วิธีคำนวณ LTIFR / TRIFR / Severity Rate — สูตร ฐานชั่วโมง (×200,000 vs ×1,000,000) พร้อมตัวอย่างเลขจริง
วิธีคำนวณ LTIFR, TRIFR/TRIR และ Severity Rate ทีละขั้น — แยกฐาน 200,000 (OSHA สหรัฐฯ) vs 1,000,000 (ISO 45001/HSE UK) พร้อมตัวอย่างแทนค่า ระบุชัดว่าเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย

จป.วิชาชีพและทีม HSE จำนวนมากคำนวณ LTIFR ได้ถูกต้องตามสูตร แต่พอต้องส่งตัวเลขให้บริษัทแม่ต่างชาติหรือเทียบกับ benchmark ของกลุ่ม กลับพบว่าตัวเลขเทียบกันไม่ได้ ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่สูตร แต่อยู่ที่ "ฐานชั่วโมง" ที่ใช้ไม่ตรงกัน — และนี่คือกับดักที่พบบ่อยที่สุดในการรายงาน safety KPI
ก่อนอื่นต้องวางกรอบให้ชัด สูตร LTIFR, TRIFR และ Severity Rate รวมถึงฐานชั่วโมง 200,000 และ 1,000,000 ทั้งหมดเป็น "มาตรฐานสากล" ของ OSHA สหรัฐฯ, ISO 45001, HSE สหราชอาณาจักร และ IOGP ไม่ใช่ "กฎหมายไทย" กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้คำนวณ LTIFR/TRIFR แต่อย่างใด ดังนั้นห้ามเขียนหรือเข้าใจว่า "ตามกฎหมายต้องคำนวณ LTIFR" — สิ่งที่กฎหมายไทยบังคับคือการแจ้งการประสบอันตราย ซึ่งจะกล่าวถึงตอนท้าย
บทนี้เจาะที่ "วิธีคำนวณลงมือทำได้จริง พร้อมตัวอย่างแทนค่า" หากต้องการภาพรวมแนวคิด leading vs lagging indicator ดูได้ที่ KPI ความปลอดภัย Leading vs Lagging
โครงสร้างสูตรร่วม — Frequency Rate กับ Severity Rate
อัตราทั้งสามตัวมีโครงสร้างเดียวกัน คือเอา "จำนวนเหตุการณ์" คูณ "ฐานชั่วโมง" แล้วหารด้วย "ชั่วโมงทำงานรวมของลูกจ้าง" สิ่งที่ต่างกันคือ "ตัวตั้ง" (numerator) ว่านับอะไร
อัตรา = (จำนวนเหตุการณ์ × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม
ความแตกต่างหลักคือ frequency rate (LTIFR, TRIFR) วัด "ความถี่" ว่าเกิดบ่อยแค่ไหน ขณะที่ severity rate วัด "ความหนัก" ว่าเหตุที่เกิดรุนแรงเพียงใด สององค์กรอาจมี frequency rate เท่ากัน แต่ severity rate ต่างกันมาก ถ้าที่หนึ่งบาดเจ็บเล็กน้อยส่วนอีกที่บาดเจ็บสาหัส
TRIFR / TRIR — อัตราการบาดเจ็บที่บันทึกได้ทั้งหมด
TRIFR (Total Recordable Injury Frequency Rate) หรือ TRIR วัดความถี่ของ "recordable case" ทั้งหมด
TRIFR = (จำนวน recordable cases × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม
ตามนิยามของ OSHA recordable case ครอบคลุมการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานที่เข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ เสียชีวิต, ขาดงาน (days away from work), งานจำกัดหรือต้องย้ายงาน (restricted work / job transfer), การรักษาที่เกินการปฐมพยาบาล (medical treatment beyond first aid), หมดสติ (loss of consciousness) หรือการวินิจฉัยภาวะสำคัญโดยแพทย์ TRIFR จึงเป็นตัวที่ครอบคลุมกว้างที่สุดในสามตัว
LTIFR — อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน
LTIFR (Lost Time Injury Frequency Rate) นับเฉพาะ "การบาดเจ็บที่ทำให้เสียวันทำงาน" (lost-time injury)
LTIFR = (จำนวน lost-time injury × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม
ต่างจาก TRIFR ตรงที่ LTIFR ตัด recordable ที่ไม่ถึงขั้นหยุดงานออก เช่น เคสที่รักษาแล้วกลับมาทำงานได้ในวันเดียวกันโดยไม่เสียวันทำงาน จะนับใน TRIFR แต่ไม่นับใน LTIFR ดังนั้น LTIFR จะมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ TRIFR เสมอเมื่อใช้ฐานเดียวกัน
Severity Rate — อัตราความรุนแรง
Severity Rate (อัตราความรุนแรง) วัด "ความหนัก" ของการบาดเจ็บ โดยใช้จำนวนวันทำงานที่สูญเสียทั้งหมดเป็นตัวตั้ง
Severity Rate = (จำนวนวันทำงานที่สูญเสียทั้งหมด × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม
ขณะที่ frequency rate ตอบว่า "เกิดกี่ครั้ง" severity rate ตอบว่า "แต่ละครั้งทำให้เสียวันทำงานไปเท่าไร" การดูคู่กันจะเห็นภาพครบ — frequency สูงแต่ severity ต่ำ แปลว่าเหตุเล็กเกิดบ่อย ส่วน frequency ต่ำแต่ severity สูง แปลว่าเหตุไม่บ่อยแต่หนักเมื่อเกิด
ตารางเปรียบเทียบ TRIFR vs LTIFR vs Severity Rate

| อัตรา | ตัวตั้ง (numerator) | วัดอะไร | ใช้เมื่อไหร่ |
|---|---|---|---|
| TRIFR / TRIR | recordable case ทั้งหมด (ตามนิยาม OSHA) | ความถี่รวมทุกการบาดเจ็บที่บันทึกได้ | ภาพรวมความปลอดภัยทั้งระบบ เทียบ benchmark สากล |
| LTIFR | เฉพาะ lost-time injury (เสียวันทำงาน) | ความถี่ของการบาดเจ็บที่หนักพอให้หยุดงาน | ติดตามเหตุที่กระทบกำลังคนจริง |
| Severity Rate | จำนวนวันทำงานที่สูญเสียทั้งหมด | ความหนัก/ความรุนแรงต่อเหตุ | ประเมินความรุนแรง ควบคู่ frequency |
หัวใจของเรื่อง — ฐานชั่วโมง 200,000 หรือ 1,000,000

ตัวเลขที่ทำให้รายงานเพี้ยนบ่อยที่สุดคือ "ฐานชั่วโมง" ซึ่งมี 2 ระบบหลักที่ใช้กันคนละสำนัก
OSHA สหรัฐฯ ใช้ฐาน 200,000 ชั่วโมง สูตรอัตราการเกิดเหตุ (Incidence Rate) ตามคำตีความของ OSHA คือ "(Number of injuries and illnesses X 200,000) / Employee hours worked = Incidence rate" โดยเลข 200,000 มาจากจำนวนชั่วโมงที่ลูกจ้าง 100 คน ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ × 50 สัปดาห์ต่อปี (100 × 40 × 50 = 200,000) ฐานนี้จึงให้ผลเป็น "อัตราต่อลูกจ้าง 100 คนต่อปี" โดยประมาณ
ส่วนนอกสหรัฐฯ — มาตรฐาน ISO 45001, HSE สหราชอาณาจักร และ IOGP — นิยมใช้ฐาน 1,000,000 ชั่วโมง ซึ่งให้ตัวเลขในสเกล "ต่อล้านชั่วโมงทำงาน"
ผลที่ตามมาคือ ข้อมูลชุดเดียวกันเป๊ะ แต่คำนวณคนละฐาน จะได้ตัวเลขต่างกัน 5 เท่า (เพราะ 1,000,000 ÷ 200,000 = 5) ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบตัวเลข ต้องตรวจฐานชั่วโมงให้ตรงกันก่อนเสมอ และต้องระบุฐานทุกครั้งในรายงาน — รายงาน LTIFR ที่ไม่ระบุฐาน เท่ากับตัวเลขที่ตีความไม่ได้
| ฐานชั่วโมง | ที่มาของเลข | ใครใช้ |
|---|---|---|
| 200,000 | 100 คน × 40 ชม./สัปดาห์ × 50 สัปดาห์/ปี | OSHA สหรัฐฯ (US BLS) |
| 1,000,000 | สเกลต่อล้านชั่วโมงทำงาน | ISO 45001 / HSE UK / IOGP |
วิธีนับ "ชั่วโมงทำงานรวม" ที่ถูกต้อง
ตัวหาร (denominator) คือชั่วโมงทำงานรวมของลูกจ้างทุกคนในช่วงเวลาที่คำนวณ ตามแนวทางของ OSHA ให้รวม "เฉพาะชั่วโมงทำงานจริง" (รวมชั่วโมงล่วงเวลา/OT) และ "ไม่รวม" วันลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ หรือลาคลอด เพราะวันเหล่านั้นลูกจ้างไม่ได้สัมผัสความเสี่ยงในที่ทำงาน การนับชั่วโมงผิด (เช่น เอา headcount × 2,080 ชั่วโมงแบบเหมา โดยไม่หักวันลา) จะทำให้ตัวหารสูงเกินจริงและอัตราต่ำกว่าความเป็นจริง
ตัวอย่างแทนค่า (ค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคำนวณ)
ตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสอนวิธีคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ค่ามาตรฐานหรือค่าเป้าหมายของอุตสาหกรรมไทยใด ๆ
สมมติโรงงานแห่งหนึ่ง:
- มีลูกจ้าง 250 คน
- ชั่วโมงทำงานรวมตลอดปี = 500,000 ชั่วโมง
- เกิด recordable case 4 เคส
- ในจำนวนนั้นเป็น lost-time injury 2 เคส
- รวมวันทำงานที่สูญเสีย 30 วัน
TRIR (ฐาน 200,000): TRIR = (4 × 200,000) ÷ 500,000 = 800,000 ÷ 500,000 = 1.6
LTIFR (ฐาน 1,000,000): LTIFR = (2 × 1,000,000) ÷ 500,000 = 2,000,000 ÷ 500,000 = 4.0
Severity Rate (ฐาน 1,000,000): Severity Rate = (30 × 1,000,000) ÷ 500,000 = 30,000,000 ÷ 500,000 = 60
สังเกตว่าตัวอย่างนี้จงใจใช้ฐานต่างกันใน TRIR (200,000) และ LTIFR (1,000,000) เพื่อย้ำว่าถ้าไม่ระบุฐานกำกับ ตัวเลข 1.6 กับ 4.0 จะดูเหมือนเทียบกันได้ทั้งที่คนละสเกล ในการรายงานจริงควรใช้ฐานเดียวกันทั้งชุดและระบุฐานให้ชัด
ที่มาของข้อมูล Numerator
ตัวตั้งของทุกสูตร — จำนวน recordable, lost-time injury, และวันที่สูญเสีย — มาจากการบันทึกการบาดเจ็บที่หน้างาน ความแม่นยำของ KPI จึงขึ้นกับคุณภาพของรายงานอุบัติเหตุโดยตรง ถ้าข้อมูลดิบไม่ครบหรือจัดประเภทผิด อัตราที่ได้ก็ผิดตาม ดูแนวทางที่ การเขียนรายงานอุบัติเหตุ
เชื่อมโยงกฎหมายไทย — KPI กับการแจ้ง ม.34
กฎหมายไทย คือพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ไม่ได้บังคับสูตรคำนวณ LTIFR/TRIFR/Severity Rate แต่บังคับ "การแจ้งการประสบอันตราย" ตามมาตรา 34 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการแจ้งเหตุต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย ไม่ใช่สูตร KPI
ข้อมูลการบาดเจ็บที่นายจ้างต้องแจ้งและบันทึกตามมาตรา 34 จึงเป็น "แหล่งข้อมูลดิบ" (numerator) ที่ป้อนเข้าสูตร KPI เหล่านี้ พูดง่าย ๆ คือ KPI เป็นเครื่องมือบริหาร (management tool) ส่วนการแจ้งตามมาตรา 34 เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย — รายละเอียดการแจ้งดูที่ การแจ้งการประสบอันตรายตามมาตรา 34
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: กฎหมายไทยบังคับให้คำนวณ LTIFR หรือ TRIFR ไหม? ไม่ สูตรเหล่านี้เป็นมาตรฐานสากล (OSHA สหรัฐฯ / ISO 45001 / HSE UK / IOGP) กฎหมายไทยบังคับเฉพาะการแจ้งการประสบอันตรายตามมาตรา 34 ไม่ได้บังคับสูตร KPI
ถาม: ทำไมตัวเลข LTIFR ของเราไม่ตรงกับบริษัทแม่? น่าจะใช้ฐานชั่วโมงต่างกัน ตรวจว่าใช้ 200,000 (OSHA) หรือ 1,000,000 (ISO/HSE) — ต่างกัน 5 เท่าด้วยข้อมูลเดียวกัน
ถาม: TRIFR กับ LTIFR ต่างกันอย่างไร? TRIFR นับ recordable ทั้งหมด ส่วน LTIFR นับเฉพาะที่เสียวันทำงาน LTIFR จึงน้อยกว่าหรือเท่ากับ TRIFR เสมอเมื่อใช้ฐานเดียวกัน
ถาม: ชั่วโมงทำงานรวม ต้องรวมวันลาด้วยไหม? ไม่ ให้นับเฉพาะชั่วโมงทำงานจริง (รวม OT) ไม่รวมวันลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ตามแนวทาง OSHA
ถาม: Frequency rate กับ Severity rate ต่างกันอย่างไร? Frequency rate (LTIFR/TRIFR) วัดความถี่ว่าเกิดบ่อยแค่ไหน ส่วน Severity rate วัดความหนักว่าแต่ละครั้งทำให้เสียวันทำงานเท่าไร ควรดูคู่กัน
สรุป
- LTIFR/TRIFR/Severity Rate และฐานชั่วโมง 200,000/1,000,000 เป็นมาตรฐานสากล (OSHA สหรัฐฯ / ISO 45001 / HSE UK / IOGP) ไม่ใช่กฎหมายไทย
- โครงสร้างร่วม: (จำนวนเหตุการณ์ × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม — ต่างกันที่ตัวตั้ง
- TRIFR นับ recordable ทั้งหมด · LTIFR นับเฉพาะ lost-time · Severity Rate ใช้จำนวนวันที่สูญเสีย
- ฐาน OSHA 200,000 = 100×40×50 · ฐาน ISO/HSE 1,000,000 — ต่างกัน 5 เท่า ต้องระบุฐานทุกครั้ง ห้ามเทียบข้ามฐาน
- ชั่วโมงทำงานรวม นับเฉพาะชั่วโมงจริง (รวม OT) ไม่รวมวันลา
- กฎหมายไทยบังคับการแจ้งประสบอันตราย (ม.34) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลดิบของ KPI ไม่ได้บังคับสูตร KPI
อ้างอิง
- OSHA Standard Interpretation — สูตร Incidence Rate "(Number of injuries and illnesses X 200,000) / Employee hours worked" (มาตรฐานสหรัฐฯ ไม่ใช่กฎหมายไทย)
- ISO 45001 / HSE สหราชอาณาจักร / IOGP — ฐาน 1,000,000 ชั่วโมง สำหรับ LTIFR (มาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย)
- พระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 (มาตรา 34 — การแจ้งการประสบอันตราย)
- KPI ความปลอดภัย Leading vs Lagging
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

คำนวณต้นทุนอุบัติเหตุที่แท้จริง — โมเดลภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg) ต้นทุนทางตรง+ทางอ้อม และอัตราส่วนที่ verify แล้ว
คำนวณต้นทุนอุบัติเหตุที่แท้จริงด้วยโมเดลภูเขาน้ำแข็ง — ต้นทุนทางตรง vs ทางอ้อม อัตราส่วน Heinrich 1:4 และ HSE UK 1:8 ถึง 1:36 พร้อมตัวอย่างทำ business case ขอบงบป้องกัน (โมเดลสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย)

Safety KPI — LTIFR, TRIFR, Severity Rate และ Leading Indicators
สูตรคำนวณ LTIFR, TRIFR, Severity Rate ตามมาตรฐาน OSHA/ANSI/ILO พร้อม Leading Indicators และ benchmark สากล — สำหรับ จป.วิชาชีพและ EHS Manager