⚠️ อับอากาศ

Checklist 12 ข้อ ก่อนเข้าที่อับอากาศ — ตามกฎ 2562

Checklist 12 ข้อต้องเช็คก่อนเปิด permit เข้าที่อับอากาศ — ป้าย/ใบรับรองแพทย์/ตรวจวัด O2 19.5-23.5% LEL ต่ำกว่า 10%/PPE/ทีม 4 บทบาท/หนังสืออนุญาตตามข้อ 18 กฎกระทรวง 2562

Safety Station 10124 มีนาคม 2569อ่าน 20 นาที · 4,393 คำ
Checklist 12 ข้อ ก่อนเข้าที่อับอากาศ — ตามกฎ 2562

Checklist 12 ข้อ ก่อนเข้าที่อับอากาศ — ตามกฎ 2562

ถังเก็บน้ำลึก 6 เมตร ไซโล แมนโฮล ห้องใต้ดิน ถังหมัก — ดูเหมือนงานธรรมดา แต่สถิติบอกว่างานในที่อับอากาศคือหนึ่งในงานที่ตายสูงสุดของไทย และเกือบทุกเคสเกิดจากเดียวกัน: "ไม่ได้ทำตามขั้นตอน"

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 วางกรอบไว้ชัด — ก่อนปล่อยลูกจ้างเข้า ต้องเช็คให้ครบ ไม่มีข้อไหนข้ามได้ ที่นี้ก็เป็นปัญหาว่า หลายไซต์ใช้ permit template ที่ดาวน์โหลดจากเน็ตมา ไม่ได้แม็พกับกฎไทยจริง พอผู้ตรวจเข้ามาก็เจอช่องโหว่ — แย่กว่านั้นคือ เจอตอนเกิดเหตุ

12 ข้อข้างล่างนี้ผมสรุปมาจากกฎกระทรวง 2562 ทั้งฉบับ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม — เตรียมพื้นที่ · ตรวจวัดอากาศ · เตรียมคนและของ · ออกใบอนุญาต — ใช้เป็น pre-entry checklist ติดปากทางเข้าได้เลย

หมายเหตุ source — ตัวเลขทุกตัวในหน้านี้มาจากกฎกระทรวง 2562 ของไทย ไม่ใช่ OSHA 1910.146 (อเมริกา) · threshold หลายค่าใกล้กัน แต่หน้างานไทยต้องอ้างกฎไทยเท่านั้น


กลุ่ม A — เตรียมพื้นที่ก่อนเริ่ม (3 ข้อ)

ข้อ 1: ติดป้าย "ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า" ที่ทางเข้าออกทุกแห่ง

ป้ายต้องขนาดพอ มองเห็นชัด ติดแบบเปิดเผยที่ทางเข้าออกทุกแห่งของที่อับอากาศ — ไม่ใช่ติดเฉพาะปากหลักแล้วลืมปากรอง

ตัวอักษรในป้ายต้องตรงเป๊ะตามกฎหมาย: "ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า" ไม่ใช่คำอื่นที่ใกล้เคียง — ผู้ตรวจจะดูคำตามนี้

ถ้าเป็นทางเข้าที่ต้องเปิดด้วยอุปกรณ์เฉพาะ (เช่น manhole cover ที่ต้องยกด้วย hook) ต้องมีมาตรการคุมการเปิด + ติดป้ายเหมือนกัน

Tip หน้างาน: ป้ายโลหะ/พลาสติกแข็ง ทนแดดทนฝน · สีเหลืองพื้น/ตัวอักษรดำ มองเห็นเร็วกว่าทุกแบบ

ข้อ 2: ประเมินสภาพอันตรายและจัดทำแผนปฏิบัติงาน

ผู้ควบคุมงานต้องทำแผนปฏิบัติงาน + แผนช่วยเหลือฉุกเฉิน เป็นลายลักษณ์อักษร และปิดประกาศ/แจ้งให้ลูกน้องทราบ — ไม่ใช่บอกปากเปล่าตอน toolbox talk แล้วจบ

แผนต้องตอบให้ครบว่า:

  • อันตรายที่เจอในที่อับอากาศนี้คืออะไร (O2 ต่ำ? ก๊าซพิษ? ตกจมในวัสดุ?)
  • ใครทำอะไร เมื่อไหร่
  • ถ้าเกิดเหตุ — ผู้ช่วยเหลือดึงคนออกยังไง, แจ้งใคร, กี่นาทีถึงโรงพยาบาล

ที่สำคัญ: ผลการประเมินสภาพอันตรายต้องเก็บเป็นหลักฐานไว้ที่ไซต์ ให้ผู้ตรวจดูได้

ข้อ 3: ตรวจสุขภาพ + ใบรับรองแพทย์ก่อนเข้า

ห้ามอนุญาตให้คนที่เป็นโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นที่แพทย์เห็นว่าการเข้าที่อับอากาศจะอันตราย เข้าทำงานเด็ดขาด

ลูกจ้างทุกคนที่จะเข้าต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุว่าเข้าได้ และตัวใบรับรองนี้เป็นหนึ่งใน 12 รายการบังคับของหนังสืออนุญาตด้วย (ดูข้อ 12 ข้างล่าง)

ส่วนนี้คนหน้างานชอบลืม — ลูกน้องคนเดียวกันเข้า CS ทุกอาทิตย์ ใบรับรองหมดอายุไปแล้วก็ยังไม่ต่อ พอผู้ตรวจมาเอกสารไม่ครบ = ถือว่าผิด


กลุ่ม B — ตรวจวัดบรรยากาศก่อนปล่อยคนลง (3 ข้อ)

Close-up มือสวมถุงมือ nitrile ฟ้า ถือ 4-gas detector แสดงค่า O2 20.9%, LEL 0%, CO 0 ppm, H2S 0 ppm — probe ห้อยลงในปาก manhole เพื่อตรวจวัดก่อนปล่อยคนลง

ข้อ 4: ตรวจวัดออกซิเจน — ต้องอยู่ในช่วง 19.5% ถึง 23.5%

กฎไทยกำหนดชัดว่า ถ้าออกซิเจนต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 ถือเป็น "บรรยากาศอันตราย" — ห้ามใครเข้า

หลายคนคุ้นแต่ขอบล่าง ลืมขอบบน — O2 สูงเกิน 23.5% อันตรายไม่แพ้ขาด เพราะสารทุกอย่างติดไฟง่ายขึ้นมาก เคยเจอเคสที่ถังถูก purge ด้วย O2 แทน N2 (เปิดท่อผิด) ลูกจ้างลงไปก็ระเบิดทันที

ทำยังไง: ใช้ 4-gas monitor (ขั้นต่ำ) · sample จากปากทางเข้าก่อน แล้วหย่อน probe ลงไปวัดทุกระดับความลึก (top / middle / bottom) เพราะก๊าซแต่ละชนิดหนัก/เบาต่างกัน · บันทึกตัวเลขทุกจุดในใบ permit

ข้อ 5: ตรวจก๊าซ/ไอ/ละอองติดไฟได้ — ต้องไม่เกิน 10% LEL

กฎไทยกำหนดว่า ก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำ (Lower Flammable Limit / Lower Explosive Limit) จึงจะไม่ถือว่าเป็นบรรยากาศอันตราย

แปลให้เข้าใจง่าย: เครื่อง LEL อ่านค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ของ LEL — ถ้าเข็มขึ้น >10% LEL = หยุด ออก ระบายอากาศใหม่

กับดักที่เจอบ่อย:

  • LEL sensor แบบ Catalytic Bead ต้องมี O2 อย่างน้อย 10% ถึงทำงาน — ในถังที่ถูก purge ด้วย Nitrogen เครื่องอาจอ่าน 0% LEL ทั้งที่มี methane เต็มถัง → ใช้ NDIR sensor แทน
  • งานที่มี VOC (Benzene, Toluene) ต้องใช้ 5-gas with PID เพิ่ม เพราะ LEL จับไม่ครบทุกตัว

ข้อ 6: ตรวจก๊าซพิษ — CO, H2S และสารเคมีที่คาดว่าจะพบ

นอกจาก O2 + LEL แล้ว ต้องวัดสารเคมีที่อาจมีในพื้นที่นั้น ตามที่กฎหมายระบุว่า "ค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กำหนดตามกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย" ถือเป็นบรรยากาศอันตราย

มาตรฐานในที่นี้คือ TLV/PEL ตามกฎกระทรวงสารเคมี — เช่น CO ไม่เกิน 50 ppm (TWA 8 ชม.), H2S Ceiling 20 ppm (ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ 2560 ลำดับ 183 — กฎหมายไทยไม่กำหนด TWA สำหรับ H2S) · ถ้าเกินขีดเหล่านี้ = ต้องระบายอากาศ + วัดซ้ำ ห้ามเข้า

ที่ต้องระวัง: ก๊าซแต่ละตัวมีน้ำหนักโมเลกุลต่างกัน — H2S หนักกว่าอากาศ จมก้นถัง · CO หนักใกล้เคียงอากาศ กระจายทั่ว · CH4 เบา ลอยขึ้น ดังนั้น sample ที่ความลึกเดียวไม่พอ ต้องวัดให้ครบทุกระดับ

อ่านเพิ่มเรื่องนี้: ก๊าซอันตราย 4 ตัว O2 LEL CO H2S


กลุ่ม C — เตรียมทีมและอุปกรณ์ (3 ข้อ)

ภาพ flat-illustration 4 บทบาทในทีมงานที่อับอากาศ — ผู้อนุญาต, ผู้ควบคุมงาน, ผู้ช่วยเหลือ, ผู้ปฏิบัติงาน — ตามกฎกระทรวงที่อับอากาศ 2562

ข้อ 7: จัด 4 บทบาททีม CS ครบ + ทุกคนผ่านการอบรม

กฎไทยบังคับให้ทีมงานในที่อับอากาศมี 4 บทบาท ตามประกาศกรม + กฎกระทรวง 2562:

บทบาท หน้าที่หลัก อ้างอิงข้อ
ผู้อนุญาต นายจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือ — เซ็น permit ข้อ 17
ผู้ควบคุมงาน คุมหน้างานตลอดเวลา ทำแผน + สั่งหยุดงานได้ทันทีเมื่อมีเหตุ ข้อ 8
ผู้ช่วยเหลือ (Attendant) เฝ้าปากทางเข้าออกตลอดเวลา + สื่อสารกับคนข้างใน + ช่วยดึงออก ข้อ 9
ผู้ปฏิบัติงาน คนที่ลงไปทำงาน ทั่วทั้งฉบับ

ทุกคนใน 4 บทบาทนี้ต้องผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด (ประกาศกรม 2563) — และให้เก็บหลักฐานการอบรมไว้ที่ไซต์

หลักสูตรปัจจุบันมีอายุ 5 ปี ก่อนครบกำหนดต้องเข้าหลักสูตรทบทวน ภายใน 30 วันก่อนหมดอายุ

ทีมงานของคุณยังไม่ครบ 4 บทบาทตามกฎหมาย? Safety Station เปิดหลักสูตร ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ 4 ผู้ (ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงาน) 4 วัน 24 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 + ประกาศกรม พ.ศ. 2563 พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม

ข้อ 8: ผู้ช่วยเหลือเฝ้าปากทางเข้าออกตลอดเวลา + พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต

ข้อนี้เป็นจุดที่หน้างานไทยพลาดบ่อยสุด — มอบหมายลูกน้องคนหนึ่งให้ "เฝ้าหน่อย" แล้วคนนั้นเดินไปกินกาแฟ หรือลงไปช่วยข้างใน → จบ ทั้งสองตาย

กฎหมายระบุชัด: ต้องจัดให้มีลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรม "เป็นผู้ช่วยเหลือ พร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต" ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน คอยเฝ้าดูแลบริเวณทางเข้าออกที่อับอากาศ และสามารถสื่อสารกับลูกจ้างที่ทำงานข้างในและช่วยเหลือออกได้ตลอดเวลา

อุปกรณ์ที่ต้องมีติดตัวผู้ช่วยเหลือ:

  • Tripod + winch + retrieval line ติดตั้งเหนือปากทางเข้า
  • Full body harness ของผู้ปฏิบัติงานทุกคน — ต่อกับ retrieval line
  • วิทยุสื่อสาร / ระบบสัญญาณกับคนข้างใน
  • SCBA หรือ supplied-air respirator สำรอง สำหรับ rescue (ห้ามใช้ N95 ลงไปช่วย)
  • ใบ permit ฉบับสำเนา + รายชื่อคนที่ลงไป + เบอร์ฉุกเฉิน

ห้ามเด็ดขาด: ผู้ช่วยเหลือลงไปเองโดยไม่มีคนแทนที่ปาก — เคสตายเป็นแถว 90% เริ่มจากผู้ช่วยเหลือ "ลงไปช่วย" แล้วล้มตามลงไปอีกคน

ข้อ 9: PPE + อุปกรณ์ช่วยชีวิต + เครื่องไฟฟ้าและดับเพลิงที่เหมาะ

นายจ้างต้องจัดอุปกรณ์ครบทั้ง 3 ชุด — และดูแลให้คนใส่/ใช้จริง ไม่ใช่กองไว้ในล็อกเกอร์

PPE สำหรับผู้ปฏิบัติงาน CS ขั้นต่ำ:

  • Full body harness + lanyard ต่อ retrieval line
  • เครื่องช่วยหายใจตามลักษณะงาน (Air-purifying / SCBA / supplied-air)
  • หมวก, แว่น, ถุงมือ, รองเท้าหัวเหล็ก, ชุดเหมาะกับสารที่เจอ
  • Personal gas monitor (4-gas) ติดตัวทุกคน — แยกจากเครื่อง pre-entry

อุปกรณ์เพิ่มเติมตามกฎ:

  • อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหมาะสม + ปลอดภัยพร้อมใช้ — ถ้าบรรยากาศไวไฟต้องเป็นชนิด explosion-proof
  • อุปกรณ์ดับเพลิงพร้อมใช้ มีประสิทธิภาพ จำนวนพอ
  • Blower ระบายอากาศ — ก่อนเข้าและตลอดเวลาทำงาน

ห้ามทำในที่อับอากาศ: งานเชื่อม เผาไหม้ ย้ำหมุด เจาะ ขัด หรืองานที่ก่อให้เกิดความร้อน/ประกายไฟ · งานที่ใช้สารระเหยง่าย สารพิษ สารไวไฟ — เว้นแต่มีมาตรการตามกฎกระทรวงครบ


กลุ่ม D — ออกหนังสืออนุญาต (Permit) (3 ข้อ)

ข้อ 10: ผู้อนุญาตเซ็น permit จริง — ไม่ใช่หัวหน้างานเซ็นแทนตามใจ

ตามกฎข้อ 17 — นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในการอนุญาต · ถ้าจะมอบหมายให้ลูกจ้างคนอื่นเป็นผู้อนุญาตแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบหมาย และคนนั้นต้องผ่านการอบรมหลักสูตรผู้อนุญาต

หนังสือมอบหมายต้องเก็บไว้ที่ไซต์ให้ผู้ตรวจดูได้ — ถ้าหัวหน้างานเซ็น permit แทนนายจ้างโดยไม่มีหนังสือมอบหมาย = ผิดทันที

Anti-pattern ที่เจอบ่อย:

  • "หัวหน้ากะ" เซ็น permit แทน — แต่ไม่ได้ผ่านหลักสูตรผู้อนุญาต
  • Stamp ลายเซ็นไว้ล่วงหน้า — ผู้อนุญาตไม่ได้อยู่จริงตอนเปิดงาน
  • เซ็น permit เป็นชุด ใช้ตลอดอาทิตย์ — กฎบอกว่าต้องทุกครั้งที่เข้า

ข้อ 11: ออกหนังสืออนุญาต — ครบ 12 รายการตามข้อ 18

หัวใจของกฎฉบับนี้: ต้องมีหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศทุกครั้ง โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

12 รายการบังคับในหนังสืออนุญาต (ข้อ 18):

# รายการ
1 ที่อับอากาศที่อนุญาตให้เข้าไปทำงาน (ระบุชื่อ/ตำแหน่ง/พิกัด)
2 วัน เวลาในการทำงาน
3 งานที่ให้ลูกจ้างเข้าไปทำ
4 ชื่อลูกจ้างที่อนุญาตให้เข้าไปทำงาน
5 ชื่อผู้ควบคุมงานตามข้อ 8
6 ชื่อผู้ช่วยเหลือตามข้อ 9 (2)
7 อันตรายที่ลูกจ้างอาจได้รับ + วิธีปฏิบัติตน + การช่วยเหลือออกในกรณีฉุกเฉิน + วิธีหลีกหนีภัย
8 ผลการประเมินสภาพอันตรายและบรรยากาศอันตราย (O2 / LEL / ก๊าซพิษ — ตัวเลขจริง)
9 มาตรการความปลอดภัยที่เตรียมไว้ก่อนเข้า
10 อุปกรณ์ PPE + อุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต
11 ชื่อ + ลายมือชื่อผู้ขออนุญาต และผู้รับผิดชอบในการอนุญาตตามข้อ 17
12 ผลการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง โดยมีใบรับรองแพทย์

เน้นย้ำ: รายการที่ 12 — ใบรับรองแพทย์ เป็นจุดที่หน้างานพลาดเยอะที่สุด ถ้าไม่มีหรือหมดอายุ = permit นี้ไม่สมบูรณ์

ดูรายละเอียดเพิ่มเรื่องตัว template: Permit to Work ที่อับอากาศ

ข้อ 12: เก็บ permit ที่ไซต์ + ปิดสำเนาที่ปากทางเข้าตลอดเวลา

หนังสืออนุญาตเก็บไว้ที่สถานประกอบกิจการ/สถานที่ทำงาน ให้ผู้ตรวจดูได้ + ปิดหรือแสดงสำเนาที่บริเวณทางเข้าที่อับอากาศ ให้เห็นชัดเจนตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน

บันทึกผลตรวจวัดอากาศตามข้อ 6 ต้องเก็บที่ไซต์ อย่างน้อย 1 ปี

Practical setup ที่หน้างานทำได้:

  • พลาสติก clip-folder กันน้ำ ติดที่เสาใกล้ปากทางเข้า
  • ใส่ permit ตัวจริง + สำเนา + รายชื่อคนเข้า-ออก + sign-in log
  • พอเสร็จงาน close-out permit แล้วเก็บกับ file ที่ออฟฟิศ

Checklist 12 ข้อสรุป — พิมพ์ติดปากทางเข้าได้เลย

ไอคอน 6 ช่อง (ข้อ 1-6) — เตรียมพื้นที่และตรวจวัดบรรยากาศก่อนเข้าที่อับอากาศ: ป้ายเตือน, ตัดแหล่งพลังงาน, ใบรับรองแพทย์, ตรวจ O2, ตรวจ LEL, ตรวจสารพิษ

ไอคอน 6 ช่อง (ข้อ 7-12) — ทีมและอุปกรณ์, ระบายอากาศ, สื่อสาร, แผนฉุกเฉิน และหนังสืออนุญาต permit ก่อนเข้าที่อับอากาศ

ก่อนปล่อยใครลง CS — เช็คครบทุกข้อก่อน:

A. เตรียมพื้นที่

  • 1. ป้าย "ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า" ติดทุกทางเข้าออก (ข้อ 2)
  • 2. ประเมินสภาพอันตราย + แผนปฏิบัติงาน + แผนฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษร (ข้อ 5, 8)
  • 3. ใบรับรองแพทย์ของผู้เข้าทุกคน — ไม่มีคนเป็นโรคทางเดินหายใจ/โรคหัวใจ (ข้อ 4)

B. ตรวจวัดอากาศ

  • 4. O2 อยู่ระหว่าง 19.5% - 23.5% (ข้อ 1)
  • 5. LEL ต่ำกว่า 10% (ข้อ 1)
  • 6. CO, H2S, สารพิษอื่น ๆ ต่ำกว่ามาตรฐาน TLV/PEL (ข้อ 1)

C. เตรียมทีมและของ

  • 7. ทีม 4 บทบาทครบ (ผู้อนุญาต / ผู้ควบคุม / ผู้ช่วยเหลือ / ผู้ปฏิบัติงาน) + ทุกคนผ่านอบรม (ข้อ 20)
  • 8. ผู้ช่วยเหลือเฝ้าปาก + tripod/harness/retrieval line/วิทยุ พร้อม (ข้อ 9)
  • 9. PPE + blower + เครื่องไฟฟ้าและดับเพลิงที่เหมาะ — ไม่มีงานเชื่อม/สารระเหย (ข้อ 14-16)

D. ออก permit

  • 10. ผู้อนุญาตเซ็นจริง — มีหนังสือมอบหมาย ถ้าไม่ใช่นายจ้างเซ็นเอง (ข้อ 17)
  • 11. หนังสืออนุญาต — รายละเอียดครบ 12 รายการตามข้อ 18 (รวมใบรับรองแพทย์)
  • 12. สำเนา permit ติดที่ปากทางเข้าตลอดเวลา + เก็บผลตรวจวัดอย่างน้อย 1 ปี (ข้อ 19, 6)

โทษถ้าไม่ทำตาม

ฝ่าฝืนกฎกระทรวงฉบับนี้ = ฝ่าฝืนมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ 2554 → มาตรา 53 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ · กรรมการ/ผู้จัดการนิติบุคคลรับโทษร่วมตามมาตรา 69

แต่ตัวเลขค่าปรับไม่ใช่ประเด็นหลัก — ประเด็นจริงคือ คน ที่ลงไปแล้วขึ้นไม่กลับมา

อ่านเพิ่มภาพรวมกฎฉบับนี้: ภาพรวมกฎกระทรวงที่อับอากาศ 2562


อ้างอิง

  • กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานฯ ในที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 (ข้อ 1 นิยาม O2/LEL, ข้อ 2 ป้าย, ข้อ 4 ใบรับรองแพทย์, ข้อ 6 ตรวจวัด, ข้อ 8-9 ผู้ควบคุม/ผู้ช่วยเหลือ, ข้อ 14-16 อุปกรณ์/ข้อห้าม, ข้อ 17 ผู้อนุญาต, ข้อ 18 หนังสืออนุญาต 12 รายการ, ข้อ 19 เก็บ permit, ข้อ 20 การอบรม)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 (มีผลบังคับใช้ 10 เมษายน 2564)

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ อับอากาศ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง