คำนวณ Noise Dose และ TWA 8 ชั่วโมง — ทำงานในเสียงดังได้กี่ชั่วโมงตามกฎหมายไทย (Exchange Rate 3 dB)
สอนคำนวณ Noise Dose (D%) และ TWA(8) ตามกฎหมายไทย — สูตร T = 8/2^((L-85)/3), D = sum(Cn/Tn) x 100, TWA(8) = 10.0 x log(D/100) + 85 · ไทยใช้ exchange rate 3 dB (ไม่ใช่ OSHA 5 dB) · worked example 2 เคส

คำนวณ Noise Dose และ TWA 8 ชั่วโมง — ทำงานในเสียงดังได้กี่ชั่วโมงตามกฎหมายไทย (Exchange Rate 3 dB)
คนงานที่ยืนหน้าเครื่องปั๊มซึ่งวัดเสียงได้ 92 เดซิเบลเอ ทำงานได้กี่ชั่วโมงต่อวันถึงจะไม่ผิดกฎหมาย และถ้าวันนั้นเขาย้ายไปทำงานอีกจุดที่เสียง 88 เดซิเบลเอ อีกครึ่งวัน รวมแล้วเขาได้รับเสียงเกินเกณฑ์หรือไม่ คำถามสองข้อนี้ตอบได้ด้วยตัวเลขสองตัว คือปริมาณเสียงสะสม (Noise Dose) ที่เป็นร้อยละ และค่าระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง หรือ TWA(8)
จุดที่ จป. และนักอาชีวอนามัยในไทยเขียนผิดบ่อยที่สุด คือเรื่อง Exchange Rate กฎหมายไทยใช้ Exchange Rate เท่ากับ 3 เดซิเบล ซึ่งเหมือนแนวทางของ NIOSH และ ISO ไม่ใช่ 5 เดซิเบลแบบ OSHA ของสหรัฐอเมริกา ความต่างเพียงตัวเลขเดียวนี้ ทำให้สูตรคำนวณและเวลาที่อนุญาตให้สัมผัสเสียงเปลี่ยนไปทั้งหมด บทความนี้เน้นที่ "คณิตศาสตร์" ของ Dose และ TWA ตามกฎหมายไทยล้วน ส่วนเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพและมาตรการควบคุมที่ต้นกำเนิด อ่านได้ที่ การควบคุมเสียงในโรงงานและโรคประสาทหูเสื่อม (NIHL)
เกณฑ์กฎหมายไทยที่ต้องรู้ก่อนเริ่มคำนวณ
ก่อนหยิบเครื่องคิดเลข ต้องรู้ก่อนว่ากฎหมายไทยขีดเส้นไว้ที่ไหนบ้าง ฐานหลักอยู่ที่กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
ตามข้อ 7 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 นายจ้างต้องควบคุมไม่ให้ลูกจ้างสัมผัสเสียงกระทบหรือเสียงกระแทก (impact or impulse noise) ที่ระดับเสียงสูงสุดเกิน 140 เดซิเบล หรือสัมผัสเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่ (continuous steady noise) เกินกว่า 115 เดซิเบลเอ
สองค่านี้คือเพดานสูงสุดที่ห้ามทะลุไม่ว่ากรณีใด ส่วนการควบคุมระดับเสียงเฉลี่ยตลอดวัน ตามข้อ 8 นายจ้างต้องคุมค่า TWA ที่ลูกจ้างได้รับ ไม่ให้เกินมาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อสำคัญที่ต้องเข้าใจ คือกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 เองไม่ได้เขียนสูตรหรือตัวเลขมาตรฐานไว้ตรง ๆ แต่บอกว่า "ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด" ฉะนั้นสูตรคำนวณจริงและตารางระยะเวลา ต้องไปดูที่ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ไม่ใช่ในตัวกฎกระทรวง
และเส้นที่ จป. ต้องจำขึ้นใจ คือตามข้อ 11 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 ถ้าสภาวะการทำงานมีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมง ตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการ
พูดง่าย ๆ คือ TWA 8 ชั่วโมงที่ 85 เดซิเบลเอ คือเส้นแบ่งว่าโรงงานต้องเริ่มทำโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยินหรือยัง
การตั้งค่าเครื่องวัด — หัวใจอยู่ที่ Exchange Rate 3 dB

ก่อนคำนวณต้องเข้าใจว่าตัวเลขที่เครื่องอ่านออกมา ขึ้นกับการตั้งค่าตั้งแต่แรก ตามข้อ 13 ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัดและการวิเคราะห์สภาวะการทำงานฯ (ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561) การตรวจวัดระดับเสียงให้ตั้งค่าเครื่องวัดเสียงที่สเกลเอ (Scale A) การตอบสนองแบบช้า (Slow) และตรวจวัดที่ระดับหูของลูกจ้างที่กำลังปฏิบัติงาน ณ จุดนั้น ในรัศมีไม่เกิน 30 เซนติเมตร
กรณีใช้เครื่องวัดปริมาณเสียงสะสม (Noise Dosimeter) ข้อ 13 กำหนดค่าตั้งต้นไว้ชัดเจน ดังนี้
- Threshold Level ที่ระดับ 80 เดซิเบลเอ
- Criteria Level ที่ระดับ 85 เดซิเบลเอ
- Energy Exchange Rate เท่ากับ 3
นี่คือจุดที่ต้องระวังที่สุด เพราะ Exchange Rate เท่ากับ 3 ของไทยหมายความว่า ทุกครั้งที่ระดับเสียงเพิ่มขึ้น 3 เดซิเบลเอ เวลาที่ยอมให้สัมผัสจะลดลงครึ่งหนึ่ง แนวคิดนี้เหมือนกับ NIOSH และ ISO 1999 ไม่ใช่ OSHA ของสหรัฐอเมริกาที่ใช้ Exchange Rate 5 เดซิเบล และตั้ง Criterion Level ที่ 90 เดซิเบลเอ การหยิบ Exchange Rate 5 dB ของ OSHA มาคำนวณแล้วบอกว่าเป็นเกณฑ์ไทย คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในงานตรวจวัดเสียง และทำให้เวลาที่อนุญาตคลาดเคลื่อนไปมาก
สูตรคำนวณตามกฎหมายไทย
กฎหมายไทยมีสูตร 3 ตัวที่ต้องใช้ร่วมกัน ทุกตัวเป็นของไทย verbatim ไม่ใช่สูตรสากลที่หยิบมาแปะ
สูตรที่ 1 — เวลาที่ยอมให้สัมผัสที่ระดับเสียงหนึ่ง ๆ (T)
ตามตารางแนบท้ายประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน (ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560) หากระดับเสียงไม่มีค่าตรงในตาราง ให้คำนวณจากสูตร
T = 8 / 2^((L-85)/3)
โดย T คือเวลาการทำงานที่ยอมให้ได้รับเสียง (ชั่วโมง) และ L คือระดับเสียง (เดซิเบลเอ)
สังเกตว่าเลข 85 ในสูตรคือ Criteria Level ของไทย และเลข 3 ที่หารใน exponent คือ Exchange Rate ของไทย สูตรนี้จึงสะท้อนปรัชญา "เพิ่ม 3 dB เวลาลดครึ่ง" โดยตรง
สูตรที่ 2 — ปริมาณเสียงสะสม (Noise Dose, D)
เมื่อลูกจ้างสัมผัสเสียงหลายระดับในวันเดียว ตามข้อ 14 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 ให้รวมปริมาณเสียงสะสมจากทุกช่วงด้วยสูตร
D = { (C1/T1) + (C2/T2) + ... + (Cn/Tn) } x 100
โดย D คือปริมาณเสียงสะสมที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับ หน่วยเป็นร้อยละ, C คือระยะเวลาที่สัมผัสเสียงจริง และ T คือระยะเวลาที่อนุญาตให้สัมผัสที่ระดับเสียงนั้น ๆ (หาจากสูตรที่ 1 หรือเปิดตาราง)
ค่า D เท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ คือเกณฑ์เต็มพอดี ถ้าเกิน 100 เปอร์เซ็นต์แปลว่าลูกจ้างรับเสียงเกินที่กฎหมายยอม
สูตรที่ 3 — ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 8 ชั่วโมง (TWA 8)
ตามข้อ 14 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 เมื่อได้ค่า D แล้ว แปลงเป็น TWA(8) ด้วยสูตร
TWA(8) = 10.0 x log(D/100) + 85
โดย TWA(8) คือระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน และค่า TWA(8) ที่คำนวณได้ต้องไม่เกิน 85 เดซิเบลเอ
ค่าคงที่ 10.0 และ +85 ในสูตรนี้มาจาก Exchange Rate 3 dB และ Criterion 85 dBA ของไทยโดยตรง อย่านำสูตร TWA ของ OSHA ที่เป็น TWA = 16.61 x log(D/100) + 90 มาใช้แทน เพราะค่าคงที่คนละชุดกัน จะได้ผลผิด
ตารางระยะเวลาที่อนุญาตให้สัมผัสเสียง (Quick Reference)
ตารางแนบท้ายประกาศกรมฯ (ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560) ให้ค่ามาตรฐานไว้ตรง ๆ สำหรับใช้เปิดเทียบโดยไม่ต้องคำนวณ ตัวอย่างค่าที่ใช้บ่อย
| ระดับเสียง TWA (เดซิเบลเอ) | เวลาที่อนุญาตให้สัมผัสต่อวัน |
|---|---|
| 82 | 16 ชั่วโมง |
| 85 | 8 ชั่วโมง |
| 88 | 4 ชั่วโมง |
| 90 | 2 ชั่วโมง 31 นาที |
| 91 | 2 ชั่วโมง |
| 92 | 1 ชั่วโมง 35 นาที |
| 94 | 1 ชั่วโมง |
| 95 | 48 นาที |
| 100 | 15 นาที |
| 105 | 5 นาที |
| 110 | 1 นาที 30 วินาที |
จะเห็นว่าทุกครั้งที่เสียงเพิ่มขึ้น 3 เดซิเบลเอ เวลาที่อนุญาตลดครึ่งหนึ่งพอดี เช่น 85 ได้ 8 ชั่วโมง, 88 ได้ 4 ชั่วโมง, 91 ได้ 2 ชั่วโมง นี่คือผลโดยตรงของ Exchange Rate 3 dB หมายเหตุท้ายตารางระบุว่า ถ้าระดับเสียงไม่มีค่าตรงในตาราง ให้คำนวณจากสูตร T และให้ตัดเศษทศนิยมของ TWA ทิ้ง
ตัวอย่างคำนวณ — เคสที่ 1: สัมผัสเสียง 2 ระดับในวันเดียว

ค่าตัวเลขในตัวอย่างต่อไปนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคำนวณ ไม่ใช่ค่าจากหน้างานจริง
สมมติคนงานคนหนึ่งทำงานในกะ 8 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น
- ช่วงแรก สัมผัสเสียง 92 เดซิเบลเอ เป็นเวลา 4 ชั่วโมง
- ช่วงที่สอง สัมผัสเสียง 88 เดซิเบลเอ เป็นเวลา 4 ชั่วโมง
ขั้นที่ 1 — หาเวลาที่อนุญาต (T) ที่แต่ละระดับ จากตาราง ที่ 92 เดซิเบลเอ T = 1 ชั่วโมง 35 นาที หรือประมาณ 1.59 ชั่วโมง และที่ 88 เดซิเบลเอ T = 4 ชั่วโมง (เปิดตารางได้ทั้งคู่ ไม่ต้องคำนวณสูตร)
ขั้นที่ 2 — คำนวณ Dose (D) แทนค่าในสูตรที่ 2
D = { (4/1.59) + (4/4) } x 100
D = { 2.52 + 1.00 } x 100
D = 352%
ขั้นที่ 3 — แปลงเป็น TWA(8) แทนค่าในสูตรที่ 3
TWA(8) = 10.0 x log(352/100) + 85
TWA(8) = 10.0 x log(3.52) + 85
TWA(8) = 10.0 x 0.547 + 85
TWA(8) = 5.47 + 85 = 90.5 เดซิเบลเอ
ขั้นที่ 4 — ตีความ Dose ได้ 352 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ไปมาก และ TWA(8) ได้ประมาณ 90 เดซิเบลเอ ซึ่งเกิน 85 เดซิเบลเอ สรุปว่าคนงานคนนี้รับเสียงเกินมาตรฐานตามกฎหมายไทยอย่างชัดเจน นายจ้างต้องลดเวลาสัมผัส แก้ที่ต้นกำเนิดเสียงทางวิศวกรรม และจัดมาตรการอนุรักษ์การได้ยินตามข้อ 11 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559
ตัวอย่างคำนวณ — เคสที่ 2: เสียงต่อเนื่องระดับเดียว
ค่าตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตเช่นกัน
สมมติคนงานยืนหน้าเครื่องจักรที่เสียง 95 เดซิเบลเอ ต่อเนื่องตลอดกะ คำถามคือทำงานได้กี่นาทีต่อวันถึงจะไม่เกินเกณฑ์
เปิดตารางที่ 95 เดซิเบลเอ พบว่า T = 48 นาที หรือถ้าใช้สูตรที่ 1
T = 8 / 2^((95-85)/3)
T = 8 / 2^(10/3)
T = 8 / 2^3.33
T = 8 / 10.08 = 0.79 ชั่วโมง ประมาณ 48 นาที
แปลว่าที่ระดับเสียง 95 เดซิเบลเอ ทำงานได้เพียงประมาณ 48 นาทีต่อวัน หากให้ทำเต็มกะ 8 ชั่วโมงโดยไม่มีการป้องกัน Dose จะพุ่งสูงมากและเกินกฎหมายทันที กรณีนี้นายจ้างต้องลดเวลาสัมผัส คุมเสียงที่ต้นกำเนิด หรือจัดที่ครอบหู/ปลั๊กลดเสียงที่ลดระดับเสียงในหูให้ลงมาอยู่ในเกณฑ์ การคำนวณเสียงจริงที่หูได้รับหลังใส่อุปกรณ์ลดเสียง อ่านได้ที่ คำนวณ NRR derating ของปลั๊ก/ที่ครอบหูลดเสียง
ลำดับการแก้ไขเมื่อ Dose เกิน
เมื่อคำนวณแล้วพบว่า Dose เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ TWA(8) เกิน 85 เดซิเบลเอ กฎหมายไทยกำหนดลำดับการแก้ไขไว้ชัด ตามข้อ 9 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 นายจ้างต้องให้ลูกจ้างหยุดทำงานจนกว่าจะปรับปรุงระดับเสียงให้ได้มาตรฐาน และต้องแก้ทางวิศวกรรมโดยควบคุมที่ต้นกำเนิดของเสียงหรือทางผ่านของเสียงก่อน หากยังไม่ได้ผล จึงจัดให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
ลำดับนี้คือ Hierarchy of Controls แบบไทย คือแก้ที่แหล่งกำเนิดและทางผ่านก่อน แล้วค่อยพึ่ง PPE เป็นด่านสุดท้าย ไม่ใช่แจกที่ครอบหูแล้วจบ
เปรียบเทียบเกณฑ์ไทยกับ OSHA (สหรัฐอเมริกา)
หลายคนสับสนเพราะตำราต่างประเทศส่วนใหญ่อิง OSHA ตารางนี้ช่วยให้เห็นความต่างชัด ๆ
| หัวข้อ | กฎหมายไทย (ประกาศกรมฯ) | OSHA (สหรัฐอเมริกา) |
|---|---|---|
| Exchange Rate | 3 เดซิเบล | 5 เดซิเบล |
| Criteria / Criterion Level | 85 เดซิเบลเอ | 90 เดซิเบลเอ |
| Threshold Level | 80 เดซิเบลเอ | 80 เดซิเบลเอ (Action Level 85) |
| สูตร TWA | TWA(8) = 10.0 x log(D/100) + 85 | TWA = 16.61 x log(D/100) + 90 |
ย้ำว่าค่าในคอลัมน์ OSHA เป็นมาตรฐานต่างประเทศ ไม่ใช่กฎหมายไทย คนทำงานในไทยหรือบริษัทข้ามชาติที่มีโรงงานในไทย ต้องใช้เกณฑ์ไทยเป็นกฎ ส่วน OSHA ใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบเท่านั้น เกณฑ์ไทยที่ Exchange Rate 3 dB เข้มกว่า OSHA เพราะลดเวลาเร็วกว่าเมื่อเสียงเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: กฎหมายไทยใช้ Exchange Rate เท่าไหร่ 3 หรือ 5 เดซิเบล ตอบ: 3 เดซิเบล ตามข้อ 13 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 ที่กำหนด "Energy Exchange rate ที่สาม" ทุกการเพิ่ม 3 เดซิเบลเอ เวลาที่อนุญาตลดลงครึ่งหนึ่ง ค่า 5 เดซิเบลเป็นของ OSHA สหรัฐอเมริกา ไม่ใช่กฎหมายไทย
ถาม: Dose 100 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ TWA เท่าไหร่ ตอบ: เท่ากับ TWA(8) = 85 เดซิเบลเอ พอดี ลองแทน D = 100 ในสูตร จะได้ 10.0 x log(1) + 85 = 0 + 85 = 85 เดซิเบลเอ ซึ่งเป็นเส้นที่ต้องเริ่มทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยินตามข้อ 11 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559
ถาม: ค่า TWA สูงสุดที่กฎหมายไทยยอมคือเท่าไหร่ ตอบ: ตามข้อ 14 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 ค่า TWA(8) ที่คำนวณได้ต้องไม่เกิน 85 เดซิเบลเอ ส่วนเพดานสูงสุดเด็ดขาดคือเสียงต่อเนื่องคงที่ห้ามเกิน 115 เดซิเบลเอ และเสียงกระทบ/กระแทกห้ามเกิน 140 เดซิเบล ตามข้อ 7 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559
ถาม: ถ้าระดับเสียงไม่มีค่าตรงในตารางต้องทำอย่างไร ตอบ: คำนวณจากสูตร T = 8 / 2^((L-85)/3) เพื่อหาเวลาที่อนุญาต ตามหมายเหตุท้ายตารางในประกาศกรมฯ (ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560) และให้ตัดเศษทศนิยมของ TWA ที่คำนวณได้ทิ้ง
ถาม: เมื่อ Dose เกินแล้ว แจกที่ครอบหูทันทีได้เลยไหม ตอบ: ไม่ถูกลำดับ ตามข้อ 9 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 ต้องแก้ทางวิศวกรรมที่ต้นกำเนิดเสียงหรือทางผ่านของเสียงก่อน หากยังไม่ได้ผลจึงให้ลูกจ้างสวมใส่ PPE โดยต้องลดเสียงในหูให้อยู่ในเกณฑ์ตามข้อ 7 และข้อ 8
สรุป
- กฎหมายไทยใช้ Exchange Rate 3 เดซิเบล ตั้ง Criteria Level 85 เดซิเบลเอ และ Threshold Level 80 เดซิเบลเอ ตามข้อ 13 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 ซึ่งเหมือน NIOSH/ISO ไม่ใช่ OSHA ที่ใช้ 5 เดซิเบล
- สูตรหลัก 3 ตัว คือ T = 8/2^((L-85)/3), D = sum(Cn/Tn) x 100 และ TWA(8) = 10.0 x log(D/100) + 85 ทุกตัวเป็นของไทย verbatim
- เกณฑ์ผ่าน คือ Dose ไม่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ และ TWA(8) ไม่เกิน 85 เดซิเบลเอ โดย Dose 100 เปอร์เซ็นต์เท่ากับ TWA 85 เดซิเบลเอ พอดี
- เพดานสูงสุด คือเสียงต่อเนื่องคงที่ห้ามเกิน 115 เดซิเบลเอ และเสียงกระทบ/กระแทกห้ามเกิน 140 เดซิเบล ตามข้อ 7 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559
- เมื่อเกินเกณฑ์ ต้องแก้ทางวิศวกรรมที่ต้นกำเนิดและทางผ่านของเสียงก่อน PPE เสมอ ตามข้อ 9 และต้องมีมาตรการอนุรักษ์การได้ยินเมื่อ TWA ตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป ตามข้อ 11
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 (ข้อ 7 เพดานเสียง 140 dB / 115 dBA · ข้อ 8 ควบคุม TWA · ข้อ 9 ลำดับการแก้ไข · ข้อ 11 มาตรการอนุรักษ์การได้ยินที่ 85 dBA)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัดและการวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียงฯ (ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561) (ข้อ 13 ตั้งค่า dosimeter Exchange Rate 3 / Criteria 85 / Threshold 80 · ข้อ 14 สูตร D และ TWA(8))
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน (ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560) (ตารางระยะเวลาที่อนุญาต + สูตร T = 8/2^((L-85)/3))
มาตรฐานต่างประเทศที่อ้างถึง (ไม่ใช่กฎหมายไทย)
- OSHA (Occupational Safety and Health Administration, สหรัฐอเมริกา) — ใช้ Exchange Rate 5 เดซิเบล, Criterion Level 90 เดซิเบลเอ และสูตร TWA = 16.61 x log(D/100) + 90 ซึ่งต่างจากเกณฑ์ไทย
- NIOSH / ISO 1999 — ใช้ Exchange Rate 3 เดซิเบล เช่นเดียวกับแนวทางของกฎหมายไทย
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

NIHL ในโรงงาน — TWA 85 dBA และโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยิน
NIHL โรคเสียงดังในโรงงาน — กฎหมายไทย Peak 140 dB, 115 dBA ต่อเนื่อง, TWA 85 dBA ต้องมี HCP, Audiometric Testing, Baseline, STS 15 dB และการลดเสียงตามลำดับวิศวกรรม

PM2.5 หมอกควัน — ค่า AQI เท่าไรควรลด/หยุดงานกลางแจ้ง และวิธีตั้ง Action Level
ค่า AQI/PM2.5 ที่ควรลดหรือหยุดงานกลางแจ้งมาจากกรมควบคุมมลพิษ/US EPA/WHO ไม่ใช่กฎกระทรวงไทย — เรียนรู้วิธีตั้ง action level ของบริษัท ลำดับการควบคุม และการเฝ้าระวังสุขภาพคนงานสัมผัสฝุ่น/ไอควันตามกฎไทย 2563/2559

คำนวณ NRR Derating — หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2561 (เทียบ NIOSH/OSHA)
วิธีคำนวณ NRR derating หาเสียงจริงในหูหลังใส่ปลั๊ก/ที่ครอบหู ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2561 — ปรับลด 25/50/70% สูตร dBC/dBA และ SNR พร้อมตัวอย่างแทนค่า เทียบ NIOSH/OSHA