15 ข้อต้องทำตามกฎอัคคีภัย 2555 — Checklist สถานประกอบกิจการ
Checklist 15 ข้อจากกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 — ระบบ อุปกรณ์ แผน อบรม ฝึกซ้อม รายงาน · ตัวเลขครบทุกข้อพร้อมเลขข้อในกฎกระทรวงสำหรับ self-audit ก่อนพนักงานตรวจฯ มา

ปลายปีที่ผ่านมาเดินเข้าโรงงานหนึ่งย่านบางพลี — เจ้าของบอกว่า "ผมมีถังดับเพลิงครบทุกชั้นนะ" พอชี้ไปที่ป้ายทางหนีไฟตัวเล็ก ๆ ที่เป็นกระดาษติดเทป กับประตูทางหนีไฟที่ใส่กุญแจไว้กันคนแอบสูบบุหรี่ พี่เขาก็ยิ้มเขิน ๆ
นี่คือเรื่องที่ จป.ทุกคนเจอ — โรงงานคิดว่าทำครบแล้ว แต่พอเปิด กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ออกมาอ่านทีละข้อ จะรู้ว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ขาด
ที่นี้ก็เป็นปัญหาว่า กฎเต็ม ๆ มี 8 หมวด 32 ข้อ อ่านยาว — เลยรวบเป็น 15 ข้อสำคัญสุดที่นายจ้างต้องทำให้ครบก่อนพนักงานตรวจความปลอดภัยมาตรวจ ถ้าผ่านครบ 15 ข้อนี้ ส่วนใหญ่ของกฎก็ครอบคลุมแล้ว
ลองดูทีละข้อ ผูกกับเลข "ข้อ N" ของกฎกระทรวงไว้ทุกบรรทัด เอาไปเทียบหน้างานได้เลย
หมวด A — สิ่งที่ต้องมี (ระบบและอุปกรณ์)

ข้อ 1: ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย พร้อมใช้งานเสมอ
นายจ้างต้องจัดให้มี ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ในสถานประกอบกิจการ และดูแลให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตลอดเวลา ตามข้อ 2 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2555
ระบบในที่นี้ไม่ใช่แค่ถังดับเพลิงตั้งไว้ — แต่หมายถึงทั้งชุด ตั้งแต่สัญญาณแจ้งเหตุ ระบบน้ำ ป้ายทางหนีไฟ ไปจนถึงแผนและคน
หน้างานต้องเช็คอะไร: ถังดับเพลิงไม่หมดอายุ · pressure gauge อยู่ในแถบเขียว · สัญญาณแจ้งเหตุกดแล้วดัง · ไฟฟ้าสำรองทำงาน
ข้อ 2: เส้นทางหนีไฟทุกชั้น อย่างน้อยชั้นละ 2 เส้นทาง อพยพภายใน 5 นาที
ข้อ 8 บังคับให้มี เส้นทางหนีไฟทุกชั้นของอาคารอย่างน้อยชั้นละสองเส้นทาง ซึ่งสามารถอพยพลูกจ้างทั้งหมดสู่จุดปลอดภัยภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที และทุกเส้นทางต้องปราศจากสิ่งกีดขวาง
เคสที่เจอบ่อย: มีบันไดหนีไฟอีกตัวแต่ปิดด้วยตู้เอกสาร · ทางเดินวางพาเลทกีดขวาง · ป้ายติดไว้แต่ทางนั้นถูกล็อก — เท่ากับ "มีหนึ่งเส้นทาง" ในทางปฏิบัติ
ลองวัดเวลาจริงด้วยการเดินจากจุดทำงานไกลสุดไปจุดรวมพล ถ้าเกิน 5 นาที = ต้องปรับ layout หรือเพิ่มทางออก
ข้อ 3: ประตูทางหนีไฟ ทำด้วยวัสดุทนไฟ + ปิดได้เอง + ห้ามใส่กลอน
ข้อ 8 วรรคสอง กำหนดเงื่อนไขประตูทางหนีไฟไว้ละเอียด: วัสดุทนไฟ · ไม่มีธรณีประตูหรือขอบกั้น · บานเปิดออกตามทิศทางหนีไฟ · ติดอุปกรณ์ที่บังคับให้ปิดได้เอง ห้ามใช้ประตูเลื่อน ประตูม้วน ประตูหมุน และห้ามปิดตาย ใส่กลอน กุญแจ ผูก ล่ามโซ่ ในขณะที่มีลูกจ้างทำงาน
ที่ จป.รู้กัน — เจอบ่อยสุดคือล็อกประตูหนีไฟกันขโมยกับกันคนแอบขึ้นไปสูบบุหรี่ ทางออก: ใช้ panic bar (กดเปิดจากด้านในเท่านั้น) + ระบบ access control ที่ปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อสัญญาณเตือนภัยทำงาน
ข้อ 4: ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทุกชั้น (อาคาร ≥2 ชั้น หรือพื้นที่ ≥300 ตร.ม.)
ข้อ 9 บังคับให้สถานประกอบกิจการที่มี อาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป หรือมีพื้นที่ประกอบกิจการตั้งแต่ 300 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องจัดให้มีระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในสถานประกอบกิจการทุกชั้น
ระบบต้องมีทั้งอุปกรณ์อัตโนมัติ (detector) และที่ใช้มือ (manual pull station) อุปกรณ์ที่ใช้มือต้องอยู่ในที่เห็นชัด เข้าถึงง่าย ห่างจากจุดทำงานไม่เกิน 30 เมตร และเสียงต้องแตกต่างจากเสียงในโรงงานปกติ
เกณฑ์นี้สำคัญ — โรงงานเล็กที่คิดว่า "ฉันแค่โกดังชั้นเดียวไม่ต้องมี" ลองวัดพื้นที่ดู ถ้าเกิน 300 ตารางเมตร = ต้องมี
ข้อ 5: แสงสว่างทางหนีไฟ + แหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรอง
ข้อ 10 บังคับให้มี แสงสว่างเพียงพอสำหรับเส้นทางหนีไฟ และ แหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรอง ที่จ่ายได้ทันทีที่ไฟฟ้าดับ
ตอนไฟดับเพราะเพลิงไหม้คือเวลาที่คนต้องการแสงสว่างมากที่สุด ถ้าไม่มีไฟสำรอง คนจะหาทางออกไม่เจอ ตรวจง่าย ๆ ด้วยการลองตัดเมนไฟแล้วดูว่า emergency light ติดทันทีหรือไม่ และอยู่ได้นานพอ (ตามมาตรฐาน วสท. แนะนำ ≥1.5 ชั่วโมง สำหรับโรงงาน)
ข้อ 6: ป้ายบอกทางหนีไฟ ตัวอักษร ≥10 ซม. + มีแสงในตัว
ข้อ 11 กำหนดลักษณะป้ายบอกทางหนีไฟ: ตัวอักษรต้องสูง ≥10 ซม. และเห็นได้ชัดเจน + ต้องมีแสงสว่างในตัวเองหรือใช้ไฟส่องให้เห็นชัดเจนตลอดเวลา
หมายเหตุ: ตัวเลข 10 ซม. นี้คือฉบับปัจจุบัน (แก้ไขโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561) — ของเดิมเขียนไว้ ≥15 ซม. ถ้า audit แล้วเจอเอกสารเก่าที่ยังอ้าง 15 ซม. ให้รู้ว่าใช้ตัวเลขใหม่ได้
สีและรูปร่างห้ามกลมกลืนกับการตกแต่ง — ถ้าผนังเขียวแล้วป้ายเขียวเหมือนกัน อ่านไม่ออก = ไม่ผ่าน
ข้อ 7: ระบบน้ำดับเพลิง + วิศวกรรับรอง
ข้อ 12 บังคับให้มีระบบน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ประกอบเพียงพอในทุกส่วนของอาคาร ถ้าไม่มีท่อน้ำดับเพลิงของทางราชการในพื้นที่ ต้องเตรียมน้ำสำรองตามตารางที่ 1 ของกฎกระทรวง (9,000-36,000 ลิตร ขึ้นอยู่กับพื้นที่อาคาร)
ที่สำคัญ — ระบบส่งน้ำ ที่เก็บกักน้ำ และเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร และข้อต่อสายส่งน้ำ-หัวฉีดต้องใช้ระบบเดียวกับหน่วยดับเพลิงของท้องถิ่น (ไม่งั้นรถดับเพลิงมาแล้วต่อไม่ได้)
สำหรับสภาพเสี่ยงเบา ข้อ 15 ผ่อนผันให้ใช้แค่เครื่องดับเพลิงเคลื่อนย้ายได้อย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าสภาพเสี่ยงปานกลางหรือร้ายแรง = ต้องครบทั้งระบบน้ำ + เครื่องดับเพลิง
ข้อ 8: เครื่องดับเพลิงเคลื่อนย้ายได้ ตามประเภทเพลิง
ข้อ 13 บังคับให้มี เครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ตามประเภทของเพลิง (เอ บี ซี ดี) ตามมาตรฐาน สมอ. ติดเครื่องหมายและสัญลักษณ์ระบุชนิดและประเภทเพลิงที่เห็นได้ในระยะ ≥1.5 เมตร พร้อมรายละเอียดวิธีใช้เป็นภาษาไทยที่ตัวถัง
ระยะเข้าถึง:
- เพลิงประเภท เอ (ไม้ ผ้า กระดาษ) — ระยะเข้าถึงไม่เกิน 22.5 เมตร
- เพลิงประเภท บี (ของเหลวติดไฟ น้ำมัน) — ตามตารางที่ 3 (9-15 เมตร)
- เพลิงประเภท ดี (โลหะติดไฟ) — ระยะเข้าถึงไม่เกิน 23 เมตร
อยากเข้าใจประเภทเพลิงและวิธีใช้ลึกขึ้น อ่านต่อที่ ประเภทเพลิงและการใช้เครื่องดับเพลิง PASS
หมวด B — แผนและเอกสาร
ข้อ 9: ป้ายข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการดับเพลิงและอพยพหนีไฟ
ข้อ 3 บังคับ ทุกสถานประกอบกิจการ (ไม่ว่ามีลูกจ้างกี่คน) ต้องจัดทำป้ายข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการดับเพลิงและการอพยพหนีไฟ และปิดประกาศให้เห็นได้อย่างชัดเจน
นี่คือป้ายที่บอก "ถ้าเกิดเพลิงไหม้ทำอย่างไร" — กดสัญญาณตรงไหน ใช้เครื่องดับเพลิงยังไง ไปจุดรวมพลที่ไหน — ไม่ใช่แค่ป้ายทางหนีไฟ
ติดให้เห็นในจุดรวมงาน ห้องประชุม โรงอาหาร ทางเดินหลัก — ที่คนผ่านเยอะ
ข้อ 10: แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย (ลูกจ้าง ≥10 คน)
ข้อ 4 บังคับเฉพาะสถานประกอบกิจการที่มี ลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้นายจ้างจัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ประกอบด้วย: ตรวจตรา · อบรม · รณรงค์ป้องกันอัคคีภัย · ดับเพลิง · อพยพหนีไฟ · บรรเทาทุกข์
วรรคสอง — ต้องจัดเก็บแผนที่สถานประกอบกิจการ พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
แผนที่ทำเสร็จไม่ใช่แค่ "เอกสารตั้งโชว์" — ต้องมีการระบุชื่อ-ตำแหน่งของหัวหน้าทีมแต่ละชุด มีลำดับการแจ้งเตือน มีจุดรวมพล มีบทบาทคนรับมือผู้บาดเจ็บ ทีมเดินตรวจระบบไฟฟ้า/ปิดวาล์วก๊าซ ทีมประสานหน่วยดับเพลิงท้องถิ่น
อยากเห็นแม่แบบและขั้นตอนการเขียนแผนซ้อม อ่านต่อที่ แผนการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพ
หมวด C — อบรมและฝึกซ้อม

ข้อ 11: อบรมดับเพลิงขั้นต้น ≥40% ของลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน
ข้อ 27 บังคับให้นายจ้างจัดให้ ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน รับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น โดยผู้ดำเนินการฝึกอบรมต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.)
จุดที่ผิดบ่อย: คิดว่า 40% ของลูกจ้างทั้งโรงงาน — ไม่ใช่ กฎเขียนว่า "ในแต่ละหน่วยงาน" หมายความว่าถ้ามี 5 แผนก ต้องคิด 40% ของแต่ละแผนกแยกกัน
ตัวเลขนี้เป็นกฎหมายไทย — ไม่ใช่ NFPA หรือ OSHA — และผู้อบรมต้องมีใบอนุญาตจาก กสร. โดยตรง ใช้วิทยากรอิสระที่ไม่มีใบไม่ผ่าน audit
ต้องอบรมดับเพลิงขั้นต้นให้ครบ 40% ของแต่ละหน่วยงาน? Safety Station เปิดหลักสูตร ดับเพลิงขั้นต้น (Basic Fire Fighting) ตามกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 27 ครบ 6 ชั่วโมง พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม
ข้อ 12: ฝึกซ้อมดับเพลิง + อพยพหนีไฟ พร้อมกัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ข้อ 30 วรรคหนึ่ง บังคับให้ลูกจ้างทุกคน ฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง และในอาคารเดียวกันที่มีหลายนายจ้าง ลูกจ้างทุกรายในวันและเวลาเดียวกันต้องซ้อมพร้อมกัน
คำว่า "พร้อมกัน" สำคัญ — บางโรงงานทำซ้อมดับเพลิงแยกกับซ้อมอพยพ คนละวัน ถือว่ายังไม่ครบตามกฎ ต้องจัดในรอบเดียว ลำดับคือ พบไฟ → กดสัญญาณ → แจ้งทีมดับเพลิงเบื้องต้น → อพยพคนที่เหลือไปจุดรวมพล → นับจำนวน → ประเมินผล
ถ้านายจ้างทำเองไม่ได้ ต้องให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสร. เป็นผู้ดำเนินการ
หมวด D — ตรวจสอบและบำรุงรักษา
ข้อ 13: ตรวจสอบเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ไม่น้อยกว่า 6 เดือนต่อครั้ง
ข้อ 13(5) บังคับให้ดูแลรักษาและตรวจสอบเครื่องดับเพลิงให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี โดยการตรวจสอบต้อง ไม่น้อยกว่าหกเดือนต่อหนึ่งครั้ง พร้อมติดป้ายแสดงผลการตรวจสอบและวันที่ตรวจครั้งสุดท้ายไว้ที่อุปกรณ์
ผลการตรวจต้องเก็บไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจได้ตลอดเวลา และต้องมีการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนถ่ายสารดับเพลิงตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
หมายเหตุ — สำหรับ อุปกรณ์ดับเพลิงอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เครื่องดับเพลิงเคลื่อนย้ายได้ (เช่น ตู้ดับเพลิงในผนัง สายฉีด สัญญาณ) ข้อ 16(3) กำหนดให้ตรวจถี่กว่า — ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง หรือตามที่ผู้ผลิตกำหนด
ทำตารางตรวจ + ติดป้ายผลตรวจที่ตัวถัง — อย่าตรวจแล้วบันทึกแต่ในไฟล์ Excel เพราะพนักงานตรวจมาเขาดูป้ายที่ถังก่อน
หมวด E — รายงานและส่งเอกสาร
ข้อ 14: ส่งแผนฝึกซ้อมต่ออธิบดี ก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข้อ 30 วรรคสอง บังคับให้นายจ้างส่งแผนการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกซ้อม ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน
นี่คือจุดที่โรงงานพลาดบ่อยสุด — ซ้อมเสร็จแล้วเพิ่งรู้ว่าต้องส่งแผนล่วงหน้า เลยส่งย้อนหลังพร้อมรายงาน ผลคือ audit failed
ตั้ง reminder ในปฏิทินทีม จป. ทันที — D-30 ส่งแผน, D-day ซ้อม, D+30 ส่งรายงาน
ข้อ 15: ส่งรายงานผลฝึกซ้อมภายใน 30 วันหลังเสร็จสิ้น
ข้อ 30 วรรคสาม บังคับให้นายจ้างจัดทำรายงานผลการฝึกซ้อมตามแบบที่อธิบดีกำหนด และยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกซ้อม
แบบรายงานเป็นแบบฟอร์มที่กรมกำหนด (ปัจจุบันส่งผ่าน e-Service ของ กสร. ได้) ต้องระบุ: วันที่ซ้อม สถานที่ จำนวนผู้เข้าร่วม ระยะเวลาอพยพ ปัญหาที่พบ และข้อเสนอแนะปรับปรุง
เก็บหลักฐานคู่กับรายงาน: รูปถ่ายจุดรวมพล รายชื่อผู้เข้าร่วม timeline เวลา และผลการประเมินจากผู้ดำเนินการฝึกซ้อม — เผื่อพนักงานตรวจขอดูตอน follow-up audit
Checklist สรุป — พิมพ์ออกไปใช้ได้


ใช้ตารางนี้เดินตรวจหน้างาน ติ๊กถูกทุกข้อก่อนถือว่าผ่าน
| ข้อ | สิ่งที่ต้องทำ | อ้างอิงในกฎ 2555 |
|---|---|---|
| 1 | ระบบป้องกัน-ระงับอัคคีภัย พร้อมใช้งานเสมอ | ข้อ 2 |
| 2 | เส้นทางหนีไฟ ทุกชั้น ≥2 ทาง · อพยพ ≤5 นาที | ข้อ 8 |
| 3 | ประตูทางหนีไฟ ทนไฟ + เปิดออกตามทิศ + ปิดเอง · ห้ามใส่กลอน | ข้อ 8 |
| 4 | สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทุกชั้น (อาคาร ≥2 ชั้น หรือ ≥300 ตร.ม.) | ข้อ 9 |
| 5 | แสงสว่าง + ไฟฟ้าสำรองทางหนีไฟ | ข้อ 10 |
| 6 | ป้ายทางหนีไฟ ตัวอักษร ≥10 ซม. + มีแสงในตัว | ข้อ 11 |
| 7 | ระบบน้ำดับเพลิง + วิศวกรรับรอง | ข้อ 12 |
| 8 | เครื่องดับเพลิงเคลื่อนย้ายได้ ตามประเภทเพลิง | ข้อ 13 |
| 9 | ป้ายข้อปฏิบัติดับเพลิง-อพยพหนีไฟ ปิดประกาศ | ข้อ 3 |
| 10 | แผนป้องกัน-ระงับอัคคีภัย (ลูกจ้าง ≥10 คน) | ข้อ 4 |
| 11 | อบรมดับเพลิงขั้นต้น ≥40% ของลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน | ข้อ 27 |
| 12 | ซ้อมดับเพลิง + อพยพหนีไฟ พร้อมกัน ปีละ ≥1 ครั้ง | ข้อ 30 วรรค 1 |
| 13 | ตรวจสอบเครื่องดับเพลิงเคลื่อนย้ายได้ ≥6 เดือน/ครั้ง | ข้อ 13(5) |
| 14 | ส่งแผนฝึกซ้อมต่ออธิบดี ก่อนซ้อม ≥30 วัน | ข้อ 30 วรรค 2 |
| 15 | ส่งรายงานผลฝึกซ้อม ภายใน 30 วันหลังซ้อม | ข้อ 30 วรรค 3 |
15 ข้อนี้คือแกนหลัก แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของกฎ — ถ้าเป็นสถานประกอบกิจการที่มีสภาพเสี่ยงปานกลางหรือร้ายแรง (ข้อ 1 นิยาม) จะมีข้อบังคับเพิ่มเรื่องการจัดลูกจ้างประจำดับเพลิง (ข้อ 17), การอบรมผู้ปฏิบัติงานป้องกัน-ระงับ (ข้อ 28), และระบบ PPE ดับเพลิงครบชุด
อยากเข้าใจกฎฉบับนี้ทั้งหมด อ่านต่อที่ ภาพรวมกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555
ทำอย่างไรไม่ให้ตกหล่น
3 แนวทางที่โรงงานที่ผ่าน audit ทำกัน:
- มี Annual Calendar — ใส่ทั้ง 15 ข้อนี้เป็น recurring task ในปฏิทินทีม จป. โดยเฉพาะ D-30 ก่อนซ้อม, D-day, D+30 หลังซ้อม, รอบตรวจถังดับเพลิงทุก 6 เดือน, รอบตรวจอุปกรณ์อื่นทุกเดือน
- ทำ self-audit ก่อนพนักงานตรวจมา — ใช้ checklist นี้เดินเทียบ 1 เดือนล่วงหน้า เจอจุดขาดจะมีเวลาแก้ก่อน
- เก็บหลักฐานครบ — รูปถ่ายตอนซ้อม ลายเซ็นผู้เข้าอบรม ใบรับรองวิศวกร ใบ certificate ผู้ดำเนินการฝึกซ้อม ป้ายผลตรวจที่ตัวถัง — ทุกอย่างต้อง trace กลับไปได้
ที่สำคัญสุด — กฎ 2555 ออกตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ถ้าฝ่าฝืน มาตรา 53 กำหนดโทษไว้สูงสุด จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนิติบุคคลก็ไม่รอด เพราะมาตรา 69 กำหนดให้กรรมการ/ผู้จัดการรับโทษร่วม
15 ข้อนี้ไม่ใช่ "ทำให้ครบเพราะกลัวโทษ" — มันคือเครื่องมือที่ทำให้คนของคุณ 100 คน 500 คน 1000 คน ออกจากอาคารได้ทันเมื่อเกิดเพลิง
อ้างอิง
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (ข้อ 2-30, ตารางท้ายกฎ 1-3)
- กฎกระทรวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 — แก้ไขข้อ 11(1) ตัวอักษรป้ายทางหนีไฟจาก ≥15 ซม. เป็น ≥10 ซม.
- พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — มาตรา 8 (อำนาจออกกฎกระทรวง), มาตรา 53 (โทษ), มาตรา 69 (กรรมการ/ผู้จัดการรับโทษร่วม)
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
