RULA Assessment — ประเมินท่าทาง Office Worker ทำเอง
RULA Assessment (Rapid Upper Limb Assessment) ของ Nottingham 1993 ประเมินท่าทางคนนั่งหน้าจอ — score 1-7 + action level + worksheet + checklist workstation 5 จุด ทำเองได้

หลายคนที่เป็น จป. หรือ HR ดูแลพนักงานออฟฟิศ พอเห็นคนในทีมเริ่มบ่นปวดบ่า ปวดคอ ปวดหลังกันเยอะ ก็อยากประเมินว่า "ท่าที่นั่งกันอยู่นี่เสี่ยงระดับไหน ต้องแก้ด่วนมั้ย" แต่พอลองหาข้อมูลก็เจอแต่ที่ปรึกษา ergonomist ค่าตัวหลักหมื่นต่อราย — งบไม่พอ แล้วจะเริ่มยังไง
ข่าวดีคือมีเครื่องมือสากลตัวหนึ่งชื่อ RULA ที่ จป. หรือ HR กรอกได้เองด้วยกระดาษ 1 แผ่น ใช้เวลา 10 นาทีต่อคน ออกมาเป็นคะแนน 1-7 บอกชัดเลยว่าใครต้องปรับท่าทันที ใครรอได้
และที่สำคัญ — ตั้งแต่ปี 2566 ที่มีประกาศกรมเรื่องหลักสูตร จป.วิชาชีพ ออกมา การยศาสตร์กลายเป็นหมวดวิชาบังคับที่ จป. ต้องเรียน 36 ชั่วโมงเต็ม รวมถึงการประเมินอันตรายด้านการยศาสตร์ภาคปฏิบัติด้วย ลองดูกันว่า RULA คืออะไร ใช้ยังไง และทำไม จป. ในไทยควรรู้ไว้

RULA คืออะไร — และทำไมไม่ใช่กฎหมายไทย

RULA ย่อมาจาก Rapid Upper Limb Assessment เป็นเครื่องมือประเมินท่าทางการทำงานที่เน้น "ครึ่งบนของร่างกาย" คือคอ-ไหล่-แขน-ข้อมือ พัฒนาโดย Dr. Lynn McAtamney และ Dr. Nigel Corlett จาก University of Nottingham สหราชอาณาจักร เมื่อปี 1993 (พ.ศ. 2536)
ต้องเคลียร์ก่อนเลยว่า — RULA ไม่ใช่กฎหมายไทย และไม่ใช่กฎหมายของประเทศไหน เป็นเครื่องมือทางวิชาการ ที่ ergonomist ทั่วโลกใช้กันเป็นมาตรฐานหนึ่งในหลายตัว (มีน้องของมันชื่อ REBA ที่ใช้กับท่ายกของทั้งตัว และ OWAS ที่ใช้กับงานเกษตร) ดังนั้นเลข score 1-7 ที่จะได้จาก RULA ไม่ใช่เกณฑ์ที่กฎหมายไทยกำหนด — ใช้เป็นเครื่องมือ "ภายใน" ของสถานประกอบกิจการเพื่อตัดสินใจปรับปรุงเอง
แต่ในไทยก็มีฐานทางกฎหมายที่เชื่อมโยงกัน — ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักสูตรการฝึกอบรม จป.ระดับวิชาชีพ พ.ศ. 2566 กำหนดให้ จป.วิชาชีพ (หลักสูตร 234 ชั่วโมง) ต้องเรียน หมวดวิชาที่ 5 การยศาสตร์ และการปรับปรุงสภาพการทำงาน เต็ม 36 ชั่วโมง โดยมีภาคทฤษฎี 30 ชั่วโมงและภาคปฏิบัติ 6 ชั่วโมง
ในหมวดนี้มีหัวข้อที่ตรงกับ RULA โดยตรง เช่น "สัดส่วนร่างกายและการออกแบบสถานีงาน" "การปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ตามหลักการยศาสตร์" "การจัดการความเสี่ยงด้านการยศาสตร์" และภาคปฏิบัติคือ "การประเมินอันตรายด้านการยศาสตร์และนำมาซึ่งการปรับปรุงสภาพการทำงาน"
ส่วน จป.หัวหน้างานก็ไม่หลุด — ในประกาศกรม 2566 หลักสูตร 12 ชั่วโมง หมวดวิชาที่ 4 หัวข้อ (ช) ระบุชัดว่า "การป้องกันและควบคุมปัญหาด้านการยศาสตร์"
พูดง่าย ๆ คือ — กฎหมายไทยไม่ได้บอกว่า "ห้าม score เกิน 4" แต่บอกว่า "จป. ทุกระดับต้องรู้เรื่องนี้ และต้องประเมินเป็น" RULA จึงเป็นเครื่องมือยอดนิยมที่ จป. ในไทยหยิบมาใช้ได้เลย เพราะอ่านง่าย ทำเอง ไม่ต้องซื้อ software
ทำไม จป. ในไทยต้องประเมิน ergonomics ของ office worker
ปกติพอพูดถึง "อันตรายต่อสุขภาพ" คนในโรงงานนึกถึงสารเคมี เสียงดัง ฝุ่นก่อน — งานนั่งหน้าคอมพ์ถูกมองข้ามมาตลอด แต่ถ้าดูตัวเลขสถิติของกายภาพบำบัด — กลุ่ม Musculoskeletal Disorders (MSDs) จากงานออฟฟิศคือสาเหตุการลาป่วยอันดับต้น ๆ ของพนักงานความรู้ในไทย และตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกปีหลังยุค WFH
ฐานทางกฎหมายที่ จป. ต้องอ้างได้คือ พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 14 ที่บอกว่า:
"ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในสภาพการทำงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายจิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ให้นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน"
คำว่า "อันตรายต่อสุขภาพอนามัย" ครอบคลุมเรื่อง MSDs จากท่าทางที่ไม่เหมาะสมด้วย — ดังนั้นถ้าพนักงานนั่งท่าเสี่ยงแล้วเกิดอาการ Office Syndrome เรื้อรัง นายจ้างมีหน้าที่ต้องประเมิน + แจ้ง + แก้ไข
อีกด้านหนึ่ง — ประกาศกรม 2564 เรื่องสมุดสุขภาพประจำตัวของลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ระบุชัดว่า "การยศาสตร์" คือหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ต้องตรวจสุขภาพ โดยรายการตรวจคือ "การทดสอบสมรรถภาพกล้ามเนื้อ"
ดังนั้น ก่อนจะส่งคนไปตรวจสมรรถภาพกล้ามเนื้อในการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง ประจำปี — จป. ควรประเมินท่าทางก่อนเพื่อระบุ "ความเสี่ยง" ให้หมออ่านได้ ไม่อย่างนั้นแพทย์ก็ทำได้แค่ตรวจกล้ามเนื้อโดยไม่รู้ว่าควรเน้นจุดไหน
ปัญหาที่ RULA ใช้ตรวจจับได้
RULA โฟกัสที่ครึ่งบนของร่างกาย จึงเหมาะกับงาน "นั่งคงที่ ใช้แขน-คอ-มือ" เป็นหลัก เช่นงานพนักงานออฟฟิศนั่งหน้าคอมพ์ พนักงานคีย์ข้อมูล operator ในห้องคุม พนักงานในไลน์ประกอบที่นั่ง
อาการที่ RULA จับได้ก่อนที่จะกลายเป็นOffice Syndrome คืออะไร เรื้อรัง:
- คอเอียง/บิด/ยื่นหน้า > 20° เป็นเวลานาน
- ไหล่ยกค้าง (เกร็ง) จากการเอื้อมเมาส์/คีย์บอร์ดที่อยู่ไกล
- แขนกางออกจากลำตัว > 45° (เพราะโต๊ะใหญ่เกินไป)
- ข้อมือพับขึ้น/พับลง (จากคีย์บอร์ดวางสูง)
- หลังโค้ง/บิด (จากเก้าอี้ไม่ support)
ถ้า จป. ใช้ RULA เจอ score สูงตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็แก้ที่ workstation ได้ก่อนพนักงานจะลาป่วย ไม่ต้องรอจนเป็นเรื้อรัง
องค์ประกอบหลักของ RULA — score 1-7 + action level

RULA แบ่งการประเมินเป็น 2 กลุ่ม:
- Group A — แขนและข้อมือ (upper arm, lower arm, wrist + wrist twist)
- Group B — คอ ลำตัว และขา (neck, trunk, leg)
แต่ละกลุ่มจะได้คะแนนย่อย แล้วบวกด้วย muscle use (กล้ามเนื้อใช้แบบ static หรือไม่) และ force/load (ของที่ถือหนักแค่ไหน) สุดท้ายเอา A และ B มารวมกันในตาราง C ได้ออกมาเป็น Grand Score 1-7
ตาราง action level
Score 1-2 → Acceptable
ท่าทาง OK · ถ้าทำซ้ำ ๆ นาน ๆ ค่อยทบทวน
Score 3-4 → Investigate further
ควรประเมินเพิ่มและคิดเรื่องปรับปรุง
Score 5-6 → Investigate and change soon
ต้องปรับเร็ว ๆ นี้ · กำหนดแผนภายใน 1-2 สัปดาห์
Score 7 → Investigate and change immediately
ต้องเปลี่ยนทันที · หยุดท่านี้หรือปรับ workstation วันนี้
อย่าลืม — action level นี้ไม่ใช่เกณฑ์กฎหมายไทย เป็น guidance จากเครื่องมือต้นฉบับ (McAtamney & Corlett 1993) เท่านั้น ถ้าจะอ้างกฎหมาย ต้องอ้าง พ.ร.บ. มาตรา 14 + ประกาศกรม 2564 (ปัจจัยเสี่ยงการยศาสตร์) แทน
ขั้นตอน RULA assessment — 4 step ที่ทำเองได้
ก่อนเริ่ม เตรียม 3 อย่าง:
- กล้องถ่ายรูป (มือถือก็ได้) — ถ่ายผู้ปฏิบัติงานในท่าทำงานจริง 3 มุม (ด้านข้าง, ด้านหน้า, มุมเฉียง)
- RULA worksheet — ASCII template อยู่ในหัวข้อถัดไป copy ใช้ได้เลย
- protractor หรือ angle finder บนมือถือ — วัดมุมจากรูปถ่าย
Step 1 — ประเมิน Group A (แขน + ข้อมือ)
ดูจากรูปด้านข้าง
A1. Upper arm (ต้นแขน) — มุมจากแนวลำตัว
- −20° ถึง 20° = 1 คะแนน
- 20° ถึง 45° หรือต้นแขนเหยียดไปข้างหลัง = 2 คะแนน
- 45° ถึง 90° = 3 คะแนน
-
90° = 4 คะแนน
- ปรับ: ถ้าไหล่ยก +1 · แขนกางออกข้าง +1 · ถ้ามีที่วางแขน support −1
A2. Lower arm (ปลายแขน) — มุมข้อศอก
- 60° ถึง 100° = 1 คะแนน
- น้อยกว่า 60° หรือมากกว่า 100° = 2 คะแนน
- ปรับ: ถ้าแขนข้ามแนวกลางลำตัว หรือกางออกข้าง +1
A3. Wrist (ข้อมือ) — มุมพับขึ้น/พับลง
- ตรง (เป็นแนวกับปลายแขน) = 1 คะแนน
- พับ 0° ถึง 15° = 2 คะแนน
- พับ > 15° = 3 คะแนน
- ปรับ: ถ้าข้อมือเบี่ยงไปข้างใดข้างหนึ่ง +1
A4. Wrist twist (บิดข้อมือ) — กลาง ๆ = 1 · บิดสุดทาง = 2
นำ A1-A4 ไปดูใน Table A (จะแถมท้ายบทความ) ได้คะแนน Group A score
Step 2 — ประเมิน Group B (คอ + ลำตัว + ขา)
B1. Neck (คอ) — มุมก้ม/เงย
- 0° ถึง 10° = 1 คะแนน
- 10° ถึง 20° = 2 คะแนน
-
20° = 3 คะแนน
- เงยหน้า = 4 คะแนน
- ปรับ: ถ้าคอบิด +1 · ถ้าคอเอียง +1
B2. Trunk (ลำตัว) — มุมเอน
- ตรง 90° = 1 คะแนน
- 0° ถึง 20° เอนไปหน้า = 2 คะแนน
- 20° ถึง 60° = 3 คะแนน
-
60° = 4 คะแนน
- ปรับ: ถ้าลำตัวบิด +1 · เอียง +1
B3. Legs (ขา) — เท้าราบ support ดี = 1 · ไม่ support / ห้อย / ขาไขว้ = 2
นำ B1-B3 ไปดูใน Table B ได้คะแนน Group B score
Step 3 — บวก muscle use + force
ทั้ง Group A และ B ต้องบวกด้วย:
- Muscle use — ถ้าท่าเดิมนาน > 1 นาที หรือทำซ้ำ > 4 ครั้ง/นาที = +1
- Force/Load — ของถือ < 2 kg ไม่บ่อย = 0 · ของ 2-10 kg ไม่บ่อย = +1 · ของ 2-10 kg ค้างนาน/ซ้ำ = +2 · ของ > 10 kg หรือกระชาก = +3
สำหรับ office worker ส่วนใหญ่ force = 0 (เพราะเมาส์-คีย์บอร์ดเบา) แต่ muscle use มักจะ = +1 เพราะนั่งท่าเดิมเกิน 1 นาที
Step 4 — รวม Group A + B ใน Table C → Grand Score
หลังบวก muscle + force แล้ว ได้คะแนน A และ B สุดท้าย เอามาดูใน Table C จะออกมาเป็น Grand Score 1-7
เทียบกับ action level ในตารางข้างบน — แล้วเขียน plan แก้ไข workstation ตามนั้น

RULA worksheet template — copy-paste ใช้ได้เลย
================================================
RULA WORKSHEET — ASSESSMENT FORM
================================================
ชื่อพนักงาน: _______________________________
แผนก/ฝ่าย: _______________________________
ลักษณะงาน: _______________________________
วันที่ประเมิน: _______ ผู้ประเมิน: __________
------------------------------------------------
GROUP A — แขนและข้อมือ (ดูภาพด้านข้าง)
------------------------------------------------
A1 Upper arm (ต้นแขน) score: [ ]
มุม ___° + ไหล่ยก [ ] + กางออก [ ] + support [ ]
A2 Lower arm (ปลายแขน) score: [ ]
มุมข้อศอก ___° + ข้ามลำตัว [ ]
A3 Wrist (ข้อมือ) score: [ ]
มุมพับ ___° + เบี่ยงข้าง [ ]
A4 Wrist twist (บิดข้อมือ) score: [ ]
→ ดู Table A ได้ [ ]
+ Muscle use (static > 1 min) [ ]
+ Force/Load [ ]
= Group A Final [ ]
------------------------------------------------
GROUP B — คอ ลำตัว ขา (ดูภาพด้านข้าง)
------------------------------------------------
B1 Neck (คอ) score: [ ]
มุม ___° + บิด [ ] + เอียง [ ]
B2 Trunk (ลำตัว) score: [ ]
มุม ___° + บิด [ ] + เอียง [ ]
B3 Legs (ขา) score: [ ]
→ ดู Table B ได้ [ ]
+ Muscle use [ ]
+ Force/Load [ ]
= Group B Final [ ]
------------------------------------------------
GRAND SCORE (จาก Table C) [ /7 ]
------------------------------------------------
Action level:
[ ] 1-2 Acceptable
[ ] 3-4 Investigate further
[ ] 5-6 Change soon
[ ] 7 Change immediately
------------------------------------------------
แผนปรับปรุง / Recommendation:
________________________________________________
________________________________________________
แนบรูปถ่าย: [ ] ด้านข้าง [ ] ด้านหน้า [ ] เฉียง
================================================
ทิป — แนบ worksheet นี้กับรูปถ่าย 3 มุม แล้วเก็บใน profile ของพนักงานในระบบ HR หรือใน folder ของหน่วยความปลอดภัย ทำซ้ำทุก 6 เดือนหรือเมื่อเปลี่ยนตำแหน่ง/อุปกรณ์ใหม่ จะเห็น trend ว่าใครเสี่ยงขึ้นเรื่อย ๆ และเชื่อมโยงกับผลตรวจสุขภาพได้
Checklist workstation 5 จุดที่ต้องเช็คก่อน RULA

ก่อนจะ score ลองตรวจ workstation พื้นฐาน 5 จุดนี้ก่อน เพราะถ้าจุดพวกนี้พัง score RULA จะสูงแน่นอน — แก้ที่จุดนี้ก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ score
[ ] 1. ความสูงจอ
→ ขอบบนของจออยู่ระดับเดียวกับสายตาเมื่อนั่งตรง
→ ห้ามให้ก้มหน้ามองจอ (ทำให้ neck score พุ่ง)
[ ] 2. ระยะจอจากตา
→ ห่างประมาณ 50-70 cm (ระยะแขนเหยียด)
→ ถ้าใกล้เกิน → ยื่นคอ + ตาล้า
[ ] 3. ที่วางคีย์บอร์ด + เมาส์
→ อยู่ระดับข้อศอก ข้อศอกงอ 90°
→ ข้อมือตรง ไม่พับ
→ เมาส์ใกล้คีย์บอร์ด ไม่ต้องเอื้อม
[ ] 4. ท่านั่ง + เก้าอี้
→ หลังพิงพนัก สะโพก-หลังตั้งฉาก ~90°
→ ก้นชิดพนัก ไม่เลื่อนปลายเก้าอี้
→ เก้าอี้รับน้ำหนักหลังล่าง (lumbar support)
[ ] 5. ขา + เท้า
→ เท้าราบกับพื้น (หรือใช้ที่วางเท้า)
→ ต้นขา-ปลายขาตั้งฉาก ~90°
→ ห้ามขาไขว้/ขาห้อย
ถ้าทั้ง 5 ข้อนี้ผ่าน — มีโอกาสสูงที่ RULA จะออกมา 1-3 (ดีหรือพอใช้) ถ้าข้อใดข้อหนึ่งพัง score จะกระโดดได้
ตัวอย่างเคสจริง — พนักงาน A vs B
เคส A — พนักงานบัญชี อายุ 35 ปี นั่งหน้าจอ laptop วางบนโต๊ะธรรมดา ไม่มี stand · บ่นปวดคอเรื้อรัง
ประเมิน RULA:
- Upper arm 2 + ไหล่ยก +1 = 3
- Lower arm 2 (ข้อศอกงอเกิน 100° เพราะคีย์บอร์ด laptop ใกล้)
- Wrist 2 + เบี่ยง +1 = 3
- Wrist twist 1
- Neck 3 (ก้ม 25°) + บิด +1 = 4 ← ตัวการ
- Trunk 2 (เอน 15° ไม่พิงพนัก)
- Legs 1
Grand Score = 6 → Change soon
Action — ซื้อ laptop stand + คีย์บอร์ดแยก + เมาส์แยก ทันที จะลด neck score เหลือ 1-2 และ wrist score เหลือ 1
เคส B — programmer อายุ 28 ปี นั่งจอแยก 24" ตั้งสูงพอดี · คีย์บอร์ด-เมาส์ ergonomic · เก้าอี้มี lumbar · ไม่มีอาการ
ประเมิน RULA: ทุกข้อ 1-2 → Grand Score = 2 → Acceptable
ทบทวนทุก 6 เดือน — ถ้าเริ่มทำงานมากขึ้นค่อยประเมินใหม่
ข้อควรระวัง / ผิดพลาดที่เจอบ่อย
1. คิดว่า RULA = กฎหมาย — RULA เป็นเครื่องมือสากล ไม่ใช่เกณฑ์ที่กฎหมายไทยกำหนดให้ใช้ ดังนั้นห้ามเขียนในรายงานว่า "พนักงาน X ฝ่าฝืนกฎหมายเพราะ RULA = 6" — ที่ถูกคือ "ผลประเมิน RULA = 6 แสดงว่ามีความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ตามเครื่องมือสากล นายจ้างควรปรับปรุง workstation เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. มาตรา 14"
2. ประเมินจาก 1 จุดเวลา — ท่าทางจริงเปลี่ยนตลอดวัน ควรประเมิน "ท่าที่ทำบ่อยที่สุด + ท่าที่แย่ที่สุด" อย่างน้อย 2 ท่า
3. ลืม muscle use — Office worker เกือบทุกคนได้ +1 จาก muscle use เพราะนั่งท่าเดิม > 1 นาที อย่าลืมบวก
4. ใช้ RULA กับงานยกของหนัก — ผิด · RULA เน้นครึ่งบน ถ้าเป็นงานยก-ก้ม-ม้วนตัว ให้ใช้ REBA (Rapid Entire Body Assessment) แทน
5. ประเมินตัวเอง — มี bias สูง · ควรให้คนอื่น (เพื่อน จป. หรือ HR) ถ่ายรูปและประเมินให้ ผู้ปฏิบัติงานเองทำได้แค่กรอกข้อมูลเบื้องต้น
เชื่อม RULA กับการตรวจสุขภาพประจำปี
ตามประกาศกรม 2564 — งานที่มีปัจจัยเสี่ยงการยศาสตร์ ต้องมีการ "ทดสอบสมรรถภาพกล้ามเนื้อ" ในการตรวจสุขภาพ
วิธีเชื่อม:
- ทำ RULA ก่อนส่งตรวจสุขภาพประจำปี
- แนบผล RULA ในเอกสารส่งแพทย์ — บอกว่าพนักงานคนนี้ score เท่าไหร่ ปัญหาอยู่ที่จุดไหน
- หมอจะรู้ว่าควรเน้นทดสอบกล้ามเนื้อจุดไหน (คอ vs หลัง vs แขน) ไม่ต้องตรวจทั่วไปแบบงม
- ผลตรวจสุขภาพ + ผล RULA = หลักฐานชี้แนวทางปรับปรุงในงบประมาณปีถัดไป
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q1: RULA ใช้กับงานโรงงานได้มั้ย? A: ใช้ได้ แต่เฉพาะงานที่เน้นครึ่งบน เช่น operator นั่งกด button, QC ใช้กล้องส่อง, งาน assembly นั่ง ถ้าเป็นงานยกของ-ดันรถเข็น-ก้มเก็บของ ใช้ REBA ดีกว่า
Q2: ต้องอบรมก่อนใช้ RULA มั้ย? A: ไม่บังคับ — เป็น public tool · แต่ที่ดีคือ จป.วิชาชีพได้เรียนในหลักสูตร 234 ชั่วโมงอยู่แล้ว ส่วน HR ที่ไม่ได้เรียน แนะนำดู tutorial ของ ergoplus.com หรือ EHS.com ฟรี ก่อนใช้
Q3: ทำเองได้แต่ผลน่าเชื่อถือมั้ย? A: ในการศึกษาต้นฉบับ inter-rater reliability ของ RULA = 0.83-0.94 (ค่อนข้างสูง) — ถ้ามีคน 2 คนประเมินคนเดียวกัน ผลใกล้กัน · ทำเองได้แต่ควรให้ 2 คนช่วยกัน + ใช้รูปถ่ายเป็นหลัก
Q4: ถ้าได้ score 7 แต่บริษัทไม่ยอมเปลี่ยน workstation? A: นี่เป็นเรื่องของ "การแจ้งอันตราย" ตาม พ.ร.บ. มาตรา 14 · จป. มีหน้าที่รายงานเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายจ้าง ถ้านายจ้างไม่ทำอะไร จป. ทำหน้าที่ครบแล้ว · ในระหว่างนี้ให้พนักงานยืดเหยียด/ลุกเดินบ่อย ๆ เป็นการแก้ชั่วคราว
Q5: จป.หัวหน้างานต้องทำ RULA เป็นมั้ย? A: จป.หัวหน้างานเรียน 12 ชั่วโมง · หมวด 4 หัวข้อ (ช) มี "การป้องกันและควบคุมปัญหาด้านการยศาสตร์" ดังนั้นรู้พื้นฐาน OK แต่การประเมินจริงควรให้ จป.วิชาชีพหรือ จป.เทคนิคขั้นสูงทำ เพราะมีหมวดการยศาสตร์เต็มในหลักสูตร
สรุป
- RULA = Rapid Upper Limb Assessment · เครื่องมือสากลของ McAtamney & Corlett (University of Nottingham, UK · 1993) — ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่กฎหมายไทย (ประกาศกรม 2566) บังคับให้ จป. รู้เรื่องการยศาสตร์
- Score 1-7 + action level บอกว่าต้องแก้ด่วนแค่ไหน · 1-2 OK · 3-4 ทบทวน · 5-6 แก้เร็ว ๆ · 7 แก้ทันที
- 4 step — Group A (แขน-ข้อมือ) + Group B (คอ-ลำตัว-ขา) + muscle/force + รวมใน Table C
- 5 จุด workstation ต้องเช็คก่อน — จอ ระยะจอ คีย์บอร์ด ท่านั่ง ขา-เท้า
- เชื่อมกับการตรวจสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยงการยศาสตร์ตามประกาศกรม 2564 — แนบผล RULA ส่งแพทย์ให้ตรวจกล้ามเนื้อจุดที่เสี่ยง
ลองเริ่มที่พนักงาน 5 คนในแผนกของคุณก่อน — ใช้ worksheet ข้างบน 1 แผ่นต่อคน ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จะรู้เลยว่าใครเสี่ยง ใครต้องเปลี่ยน workstation ก่อน
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
