⚠️ อับอากาศ

ภาคปฏิบัติ 10 ฐานของหลักสูตรที่อับอากาศ เวลาขั้นต่ำและทักษะที่ต้องผ่าน

ประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 12 แบ่งภาคปฏิบัติหลักสูตรที่อับอากาศเป็น 10 หัวข้อ รวมไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมง บทนี้ไล่ทีละฐาน พร้อมเวลาขั้นต่ำของแต่ละหลักสูตร

Safety Station 10112 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,508 คำ
ภาคปฏิบัติ 10 ฐานของหลักสูตรที่อับอากาศ เวลาขั้นต่ำและทักษะที่ต้องผ่าน

ภาคปฏิบัติ 10 ฐานของหลักสูตรที่อับอากาศ เวลาขั้นต่ำและทักษะที่ต้องผ่าน

ถามคนที่เพิ่งกลับจากอบรมที่อับอากาศว่าภาคปฏิบัติฝึกอะไรมาบ้าง คำตอบยอดนิยมคือ "ตั้งขาสามขา แล้วก็กดหน้าอกหุ่น" ซึ่งเป็นเพียงสองฐานจากทั้งหมดที่กฎหมายกำหนดไว้ ผลคือจ่ายเต็มจำนวนโดยไม่รู้ว่าควรได้ทักษะอะไรกลับมา และตรวจใบรับรองของผู้รับเหมาได้แค่ว่ามีใบหรือไม่

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 แจกแจงภาคปฏิบัติเป็นหัวข้อวิชาพร้อมเวลาขั้นต่ำรายหัวข้อ วงการฝึกอบรมเรียกหัวข้อเหล่านี้ว่า "ฐาน" เพราะจัดจริงจะแยกเป็นสถานีให้ผู้เข้าฝึกหมุนเวียนกันเข้า บทนี้ไล่ทีละฐานว่าฝึกอะไร ใครต้องผ่าน และผูกกับหน้าที่จริงหน้างานอย่างไร ส่วนชั่วโมงรวมของทั้ง 6 หลักสูตรและรอบทบทวนทุก 5 ปี อ่านได้ที่ อบรมอับอากาศ 4 ระดับ

ที่มาของ 10 ฐาน และวิธีนับเวลาขั้นต่ำ

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย ... เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ไม่ได้เขียนหัวข้อวิชาหรือจำนวนชั่วโมงไว้เลย ข้อ 20 เพียงกำหนดให้นายจ้างจัดฝึกอบรมลูกจ้างทุกคนที่ทำงานในที่อับอากาศรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด ตัวเลขชั่วโมงและชื่อหัวข้อวิชาจึงอยู่ในประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 และสองฉบับมีเลขข้อชนกัน ข้อ 8 กับข้อ 9 ของกฎกระทรวงคือหน้าที่ผู้ควบคุมงานและการจัดผู้ช่วยเหลือ ส่วนข้อ 8 กับข้อ 9 ของประกาศกรมฯ คือหลักสูตรผู้อนุญาตกับผู้ควบคุมงาน เวลาอ้างจึงต้องระบุฉบับกำกับ

ชุด 10 ฐานที่บทนี้ใช้เป็นแกน มาจากข้อ 12 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 คือหลักสูตรรวม 4 ผู้ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง จัดฝึกอบรม 4 วันต่อเนื่อง แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 15 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมง แจกแจงเป็นหัวข้อวิชา (ก) ถึง (ญ) รวม 10 หัวข้อ ฐานในหลักสูตรอื่นล้วนเป็นชุดย่อยของสิบฐานนี้ และตัวบทใช้คำว่า "ไม่น้อยกว่า" กำกับทุกหัวข้อของภาคปฏิบัติ คือฝึกนานกว่าได้ แต่สั้นกว่าไม่ได้ เมื่อบวกเวลาขั้นต่ำทั้ง 10 ฐานจะได้ 9 ชั่วโมงพอดี ไม่มีเวลาสำรองเหลือ

ฐานไหนอยู่ในหลักสูตรไหน และคนละกี่นาที

ตารางนี้ตอบคำถามที่ จป. และ HR ใช้จริง คือคนที่ถือใบรับรองหลักสูตรหนึ่ง ๆ ผ่านการฝึกลงมืออะไรมาบ้าง ตัวเลขทุกช่องเป็นเวลาขั้นต่ำ จากประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 8 ถึงข้อ 12

ฐาน หัวข้อภาคปฏิบัติ ผู้อนุญาต (ข้อ 8) ผู้ควบคุมงาน (ข้อ 9) ผู้ช่วยเหลือ (ข้อ 10) ผู้ปฏิบัติงาน (ข้อ 11) รวม 4 ผู้ (ข้อ 12)
ตรวจสอบสภาพอากาศ และการใช้เครื่องมือตรวจวัด 30 น. 1 ชม. 45 น. 1 ชม.
เทคนิคการระบายอากาศ และเครื่องมือระบายอากาศ 30 น. 1 ชม. 45 น. 1 ชม.
ตรวจสภาพพื้นที่และงาน ก่อนตัดสินใจอนุญาต 1 ชม. 1 ชม.
เทคนิคในการควบคุมการทำงานในที่อับอากาศ 1 ชม. 30 น. 30 น.
การอนุญาตทำงานในที่อับอากาศและการสื่อสาร 1 ชม.
การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 30 น. 30 น. 30 น. 45 น.
การใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต 30 น. 30 น. 45 น.
การช่วยเหลือและช่วยชีวิต 1 ชม. 1 ชม.
การปฐมพยาบาล การช่วยเหลือเบื้องต้น และ CPR 1 ชม. 1 ชม.
สถานการณ์ปฏิบัติงานสภาพปกติ และกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน 30 น. 1 ชม. 1 ชม. 1 ชม.
รวมภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 2 ชม. 3 ชม. 6 ชม. 3 ชม. 9 ชม.

อ่านแนวตั้งจะเห็นภาพที่ตารางชั่วโมงรวมมองไม่เห็น ผู้อนุญาตซึ่งเป็นคนเซ็นให้คนลงไป ได้ฝึกลงมือเพียง 2 ฐาน และไม่ได้จับเครื่องวัดก๊าซเลย ส่วนผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นคนลงไปจริง ได้ 4 ฐาน แต่ไม่ได้ฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต เพราะกฎหมายวางหน้าที่ช่วยเหลือไว้ที่ผู้ช่วยเหลือกับผู้ควบคุมงาน ฐาน จ ยิ่งชัด เพราะมีเฉพาะในหลักสูตรรวม 4 ผู้ คนที่ผ่านหลักสูตรผู้อนุญาต 7 ชั่วโมงจึงเรียนระบบขออนุญาตมาแต่ภาคทฤษฎีตามข้อ 8(1)(ฉ) ไม่เคยลงมือกรอกหนังสืออนุญาตในสนามฝึก

เงื่อนไขที่ต้องครบก่อนเปิดฐาน

เงื่อนไข ข้อกำหนดขั้นต่ำ
อัตราส่วนวิทยากร ภาคปฏิบัติ อย่างน้อย 1 คน ต่อผู้เข้าอบรมไม่เกิน 15 คน · ภาคทฤษฎี ห้องละไม่เกิน 30 คน และวิทยากรอย่างน้อย 1 คน
คุณสมบัติผู้เข้าฝึก อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และมีใบรับรองแพทย์ว่าสุขภาพสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นซึ่งแพทย์เห็นว่าการเข้าไปในที่อับอากาศอาจเป็นอันตราย
สถานที่ฝึกและความทั่วถึง นายจ้างจัดเอง ฝึกในสถานที่จริงหรือที่มีลักษณะเหมือนจริง · นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 11 ฝึก ณ สถานที่ตั้งที่ได้รับอนุญาต · ผู้เข้าอบรมทุกคนต้องได้รับการฝึกใช้อุปกรณ์อย่างทั่วถึง
อุปกรณ์ฝึก 5 รายการ เครื่องตรวจวัดปริมาณออกซิเจน · เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ · เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศ · เครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ · อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งอย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจชนิดส่งอากาศช่วยหายใจ และอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน

ทั้งสี่ข้อมาจากข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 6 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 เกณฑ์สุขภาพตรงกับข้อ 4 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 ที่ห้ามนายจ้างอนุญาตให้ผู้เป็นโรคดังกล่าวเข้าไปในที่อับอากาศ เงื่อนไขสถานที่และความทั่วถึงตัดทั้งการฝึกในห้องประชุมโรงแรม และรูปแบบวิทยากรสาธิตรอบเดียวแล้วที่เหลือยืนดู ส่วนข้อ 6 ระบุแค่ประเภทอุปกรณ์ ชื่ออย่างขาตั้งสามขาพร้อมเครื่องกว้านและหุ่นฝึกกดหน้าอกเป็นแนวปฏิบัติสากล

ไล่ทีละฐาน ตั้งแต่ฐาน ก ถึงฐาน ญ

ฐาน ก ตรวจสอบสภาพอากาศและเครื่องมือตรวจวัด

ฝึกใช้เครื่องวัดก๊าซครบวงจร ตั้งแต่ตรวจความพร้อมของเครื่อง วัดจากภายนอกก่อนยื่นตัวเข้าไป วัดให้ครบทั้งชั้นบน ชั้นกลาง และชั้นล่าง เพราะก๊าซแยกชั้นตามความหนาแน่น จนถึงอ่านค่าแล้วตัดสินว่าเข้าได้หรือยัง

เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินเป็นของกฎหมายไทยโดยตรง ข้อ 1 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 นิยาม "บรรยากาศอันตราย" ว่ารวมถึงสภาพที่มีออกซิเจนต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร และสภาพที่มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศ ส่วนการปรับค่าศูนย์และการทดสอบตอบสนองด้วยก๊าซมาตรฐาน มาจากคู่มือผู้ผลิตและแนวสากล อ่านต่อได้ที่ ทดสอบตอบสนองกับการสอบเทียบเครื่องวัดก๊าซ ข้อ 6 ของฉบับเดียวกันยังให้ตรวจวัดและบันทึกผลก่อนเข้าและระหว่างทำงาน แล้วเก็บบันทึกไว้อย่างน้อย 1 ปี

ฐาน ข การระบายอากาศและเครื่องมือระบายอากาศ

ฝึกเลือกวิธีระบายอากาศให้ตรงกับงาน ติดตั้งพัดลมและท่อลมให้ถูกตำแหน่ง แล้วพิสูจน์ผลด้วยการวัดซ้ำ หลักที่ฝึกกันคือเป่าอัดอากาศสะอาดเข้าเมื่อจะไล่ก๊าซทั่วพื้นที่ ดูดอากาศเสียออกเมื่อมีจุดกำเนิดชัดเจน วางพัดลมฝั่งอากาศสะอาดห่างจากช่องที่อากาศเสียไหลออก และหย่อนปลายท่อให้ถึงจุดทำงาน

การระบายอากาศพิสูจน์ด้วยตัวเลขจากเครื่องวัดเสมอ ไม่ใช่กะจากเวลาที่เปิดพัดลม เพราะข้อ 6 (4) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 กำหนดให้ทำให้ไม่มีบรรยากาศอันตรายก่อนจึงให้เข้าได้ วิธีคำนวณรอบเปลี่ยนอากาศอ่านต่อได้ที่ คำนวณอัตราระบายอากาศ

ฐาน ค ตรวจสภาพพื้นที่และงานก่อนตัดสินใจอนุญาต

ฐานของผู้อนุญาตโดยเฉพาะ ผู้เข้าฝึกเดินตรวจหน้างานตามชุดหัวข้อที่วางไว้ล่วงหน้า แล้วตัดสินใจสามทาง คือ อนุญาต อนุญาตโดยให้แก้ไขก่อน หรือไม่อนุญาต หัวใจอยู่ที่การเทียบเอกสารกับของจริง สนามฝึกที่ดีจึงจงใจฝังข้อบกพร่องไว้ เช่น ป้าย "ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า" ตามข้อ 2 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 หายไป หรือวาล์วยังไม่ล็อกและยังไม่ติดป้าย ข้อ 17 ของฉบับเดียวกันให้นายจ้างรับผิดชอบการอนุญาต และมอบหมายเป็นหนังสือให้ลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมทำหน้าที่แทนได้ คนที่ถือหนังสือมอบหมายฉบับนั้นคือคนที่ต้องผ่านฐานนี้มา

ฐาน ง เทคนิคควบคุมการทำงานในที่อับอากาศ

ฐานของผู้ควบคุมงาน ฝึกตั้งแต่ชี้แจงและซักซ้อมแผนกับทีมก่อนเริ่มงาน กำกับระหว่างงาน ไปจนถึงจังหวะสั่งหยุดงานชั่วคราว เวลาสั้นที่สุดในสิบฐาน คือไม่น้อยกว่า 30 นาทีในหลักสูตรรวม 4 ผู้ ส่วนหลักสูตรผู้อนุญาตกำหนดไว้ 1 ชั่วโมง ทักษะที่ต้องดัดให้ได้คือความกล้าสั่งหยุด ข้อ 8 (4) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้ควบคุมงานสั่งหยุดการทำงานไว้ชั่วคราวในทันที เมื่อมีเหตุซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกจ้าง หรือเมื่อลูกจ้างแจ้งว่าอาจเกิดอันตราย จนกว่าเหตุนั้นจะหมดไป คนที่ไม่เคยซ้อมพูดประโยคสั่งหยุด มักพูดไม่ออกเมื่อเจอแรงกดดันจากฝ่ายผลิต

ฐาน จ การอนุญาตทำงานและการสื่อสาร

ฝึกกรอกหนังสืออนุญาตให้ครบทุกรายการ เดินกระบวนการขอ ตรวจ ลงนาม ปิดสำเนาที่ทางเข้า และปิดงาน พร้อมซ้อมช่องทางสื่อสารระหว่างคนข้างในกับคนเฝ้าปากทาง ข้อ 18 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 กำหนดรายละเอียดขั้นต่ำของหนังสืออนุญาตไว้ 12 รายการ ตั้งแต่สถานที่ วันเวลา งานที่ทำ ชื่อผู้เข้าไปทำงาน ผู้ควบคุมงานและผู้ช่วยเหลือ อันตรายและวิธีหลีกหนีภัย ... จนถึงผลตรวจสุขภาพพร้อมใบรับรองแพทย์ และข้อ 19 กำหนดให้ปิดหรือแสดงสำเนาไว้ที่ทางเข้าให้เห็นชัดเจนตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน ตัวอย่างการกรอกทีละช่องอ่านต่อได้ที่ หนังสืออนุญาตทำงานในที่อับอากาศ

วิธีสื่อสาร เช่น การทวนคำสั่งกลับทางวิทยุ หรือรหัสกระตุกเชือกที่ตกลงกันก่อนลง เป็นแนวปฏิบัติของวงการ ตัวบทไทยกำหนดเพียงผลลัพธ์ คือผู้ช่วยเหลือต้องสื่อสารกับลูกจ้างข้างในและช่วยเหลือออกมาได้ตลอดเวลา ตามข้อ 9 (2) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

ฐาน ฉ การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

ฐานที่มีในทุกหลักสูตรยกเว้นผู้อนุญาต ผู้เข้าฝึกต้องสวมอุปกรณ์เองได้ ตรวจสภาพก่อนสวมเป็น และใส่ให้ถูกลำดับ โดยเฉพาะอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจชนิดส่งอากาศช่วยหายใจตามข้อ 6 (5) ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 เกณฑ์ความทั่วถึงมีผลกับฐานนี้มากที่สุด เพราะชุดส่งอากาศมักมีจำกัด ถ้าห้องมี 20 คนแต่ชุดมี 2 ชุด ผู้จัดต้องบริหารเวลาให้ทุกคนได้สวมจริง วิธีคำนวณเวลาอากาศที่เหลือในถังอ่านต่อได้ที่ คำนวณเวลาใช้งานอากาศของชุดเครื่องช่วยหายใจ

ทักษะนี้ผูกกับข้อ 7 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 ที่กำหนดว่า หากระบายอากาศแล้วยังมีบรรยากาศอันตราย แต่จำเป็นต้องให้เข้าไป ต้องจัดให้ผู้นั้นสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน

ฐาน ช การใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิต

เน้นที่อุปกรณ์ประจำปากทาง ผู้เข้าฝึกประกอบและติดตั้งชุดยกดึงเหนือช่องเปิด ต่อสายเข้ากับจุดยึดบนสายรัดตัว ทดสอบกลไกล็อกก่อนใช้ แล้วหย่อนและดึงน้ำหนักขึ้นจริง ฐานนี้ไม่มีในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงาน ตัวบทไทยเขียนไว้กว้างว่า "อุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน" ทั้งในข้อ 9 (2) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 และข้อ 6 (5) ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 การเลือกจึงต้องพิสูจน์ได้ว่าเหมาะกับช่องเปิดและลักษณะงานของเราจริง รายละเอียดรายชิ้นอ่านต่อได้ที่ ทีมกู้ภัยที่อับอากาศและอุปกรณ์ที่ต้องมี

ฐาน ซ การช่วยเหลือและช่วยชีวิต

ฐานของผู้ช่วยเหลือโดยตรง และเป็นฐานที่ใช้ดัดพฤติกรรมอันตรายที่สุดในงานอับอากาศ คือการกระโดดลงไปช่วยมือเปล่า ผู้เข้าฝึกซ้อมสถานการณ์คนหมดสติอยู่ก้นถัง โดยเรียงการตัดสินใจจากปลอดภัยมากไปน้อย เริ่มจากให้ผู้ประสบเหตุออกมาเอง ถัดมาคือดึงออกจากภายนอกโดยไม่ส่งคนลงไป และส่งทีมลงไปเป็นทางสุดท้ายพร้อมชุดส่งอากาศและสายช่วยชีวิตครบ

ลำดับสามขั้นนี้เป็นหลักปฏิบัติสากล กฎหมายไทยไม่ได้เขียนไว้เป็นตัวอักษร ข้อ 9 (2) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 กำหนดเพียงให้จัดผู้ช่วยเหลือซึ่งผ่านการฝึกอบรม พร้อมอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน คอยเฝ้าดูแลบริเวณทางเข้าออก และช่วยเหลือลูกจ้างออกจากที่อับอากาศได้ตลอดเวลา คำว่า "ได้ตลอดเวลา" คือมาตรฐานที่ฐานนี้ฝึกให้ทำได้จริง

ฐาน ฌ การปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ

ฐานสำหรับผู้ช่วยเหลือและหลักสูตรรวม ฝึกประเมินผู้บาดเจ็บอย่างเป็นลำดับ กดหน้าอกช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติชนิดฝึกหัด และปฐมพยาบาลอาการที่พบบ่อยจากงานอับอากาศ เช่น ผู้หมดสติที่ยังหายใจ บาดแผลมีเลือดออก และผู้ถูกไฟฟ้าดูด

ตัวเลขทางเทคนิคของ CPR เช่น ความลึกและอัตราการกดหน้าอก เป็นเกณฑ์ทางการแพทย์สากลที่ปรับตามคำแนะนำแต่ละรอบปี ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายแรงงานไทยกำหนด ให้ยึดตามที่วิทยากรผู้สอนใช้ ประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 16 (4) เปิดช่องให้ผู้ที่ผ่านการศึกษาหรืออบรมเฉพาะทางในหัวข้อที่บรรยาย เป็นวิทยากรหัวข้อนั้นได้ ฐานนี้จึงมักได้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาสอน

ฐาน ญ สถานการณ์สภาพปกติและกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

ฐานปิดท้ายที่รวมทุกทักษะเข้าเป็นงานเดียว ทีมแบ่งบทบาทครบทั้งสี่ ทำงานจำลองตั้งแต่ประเมินอันตราย เขียนแผน ขออนุญาต ตรวจวัด ระบายอากาศ สวมอุปกรณ์ เข้าไปทำงาน จนปิดงาน แล้ววิทยากรใส่เหตุฉุกเฉินเข้ามาโดยไม่บอกล่วงหน้า มีเพียงหลักสูตรผู้อนุญาตที่ไม่มี

ฐานนี้สะท้อนข้อ 8 (1) และ (2) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดให้ผู้ควบคุมงานจัดทำแผนการปฏิบัติงานและการป้องกันอันตราย รวมทั้งแผนช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน แจ้งลูกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วชี้แจงและซักซ้อมหน้าที่ให้เป็นไปตามแผน แผนที่เขียนแล้วไม่เคยซ้อม จะพังที่ฐานนี้ให้เห็นก่อนไปพังหน้างานจริง

ตัวอย่างการอ่านตารางฐานของโรงงานหนึ่งแห่ง

โรงงานอาหารแห่งหนึ่งมีบ่อบำบัดน้ำเสียสามบ่อ ทีมที่เข้างานมีผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงเป็นผู้อนุญาต หัวหน้าช่างเป็นผู้ควบคุมงาน ช่างสองคนเป็นผู้ปฏิบัติงาน และพนักงานความปลอดภัยหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเหลือ ทุกคนมีใบรับรองครบตามบทบาท แต่พอวางเทียบกับตารางฐานจะเห็นว่า ผู้จัดการที่เซ็นอนุญาตผ่านมาเพียงฐาน ค และ ง ไม่เคยจับเครื่องวัดก๊าซในสนามฝึก ช่างที่ลงบ่อผ่านฐาน ก ข ฉ และ ญ แต่ไม่เคยฝึกใช้ชุดยกดึงคนขึ้น ส่วนพนักงานความปลอดภัยผ่านมาเจ็ดฐานรวมการช่วยเหลือและ CPR แต่ไม่เคยฝึกฐาน ค และ ง

ทีมนี้จึงเห็นทันทีว่าคนที่กู้คนขึ้นจากบ่อได้จริงมีคนเดียว ถ้าคนนั้นลาป่วย งานลงบ่อต้องหยุด ผู้อนุญาตควรให้ผู้ควบคุมงานอ่านผลตรวจวัดให้ฟังแทนการแปลตัวเลขเอง และปีถัดไปควรส่งทั้งทีมเข้าหลักสูตรรวม 24 ชั่วโมง การอ่านแบบนี้ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีต่อทีม แต่เปลี่ยนคำถามจาก "มีใบครบไหม" เป็น "ใครทำอะไรเป็นบ้าง"

ภาคปฏิบัติที่ดูเหมือนครบ แต่ยังขาดทักษะสำคัญ

นับเวลาพักและเวลาสอบรวมเป็นภาคปฏิบัติ เวลาขั้นต่ำรายฐานคือเวลาที่ลงมือจริง วิธีเลี่ยงคือแยกช่องเวลาฝึกออกจากกิจกรรมอื่นตั้งแต่ต้น

เอาเวลาของหลักสูตรรวมไปใช้กับหลักสูตรย่อย ฐานเดียวกันมีเวลาขั้นต่ำต่างกัน เช่น ฐาน ก คือ 30 นาทีในหลักสูตรผู้ควบคุมงาน แต่ 45 นาทีในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงาน วิธีเลี่ยงคือทำตารางแยกตามข้อ 8 ถึงข้อ 11 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 ไม่ใช่ตัดทอนจากตารางของข้อ 12

ปล่อยให้บางคนไม่ได้จับอุปกรณ์ วิธีเลี่ยงคือให้วิทยากรทำใบเช็คชื่อรายฐาน ให้ผู้เข้าฝึกลงชื่อทุกครั้งที่จบฐาน แล้วเก็บคู่กับทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการฝึกอบรม วันเวลาที่ฝึก และรายชื่อวิทยากร ตามข้อ 18 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563

ลืมว่าเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนสถานที่ต้องฝึกภาคปฏิบัติใหม่ ข้อ 2 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 กำหนดว่า กรณีลูกจ้างเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนสถานที่ทำงานซึ่งอาจทำให้ได้รับอันตราย ให้นายจ้างจัดฝึกอบรมภาคปฏิบัติก่อนเริ่มการทำงาน คำชี้แจงประกอบประกาศอธิบายว่า การเปลี่ยนงานหมายถึงงานที่มีอันตรายต่างไปจากเดิม เช่น ย้ายจากที่ที่เกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ไปที่ที่เกิดก๊าซมีเทน และให้จำนวนชั่วโมงภาคปฏิบัติเป็นไปตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย

เช็คลิสต์ตรวจภาคปฏิบัติก่อนเซ็นรับ

  • ตารางอบรมแยกช่องเวลาภาคปฏิบัติออกจากภาคทฤษฎี และเวลารายฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ของหลักสูตรนั้น
  • จำนวนฐานครบตามหลักสูตรที่จ้าง ผู้อนุญาต 2 · ผู้ควบคุมงาน 6 · ผู้ช่วยเหลือ 7 · ผู้ปฏิบัติงาน 4 · หลักสูตรรวม 4 ผู้ ครบ 10 ฐาน
  • เงื่อนไขทั้งสี่ข้อในตารางข้างต้นครบ ทั้งอัตราส่วนวิทยากร 1 ต่อ 15 อุปกรณ์ 5 รายการ สถานที่ฝึก และคุณสมบัติผู้เข้าฝึกพร้อมใบรับรองแพทย์
  • มีหลักฐานว่าทุกคนได้จับอุปกรณ์จริงครบทุกฐาน เช่น ใบเช็คชื่อรายฐาน

สรุป

  • ชั่วโมงและหัวข้อวิชาอยู่ในประกาศกรมฯ พ.ศ. 2563 ไม่ใช่กฎกระทรวง พ.ศ. 2562 และสองฉบับมีเลขข้อชนกัน ต้องระบุฉบับกำกับเสมอ
  • ภาคปฏิบัติของหลักสูตรรวม 4 ผู้ ตามข้อ 12 มี 10 หัวข้อ รวมไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมง ฝึกนานกว่าได้ แต่สั้นกว่าไม่ได้
  • แต่ละหลักสูตรหยิบฐานไปใช้ไม่เท่ากัน ผู้อนุญาต 2 ฐาน ผู้ปฏิบัติงาน 4 ฐาน ผู้ควบคุมงาน 6 ฐาน ผู้ช่วยเหลือ 7 ฐาน มีเพียงหลักสูตรรวม 24 ชั่วโมงที่ครบทั้ง 10
  • เกณฑ์ออกซิเจนร้อยละ 19.5 ถึง 23.5 และร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารที่ติดไฟได้ มาจากกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 ส่วนชื่ออุปกรณ์ ค่าทางเทคนิคของ CPR และลำดับการช่วยเหลือสามขั้น เป็นแนวปฏิบัติสากล

ลองเอาใบรับรองของทีมที่ลงที่อับอากาศบ่อยที่สุดมาวางเทียบกับตารางฐานในบทนี้ แล้วขีดดูว่าใครยังขาดฐานไหน เพียงเท่านี้ก็ได้แผนอบรมปีหน้าที่ตั้งอยู่บนช่องว่างจริง ไม่ใช่บนวันหมดอายุของใบรับรอง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ อับอากาศ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาคปฏิบัติ 10 ฐาน หลักสูตรที่อับอากาศ เวลาขั้นต่ำรายฐาน — Safety Station 101