📊 ระบบบริหาร & เหตุฉุกเฉิน

วิธีคำนวณ LTIFR / TRIFR / Severity Rate — สูตร ฐานชั่วโมง (×200,000 vs ×1,000,000) พร้อมตัวอย่างเลขจริง

วิธีคำนวณ LTIFR, TRIFR/TRIR และ Severity Rate ทีละขั้น — แยกฐาน 200,000 (OSHA สหรัฐฯ) vs 1,000,000 (ISO 45001/HSE UK) พร้อมตัวอย่างแทนค่า ระบุชัดว่าเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย

Safety Station 10112 มิถุนายน 2569อ่าน 13 นาที · 2,871 คำ
วิธีคำนวณ LTIFR / TRIFR / Severity Rate — สูตร ฐานชั่วโมง (×200,000 vs ×1,000,000) พร้อมตัวอย่างเลขจริง

จป.วิชาชีพและทีม HSE จำนวนมากคำนวณ LTIFR ได้ถูกต้องตามสูตร แต่พอต้องส่งตัวเลขให้บริษัทแม่ต่างชาติหรือเทียบกับ benchmark ของกลุ่ม กลับพบว่าตัวเลขเทียบกันไม่ได้ ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่สูตร แต่อยู่ที่ "ฐานชั่วโมง" ที่ใช้ไม่ตรงกัน — และนี่คือกับดักที่พบบ่อยที่สุดในการรายงาน safety KPI

ก่อนอื่นต้องวางกรอบให้ชัด สูตร LTIFR, TRIFR และ Severity Rate รวมถึงฐานชั่วโมง 200,000 และ 1,000,000 ทั้งหมดเป็น "มาตรฐานสากล" ของ OSHA สหรัฐฯ, ISO 45001, HSE สหราชอาณาจักร และ IOGP ไม่ใช่ "กฎหมายไทย" กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้คำนวณ LTIFR/TRIFR แต่อย่างใด ดังนั้นห้ามเขียนหรือเข้าใจว่า "ตามกฎหมายต้องคำนวณ LTIFR" — สิ่งที่กฎหมายไทยบังคับคือการแจ้งการประสบอันตราย ซึ่งจะกล่าวถึงตอนท้าย

บทนี้เจาะที่ "วิธีคำนวณลงมือทำได้จริง พร้อมตัวอย่างแทนค่า" หากต้องการภาพรวมแนวคิด leading vs lagging indicator ดูได้ที่ KPI ความปลอดภัย Leading vs Lagging

โครงสร้างสูตรร่วม — Frequency Rate กับ Severity Rate

อัตราทั้งสามตัวมีโครงสร้างเดียวกัน คือเอา "จำนวนเหตุการณ์" คูณ "ฐานชั่วโมง" แล้วหารด้วย "ชั่วโมงทำงานรวมของลูกจ้าง" สิ่งที่ต่างกันคือ "ตัวตั้ง" (numerator) ว่านับอะไร

อัตรา = (จำนวนเหตุการณ์ × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม

ความแตกต่างหลักคือ frequency rate (LTIFR, TRIFR) วัด "ความถี่" ว่าเกิดบ่อยแค่ไหน ขณะที่ severity rate วัด "ความหนัก" ว่าเหตุที่เกิดรุนแรงเพียงใด สององค์กรอาจมี frequency rate เท่ากัน แต่ severity rate ต่างกันมาก ถ้าที่หนึ่งบาดเจ็บเล็กน้อยส่วนอีกที่บาดเจ็บสาหัส

TRIFR / TRIR — อัตราการบาดเจ็บที่บันทึกได้ทั้งหมด

TRIFR (Total Recordable Injury Frequency Rate) หรือ TRIR วัดความถี่ของ "recordable case" ทั้งหมด

TRIFR = (จำนวน recordable cases × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม

ตามนิยามของ OSHA recordable case ครอบคลุมการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานที่เข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ เสียชีวิต, ขาดงาน (days away from work), งานจำกัดหรือต้องย้ายงาน (restricted work / job transfer), การรักษาที่เกินการปฐมพยาบาล (medical treatment beyond first aid), หมดสติ (loss of consciousness) หรือการวินิจฉัยภาวะสำคัญโดยแพทย์ TRIFR จึงเป็นตัวที่ครอบคลุมกว้างที่สุดในสามตัว

LTIFR — อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน

LTIFR (Lost Time Injury Frequency Rate) นับเฉพาะ "การบาดเจ็บที่ทำให้เสียวันทำงาน" (lost-time injury)

LTIFR = (จำนวน lost-time injury × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม

ต่างจาก TRIFR ตรงที่ LTIFR ตัด recordable ที่ไม่ถึงขั้นหยุดงานออก เช่น เคสที่รักษาแล้วกลับมาทำงานได้ในวันเดียวกันโดยไม่เสียวันทำงาน จะนับใน TRIFR แต่ไม่นับใน LTIFR ดังนั้น LTIFR จะมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ TRIFR เสมอเมื่อใช้ฐานเดียวกัน

Severity Rate — อัตราความรุนแรง

Severity Rate (อัตราความรุนแรง) วัด "ความหนัก" ของการบาดเจ็บ โดยใช้จำนวนวันทำงานที่สูญเสียทั้งหมดเป็นตัวตั้ง

Severity Rate = (จำนวนวันทำงานที่สูญเสียทั้งหมด × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม

ขณะที่ frequency rate ตอบว่า "เกิดกี่ครั้ง" severity rate ตอบว่า "แต่ละครั้งทำให้เสียวันทำงานไปเท่าไร" การดูคู่กันจะเห็นภาพครบ — frequency สูงแต่ severity ต่ำ แปลว่าเหตุเล็กเกิดบ่อย ส่วน frequency ต่ำแต่ severity สูง แปลว่าเหตุไม่บ่อยแต่หนักเมื่อเกิด

ตารางเปรียบเทียบ TRIFR vs LTIFR vs Severity Rate

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบ TRIFR LTIFR และ Severity Rate — TRIFR นับ recordable ทั้งหมด LTIFR นับเฉพาะ lost-time ส่วน Severity Rate วัดวันที่สูญเสีย

อัตรา ตัวตั้ง (numerator) วัดอะไร ใช้เมื่อไหร่
TRIFR / TRIR recordable case ทั้งหมด (ตามนิยาม OSHA) ความถี่รวมทุกการบาดเจ็บที่บันทึกได้ ภาพรวมความปลอดภัยทั้งระบบ เทียบ benchmark สากล
LTIFR เฉพาะ lost-time injury (เสียวันทำงาน) ความถี่ของการบาดเจ็บที่หนักพอให้หยุดงาน ติดตามเหตุที่กระทบกำลังคนจริง
Severity Rate จำนวนวันทำงานที่สูญเสียทั้งหมด ความหนัก/ความรุนแรงต่อเหตุ ประเมินความรุนแรง ควบคู่ frequency

หัวใจของเรื่อง — ฐานชั่วโมง 200,000 หรือ 1,000,000

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบฐานชั่วโมง 200,000 ของ OSHA สหรัฐฯ กับ 1,000,000 ของ ISO 45001/HSE UK ที่ให้ผลต่างกัน 5 เท่า ต้องระบุฐานทุกครั้ง

ตัวเลขที่ทำให้รายงานเพี้ยนบ่อยที่สุดคือ "ฐานชั่วโมง" ซึ่งมี 2 ระบบหลักที่ใช้กันคนละสำนัก

OSHA สหรัฐฯ ใช้ฐาน 200,000 ชั่วโมง สูตรอัตราการเกิดเหตุ (Incidence Rate) ตามคำตีความของ OSHA คือ "(Number of injuries and illnesses X 200,000) / Employee hours worked = Incidence rate" โดยเลข 200,000 มาจากจำนวนชั่วโมงที่ลูกจ้าง 100 คน ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ × 50 สัปดาห์ต่อปี (100 × 40 × 50 = 200,000) ฐานนี้จึงให้ผลเป็น "อัตราต่อลูกจ้าง 100 คนต่อปี" โดยประมาณ

ส่วนนอกสหรัฐฯ — มาตรฐาน ISO 45001, HSE สหราชอาณาจักร และ IOGP — นิยมใช้ฐาน 1,000,000 ชั่วโมง ซึ่งให้ตัวเลขในสเกล "ต่อล้านชั่วโมงทำงาน"

ผลที่ตามมาคือ ข้อมูลชุดเดียวกันเป๊ะ แต่คำนวณคนละฐาน จะได้ตัวเลขต่างกัน 5 เท่า (เพราะ 1,000,000 ÷ 200,000 = 5) ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบตัวเลข ต้องตรวจฐานชั่วโมงให้ตรงกันก่อนเสมอ และต้องระบุฐานทุกครั้งในรายงาน — รายงาน LTIFR ที่ไม่ระบุฐาน เท่ากับตัวเลขที่ตีความไม่ได้

ฐานชั่วโมง ที่มาของเลข ใครใช้
200,000 100 คน × 40 ชม./สัปดาห์ × 50 สัปดาห์/ปี OSHA สหรัฐฯ (US BLS)
1,000,000 สเกลต่อล้านชั่วโมงทำงาน ISO 45001 / HSE UK / IOGP

วิธีนับ "ชั่วโมงทำงานรวม" ที่ถูกต้อง

ตัวหาร (denominator) คือชั่วโมงทำงานรวมของลูกจ้างทุกคนในช่วงเวลาที่คำนวณ ตามแนวทางของ OSHA ให้รวม "เฉพาะชั่วโมงทำงานจริง" (รวมชั่วโมงล่วงเวลา/OT) และ "ไม่รวม" วันลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ หรือลาคลอด เพราะวันเหล่านั้นลูกจ้างไม่ได้สัมผัสความเสี่ยงในที่ทำงาน การนับชั่วโมงผิด (เช่น เอา headcount × 2,080 ชั่วโมงแบบเหมา โดยไม่หักวันลา) จะทำให้ตัวหารสูงเกินจริงและอัตราต่ำกว่าความเป็นจริง

ตัวอย่างแทนค่า (ค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคำนวณ)

ตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสอนวิธีคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ค่ามาตรฐานหรือค่าเป้าหมายของอุตสาหกรรมไทยใด ๆ

สมมติโรงงานแห่งหนึ่ง:

  • มีลูกจ้าง 250 คน
  • ชั่วโมงทำงานรวมตลอดปี = 500,000 ชั่วโมง
  • เกิด recordable case 4 เคส
  • ในจำนวนนั้นเป็น lost-time injury 2 เคส
  • รวมวันทำงานที่สูญเสีย 30 วัน

TRIR (ฐาน 200,000): TRIR = (4 × 200,000) ÷ 500,000 = 800,000 ÷ 500,000 = 1.6

LTIFR (ฐาน 1,000,000): LTIFR = (2 × 1,000,000) ÷ 500,000 = 2,000,000 ÷ 500,000 = 4.0

Severity Rate (ฐาน 1,000,000): Severity Rate = (30 × 1,000,000) ÷ 500,000 = 30,000,000 ÷ 500,000 = 60

สังเกตว่าตัวอย่างนี้จงใจใช้ฐานต่างกันใน TRIR (200,000) และ LTIFR (1,000,000) เพื่อย้ำว่าถ้าไม่ระบุฐานกำกับ ตัวเลข 1.6 กับ 4.0 จะดูเหมือนเทียบกันได้ทั้งที่คนละสเกล ในการรายงานจริงควรใช้ฐานเดียวกันทั้งชุดและระบุฐานให้ชัด

ที่มาของข้อมูล Numerator

ตัวตั้งของทุกสูตร — จำนวน recordable, lost-time injury, และวันที่สูญเสีย — มาจากการบันทึกการบาดเจ็บที่หน้างาน ความแม่นยำของ KPI จึงขึ้นกับคุณภาพของรายงานอุบัติเหตุโดยตรง ถ้าข้อมูลดิบไม่ครบหรือจัดประเภทผิด อัตราที่ได้ก็ผิดตาม ดูแนวทางที่ การเขียนรายงานอุบัติเหตุ

เชื่อมโยงกฎหมายไทย — KPI กับการแจ้ง ม.34

กฎหมายไทย คือพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ไม่ได้บังคับสูตรคำนวณ LTIFR/TRIFR/Severity Rate แต่บังคับ "การแจ้งการประสบอันตราย" ตามมาตรา 34 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการแจ้งเหตุต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย ไม่ใช่สูตร KPI

ข้อมูลการบาดเจ็บที่นายจ้างต้องแจ้งและบันทึกตามมาตรา 34 จึงเป็น "แหล่งข้อมูลดิบ" (numerator) ที่ป้อนเข้าสูตร KPI เหล่านี้ พูดง่าย ๆ คือ KPI เป็นเครื่องมือบริหาร (management tool) ส่วนการแจ้งตามมาตรา 34 เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย — รายละเอียดการแจ้งดูที่ การแจ้งการประสบอันตรายตามมาตรา 34

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: กฎหมายไทยบังคับให้คำนวณ LTIFR หรือ TRIFR ไหม? ไม่ สูตรเหล่านี้เป็นมาตรฐานสากล (OSHA สหรัฐฯ / ISO 45001 / HSE UK / IOGP) กฎหมายไทยบังคับเฉพาะการแจ้งการประสบอันตรายตามมาตรา 34 ไม่ได้บังคับสูตร KPI

ถาม: ทำไมตัวเลข LTIFR ของเราไม่ตรงกับบริษัทแม่? น่าจะใช้ฐานชั่วโมงต่างกัน ตรวจว่าใช้ 200,000 (OSHA) หรือ 1,000,000 (ISO/HSE) — ต่างกัน 5 เท่าด้วยข้อมูลเดียวกัน

ถาม: TRIFR กับ LTIFR ต่างกันอย่างไร? TRIFR นับ recordable ทั้งหมด ส่วน LTIFR นับเฉพาะที่เสียวันทำงาน LTIFR จึงน้อยกว่าหรือเท่ากับ TRIFR เสมอเมื่อใช้ฐานเดียวกัน

ถาม: ชั่วโมงทำงานรวม ต้องรวมวันลาด้วยไหม? ไม่ ให้นับเฉพาะชั่วโมงทำงานจริง (รวม OT) ไม่รวมวันลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ตามแนวทาง OSHA

ถาม: Frequency rate กับ Severity rate ต่างกันอย่างไร? Frequency rate (LTIFR/TRIFR) วัดความถี่ว่าเกิดบ่อยแค่ไหน ส่วน Severity rate วัดความหนักว่าแต่ละครั้งทำให้เสียวันทำงานเท่าไร ควรดูคู่กัน

สรุป

  • LTIFR/TRIFR/Severity Rate และฐานชั่วโมง 200,000/1,000,000 เป็นมาตรฐานสากล (OSHA สหรัฐฯ / ISO 45001 / HSE UK / IOGP) ไม่ใช่กฎหมายไทย
  • โครงสร้างร่วม: (จำนวนเหตุการณ์ × ฐานชั่วโมง) ÷ ชั่วโมงทำงานรวม — ต่างกันที่ตัวตั้ง
  • TRIFR นับ recordable ทั้งหมด · LTIFR นับเฉพาะ lost-time · Severity Rate ใช้จำนวนวันที่สูญเสีย
  • ฐาน OSHA 200,000 = 100×40×50 · ฐาน ISO/HSE 1,000,000 — ต่างกัน 5 เท่า ต้องระบุฐานทุกครั้ง ห้ามเทียบข้ามฐาน
  • ชั่วโมงทำงานรวม นับเฉพาะชั่วโมงจริง (รวม OT) ไม่รวมวันลา
  • กฎหมายไทยบังคับการแจ้งประสบอันตราย (ม.34) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลดิบของ KPI ไม่ได้บังคับสูตร KPI

อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ KPI & การวัดผล? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำนวณ LTIFR / TRIFR / Severity Rate — สูตร + ฐานชั่วโมง — Safety Station 101