🩺 สุขภาพอาชีวอนามัย

ห้ามเลือดในที่ทำงาน — Direct Pressure ก่อน Tourniquet

ลำดับห้ามเลือด 4 ขั้นในที่ทำงาน — Direct Pressure 10 นาที ก่อนเสมอ, ทบผ้าซ้อนห้ามถอด, Tourniquet เฉพาะเมื่อจำเป็น (รัดเหนือแผล 5-7 ซม. จดเวลา) แนวทาง Stop the Bleed + อ้างมาตรา 16, 21 พ.ร.บ. 2554

Safety Station 10122 พฤษภาคม 2569อ่าน 23 นาที · 5,162 คำ
ห้ามเลือดในที่ทำงาน — Direct Pressure ก่อน Tourniquet

เครื่องเจียรลื่นมือ ใบมีดคัทเตอร์บาดแขนตอนเปิดกล่อง หรือกระจกแตกร่วงใส่หลังมือพนักงาน — เหตุการณ์เลือดออกในโรงงานเกิดขึ้นทุกวัน และในนาทีที่เห็นเลือดไหลพุ่ง คนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดมักจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หรือร้ายกว่านั้นคือทำผิดวิธี เช่น เอามือเปล่าไปจับแผล รัดเชือกเหนือแผลทันที หรือยกแขนขึ้นมาดูทุก 30 วินาที

ความจริงคือ — การห้ามเลือดในเบื้องต้นไม่ได้ซับซ้อน มีหลักง่าย ๆ แค่ 4 ขั้น และที่สำคัญที่สุดคือ "Direct Pressure ก่อนเสมอ ก่อนคิดถึง Tourniquet" หลายคนเห็นในหนังฮอลลีวูดแล้วเชื่อว่าเลือดออก = ต้องรัดสายยางทันที ทั้งที่ในทางการแพทย์ การกดแผลตรง ๆ ด้วยผ้าสะอาดอย่างน้อย 10 นาที สามารถหยุดเลือดที่ออกจากเส้นเลือดทั่วไปได้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของเคส โดยไม่ต้องไปแตะ Tourniquet เลย

ส่วน First Aider ในโรงงานต้องอ่านบทเรียนนี้ให้ขึ้นใจ เพราะภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 นายจ้างมีหน้าที่ต้องอบรมการช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับ ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคน และเมื่อเกิดเหตุ หัวหน้างานต้องป้องกันอันตรายต่อทันทีที่ทราบ — ซึ่งรวมถึงการห้ามเลือดก่อนรอรถพยาบาลด้วย

ทำไมต้องรู้เรื่องห้ามเลือดในที่ทำงาน

ที่ทำงานที่มีงานคม งานเจียร งานเชื่อม งานยกของหนัก งานกระจก งานเครื่องจักรหมุน ทุกแห่งมีโอกาสเจอเคสเลือดออกหนัก คำถามคือเมื่อเกิดแล้ว ใครจะลงมือทำเป็นคนแรก ระหว่างที่รถพยาบาลกำลังมา (ค่าเฉลี่ยในกรุงเทพ 10-15 นาที ต่างจังหวัด 20-30 นาที) ผู้ป่วยที่เลือดออกจากหลอดเลือดแดงใหญ่อาจเสียชีวิตได้ภายใน 3-5 นาที ดังนั้นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดคือ "นาทีแรก" ไม่ใช่ตอนรถพยาบาลถึง

ฝั่งกฎหมายไทยพูดเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 16 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ว่า "ให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรม" ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการช่วยเหลือฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน รวมถึงการห้ามเลือด

ส่วนมาตรา 21 ระบุว่า เมื่อหัวหน้างานทราบถึงข้อบกพร่องที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตราย "ต้องดำเนินการป้องกันอันตรายนั้นภายในขอบเขตที่รับผิดชอบ" ทันทีที่ทราบ — เคสเลือดออกหนักคือสถานการณ์ตรงตัวของมาตรานี้ หัวหน้างานที่อยู่ใกล้ที่สุดต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ ไม่ใช่รอ จป. รอพยาบาล หรือรอนายจ้างมาสั่ง

กรอบกฎหมายไทยจบที่ 2 มาตรานี้ — ส่วนวิธีการห้ามเลือดแบบลำดับขั้นที่จะอ่านต่อไป มาจากแนวทาง Stop the Bleed campaign ของ American College of Surgeons (ACS) และคำแนะนำของ American Heart Association (AHA) ซึ่งเป็นมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่เป็น best practice ที่ ทีม First Aider ทั่วโลกใช้กันรวมถึงในไทย

หลักการพื้นฐาน — เลือดออก 3 ประเภท ดูออกใน 10 วินาทีแรก

ก่อนลงมือ ต้องดูก่อนว่าเลือดที่ออกเป็นแบบไหน เพราะแต่ละแบบไม่เท่ากัน

ประเภท ลักษณะ ความเสี่ยง
Capillary (เส้นเลือดฝอย) เลือดซึมเป็นจุด ๆ สีแดงสด ไหลช้า ต่ำ — มักหยุดเองภายในไม่กี่นาที
Venous (หลอดเลือดดำ) เลือดไหลสม่ำเสมอ สีแดงคล้ำ กลาง — ต้องกดแผล แต่ไม่อันตรายถึงชีวิตเร็ว
Arterial (หลอดเลือดแดง) เลือดพุ่งเป็นจังหวะตามชีพจร สีแดงสด สูงมาก — เสียชีวิตได้ใน 3-5 นาที

เลือด arterial คือเคสที่ Tourniquet มีประโยชน์มากที่สุด เพราะ Direct Pressure คนเดียวอาจไม่พอ แต่เคสส่วนใหญ่ในโรงงาน (มือบาดจากใบมีด แขนถลอกจากเหล็ก) เป็นแบบ venous หรือ capillary ซึ่งหยุดได้ด้วย Direct Pressure ตามสถิติของ Stop the Bleed campaign กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของเคสเลือดออกที่ไม่ใช่หลอดเลือดแดงใหญ่ หยุดได้ด้วย Direct Pressure อย่างเดียว นี่คือเหตุผลว่าทำไม "Direct Pressure ก่อน" จึงเป็นกฎข้อแรก

ลำดับห้ามเลือด 4 ขั้น — ทำตามนี้ทุกครั้ง

ภาพ flowchart 4 ขั้นห้ามเลือด — เลือดออก ตรวจปลอดภัย ใส่ถุงมือ Direct Pressure 10 นาที ตรวจหยุด เพิ่มผ้าทับ Tourniquet ถ้าจำเป็น

ขั้น 1 — ตรวจความปลอดภัย + ใส่ถุงมือ

อย่ารีบเข้าไปแตะคนเจ็บทันที ดูรอบ ๆ ก่อนว่ามีอันตรายซ้ำหรือไม่ เช่น เครื่องจักรยังเดินอยู่ ไฟยังลัด หรือสารเคมีหก ถ้ายังมี — ตัดแหล่งอันตรายก่อน หรือลากผู้ป่วยออกจากจุดเสี่ยง

ใส่ถุงมือยาง medical grade เสมอ ทุกชุดปฐมพยาบาลต้องมีอย่างน้อย 3 คู่ เหตุผลคือเลือดของผู้ป่วยอาจมีเชื้อ HIV, ไวรัสตับอักเสบ B, C หรือเชื้ออื่น ๆ ที่ส่งผ่านเลือดได้ ถ้าคุณมีแผลที่มือเองด้วย ความเสี่ยงรับเชื้อสูงมาก

ถ้าไม่มีถุงมือเลยจริง ๆ ใช้ถุงพลาสติกใสรอบมือก่อนสัมผัสแผลก็ได้ — ดีกว่ามือเปล่า

ขั้น 2 — Direct Pressure กดแผลตรง ๆ 10 นาที ห้ามยกขึ้นมาดู

นี่คือขั้นที่สำคัญที่สุด และเป็นขั้นที่คนทำผิดบ่อยที่สุด หลักการคือ

  1. หาผ้าก๊อซ ผ้าสะอาด หรือเสื้อสะอาดมาทบให้หนา ประมาณ 4-5 ชั้น
  2. วางทับลงบนแผลตรง ๆ — ไม่ใช่ข้าง ๆ ไม่ใช่บีบขอบ
  3. กดด้วยฝ่ามือทั้งฝ่า น้ำหนักทั้งตัวลงไปบนแผล
  4. กดต่อเนื่อง 10 นาที ห้ามยกขึ้นมาดูแม้แต่ครั้งเดียว

ข้อ 4 คือกฎที่คนใหม่ทำผิดบ่อยที่สุด — ทุกครั้งที่คุณยกผ้าขึ้นมาดูว่า "เลือดหยุดหรือยัง" คุณกำลังฉีกลิ่มเลือดที่เริ่มก่อตัวออก แล้วเลือดจะไหลใหม่ ต้องเริ่มนับ 10 นาทีจากศูนย์อีกครั้ง

ถ้ามีคนช่วยอีกคน ให้คน ๆ นั้นยกแขน/ขาที่บาดเจ็บให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจของผู้ป่วย จะช่วยลดแรงดันเลือดที่ไหลออกได้ (แต่ห้ามยกถ้าสงสัยกระดูกหัก — เคสนั้นปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ป่วยสบายที่สุด)

ระหว่างกด ให้คนช่วยอีกคนโทรเรียกรถพยาบาลที่เบอร์ 1669 พร้อมแจ้งสถานที่ ลักษณะแผล และจำนวนผู้บาดเจ็บ

ขั้น 3 — เลือดยังซึม ให้เพิ่มผ้าทับด้านบน ห้ามถอดชั้นเดิม

ครบ 10 นาทีแล้ว ค่อย ๆ คลายแรงกดเบา ๆ (ไม่ใช่ยกผ้าออก) ดูว่าเลือดยังซึมผ่านผ้ามาที่ผิวด้านนอกหรือไม่

  • ถ้าไม่ซึมแล้ว — เลือดหยุดสำเร็จ ปล่อยผ้าทับไว้เดิม รัดด้วยผ้าพันแผล (bandage) ให้แน่นพอดี ส่งโรงพยาบาล
  • ถ้ายังซึมอยู่ — เพิ่มผ้าก๊อซชั้นใหม่ทับด้านบน ไม่ใช่เปลี่ยนผ้า เพราะการถอดผ้าชั้นล่างจะฉีกลิ่มเลือดที่ก่อตัวอยู่ออก เลือดจะไหลใหม่หมด แล้วกดต่ออีก 10 นาที

ถ้าผ่าน 2 รอบของ Direct Pressure (รวม 20 นาที) แล้วเลือดยังออกหนักหยุดไม่ได้ และคนเจ็บเริ่มมีอาการช็อก (ตัวเย็น ซีด หายใจเร็ว ชีพจรเร็วและเบา) — เข้าสู่ขั้นที่ 4

ขั้น 4 — Tourniquet เฉพาะเมื่อ Direct Pressure ไม่หยุด + เสี่ยงเสียชีวิต

ภาพประกอบตำแหน่งรัด Tourniquet ที่ถูกต้องบนแขนและขา — เหนือแผล 5-7 ซม. ไม่รัดเหนือข้อต่อ พร้อมการจดเวลาบนสาย ตามแนวทาง Stop the Bleed

Tourniquet คือ "ทางเลือกสุดท้าย" ไม่ใช่ตัวเลือกแรก เพราะมันรัดเส้นเลือดทั้งหมดในขา/แขนนั้น ตัดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อปลายทาง ถ้ารัดนานเกินไป เนื้อเยื่ออาจตาย (necrosis) จนต้องตัดแขน/ขา

แนวทาง Stop the Bleed (ACS) ระบุวิธีใช้ดังนี้ — ทั้งหมดเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่เป็น best practice ที่ทีมแพทย์ฉุกเฉินทั่วโลกใช้

  • ใช้ Tourniquet สำเร็จรูป เช่น CAT (Combat Application Tourniquet) หรือ SOFTT-W — ออกแบบมาเฉพาะ มีแถบกว้างพอ ไม่ตัดเนื้อ
  • รัดเหนือแผลประมาณ 5-7 เซนติเมตร — อย่ารัดเหนือข้อต่อ (ข้อศอก/ข้อเข่า) เพราะข้อจะป้องกันแรงรัด ทำให้ไม่บีบหลอดเลือด
  • หมุนแกนจนเลือดหยุดไหล (ผู้ป่วยจะเจ็บมาก — เป็นเรื่องปกติ)
  • จดเวลาที่รัดลงบน Tourniquet หรือหน้าผากของผู้ป่วยด้วยปากกา marker ในรูป "T:HH:MM" เช่น "T:14:23" เพื่อให้แพทย์รู้ว่ารัดมานานเท่าไหร่
  • ห้ามปลดออกเองทุกกรณี แม้รัดนานเกิน 2 ชั่วโมง — ปล่อยให้แพทย์ในห้องฉุกเฉินเป็นคนตัดสินใจ เพราะการปลดออกในที่เกิดเหตุอาจทำให้สาร toxic ที่สะสมในเนื้อเยื่อตายไหลกลับเข้าสู่ระบบร่างกาย (reperfusion injury) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

ถ้าไม่มี Tourniquet สำเร็จรูปจริง ๆ และคนเจ็บกำลังจะเสียชีวิต ใช้ improvised tourniquet ได้ — แต่ต้องเป็นผ้ากว้างอย่างน้อย 5 เซนติเมตร เช่น เข็มขัด ผ้าพันคอ หรือเสื้อพับ พร้อมไม้แข็งสำหรับหมุนบิดให้แน่น ห้ามใช้สายไฟ เชือกเล็ก ลวด หรือเชือกฟาง เพราะแคบเกินไป จะตัดเนื้อและทำให้เนื้อเยื่อช้ำหนักกว่าเดิมโดยไม่หยุดเลือดได้จริง

ตัวอย่างเคสจริงในโรงงาน

เคส 1 — มือบาดจากใบมีดคัทเตอร์ในห้องสโตร์

พนักงานเปิดกล่องสินค้าด้วยคัทเตอร์ ลื่นมือบาดฝ่ามือ เลือดไหลซึมต่อเนื่อง ไม่พุ่ง สีแดงคล้ำ — เป็น venous bleeding

วิธีทำ: First Aider ใส่ถุงมือ → ทบผ้าก๊อซ 4 ชั้นวางทับ → กดด้วยฝ่ามือ 10 นาที → เลือดหยุด → ใช้ผ้าพันแผลรัดให้แน่น → ส่งคลินิกใกล้สุด (ไม่ต้องเรียกรถพยาบาลเพราะไม่ใช่เคสฉุกเฉิน)

ไม่ต้องใช้ Tourniquet เคสแบบนี้คิดเป็นกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของเคสในโรงงานทั่วไป

เคส 2 — แขนขาดบางส่วนจากเครื่องอัด (โอกาสน้อย แต่ต้องรู้)

พนักงานยื่นมือเข้าไปในจุดอันตรายตอนเครื่องอัดทำงาน เลือดพุ่งเป็นจังหวะตามชีพจร สีแดงสด — เป็น arterial bleeding ขั้นวิกฤต

วิธีทำ: หยุดเครื่องก่อน (กดปุ่มฉุกเฉิน) → ใส่ถุงมือ → กด Direct Pressure ทันที + เรียกรถพยาบาล 1669 → ถ้ายังพุ่งหยุดไม่ได้หลัง 2-3 นาที → ใส่ Tourniquet เหนือแผล 5-7 เซนติเมตร (เหนือข้อศอกถ้าแผลอยู่ที่ปลายแขน) → จดเวลา → ไม่ปลดออก → รถพยาบาลถึง

ข้อห้ามที่คนทำผิดบ่อย

ลำดับเทคนิคถูกแล้ว แต่ถ้าทำขั้นที่ถูกพร้อมกับทำเรื่องที่ผิด ผลลัพธ์ก็ยังแย่ ลิสต์ข้อห้ามที่ First Aider ใหม่ทำพลาดบ่อยคือ

  • ห้ามยกผ้าขึ้นมาดูทุก 30 วินาที เพื่อ "เช็คว่าเลือดหยุดยัง" — ฉีกลิ่มเลือด เริ่มใหม่ ต้องนับ 10 นาทีจากศูนย์
  • ห้ามถอดผ้าชั้นแรกออก ถ้าเลือดซึม — เพิ่มชั้นใหม่ทับด้านบนเท่านั้น
  • ห้ามล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ถ้ายังเลือดออกมาก — รอให้เลือดหยุดก่อนค่อยทำความสะอาดที่โรงพยาบาล การล้างจะชะลิ่มเลือดออก
  • ห้ามดึงสิ่งทิ่มแทง (ตะปู เศษเหล็ก ใบมีดเสียบค้าง) ออกจากแผล — กดผ้าก๊อซรอบ ๆ ของสิ่งที่ทิ่มแทงแทน เพราะของที่ทิ่มอยู่อาจกำลังกดเส้นเลือดอยู่ ถ้าดึงออก เลือดจะพุ่ง — ปล่อยให้แพทย์ในห้องผ่าตัดเป็นคนเอาออก
  • ห้ามใช้สายไฟ ลวด เชือกฟาง เป็น improvised tourniquet — เนื้อช้ำ ไม่ช่วย ทำให้สถานการณ์แย่ลง
  • ห้ามรัด Tourniquet เหนือข้อต่อ (ข้อศอก/ข้อเข่า) — รัดแล้วไม่บีบหลอดเลือด
  • ห้ามปลด Tourniquet ออกเอง ในที่เกิดเหตุ แม้รัดนานเกิน 2 ชั่วโมง — รอแพทย์

บทบาท First Aider ใน แผนเหตุฉุกเฉิน (ERP) ของโรงงาน

Bleeding Control Kit จัดวางบนโต๊ะในห้องปฐมพยาบาลโรงงานไทย — ถุงมือ nitrile 5 คู่ ผ้าก๊อซ sterile 10 แพ็ค ผ้าพันแผล Tourniquet สำเร็จรูป ปากกา marker และถุง biohazard

ที่ทำงานที่มีงานคม งานเครื่องจักร หรือ งานเชื่อม ควรกำหนดในแผน ERP ให้ชัดว่า

  1. มี Bleeding Control Kit อย่างน้อย 1 ชุดต่อพื้นที่ทำงาน 1 อาคาร — ในชุดต้องมีถุงมือยาง 5 คู่, ผ้าก๊อซสะอาด 10 แพ็ค, ผ้าพันแผลแบบยืด 2 ม้วน, Tourniquet สำเร็จรูป (CAT) อย่างน้อย 1 ชิ้น, ปากกา marker, ถุงดำสำหรับ biohazard
  2. มี First Aider ที่ผ่านอบรม อย่างน้อย 1 คนต่อแผนก หรือต่อกะการทำงาน — ครอบคลุมทุกกะ
  3. ป้ายเบอร์ฉุกเฉิน 1669 ติดในจุดเห็นชัด พร้อมที่อยู่โรงงานเต็มยศ (สำหรับผู้แจ้งจะอ่านได้ทันที)
  4. การฝึกซ้อมห้ามเลือดต้องทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมการซ้อมแผน ERP โดยรวม

การจัดของและฝึกอบรมข้างต้นทั้งหมดอยู่ในขอบเขตของมาตรา 16 พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ที่นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรม

ป้องกันก่อนเกิด — บางงานมีเลือดออกบ่อย ลดความถี่ก่อน

การห้ามเลือดเป็นทักษะที่ต้องมี แต่จุดหมายปลายทางคือ "อย่าให้เกิดเลือดออกหนัก" ที่ไซต์งานตั้งแต่แรก หลายเคสในโรงงานเกิดเพราะอุปกรณ์ชำรุดที่ไม่ได้เช็ค

  • งานยก งานปั้นจั่น — อ่านวิธีตรวจปั้นจั่นประจำวัน เพื่อลดเคส slip-and-fall จากของหล่นทับ
  • งานเครื่องจักรหมุน — ตรวจ guard ทุกกะ ก่อนเดินเครื่อง
  • งานคม — เปลี่ยนใบมีดคัทเตอร์ก่อนทื่อ (ใบมีดทื่อใช้แรงมากกว่า ลื่นบ่อยกว่า)

คัดกรองผู้มีความเสี่ยงพิเศษ — ผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือด

อีกเรื่องที่ จป. ควรทราบจากการตรวจสุขภาพประจำปี คือ พนักงานที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin, Heparin, NOACs เช่น Rivaroxaban) จะเลือดออกหนักและหยุดยากกว่าคนทั่วไป กลุ่มเหล่านี้มักเป็น

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ใส่ stent
  • ผู้ป่วยลิ้นหัวใจเทียม
  • ผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในขา

ในบางโรงงาน HR อาจ flag กรณีพิเศษให้ First Aider ทราบ (โดยไม่ละเมิด PDPA ถ้าได้รับความยินยอม) เพื่อเตรียมตัวกรณีเกิดเหตุ — เคสกลุ่มนี้อาจต้องใช้ Tourniquet เร็วกว่าคนทั่วไป

คำถามที่พบบ่อย

Q1 — ถ้าเลือดออกจมูก ใช้ Direct Pressure เหมือนกันไหม?

ใช่ แต่จุดกดต่างกัน — กดที่ฐานจมูก (ส่วนนุ่ม ใต้กระดูก) ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ บีบเข้าหากันต่อเนื่อง 10 นาที ก้มหน้าลงเล็กน้อย ห้ามเงยหน้า (เลือดจะไหลลงคอ) ห้ามอุดสำลีลึกเข้าไปในจมูก

Q2 — ผ้าก๊อซที่ใช้ทบในไซต์ ถ้าไม่ใช่ผ้าก๊อซทางการแพทย์ ใช้ได้ไหม?

ใช้ได้ — ในเคสฉุกเฉิน ผ้าสะอาดอะไรก็ได้ดีกว่าไม่มีอะไรเลย เสื้อสะอาด ผ้าขนหนูสะอาด แม้ผ้าปูที่นอน หลักคือ "สะอาดที่สุดเท่าที่หาได้ในนาทีนั้น" แล้วค่อยให้แพทย์เปลี่ยนเป็นผ้าก๊อซจริงตอนรักษาที่โรงพยาบาล

Q3 — Tourniquet ของจีนราคา 200 บาทบน Shopee ใช้ได้ไหม?

ระวัง — Tourniquet ที่ใช้งานได้จริงต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน (NAR / North American Rescue หรือ TCCC approved) ของจีนถูก ๆ มักเป็น replica ที่แกนหมุนเสียง่าย แถบขาดง่าย และอาจไม่บีบหลอดเลือดได้พอ ในเคสจริงที่ชีวิตขึ้นอยู่กับเครื่องนี้ ลงทุนของแท้ราคา 1,500-2,500 บาท คุ้มกว่ามาก

Q4 — ถ้าคนเจ็บปฏิเสธไม่ให้รักษา ทำยังไง?

ผู้ป่วยที่มีสติและเป็นผู้ใหญ่มีสิทธิ์ปฏิเสธการรักษา แต่หัวหน้างานต้องชี้แจงความเสี่ยงให้ครบ บันทึกการปฏิเสธไว้ และยังต้องเรียกรถพยาบาลตามมาตรา 21 (หน้าที่ต้องป้องกันอันตราย) ถ้าผู้ป่วยหมดสติระหว่างทาง สามารถเข้าช่วยได้ทันทีโดยถือว่าเป็น implied consent

Q5 — ผู้ป่วยมีตะปูยังคาอยู่ในแผล ปล่อยไว้จริง ๆ ใช่ไหม?

ใช่ — ห้ามดึงออก กดผ้าก๊อซรอบ ๆ ของสิ่งทิ่ม สร้าง "donut" ของผ้ารอบ ๆ ตะปู เพื่อกันการขยับ แล้วส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

Checklist สรุปสั้น

ก่อนเปิดกะแต่ละวัน First Aider ตรวจ

  • มี Bleeding Control Kit ครบ — ถุงมือ 5 คู่, ผ้าก๊อซ 10 แพ็ค, ผ้าพันแผล 2 ม้วน, Tourniquet 1 ชิ้น, ปากกา marker
  • ผ้าก๊อซยังไม่หมดอายุ (มี sterile date บนซอง)
  • Tourniquet ทดสอบหมุนได้ ไม่ติด ไม่ขาด
  • ป้ายเบอร์ 1669 + ที่อยู่โรงงาน ติดในจุดเห็นได้

ตอนเกิดเหตุ ลำดับขั้น

  1. ตรวจความปลอดภัย → ใส่ถุงมือ
  2. Direct Pressure 10 นาที — ห้ามยกขึ้นดู
  3. ยังซึม → เพิ่มผ้าทับ ไม่ถอดชั้นเดิม → กดต่ออีก 10 นาที
  4. ยังไม่หยุด + เสี่ยงเสียชีวิต → Tourniquet เหนือแผล 5-7 ซม. → จดเวลา → ไม่ปลด

สรุป

ห้ามเลือดในที่ทำงานไม่ใช่งานของหมอเท่านั้น — เป็นทักษะที่ลูกจ้างและหัวหน้างานในไซต์ที่มีความเสี่ยงทุกคนควรมี และที่จริง คือสิ่งที่กฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องจัดอบรม

จุดสำคัญที่ต้องพกติดตัว

  • Direct Pressure ก่อนเสมอ — กดแน่น 10 นาที ห้ามยกขึ้นดู — 90% ของเคสหยุดที่ขั้นนี้
  • ทบผ้าทับ ห้ามถอดชั้นเดิม — ถ้ายังซึมหลังนาทีที่ 10
  • Tourniquet เป็นทางเลือกสุดท้าย — เฉพาะเคสเลือดออกหนักที่ Direct Pressure ไม่หยุด + เสี่ยงเสียชีวิต — รัดเหนือแผล 5-7 ซม., จดเวลา, ห้ามปลดเอง
  • กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง — มาตรา 16 (นายจ้างต้องจัดอบรม) + มาตรา 21 (หัวหน้างานต้องป้องกันอันตรายทันทีที่ทราบ) แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554

ลองเริ่มที่แผนกของคุณก่อน — เช็ค Bleeding Control Kit ที่ผนัง ดูว่ามีอะไรขาดบ้าง แล้วจัดอบรมทบทวนทีมในกะถัดไป ภายในสัปดาห์เดียว ทีมของคุณจะพร้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของไซต์ทั่วไป

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ปฐมพยาบาล? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง