไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง หัวข้อแรกบอกเจตนาของหลักสูตรไว้ชัดว่า ผู้อนุญาตควรเดินไปดูพื้นที่จริงก่อนตัดสินใจ
เงื่อนไขที่ตกหล่นบ่อยอีกสองข้อ คือ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกหลักสูตรต้องผ่านการฝึกการอบรมดับเพลิงขั้นต้นมาก่อน ตามข้อ 15 และต้องเข้าอบรมหลักสูตรทบทวนทุกห้าปี โดยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันก่อนครบกำหนดห้าปี ตามข้อ 14 ดูเพิ่มที่ หลักสูตรอบรมที่อับอากาศ 4 บทบาท
ใบรับรองแพทย์ ข้อ 4 ห้ามนายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ หากรู้หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นซึ่งแพทย์เห็นว่าการเข้าไปอาจเป็นอันตราย ข้อนี้เขียนถึงการอนุญาตโดยตรง
ด่านที่ 4 แผนช่วยเหลือและช่องทางสื่อสาร
คำถามสุดท้ายก่อนลงนามคือ ถ้าคนข้างในล้มลง ทีมจะนำออกมาด้วยวิธีใดและภายในกี่นาที ข้อ 8 กำหนดให้ผู้ควบคุมงานจัดทำแผนการปฏิบัติงานและการป้องกันอันตราย และแผนช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน แล้วปิดประกาศหรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อด้วยหน้าที่ชี้แจงและซักซ้อมให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
ผู้อนุญาตจึงตรวจสามอย่างในด่านนี้ คือ แผนช่วยเหลือของงานใบนี้มีอยู่เป็นลายลักษณ์อักษร และระบุวิธีนำคนออกที่ตรงกับรูปทรงของช่องทางเข้าออกจริง ทีมได้รับการชี้แจงและซักซ้อมแล้วก่อนเริ่มงาน และช่องทางสื่อสารระหว่างผู้ช่วยเหลือกับผู้ปฏิบัติงานใช้ได้จริงตลอดเวลาตามที่ข้อ 9 กำหนด ผลของด่านนี้บันทึกลงในหนังสืออนุญาต ช่องที่ให้ระบุอันตรายที่ลูกจ้างอาจได้รับ วิธีการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน และวิธีการหลีกหนีภัย
การลงนามและหลักฐานที่ต้องเก็บ
เมื่อครบสี่ด่านแล้วจึงถึงขั้นลงนาม ข้อ 18 กำหนดว่า “ให้นายจ้างจัดให้มีหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศทุกครั้ง” โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดสิบสองรายการ ซึ่งครอบคลุมผลของทั้งสี่ด่าน ตั้งแต่ผลการประเมินและมาตรการความปลอดภัย ชื่อผู้ควบคุมงานกับผู้ช่วยเหลือ ผลการตรวจสุขภาพ จนถึงลายมือชื่อผู้ขออนุญาตกับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต คำว่าทุกครั้งมีน้ำหนักในทางปฏิบัติ งานที่กลับเข้าไปใหม่หลังหยุดพัก งานที่เปลี่ยนลักษณะงาน และงานที่เปลี่ยนชุดผู้ปฏิบัติงาน นับเป็นคนละครั้งกัน
เอกสารที่ต้องอยู่ที่สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ทำงานให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ มีดังนี้
| เอกสาร | ตัวบท | ระยะเวลาที่กำหนด |
|---|---|---|
| หนังสือมอบหมายให้ทำหน้าที่อนุญาตแทนนายจ้าง | ข้อ 17 | ไม่ได้กำหนดไว้ |
| หลักฐานการประเมินสภาพอันตรายและมาตรการควบคุม | ข้อ 5 | ไม่ได้กำหนดไว้ |
| บันทึกผลตรวจวัดสภาพอากาศและการแก้ไข | ข้อ 6 | อย่างน้อยหนึ่งปี |
| หนังสืออนุญาตให้ทำงานในที่อับอากาศ | ข้อ 19 | ไม่ได้กำหนดไว้ |
| หลักฐานการฝึกอบรม | ข้อ 21 | ไม่ได้กำหนดไว้ |
ข้อ 19 ยังกำหนดให้ปิดหรือแสดงสำเนาหนังสืออนุญาตไว้ที่บริเวณทางเข้าให้เห็นชัดเจนตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน สำเนาที่ปากทางจึงบอกทีมข้างนอกว่าใครอยู่ข้างใน และงานใบนี้อนุญาตไว้ถึงเวลาใด
กรณีที่ต้องไม่ลงนาม
เกณฑ์ตัดสินใจใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อมีเส้นที่ชัดว่าเมื่อไรต้องหยุด กรณีต่อไปนี้อ่านตรงจากตัวบทได้เลยว่ายังลงนามไม่ได้
- ผลตรวจวัดบอกว่าเป็นบรรยากาศอันตราย และยังไม่ได้แก้ไข ข้อ 6 กำหนดให้ห้ามบุคคลใดเข้าไป
- ยังไม่มีผลตรวจวัดของครั้งนี้ ตัวเลขจากกะก่อนหน้าไม่ใช่ผลการตรวจวัดก่อนให้เข้าไปทำงานตามข้อ 6
- ยังไม่มีผลประเมินสภาพอันตรายของงานใบนี้ ข้อ 5 ผูกการประเมินไว้กับงานที่จะทำ
- ไม่มีผู้ควบคุมงานประจำในพื้นที่ตลอดเวลา หรือมีชื่อแต่ตัวอยู่คนละไซต์งาน ขัดกับข้อ 8
- ไม่มีผู้ช่วยเหลือเฝ้าที่ทางเข้าออก หรือมีคนแต่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต ขัดกับข้อ 9
- มีคนในทีมยังไม่ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 หรือใบรับรองพ้นห้าปีแล้วยังไม่ได้อบรมทบทวน
- รู้หรือควรรู้ว่าผู้ที่จะเข้าไปเป็นโรคตามที่ข้อ 4 ระบุ ข้อนี้ห้ามอนุญาตไว้ตรงตัว
- งานความร้อนหรืองานสารไวไฟที่ยังไม่มีมาตรการตามกฎกระทรวงนี้ครบ ข้อ 16 ห้ามอนุญาตไว้ก่อน
- ยังไม่มีแผนช่วยเหลือฉุกเฉินที่แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและซักซ้อมแล้ว ขัดกับข้อ 8
- ตัวผู้ลงนามเองยังไม่มีหนังสือมอบหมายจากนายจ้าง ข้อ 17 กำหนดรูปแบบไว้ว่าต้องเป็นหนังสือ
เมื่อเงื่อนไขยังไม่ครบ สิ่งที่ทำแทนการลงนามมีสามอย่าง คือ ระบุให้ชัดว่าด่านไหนขาดและขาดอะไร กำหนดผู้รับผิดชอบกับเวลาที่จะปิดช่องว่างนั้น แล้วนัดตรวจซ้ำก่อนพิจารณาใหม่ ตัวบทยังเปิดทางให้ลูกจ้างปฏิเสธการทำงานในคราวใดก็ได้ หากเห็นว่าคราวนั้นไม่มีมาตรการรองรับเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เสียงทักท้วงจากหน้างานจึงเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
เหตุผลที่ยังไม่ควรเซ็นใบอนุญาต
- ลงนามล่วงหน้าไว้เป็นปึก ใบที่เซ็นไว้ก่อนโดยยังไม่มีผลวัดและยังไม่รู้ชื่อทีม ทำให้ช่องผลการประเมินและช่องมาตรการความปลอดภัยตามข้อ 18 ว่างเปล่าตั้งแต่ต้น
- ลงนามจากในสำนักงาน โดยไม่ไปดูปากทางเข้า สวนทางกับภาคปฏิบัติของหลักสูตรผู้อนุญาต
- ใช้ใบเดิมข้ามกะ การเปลี่ยนกะนับเป็นคนละครั้งตามข้อ 18
- สลับหน้าที่ผู้ควบคุมงานกับผู้ช่วยเหลือ ข้อ 8 ให้ผู้ควบคุมงานประจำในพื้นที่ทำงาน ส่วนข้อ 9 ให้ผู้ช่วยเหลือเฝ้าที่ทางเข้าออก คนละหน้าที่และคนละหลักสูตรอบรม
ดูเพิ่มที่ เช็คลิสต์ 12 ข้อก่อนเข้าที่อับอากาศ
ผลทางกฎหมายเมื่อเงื่อนไขยังไม่ครบ
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และมาตรา 53 กำหนดโทษไว้ว่า นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บทกำหนดโทษเขียนถึงนายจ้าง สอดคล้องกับข้อ 17 ที่วางหน้าที่ในการอนุญาตไว้ที่นายจ้าง คุณค่าของสี่ด่านนี้อยู่ที่การทำให้ทุกคนที่ลงไปได้ขึ้นมาครบ
เช็คลิสต์ก่อนลงลายมือชื่อ
- หนังสือมอบหมายจากนายจ้างของผู้ลงนาม เก็บไว้ที่สถานประกอบกิจการและยังไม่ถูกยกเลิก
- บันทึกผลประเมินสภาพอันตรายของงานใบนี้ พร้อมมาตรการควบคุมที่ทำแล้ว
- ใบบันทึกผลตรวจวัดสภาพอากาศของครั้งนี้ ระบุเวลาที่วัดและค่าที่วัดได้ทุกรายการ
- แผนตรวจวัดระหว่างทำงาน ระบุว่าใครวัด ทุกกี่นาที และแจ้งใครเมื่อค่าเปลี่ยน
- ชื่อผู้ควบคุมงานที่ประจำในพื้นที่ตลอดเวลา พร้อมใบรับรองอบรมที่ยังไม่พ้นรอบทบทวนห้าปี
- ชื่อผู้ช่วยเหลือที่เฝ้าทางเข้าออก พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตหน้างาน
- รายชื่อผู้ปฏิบัติงานทุกคน พร้อมใบรับรองอบรมและใบรับรองแพทย์
- แผนช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ชี้แจงและซักซ้อมกับทีมแล้ว
- ป้าย สิ่งปิดกั้น การปิดกั้นทางที่พลังงานหรือสารจะรั่วเข้ามา อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหมาะสม และอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้ได้ทันที
- ช่วงเวลาที่อนุญาต ระบุชัดว่าเริ่มและสิ้นสุดเวลาใด และสำเนาพร้อมปิดที่ปากทางเข้า
คำถามที่พบบ่อย
ผู้อนุญาตหนึ่งคนกับหลายจุดงานพร้อมกัน
กฎกระทรวงเขียนเงื่อนไขการดูแลหลายจุดไว้กับผู้ควบคุมงานในข้อ 8 คือ ทำได้เมื่ออยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกันในคราวเดียวกัน และต้องมาถึงแต่ละจุดได้อย่างรวดเร็วในทันทีที่มีเหตุฉุกเฉิน ส่วนผู้อนุญาต ข้อ 17 เปิดให้มอบหมายได้คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น จำนวนใบต่อคนไม่มีในตัวบท เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินจึงเป็นความจำเป็นของงาน และการที่ผู้อนุญาตยังยกเลิกการอนุญาตได้ทันทีเมื่อผู้ควบคุมงานร้องขอ
ผู้อนุญาตกับผู้ขออนุญาตเป็นคนเดียวกัน
ข้อ 18 กำหนดให้หนังสืออนุญาตมีทั้งชื่อและลายมือชื่อผู้ขออนุญาต และชื่อกับลายมือชื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 17 ตัวบทเขียนแยกเป็นสองบทบาทและสองลายมือชื่อ การให้คนเดียวลงนามทั้งสองช่องทำให้เอกสารไม่ครบตามที่กำหนด
สรุป
- หน้าที่ในการอนุญาตเป็นของนายจ้างตามข้อ 17 และมอบหมายเป็นหนังสือให้ลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 20 ทำแทนได้
- ลำดับตัดสินใจก่อนลงนามมีสี่ด่าน คือ ผลประเมินสภาพอันตรายตามข้อ 5 ผลตรวจวัดสภาพอากาศตามข้อ 6 ความพร้อมของทีมและอุปกรณ์ตามข้อ 4 ข้อ 8 และข้อ 9 และแผนช่วยเหลือตามข้อ 8
- ค่าออกซิเจนร้อยละ 19.5 ถึงร้อยละ 23.5 และเกณฑ์ร้อยละ 10 ของ LEL เป็นค่าที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2562 กำหนดไว้เอง ส่วนจำนวนหัวตรวจของเครื่องวัดก๊าซเป็นเรื่องของคู่มือผู้ผลิต
- หนังสืออนุญาตต้องมีทุกครั้งตามข้อ 18 และปิดสำเนาไว้ที่ปากทางเข้าตามข้อ 19
- เมื่อด่านใดยังไม่มีหลักฐาน ให้ระบุช่องว่าง กำหนดผู้รับผิดชอบกับเวลา แล้วนัดตรวจซ้ำ แทนการลงลายมือชื่อไปก่อน
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 (ข้อ 1 ถึงข้อ 21)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2563 (ข้อ 7 ถึงข้อ 15)
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (มาตรา 8 · มาตรา 53)
- ระบบใบอนุญาตทำงานที่อับอากาศ 7 ขั้นตอน
- จป.วิชาชีพกับบทบาทผู้อนุญาตที่อับอากาศ
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

Checklist 12 ข้อ ก่อนเข้าที่อับอากาศ — ตามกฎ 2562
Checklist 12 ข้อต้องเช็คก่อนเปิด permit เข้าที่อับอากาศ — ป้าย/ใบรับรองแพทย์/ตรวจวัด O2 19.5-23.5% LEL ต่ำกว่า 10%/PPE/ทีม 4 บทบาท/หนังสืออนุญาตตามข้อ 18 กฎกระทรวง 2562

Permit to Work ที่อับอากาศ — 7 ขั้นตอน + 4 ผู้รับผิดชอบ
วิธีออก Permit to Work ที่อับอากาศตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 — 4 บทบาท (อบรม 7/12/18/12 ชม.), 7 ขั้นก่อนเข้า, 12 ข้อในใบอนุญาต, การยกเลิก ต่ออายุ และทบทวนทุก 5 ปี

จป.วิชาชีพ เหมาะเป็นผู้อนุญาตอับอากาศหรือไม่ — เป็นได้แต่ไม่ใช่คนที่ควรเป็น
จป.วิชาชีพ เป็นผู้อนุญาตทำงานในที่อับอากาศได้ตามข้อ 17 กฎกระทรวง 2562 แต่ไม่ใช่คนที่เหมาะ — ผู้อนุญาตที่ดีต้องมีอำนาจสั่งหยุดงานทันที ผู้จัดการโรงงาน/ฝ่ายผลิตเหมาะกว่า เพราะมีอำนาจสายการบังคับบัญชา + รู้หน้างาน