เขียนรายงานอุบัติเหตุยังไงให้ครบ — Template ตามมาตรา 34
Template รายงานอุบัติเหตุ 7 หมวด พร้อม timeline แจ้งทันที + หนังสือ 7 วันตามมาตรา 34 พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ 2554 — จป. ใช้ได้จริงในเหตุการณ์แรก

วันจันทร์เช้า ลูกน้องคนหนึ่งโดน sheet metal บาดมือลึกตอนเข้ากะ — หัวหน้างานพาส่งโรงพยาบาล กลับมาที่ออฟฟิศก็เปิดคอมจะเขียนรายงาน แล้วก็นั่งค้างอยู่ตรงนั้น 20 นาที เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไร เขียนแค่ไหนถึงจะพอ ต้องส่งใคร ต้องแจ้งกรมไหม ถ้าแจ้ง — แจ้งภายในกี่ชั่วโมง
นี่คือสถานการณ์ที่ จป. มือใหม่ (และมือเก่าหลายคน) เจอประจำ การมี template รายงานอุบัติเหตุ ที่พร้อมใช้ และเข้าใจ timeline ตามกฎหมายไทยที่ชัด จะทำให้คุณไม่นั่งค้างแบบนั้นอีก
ลองดู template 7 หมวด + ตาราง timeline ตามมาตรา 34 ของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ 2554 ที่ทำตามได้ในเหตุการณ์แรก
ภาพรวม — ใครต้องเขียน + ทำไม + เสียเวลาเท่าไหร่
ใครต้องเขียน: จป. ที่ดูแลพื้นที่เกิดเหตุ ร่วมกับหัวหน้างาน · กรณีร้ายแรงให้ผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัยและ คปอ. เข้ามาทบทวนด้วย
ทำไมต้องเขียน: เหตุผลมี 3 ชั้น
- ชั้นกฎหมาย — มาตรา 34 ของ พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 บังคับว่าบางกรณีต้องแจ้งกรม
- ชั้นบริหาร — เป็นวัตถุดิบให้ คปอ. ทบทวนและเสนอมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ
- ชั้นปฏิบัติ — เป็นบันทึกประวัติของบริษัทที่ใช้ป้องกันเหตุคล้ายกันในอนาคต และเป็นหลักฐานในการเคลมประกัน/เงินทดแทน
ใช้เวลาเท่าไหร่: รายงานชุดแรก (Preliminary) ภายในวันที่เกิดเหตุ — 30–60 นาทีพอ · รายงานสอบสวนเต็ม (Full Investigation) ภายใน 5–7 วัน — รวมเวลาสอบสวน 2–4 ชั่วโมง + เขียน 1–2 ชั่วโมง
3 ระดับเหตุการณ์ที่ จป. ต้องแยกออก
ก่อนจะเขียน คุณต้องรู้ก่อนว่าเหตุการณ์ที่เกิดอยู่ใน "ระดับ" ไหน เพราะระดับเหตุการณ์เป็นตัวกำหนดว่าใช้ template ภายในพอ หรือต้องแจ้งกรม
| ระดับ | นิยาม | ต้องแจ้งกรมไหม | ใช้ template ไหน |
|---|---|---|---|
| Near miss | เกือบเกิด — ไม่มีคนเจ็บ ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย | ไม่ | Template ภายในแบบสั้น |
| Incident | มีบาดเจ็บเล็กน้อย / ทรัพย์สินเสียหายเล็ก | ดู (3) ในตารางถัดไป — ถ้าเข้าข่ายกฎหมายเงินทดแทน ต้องส่งสำเนาให้พนักงานตรวจฯ ภายใน 7 วัน | Template ภายในเต็ม + แบบกรมถ้าเข้าเงื่อนไข |
| Serious | เสียชีวิต / สูญเสียอวัยวะ / ทุพพลภาพ / เพลิงไหม้ / ระเบิด / สารเคมีรั่วไหล / อุบัติภัยร้ายแรงอื่น | ใช่ — แจ้งทันที + หนังสือ 7 วัน | Template ภายในเต็ม + แบบราชการของกรม 2554 |
เตรียมการ — เอกสาร อุปกรณ์ คน
ก่อนลงพื้นที่สอบสวน เตรียม 3 ส่วนนี้ให้พร้อม
เอกสาร
- Template รายงานอุบัติเหตุ (ภายในบริษัท) — เก็บเป็นไฟล์มาตรฐานในระบบ
- แบบแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงหรือการประสบอันตรายจากการทำงาน ตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2554 — เก็บไว้กรณีต้องส่งกรม
- ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) จากโรงพยาบาลที่รับตัวลูกจ้าง
- ผังหน้างาน (Layout) ของจุดเกิดเหตุ — ไว้ใช้ marking ตำแหน่ง
อุปกรณ์
- กล้อง (มือถือใช้ได้ — แต่อย่าลืม timestamp)
- ตลับเมตร / สายวัด
- ปากกา + สมุดจด หรือแท็บเล็ต
- ถุงเก็บหลักฐาน (กรณีเก็บชิ้นส่วนเครื่องจักรที่หลุด/หัก)
- PPE ของจุดเกิดเหตุ (อย่าเข้าหน้างานโดยไม่ใส่ — เกิดเหตุซ้ำได้)
คน
- หัวหน้างานของจุดเกิดเหตุ — เป็นพยานหลักและรู้ context ดีที่สุด
- ลูกจ้างที่บาดเจ็บ (สอบหลังพ้นภาวะวิกฤต) + พยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ
- ช่างบำรุง — กรณีเครื่องจักร/ระบบไฟฟ้า มีส่วนในเหตุการณ์
- จป.วิชาชีพ / ผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย — กรณีร้ายแรง
Timeline 7 วันตามมาตรา 34 — ตัวสำคัญที่ห้ามเข้าใจผิด

หลายคนเคยอ่านมาตรฐาน OSHA ของอเมริกาที่กำหนดให้แจ้งภายใน 8 ชั่วโมงกรณีเสียชีวิต — กฎหมายไทยไม่ใช่อย่างนั้น กฎหมายไทยใช้คำว่า "ทันที" สำหรับการแจ้งครั้งแรก (โทรศัพท์/โทรสาร) และให้ "หนังสือภายในเจ็ดวัน" ตามมา
มาตรา 34 ของ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 กำหนดไว้ 3 กรณี ที่นายจ้างต้องแจ้งพนักงานตรวจความปลอดภัย ดังตารางนี้
| กรณี | แจ้งครั้งแรก | แจ้งเป็นหนังสือ | ระบุในหนังสือ |
|---|---|---|---|
| (1) ลูกจ้างเสียชีวิต | ทันทีที่ทราบ — โทรศัพท์/โทรสาร/วิธีอื่นที่มีรายละเอียดพอสมควร | ภายใน 7 วันนับแต่วันที่เสียชีวิต | รายละเอียดและสาเหตุ |
| (2) เพลิงไหม้ / ระเบิด / สารเคมีรั่วไหล / อุบัติภัยร้ายแรงอื่น (สถานประกอบกิจการเสียหาย / หยุดการผลิต / มีคนประสบอันตราย) | ทันทีที่ทราบ — โทรศัพท์/โทรสาร/วิธีอื่น | ภายใน 7 วันนับแต่วันเกิดเหตุ | สาเหตุ ความเสียหาย การแก้ไข และวิธีการป้องกันการเกิดซ้ำ |
| (3) ลูกจ้างประสบอันตราย/เจ็บป่วยตามกฎหมายเงินทดแทน | (ไม่ใช่การแจ้งโดยตรง — แต่เมื่อแจ้งสำนักงานประกันสังคมแล้ว) | ส่งสำเนาหนังสือนั้นต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 7 วัน | ตามสำเนาที่แจ้งประกันสังคม |
แบบหนังสือที่ใช้ในกรณี (1) และ (2) ต้องเป็น "แบบแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงหรือการประสบอันตรายจากการทำงาน" ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มราชการที่ลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
Timeline แบบ visual — ชั่วโมง 0 ถึงวันที่ 7
| เวลา | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| ชั่วโมง 0 | เกิดเหตุ · หัวหน้างานรายงาน จป. ทันที |
| ชั่วโมง 0–1 | ปฐมพยาบาล · ส่งโรงพยาบาล · กั้นพื้นที่ · LOTO เครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง |
| ชั่วโมง 1–4 | แจ้งพนักงานตรวจความปลอดภัยทางโทรศัพท์/โทรสาร (กรณีเข้าเงื่อนไขมาตรา 34 (1) หรือ (2)) · ถ่ายรูป · เก็บหลักฐาน · สอบสวนเบื้องต้น |
| วันที่ 1 (ก่อนปิดกะ) | เขียน Preliminary Report (รายงานเบื้องต้น) ส่งผู้บริหาร · นัดประชุม คปอ. โดยไม่ชักช้า (กรณีร้ายแรง) |
| วันที่ 2–5 | สอบสวนเชิงลึก · วิเคราะห์ root cause · ร่างมาตรการแก้ไข |
| วันที่ 7 | ส่งหนังสือฉบับสมบูรณ์ตามแบบประกาศกรมฯ 2554 ถึงพนักงานตรวจความปลอดภัย · กรณี (3) ส่งสำเนาที่แจ้งประกันสังคมด้วย |
ที่ต้องระวัง — "เจ็ดวัน" คือ 7 วันตามปฏิทิน ไม่ใช่ 7 วันทำการ ถ้าเหตุเกิดวันศุกร์ วันส่งคือ "วันพฤหัสบดีถัดไป" ไม่ใช่ "วันศุกร์ถัดไป"
Template รายงานอุบัติเหตุ 7 หมวด — ก๊อปไปใช้ได้

นี่คือโครง template ภายในที่ครอบทุก field ที่ทั้งกรมและ คปอ. ต้องการ บริษัทจะใส่ logo / form number ของตัวเองได้ แต่ 7 หมวดต้องครบ
================================================================
รายงานการสอบสวนอุบัติเหตุ / เหตุการณ์เกือบเกิด (Incident Report)
================================================================
เลขที่รายงาน : IR-YYYY-NNN
วันที่จัดทำ : __/__/____
ระดับเหตุการณ์ : [ ] Near Miss [ ] Incident [ ] Serious
----------------------------------------------------------------
หมวด 1 ข้อมูลผู้ประสบเหตุ / ผู้บาดเจ็บ
----------------------------------------------------------------
- ชื่อ-นามสกุล :
- รหัสพนักงาน :
- เพศ / อายุ :
- ตำแหน่ง :
- แผนก / หน่วยงาน :
- อายุงานในตำแหน่ง :
- สถานะ ณ ปัจจุบัน : [ ] ทำงานปกติ [ ] หยุดงาน [ ] รักษาตัว
[ ] ทุพพลภาพ [ ] เสียชีวิต
----------------------------------------------------------------
หมวด 2 เวลาและสถานที่เกิดเหตุ
----------------------------------------------------------------
- วันที่เกิดเหตุ : __/__/____ เวลา __:__ น.
- สถานที่เกิดเหตุ : (ระบุแผนก/อาคาร/พิกัด)
- ลักษณะงานขณะนั้น :
- สภาพแวดล้อม : (แสง / เสียง / อุณหภูมิ / สารเคมีในพื้นที่)
- PPE ที่สวมขณะนั้น :
----------------------------------------------------------------
หมวด 3 ลำดับเหตุการณ์ (Sequence of Events)
----------------------------------------------------------------
เล่าตามลำดับเวลา — ใช้ภาษาที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความเห็น
1. (เวลา) ......
2. (เวลา) ......
3. (เวลา) ......
...
ภาพประกอบ / ผังหน้างาน : [แนบ]
----------------------------------------------------------------
หมวด 4 สาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis)
----------------------------------------------------------------
สาเหตุโดยตรง (Immediate Cause) :
- การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Act) :
- สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Condition) :
สาเหตุที่แท้จริง (Root Cause) — ใช้ 5 Whys หรือ Fishbone :
- Why 1 :
- Why 2 :
- Why 3 :
- Why 4 :
- Why 5 :
สรุป Root Cause :
----------------------------------------------------------------
หมวด 5 ความเสียหาย
----------------------------------------------------------------
- ความเสียหายต่อบุคคล : (บาดแผล / อวัยวะ / ระดับความรุนแรง)
- ความเสียหายต่อทรัพย์สิน : (รายการ + มูลค่าโดยประมาณ)
- ความเสียหายต่อการผลิต : (หยุดผลิตกี่ชั่วโมง / สูญเสียกี่ชิ้น)
- ผลกระทบสิ่งแวดล้อม :
----------------------------------------------------------------
หมวด 6 การแก้ไขทันที (Immediate Action)
----------------------------------------------------------------
รายการสิ่งที่ทำในชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ — ใครทำ ทำเมื่อไหร่
- [ ] ปฐมพยาบาล / ส่งโรงพยาบาล ผู้ทำ ___ เวลา ___
- [ ] กั้นพื้นที่ + แจ้งสติกเกอร์ ผู้ทำ ___ เวลา ___
- [ ] LOTO เครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง ผู้ทำ ___ เวลา ___
- [ ] แจ้งผู้บริหาร / HR ผู้ทำ ___ เวลา ___
- [ ] แจ้งพนักงานตรวจความปลอดภัย ผู้ทำ ___ เวลา ___
(กรณีเข้าเงื่อนไขมาตรา 34)
----------------------------------------------------------------
หมวด 7 การป้องกันการเกิดซ้ำ (Corrective & Preventive Action)
----------------------------------------------------------------
ใช้ Hierarchy of Controls — เลือกมาตรการจากระดับสูงไปต่ำ
| ระดับ | มาตรการ | ผู้รับผิดชอบ | กำหนดเสร็จ |
|--------------|----------------------|--------------|------------|
| Elimination | | | |
| Substitution | | | |
| Engineering | | | |
| Admin | | | |
| PPE | | | |
ติดตามผล (Follow-up date) : __/__/____
ผู้ติดตาม :
----------------------------------------------------------------
ผู้จัดทำรายงาน : ____________________ (จป. / หัวหน้างาน)
ผู้สอบทาน : ____________________ (จป.วิชาชีพ / ผู้บริหารหน่วยงาน)
ผู้อนุมัติ : ____________________ (นายจ้าง / ผู้แทน)
================================================================
หมวด 4 คือหัวใจ — อย่ารีบสรุปแค่ "ความประมาทของลูกจ้าง" เพราะนั่นคือ symptom ไม่ใช่ root cause ลองอ่านการสอบสวนด้วย 5 Whys เพื่อขุดให้ลึกถึง system failure จริง ๆ
ตัวอย่างเอกสาร — แบบราชการที่ต้องส่งกรม
สำหรับกรณีที่เข้าเงื่อนไขมาตรา 34 (1) หรือ (2) นอกจาก template ภายในแล้ว ต้องส่ง แบบแจ้งการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงหรือการประสบอันตรายจากการทำงาน ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2554 ด้วย
แบบนี้เป็นแบบฟอร์มราชการ 3 หน้า มีหัวข้อหลักดังนี้
- ข้อมูลสถานประกอบกิจการ (ชื่อ ที่อยู่ ประเภทกิจการ จำนวนลูกจ้าง)
- ข้อมูลผู้ประสบอันตราย/อุบัติภัย
- รายละเอียดการเกิดเหตุ (วัน เวลา สถานที่ ลำดับเหตุการณ์)
- สาเหตุของการเกิดเหตุ
- ความเสียหาย
- การแก้ไขและการป้องกันการเกิดซ้ำ
- ลายเซ็นนายจ้างหรือผู้แทน
ที่ต้องระวัง — แบบของกรมฯ ออกเมื่อ พ.ศ. 2554 จึงไม่มีช่องสำหรับ root cause analysis แบบละเอียด · บริษัทควรแนบ template ภายใน 7 หมวดที่เขียนเสร็จแล้ว เป็นเอกสารประกอบ ไม่ใช่ส่งแค่แบบราชการเปล่า ๆ
หลักการเขียนเนื้อหา — เน้นข้อเท็จจริง ห้ามกล่าวโทษ

ตอนเขียนหมวด 3 (ลำดับเหตุการณ์) และหมวด 4 (สาเหตุ) ระวังคำที่กล่าวโทษบุคคล — เพราะรายงานจะกลายเป็นเครื่องมือ HR ใช้ลงโทษ แล้วครั้งหน้าไม่มีใครยอมเล่าตรง ๆ ทำให้สอบสวนยากขึ้น
ลองเทียบดู
| ไม่ดี: ใช้คำกล่าวโทษ | ดี: ใช้คำเชิงระบบ |
|---|---|
| "ลูกจ้างประมาท ไม่ใส่แว่นนิรภัย" | "ลูกจ้างไม่ได้สวมแว่นนิรภัยขณะเข้าพื้นที่ — Why: ตู้ PPE อยู่ห่างจุดทำงาน 30 เมตร และไม่มีจุดเตือนที่ทางเข้า" |
| "หัวหน้างานปล่อยปละ" | "การ briefing ก่อนเข้ากะไม่มี checklist PPE — Why: SOP ปัจจุบันไม่ระบุ" |
| "พนักงานทำผิดขั้นตอน" | "ขั้นตอนที่ทำจริงต่างจาก SOP — Why: SOP ฉบับล่าสุดอัปเดต 2 ปีก่อน ไม่ตรงกับเครื่องจักรใหม่ที่เพิ่งติดตั้ง" |
หลักการคือ — ทุกครั้งที่จะเขียนชื่อคนคู่กับกริยาเชิงลบ ให้ถาม "Why" ต่ออีก 1–2 รอบ จนถึงระดับ system / process / equipment เสมอ
ส่งผลรายงานเข้า คปอ. — และการประชุมพิเศษ
กรณีเหตุการณ์ร้ายแรง — เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ ของลูกจ้างหรือบุคคลภายนอก — กฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ข้อ 33 วรรคท้าย กำหนดให้ คณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) ประชุมโดยไม่ชักช้า เพื่อทบทวนรายงานการสอบสวนและเสนอแนะแนวทางป้องกันต่อนายจ้าง
ไม่ต้องรอประชุมประจำเดือน — เป็นการประชุมพิเศษ เลขานุการ คปอ. ควรเรียกประชุมภายใน 3–5 วันหลังเหตุการณ์ เพื่อให้สมาชิก คปอ. มีข้อมูลครบก่อนเข้าห้องประชุม (ดูแนวทางวาระประชุม คปอ. รายเดือน เพิ่ม)
รายงานที่ผ่าน คปอ. แล้ว จะมีน้ำหนักมากกว่ารายงานที่ จป. เขียนคนเดียว เพราะมีการรับรองโดยตัวแทนลูกจ้างและฝ่ายบริหารร่วมกัน
ทำไมต้องรายงาน Near miss ด้วย
หลายบริษัทมองข้าม near miss เพราะ "ไม่มีคนเจ็บก็พอแล้ว" แต่ near miss คือสัญญาณก่อนเกิดเหตุจริงทุกครั้ง — ใน5 สัญญาณ Near Miss ที่ต้องรายงาน มีแนวทางว่าควร flag เคสไหนบ้าง
Near miss ใช้ template เดียวกันได้ แต่กรอกแค่หมวด 1–4 และหมวด 7 พอ — ไม่ต้องส่งกรม เก็บเป็น internal เพื่อ trend analysis
ข้อควรระวัง — 6 ข้อที่ทำให้รายงานเสียคุณภาพ
- เขียนช้าเกินไป — ความจำของพยานหายไปทุกชั่วโมง อย่างน้อย Preliminary ต้องเสร็จในวันเดียวกัน
- ไม่มีรูป / ผังหน้างาน — เปิดอ่านครั้งหน้าจะนึกภาพไม่ออก รายงานที่ไม่มีภาพมักไม่ถูกใช้ทบทวน
- Root cause ตื้นเกินไป — หยุดที่ "ลูกจ้างประมาท" คือไม่ผ่าน · ต้องลงถึงระบบ
- คัดลอก SOP มาแปะ — รายงานไม่ใช่ที่เก็บ SOP · เขียนเฉพาะ "สิ่งที่เกิด" และ "สิ่งที่จะแก้"
- ลืม follow-up — มาตรการในหมวด 7 ต้องมี due date และผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ค้างไว้เป็น "อยู่ระหว่างพิจารณา"
- ส่งกรมช้ากว่า 7 วัน — ฝ่าฝืนมาตรา 34 มีโทษ และพนักงานตรวจฯ มีอำนาจเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม
FAQ
Q1: เหตุเกิดเสาร์-อาทิตย์ ต้องโทรแจ้งกรมวันจันทร์ใช่ไหม ไม่ใช่ — มาตรา 34 ใช้คำว่า "ทันทีที่ทราบ" หมายถึงทันทีจริง ๆ กรมมี hotline และศูนย์ความปลอดภัยที่รับแจ้งได้นอกเวลาราชการ การรอวันจันทร์ถือว่าฝ่าฝืน · ส่วนหนังสือ 7 วัน นับจากวันเกิดเหตุ (ตามปฏิทิน) ไม่ใช่นับเฉพาะวันทำการ
Q2: ลูกจ้างนิ้วขาด 1 ข้อ ต้องแจ้งกรมไหม เข้าเงื่อนไข — เพราะการสูญเสียอวัยวะถือเป็นการประสบอันตรายจากการทำงานที่ต้องแจ้งประกันสังคม เมื่อแจ้งประกันสังคมแล้ว ตามมาตรา 34 (3) ต้องส่งสำเนาหนังสือนั้นต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 7 วันด้วย และ คปอ. ต้องประชุมโดยไม่ชักช้าตามกฎกระทรวง 2565 ข้อ 33 วรรคท้าย เพราะถือเป็นการสูญเสียอวัยวะ
Q3: เกิดเพลิงไหม้ในโกดัง ไม่มีคนเจ็บ ต้องแจ้งกรมไหม ต้อง — มาตรา 34 (2) ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีคนเจ็บ ถ้าเกิดเพลิงไหม้ ระเบิด สารเคมีรั่วไหล หรืออุบัติภัยร้ายแรง ที่ทำให้สถานประกอบกิจการเสียหายหรือต้องหยุดการผลิต ก็ต้องแจ้งทันที + หนังสือ 7 วัน
Q4: รายงานต้องเก็บไว้กี่ปี ตามกฎกระทรวง 2565 ข้อ 8 (3) เอกสารระบบการจัดการความปลอดภัยต้องเก็บไม่น้อยกว่า 2 ปี · ส่วนรายงานการประชุม คปอ. ที่อ้างถึงเหตุการณ์ ตามข้อ 35 ก็เก็บ 2 ปีเช่นกัน แต่ถ้ามีคดีฟ้องร้องเกี่ยวข้อง ต้องเก็บจนกว่าคดีจะถึงที่สุด · ในทางปฏิบัติ — บริษัทใหญ่เก็บไว้ 5–10 ปี เพื่อใช้ trend analysis
Q5: ใช้ template ของบริษัทแทนแบบราชการได้ไหม ใช้แทนกันไม่ได้ — แต่แนบประกบกันได้ · ส่งกรมต้องใช้แบบของประกาศกรมฯ 2554 (ตามมาตรา 34 วรรคท้าย "การแจ้งเป็นหนังสือ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด") แล้วแนบ template ภายในเป็นเอกสารประกอบเพิ่มได้ ทำให้รายงานครบทั้ง compliance และ root cause analysis
สรุป
- กฎหมายไทยใช้ timeline "ทันที + หนังสือ 7 วัน" ตามมาตรา 34 พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ 2554 — ไม่ใช่ 8 ชั่วโมงแบบ OSHA
- 3 กรณีต้องแจ้งกรม: เสียชีวิต (1) / ภัยร้ายแรง (2) / ประสบอันตรายตามเงินทดแทน (3) — ทั้งหมดมีกำหนด 7 วัน
- ใช้ template 7 หมวด: ข้อมูลผู้บาดเจ็บ · เวลา/สถานที่ · ลำดับเหตุการณ์ · Root cause · ความเสียหาย · การแก้ไขทันที · การป้องกันการเกิดซ้ำ
- หมวด 4 เน้นระบบ ไม่ใช่บุคคล — ทุกครั้งที่จะกล่าวโทษ ให้ถาม "Why" ต่ออีกรอบ
- กรณีร้ายแรง คปอ. ต้องประชุมโดยไม่ชักช้าตามกฎกระทรวง 2565 ข้อ 33 วรรคท้าย
ลองเริ่มที่การสร้าง template 7 หมวดเป็นไฟล์มาตรฐานของบริษัทคุณก่อน · พอเหตุเกิดจริง คุณจะไม่ต้องนั่งค้างที่หน้าจอ 20 นาทีอีก
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
