🩺 สุขภาพอาชีวอนามัย

แผลไฟไหม้ระดับ 1-2-3 + ปฐมพยาบาลด้วยน้ำสะอาด 20 นาที

แยกแผลไฟไหม้ระดับ 1-2-3 ปฐมพยาบาลด้วยน้ำสะอาด 20 นาที ภายใน 3 ชั่วโมง ห้ามทายาสีฟัน-น้ำปลา-น้ำแข็ง เมื่อไรต้องส่ง รพ. เกณฑ์ WHO/ANZBA + กฎหมายไทยที่บังคับให้อบรม

Safety Station 10123 พฤษภาคม 2569อ่าน 24 นาที · 5,356 คำ
แผลไฟไหม้ระดับ 1-2-3 + ปฐมพยาบาลด้วยน้ำสะอาด 20 นาที

ในไลน์ผลิตอาหาร พนักงานเอื้อมหยิบกระทะออกจากเตา น้ำมันร้อนกระเด็นใส่ท้องแขน รอยแดงพอง เพื่อนข้างเคียงวิ่งไปหยิบยาสีฟันมาทา — เป็นภาพที่เห็นกันบ่อยจนน่าตกใจ และทุกครั้งที่เกิด สิ่งที่ทาลงไปไม่ได้ช่วยอะไร กลับทำให้แผลติดเชื้อง่ายขึ้นและหายช้ากว่าเดิม

หลายคนสับสนเรื่องแผลไฟไหม้เพราะภาพในหัวมีแค่ "แผลไหม้" คำเดียว ทั้งที่จริงแล้วแผลไหม้แบ่งออกได้ 3 ระดับ การปฐมพยาบาลของแต่ละระดับไม่เหมือนกัน และมีอีกหลายเรื่องที่ "ทำตามที่เคยได้ยินมา" คือทำผิดทั้งหมด

ลองดูกันว่าแผลไฟไหม้แต่ละระดับเป็นอย่างไร การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามแนวทางการแพทย์สากลทำอย่างไร และกฎหมายไทยบังคับให้ใครต้องผ่านการอบรมเรื่องนี้บ้าง

ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบแผลไฟไหม้ระดับ 1-2-3 — สี ลักษณะ ความเจ็บ ชั้นผิวที่ถูกทำลาย

แผลไฟไหม้คืออะไร และทำไมต้องแยกระดับ

แผลไฟไหม้ (burn injury) คือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อจากการสัมผัสความร้อน เปลวไฟ ของเหลวร้อน ไอน้ำ สารเคมี กระแสไฟฟ้า หรือรังสี การแยก "ระดับ" ของแผลคือการดูว่าความร้อนทำลายผิวหนังลงไปลึกแค่ไหน เพราะวิธีรักษาและการพยากรณ์ผลขึ้นอยู่กับความลึก ไม่ใช่ขนาดอย่างเดียว

นึกภาพง่าย ๆ เหมือนการเอาขนมปังไปจ่อความร้อน

  • ผ่านเตาผ่าน ๆ ผิวหน้าเหลืองนิดหน่อย = ระดับ 1 (แค่ชั้นผิวด้านนอก)
  • ทิ้งไว้นานขึ้น ผิวหน้าเริ่มไหม้ ข้างในยังนุ่ม = ระดับ 2 (ลึกถึงชั้นกลาง)
  • ทิ้งไว้นานเกิน ดำกรอบทั้งชิ้น = ระดับ 3 (ลึกถึงชั้นล่างสุด)

ผิวหนังคนมี 3 ชั้นหลัก — epidermis (ชั้นผิวนอก) · dermis (ชั้นหนังแท้) · subcutaneous tissue (ชั้นไขมันใต้ผิว) ความลึกที่ความร้อนทำลายลงไปคือสิ่งที่กำหนดระดับ

เกณฑ์การแบ่ง 3 ระดับนี้เป็นแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO Burn Guide) ซึ่งเป็นมาตรฐานการแพทย์สากล ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดเกณฑ์แยกระดับแผลไฟไหม้ แต่บังคับให้อบรมและเตรียมความพร้อม (จะอธิบายในหัวข้อกฎหมาย)

แยกระดับ 1-2-3 อย่างไร

ระดับ 1 — Superficial Burn (แดดเผา)

ลักษณะ ผิวแดง แห้ง ไม่พอง เจ็บแสบเวลาสัมผัส กดแล้วซีดเป็นจุด ปล่อยมือกลับมาแดงใหม่ใน 1-2 วินาที

ตัวอย่างที่เจอ คือโดนแสงแดดจัดทั้งวัน · สัมผัสไอน้ำเตารีดไม่นาน · จับหม้อร้อนแว่บเดียวแล้วปล่อยทัน

ระดับนี้ทำลายเฉพาะ epidermis (ชั้นบนสุด) — ไม่ทิ้งแผลเป็น หายเองภายใน 3-7 วัน

ระดับ 2 — Partial-thickness Burn (ขนมปังที่เริ่มไหม้)

ลักษณะ ผิวแดงสด ตุ่มน้ำพอง (blister) ผิวลอก ของเหลวใส ๆ ซึม เจ็บมากเมื่อสัมผัสลม

ตัวอย่างที่เจอบ่อยในโรงงาน — น้ำมันร้อนกระเด็นใส่แขน · ไอน้ำจากท่อ steam รั่วลวก · จับท่อร้อนค้างไว้ 2-3 วินาที

ระดับนี้ทำลายลึกถึง dermis (ชั้นหนังแท้) บางส่วน — มีโอกาสทิ้งแผลเป็นถ้าดูแลไม่ดี ใช้เวลาหาย 2-3 สัปดาห์

ระดับ 2 ยังแบ่งย่อยเป็น superficial (ตื้น) และ deep (ลึก) อีก — ตื้นจะแดงสด เจ็บมาก ลึกจะออกสีขาวซีดบ้าง เจ็บน้อยลงเพราะปลายประสาทเริ่มถูกทำลาย แต่สำหรับ First Aider หน้างาน ไม่ต้องแยกย่อยขนาดนั้น — ถ้าเห็นตุ่มพองชัด ให้ถือว่าระดับ 2 และจัดการตามขั้นตอนเดียวกัน

ระดับ 3 — Full-thickness Burn (ขนมปังไหม้ดำ)

ลักษณะ ผิวขาวซีด หรือไหม้ดำ หรือแข็งเป็นแผ่นหนัง (leathery) ไม่เจ็บ ในจุดที่ไหม้จริง ๆ เพราะปลายประสาททั้งชั้นถูกทำลาย ผู้บาดเจ็บอาจร้องว่าเจ็บที่ขอบรอบ ๆ แผลเท่านั้น

ตัวอย่างที่เจอ คือ ไฟลามที่เสื้อผ้าและติดผิวหนัง · สัมผัสกระแสไฟฟ้าแรงสูง · ถูกเปลวไฟนานเกินหลายวินาที

ระดับนี้ทำลายผิวหนังทั้ง 3 ชั้น (และอาจลึกถึงกล้ามเนื้อ/กระดูก) — ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีทุกขนาด ไม่มีเงื่อนไข เพราะร่างกายซ่อมเองไม่ได้ ต้องผ่าตัดและปลูกถ่ายผิว

ระดับ สี พุพอง เจ็บ ชั้นที่ถูกทำลาย หายเอง
1 แดง ไม่มี เจ็บแสบ epidermis 3-7 วัน
2 แดงสด มีตุ่มน้ำพอง เจ็บมาก epidermis + dermis บางส่วน 2-3 สัปดาห์
3 ขาวซีด/ดำ (ไม่มี) ไม่เจ็บ ทั้ง 3 ชั้น ไม่หายเอง

ปฐมพยาบาล Cool Running Water 20 นาที — ทำไม

หลักการแรกที่ต้องจำคือ ความร้อนยังทำลายเนื้อเยื่อต่อแม้ดับเปลวไฟแล้ว เหมือนเตารีดที่ปิดเครื่องแล้วยังร้อนอยู่อีก 10 นาที — ผิวหนังที่โดนความร้อนจะยังร้อนข้างในและทำลายเซลล์ต่อไปอีกหลายนาที

วิธีหยุดความร้อนคือ ใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง (15-25 องศาเซลเซียส) ไหลผ่านแผลต่อเนื่องอย่างน้อย 20 นาที ภายใน 3 ชั่วโมงแรก หลังถูกความร้อน

ตัวเลข "20 นาที" และ "3 ชั่วโมงแรก" เป็นแนวทางของ Australian and New Zealand Burn Association (ANZBA) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลทางการแพทย์ที่หลายประเทศใช้ — ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายไทยไม่ได้ระบุระยะเวลาการล้างแผลไฟไหม้ แต่บังคับให้ทีมดับเพลิงในโรงงานต้องผ่านการอบรมปฐมพยาบาล (ดูหัวข้อกฎหมายข้างล่าง)

ขั้นตอนปฐมพยาบาล 5 ขั้น

แผนภาพ isometric 5 ขั้นปฐมพยาบาลแผลไฟไหม้ — หยุดสัมผัสความร้อน ถอดเครื่องประดับ น้ำสะอาด 20 นาที ปิด plastic wrap ประเมินส่ง รพ. ตามแนวทาง ANZBA

  1. หยุดสัมผัสความร้อน — พาผู้บาดเจ็บออกจากแหล่งความร้อน ดับไฟที่ติดเสื้อผ้าด้วยการ "หยุด-ล้ม-กลิ้ง" (Stop, Drop, Roll) หรือคลุมด้วยผ้าหนา ๆ
  2. ถอดเครื่องประดับ + เสื้อผ้าที่ไม่ติดผิว — แหวน นาฬิกา สร้อย ก่อนที่บริเวณนั้นจะบวม ถ้าเสื้อผ้าติดแผลห้ามดึง ตัดรอบ ๆ แทน
  3. เปิดน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องไหลผ่านแผล 20 นาที — ใช้น้ำก๊อก น้ำขวด หรือน้ำในถังที่สะอาด ปล่อยให้ไหลผ่านต่อเนื่อง ไม่ใช่จุ่มแช่ในอ่าง น้ำต้องเย็นพอจะดูดความร้อน แต่ไม่เย็นจัดจน vasoconstrict (หลอดเลือดหดตัว)
  4. ปิดแผลด้วยผ้าสะอาด หรือ plastic wrap (cling film) — หลังล้างเสร็จ ปิดแผลแบบหลวม ๆ ห้ามปิดแน่น พลาสติกห่ออาหารทั่วไปใช้ได้และทำให้แพทย์ที่ รพ. ดูแผลผ่านพลาสติกได้โดยไม่ต้องลอก
  5. ประเมินว่าต้องส่ง รพ. หรือไม่ — ดูเกณฑ์ในหัวข้อถัดไป ถ้าเข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เรียกรถพยาบาลทันที

สำหรับโรงงานที่มีระบบ ERP — บทบาท First Aider ต้องรับ casualty ต่อจากทีมที่พาออกจากเพลิง · ดูรายละเอียดบทบาทในแผนเหตุฉุกเฉิน (ERP)

ทำไม 20 นาที ไม่ใช่ 5 นาที

หลายคนที่เคยอบรมปฐมพยาบาลรุ่นเก่ายังจำว่า "ล้างน้ำ 5-10 นาทีก็พอ" — แนวทางใหม่ของ ANZBA ที่ใช้กันสากลปัจจุบันคือ 20 นาที เพราะมีงานวิจัยยืนยันว่า

  • 20 นาที ทำให้ความร้อนในเนื้อเยื่อลดลงจนหยุดทำลายเซลล์ได้จริง
  • 20 นาที ลดความลึกของแผลในระดับ 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ — แผลที่ดูเหมือนจะกลายเป็น deep partial-thickness อาจกลายเป็น superficial แทน
  • 20 นาที ใช้ได้แม้เริ่มล้างช้าถึง 3 ชั่วโมงหลังถูกความร้อน

ในโรงงานที่มีพื้นที่ไกลจากแหล่งน้ำ ให้เตรียม emergency shower / eyewash ใกล้จุดเสี่ยง (เช่น ไลน์ทอด ห้องเตา ถังสารเคมีไวไฟ) และฝึกพนักงานให้ใช้เป็นในช่วงอบรมประจำปี

ข้อห้ามที่คนทำผิดบ่อย

ชุดไอคอน 6 ข้อห้ามทาบนแผลไฟไหม้ — ยาสีฟัน น้ำปลา น้ำแข็ง เจาะตุ่ม ว่านหางจระเข้สด ดึงเสื้อผ้าติดผิว ทั้งหมดเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อหรือทำให้แผลลึกขึ้น

นี่คือส่วนที่ต้องอ่านให้จำ เพราะเป็น "ความเข้าใจผิดที่ส่งต่อกันมาในครอบครัวไทย" ทุกข้อข้างล่างเคยช่วยใครได้ — ทุกข้อทำให้แผลแย่ลง

ห้าม เหตุผล
ทายาสีฟัน เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ + แพทย์ต้องล้างออกที่ รพ. = เจ็บซ้ำ
ทาน้ำปลา / น้ำมันมะพร้าว / ขี้ผึ้งสมุนไพร สิ่งสกปรกเข้าแผล + ระคายเคือง + ปิดความร้อนไว้ใต้ผิว
ทาว่านหางจระเข้สด เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อจากเชื้อราในใบ ใช้ได้เฉพาะผลิตภัณฑ์เกรดยาที่ผ่านการฆ่าเชื้อ
ใช้น้ำแข็ง / น้ำเย็นจัด หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงไม่พอ ทำให้แผลลึกขึ้น (จากระดับ 2 กลายเป็นระดับ 3)
เจาะตุ่มน้ำพอง ตุ่มน้ำคือเกราะธรรมชาติ เจาะแล้วแผลเปิด ติดเชื้อง่าย
ดึงเสื้อผ้าที่ติดผิว ลอกผิวออกมาด้วย ทำลายผิวหนังที่ยังเหลือ ตัดรอบ ๆ แทน
ทาเนยหรือน้ำมัน ปิดความร้อนไว้ใต้ผิว ทำให้ความร้อนลงไปลึกกว่าเดิม
ใช้สำลี / ก้านพันสำลี เส้นใยติดแผล แพทย์ต้องเขี่ยออกที่ รพ.

ในห้องอบรมพนักงาน ผู้สอนมักถามว่า "ครั้งหน้าเห็นเพื่อนหยิบยาสีฟันมาจะยกมือห้ามได้ไหม" — คำตอบควรเป็น "ห้าม + ดึงไปเปิดก๊อกน้ำแทน"

เมื่อไรต้องส่ง รพ. ทันที

ไม่ใช่ทุกแผลไฟไหม้ที่ต้องไปโรงพยาบาล แต่ถ้าเข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งข้างล่าง ห้ามรอ ห้ามดู ห้ามคิดว่า "ไว้ดูพรุ่งนี้" — เรียกรถพยาบาลหรือพาส่ง รพ. ทันที

  • ระดับ 3 ทุกขนาด — ไม่ว่าจะเป็นจุดเล็กแค่ไหน
  • ระดับ 2 ขนาดใหญ่กว่า 10% ของพื้นที่ผิวร่างกาย (BSA) — กฎฝ่ามือ ฝ่ามือผู้บาดเจ็บ 1 ฝ่ามือ = ประมาณ 1% BSA ดังนั้น 10% = 10 ฝ่ามือ
  • ไฟไหม้บริเวณหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ ข้อต่อ — บริเวณเหล่านี้ถ้าหายผิดอาจส่งผลถาวรกับการมองเห็น/การหยิบจับ/การเดิน
  • แผลไหม้จากสารเคมีหรือกระแสไฟฟ้า — ความเสียหายภายในมักลึกกว่าที่ตาเห็น
  • ผู้บาดเจ็บเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว (เบาหวาน หัวใจ) — กลุ่มเสี่ยงสูง
  • มีอาการสูดควันร้อน หายใจมีเสียงผิดปกติ มีเขม่าในจมูก/ปาก — เสี่ยง airway burn ที่อันตรายกว่าแผลภายนอก

เกณฑ์ทั้งหมดข้างบนเป็นแนวทางของ WHO Burn Guide ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลทางการแพทย์ ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดเกณฑ์การส่งต่อผู้ป่วยแผลไฟไหม้ แต่นายจ้างมีหน้าที่จัดให้มีระบบส่งต่อ รพ. ในแผนเหตุฉุกเฉิน

กฎหมายไทย — ใครต้องอบรมเรื่องนี้

จุดนี้คือส่วนที่ จป. และ HR ต้องเข้าใจให้ตรง — ตัวเลขปฐมพยาบาลทั้งหมดข้างบน (3 ระดับแผล, น้ำ 20 นาที, เกณฑ์ส่ง รพ. 10% BSA) มาจากแนวทางการแพทย์สากล (WHO/ANZBA) ไม่ใช่กฎหมายไทย

กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องมี 3 จุดบังคับ — เรื่องการอบรม ไม่ใช่เรื่องวิธีรักษา

หลักใหญ่ — มาตรา 16 พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554

มาตรา 16 กำหนดว่า "ให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน"

มาตรานี้คือฐานของทุก ๆ การอบรมในโรงงานไทย — รวมถึงการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมความปลอดภัยพื้นฐานที่นายจ้างต้องจัดให้ทุกคน

ทีมดับเพลิงต้องอบรมปฐมพยาบาล — กฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 28(2)

ข้อ 28(2) ของกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 กำหนดว่า "ต้องจัดให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยรับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการดับเพลิง การปฐมพยาบาล และการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน"

แปลตรงตัว — กลุ่มดับเพลิงในโรงงาน (Fire Fighter Team) ต้องผ่านการอบรม 4 เรื่อง รวมกัน ไม่ใช่แค่ดับเพลิง

  1. การป้องกันและระงับอัคคีภัย
  2. การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง
  3. การปฐมพยาบาล
  4. การช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน

ที่หลายโรงงานยังพลาด — ส่งทีมไปอบรมดับเพลิงขั้นต้น 6 ชั่วโมง แล้วเข้าใจว่าครบ ข้อกำหนดของกฎกระทรวงครอบคลุมปฐมพยาบาลด้วย ถ้าคนกลุ่มนี้ไม่เคยอบรมเรื่องแผลไฟไหม้ ถือว่ายังไม่ครบ

ฝึกซ้อมประจำปี — ข้อ 30

ข้อ 30 กำหนดว่า "ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อย ปีละหนึ่งครั้ง"

ในการซ้อมประจำปี ควรใส่ scenario "ผู้บาดเจ็บแผลไหม้" เข้าไปด้วย — ให้ทีม First Aider ฝึกขั้นตอนการล้างน้ำ 20 นาที + การปิดแผล + การประเมินเกณฑ์ส่ง รพ. ในสถานการณ์จำลอง ดูรายละเอียดวิธีจัดซ้อมในแผนฝึกซ้อมดับเพลิงประจำปี

กฎหมายไทย คนที่ต้องอบรม เนื้อหา
มาตรา 16 พ.ร.บ. 2554 ผู้บริหาร · หัวหน้างาน · ลูกจ้างทุกคน ความปลอดภัยพื้นฐาน รวมการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
ข้อ 28(2) กฎกระทรวง 2555 ทีมดับเพลิงในโรงงาน ดับเพลิง + ใช้อุปกรณ์ + ปฐมพยาบาล + ช่วยเหลือฉุกเฉิน
ข้อ 30 กฎกระทรวง 2555 ลูกจ้างทุกคน ฝึกซ้อมดับเพลิง + อพยพ ปีละ 1 ครั้ง

ป้องกันก่อนเกิดแผล — Hierarchy of Control

ที่ดีที่สุดคือไม่ต้องใช้ปฐมพยาบาลเลย — กำจัดอันตรายที่ต้นเหตุก่อน ดูแนวทางการลดความเสี่ยงไฟไหม้ในโรงงานใน15 กฎความปลอดภัยอัคคีภัย

หลักการสั้น ๆ ที่ จป. ในโรงงานต้องเช็ค

  • Engineering Control — ติดฉากกั้นที่จุดทอด/หล่อ ลดการกระเด็น · ติด emergency shower ที่จุดเสี่ยง · ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
  • Administrative Control — SOP การใช้เครื่อง · permit to work สำหรับงานร้อน (hot work permit) · การอบรมประจำปี
  • PPE — ถุงมือกันความร้อน · เสื้อทำครัว (chef jacket) สำหรับ kitchen line · หน้ากากกันสะเก็ดสำหรับเชื่อม

PPE คือ "เกราะตัวสุดท้าย" — ถ้าใช้ PPE อย่างเดียวโดยไม่ทำ engineering และ administrative ก่อน คือลำดับผิด

checklist สรุปสั้น

ติดข้างห้องปฐมพยาบาลโรงงานได้เลย

  • แยกระดับก่อน — แดงไม่พอง = 1 · พุพอง = 2 · ขาว/ดำ/ไม่เจ็บ = 3
  • ล้างน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง 20 นาที ภายใน 3 ชั่วโมงแรก (ANZBA)
  • ห้ามใช้น้ำแข็ง — ทำให้แผลลึกขึ้น
  • ห้ามทายาสีฟัน น้ำปลา ครีมสมุนไพร — ติดเชื้อง่าย
  • ห้ามเจาะตุ่มน้ำพอง — ตุ่มคือเกราะธรรมชาติ
  • ห้ามดึงเสื้อผ้าที่ติดผิว — ตัดรอบ ๆ แทน
  • ปิดแผลด้วยผ้าสะอาด หรือ plastic wrap หลังล้าง
  • ส่ง รพ. ทันทีเมื่อ — ระดับ 3 ทุกขนาด · ระดับ 2 เกิน 10% BSA · หน้า/มือ/อวัยวะเพศ/ข้อต่อ · สารเคมี/ไฟฟ้า · เด็ก/ผู้สูงอายุ · มีอาการสูดควันร้อน

คำถามที่พบบ่อย

น้ำต้องเย็นแค่ไหน ใช้น้ำเย็นจากตู้เย็นได้ไหม

ใช้น้ำอุณหภูมิห้องปกติ (15-25 องศาเซลเซียส) คือดีที่สุด น้ำเย็นจากตู้เย็น (5-10 องศา) ทำให้หลอดเลือดหดตัวเร็วเกิน เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อรอบ ๆ ไม่พอ แผลอาจกลายเป็นลึกขึ้น น้ำก๊อกตามปกติของไทยใช้ได้เลย ถ้าน้ำก๊อกร้อนเกิน (เช่น แดดส่องท่อทั้งวัน) เปิดทิ้งสัก 30 วินาทีก่อนใช้

ถ้าไม่มีน้ำสะอาด ใช้น้ำดื่มจากขวดได้ไหม

ได้ ในกรณีฉุกเฉินไม่มีน้ำก๊อก น้ำดื่มจากขวด น้ำกลั่น หรือน้ำเกลือ (Normal Saline) ใช้แทนได้ทั้งหมด สำคัญที่สุดคือ "ปริมาณและเวลา" — ต้องมากพอจะไหลผ่านแผล 20 นาที

ครีมว่านหางจระเข้จากร้านขายยาใช้ได้หรือไม่

ใช้ได้สำหรับแผลระดับ 1 (แดดเผา) หลังล้างน้ำเสร็จแล้ว เพราะเป็นเกรดยา ผ่านการฆ่าเชื้อ ห้ามใช้ใบสด ๆ จากต้น สำหรับแผลระดับ 2-3 ห้ามใช้ ไปโรงพยาบาลให้แพทย์เป็นคนสั่ง

ถ้าแผลพองใหญ่มาก ตุ่มน้ำใหญ่จะแตกเองอยู่แล้ว เจาะออกก่อนได้ไหม

ห้าม ตุ่มน้ำพองที่ไม่แตกคือเกราะกันเชื้อโรคที่ดีที่สุด — แม้จะดูใหญ่ก็ให้ปิดผ้าสะอาดทับและส่ง รพ. ถ้าตุ่มแตกเอง ห้ามลอกเศษผิวด้านบนออก ปล่อยไว้ตามเดิมแล้วล้างน้ำสะอาดเบา ๆ ปิดผ้า

พนักงานถูกของร้อนกระเด็นใส่ผิว ล้างน้ำแล้ว 5 นาทีบอกว่าไม่เจ็บแล้ว หยุดล้างได้ไหม

ห้ามหยุดก่อน 20 นาที แม้จะไม่เจ็บแล้ว ความร้อนยังทำลายเนื้อเยื่อข้างในต่อแม้ตามองไม่เห็น ใช้น้ำต่อให้ครบ 20 นาที — นี่คือเหตุผลที่ต้องตั้งนาฬิกาจับเวลา ไม่ใช่ "เดาเวลา"

ในห้องปฐมพยาบาลโรงงานต้องเตรียมอะไรไว้สำหรับแผลไหม้

อย่างน้อยควรมี — ก๊อกน้ำที่เปิดได้ทันที (หรือ emergency shower) · นาฬิกาจับเวลาที่มองเห็นชัด · plastic wrap (cling film) ไม่ใช้แล้วปิดแผล · ผ้าก๊อซสะอาด · กรรไกรปลายมน (สำหรับตัดเสื้อผ้ารอบแผล) · เบอร์โทรรถพยาบาล/โรงพยาบาลใกล้ที่สุดติดบอร์ดให้ทุกคนเห็น

สรุป

  • แผลไฟไหม้แบ่ง 3 ระดับตามความลึกของผิวที่ถูกทำลาย — ระดับ 1 แดงไม่พอง · ระดับ 2 พุพอง · ระดับ 3 ขาว/ดำ ไม่เจ็บ (เกณฑ์ WHO)
  • ปฐมพยาบาลที่ถูกต้องคือ เปิดน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องไหลผ่านแผล 20 นาที ภายใน 3 ชั่วโมงแรก (แนวทาง ANZBA)
  • ห้ามใช้น้ำแข็ง ห้ามทายาสีฟัน ห้ามเจาะตุ่มพอง ห้ามดึงเสื้อผ้าที่ติดผิว ทุกข้อทำให้แผลแย่ลง
  • ส่ง รพ. ทันที เมื่อเป็นระดับ 3 หรือระดับ 2 เกิน 10% BSA หรือไหม้บริเวณหน้า/มือ/อวัยวะเพศ/ข้อต่อ หรือจากสารเคมี/ไฟฟ้า
  • กฎหมายไทยที่บังคับคือ มาตรา 16 พ.ร.บ. 2554 (อบรมทุกคน) + ข้อ 28(2) กฎกระทรวงอัคคีภัย 2555 (ทีมดับเพลิงต้องอบรมปฐมพยาบาล) + ข้อ 30 (ฝึกซ้อมปีละ 1 ครั้ง)

ลองเริ่มที่จุดเล็ก ๆ ก่อน — ติด poster ขั้นตอน 5 ข้อในห้องปฐมพยาบาล · เพิ่ม scenario "ผู้บาดเจ็บแผลไหม้" ในซ้อมประจำปีรอบหน้า · เช็คว่าทีมดับเพลิงโรงงานคุณผ่านการอบรมปฐมพยาบาลครบตามข้อ 28(2) แล้วหรือยัง ถ้ายัง ปีนี้คือปีที่ต้องจัด

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ดับเพลิง? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง