⚠️ อับอากาศ

อบรมอับอากาศ 4 ระดับ — ผู้อนุญาต ผู้ควบคุม ผู้ช่วย ผู้ปฏิบัติงาน

หลักสูตรอบรมที่อับอากาศ 4 ระดับตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 + ประกาศกรม พ.ศ. 2563 — ผู้อนุญาต 7 ชม. ผู้ควบคุม 12 ชม. ผู้ช่วย 18 ชม. ผู้ปฏิบัติ 12 ชม. หลักสูตร 4 ผู้ 24 ชม. ทบทวนทุก 5 ปี

Safety Station 10125 พฤษภาคม 2569อ่าน 27 นาที · 5,906 คำ
อบรมอับอากาศ 4 ระดับ — ผู้อนุญาต ผู้ควบคุม ผู้ช่วย ผู้ปฏิบัติงาน

อบรมอับอากาศ 4 ระดับ — ผู้อนุญาต ผู้ควบคุม ผู้ช่วยเหลือ ผู้ปฏิบัติงาน

หลายโรงงานที่มีถังบำบัด บ่อน้ำเสีย ไซโล หรือถังหมัก เคยส่งคนลงไปทำงานด้วยทีมเดียวกันมาตลอด พอวันหนึ่ง HR ถูกถามจากพนักงานตรวจความปลอดภัยว่า "คน 4 บทบาทผ่านอบรมหลักสูตรไหน อบรมกี่ชั่วโมง มีหลักฐานหรือเปล่า" ก็ตอบไม่ครบ

ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม

ปัญหาคือกฎหมายไทยไม่ได้ใช้คำว่า "อบรมอับอากาศ" รวม ๆ — มันแบ่งเป็น 4 ระดับ + 1 หลักสูตรรวม + 1 หลักสูตรทบทวน = 6 หลักสูตร และแต่ละหลักสูตรมีจำนวนชั่วโมงไม่เท่ากัน คนแต่ละบทบาทต้องผ่านหลักสูตรของตัวเองให้ตรง ไม่ใช่อบรมเหมาเข่งแล้วเอามาคลุมทุกตำแหน่ง

มาดูกันว่าโครงสร้าง 4 ระดับนี้เป็นยังไง ใครต้องเรียนหลักสูตรไหน กี่ชั่วโมง และเงื่อนไขก่อนเข้าอบรมต้องมีอะไรบ้าง

ภาพรวม — ทำไมต้องแบ่ง 4 ระดับ

ก่อนคุยเรื่องชั่วโมงอบรม ขอ recap นิยามก่อนสำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่า "ที่อับอากาศ" คือพื้นที่แบบไหน อ่านพื้นฐานได้ที่ อับอากาศคืออะไร (เบื้องต้น)

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ไม่ได้พูดเรื่องอบรมแบบกว้าง ๆ — แต่ระบุชัดเจนใน ข้อ 3 ว่า ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเข้าที่อับอากาศ เว้นแต่บุคคลนั้นจะเป็นผู้

"ได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ตามข้อ 20"

แล้ว ข้อ 20 บอกชัดอีกว่า

"ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศแก่ลูกจ้างทุกคน ที่ทำงานในที่อับอากาศรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง"

โดยให้เป็นไปตาม "หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด" — ซึ่งก็คือ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 (มีผลบังคับใช้ 10 เมษายน 2564)

เหตุที่ต้องแบ่ง 4 ระดับ มาจากการที่กฎกระทรวง 2562 แยกหน้าที่ของคนแต่ละกลุ่มไว้ชัดเจน คือ

  • ข้อ 17 — กำหนดให้มี "ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต" ที่นายจ้างมอบหมาย
  • ข้อ 8 — กำหนดให้มี "ผู้ควบคุมงาน" อยู่ประจำตลอดเวลา
  • ข้อ 9 (2) — กำหนดให้มี "ผู้ช่วยเหลือ" เฝ้าทางเข้าออก
  • ข้อ 3 — ครอบลูกจ้างที่เข้าไปทำงานข้างใน (ผู้ปฏิบัติงาน)

หน้าที่ต่างกัน → ความรู้ที่ต้องใช้ต่างกัน → ชั่วโมงอบรมต่างกันด้วย หลักสูตรจึงต้องแยก

6 หลักสูตรตามประกาศกรม 2563

อินโฟกราฟิกแนวตั้งตาราง 6 หลักสูตรอบรมอับอากาศตามประกาศกรม 2563 ตารางที่ 1 — ผู้อนุญาต 5+2=7 ผู้ควบคุมงาน 9+3=12 ผู้ช่วยเหลือ 12+6=18 (เน้น) ผู้ปฏิบัติงาน 9+3=12 4 ผู้รวม 15+9=24 ทบทวน 3 ชม. พร้อมหมายเหตุทบทวนทุก 5 ปี

ประกาศกรมสวัสดิการฯ พ.ศ. 2563 จัดให้มี 6 หลักสูตร สำหรับงานในที่อับอากาศ

  1. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้อนุญาต
  2. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ควบคุมงาน
  3. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ช่วยเหลือ
  4. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
  5. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เรียกสั้น ๆ ว่า "หลักสูตร 4 ผู้")
  6. หลักสูตรการฝึกอบรมทบทวนความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ

ตารางสรุปจำนวนชั่วโมงตาม ตารางที่ 1 ของประกาศกรม 2563

หลักสูตร ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม จำนวนวัน
ผู้อนุญาต 5 2 7 1 วัน
ผู้ควบคุมงาน 9 3 12 2 วันต่อเนื่อง
ผู้ช่วยเหลือ 12 6 18 3 วันต่อเนื่อง
ผู้ปฏิบัติงาน 9 3 12 2 วันต่อเนื่อง
4 ผู้ (รวม) 15 9 24 4 วันต่อเนื่อง
ทบทวน 3 - 3 ต่อเนื่อง

ตัวเลขทั้งหมดในตารางมาจากกฎหมายไทยโดยตรง ไม่ใช่ OSHA ไม่ใช่ best practice ของ ANSI — ใช้เป็นข้อกฎหมายในเอกสารราชการได้เลย

ที่ต้องระวัง — ก่อนหน้านี้เคยมีประกาศฉบับเก่าที่ใช้ตัวเลขชั่วโมงไม่เหมือนปัจจุบัน · ตอนนี้ถูกทดแทนด้วยประกาศกรม พ.ศ. 2563 ที่บังคับใช้ตั้งแต่ 10 เมษายน 2564 แล้ว · ถ้ายังเห็นเอกสารหรือแบบฟอร์มอบรมที่อ้างชั่วโมงไม่ตรงตารางด้านบน — ถือว่าไม่ใช้แล้ว ให้ยึดตามตารางที่ 1 ของประกาศกรม 2563 เท่านั้น

ระดับที่ 1: ผู้อนุญาต (Permit Authorizer) — 7 ชั่วโมง

ใครคือผู้อนุญาต

ผู้อนุญาตคือคนที่นายจ้างมอบหมายเป็นหนังสือ ให้รับผิดชอบเซ็นอนุญาตว่าจะให้ใครเข้าที่อับอากาศได้บ้าง · ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าแผนก ผู้จัดการโรงงาน วิศวกร หรือ จป.วิชาชีพ ที่ได้รับมอบหมาย

หน้าที่ตามกฎหมาย

ตามข้อ 18 ผู้อนุญาตต้องเซ็น หนังสืออนุญาต (Permit to Work) ที่มีรายละเอียดอย่างน้อย 12 ข้อ ตั้งแต่ที่อับอากาศที่อนุญาต วัน-เวลา ชื่อผู้เข้า ชื่อผู้ควบคุมงาน ชื่อผู้ช่วยเหลือ ผลประเมินบรรยากาศอันตราย ไปจนถึง PPE ที่ใช้ และผลตรวจสุขภาพของผู้เข้าทำงาน

ดูตัวอย่างเอกสาร permit + ขั้นตอนการเซ็นได้ที่ Permit to Work ที่อับอากาศ

ชั่วโมงอบรม

  • ทฤษฎี 5 ชั่วโมง + ปฏิบัติ 2 ชั่วโมง = รวม 7 ชั่วโมง · 1 วัน
  • เนื้อหาเน้นที่ — กฎหมาย หน้าที่ผู้อนุญาต การประเมินอันตราย การออก permit การยกเลิก permit

นี่คือหลักสูตรที่สั้นที่สุดใน 4 ระดับ เพราะผู้อนุญาตไม่ต้องลงพื้นที่เอง แต่ต้อง "อ่านเอกสารเป็น" และ "ตัดสินใจถูก" จากข้อมูลที่ผู้ควบคุมงานเตรียมมาให้

ระดับที่ 2: ผู้ควบคุมงาน (Entry Supervisor) — 12 ชั่วโมง

ใครคือผู้ควบคุมงาน

ผู้ควบคุมงานคือคนที่อยู่ประจำที่พื้นที่ทำงานตลอดเวลา · เป็นคนคุมหน้างานจริง ดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติตามแผน · ในโรงงานมักเป็นหัวหน้างาน ฟอร์แมน หรือ จป.เทคนิค ที่ผ่านอบรมแล้ว

หน้าที่ตามกฎหมาย

ข้อ 8 ระบุหน้าที่ผู้ควบคุมงานไว้ 4 ข้อหลัก

  1. จัดทำแผนปฏิบัติงาน + แผนช่วยเหลือฉุกเฉิน · ปิดประกาศหรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ชี้แจง + ซักซ้อมหน้าที่ + วิธีปฏิบัติ + วิธีป้องกันอันตราย
  3. คุมให้ลูกจ้างใช้ PPE และอุปกรณ์ป้องกัน + ตรวจอุปกรณ์ให้พร้อมใช้
  4. สั่งหยุดงานทันที เมื่อมีเหตุอาจอันตราย หรือลูกจ้างแจ้งว่าเสี่ยง — และอาจร้องให้ผู้อนุญาต ยกเลิก permit ได้ด้วย

อำนาจสั่งหยุดนี้สำคัญมาก — ผู้ควบคุมงานไม่ต้องรอใคร · เจอเหตุก็สั่งหยุดได้เลย · เป็นด่านที่ใกล้คนงานที่สุดในระบบ

ชั่วโมงอบรม

  • ทฤษฎี 9 ชั่วโมง + ปฏิบัติ 3 ชั่วโมง = รวม 12 ชั่วโมง · 2 วันต่อเนื่อง
  • เนื้อหาเน้นที่ — กฎหมาย การวางแผนปฏิบัติ การประเมินสภาพอันตราย การคุมหน้างาน การใช้ checklist และการสั่งหยุดงาน

ผู้ควบคุมงานใช้ checklist อย่างไรในชีวิตจริง อ่านต่อใน Checklist ก่อนเข้าอับอากาศ

ระดับที่ 3: ผู้ช่วยเหลือ (Attendant/Standby) — 18 ชั่วโมง

ภาพถ่ายห้องอบรมภาคปฏิบัติหลักสูตรผู้ช่วยเหลือในที่อับอากาศ ผู้เข้าอบรม 3-4 คนชายไทยสวมหมวกเหลืองและ harness ฝึกใช้ Tripod กับ Winch ดึงหุ่นจำลองออกจาก manhole พร้อมวิทยากรให้คำแนะนำ

ใครคือผู้ช่วยเหลือ

ผู้ช่วยเหลือ (บางที่เรียก attendant หรือ standby man) คือคนที่อยู่ที่ปากทางเข้าออกตลอดเวลา · ทำหน้าที่สื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานข้างใน และต้องพร้อมช่วยเหลือทันทีที่เกิดเหตุ

หน้าที่ตามกฎหมาย

ข้อ 9 (2) บังคับให้นายจ้างจัดให้มีผู้ช่วยเหลือที่ผ่านอบรม

"พร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน คอยเฝ้าดูแลบริเวณทางเข้าออกที่อับอากาศ โดยให้สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกจ้างที่ทำงานในที่อับอากาศและช่วยเหลือลูกจ้างออกจากที่อับอากาศได้ตลอดเวลา"

ชั่วโมงอบรม

  • ทฤษฎี 12 ชั่วโมง + ปฏิบัติ 6 ชั่วโมง = รวม 18 ชั่วโมง · 3 วันต่อเนื่อง
  • เนื้อหาเน้น — การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) · การปฐมพยาบาล · การใช้ SCBA · เทคนิคการช่วยกู้ฉุกเฉิน + อุปกรณ์ rescue (tripod, harness, lifeline)

เหตุที่หลักสูตรนี้ยาวที่สุดใน 4 ระดับ — เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริง ผู้ช่วยเหลือคือคนแรกที่ต้องตัดสินใจและลงมือทันที · พลาดที่จุดนี้ = ตายเพิ่มอีกคน · สถิติในไทยน่ากลัวอยู่ คือ คนที่ตายในที่อับอากาศจำนวนมากคือ "คนที่ลงไปช่วยคนแรก" โดยไม่ใช้ SCBA

ปฏิบัติ 6 ชั่วโมงนี้สำคัญ — ต้องได้ฝึกเอาคนหุ่นออกจาก manhole จริง ฝึก CPR จริง ฝึกใช้เครื่องช่วยหายใจจริง · อบรมเฉพาะทฤษฎีไม่ผ่าน

ระดับที่ 4: ผู้ปฏิบัติงาน (Entrant) — 12 ชั่วโมง

ใครคือผู้ปฏิบัติงาน

คือคนที่ลงไปทำงานในที่อับอากาศจริง — ล้างถัง ซ่อมท่อ ตรวจวัด เชื่อม (กรณีมีมาตรการ) ฯลฯ · เป็นคนที่เสี่ยงตรงที่สุด

หน้าที่ตามกฎหมาย

ตามข้อ 3 ห้ามใครเข้าที่อับอากาศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตและผ่านอบรมหลักสูตรนี้แล้ว · นอกจากนี้ตามข้อ 16 วรรคสอง ลูกจ้างผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิ ปฏิเสธการทำงาน ในคราวใดก็ได้ หากเห็นว่ามาตรการรองรับไม่พอ

ชั่วโมงอบรม

  • ทฤษฎี 9 ชั่วโมง + ปฏิบัติ 3 ชั่วโมง = รวม 12 ชั่วโมง · 2 วันต่อเนื่อง
  • เนื้อหาเน้น — การใช้ PPE และ SCBA · การเข้า-ออกที่อับอากาศอย่างปลอดภัย · การสื่อสารกับผู้ช่วยเหลือ · การหลีกหนีภัย · 4 ก๊าซและการอ่านค่าจากเครื่องวัด

สังเกตว่าจำนวนชั่วโมงเท่ากับผู้ควบคุมงาน (12 ชม.) แต่เนื้อหาเน้นต่างกัน — ผู้ปฏิบัติงานเรียนเพื่อใช้เอง · ผู้ควบคุมงานเรียนเพื่อคุมคนอื่น

หลักสูตร "4 ผู้" — 24 ชั่วโมง

ในชีวิตจริง หลายโรงงานมีพนักงานที่ต้องสวมหลายหมวก — บางวันเป็นผู้ปฏิบัติงาน บางวันเป็นผู้ควบคุมงาน บางวันเป็นผู้ช่วยเหลือ · ถ้าให้ไปอบรมทีละหลักสูตรจะใช้เวลา 7 + 12 + 18 + 12 = 49 ชั่วโมง

ประกาศกรม 2563 จึงเปิดทางให้นายจ้างเลือกได้ว่าจะส่งคนไปอบรม หลักสูตรรวม 4 ผู้ แทน

  • ทฤษฎี 15 ชั่วโมง + ปฏิบัติ 9 ชั่วโมง = รวม 24 ชั่วโมง · 4 วันต่อเนื่อง
  • ผ่านแล้ว = ทำได้ทั้ง 4 บทบาทในคนเดียว

เหมาะกับ — ทีมงานเล็ก · ผู้รับเหมา service · จป.ที่ต้องคุมงานหลายไซต์ · พนักงานที่ต้องเปลี่ยน role ตามงานในแต่ละวัน

ที่ต้องระวัง — ไม่ใช่ว่าเรียน 24 ชั่วโมงรวมแล้วครอบทุกบทบาทอัตโนมัติ · ในการมอบหมายงานจริง ต้องมีหนังสือมอบหมายของนายจ้างระบุชัดว่า "วันนี้ทำหน้าที่ผู้อนุญาต/ผู้ควบคุม/ผู้ช่วย/ผู้ปฏิบัติ" ตามข้อ 17 ของกฎกระทรวง 2562

หลักสูตรทบทวน — ทุก 5 ปี

แผนภาพ isometric timeline 5 ปีของการทบทวนหลักสูตรอับอากาศ — วันสุดท้ายอบรมเดิม → ปี 4+11 เดือน window 30 วัน → ปี 5 ทบทวน 3 ชม. → ถ้าเลย deadline ต้องอบรมเต็มใหม่ 7/12/18/12 ชม. ตามประกาศกรม 2563 คำชี้แจงข้อ 14

นี่คือจุดที่ HR หลายโรงงานพลาดกันบ่อย — อบรมครั้งแรกผ่านแล้ว เก็บใบไว้ในแฟ้ม 5 ปีผ่านไปก็ลืม · พนักงานตรวจความปลอดภัยมาตรวจ เจอใบเก่าเกิน 5 ปี = นายจ้างไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย

ประกาศกรม 2563 คำชี้แจงข้อ 14 ระบุชัด

"นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างเข้าฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมทบทวนความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ...ทุกห้าปีนับแต่วันสุดท้ายของการฝึกอบรม...โดยจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันก่อนครบกำหนดห้าปี"

ขยายความ

  • ทบทวน ทุก 5 ปี นับจากวันสุดท้ายของหลักสูตรเดิม
  • ต้องเข้าให้เสร็จภายใน 30 วันก่อนครบ 5 ปี (ไม่ใช่หลังครบ)
  • หลักสูตรทบทวนคือทฤษฎี 3 ชั่วโมง (ไม่มีภาคปฏิบัติ ในยุค COVID อนุญาตให้เรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้)

ที่สำคัญ — ถ้านายจ้างปล่อยให้พ้นกำหนด 5 ปีไปแล้วยังไม่ทบทวน · ลูกจ้างคนนั้นต้องไปอบรม หลักสูตรเต็มใหม่ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ (7/12/18/12/24 ชั่วโมงแล้วแต่บทบาท) ไม่ใช่แค่ 3 ชั่วโมงทบทวนแล้วจบ

ตัวอย่างให้เห็นภาพ — ลูกจ้างผ่านหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 · ครบ 5 ปีในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 · ต้องเข้าทบทวนระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2569 · ถ้าเลย 1 พฤษภาคม 2569 ไป = ต้องอบรมหลักสูตรเต็ม 12 ชั่วโมงใหม่

เงื่อนไขก่อนเข้าอบรมทุกระดับ

นอกจากชั่วโมงอบรมที่ต้องตรงระดับแล้ว ผู้เข้าอบรมทุกหลักสูตร (ทั้ง 6) ต้องผ่าน 2 เงื่อนไขก่อนเข้าด้วย

1. ใบรับรองแพทย์

ข้อ 4 ของกฎกระทรวง 2562 ห้ามนายจ้างอนุญาตให้คนเป็นโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นซึ่งแพทย์เห็นว่าเข้าอับอากาศแล้วอันตราย เข้าไปทำงาน · ดังนั้นก่อนส่งใครไปอบรมต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ตรวจสำหรับงานที่อับอากาศก่อน

ใบรับรองแพทย์ทั่วไปที่ใช้สมัครงานไม่พอ — ต้องระบุชัดว่าผ่านการตรวจระบบหายใจและหัวใจสำหรับงานที่อับอากาศ

2. ผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้น

ประกาศกรม 2563 คำชี้แจงข้อ 15 ระบุชัดว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรอับอากาศทุกหลักสูตร ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมดับเพลิงขั้นต้น ตามกฎหมายอัคคีภัยก่อน · พร้อมเอกสารหลักฐานแสดงรายคน

ที่ต้องบังคับดับเพลิงก่อน เพราะในที่อับอากาศมีโอกาสเกิดไฟไหม้/ระเบิดจากก๊าซไวไฟ — คนงานต้องรู้วิธีดับเพลิงเบื้องต้นพื้นฐานก่อน

ข้อควรระวัง — ที่ HR และ จป. เจอบ่อย

1. อบรมผิดหลักสูตรกับบทบาทจริง

ส่งคนไปเรียน "ผู้ปฏิบัติงาน 12 ชม." แล้วเอามาตั้งเป็น "ผู้อนุญาต" — ไม่ได้ · ใบรับรองไม่ครอบ · ในกรณีนี้ต้องส่งไปเรียนหลักสูตรผู้อนุญาตเพิ่ม 7 ชม. หรือเลือกหลักสูตร 4 ผู้รวม 24 ชม. ตั้งแต่แรก

2. ลืมว่าผู้ช่วยเหลือต้องอบรมยาวที่สุด

เห็นคนหลายโรงงานคิดว่า "ก็แค่ยืนเฝ้าปากทาง ไม่ต้องอบรมมาก" · ผิด · 18 ชั่วโมงเป็นกฎหมาย ไม่ใช่ตัวเลือก · เหตุที่นานเพราะต้องเรียน CPR + การช่วยกู้ฉุกเฉิน

3. ลืมต่ออายุก่อน 30 วัน

หลายโรงงานนับ 5 ปีพอดี — ผิด · ต้องเสร็จก่อน 30 วัน · เลย deadline ไป = อบรมหลักสูตรเต็มใหม่

4. ใช้ใบเก่าตามกฎหมายฉบับก่อน 10 เมษายน 2564

ลูกจ้างที่อบรมตามประกาศกรมฉบับเก่าก่อนวันที่ 10 เมษายน 2564 (วันที่ประกาศ 2563 มีผลใช้บังคับ) — ถือว่าผ่านหลักสูตรตามประกาศ 2563 ได้ · แต่ยังต้องเข้าทบทวนทุก 5 ปีนับจากวันที่อบรมเดิมเหมือนกัน

5. กรณีเปลี่ยนงาน/เปลี่ยนสถานที่ที่อันตรายต่างกัน

ถ้านายจ้างมอบหมายให้ลูกจ้างไปทำงานในที่อับอากาศที่มีอันตรายแตกต่างไปจากเดิม (เช่น ที่เดิมมี H2S ที่ใหม่มีมีเทน) — ต้องอบรมภาคปฏิบัติเพิ่มไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงก่อนเริ่มงาน

Checklist สำหรับ HR

ก่อนเปิดงานที่อับอากาศ ตรวจครบ 8 ข้อนี้

  • ระบุได้ว่าใน 1 งาน ต้องมีกี่บทบาท (อย่างน้อย ผู้อนุญาต + ผู้ควบคุมงาน + ผู้ช่วยเหลือ + ผู้ปฏิบัติงาน)
  • คนแต่ละบทบาทมีใบรับรองผ่านหลักสูตรของตัวเอง — 7/12/18/12 ชม. หรือ 24 ชม. หลักสูตรรวม
  • ทุกคนผ่านอบรมดับเพลิงขั้นต้น มีเอกสารหลักฐาน
  • ทุกคนมีใบรับรองแพทย์สำหรับงานที่อับอากาศ
  • วันที่อบรมเดิม + วันครบ 5 ปี — มีระบบเตือนล่วงหน้า 30 วัน
  • มีหนังสือมอบหมายจากนายจ้างระบุชัดว่าใครทำหน้าที่อะไร
  • เก็บหลักฐานการอบรม (ใบรับรอง + ทะเบียน) ไว้ที่สถานประกอบกิจการ
  • หลักฐานครบ พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ (ข้อ 21)

คำถามที่พบบ่อย

Q1: อบรมหลักสูตรเดียวแล้วใช้ได้ทั้ง 4 บทบาทเลยไหม?

ใช้ได้กรณีเดียวเท่านั้น — คือผ่าน หลักสูตร 4 ผู้ 24 ชม. ครบ · ถ้าผ่านเฉพาะ "ผู้ปฏิบัติงาน 12 ชม." อันเดียว ใช้ทำได้แค่ผู้ปฏิบัติงาน · ทำหน้าที่อื่นไม่ได้

Q2: ทำไม "ผู้ช่วยเหลือ" ต้องอบรมยาวที่สุด — 18 ชม.?

เพราะต้องเรียน CPR + การปฐมพยาบาล + การช่วยกู้ฉุกเฉิน + เทคนิคใช้ SCBA + อุปกรณ์ rescue ครบ · ปฏิบัติเดี่ยว 6 ชั่วโมงด้วยซ้ำ · เนื้อหามากกว่า 3 ระดับอื่นชัดเจน

Q3: หลักสูตรทบทวนทุก 5 ปี อบรม online ได้ไหม?

ตามแนวทาง COVID ที่กรมสวัสดิการฯ ออก ตอนนั้นอนุญาตให้อบรมทบทวนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ (เพราะเป็นทฤษฎีอย่างเดียว 3 ชม.) · ในสถานการณ์ปกติให้ดูประกาศของกรมล่าสุด · แต่ภาคปฏิบัติของหลักสูตรเต็มทุกหลักสูตร — ต้องทำสด ๆ

Q4: ผู้รับเหมาที่ส่งคนมาทำงานในโรงงานเรา ใครต้องจัดให้อบรม?

ตามข้อ 20 — "นายจ้าง" คือคนต้องจัด · นายจ้างของผู้รับเหมาคือนายจ้างของผู้รับเหมา · แต่ในทางปฏิบัติ HSE ของโรงงานเจ้าของพื้นที่ควรตรวจใบรับรองของคนผู้รับเหมาทุกคนก่อนให้เข้าทำงาน · เพื่อให้แน่ใจว่าผ่านหลักสูตรตรงระดับ

Q5: จัดอบรมในโรงงานเองได้ไหม?

ได้ในกรณีที่นายจ้างมีวิทยากรที่ผ่านคุณสมบัติตามคำชี้แจงข้อ 16 (มี 4 แนวทาง — จบอาชีวอนามัย/เคยเป็น จป.วิชาชีพ/เคยเป็น จป.ระดับอื่น/ผ่านอบรมเฉพาะทาง) · ถ้าทำเองไม่ได้ ส่งให้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 จัดให้

สรุป

จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

  1. มี 6 หลักสูตร — ผู้อนุญาต / ผู้ควบคุมงาน / ผู้ช่วยเหลือ / ผู้ปฏิบัติงาน / 4 ผู้ (รวม) / ทบทวน
  2. ชั่วโมงไม่เท่ากัน — 7 / 12 / 18 / 12 / 24 / 3 ตามลำดับ · ผู้ช่วยเหลือยาวที่สุดเพราะต้องเรียน CPR + rescue
  3. ทุกหลักสูตรต้อง — มีใบรับรองแพทย์ + ผ่านดับเพลิงขั้นต้น ก่อนเข้าอบรม
  4. ทบทวนทุก 5 ปี — ก่อนครบกำหนด 30 วัน · เลย deadline = อบรมเต็มใหม่
  5. มอบหมายเป็นหนังสือ — ใบรับรองไม่พอ · นายจ้างต้องมีหนังสือมอบหมายระบุบทบาทจริงด้วย

ขั้นถัดไป — ถ้าโรงงานยังไม่มี matrix สรุปว่าใครผ่านหลักสูตรไหน เริ่มทำตอนนี้ · ทำเป็นตารางง่าย ๆ ชื่อพนักงาน-บทบาท-วันที่อบรม-วันครบ 5 ปี · ตั้งเตือน 60 วันก่อนครบกำหนดทุกคน · นี่คือเอกสารแรกที่พนักงานตรวจความปลอดภัยจะขอดู


อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ อับอากาศ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →